(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 24 : 23 : จีบหมอครั้งที่ยี่สิบสอง 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 437 ครั้ง
    25 ธ.ค. 59

จีบหมอครั้งที่ยี่สิบสอง

 

            บุ๋นจอดจักรยานลงข้างฟุตบาทเพื่อรอหมอตามที่บอกโดยที่เดาไม่ออกเลยว่าหมอจะบอกอะไรกับเขากันแน่ ลึกๆแล้วเขาแอบหวั่นลึกๆกลัวจะเป็นเรื่องไม่ดีเพราะปกติหมอฐานทัพไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน เรื่องอะไรกันที่จำเป็นต้องบอกต่อหน้า

            และต้องบอกตอนนี้

            เขายืดเหยียดกล้ามเนื้ออีกครั้งหลังจากที่พึ่งเล่นบาสกับเพื่อนระหว่างรอหมอ ลมเย็นๆพัดกระทบใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก บุ๋นบิดขี้เกียจไปมาจนสายตาสะดุดเข้ากับร่างสูงที่เขาคุ้นเคย

            เจอกันอีกแล้ว

            “พี่ครับ!!!” บุ๋นตะโกนเรียกอย่างกับกลัวว่าร่างนั้นจะเดินหายไป

            คนที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดปากหันมามองช้าๆตามต้นเสียง บุ๋นไม่รู้เลยว่าใต้ผ้าปิดปากนั้นมีรอยยิ้มบางๆเผยออกมา เขายังคงตีเนียนทำตัวเป็นปกติก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินตรงไปยังบุ๋นที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม

            เก้าอี้ที่เคยนั่งคุยกัน

            ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” บุ๋นดูดีใจมากเป็นพิเศษเมื่อเห็นคนที่เขาไม่ได้เจอมานาน “พี่จำผมได้ไหมเนี่ย

            “จำได้” คนที่พึ่งเดินมาถึงเอ่ยตอบก่อนจะนั่งลงข้างๆ “มานั่งทำอะไรตรงนี้

            “อ่อ ผมมารอ…” บุ๋นชะงักไปนิดหนึ่งอย่างคนไม่กล้าพูด มารอแฟนครับ

            “หืม? มีแฟนแล้วหรอ

            “ครับ” บุ๋นยิ้มอย่างภูมิใจ “พี่ไม่ได้เจอผมนานเลยไม่รู้

            “อืม คงงั้น” คนที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดปากหัวเราะแล้วไหนแฟน

            “ยังไม่มาเลยครับ” บุ๋นพูดพร้อมชะเง้อคอมองตามทางว่าเมื่อไหร่หมอฐานทัพจะมา “พี่อยากเจอหรอ

            “อืม อยากเห็นว่าคนไหน

            “คนเดียวกับตอนนั้นไงครับ” รอยยิ้มแห่งความสุขเผยออกมา บุ๋นหันไปสบตาคนข้างๆ “คนที่ผมเคยเล่าให้พี่ฟังตั้งแต่วันแรก

            ความทรงจำเก่าๆย้อนคืนกลับมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คนข้างๆได้เพียงแต่นั่งเงียบๆเพื่อรอฟังเรื่องที่บุ๋นกำลังจะเล่าต่อ

            “ผมเจอกับพี่ครั้งแรกที่เซเว่นใช่ปะ วันนั้นอะคนที่ผมชอบเขาบอกว่าเขากำลังจะไปเซเว่น” บุ๋นคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นก็อดขำไม่ได้ ตลกตัวเองที่ดูร้อนรนกลัวไม่ได้เจอ

            ความจริงแล้วเรื่องนี้ตัวเขาเองเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินคนข้างๆเล่าเขาก็จำเรื่องราววันนั้นขึ้นมาได้ทันที วันที่คนข้างๆเหงื่อท่วมตัว ท่าทางเหนื่อยหอบเหมือนกำลังวิ่งตามหาอะไรสักอย่าง

            “ผมโคตรบ้าเลยพี่ เซเว่นในมอมีตั้งหลายที่ ผมขึ้นวินมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งเข้าออกเซเว่นเป็นว่าเล่นเลย แต่สุดท้ายก็คงคลาดกัน เหมือนยังไม่ถึงเวลาเจอก็เลยไม่เจอ

            “อืม

            “หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ละความพยายามนะ ผมเจอเขาครั้งแรกวันแรกพบของมหาวิทยาลัย ผมไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันในวันที่มีคนอยู่รวมกันเป็นพันๆ” ทุกครั้งเวลาพูดถึงหมอฐานทัพสีหน้าของบุ๋นจะแสดงออกถึงความรักความสุขที่เขาได้รับจากหมอเสมอ

            “เจอหรอ

            “ครับ เขาถือป้ายคณะแพทย์” บุ๋นตอบ “อยู่เฉยๆผมก็แย่มากพออยู่แล้ว ยิ่งถือป้ายยิ่งเด่นดิพี่ หัวใจแม่งเต้นโครมครามจนจะออกมาเต้นแอโรบิคได้อยู่แล้ว

            “ขนาดนั้นเลย” เขาหัวเราะออกมา

            “โห่พี่ ดูเหมือนเว่อร์นะแต่ในบรรยากาศตอนนั้นอะ มันมีเพลงขึ้นมาในหัวผมหลายเพลงมาก

            “…”

            “ตอนได้สบตานะ ผมคิดเลยว่าบุ๋นเว้นช่วงไปพักหนึ่งก่อนจะร้องเพลงออกมา แต่เราก็หากันจนเจอ มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา~”

            “แล้วเขารู้ตัวไหม?

            “ไม่รู้หรอกพี่ ผมเป็นคนเก็บอาการเก่ง” บุ๋นเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ

            “แล้วไปคบกันได้ยังไง

            “พี่เชื่อในเรื่องบังเอิญรึเปล่า?

