(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 3 : 02 : จีบหมอครั้งที่หนึ่ง 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 786 ครั้ง
    22 ก.ค. 59


 

จีบหมอครั้งที่หนึ่ง

 

            หลงรักคนยืนข้างซ้ายตรงที่เก้านาฬิกา

            เสียงเพลงดังก้องไปทั่วห้างที่มีผู้คนพลุกพล่าน บุ๋นค่อยๆหันหน้าไปตามเสียงเพลงที่บรรเลงไปเรื่อยๆอย่างเพลินหู

            ซ้ายเก้านาฬิกา

            ไอ้หนึ่ง

            เออไม่ควรจะมาทำตอนที่พวกมันเสนอหน้าอยู่ตรงนี้

            ไอ้คุณสามเมื่อไหร่จะมาวะ” สองพูดไปกดโทรศัพท์ไป เวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ วันสำคัญในชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนไม่รวมสามที่ผ่านจุดนี้ไปแล้ว

            วันประกาศผลแอดมิชชั่น

            “มึงจะรีบอะไรวะ มันประกาศตั้งหกโมงเย็น นี่ยังสิบโมงเช้าอยู่เลย” หนึ่งที่เงียบฟังอยู่พักนึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับปรายตามองคนขี้บ่น

            “กูตื่นเต้นนี่วะ ใช่ปะไอ้สี่

            “ฮะอะไรวะ เออใช่ๆ” คนที่พะวงกับหน้าจอโทรศัพท์อยู่สะดุ้งสุดตัวเมื่อโดนเรียกชื่อ มือที่กำโทรศัพท์แน่นรีบเอาซ่อนไว้ข้างหลังกลัวเพื่อนเห็นว่าตัวเองกำลังกังวลกับรายชื่อตรงหน้า

            กูจะทักไปยังไงดีวะ…

 

            สวัสดีครับ อยากรู้จักครับ

            อันนี้ดูจู่โจมมากไปหน่อย

 

            สวัสดีครับ ผมแอบติดตามพี่มานานแล้ว

            โรคจิตสุดๆ…        

 

            นี่ใครครับ พอดีเห็นแอดมา

            หน้าด้านเรียกพ่อ แอดเขาไปก่อนแท้ๆ

 

            บุ๋นอยากจะวิ่งออกไปตะโกนดังๆเพื่อระบายอารมณ์แต่สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือยิ้มให้เพื่อนที่เริ่มจะทำตัวเป็นนักสืบโคนันเป็นรอบที่ล้านตั้งแต่คบกันมา เขาจะบอกเรื่องพวกนี้ไม่ได้ พวกมันรู้แค่ว่าเขาเคยบอกว่าชอบคนๆหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าเขาชอบมานานเป็นปีขนาดนี้

            ยิ่งคนที่ชอบเป็นผู้ชาย…ยิ่งบอกไม่ได้

            มีอะไรจะบอกพวกกูไหมสี่” มือหนักๆของหนึ่งที่วางลงบนบ่าทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ รังสีที่แผ่ซ่านมาทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนกดดันทางอ้อม

            “มีอะไรคนอย่างกูจะมีอะไร๊” 

            เสียงสูง ไม่มีพิรุธเลยไอ้บุ๋

            กูถามอีกครั้ง” แววตาที่เต็มไปด้วยสายตาจับผิดทำให้คนที่ถูกต้อนจนมุมเสมองไปอีกฝั่งอย่างห้ามไม่ได้

            ไอ้สาม…

            มาทันเวลาพอดีเลยนะมึง

            มีอะไรกันวะ” คำถามแรกที่เจอหน้ากันของสามทำเอาคนที่ถูกจ้องมองไม่วางตาถึงกับยิ่งกดดัน การที่โกหกพวกมันทั้งสามคนก็เหมือนเด็กอนุบาลสามโกหกว่าไม่ได้ฉี่รดที่นอน

            “ไอ้สี่มีความลับ

            ตึก!

            “ความลับอะไรวะ” มือหนักของสามวางลงบนบ่าทันทีที่ได้ยินคำบอกเล่าจากหนึ่ง

            กูต้องแพ้พวกมึงอีกแล้วใช่ไหม

            “กูเปล่า…”

            “ไอ้สี่!!!” เสียงเรียกที่พร้อมเพรียงราวกับนัดกันไว้ทำเอาคนที่ถูกเรียกถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ถ้าตอนนี้เปรียบเสมือนลานประลองเขาก็เหมือนกับมนุษย์ที่โบกผ้าแดงสู้กับกระทิง

            กู…”

            “…”

