(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 23 : 22 : จีบหมอครั้งที่ยี่สิบเอ็ด 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 432 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59

จีบหมอครั้งที่ยี่สิบเอ็ด

 

            งานเปิดบ้านมาถึงทำให้มหาวิทยาลัยวันนี้ค่อนข้างคึกคักกว่าทุกๆครั้ง โดยเฉพาะคณะที่เป็นที่โปรดปรานของเด็กมอหกอย่างคณะแพทย์ที่คนออกันเต็มจนล้นออกมานอกคณะ ส่วนคณะอื่นๆก็แบ่งสัดส่วนไปเท่าๆกัน

            ฐานทัพที่ถูกลากมายืนทำหน้านิ่งๆอยู่ที่ลานคณะแพทย์เพราะวันเปิดบ้านเลยทำให้อาจารย์เลิกเร็วกว่าปกติเพื่อที่จะได้ไปแนะนำเด็กๆในการเรียนแต่ละชั้นปี ความจริงเขาตั้งใจจะกลับหอแต่โดนคินลากมาเลยทำให้ปฏิเสธไม่ได้

            สงสัยตรงไหนถามพี่ได้นะครับ” คนร่าเริงยังคงพูดต่อไปโดยไม่ได้สนใจอาการของคนที่ยืนข้างๆ

            “พี่คะเรียนเป็นยังไงบ้างคะ” เด็กนักเรียนกลุ่มใหม่เดินเข้ามาถามด้วยความสนใจ

            “เรียนหนัก อ่านหนังสือเยอะ” ฐานทัพตอบกลับเมื่อเห็นว่าคู่สนทนาสบตาเขา

            “เอ่อ…แล้วมีอะไรอีกไหมคะพี่”

            “สอบบ่อย” เขาตอบกลับไปตามความจริงแต่ดูเหมือนคำตอบของเขาจะไม่เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่

            “ถามพี่ก็ได้ครับ ไอ้นี่มันซื่อบื้อน่ะ” คินที่ได้ยินการสนทนาทั้งหมดออกตัวแทนก่อนจะหันไปมองหน้าฐานทัพ “มึงกลับก็ได้ถ้าจะเบื่อโลกขนาดนี้

            “อืม ได้” เขาพยักหน้าอย่างว่าง่าย อยู่ไปก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม เขาไม่รู้จะแนะนำอะไร ไม่รู้ว่าต้องพูดแบบไหน เขาไม่ได้เป็นคนพูดน้ำไหลไฟดับเหมือนคิน

            “ไม่แวะไปคณะน้องมันก่อนกลับหรอวะ ป่านนี้โดนสาวขอไลน์ไปสิบกว่าคนละมั้งงง~” คินยังไม่วายที่จะทิ้งระเบิดไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกมา

            “เออ เดี๋ยวไป” พอได้ยินคำว่าขอไลน์เขาก็รู้สึกตะหงิดขึ้นมาทันที ถึงจะอยากกลับหอแต่แวะไปดูสักพักคงไม่เป็นไร

            ไหนๆวันนี้ก็ว่างแล้ว…

            จักรยานคันเก่งจอดลงหน้าคณะเกษตรที่ดูคึกคักไม่ต่างจากคณะอื่นๆ ฐานทัพเดินเข้าไปยังคณะโดยที่มีเด็กนักเรียนยืนดูกันเป็นจุดๆก่อนจะเห็นร่างสูงที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆยืนยิ้มให้กับเด็กๆที่เข้ามาถาม

            สงสัยตรงไหนถามพี่ๆปีสองปีสามได้นะครับ” คนที่ถูกบังคับให้มายืนต้อนรับเอ่ยคำเดิมซ้ำๆตั้งแต่มาถึง เขาเป็นเดือนคณะเลยต้องทำหน้าที่ในการเรียกให้เด็กเดินเข้ามาเยี่ยมชมคณะ

            “ทำดีๆ” พี่ใบที่ยืนอยู่ไม่ไกลยกนิ้วโป้งให้ก่อนจะหัวเราะกับสีหน้าบอกบุญไม่รับของเดือนคณะ

            “เชิญเข้ามาชมก่อนได้ครับ

            “ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ พี่น่ารักมากเลย” น้ำเสียงตื่นเต้นของเด็กมอหกเดินตรงเข้ามายังร่างสูงที่ยืนอยู่ “พี่ใช่เดือนคณะใช่ไหมคะ

            “อ่อ ครับ” บุ๋นยิ้มแห้งๆ

            ใครก็ได้เอากูออกไปจากตรงนี้ที…

            “ก็ว่า หล่อมากเลยค่ะ” ใบหน้าขาวแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย “ชูสองนิ้วนะคะพี่

            “อ่อ ครับ” บุ๋นพูดพร้อมกับทำท่าตามที่อีกฝ่ายบอก

            “ขอบคุณมากค่ะ พี่มีไลน์ไหมคะ เผื่อหนูมีเรื่องสงสัยอยากจะถาม

            “เอ่อ…คงให้ไม่ได้ครับ”

            “ทำไมละคะ

            “พอดีแฟนพี่หวงครับ” บุ๋นยกเรื่องหมอฐานทัพขึ้นมาอ้าง เอาความจริงแล้วเขาไม่รู้ว่าจะต้องปฏิเสธยังไง

            “พี่มีแฟนแล้วหรอคะ” คำถามที่ถามออกไปดังพอที่จะทำให้อีกคนที่ยืนฟังอยู่ได้ยิน

            “ครับ มีแล้ว” บุ๋นตอบกลับมาทันทีไม่มีท่าทีลังเล “อยากรู้อะไรเข้าไปถามข้างในดีกว่านะ พี่เองพึ่งปีหนึ่งยังไม่ได้เรียนวิชาในคณะมากเท่ารุ่นพี่ปีอื่นๆ

            “อ่อ ได้ค่ะเธอยิ้มเจื่อนก่อนจะเดินเข้าไปยังจุดอื่นๆที่มีรุ่นพี่ประจำที่อยู่

            ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง ไม่ใช่รายแรกที่ขอไลน์ เขาปฏิเสธจนแทบจะไปปริ้นกระดาษมาติดบนหน้าอยู่แล้ว

            เชิญเข้าชมด้านในก่อน…” คำพูดทุกอย่างหายไปเมื่อเห็นใบหน้าของอีกคน รอยยิ้มบางๆเผยออกมา คิดถึงผมหรอครับ

            “เปล่า” ฐานทัพปฏิเสธทันที “ว่างเลยแวะมา

            “แวะมาทักทายหรอครับ

            “เปล่า แวะมาดูว่าแจกไลน์ไปกี่คนแล้ว

            “หืม?” บุ๋นเลิกคิ้ว “หมายความว่ายังไงครับ

            “คินบอกให้แวะมาดู” ฐานทัพตอบตามประสาคนซื่อ พอเห็นว่าบุ๋นไม่ได้ให้ไลน์อย่างที่คินบอกเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาแปลกๆ

            “พี่คิดว่าผมจะแจกไลน์หรอครับ?