            “ก็เชื่อ

            “แต่ผมไม่เชื่อ” บุ๋นตอบกลับแทบจะทันที “ทุกครั้งที่ผมเจอเขาอาจจะดูเหมือนเรื่องบังเอิญแต่ความจริงผมตั้งใจทั้งนั้นแหละ ทั้งขับจักรยานอ้อมมออ้างว่าออกกำลัง ทั้งแอบตามดูว่าเพื่อนๆเขาเช็คอินเฟสบุ๊คที่ไหนแล้วแอบตามไป

            “แล้วเขารู้ไหมว่าทำแบบนี้

            “โห้ยพี่จะไปรู้ได้ยังไง ถ้ารู้ผมก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น่าอายจะตาย

            “แล้วยังไงต่อ

            “แม่ผมจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ขับแต่ผมปฏิเสธไปเพราะผมอยากจะหาข้ออ้างในการใช้เวลาอยู่กับเขาให้นานกว่าเดิม เวลาที่ได้ปั่นจักรยานกลับด้วยกันเป็นอะไรที่โคตรดีเลยนะพี่รู้ไหม

            มันคือความจริงที่เขาคิด ถึงจะดูไร้สาระแต่มันคือความสุขของเขา

            “ผมรู้มาว่าเขาชอบกินแครอท ผมก็เลยโทรไปหาที่บ้านบอกว่าอยากปลูกแครอท จำได้ว่าช่วงนั้นศึกษาหลายที่เลยว่าปลูกยังไงแครอทถึงจะดูอวบอ้วนน่ากิน” บุ๋นเล่าอย่างภูมิใจ

            “แครอทเนี่ยนะ?

            “ครับถ้าจะให้ผมขอบคุณอะไรสักอย่างผมคงต้องขอบคุณเทพเจ้าแครอทที่ทำให้ผมจีบเขาสำเร็จ” บุ๋นหัวเราะออกมา ดูๆไปเขาก็ใช้แครอทในการเข้าหาหมอฐานทัพมาตลอด

            “…”

            “ผมเล่าข้ามไปตอนนึง ย้อนกลับไปวันที่ผมเจอเขาครั้งแรกอีกครั้งนะพี่” พอมีคนมารับฟังบุ๋นก็พูดออกมาไม่หยุด

            “อืม

            “วันนั้นผมได้เขียนชื่อผมลงบนหน้าผากเขาและชื่อเขาก็อยู่บนหน้าผากผม” บุ๋นยิ้มกว้าง “เชื่อปะพี่ ผมไม่อยากล้างหน้าเลย อยากจะให้ติดอยู่อย่างนั้นตลอดไป

            “แล้วล้างทำไม

            “สิวขึ้น” เขาหัวเราะออกมา “นี่ยังเสียดายไม่หายเลย

            “ไม่ถ่ายรูปเก็บไว้ล่ะ

            “โห จะเหลือหรอพี่” บุ๋นพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับเปิดรูปหน้าจอที่ตั้งค่าไว้ให้คนข้างๆดู

            ใบหน้าที่ดูมีความสุขยิ้มกว้างเต็มจอ นิ้วมือชี้ไปที่หน้าผากของตัวเองอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับชื่อที่เขียนไว้ แม้จะดูเลือนลางลงไปบ้างแต่ก็พออ่านออกว่า

            ‘ฐานทัพ

            “ฐานทัพผู้ชายหรอ

            “ครับ” เขาตอบกลับทันที “แฟนผมเป็นผู้ชาย

            “…”

            “เมื่อวันก่อนเกือบจะไม่คุยกับผมเพราะเขาเครียดเรื่องนี้” บุ๋นยังจำสีหน้าของหมอฐานทัพตอนที่พูดเรื่องนี้ได้ดี “ทั้งๆที่เขาไม่จำเป็นต้องเครียดเลย

            “…”

            “เพราะผมไม่เคยอายที่มีแฟนเป็นเขา

            “…”

            “เขาที่เป็นผู้ชายเหมือนผม

            คนข้างๆหันไปมองใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข รอยยิ้มที่เผยออกมาคงเป็นที่น่าอิจฉาสำหรับใครหลายๆคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแฟนของบุ๋นจะน่าอิจฉามากแค่ไหนกับความรักที่คนๆนี้มีให้

            “เขาทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นกับทุกๆการกระทำ

            “…”

            “ปากบอกว่าไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นได้ตลอด

            “ยังไง

            “วันประกวดดาวเดือนที่คณะ ผมชวนเขามาแต่เขาบอกว่าไม่แน่ใจ อาจจะไม่ได้ไปแต่พี่รู้ไหม เขามาทันเวลาที่ผมทำการแสดงความสามารถพิเศษพอดี

            “…”

            “เพลงที่ผมร้องผมก็ตั้งใจร้องให้เขาฟังและผมดีใจที่เขามาฟัง ความจริงวันนั้นผมเผื่อใจไว้แล้วว่าเขาอาจจะไม่มา แต่เขาก็มา

            “…”

            “วันแข่งบาสเขาบอกมาไม่ได้แน่ๆแต่เขาก็ยังมาก่อนที่ผมจะแข่งทั้งๆที่เป็นเวลาเรียนของเขา มันอาจจะดูธรรมดาแต่สำหรับคนเป็นหมอผมคิดว่าเวลาเรียนของเขาสำคัญ เขามาเพียงเพื่อจะบอกให้ผมสู้ ถึงจะไม่ได้อยู่ตลอดช่วงแข่ง แต่เขาก็รีบมาในวินาทีสุดท้ายก่อนจบเกมส์

            “…”

            “ผมชอบทุกอย่างที่เป็นเขา” บุ๋นยิ้มไม่หุบ “ทุกๆอย่างที่เขาทำมันทำให้ผมมองข้ามเรื่องเพศไป

            “…”

            “ผมรักเขา” บุ๋นหันไปสบตาคนข้างๆ เขาเพียงแค่อยากจะสื่อส่ารให้อีกคนได้เข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เรื่องวันนั้นของเขากับหมอฐานทัพมันพัฒนามาถึงจุดไหนแล้ว

            คนข้างๆที่เขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ…แต่กลับเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม

            อืม เชื่อแล้วว่ารัก

            “ผมเล่าซะยาวเลย ขอโทษด้วยนะครับ

            “ไม่เป็นไร อยากฟังอยู่แล้ว

            “ว่าแต่ผมจะถามพี่นานแล้ว ทำไมเวลาเจอกันพี่ถึงใส่ผ้าปิดปากตลอดเขาสงสัยมานานแล้วแต่แค่ไม่รู้ว่าจะถามยังไง