            มองตาก็รู้ใจ

            “กูกำลังจะทักไปจีบคนๆหนึ่ง” เขาพูดออกมาอย่างจำยอม เสียงถอนหายใจแห่งความกดดันถูกพ่นออกมาก่อนจะมองหน้าเพื่อนที่ล้อมเข้าอยู่ทั้งสามคน

            “ใครวะ” หนึ่งถามต่อ

            “ไม่บอกได้ปะวะ

            “ทำไม

            “คือกู…”

            “เราไม่เคยมีความลับต่อกัน แต่ถ้ามึงอยากมีกูก็เข้าใจเพื่อน” สองตัดพ้อพร้อมกับตบบ่าคนตรงหน้าสองทีแล้วทำท่าจะเดินออกไป

            “หมอ

            “อะไรนะ” ทั้งสามประสานเสียง

            “กูจีบหมอ” สุดท้ายก็ต้องบอกออกไปอยู่ดี “พอใจพวกมึงรึยัง กูจีบหมอโว้ยยยยย” เขาพูดกรอกหูเพื่อนเสียงดังพร้อมกับมองหน้าเพื่อนรายคน

            แต่ละคนทำหน้าแตกต่างกันออกไป ไอ้หนึ่งยังไม่แสดงสีหน้าอะไรมากอาจจะเพราะกำลังอึ้งในความหวังสูงของเขา ไอ้สองทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ไอ้สามพยักหน้าเข้าใจทั้งๆที่ในใจก็เตรียมหาผ้าเช็ดหน้ามาให้บุ๋น

            เออกูหวังสูง…กูรู้

            “ไหนๆก็ไหนๆ กูถามอะไรหน่อย” ในเมื่อถูกต้อนจนรู้ทุกอย่างก็ขอปรึกษาเลยก็แล้วกัน นอกจากเพื่อนสามคนเขาก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใครแล้ว

            “ว่ามา” สองยืดอกเตรียมพร้อมเหมือนจะลืมจุดประสงค์จริงๆไปว่าวันนี้มารอทำอะไรกัน

            “กูจะทักเขาไปว่าไง

            “ง่ายๆเพื่อน ทักไปเลยว่าชอบผู้หญิงเขาชอบผู้ชายตรงๆ” สองตอบออกมาอย่างมั่นใจ

            แต่คนที่กูชอบเขาเป็นผู้ชาย…

            “แต่เดี๋ยว มึงไม่ได้คบกับแพรอยู่หรอวะ” สามที่ยืนฟังอยู่พักใหญ่หันมาถามอย่างไม่รู้ “หรือว่ามึง…”

            “เลิกแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก

            “ว่าไงนะ” สามพูดออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “เรื่องใหญ่แบบนี้มึงไม่ได้บอกพวกกูคืออะไรวะ” อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไปแต่สำหรับพวกเขาทั้งสี่คนมันไม่ทั่วไป

            มีอะไรต้องบอก เกิดอะไรขึ้นต้องเล่า

            ทันที

            “กูคิดว่ามันไม่สำคัญอะไร” คนที่กำลังกังวลเรื่องอีกคนพูดออกมาหน้าตาย น้ำเสียงไม่บ่งบอกความรู้สึก “อีกอย่างเราจากกันด้วยดี

            แค่โดนตบเอง

            “ไอ้สี่เอ้ยยยย” แขนยาวๆของเพื่อนทั้งสามคนดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดปลอบเหมือนเจ้าตัวเป็นเด็กปอสี่ ทุกคนคงคิดว่าเขารู้สึกแย่ แต่เปล่าเลย

            ยังไงเขาก็ไม่คิดจะคบแพรนานอยู่แล้ว…ตัวจริงของเขาคือคนนี้

            คนที่เขากำลังจะทัก

            กูไม่ได้รู้สึกอะไร กลับมาเรื่องทักต่อเถอะ” เขารีบดึงให้กลับมาเรื่องเดิมก่อนจะหันไปมองหนึ่งที่มีความรู้มากที่สุด

            “คงไม่ทักว่ะ ถ้ากูจะจีบใครสักคนกูคงไปเจอเขาเลย ลงทุนหน่อยสิวะ

            เจอ…

            ไม่กล้าว่ะ

            แล้วมึงคิดว่าไง” เขาหันไปถามความเห็นจากสาม ความหวังสุดท้าย

            “กูคงจะทักไปชวนคุยธรรมดา ค่อยๆเป็นค่อยๆไป” 

            ค่อยๆเป็นค่อยๆไป…

            “เห้ย! ขอบคุณว่ะ” บุ๋นดึงสามที่ยืนข้างๆมากอดแน่น “กูจะลองทำวิธีมึงดูนะ” เขาพูดด้วยหัวใจที่เริ่มพองโต