            “เปล่า คินคิด

            “ครับ” บุ๋นหัวเราะ “ไม่แจกหรอก พี่สบายใจได้”

            “รู้แล้ว ได้ยิน

            เขาได้ยินชัดเจนเลยด้วยซ้ำตรงคำว่า ‘แฟนหวง’

            แล้วพี่จะไปไหนต่อรึเปล่าครับ?” เขาอยากจะออกไปจากตรงนี้เพราะยืนมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เริ่มหิวข้าขึ้นมานิดๆ

            “อืม เลยมาชวน

            “ชวนไปไหนครับ?

            “ไปเดต” ฐานทัพที่ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีพูดเต็มเสียงก่อนจะเห็นปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้ามที่เริ่มมีเลือดฝาดปรากฏขึ้นบนใบหน้า

            เขาพูดอะไรผิด?

            “พี่มาชวนผมไปเดต?” บุ๋นถามแม้ว่าจะได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำแล้ว เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆหมอก็ชวนขึ้นมา

            “อืม ตอนแรกว่าจะกลับหอ” เขาบอก “แต่เปลี่ยนใจแล้ว”

            “อ่อ…”

            “ไปเดตกันไหม?

            “เอ่อ…”

            ถามมาแบบนี้….ใครจะกล้าปฏิเสธ

            เสียงหัวใจของบุ๋นมันร่ำร้องบอกให้ตอบตกลงออกไปอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่จะตอบออกไปเขาก็รู้ถึงสายตาของพี่ใบที่จับจ้องมาที่เขา

            ไม่นะบุ๋นจะไป!!

            “เดี๋ยวผมไปบอกรุ่นพี่ก่อนนะครับ

            “อืม เดี๋ยวออกไปรอข้างนอก

            ฐานทัพเดินออกมารอยังที่จอดจักรยานเพราะไม่อยากอยู่ในที่ๆมีคนเยอะๆ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแวะมาแล้วก็กลับไปนอนเล่นที่หอแต่พอเห็นบุ๋นก็รู้สึกยังไม่อยากกลับ อีกอย่างวันนี้ว่างตรงกันพอดีเลยถือโอกาสชวนบุ๋นไปเที่ยวซะเลย

            ก่อนที่เขาจะเตรียมอ่านหนังสือสอบไฟนอลยาว

            เสียงคุยจ๊อกแจ๊กของเด็กนักเรียนดังผ่านหูเขาไป ฐานทัพไม่ได้สนใจฟังเป็นพิเศษจนกระทั่งคำพูดหนึ่งสะกิดให้เขาฟังอย่างปฏิเสธไม่ได้

            “แกเดือนคณะเกษตรหล่อเนอะ” ผู้หญิงหนึ่งในสามที่พึ่งเดินออกมาจากคณะคุยกันผ่านหน้าเขาไป

            “ใช่ แต่พี่เขาบอกว่ามีแฟนแล้ว”

            “โหยแก แฟนต้องสวยมากแน่ๆเลย

            “แน่ดิ หล่อแบบนั้นแฟนไม่สวยก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

            “แฟนเขาอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงก็ได้นะเว้ยย

            “ไม่มีทาง ฉันเชื่อว่าต้องเป็นผู้หญิง!!” คำที่เถียงเด็ดขาดลอยมาสะกิดให้คนที่ฟังรู้สึกถึงคำพูดนั้น

            ฐานทัพได้แต่ยืนฟังเงียบๆปล่อยให้เสียงนั้นลอยผ่านไปตามลม เขาถอนหายใจออกมายาวๆอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดพวกนี้ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป จากที่คิดว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของคนอื่น

            แต่ครั้งนี้…เขารู้สึก

            ทั้งๆที่ทุกอย่างมันชัดเจนดีอยู่แล้วแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกกับสิ่งที่ได้ยิน จากที่ไม่เคยสนสิ่งรอบข้าง แต่ในตอนนี้เขาได้ย้อนมองตัวเองผ่านมุมมองของคนอื่น

            รักแบบนี้จะเป็นไปได้จริงงั้นหรอ

            “มาแล้วครับ~” น้ำเสียงร่าเริงเรียกสติของคนที่ยืนคิดอะไรคนเดียวให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

            อืม” ฐานทัพพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ “เป็นไง

            “ไปได้ครับ พอดีอีกสักพักน้ำฟ้าจะมาอยู่ต่อแทนผมเลยได้ออกมาก่อน” บุ๋นยิ้มกว้างด้วยความดีใจ นี่ถือเป็นเดตครั้งแรกของเขากับหมอหลังจากที่พึ่งคบกัน

            “เราจะไปไหนกันดีครับ” บุ๋นถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นผิดกับอีกคนที่มีเรื่องให้คิดอยู่ในใจ

            “อืม นั่นสิ” ฐานทัพตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

            “พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เมื่อเห็นหมอมีท่าทางที่แปลกไปบุ๋นก็อดสงสัยไม่ได้หรือว่าหมอรอนานจนไม่อยากไปแล้ว

            “เปล่า” เป็นครั้งแรกที่ฐานทัพตอบออกไปส่งๆ ความจริงแล้วเขาเป็นแต่ไม่รู้จะให้เหตุผลว่าอะไร

            ในเมื่อเขาดันเก็บสิ่งที่ได้ยินมาคิดมากเอง…บุ๋นไม่ได้ผิดอะไร

            “หรือว่าพี่หิวข้าว เราไปกินข้าวกันก่อนไหมครับ” บุ๋นยังคงถามต่อ เขาไม่ชอบเวลาเห็นหมอฐานทัพมีท่าทีเหม่อลอยดูไม่เหมือนปกติ

            “อืม ได้” 

            “ยิ้มก่อน อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิครับ” บุ๋นยิ้มเป็นตัวอย่าง “ผมเป็นห่วงนะ

            “อืม ยิ้ม” ฐานทัพยกยิ้มบางๆหากแต่ไม่ได้มาจากความรู้สึกข้างในจริงๆ

            แค่คำพูดของคนที่เขาไม่รู้จัก ทำไมมันมีอิทธิพลกับตัวเขามากขนาดนี้

            หรืออาจเพราะ…เขาเป็นผู้ชาย

            