            บังเอิญมั้ง

            “สำหรับผมคำว่าบังเอิญคือความตั้งใจ

            “อืมงั้นก็คงตั้งใจ

            “โหอะไรเนี่ยพี่ ผมงงไปหมดแล้ว” บุ๋นหัวเราะออกมาก่อนจะกดโทรศัพท์เพื่อดูเวลา    

            นี่ก็ผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วทำไมหมอฐานทัพยังไม่มา

            “แฟนเมื่อไหร่จะมา” เขาถามออกไป

            “นั่นสิครับ ผมก็ไม่รู้” บุ๋นพูดพร้อมกับกดเบอร์โทรศัพท์เพื่อที่จะโทรหา “เขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ผมยังไม่รู้เลยว่าจะคุยอะไร

            “หืม ทำไมถึงนัดคุยที่นี่” 

            “ผมไม่รู้ครับ สงสัยเรื่องด่วนมั้ง

            “ด่วนหรอ ไม่รู้สึกแปลกๆหรอ” 

            “แปลกยังไงครับ?” บุ๋นถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ

            “ไม่รู้สิ เคยเพื่อนนัดแฟนมาแล้วบอกมีเรื่องด่วน สุดท้ายก็นัดมาบอกเลิก” 

            “พี่อย่าพูดแบบนี้ดิ ผมกลัวนะ

            “กลัวอะไร

            “ไม่รู้ กลัวไปหมด

            “กลัวโดนทิ้งหรอ

            “พี่!!!” บุ๋นเอ่ยเสียงหลง เอาจริงๆก็ไม่ได้คิดไปไกลถึงขั้นนั้นแต่ว่าน้ำเสียงของหมอฐานทัพที่เขาได้ยินก็อดทำให้คิดไม่ได้

            จะบอกเรื่องอะไรกันแน่

            ลองโทรไปดิ

            “…”

            “ถ้าโทรไปแล้วไม่รับก็เผื่อใจไว้หน่อยนะ

            “โหพี่ทำไมให้กำลังใจกันแบบนี้…” บุ๋นกดโทรออกด้วยหัวใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆ เขาค่อยๆยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

            

            เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

 

            ไม่นะ

            “ปิดเครื่องว่ะพี่” คนที่ร่าเริงก่อนหน้านี้หน้าถอดสีเมื่ออีกฝ่ายปิดเครื่อง “ทำไมปิดเครื่อง ปกติก็ไม่ปิดเครื่อง” ความร้อนรนเริ่มเข้ามาแทนที่

            “ถ้าปิดเครื่องแบบนี้…”

            “ไม่นะพี่ ไม่ อย่าพูดมันออกมา” บุ๋นเริ่มใจเสีย เขากดโทรออกซ้ำๆแต่ปลายสายก็ยังคงเป็นคำเดิม

            หมอปิดเครื่อง…

            “ทำยังไงดีพี่ โทรศัพท์ปิดเครื่อง เขาเป็นอะไรไปรึเปล่า” บุ๋นเริ่มกระวนกระวาย “หรือผมควรจะขับไปหาดี ผมทำยังไงดี”

            “ใจเย็น”

            “จะเย็นลงได้ไงวะพี่” บุ๋นเอ่ยเสียงสั่น “ผมกลัว

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนข้างๆที่เครียดแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้เขาเองทำตัวไม่ถูก เสียงลมหายใจพ่นออกมาช้าๆก่อนที่สมองจะค่อยๆคิดคำพูดที่จะพูดต่อ

            “ถ้าไปหาแล้วสวนกันจะทำยังไง

            “แล้วจะให้ผมรออยู่ตรงนี้หรอครับ” แม้ว่าจะกระวนกระวายแค่ไหนแต่บุ๋นก็พยายามควบคุมตัวเอง หมอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

            “ทำไมถึงมั่นใจ

            “เพราะผมรู้ว่าพี่ฐานทัพเป็นคนยังไง” บุ๋นกดโทรศัพท์โทรออกอีกครั้งแต่ยังเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติเหมือนเดิม

            ความคิดเขาเข้าข้างตัวเองว่าหมอแบตหมด

            พยายามคิด…

            “เดี๋ยวก็คงมา อาจจะใกล้ถึงแล้ว”

            “ผม…” เสียงบุ๋นอ่อนลง “กลัวว่ะพี่

            “…”

            “แค่คิดไปก่อนก็กลัวจะแย่แล้ว” บุ๋นก้มหน้าลงกับขาทั้งสองข้าง มือสั่นระริกราวกับว่าต้องการทำอะไรสักอย่าง

            เขากำลังจิตตก

            “ใจเย็นก่อน

            “ความจริงผมกลัวมาตลอดเลยนะพี่รู้ไหม” บุ๋นตัดสินใจเล่าสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดออกมา “ถึงแม้ผมจะไม่เคยแสดงออกแต่ลึกๆแล้วผมกลัว

            “…”

            “ทุกครั้งที่เจอหน้ากันผมมักจะคิดตลอดว่าเขาจะพูดเรื่องนี้ไหม เขาจะเข้าใจรึเปล่าว่าผมรู้สึกกับเขามากแค่ไหน” เสียงของเขาเริ่มสั่นคล้ายกับเก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

            “เขารู้ไหม

            “ผมไม่ให้เขารู้” เสียงสะอึกที่ดังออกมาจากคนข้างๆตัวเริ่มทำให้ใบหน้าภายใต้ผ้าปิดปากเริ่มตึงเครียดตาม “ให้ผมคิดมากคนเดียวยังดีซะกว่าให้เขาคิดด้วย

            “ทำไม

            “ไม่อยากให้เขาเครียดเพราะผม” บุ๋นตอบ “แค่เรื่องเรียนมันก็หนักมากพอแล้ว ผมไม่อยากให้ผมเป็นหนึ่งในปัญหาของเขา

            “…”

            “อยากให้เขาคบกับผมแล้วมีความสุข ไม่มีเรื่องให้ต้องคิด

            “…”

            “ผมกลัวไปหมด” เสียงสะอื้นที่น้อยครั้งจะได้ยินจากคนที่ดูเข้มแข็งดังออกมาภายใต้ใบหน้าที่ฟุบอยู่กับหน้าขาของตัวเอง 