            จริงอยู่

            เขาควรจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป

            “เดี๋ยวกูไปทักเขาก่อน จะกินร้านไหนไปก่อนเลย เดี๋ยวโทรหา” บุ๋นพูดด้วยท่าทีรีบร้อนก่อนจะวิ่งออกมาจากจุดที่ยืนอยู่

            “ไปไหนวะมึง

            “ไปทักหมอ” น้ำเสียงร่าเริงตอบกลับมาผิดกับตอนที่พูดถึงชื่อของแฟนเก่า

            “แล้วจะไปทักถึงไหนวะ” สองพึมพำอยู่กับตัวเองแล้วส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปชวนเพื่อนอีกสองคนที่เหลือไปหาร้านนั่งสิงสถิต

            วันนี้อยู่จนประกาศผลละวะ!!           

            บุ๋นที่วิ่งขึ้นมาจนถึงชั้นดาดฟ้าของห้างรีบพุ่งตรงออกไปตรงลานที่ผู้คนชอบขึ้นมาชมวิวบรรยากาศด้านนอก ลมเย็นๆพัดเข้าประทบใบหน้าที่ยิ้มแก้มปริอย่างกับคนบ้าพึ่งได้ออกจากโรงพยาบาลศรีธัญญา เขาเอาโทรศัพท์มือถือไว้ในมือทั้งสองข้างก่อนจะพนมมือขึ้นแล้วหันไปทางพระอาทิตย์

            คุณพระอาทิตย์ครับ ช่วยดลบันดาลให้ผมมีแต่แสงสว่างเจอหนทางในการจีบหมอฐานทัพด้วยนะครับ สาธุ สาธุ สาธุ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะพนมมือยกขึ้นเหนือหัว

            ช่วยให้ผมไม่มีอุปสรรคอะไรด้วยนะครับ

            แม้ว่าคนรอบข้างจะมองด้วยสายตาแปลกประหลาดแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้านอะไรในเมื่อคนพวกนี้ไม่ได้มีผลต่อชีวิตของเขา คนในโทรศัพท์ต่างหากที่มีผลกับชีวิตของเขาตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้วจนถึงวันนี้

            เขาที่ทำให้บุ๋นรู้ว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคืออะไรและบุ๋นจะไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปมากกว่านี้

            

         Thanthuptitri

 

         ตัวอักษรแต่ละตัวถูกคนที่ถืออยู่บรรจงพิมพ์ลงไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว มือสั่นๆกดที่ค้นหาพร้อมกับบุคคลที่ปรากฏขึ้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรงกว่าเดิม

            ภาพของผู้ชายในชุดกราวด์ที่คุ้นเคยกับเพื่อนอีกสองคนที่กอดคอเขาอยู่ทำให้บุ๋นมั่นใจว่าไม่ผิดคนแน่นอน นิ้วเคลื่อนไปที่ปุ่มสีเขียนด้วยความสั่นเทา เสียงหัวใจดังพอๆกับเสียงเพลงที่ดังออกมาจากข้างใน

            ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี

            เขากลั้นใจกดปุ่มสีเขียวด้วยหัวใจที่เต้นผิวจังหวะไปหลายห้องก่อนที่จะรีบกดแชทของหมอทันทีอย่างกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไป

            ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

            อย่ารีบร้อน

 

            B : สวัสดีครับ

            B : *สติ๊กเกอร์หมีสีน้ำตาลกระโปรงฟ้าเต้นอยู่ริมทะเล*

         

         ตึกตัก ตึกตัก

            ผมขอให้พี่เห็นแล้วตอบผม

 

            

            ติ๊ง!

            เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องนอนของนักศึกษาแพทย์ที่กำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเตรียมเปิดเทอม เมื่อเสียงโทรศัพท์ไม่ได้เป็นของคนที่นั่งใกล้ที่สุดนั่นก็หมายความว่าเป็นของอีกคนที่อยู่ในห้อง

            ฐานทัพ มีคนทักมา

            “…” ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมามีเพียงสายตานิ่งๆของคนที่เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือปึกหนาพร้อมกับพยักหน้านิดๆแล้วสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ

            เอ้า ไม่ตอบหรอวะ

            ‘ปกป้อง’ เจ้าของห้องหันมาถามเพื่อนของตัวเองด้วยความสงสัย เขาเป็นเพื่อนสนิทของหมอฐานทัพที่นิสัยแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ถ้าถามถึงหน้าตาก็พอสูสีกันแต่ถ้าเรื่องเรียนต้องยกให้หมอฐานทัพเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม

            “ไม่ว่าง” คุณหมอตอบกลับมาทันทีเหมือนรู้ว่าเพื่อนกำลังจะถามอะไรต่อ

            “แต่เขา…”