            ทั้งสองคนมาที่ห้างสรรพสินค้าที่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากเท่าไหร่นัก ฐานทัพพยายามสลัดความคิดในหัวทิ้งไปก่อนจะหยิบกระดาษที่เขียนจดบันทึกไว้ขึ้นมาอ่านเพื่อให้การเดตครั้งแรกของเขาสองคนเป็นไปอย่างราบรื่น

            พี่จดมาเลยหรอครับ”        

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้า เขาไล่สายตาอ่านสิ่งที่จดมาก่อนจะหันไปหาคนข้างๆ “ดูหนังไหม”

            “ได้ครับ พี่อยากดูเรื่องอะไร” บุ๋นถามอย่างคนตามใจ เขาเองก็ไม่ได้ดูหนังในโรงมาสักพักแล้วเลยไม่รู้ว่ามีหนังอะไรเข้าใหม่บ้าง

            “เห็นมีคนบอกเรื่องนี้สนุก” ฐานทัพชี้ชื่อเรื่องที่ลิสไว้ให้บุ๋นดู “เรื่องนี้ไหม

            “ได้ครับผม

            “เดี๋ยวไปซื้อตั๋วให้” ฐานทัพบอกเมื่อเดินมาถึงโรงหนัง ไม่รอให้บุ๋นตอบร่างสูงก็เดินเข้าไปต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วหนัง

            เมื่อเห็นหมอเดินเข้าไปยังที่ซื้อตั๋วบุ๋นเลยเดินแยกไปซื้อน้ำกับป๊อปคอร์นเพื่อเตรียมเข้าสู่โรงหนัง ถึงเขาจะรู้สึกว่าหมอแปลกไปแต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้ เขาไม่อยากให้บรรยากาศที่อยู่ด้วยกันตอนนี้แย่ลง

            บางทีเขาอาจจะรู้สึกไปคนเดียวก็ได้…

            เมื่อถึงเวลาเข้าโรงหนังทั้งสองก็เดินตามกันเข้าไปยังที่นั่งที่ฐานทัพเป็นคนเลือกไว้ ที่นั่งที่พอดีกับระดับสายตาทำให้คนที่มาด้วยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไปอีก อาจเพราะวันนี้เป็นวันธรรมดาเลยทำให้คนในโรงหนังไม่เยอะมากเท่าวันหยุดเสาร์อาทิตย์

            หนังจะเริ่มแล้วบอกนะ” ฐานทัพหันไปกระซิบคนข้างๆเมื่อเห็นว่าตัวอย่างหนังกำลังเริ่มฉาย

            “พี่จะนอนหรอครับ?

            “เปล่า พักสายตาเฉยๆ” เขาพูดพร้อมค่อยๆหลับตาทั้งสองข้างลง “บุ๋น” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อคนข้างๆ

            “ครับ?

            “ขอมือหน่อย” ฐานทัพแบมือไปตรงหน้าอีกคน “จับมือ

            “คะ…ครับ” บุ๋นตะกุกตะกักขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายขออย่างเต็มใจ

            มือทั้งสองสอดประสานกันแน่นเป็นหนึ่งเดียว ฐานทัพรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดมายังเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขารู้สึกมีความสุขมากมายขนาดนี้ 

            มือคู่นี้…ไม่อยากปล่อยเลย

            บุ๋นปล่อยให้อีกฝ่ายจับมือโดยไม่ถามอะไรต่อ เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนทุกๆครั้ง แม้เขาจะพยายามทำใจให้ชินแต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ชินได้

            หมอฐานทัพมีอิทธิพลกับหัวใจเขามากจริงๆ

            พี่คินจดลิสให้พี่หรอครับ” บุ๋นถามออกไปเมื่อเห็นว่าฐานทัพแค่พักสายตาไม่ได้งีบหลับ

            “เปล่า” เขาตอบ

            “อ่าว…”

            “อ่านพันทิป

            เขานั่งหาข้อมูลทั้งคืนเพียงเพราะว่าตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์และไม่อยากให้อีกคนรู้สึกน้อยใจ ถึงเขาจะไม่เก่ง ถึงจะไม่เชี่ยวชาญแต่เขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด

            เพื่อให้บุ๋นมีความสุขเหมือนที่เขามีความสุข

            บุ๋นแทบไม่มีสมาธิกับหนังที่ดูเพราะมือที่ประสานกันแน่นผิดกับหมอฐานทัพที่นั่งดูตาไม่กระพริบ แม้ว่ามือทั้งคู่จะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่ไม่มีสักวินาทีที่มือทั้งคู่หลุดออกจากกัน

            เป็นแบบนี้ไปนานๆนะครับ

            หนังกินเวลาไปเกือบสองชั่วโมงครึ่งทำให้ออกมาจากโรงหนังฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี บุ๋นดูเวลาในโทรศัพท์มือถือก่อนจะมองอีกคนที่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ

            ไปไหนกันต่อดีครับ?

            “ไปกินไอศกรีมไหม” เขาดูรายการที่เขียนมาก่อนจะบอกอีกคน “หรือว่าหิว…” ฐานทัพหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นสายตาของอีกคนที่มองกลับมา

            รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนยิ้มเก่ง แววตาที่บ่งบอกถึงความสุขที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ ความรักที่เขามีให้แก่อีกคน บุ๋นไม่สามารถจะบรรยายออกมาได้หมด

            แต่เขาเชื่อว่าหมอรับรู้

            ยิ้มอะไร

            “มีความสุขครับ” สุขที่เห็นความพยายามของอีกคน “ทำไมต้องน่ารัก

            “น่ารัก?” ฐานทัพถามเสียงสูง “ไม่น่ารัก

            “น่ารักสำหรับผมคนเดียว” บุ๋นบอกอย่างคนขี้หวง “ไปกินไอศกรีมกันครับ

            “อยากกินหรอ

            “ครับ” เห็นหมอเขียนเขาเองก็ไม่อยากขัด เขาไม่เคยคิดว่าการมาเดตจะต้องวางแพลนเขียนไว้ทุกอย่าง แต่พอเห็นสิ่งที่หมอทำก็อดอมยิ้มไม่ได้

            ใส่ใจรายละเอียดมากกว่าเขาอีก

            ร้านไอศกรีมมีคนอยู่ในร้านประปรายเลยทำให้เขาได้ไอศกรีมไวกว่าทุกๆครั้ง บุ๋นเลือกสั่งดาร์กช็อกโกแลตส่วนหมอฐานทัพสั่งรสมะนาว

            พี่ชอบเปรี้ยวๆหรอครับ” 

            “บางครั้ง” ฐานทัพตอบ “กินแล้วตื่นดี

            “พี่ง่วงหรอครับ?