            บุ๋นเก็บความรู้สึกกลัวไว้ลึกจนความรู้สึกนั้นเริ่มเอ่อล้นจนเก็บต่อไปไม่ไหว ความจริงแล้วเขาคิดมาตลอดแต่เขาเลือกที่จะเก็บ เลือกที่จะบอกตัวเองว่าเขาคิดมากเกินไป เลือกที่จะมองว่าความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น

            เขาไม่มีทางทำให้หมอเห็นว่าเขาอ่อนแอ

            “หมอเขาจะบอกเลิกผมจริงๆหรอ” เสียงที่เอ่ยออกมาตามไรฟันหากแต่อีกคนที่ได้ยินถึงกับรู้สึกเจ็บแปล๊บที่อก

            ไม่เคยคิดจะบอกเลิก

            ไม่เคย

            “ผม…” บุ๋นค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เขาอ่อนแอเหลือเกิน

            เขากลัว

            “ทำไมถึงกลัว

            “รักมาก” คำพูดที่หนักแน่นและมั่นคงพูดออกมาจากปากของคนที่ไม่เคยต้องหยุดคิดนาน แววตาที่แม้จะเปื้อนคราบน้ำตาแต่คำพูดนั้นยืนยันได้จากสายตาที่มองมา

            รู้แล้ว รู้ทุกอย่าง

            “ใจเย็นๆ” เขาปลอบคนข้างๆอย่างคนไม่เคยปลอบใครมาก่อน เขาทำไม่เป็นและเขารู้สึกว่าเขาควรจะหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่

            “ผม…”

            หลับตา

            “…”

            “จะได้ใจเย็นขึ้น

            “ครับ” บุ๋นรับคำอย่างว่าง่าย ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆปิดลงตามที่คนข้างตัวบอก

            ฐานทัพถอดผ้าปิดปากออก มือเย็นเฉียบค่อยๆเอื้อมไปจับใบหน้าที่ยังคงมีคราบน้ำตา ความรู้สึกผิดแผ่ซ่านจนไร้คำพูดใดๆที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา เขาค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบ บุ๋นลืมตาขึ้นมาช้าๆด้วยความตกใจ หัวใจเขาหล่นไปที่ตาตุ่มทันทีที่เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขามาตลอด

            คือหมอฐานทัพ

            ดวงตาทั้งสองข้างหลับลงอีกครั้งพร้อมรับสัมผัสที่อ่อนโยน ไร้การรุกล้ำใดๆมีเพียงความอบอุ่นของริมฝีปากที่ส่งผ่านกันและกัน ฐานทัพค่อยๆถอนริมฝีปากออกก่อนจะมองหน้าบุ๋นชัดๆแม้ว่าตัวเขาเองจะทำตัวไม่ถูกหลังจากที่จูบคนตรงหน้า

            ไม่ต้องพูดอะไร

            “…”

            “ครั้งนี้ให้พี่ เป็นคนพูด” สรรพนามครั้งแรกที่ฐานทัพใช้เรียกแทนตัวเองกับบุ๋นทำเอาคนที่ยังอึ้งไม่หายกลับอึ้งหนักกว่าเดิม

            บุ๋นนั่งตัวแข็งราวกับถูกสต๊าฟไว้ให้อยู่ให้ท่าเดิม เขากระพริบตาปริบๆสองครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ความคิดตีวุ่นกันอยู่ในหัวจนสุดท้ายเขาได้ข้อสรุปทุกอย่าง

            ที่ผ่านมาคนที่เขาเจอมาตลอด…คือหมอฐานทัพ

            ไม่คิดว่าจะร้องไห้” ฐานทัพพูดออกมา เขาวางมือตัวเองลงบนมือของบุ๋นแล้วบีบแน่น “ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง

            “…” บุ๋นไม่ได้ตอบอะไร เขานั่งฟังหมอฐานทัพเงียบๆเพราะเป็นครั้งแรกที่หมอเป็นฝ่ายพูดออกมา

            ความจริงจะบอกเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส

            “เรื่องที่พี่กับผม…”

            “อืม” เขาพยักหน้า

            “…”

            “ครั้งแรกที่เจอกันไม่ใช่ที่งานแรกพบแต่เป็นหน้าเซเว่น

            “…”

            “ที่ตอนนั้นวิ่งหาพี่จนเหงื่อท่วมตัว

            “พี่จำได้…”

            “ครับ” ฐานทัพระบายยิ้มบางๆ “เกือบลืม

            “แสดงว่าพี่รู้มาตลอดว่าผมคิดยังไงกับพี่งั้นหรอ”

            “เปล่า ไม่รู้” ถึงเขาจะเจอบุ๋นตั้งแต่ตอนนั้นแต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าคนที่บุ๋นพูดถึงจะเป็นตัวเขา

            “…”

            “ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้” ฐานทัพหันไปมองหน้าของบุ๋นที่ดวงตายังแดงก่ำแม้ว่าจะดีขึ้นจากตอนแรกมากแต่เขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี “แค่อยากฟังสิ่งที่คิด

            “…”

            “ถ้าไม่ทำก็คงไม่รู้ว่าคิดมากขนาดนี้

            “…”

            “เคยบอกเองว่ามีอะไรให้บอกแล้วทำไมไม่เคยบอกว่ารู้สึกยังไง” ไม่ใช่แค่บุ๋นที่ห่วงเขา

            “…”

            “ทำไมต้องเก็บไว้คนเดียว

            ฐานทัพเองก็พอดูออกว่าลึกๆแล้วบุ๋นมีอะไรที่ยังไม่บอกเขาและเขาก็รอมาตลอดว่าเมื่อไหร่บุ๋นจะพูด เขาเองก็ห่วงบุ๋นไม่น้อยไปกว่าที่บุ๋นห่วงเขา

            แค่เขาพูดไม่เก่ง แสดงออกไม่เป็น

            “ผมไม่อยากให้พี่เครียด มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง

            “อืม” บุ๋นมักจะคิดถึงเขาก่อนตัวเองเสมอ “ถ้าเครียดก็เครียดไปด้วยกัน

            “…”

            “ไม่ปล่อยให้เครียดคนเดียวหรอก

            บุ๋นขยับเข้าไปใกล้หมอฐานทัพมากกว่าเดิม แขนข้างที่ยังว่างอยู่ดึงหมอเข้ามากอดไว้แน่น ความอัดอั้นที่เขากักเก็บมาถูกปล่อยออกมาหมด ไร้ความกังวลใดๆเมื่อมีคนที่เขารักอยู่ในอ้อมแขนคู่นี้