            “อ่านหนังสือ” สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่เพื่อนสนิททำเอาป้องไม่กล้าพูดอะไรต่อเพียงแค่พยักหน้าเข้าใจแล้วหันกลับหยิบโทรศัพท์โยนไปข้างๆเพื่อนของเขา

            ว่างแล้วค่อยตอบ

            “เดี๋ยวกูลงไปรับไอ้คินก่อน” ป้องลุกจากเก้าอี้ที่นั่งมานานกว่าสองชั่วโมง เขารู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปหมดอย่างกับนั่งมาทั้งวัน

            ขี้เกียจอ่าน…แต่ก็ต้องอ่าน

            อืม” ฐานทัพตอบกลับสั้นๆพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง

            เขาถอดแว่นตาที่ใส่อยู่ออกก่อนจะหลับตาทั้งสองข้างลง อ่านหนังสือนานๆมันทำให้ตาเริ่มเบลอมองอะไรไม่ชัด พักก่อนดีกว่า รอให้พวกนั้นกลับมาแล้วค่อยอ่านต่อ คนที่เริ่มเพลียไม่ต่างจากเพื่อนที่พึ่งออกไปค่อยๆล้มตัวลงนอนราบกับเตียงแต่ดันนอนทับโทรศัพท์ตัวเอง เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะวางไว้ข้างตัว

            ใครทักมา

            โทรศัพท์ที่แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์ในแต่ละวันปรากฏชื่อของคนที่เขาไม่คุ้นเคยพร้อมกับคำทักทายปกติที่เขามักจะเจอบ่อยจนนึกอยากจะลบแอปพลิเคชั่นออกไป ถ้าไม่ติดว่าต้องติดต่อกับเพื่อนเขาคงลบออกไปทันที

           

            B : สวัสดีครับ

            B : *สติ๊กเกอร์หมีสีน้ำตาลกระโปรงฟ้าเต้นอยู่ริมทะเล*

 

            คนที่อ่านข้อความขมวดคิ้วงง รูปที่ปรากฏเป็นรูปหมาสีขาวนอนทำหน้าตาน่ารักๆกับชื่อแค่ตัวอักษรเดียวและมั่นใจว่าไม่ใช่คนที่เขารู้จักแน่นอนแต่ในเมื่อกดอ่านไปแล้วเขาก็ควรที่จะตอบกลับ

            ตามมารยาท

           

            Thanthup : ครับ

 

            แอปพลิเคชั่นปิดลงพร้อมกับเขาที่ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ความอ่อนล้าจากการอ่านหนังสือติดต่อกันทั้งที่ควรจะชินแต่เขากลับไม่ชินเลยสักครั้ง อยากจะนอนโง่ๆอยู่ในห้องก็ทำได้แค่คิด

            ในชีวิตจริงทำไม่ได้เลยสักวัน

 

            เห้ย!!!!” เสียงของบุ๋นดังขึ้นท่ามกลางร้านอาหารที่มีผู้คนอยู่เต็มร้าน เพื่อนทั้งสามคนหันมามองเป็นตาเดียวกับพฤติกรรมที่ไม่ปกติของสี่

            เป็นอะไรของมันอีกวะ

            “เขาตอบกูแล้ว เขาตอบกู” พูดไปหัวใจก็เต้นเร็วอย่างกับวิ่งสี่คูณร้อย เขารู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าทั้งๆที่คำตอบโคตรจะสั้นและตัดสนทนาอย่างไร้เยื่อใย

            ไม่เป็นไร…เขาคงไม่รู้จะตอบว่าอะไร

            ไหนเอามาดู” สามทำท่าจะดึงโทรศัพท์จากสี่แต่ดูเหมือนเขาจะช้ากว่าเพื่อนไปนิดเดียว

            “ไม่ให้ดู” สี่รีบเก็บโทรศัพท์ลงกางเกงก่อนจะพูดต่อ “กูหวง

            เออ…หวงจริงๆ

            อะไรของมึงวะ” สามบ่นแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

            “แล้วมึงจะตอบกลับไปว่าไง” หนึ่งที่นั่งข้างๆสามถาม

            “เออน่า” บุ๋นยิ้มแก้มปริ ท่าทางของเขาทำให้เพื่อนทั้งสามคนหันมามองหน้ากันด้วยสายตาประหลาดใจ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เห็นเพื่อนของเขาดูมีความสุขมากขนาดนี้

            “ขอให้จีบติด” สองตบบ่าเพื่อนสนิท “กูเอาใจช่วย

            “เออขอบใจว่ะ

            ต้องติดสิ คนอย่างเขาถ้าจีบใครสักคนแล้วไม่มีทางพลาด

            มั้ง

           