            “เปล่า สงสัยเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย” เขาถอนหายใจ “หนังสนุกเนอะ” ฐานทัพพยายามเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสายตาของอีกคนที่มองมา

            จะให้บอกไปตรงๆว่านอนดึกเพราะอ่านกระทู้ก็ดูตลก

            “พี่ว่าการตัดสินใจของเขาถูกแล้วหรอครับ” บุ๋นหยิบประเด็นหนังที่ดูออกมาถาม เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพระเอกสักเท่าไหร่

            “ไม่รู้แต่คิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว

            “ไม่อะ ผมว่าพระเอกมันขี้แพ้เกินไป” เขาโต้ขึ้นมา

            “ขี้แพ้ยังไง

            “ก็เขาไม่ถามความเห็นอีกฝ่ายสักคำว่าต้องการแบบนี้ไหม เขาเอาแต่การตัดสินใจของตัวเอง แล้วเป็นยังไง สุดท้ายก็เจ็บทั้งคู่” บุ๋นอินหนักกับหนังรักที่จบแบบไม่สมหวัง

            เขาไม่เข้าใจจริงๆ

            “บางทีเรื่องที่คิดไม่จำเป็นต้องพูดออกมา

            “…”

            “รู้สึกก็รู้สึกแค่คนเดียวก็พอ”         

            “ทำไมล่ะครับ” บุ๋นถามอย่างคนไม่เข้าใจ

            ไม่เข้าใจจริงๆ

            “การที่ให้อีกฝ่ายไม่รับรู้คงเป็นทางที่ดีกว่าให้รับรู้” ฐานทัพเหม่อมองไอศกรีมตรงหน้า คำพูดเมื่อตอนกลางวันหวนกลับมาอีกครั้ง

            ทั้งๆที่เมื่อกี้ก็ลืมไปแล้วแท้ๆ

            “พี่ดูอินกว่าผมอีกนะเนี่ย” บุ๋นหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหมอฐานทัพพูดในแบบที่ไม่เคยพูดมาก่อน 

            “อืมคงงั้น

 

            ทางเดินที่เคยมองว่ายาววันนี้มันกลับสั้นแปลกๆ ฐานทัพหยุดยืนอยู่ตรงจักรยานที่ล็อกไว้ของตัวเองกับบุ๋นที่จอดข้างกันก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่เดินตามมาเงียบๆระหว่างทาง

            อะไรหลายๆอย่างทำให้บทสนทนาของเขากับบุ๋นขาดช่วงไปและดูเหมือนบุ๋นจะไม่กล้าถามเหมือนทุกๆครั้ง ถึงจะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ดูเหมือนตอนนี้หมอไม่พร้อมที่จะเล่า 

            “เจอกัน” ฐานทัพพูดออกไปสั้นๆหากแต่อีกคนไม่อยากฟังคำๆนี้

            “พี่จะไม่บอกผมหน่อยหรอครับว่าพี่เป็นอะไร” คนที่รอให้ฐานทัพเป็นคนเปิดประเด็นตัดสินใจถามออกไปเมื่อไม่เห็นท่าทีที่หมอจะพูดออกมา

            “เปล่า” เป็นอีกครั้งที่ปากไม่ตรงกับความรู้สึกข้างใน

            รู้ว่าเป็น…แต่ไม่รู้จะบอกยังไง

            ผมไปทำอะไรให้พี่โกรธรึเปล่าครับ

            “เปล่า

            “แล้วผม…”

            “ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” เขาเอ่ยออกมาก่อนจะสบตาคนตรงหน้าช้าๆ “วันนี้สนุกมาก

            “ผม…” คิ้วทั้งสองข้างยังขมวดเข้าหากัน บุ๋นรับรู้ได้ว่าครั้งนี้หมอกำลังปิดบังอะไรเขาอยู่ แม้จะไม่ยอมบอกแต่แววตาของหมอไม่เหมือนเดิม        

            เป็นอะไร

            กลับเถอะ ดึกแล้ว

            “พี่จะกลับทั้งๆที่พี่ยังเป็นแบบนี้งั้นหรอครับ” เขาไม่มีความสุขถ้าจะให้กลับทั้งๆที่อีกคนยังมีความรู้สึกอะไรในใจ

            “เป็นยังไง

            “ผมว่าพี่รู้นะว่าพี่เป็นอะไร แค่พี่ไม่ยอมพูด” ถ้าเป็นกับคนอื่นๆบุ๋นคงโมโหไปแล้วแต่พอเป็นกับหมอ แค่จะโกรธเขายังทำไม่ลง

            เขาเข้าใจว่าหมอฐานทัพมีเขาเป็นแฟนคนแรกและไม่เข้าใจความสัมพันธ์เวลาคบกัน

            แต่ทุกครั้งหมอก็เลือกที่จะพูดออกมา…ทำไมครั้งนี้ไม่ยอมพูด

            ขอโทษ” เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำๆนี้ออกมาจากปากของหมอฐานทัพ ตั้งแต่ที่เจอกันหมอไม่เคยพูดคำๆนี้มาก่อน

            ไม่ปกติแล้วสิ…

            “พี่จะไม่บอกผมจริงๆหรอ” จากอารมณ์ดีๆในตอนแรกเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่อยากให้หมอเป็นแบบนี้ เขาอยากให้ทุกอย่างมันเคลียร์

            “บอกสิ” ฐานทัพยิ้มบางๆ เขาไม่อยากให้บุ๋นทำหน้าเครียด “แต่ไม่รู้จะบอกยังไง

            “บอกเหมือนที่พี่เคยบอกผมไง บอกตรงๆแบบที่พี่ชอบทำ

            “อืม” 

            ฐานทัพเงียบอยู่นานหลายนาที ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมรอบข้าง เสียงถอนหายใจของคนตรงหน้าดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนที่ดึงเขาเข้าไปกอดไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านมาเหมือนคำปลอบโยนไร้เสียง ฐานทัพหลับตาลงช้าๆพร้อมกับแขนที่โอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น ความกังวลที่เกิดขึ้นเหมือนถูกหักลบลงไปเรื่อยๆ 