            รัก

            “ไม่ร้องไห้” ฐานทัพกอดตอบแน่น “ไม่อยากให้ร้อง

            “…”

            “ขอโทษ

            “ผมไม่โกรธพี่หรอก” บุ๋นพูดเสียงอู้อี้ “ผมอายมากกว่าที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้พร้อมกัน

            “หืม?” ฐานทัพถาม อายอะไร

            “ผมพูดทุกอย่างไปหมดเลย พี่รู้ทุกอย่างหมดแล้ว มันเป็นเรื่องน่าอาย

            “ไม่หรอก” ฐานทัพหัวเราะ ถึงแม้บางเรื่องที่เขาได้ฟังจะทำให้เขาตกใจไปบ้างแต่มันก็ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความพยายามของบุ๋น

            “…”

            “น่ารักดี

            “พี่จะหัวเราะผมทำไม ผมอาย” บุ๋นมุดหน้าจนไม่รู้จะมุดยังไง เขารู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้า ไม่เคยอายจนรู้สึกทรมานแบบนี้มาก่อน

            หมดกันบุ๋น…หมดทุกอย่าง

            คินแนะนำมาว่าให้มาบอกแบบนี้

            “พี่คินอีกแล้วหรอครับ

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้าช้าๆ

            “แล้ว…”

            “…”

            “เรื่องจูบ พี่คินแนะนำมารึเปล่าครับ

            “เปล่า ไม่มีใครแนะนำ…”

            “…”

            “ทำเอง

            คำตอบที่ได้ยินยิ่งทำให้อีกคนเขินจนไม่กล้าสู้หน้า บุ๋นก้มหน้าไม่ยอมเงยจนฐานทัพยกมือขึ้นมายีหัวบุ๋นเบาๆอย่างนึกเอ็นดู เขาไม่เคยเห็นบุ๋นในมุมนี้

            “ไม่เท่เลย พูดไปซะหมดเปลือก พี่ก็รู้หมดว่าผมเตรียมการมานานแค่ไหน” 

            “ดีใจที่ได้รู้

            “ทำไมครับ

            “อยากรู้

            ฐานทัพนึกขอบคุณเพื่อนสนิทตัวเองในใจ ถ้าคินไม่แนะนำเขาก็คงไม่รู้ความรู้สึกของบุ๋นทั้งหมด ครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้คิน

 

            ย้อนกลับไปเมื่อตอนเย็น

            ร่างของนักศึกษาแพทย์เดินออกมาจากห้องเรียนที่ใช้ในการสอบย่อยอย่างคนไร้วิญญาณ แม้จะเป็นการสอบย่อยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะง่ายกว่าการสอบหลักซึ่งนั่นทำให้พวกเขาหมดพลังในการทำข้อสอบไปมากพอสมควร

            “ยากโคตรๆ” คินบ่นออกมาพร้อมกับหันไปทำตาขวางใส่เพื่อนที่เดินตามออกมาเงียบๆ “มึงคงทำได้สินะไอ้หมอ

            “อืม” ฐานทัพรับคำเหมือนทุกๆครั้งที่เขาทำ เวลาทำได้ก็บอกทำได้ไม่เห็นต้องโกหกว่าทำไม่ได้ “บางข้อก็ไม่ค่อยมั่นใจ

            “กี่ข้อ” คินถาม

            “ข้อเดียว

            “โว้ะ!!!!” คำตอบของฐานทัพเรียกเสียงบ่นจากเพื่อนได้เสมอ คินหันไปหาปกป้องที่เดินตามออกมาเงียบๆ แล้วมึงเป็นไง

            “กูหิวข้าว” ปกป้องตอบ “ตกลงวันนี้กินร้านไหน

            “ร้านประจำก็ได้ ตอนนี้สมองกูขาวโพลนแทบจะไม่สามารถคิดวางแผนอะไรได้อีก

            “เออตามนั้น

            ทั้งสามคนเดินทางมายังร้านประจำหน้ามอก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน วันนี้คนค่อนข้างบางตาแต่ก็ยังพอมีตามร้านบ้างประปราย ทั้งสามสั่งเมนูง่ายๆก่อนที่คินจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง

            “ไหวปะมึง” ปกป้องที่นั่งอยู่ข้างๆถามพร้อมกับยกขวดน้ำเย็นวางลงบนแขนเพื่อนสนิท

            “อย่ามายุ่งกับกู…” น้ำเสียงอิดโรยตอบออกมาคล้ายคนใกล้จะสิ้นลมหายใจ

            อย่าเว่อร์น่า” ปกป้องหัวเราะออกมาก่อนจะหันไปมองฐานทัพที่มองไปรอบๆร้านไม่ได้หยุดสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษ “แล้วบุ๋นล่ะ?

            “วันนี้ไม่ได้เจอกัน บุ๋นทำงาน

            “ปกติน้องมันจะตามมาตลอดไม่ใช่หรอวะ

            “อืม ครั้งนี้คงยุ่งจริงๆ

            “รู้ใจกันจังเลยนะ” คนที่ฟุบลงไปรีบเงยหน้าขึ้นมาพาลใส่เพื่อน “พึ่งคบกันได้ไม่นานเหมือนจะรู้ใจกันหมดเลยนะ หึ!!!”

            “อะไรของมึง” ปกป้องหันไปถามอย่างงงๆ

            “เปล๊า!!”