            B : ผมชื่อบุ๋นครับ

            B : น้องพี่โกโก้

 

            ตอบไปแบบนี้จะดีรึเปล่าวะ…

            แต่อย่างน้อยทางฝั่งนู้นก็จะได้รู้ว่าเขาคือใคร

            ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างกับมีที่เรียนแล้ว” พอเห็นท่าทางน่าหมั่นไส้ของสี่ก็อดที่จะแขวะไม่ได้ สองเบ้ปากไปทางคนข้างๆที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย
            “
ติดอันดับไหนกูก็เรียนหมด

            เพราะเลือกมหาลัยเดียวทั้งสี่อันดับ

            มหาลัยที่หมออยู่

            วันนี้เป็นวันที่สำคัญและเป็นวันที่นาฬิกาเดินช้ากว่าปกติ เขาพึ่งรู้ว่าการรออะไรสักอย่างมันทรมานมากมายขนาดนี้ โทรศัพท์ที่ถือไว้ตลอดไม่ยอมให้ห่างตัวไม่มีอะไรเด้งขึ้นมาทั้งๆที่เขากดดูหน้าจอทุกๆห้านาที

            สงสัยหมอยุ่งอยู่

            ไม่เป็นไรรอได้
 


            17.45 น.

 

            ตึกตัก ตึกตัก

            “เห้ยมึงผลออกแล้วว่ะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่เปิดทวิตเตอร์ตามติดทุกวินาที

            “จริงอะ!” สองเด้งตัวขึ้นเต็มแรง สีหน้าที่หวั่นวิตกไม่แพ้กันมองหน้าหนึ่งก่อนจะพยักหน้ากูพร้อมแล้ว

            คนที่จ้องแต่โทรศัพท์รออีกฝั่งตอบกลับถึงกับละสายตาจากสิ่งตรงหน้าหันไปมองเพื่อนด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน แม้ว่าตอนแรกจะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากแต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆหัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา

            กูขอดูคนสุดท้าย” บุ๋นวางโทรศัพท์ตัวเองลงก่อนจะรีบขยับเข้าไปใกล้สองที่เปิดโน๊ตบุ๊คของตัวเองที่เตรียมมาพร้อมเพื่อการนี้

            หัวใจของทั้งสามคนเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ มือเย็นเฉียบ สีหน้าของแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก สามเองก็ไม่ต่างจากเพื่อนๆ ถึงจะติดแล้วแต่เขาก็หวังให้ทุกคนติดในคณะที่อยากเรียนและอยากให้ติดมหาวิทยาลัยเดียวกันหมด

            หวังให้เป็นแบบนั้น

            “พร้อมไหมวะ” สองหันไปถามอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขา

            ตอนนี้บุ๋นและหนึ่งนั่งติดขนาบข้างของสองจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน สามรีบเดินอ้อมมายืนอยู่ข้างหลังสองคอยให้กำลังใจเพื่อนๆ

            ติดไปด้วยกันนะพวกมึง

            ตึกตัก ตึกตัก

            “มึงก่อนเลยไอ้หนึ่ง” โน๊ตบุ๊คถูกยกหันไปทางคนที่โดนเรียกชื่อ หนึ่งดูตื่นเต้นไม่แพ้กันถึงแม้ว่าคะแนนของเขาจะเกินจากคะแนนต่ำสุดมามากก็ตาม

            “อืม..” เขารับคำสั้นๆก่อนจะกรอกเลขประจำตัวลงไป มือของเขาสั่นจนแทบที่จะบังคับทิศทางเม้าส์ไม่ถูก

            คลิ๊ก!

            เพียงเสี้ยวนาทีที่กดลงไปหน้าจอปรากฏรายชื่อของเขาพร้อมอันดับหนึ่งที่ขึ้นว่าผ่านการคัดเลือก หนึ่งดึงคนข้างๆมากอดเต็มแรงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาทันที

            กูทำได้แล้วมึง ทำได้แล้ว” เขาย้ำคำพูดเดิมกับสองที่ดีใจกับเพื่อนและหวั่นใจกับตัวเอง

            หนึ่ง…คณะสัตวแพทย์ศาสตร์

            ทุกอย่างจะโอเค” บุ๋นวางมือลงบนบ่าสองช้าๆ เขามั่นใจว่าสองต้องทำได้ ถึงแม้ว่าสองจะเลือกจิตวิทยาทั้งสี่อันดับแต่เขาก็หวังกับอันดับแรกไว้มากที่สุด
            อยากจะอยู่กับพวกมึง…
เหมือนเดิม

            กูเชื่อว่ามึงทำได้” สามพูดเสริมพร้อมกับวางมือลงบนบ่าอีกข้าง   

            มึงต้องผ่านไปได้ด้วยดี

            “อืม กูขอให้เป็นอย่างนั้น

            คลิ๊ก!