            “ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไม่ชอบเลยที่พี่เป็นแบบนี้” น้ำเสียงที่ดังอยู่ข้างหูเอ่ยเสียงสั่น “พี่เป็นแบบนี้ผมกลัวนะ

            “…”

            “ผมกับพี่เราได้คบกันแล้ว ผมก็อยากจะทำทุกวันให้ดีที่สุด” บุ๋นกอดคนตรงหน้าไว้แน่นราวกับว่าถ้าเขาปล่อย หมอจะหายไป

            “…”

            “พี่บอกผมเถอะนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมจะได้ทำอะไรได้บ้าง

            “…”

            “ผม ผม…” เสียงบุ๋นสั่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ความกลัวที่เริ่มก่อขึ้นในจิตใจ

            กลัวไปหมด

            “พอแล้ว” ฐานทัพตบหลังบุ๋นเบาๆ “ไม่มีอะไร

            “…”

            “แค่รู้สึกว่าผู้ชายต้องคู่กับผู้หญิง” เขายอมบอกในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา ทั้งๆที่ใจอยากจะเก็บไว้คนเดียวแต่พอเห็นอาการของอีกฝ่ายเขาก็ทำอย่างที่คิดไม่ลง

            “ผมไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็นคนคิดว่าชายกับหญิงต้องคู่กัน

            “…”

            “แต่ผมมองข้ามมันไปตั้งแต่ได้รู้จักพี่

            เสียงหัวใจของบุ๋นบอกทุกอย่างให้เขาได้รับรู้ ความรู้สึกที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ น้ำเสียงที่หนักแน่นจริงใจ 

            ครับ” ฐานทัพรับคำสั้นๆ

            “…”

            “คิดมากไม่เข้าเรื่อง” เขาโทษตัวเอง “อย่าเครียด

            “ผมเข้าใจครับว่าทำไมถึงคิดมาก เอาจริงๆผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะคิดเหมือนกัน” บุ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ผมก็เคยคิดแบบนั้น

            “แล้วทำยังไงให้ไม่คิด

            “รัก” คำๆเดียวสั้นๆ “แค่ใช้ใจรักก็ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นแล้ว

            “อืม นั่นสิ” ฐานทัพยิ้มออกมา เหมือนบุ๋นเป็นยางลบที่คอยลบเรื่องแย่ๆในความคิดของเขาให้หายไปหมดเหลือแต่ความสุขที่เริ่มอัดแน่นจนแทบจะล้นออกมา

            ความรู้สึกมันจะตอบทุกอย่าง

            “ขอบคุณ” 

            “พี่เครียดเรื่องนี้เรื่องเดียวหรอครับ

            “จริงๆก็มีอีกเรื่อง

            “เรื่องอะไรครับ?

            “แครอทหมดแล้ว” ฐานทัพพูดติดตลกทำเอาคนที่แทบจะกลั้นหายใจรอฟังถอนหายใจเสียงดังด้วยความโล่งอก

            “โถ ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร” บุ๋นหัวเราะ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมซื้อไปให้นะครับ

            “ได้ จะรอ

            “แล้วอย่าเครียดอีกนะครับ ถ้าเครียดอีกผมไม่ซื้อแครอทให้แล้วนะ

            “อย่ามาขู่

            “ผมพูดจริง

            “เครียดเรื่องสอบนับไหม?

            “เรื่องนั้นไม่นับก็ได้ครับ” บุ๋นยิ้มด้วยความเอ็นดูคนชอบกินแครอท

            หมอฐานทัพทุพครั้งที่พูดถึงแครอทจะเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่รอคอยการมาของสิ่งที่ชอบอย่างใจจดใจจ่อ เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ทุกที

            อย่าขัดใจเชียว…

           

            จาก…คิดถึง

            สอบเสร็จคินกับป้องชวนไปหาอะไรกินต่อ ไปไหม?

 

            จาก…คนส่งแครอท

            อยากไปครับแต่คงไม่ได้ วันนี้ผมมีทำรายงานกับเพื่อน

            กินให้อร่อยนะครับ :)

 

            จากคิดถึง

            ครับ

 

            บุ๋นวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปสนใจเพื่อนที่ช่วยกันหาหัวข้อใส่ลงไปในรายงานกลุ่มที่อาจารย์สั่งไว้ตั้งแต่ต้นเทอมแล้วยังไม่ได้เริ่มทำ อาทิตย์หน้าต้องส่งงานแล้ว ถ้าเพื่อนกลุ่มอื่นไม่มาถามกลุ่มเขาก็คงลืมรายงานนี้ไปเลย

            ยากจังวะ” เดชที่เปิดหนังสือไปมาบ่น

            “เออ ทำๆไปเถอะ” บุ๋นพูดก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนาที่วางอยู่ขึ้นมาเปิดช่วยหาเนื้อหา

            เวลาบ่ายสามล่วงเลยไปจนถึงหนึ่งทุ่ม โน๊ตบุ๊คพับหน้าจอลงพร้อมกับไฟล์งานที่ถูกยื่นมาทางบุ๋นหลังจากใช้เวลากันมาหลายชั่วโมงในการทำรายงาน

            “ฝากด้วยนะบุ๋น” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยเมื่อบุ๋นเป็นคนออกปากว่าจะไปปริ้นเป็นรูปเล่มให้เข้าเล่มเท่าไหร่แล้วมาบอกนะ เดี๋ยวจ่ายให้

            “อืม ได้ๆ” บุ๋นพยักหน้ารับ

            วันนี้ตั้งใจว่าจะไปเล่นบาสกับเพื่อนสักหน่อยหลังจากที่ห่างหายไปหลายวันจนโดนโทรตาม ไหนๆวันนี้เขาก็ไม่ได้ไปไหนกับหมอฐานทัพอยู่แล้วเขาจึงอาสาเอารายงานไปทำเป็นรูปเล่มที่ร้านถ่ายเอกสารไม่ไกลจากสนามบาสที่เปิดจนถึงสองทุ่ม

            “ให้กูไปด้วยไหม” เดชที่นั่งข้างๆถาม

            “ไม่เป็นไร กูไปเองได้ ว่าจะแวะไปเล่นบาสก่อนกลับด้วย

            “เออก็ได้ ไงเจอกันพรุ่งนี้นะ

            “เจอกันมึงบุ๋นบอกลาก่อนจะยกมือบ๊ายบายเพื่อนที่กำลังเก็บของอยู่ที่โต๊ะก่อนจะเดินออกมาเพื่อให้ทันเวลาที่ร้านถ่ายเอกสารจะไม่ปิด