            “มีเรื่องนึงที่บุ๋นยังไม่รู้” ฐานทัพที่ไม่ได้รับรู้ว่าเพื่อนกำลังประชดอยู่ตอบออกไปด้วยท่าทางใสซื่อ

            “เรื่องอะไรวะ…” สภาพเหมือนคนใกล้ตายหายไปในพริบตาเมื่อได้รับข่าวสารใหม่ที่ตัวเองยังไม่เคยรู้ คินไม่เคยพลาดเรื่องของคนอื่น

            ไม่ค่อยอยากรู้เลยนะมึง” ปกป้องส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา

            “เรื่องผ้าปิดปาก” ฐานทัพบอกออกไปอย่างไม่มีปิดบัง

            “ฮะ? ผ้าปิดปาก อะไรวะ” คินงงหนักกว่าเดิมเมื่อเรื่องที่ได้ยินไม่สามารถให้เขาเดาเรื่องต่อได้เลย

            “คือ…” 

            ฐานทัพค่อยๆเรียงลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอบุ๋นให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง ทุกรายละเอียด ทุกการกระทำของบุ๋นเท่าที่ตัวเขาเองพอจะจำได้

            สิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมบุ๋นไม่รู้ว่าเป็นเขา

            อ่ออออออออออ” คินร้องออกมาเสียงดังก่อนจะตบมือแปะใหญ่เหมือนคิดอะไรออก “กูว่ากูคิดอะไรออก

            “อะไร” ฐานทัพถามกลับ

            เห็นสายตาคินแล้วแอบไม่มั่นใจแปลกๆ

            “มึงก็เรียกน้องมาคุยเลยแล้วแกล้งใส่ผ้าปิดปาก ลองดูว่าจะจำได้ไหม” คินยิ้มอย่างมั่นใจ “ถ้าจำไม่ได้มึงก็ชวนคุยตามน้ำแล้วลองถามไปเรื่อยๆ ถ้าเคยเจอกันมาก่อนกูว่ามันต้องเล่าอะไรบ้างแหละ

            “เล่าอะไร” เขาถามกลับ

            “กูจะรู้ไหมเนี่ย” คินตอบ “หรือไม่มึงก็แกล้งปั่นว่าบางทีที่นัดมาอาจจะนัดมาบอกเลิกแล้วลองดูปฏิกิริยา

            “แรงไปปะวะ” ปกป้องที่นั่งอยู่ข้างๆแทรกขึ้น

            “นั่นดิ

            “ก็อย่าทำให้มันแรง ไม่รู้เว้ยมันอยู่ที่มึงว่าอยากจะรู้รึเปล่าว่าน้องจริงจังกับมึงมากแค่ไหน” 

            “…”

            “กูว่าคนอย่างบุ๋นต่อให้มึงทำอะไรน้องมันก็ไม่โกรธ

            “…”

            “ถ้าเรื่องนี้คือเรื่องสุดท้ายที่บุ๋นยังไม่รู้มึงก็ควรจะรีบบอก

            “อืม รู้

            “แต่ถ้าบอกแบบเซอร์ไพรส์มันก็น่าตื่นเต้นดีนะ

            “แล้วถ้าบอกเสร็จต้องทำไงต่อ

            “นี่ตกลงใครเป็นแฟนบุ๋นวะ คิดเองสิโว้ยยยยยยยย!!!!” คินโวยวายเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาหารมาเสริฟพอดีเขาเลยหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น

            ทำไงต่อ

            แล้วต้องทำไงต่อ

            คนเป็นแฟนกันเขาต้องทำอะไรต่อ

            คิดสิ ฐานทัพ

 

            คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ” บุ๋นค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนตรงหน้าทำให้ฐานทัพที่คิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นกลับาสู่ปัจจุบัน

            “อืม ไม่ทำแล้ว

            “ผมเสียใจ

            “ขอโทษ

            “เปลี่ยนจากขอโทษเป็นแบบเมื่อกี้ได้ไหม?” ความเจ้าเล่ห์เข้าสิงเมื่อเห็นว่าหมอมีท่าทีรู้สึกผิด “ผมคงจะหายเสียใจ

            “บุ๋น” ฐานทัพเรียกชื่อบุ๋นสั้นๆ

            “ครับ?

            “อย่าเนียน

            “อ่าว…”

            ทำไมครั้งนี้หมอไม่พูดง่ายเหมือนครั้งนั้น…ทีตอนนั้นเขาบอกให้กอดหมอยังยอมกอดง่ายๆเลย

            “เรื่องนั้นทำปีละครั้งก็พอ จะได้สำคัญ”

            “พี่หมายถึง?” บุ๋นกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่

            “ที่ทำเมื่อกี้” ฐานทัพยิ้มออกมา

            “เห้ย ได้ไงพี่ มันไม่นานไปหน่อยหรอ” บุ๋นท้วงอย่างไม่ยอม ใครเป็นคนบอกหมอว่าจูบกันปีละครั้งแล้วมันจะทำให้สำคัญ

            จูบทุกวันก็สำคัญโว้ยยยยยยยย!!!!

            ปีละครั้ง

            ทนไม่ได้หรอกนะ บุ๋นทนไม่ได้!!!!!

            “กลับเถอะ ดึกแล้ว” ฐานทัพเตรียมจะลุกขึ้นแต่โดนมือของอีกคนดึงไว้ให้กลับลงมานั่งเหมือนเดิม 

            “ยังไม่อยากกลับ ผมอยากอยู่ตรงนี้ฟังความรู้สึกจากพี่บ้าง

            “เรื่องอะไร?

            “วันแรกที่เราเจอกันหน้าเซเว่นพี่มองผมเป็นคนยังไง แล้วทำไมพี่ไม่บอกผมตั้งแต่แรกว่าพี่กับคนที่ใส่ผ้าปิดปากคือคนเดียวกัน

            “ต้องถามกลับว่าทำไมจำไม่ได้

            “ผมตอบไม่ได้” บุ๋นเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงจำหมอฐานทัพไม่ได้ทั้งๆที่หมอแค่ใส่ผ้าปิดปาก

            อาจเพราะเขาเจอหมอแบบที่ใส่ผ้าก่อนที่จะเจอแบบหน้าเต็มเลยทำให้เขาคุ้นชินกับหน้าปกติมากกว่าหน้าตอนหมอใส่ผ้าปิดปาก

            แต่ยังไงก็อดโกรธตัวเองไม่ได้…หมอคงเสียใจที่เขาจำไม่ได้

            ไม่เป็นไร” เมื่อเห็นสีหน้าที่เริ่มกลับมาเครียดฐานทัพก็พูดเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น

            วันแรกที่เจอบุ๋นงั้นหรอ…

            “วันแรกที่เจอรู้สึกว่าคนอะไรพูดอยู่คนเดียว ขี้บ่น” เขานึกถึงวันแรกก็อดหัวเราะไม่ได้ บุ๋นเอาแต่พูดให้เขาฟังโดยไม่รอฟังคำตอบจากเขา