            “เชี่ยยยยย!!!!” เขาเด้งตัวขึ้นทันทีที่รายชื่อปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

            สองคณะจิตวิทยา

            เชี่ย แม่งเชี่ยยยยยย” เขายังคงอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้า มือสั่นๆเอื้อมไปกุมมือบุ๋นที่ดูเครียดที่สุดในหมู่เพื่อนตอนนี้

            หนึ่งและสองติดอันดับหนึ่งทั้งคู่…เขาหวังเพียงให้สี่ติดอันดับหนึ่งไปด้วยกัน

            แม้คะแนนของบุ๋นจะติดลบอยู่หลายร้อยก็ตาม

            เห้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นดิวะ” คนที่ยังไม่รู้ผลหันไปยิ้มให้เพื่อน แม้จะบอกไปอย่างนั้นแต่ตัวเขาเองก็อดที่จะเครียดไม่ได้

            อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแหละวะ!!!!

            “ไม่ว่ากูจะติดอันดับไหนพวกมึงก็ควรดีใจเพราะกูเลือกมหาลัยเดียวกันกับพวกมึงทั้งสี่อันดับ” เขาร่ายยาวก่อนจะยิ้มให้เพื่อนสนิททั้งสามคน

            อยากเจอหมออาจจะเป็นเรื่องใหญ่…แต่อยากอยู่กับพวกมึงเป็นเรื่องใหญ่กว่า

            เขาค่อยๆพิมพ์ตัวเลขลงไปในกล่องสีขาวเล็กๆด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ หวังเพียงแค่ไม่หลุดถึงอันดับสี่เขาก็พอใจแล้ว

            ตึกตักตึกตัก

            คลิ๊ก!

            “…!!!!!!” ไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมาจากปากของเขา ภาพตรงหน้าบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี เพื่อนของเขาเองก็เงียบกันไปตามๆกัน

            ไม่เคยมีใครรู้ว่าสี่เลือกคณะอะไรลงไปบ้าง

            เขาติดอันดับสาม

            เกษตรศาสตร์…” บุ๋นพูดออกมาอย่างไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก

            คณะที่เขาเคยบอกตัวเองไว้ตลอดว่าไม่มีทางที่จะเรียน คณะที่เขาพยายามผลักไสมาตลอดทั้งชีวิต ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบแต่เพราะเขาไม่อยากเดินตามรอยธุรกิจของครอบครัว จนถึงวันที่เขาได้เห็นว่าที่บ้านเกิดปัญหาขึ้นมากมาย แม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่เคยบังคับแต่เขาก็อยากทำเพื่อให้พ่อแม่ดีใจที่จะมีคนมาสานต่อธุรกิจ

            ลงไว้เพราะคิดว่าไม่น่าจะติดแน่ๆ

            “กูคงหนีไม่พ้นจริงๆ” เขาหัวเราะออกมาก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆที่ดูไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าตัวพูด “อย่าทำหน้าแบบนั้นดิวะกูดีใจที่ติด

            “แต่มึงเคยบอกว่ามึงไม่ชอบ” หนึ่งขมวดคิ้วงง ภายใต้กรอบแว่นหนามีความห่วงใยปรากฏให้คนตรงหน้าเห็น

            ใช่…เขาไม่ชอบ

            บางทีกูก็ทำอะไรที่กูชอบไปหมดทุกอย่างไม่ได้

            “…”

            “ครอบครัวกูตอนนี้มันไม่ได้มีทางเลือกมาก

            “ไอ้สี่…”

            “ตอนนั้นกูอาจจะเคยต่อต้านแต่พอลองช่วยพ่อทำสวนดูมันก็ไม่แย่ กูอาจจะชอบมากกว่าเรียนสายสุขภาพเสียอีก” เขาหัวเราะออกมา

            พ่อแม่คงดีใจ

            เดี๋ยวกูจะปลูกผักปลอดสารพิษมาให้พวกมึงกินทุกวันเลยเป็นไง” เขาพูดติดตลกก่อนจะหันไปกอดเพื่อนทั้งสามคน

            “กูเชื่อว่ามึงทำได้ ไอ้สี่” สองพูดพร้อมกับขยับแขนเพื่อกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น

            “อืมอย่างน้อยมันก็ไม่แย่ไปทุกอย่าง

            “…”

            “เพราะมีพวกมึงอยู่กับกู

            “เออ อย่าทำซึ้ง เดี๋ยวไอ้หมอหมาร้องไห้” สามพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าหนึ่งที่ดูเหมือนจะร้องไห้ออกมา