            ร้านถ่ายเอกสารยังคงเปิดไฟสว่างพร้อมกับร้านที่ไม่มีลูกค้าต่างจากทุกวัน อาจเพราะเวลาที่ใกล้จะปิดร้านเต็มทีเลยทำให้ไม่มีคน

            พี่ครับ รวมเล่มรายงานครับ” บุ๋นพูดพร้อมกับเสียบไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้วกดสั่งปริ้นเหมือนทุกๆครั้งที่เขามา

            “พี่ติดงานถ่ายเอกสารอีกตัวอยู่อะน้อง น้องรีบไหม เดี๋ยวค่อยกลับมาเอาได้รึเปล่า” น้ำเสียงของเจ้าของร้านที่กำลังวุ่นอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสารเอ่ยบอก

            “ได้ครับ งั้นอีกสักครึ่งชั่วโมงผมจะมาเอานะครับ

            “จ้ะ รวมเล่มเลยใช่ไหม

            “ครับ ส่วนหน้าปกเอาเป็นสีฟ้าอ่อน

            “จ้าได้เลย เดี๋ยวพี่ทำให้

            “ครับบุ๋นยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกมาจากร้านถ่ายเอกสารโดยไม่ได้เอาจักรยานไปด้วยเพราะร้านถ่ายเอกสารกับสนามบาสอยู่ไม่ไกลกันมาก

           

            ถึง…คิดถึง

            สอบเป็นยังไงบ้างครับ ยากรึเปล่า?

 

            บุ๋นกดส่งข้อความไปก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม สายตาทอดมองไปยังสนามบาสที่มีเสียงลูกบาสกระทบกับพื้นและเสียงคนพูดคุยกันที่ดังมาแต่ไกล

            มาได้แล้วหรอครับคุณบุ๋น~” น้ำเสียงที่ออกแนวประชดประชันถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวหายไปนาน

            เออ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างว่ะ” บุ๋นแก้ตัวออกไป “มากูพร้อมเล่นแล้ว” เขาถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อมจะเล่นแต่โดนเพื่อนอีกคนเบรคไว้ก่อน

            “ใกล้จบแล้ว มึงรอเล่นรอบใหม่

            “แบบนี้ก็ได้หรอวะ” เขาเอ่ยติดตลกแต่ก็ยอมทำตามที่เพื่อนในสนามบอก

            บุ๋นยืดเส้นยืดสายเตรียมจะรอเล่นเกมส์ใหม่ แขนที่ยืดเหยียดออกไปสัมผัสกับความเย็นจัดจนต้องรีบชักแขนกลับมาแล้วหันไปมอง ใบหน้าของคนที่คุ้ยเคยยืนอยู่บนอัศจรรย์ชั้นที่สูงกว่ายิ้มให้อย่างเป็นมิตรพร้อมกับกระป๋องน้ำอัดลมในมือ

            “สักหน่อยไหม” พี่ต้าถามพร้อมกับยื่นขวดน้ำอัดลมที่ตั้งใจเอามาให้

            “มาไม้ไหนวะพี่” บุ๋นขมวดคิ้วงง ถึงครั้งสุดท้ายที่เจอกันทุกอย่างจะเหมือนปกติแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังอดหวั่นใจเล็กๆ

            “อะไรมาไม้ไหน ก็เอามาให้มึงไง

            “ใส่ยาลงไปปะ” บุ๋นแกล้งถามออกไปลองเชิงดูปฏิกิริยาของคนตรงหน้าว่าจะทำท่าทางยังไง

            “กูไม่ฉลาดพอที่จะใส่ยาลงไปทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดกระป๋อง” พี่ต้าถอนหายใจแรงๆ “ไม่กินก็เรื่องของมึง

            “เออกินครับ” บุ๋นเอื้อมมือไปดึงกระป๋องในมือพี่ต้ามาถือไว

            “ก็แค่นั้น” คนแก่กว่าเอ่ยอย่างใจเย็นแล้วเดินลงมานั่งข้างๆบุ๋นที่มองไปยังสนาม

            “ไม่ได้มานานสิมึงอะ” เขาชวนคนข้างๆคุย แม้ว่าบรรยากาศระหว่างเขาสองคนจะแปลกๆไปบ้างแต่ก็คงถึงเวลาที่เขาจะต้องพูด

            “ครับ นาน” บุ๋นตอบพร้อมยกน้ำอัดลมในมือขึ้นดื่ม “มีอะไรรึเปล่าพี่ ทำตัวแปลกๆ” เขาสังเกตุปฏิกิริยของคนข้างๆออก

            เขากับพี่ต้าไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ความจริงเขาเองไม่ได้มีปัญหาอะไร พี่ต้าเองมากกว่าที่ชอบมามีปัญหากับเขาและครั้งนี้มันแปลกที่จู่ๆพี่ต้าก็ทำตัวเป็นคนดีผิดปกติ

            ดีในที่นี้คือ…ให้น้ำเขาแถมยังเดินลงมานั่งคุยข้างๆ

            บุ๋นสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง

            “กูดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ” คนที่มีความในใจอยากจะพูดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าอีกคนรู้ทันความคิดของเขา

            ว่างั้นก็ได้มั้ง

            “มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่มีก็คงไม่เชื่อ” พี่ต้าหัวเราะ “ความจริงกูอยากคุยกับมึงตั้งแต่วันแข่งเสร็จแต่เห็นว่ามึงมีความสุขกับเพื่อนๆก็เลยไม่อยากพูดให้เสียบรรยากาศ

            “ครับ” เขาพยักหน้าช้าๆ

            จะพูดอะไรกันแน่

            “ขอโทษกับเรื่องทุกๆอย่างที่กูเคยทำกับมึง” คำพูดที่เคยคิดว่ายากลำบากแต่ในวันนี้เขาพูดออกมาได้อย่างง่ายดาย มันออกมาจากความรู้สึกในใจของเขา

            “ทำไมถึงพึ่งมาขอโทษละครับ

            “พึ่งคิดได้” พี่ต้าหัวเราะออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง “ย้อนกลับไปตอนนั้นกูทำไปได้ยังไงก็ไม่รู้ เลวชิบหาย

            “ยิ่งกว่าเลวอีกพี่” พอย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้นในใจเขามันก็เจ็บแปล๊บขึ้นมา “ถ้าตอนนั้นผมมีพยานเชื่อเถอะว่ามันจะไม่เป็นแบบนี้

            “เออ กูรู้” เขารู้ตัวเองดีมาตลอดว่าทำไมบุ๋นถึงไม่แจ้งความเรื่องของเขา “เกลียดกูมากสินะ