            “หลังจากนั้นที่เจอก็รู้สึกว่าเพี้ยน ประหลาด ติ๊งต๊อง

            “โหแต่ละอย่าง น่าประทับใจมากเลยครับ” บุ๋นหัวเราะแห้งๆ

            “เรื่องไลน์ที่ไม่ได้ตอบ” ฐานทัพพึ่งนึกขึ้นได้ 

            เขาหยิบโทรศัพท์ตัวเองที่ไม่รู้ว่าไปปิดเครื่องตอนไหนออกมาก่อนจะกดเปิดเครื่อง หน้าจอสว่างเป็นรูปแบตเตอรี่ที่ถูกใช้จนหมดเพราะเมื่อคืนเขาลืมชาจแบต นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้บุ๋นโทรหาเขาไม่ติด

            “ขอยืมมือถือหน่อย” ฐานทัพแบมือไปตรงหน้าคนที่กำลังรอฟังอยู่

            บุ๋นกดปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะยื่นให้หมอฐานทัพ ภาพพื้นหลังโทรศัพท์มือถือที่เป็นรูปแปลงแครอททำให้เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ฐานทัพกดเข้าไปยังแอพพลิเคชั่นไลน์ที่อยู่หน้าแรกสุดก่อนจะมองหาแชทของเขากับบุ๋นแต่เขาไม่ต้องหาให้เสียเวลาในเมื่อชื่อของเขาถูกปักหมุดให้อยู่แชทแรกสุดของการสนทนา

            แชทแรกสุด…แชทที่เขาไม่ได้ตอบมานาน

            ข้อความที่บุ๋นเป็นคนส่งอยู่ฝ่ายเดียวถูกขึ้นว่าอ่านแล้ว ฐานทัพเลื่อนดูข้อความก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เขามีสาเหตุที่เขาไม่ตอบ

            ใครสอนให้ส่งรูปพวกนี้” ฐานทัพเลื่อนขึ้นไปเกือบบนสุดของบทสนทนา

            รูปภาพสวัสดีวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ที่บุ๋นขยันส่งให้เขาทุกวันปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับข้อความคล้ายๆกันในทุกๆวัน ฐานทัพเลื่อนนิ้วจนมาถึงรูปสุดท้ายก่อนจะหันไปมองหน้าบุ๋น

            ใครสอน

            “ไม่มีครับ” บุ๋นตอบอย่างใสซื่อ “ก็ผมเห็นไลน์ครอบครัวชอบส่งกันก็เลยคิดว่าน่ารักดี

            “กลัว” ฐานทัพพูดออกมาคำเดียว “ประหลาดจนไม่กล้าตอบกลับ

            “อ่าว แล้วทำไมพี่ไม่บอกผม” 

            “กลัวเสียน้ำใจ

            “พี่ก็เลยอ่านไม่ตอบเลยหรอครับ” บุ๋นถามเสียงเบา ความจริงแล้วเขาก็แอบเสียใจที่หมอฐานทัพตอบเขากลับมานับครั้งได้

            ถึงจะผ่านช่วงทฤษฏีเจ็ดไปแล้วเขาก็ยังคอยส่งไปหาหมอบ้างเป็นบางครั้ง แต่หมอไม่เคยตอบเขาอีกเลย

            “ไม่รู้จะตอบว่าอะไร เจอกันทุกวัน

            “…” 

            “คุยต่อหน้าดีกว่า

            “แล้วถ้าพี่รู้ว่าไลน์นี้คือผมทำไมไม่ตอบกลับมา

            “กลัวจะอาย ก็โกโก้เคยมาขอไลน์แล้วบอกว่ามีคนมาขอไลน์ให้เพื่อน แต่ความจริงขอให้ตัวเอง” ฐานทัพปรายตามองคนที่กำลังหน้าแดงเพราะความจริงที่ค่อยๆปรากฏออกมา

            “…”

            “เลยส่งข้อความแทน จะได้ไม่ต้องอาย

            “มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวผมจะอายแล้วมั้ง” บุ๋นหันหน้าไปอีกทาง รู้สึกเหมือนวันนี้ความจริงหลายๆอย่างค่อยๆเปิดเผยออกมา

            เขาก็งงมาตั้งนานว่าทำไมหมอถึงเลือกที่จะคุยทางข้อความแทนไลน์ ตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว ที่เลือกส่งข้อความเพราะคิดว่าถ้าส่งทางไลน์หมายถึงหมอรู้ทุกอย่างหมดแล้วและจะทำให้ตัวเขาอาย

            ใช่…เขาอายจริงๆ

            ตอนแรกก็จำไม่ได้หรอกว่าใครถึงจะเคยแนะนำชื่อ แต่ตอนนั้นสงสัยก็เลยลองเปิดดูแล้วก็เห็นตั้งรูปเป็นรูปตัวเอง” ฐานทัพอธิบายยาวเพื่อให้บุ๋นเข้าใจได้ชัดเจน

            ชัดเจน…ชัดเจนจริงๆ

            นั่นสินะ เขาเปลี่ยนเป็นรูปตัวเองเพราะคิดว่าหมอคงไม่ตอบกลับมาอีกแล้ว

            ไอ้บุ๋นเอ้ยยยยยยยยยย หมดกัน!!!!

            “งั้นพี่ก็รู้มาสักพักแล้วว่าผมคือคนที่ส่งรูปสวัสดีให้พี่ทุกๆวัน…”

            “อืม

            “แสดงว่าผมไม่เนียนเลย…”

            “อืม

            “ผม…ผม…ผมอาย” บุ๋นติดอ่าง เขาเด้งตัวลุกขึ้นก่อนจะขยับออกห่างหมอฐานทัพออกไปสามสี่ก้าว ความจริงถ้าวิ่งออกไปได้คงวิ่งออกไปไกลที่สุด

            “ไม่ต้องอาย ดีใจที่ได้ฟังทั้งหมด”       

            “…”

            “จะว่าไปก็แอบโรคจิตเหมือนกันนะ


 

 




-----------------------------
ความจริงออกตัวก่อนเลยว่าเป็นคนชอบแต่งนิยายดราม่า
แนวเรื่องนี้เป็นความแปลกใหม่ที่เราแต่ง เราก็คิดว่าเอ...จะแต่งให้ครบรสยังไงดี
แต่นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปมดราม่าไม่เยอะจริงๆค่ะ
อาจเพราะบุคลิกของตัวละครที่เราไม่สามารถจะทำอะไรเขาทั้งสองได้
ตอนนี้เราก็ได้เห็นมุมมองของบุ๋นเยอะขึ้นเนอะ มันดูมีคุณค่าอย่างบอกไม่ถูก
หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบกับตอนนี้ที่เราตั้งใจเขียนมากนะคะ