            “กูเปล่า…เปล่าโว้ยยยยย” คนที่โดนพาดพิงถึงกับโวยออกมา

            เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางความดีใจของทั้งสี่คน แม้ว่าอาจจะไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกเรื่องแต่มันก็มีเรื่องดีในเรื่องร้ายๆอยู่เสมอ บุ๋นมองโทรศัพท์ที่ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นก่อนจะถอนหายใจ

            คงไม่ว่างจริงๆสินะหมอ…

           

            B : วันนี้ประกาศผลแอดมิชชั่น ผมติดคณะเกษตรศาสตร์

            B : :)

 

            คนที่กำลังตอบข้อความเพื่อนในกลุ่มถึงกับขมวดคิ้วกับข้อความที่เด้งขึ้นมาตรงแถบแจ้งเตือน มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจำเป็นต้องรู้

            บอกทำไม

            ฐานทัพมองข้อความที่คนชื่อแปลกส่งมาก่อนจะกดออกโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ฝั่งนั้นคงแค่บอกแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบจากเขา

            ทำอะไรวะไอ้หมอ” คินที่กำลังเล่นคอมพิวเตอร์อยู่หันมาถามเพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ปลายเตียงมาพักใหญ่

            “เปล่า” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับก่อนที่เขาจะโยนโทรศัพท์ไปอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวลงนอน “ง่วง

            “เอ้า มึงก็นอนสิครับเพื่อน

            “อืม

            ตาทั้งสองข้างของเขาหนักอึ้งจนแทบจะปิดลง ความเหนื่อยล้าจากการอ่านหนังสือมาทั้งวันทำให้เขาเลือกที่จะหยุดการอ่านไว้ก่อนที่สมองจะระเบิดออกมา

            ติ๊ง~

            อะไรอีก

            เขาตั้งคำถามอยู่ในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป โทรศัพท์ที่ถูกโยนไปกลางเตียงกลับมาอยู่ในมือเขาอีกครั้งพร้อมกับข้อความของคนเดิมที่เขาไม่ได้ตอบกลับไป

 

            B : ดึกแล้ว พักผ่อนเยอะๆ อย่าหักโหมนะ

            B : ฝันดีครับ

 

            หืมอย่าหักโหม

            อะไรของคนๆนี้ แปลก

           

            Thanthup : ครับ

 

            ตอบกลับไปเพราะคิดว่าอีกฝั่งคงรอคำตอบ ก็เขาเล่นอ่านไม่ตอบมาสองรอบแล้วถ้าทำอีกเป็นรอบที่สามก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย

            ช่างเถอะคงไม่ทักมาแล้ว

 

            B : ขอบคุณที่ตอบนะครับ

            B : *หมีสีน้ำตาลบิดตัวเขิน*

           

            “…” เขาค้างอยู่ที่หน้าต่างไลน์ตรงหน้านานเกือบหนึ่งนาทีก่อนจะปิดโทรศัพท์มือถือลงอีกครั้งแล้วโยนออกไปไกลว่าเดิม

            ง่วงนอน

           

            สมุดบันทึกเล็กๆที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อถูกเปิดออกพร้อมกับปากกาที่บรรจงเขียนตัวหนังสือที่คิดว่าอ่านง่ายที่สุดลงไปทีละข้อ

 

            วิธีจีบหมอ

 

            บุ๋นดูตั้งใจกว่าการรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยเสียอีก เขาเขียนตัวเลขข้อลงไปเรื่อยๆก่อนจะคิดไปถึงเรื่องที่สองพูดก่อนที่จะจากกัน

           

            วิธีที่หนึ่ง…ทฤษฏีเจ็ด

 

            จะได้ผลไหมวะ” เขาพึมพำกับตัวเองแต่ก็ไม่วายเขียนลงไปในข้อหนึ่งที่ยังว่างเปล่า

            ตอนนี้เขาคิดไม่ออกว่าควรจะทำยังไงต่อไป วิธีที่สองแนะนำก็ดูจะเข้าข่ายมากที่สุดที่เขาจะทำได้ในตอนนี้ ยังไงก็คงต้องลองทำไปก่อน

            เอาวะ! ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

            


            

           