            “มากว่ะพี่” เขายอมรับออกมาตรงๆ “พี่ทำให้ความสุขของผมครึ่งหนึ่งหายไป

            “อืม” เขายอมรับ “กูเลยอยากขอโทษ

            “…”

            “พอมาคิดดูแล้วกูไม่มีน้ำใจนักกีฬาเลยที่ทำแบบนั้นกับมึง อาจเพราะตอนนั้นกูยังเด็กเลยคิดไม่ได้” เขาหลับตาลงช้าๆ “แต่พอเห็นมึงชนะ กูรู้สึกเหมือนเกมส์โดมิโนที่กูพยายามต่อมามันพังลงกับตา

            “…”

            “จนกูพึ่งมารู้ว่าที่ผ่านมากูไม่เคยยอมรับความจริง

            “ครับ” บุ๋นรับคำสั้นๆ “แล้วทำไมพี่ถึงทำแบบนั้นกับผม

            “อิจฉา” เขาตอบ “คำเดียวเลยว่ะ” พี่ต้าหัวเราะออกมา คิดถึงตอนนั้นแล้วก็อดเกลียดตัวเองไม่ได้ เขาทำลงไปได้ยังไง

            “พี่จะอิจฉาผมทำไม ทั้งๆที่พี่ก็เก่ง เก่งกว่าผมอีก

            “มึงจะมาเข้าใจอะไร ในตอนนั้นมึงคือเด็กมอสี่คนเดียวในทีม มึงรู้ไหมตอนกูอยู่มอสี่กูต้องใช้ความพยายามขนาดไหนเพื่อที่จะได้เข้ามาเป็นตัวจริง” เขายังจำภาพเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี มันเหนื่อยและท้อ

            “…”

            “กูที่พยายามแทบตายแต่ต้องโดนเป็นตัวสำรองเพราะเรื่องที่ครูไม่ยอมฟังเหตุผลแล้วก็ให้มึงที่เป็นเด็กมอสี่ขึ้นมาเป็นตัวจริงแทน” เขาถอนหายใจ “ถ้ามึงเป็นกูมึงจะรู้สึกยังไงวะ ความพยายามที่กูทุ่มเทมาตลอดแต่ต้องมาพังเพราะเรื่องบ้าๆ”     

            “ครูเป็นคนเลือก ผมไม่ได้เลือก

            “เออ แต่ตอนนั้นกูไม่ได้คิดแบบนั้นเพราะอารมณ์อะไรหลายๆอย่างเลยทำให้กูต้องทำแบบนั้นกับมึง

            “…”

            “ขอโทษว่ะบุ๋น” เขาหลุบสายตาลงต่ำ “กูก็รู้สึกแย่ไม่ต่างจากมึงหรอก มึงไม่ได้ทำอะไรผิดแต่คนที่ผิดคือกู

            “ถ้าพี่คิดได้แล้วก็ไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องโกรธพี่” บุ๋นตอบออกมาจากความรู้สึกตัวเองจริงๆ แม้ว่าเขาจะเกลียดพี่ต้ามากแต่เขาก็พอรู้เหตุผลลึกๆที่ทำไป

            แม้จะเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงแต่ในเมื่อมันผ่านมาแล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปผูกใจเจ็บ

            “ผมยกโทษให้

            “…” คนข้างๆเงียบลงเมื่อได้ยินคำพูดที่เปล่งออกมา ความรู้สึกผิดถาโถมออกมาจนจุกพูดไม่ออก พี่ต้าหันไปมองคนข้างๆช้าๆ

            รอยยิ้มที่บุ๋นส่งกลับมาเหมือนเป็นคำตอบของทุกอย่าง แม้ว่าเรื่องที่เขาทำจะไม่สมควรแก่การให้อภัยแต่คนข้างๆกลับให้อภัยเขา

            เขาที่ทำไม่ดีมาตลอด

            “ผมดีใจที่ได้ยินคำขอโทษจากปากพี่

            “กูก็ดีใจที่ได้ยินคำว่ายกโทษ

            บุ๋นไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ในวันข้างหน้าเขาอาจจะต้องเจอเรื่องที่ร้ายแรงกว่าที่เคยเจอหรือเหตุการณ์นั้นอาจจะเป็นเหตุการณ์สุดท้ายในชีวิตเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเชื่อและยึดถือมาตลอดคือ

            คำว่าให้อภัย…จะทำให้การใช้ชีวิตอยู่บนโลกมีความสุขมากขึ้น

 

            บุ๋นปั่นจักรยานกลับหอหลังจากที่เล่นบาสกับเพื่อนจบจนเกือบลืมไปเอาเอกสารที่ร้านถ่ายเอกสาร ดีที่เจ้าของร้านยังทำงานต่อเลยทำให้เปิดร้านดึกกว่าทุกๆวัน ลมเย็นๆในยามค่ำคืนพัดกระทบใบหน้าของเขาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง

            ว่าไงครับ” บุ๋นจอดจักรยานลงตรงริมฟุตบาทก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อของคนสำคัญ

            ( อยู่ไหน )

            กำลังกลับหอครับ พี่มีอะไรรึเปล่า

            ( มี ) เขาตอบกลับมาทันที ( อยู่ตรงไหน เดี๋ยวไปหา )

            “ผมอยู่ตรงฟุตบาทแถวๆคณะพี่ครับ พอดีลมเย็นเลยขับอ้อม”

            ( รออยู่ตรงนั้นเดี๋ยวไปหา )

            “พี่มีอะไรรึเปล่าครับ” บุ๋นเริ่มใจไม่ดีเมื่อได้ยินเสียงหมอฐานทัพที่เดาอารมณ์ไม่ออก

            ( มีเรื่องจะบอก )

            “…”

            ( แต่บอกต่อหน้าน่าจะดีกว่า )

 

             

                      

 

 
----------------------------------------
สำหรับเรื่องพี่ต้าก็จบลงด้วยดีนะคะ :)
บางครั้งคำว่าให้อภัยมันให้อะไรกับคนที่ต้องการหลายๆอย่าง
ให้โอกาสได้ปรับปรุงตัว ให้ได้เข้าใจว่าโอกาสที่ได้มันสำคัญมากแค่ไหน
บางคนอาจจะมองว่าบุ๋นให้อภัยง่ายไป แต่สำหรับเราแล้วถ้ารู้สึกผิดมันก็ไม่จำเป็นต้องผูกใจเจ็บ
สิ่งที่ผ่านมาแล้วเราเอาคืนกลับมาไม่ได้ เราย้อนไม่ได้เพราะฉะนั้นโกรธเกลียดไปก็เท่านั้น
ขอบคุณนักอ่านที่ชอบและรอเรานะคะ พอดีช่วงนี้อยู่ในสัปดาห์สอบไฟนอลเลยทำให้ลงล่าช้าไปบ้าง
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ วันนี้ยังอัพดึกอีก ขอโทษน้า T^T
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ทุกกำลังใจ
ขอบคุณคำแนะนำทุกคำแนะนำ เราจะน้อมรับไว้และนำไปปรับใช้ให้ดีขึ้นไปอีกค่ะ
ติดตามกันนานๆนะคะ <3

สามารถพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจ Perlina. ติดตามการอัพเดทรายวันได้ทางเพจเลยนะคะ
เราจะอัพเดทความเป็นไปในเพจค่อนข้างเยอะ เขาไปทักทายกันได้น้า
ตอนนี้เริ่มมีคนใช้แท็กมากขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขมากเลยค่ะ #ผมจีบหมอ อย่าลืมติดแท็กกันน้า
ใครเล่นทวิตเข้าไปทักทายพูดคุยกันได้ที่ @perlinjun เราตอบทุกเมนชั่นนะ >_____<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 432 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5791 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:20
    ใจหายหมด นึกว่าพี่ต้าจะมาสารภาพรักบุ๋น 555555 ว่าแต่พี่หมอมีอะไรนะ ท่าทางไม่ค่อยดีเลย
    #5791
    0
  2. #5716 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:48

    พี่หมอพูดซะใจไม่ดีเลยมีอะไรรึป่าวเนี่ย

    #5716
    0
  3. #5470 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    ลุ้นค่าา
    #5470
    0
  4. #5301 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:20
    อะไรๆๆๆ
    #5301
    0
  5. #5290 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:53
    ไม่ม่าาาา
    #5290
    0
  6. #5139 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 15:49
    หมออออออออ อย่าดึงดราม่านะคะ
    #5139
    0
  7. #4970 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 21:42
    ไม่ดราม่านะหมอ
    #4970
    0
  8. #4851 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 08:05
    หมอจะบอกอะไรบุ๋น
    #4851
    0
  9. #4800 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:57
    เฮ้ยยยย หมอจะบอกอะไรรรรร โง้ยยย ตื่นเต้น -.,-
    #4800
    0
  10. #4734 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 07:37
    พี่หมอมีเรื่องจะบอกน้องด้วย อะไรนะ ....
    #4734
    0
  11. #4455 yimyimcute112 (@yimyimcute112) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 15:57
    จะบอกอะร
    #4455
    0
  12. #4012 nuttanara2545 (@nuttanara2545) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 22:33
    ลุ้นๆหมอมีเรื่องไร?
    #4012
    0
  13. #3800 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:37
    หมอมีอะไรรึ? เรื่องพี่ต้านี่เป็นเรื่องใหญ่นะ คำขอโทษอาจจะทำให้หายโกรธได้ แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นทุกคน นับถือใจบุ๋นมาก
    #3800
    0
  14. #3758 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 16:37
    มีเรื่องอะไรอ่ะหมออออ
    #3758
    0
  15. #3757 ssorunn (@fearlesssq) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 11:49
    นี่ว่าไม่ดราม่าอะ 555555555555555555555555555 รอนะคะ ???? อย่าม่าเลย เลาไม่หิว ??
    #3757
    0
  16. #3755 คุงนามิ'❥ (@minmin-wk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 11:14
    รู้สึกอยากให้นิยายเรื่องนี้ไม่มีจุดจบจริงๆนะ อยากให้เขียนไปเรื่อยๆเลย ความรู้สึกเหมือนเราได้ติดตามดูความสัมพันธ์ของสองคนนี้ที่ดำเนินไปในแต่ละวัน เวลาที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้มันมีความสุข มันรู้สึกอบอุ่น เป็นฮีลลิ่งชั้นดีเลยจริงๆค่ะ ชอบทุกอย่าง ชอบตัวละคร ชอบเนื้อเรื่อง ชอบวิธีบรรยาย ชอบความสัมพันธ์ของบุ๋นกับพี่หมอ ชอบพี่หมอ ชอบบุ๋น ชอบไปหมดเลย ;_; ผู้ชายที่ชื่อบุ๋นนี่หาได้จากที่ไหนอีก คือดีไปหมด ดีทุกอย่าง เกิดมาเพื่อเป็นความสุข เป็นความชัดเจน เป็นความเข้าใจ เป็นที่ไขข้อข้องใจทุกอย่างให้พี่หมอได้ ตอบโจทย์ความแฟนหมอได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ แก มันเกินไป เข้าเหมาะสมกันมากเกินไปแล้วค่ะ! จะตายเอา ดราม่าเท่าไหร่เจอบุ๋นไปก็แพ้ บุ๋นคือเดอะเบสท์ บุ๋นคือนัมเบอร์วัน รักค่ะ <3
    #3755
    0
  17. #3754 Recekalte (@Recekalte) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 09:56
    ฮืออ อย่าดราม่านะ ??
    #3754
    0
  18. #3753 viewweeyong (@viewweeyong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 22:20
    เราเดาว่าหมอโดนจากพี่คินให้ทำอะไรซักอย่าง
    #3753
    0
  19. #3751 sacoolfox (@wiruncha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 20:42
    หมอจะบอกอะไรบุ๋นอ่ะ
    #3751
    0
  20. #3750 Thassanee Pinkeaw (@thasssanee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 20:10
    สงสัยหมอจะบอกรักบุ๋น
    #3750
    0
  21. #3749 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 19:38
    ถ้ามาบอกว่า ไม่ได้เจอหน้านานเลย...คิดถึง  จะทะลุคอมไปกอดเลยนะพี่หมอ5555555555555555555
    #3749
    0
  22. #3748 LitleRainz (@RitleStaR_Np) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 18:45
    ใจไม่ดีเลยครับ ไม่ม่าใช่มั้ย T T
    #3748
    0
  23. #3747 Ohsem (@hztao68) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 16:38
    กลัวแปบบบ พี่หมอมาแบบนี้ไม่ดีเลยยย กลัวนำไปก่อนแล้วทั้งเราทั้งบุ๋น
    #3747
    0
  24. #3746 วนัชพร (@Baitongpjm) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:58
    เรื่องอะไร๊!!!
    #3746
    0
  25. #3745 silver26 (@silver26) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 14:09
    ไรท์ค้างงงงอะ
    #3745
    0