ไหน ใครอยากให้หมอฐานทัพเรียกแทนตัวเองว่าพี่บ้าง? เค้าคนนึงแหละ เขินจัง-///////-

จากคราวที่แล้วที่หลายๆคนคิดว่าจะดราม่า.....
อะมาถึงตรงนี้ก็คงเบาใจกันแล้วเนอะ :)
ตอนนี้เป็นอีกหนึ่งตอนที่คิดว่าจะแต่งมาตั้งแต่เริ่มเรื่องแรกๆ
อยากให้หมอฐานทัพรับรู้ถึงสิ่งที่บุ๋นคิดโดยผ่านตัวเองที่บุ๋นยังไม่รู้ (?)
ขอบคุณที่ยังรอกันนะคะ ดีใจที่ได้อ่านคอมเม้นท์ของทุกคนน้าาา
ขอให้ทุกคนมีความสุขไปกับหมอและบุ๋นนะคะะะะ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่น่ารักๆเสมอมา ^^

สามารถพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจ Perlina. หรือทางทวิตเตอร์ @perlinjun
ติดแฮชแท็ก #ผมจีบหมอ กันด้วยน้า เค้าจะเข้าไปรีทวิตตต >////////<
ไว้เจอกันใหม่จ้าาาาา ไปแล้วววว ฟิ้วววววววว~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 437 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5801 nooriin_ (@nooriin_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 19:30
    โอ้ยยย ยอมใจความจูบปีล่ะครั้งของพี่หมอ ไม่รู้ได้ความคิดนี้มาจากหนายย55
    #5801
    0
  2. #5753 napa_toey (@napa_toey) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:32
    หมอเข้าใจคำว่าโรคจิตด้วย??
    อ่อ ลืมไปเป็นหมอนี่เนอะ
    #5753
    0
  3. #5717 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 16:10

    ทำน้องเสียน้ำตาเลยนะพี่หมอ

    #5717
    0
  4. #5621 dekdkorat25 (@dekdkorat25) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:23
    ตอนจูบไม่ยักกะตกใจ
    #5621
    0
  5. #5609 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:08
    จะว่าไปมันก็ผ่านมานานเหมือนกันนะเป็นนิยายที่มีเรื่องราวน่าจดจำเยอะเลย กว่าจะผ่านมาถึงจุดนี้ ความทรงจำดีๆทั้งนั้น
    #5609
    0
  6. #5560 parada3346 (@parada3346) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 14:24
    โคตรดี ตอนบุ๋นรองไห้ นี่ร้องตามเลย ฮือออละมุน
    #5560
    0
  7. #5532 NinrawanNinlong (@NinrawanNinlong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:09
    อ่านไปยิ้มไปมีความสุข
    #5532
    0
  8. #5530 galepn (@galepn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 17:23
    นี่จิ้น ป้องคิน หลายตอนแล้วนะ5555555
    #5530
    0
  9. วันที่ 29 กันยายน 2561 / 08:23
    หมอออออ แอบร้ายนะคะ
    #5523
    0
  10. #5471 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:57
    เขาจูบกันแล้วค่ะคุณกิตติ อร๊ายยยย><
    #5471
    0
  11. #5460 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:17
    555555 พี่หมอออ
    #5460
    0
  12. #5441 atmosphere_ (@fahc1993) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 23:36
    หมอ5555555555555
    #5441
    0
  13. #5413 Gardeneiei (@Gardeneiei) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 12:47
    แอบโรตจิตนะเรา5555
    #5413
    0
  14. #5302 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:34
    หมอร้ายยยย
    โอย น้ำตาคลอค่ะ ซึ้งมาก
    ฮาตอนท้าย ฮ่าๆๆๆๆ
    ไม่ใช่ว่าต้าชอบบุ๋นนะ
    #5302
    0
  15. #5258 TAEJESSIYEONCA (@june13whiteolin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:39
    ทำไมพี่หมอแอบร้ายแบบนี้คะเนี่ย
    #5258
    0
  16. #5257 pimjun2524 (@pimjun2524) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:38
    ดีต่อใจนะทั่งหมอและบุ๋น
    #5257
    0
  17. #5229 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:43
    งือออออออใจ
    #5229
    0
  18. #5164 paan_panhatai (@paan_panhatai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:37
    ถึงจะไม่มีดราม่า แต่ทำให้น่าอ่านน่าติดตามและยิ้มได้ค่ะ โอ้ย...น่ารักอยากได้หมอ ????
    #5164
    0
  19. #5140 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 16:39
    อย่าว่าน้องนะะะ
    #5140
    0
  20. #5102 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 11:14
    เรื่องนี้น่ารักมาก แอบอมยิ้มไปหลายตอน
    #5102
    0
  21. #5058 ItCity (@ItCity) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 19:04
    ผู้ชายอย่างพี่หมอนี่มีค่ามาก บุ๋นเอ้ย แอบโรคจิตสิน่าา
    #5058
    0
  22. #5047 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:15
    พี่หมอซึนมีที่ไหนนนนน
    #5047
    0
  23. #4971 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 18:35
    เราจะดูถูกว่าพี่หมอซึนไปวันๆไม่ได้แล้ว ก็ยังรู้จนได้ว่าคนที่ไลน์มาคือบุ้นตั้งแต่เจอกัน
    #4971
    0
  24. #4945 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:34
    ตายๆๆๆๆๆ เขินมากฮือออออออออ T______________T บุ๋นน่าร๊ากกกก หมอก็น่าร๊ากกกกกกกแทนตัวเองว่าพี่นี่แบบเอื้ออออไว้ชีวิตข้าด้วย เอ็นดูที่บุ๋นบอกเห็นไลน์ครอบครัวส่งรูปสวัสดีกันเลยคิดว่าน่ารักดี โอยยยยยยลูกกกกกกกก55555555
    #4945
    0
  25. #4935 Mykook (@Awtar) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 08:13
    เขินนนต หมอนขาดไปกี่ใบแล้วเนี่ย ไรต์แต่ดีมากอะ ยอมใจ
    #4935
    0