---------------------------------
100 per
ขอบคุณสำหรับการตอบรับที่ดีสำหรับเรื่อง(ผม)จีบหมอนะคะ^^
เราพยายามเขียนแบบบุคคลที่สามบรรยายเป็นเรื่องแรก
อาจจะมีผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยน้า อยากจะให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของทุกตัวละคร
ฝากติดตามกันไปยาวๆด้วยนะคะ >________<
ปล. ขอกดเรทติ้งหน้านิยาย+คอมเม้นท์กันด้วยน้าาาาาาาา
มีความสุขทุกครั้งที่อ่านคอมเม้นท์จากนักอ่านนะคะ กำลังใจที่ดีมากจริงๆ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 786 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5798 Yaya Nadear (@yaya_nadear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 18:45
    หมอจะเย็นชาขนาดนี้ไม่ด้ายน้าาา
    #5798
    0
  2. #5788 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:59
    มีใครงงชื่อ หนึ่ง สอง สาม สี่ เหมือนเราบ้าง เหมือนแฝดสี่อะ
    #5788
    0
  3. #5776 Lolo02 (@Lolitar0002) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:54

    เอาใจช่วยน้องงงงงง

    #5776
    0
  4. #5732 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 20:50
    ฮือ มันเป็นช่วงแอดมินชั่นพอดี อย่างอิน5555555
    #5732
    0
  5. วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:45
    อดรู้สึกดีใจกับสี่หน่อไม่ได้ เราก็ลุ้นตัวโก่งว่าจะได้มอเดียวกันไหม ดีใจด้วย!!! //ปาดน้ำตา
    พี่หมอเขาก็ตอบอยู่นะ ะยายามต่อไปลูก!!

    ปล. พี่หมอนี่โคตรสเปคเรา
    หล่อ สูง เก่ง เรียนหมอ หน้านิ่ง เย็นชา มึนๆ น่ารัก //กรีดร้อง
    #5725
    0
  6. #5693 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 08:14

    ถึงพี่เค้าจะดูอึน ๆ แต่ก็พยายามเข้านะบุ๋น

    #5693
    0
  7. #5686 nongtiwcutie (@nongtiwcutie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 07:28
    พึ่งมาอ่านช่วงนี้เปิดเข้ามาเจอคำว่าแอดมิชชั่นเครียดเลยค่ะ555555555
    #5686
    0
  8. #5651 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:52
    สงสารน้องพี่-ุ่งๆสู้ต่อไปนะ
    #5651
    0
  9. #5601 happiinuss04 (@0934260751) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:14
    คณะเกษตร ไม่มีศาสตร์ๆ 555555
    #5601
    0
  10. #5539 «PhuengAugust» (@pvaugust) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:18
    ไปค่ะน้องบุ๋นนนน
    #5539
    0
  11. #5510 tk999 (@tk999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 09:39
    3 ติดคณะไรอ่าา
    #5510
    1
  12. #5502 Angely sugar (@0934753586) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 20:05
    หมอออคะหนูป่วย;). 55555
    #5502
    0
  13. #5438 FAFRAME (@jintaporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 10:09
    แก้หน่อยน้า เกษตรศาสตร์เป็นชื่อมหาวิทยาลัยไม่คณะน้า
    นิยายสนุกมากหมอเย็นชาเกิ๊นน
    #5438
    1
    • #5438-1 NaNoey3671 (@NaNoey3671) (จากตอนที่ 3)
      17 ตุลาคม 2561 / 00:11
      เป็นคณะด้วยไม่ใช่หรอคะ
      #5438-1
  14. #5403 ดekเบื่oโลk (@yaemdonprai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:11
    สงสารอะ 555
    #5403
    0
  15. #5299 nam-Sriyaphai (@nam6530) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:13
    ที่จริงก้ออยากเห็นอิมเมจนะ
    #5299
    0
  16. #5282 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:31
    พี่หมอสู้ๆ บุ๋นก็สู้ๆ
    #5282
    0
  17. #5272 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:05
    น่าร้ากกสู้ๆนะ
    #5272
    0
  18. #5208 vivioak (@vivioak) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:29
    เคยอ่านแล้วเหมือนกัน เย็นๆ เรื่อยๆ
    อ่านแล้ว healing มากๆ
    #5208
    0
  19. #5205 CalamaleParfait (@CalamaleParfait) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 11:11
    เคยอ่านแล้วรอบนึงง มาอ่านอีกรอบค่ะ > <
    #5205
    0
  20. #5119 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 10:30
    บุ๋นสู้ๆ เด้อ
    #5119
    0
  21. #5088 Verdaler' (@verda) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 15:44
    บุ๋นสู้วววววววววว5555
    #5088
    0
  22. #5087 Verdaler' (@verda) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 15:44
    บุ๋นสู้วววววววววว5555
    #5087
    0
  23. #5033 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 10:50
    หมอนิ่งมากกกก
    #5033
    0
  24. #5012 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 13:08
    หมอนิ่งจริงไรจริง พยายามเข้านะ
    #5012
    0
  25. #4988 แจงจุ้บ ' (@03082543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:15
    ทำไมเย็นชาแบบนี้ ฮือออ
    #4988
    0