(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 18 : 17 : จีบหมอครั้งที่สิบหก 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    15 พ.ย. 59


จีบหมอครั้งที่สิบหก

 

            ร้านอาหารตามสั่งเต็มไปด้วยนักศึกษาที่มานั่งจับจองกันจนแทบจะไม่มีที่ว่าง บุ๋นกับฐานทัพนั่งลงหน้าร้านหลังจากที่เห็นคนลุกออกไปจ่ายตังพอดี เขาหันไปสั่งเมนูที่คุ้นชินพร้อมกับสั่งให้หมอที่บ่นหิวข้าว

            อดทนอีกนิดนะครับ

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆก่อนจะฉีกถุงขนมปังที่แวะซื้อก่อนเดินเข้าร้าน “กินไหม

            “ไม่ครับ พี่กินเถอะ” บุ๋นยิ้มนิดๆแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ

            พอเห็นหมอฐานทัพใส่เสื้อของเขาไม่ยอมถอดใจมันก็พลันแต่จะคิดเข้าข้างตัวเอง ระหว่างเดินเข้าร้านเขาเห็นสายตาของหลายคนที่มองมาที่เสื้อของเขาที่หมอฐานทัพใส่อยู่ บางคนก็คงรู้ความหมาย ส่วนบางคนก็คงคิดว่าหมอฐานทัพเรียนคณะเกษตร  

            ครืดดดดดด!!

            โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นเหมือนเจ้าเข้าทำให้คนที่นั่งยิ้มอยู่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ เมื่อได้ยินเสียงจากปลายสายความรู้สึกผิดก็แล่นขึ้นมาทันที

            ขอโทษครับแม่ แต่ช่วงนี้ผมไม่ว่างจริงๆนะ” น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงทำให้ฐานทัพหยุดฟังอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันไปสนใจทางอื่น

            “พรุ่งนี้หรอครับก็ได้ แต่ว่าไปไม่นานนะ” บุ๋นทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ครับแม่ เจอกันครับ

            โทรศัพท์กดตัดสายไปก่อนที่เสียงถอนหายใจยาวๆจะพ่นออกมาระบายความเหนื่อยในวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง เขากับแม่ติดต่อกันบ่อยแต่ช่วงนี้อาจเพราะสอบและกิจกรรมหลายอย่างเลยทำให้บุ๋นไม่มีเวลาแวะกลับไปที่บ้านจนแม่ต้องโทรมาตาม

            พรุ่งนี้ต้องกลับบ้าน…ขี้เกียจโว้ยยยยยยย

            เป็นอะไร” ฐานทัพที่เห็นท่าทีแบบนั้นอดที่จะถามไม่ได้

            “เปล่าครับ โดนแม่บ่นนิดหน่อย” บุ๋นยิ้ม “พรุ่งนี้ผมต้องไปช่วยงานที่บ้านสวน พอดีลูกจ้างคนเก่าเขาขอลาออกที่บ้านสวนเลยยุ่งๆ

            ความจริงเขาก็รู้ปัญหานี้มาสักพักใหญ่ๆแต่ไม่คิดว่าจะหนักถึงขนาดที่แม่จะต้องโทรมาขอร้องให้เขาไปช่วยงานเพราะที่บ้านรู้ดีว่าเขาไม่ได้อยากจะสืบทอดธุรกิจของครอบครัว แต่ในเมื่อแม่โทรมาแบบนี้แสดงว่าที่บ้านกำลังต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

            “บ้านสวน?” ฐานทัพเอ่ยถามอย่างสนใจ “มีบ้านสวน?

            “ครับ ผมไม่เคยบอกพี่หรอ”            

            “ไม่

            “บ้านผมเป็นเกษตรกร ปลูกพวกผักผลไม้ขายครับ” เจ้าตัวรีบอธิบายให้คนตรงหน้าฟังทันที “ผมก็เลยมีบ้านอยู่สองที่ก็คือในกรุงเทพกับที่บ้านสวน

            “อ่อ” ฐานทัพพยักหน้าเข้าใจ

            “พี่อยากไปกับผมไหมครับ” บุ๋นถามเมื่อเห็นคนตรงหน้าดูสนใจ “ที่บ้านสวนมีผลไม้ให้กินเยอะแยะเลยนะ

            “แครอทล่ะ

            “ต้องมีอยู่แล้วสิครับ” เมื่อเห็นท่าทางของหมอฐานทัพบุ๋นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “แม่ผมปลูกไว้หลายแปลงเลย ตัวอ้วนๆทั้งนั้น

            “ไปนอน?

            “เปล่าครับ กลับเย็นๆ วันอาทิตย์ผมมีซ้อมตั้งแต่เช้าเลยค้างคืนไม่ได้

            “อืม ไปสิ”​ ฐานทัพตอบกลับทันที “พรุ่งนี้ว่าง

            “จริงหรอครับ พี่อยากไปบ้านสวนจริงๆหรอครับ” บุ๋นตาลุกวาว จากที่ขี้เกียจกลายเป็นสดใสขึ้นมาทันที “ผมจะบอกแม่ให้เตรียมแครอทเผื่อไว้ทำอาหารกินตอนเย็นนะครับ

            “อืม

            บุ๋นยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง พรุ่งนี้หมอฐานทัพจะไปเจอครอบครัวของเขาที่บ้านสวน แม้ว่าเพื่อนของเขาทุกคนจะเคยเจอพ่อแม่เขามาหมดแล้วแต่กับหมอฐานทัพกลับแปลกออกไป

            หมอไม่ได้ไปในฐานะเพื่อนหมอไปในฐานะว่าที่แฟนในอนาคต

 

            ร่างสูงในชุดไปรเวทยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย เสื้อสีดำขนาดหลวมกว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์สีเข้มตัดกับกระเป๋าขนาดกลางที่สะพายพาดข้างทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหันกลับมาดู อาจเพราะไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาเลยทำให้คนแปลกตาเมื่อเห็นเดือนคณะเกษตรอยู่ในชุดสบายๆกับท่าทางที่ไม่ดูรีบร้อนอะไรชวนให้หลงเสน่ห์ หูฟังที่เสียบฟังเพลงทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงตรงหากแต่คนที่เขารอยังไม่มา

            จะมาจริงๆใช่ไหม

            สัมผัสเบาๆที่แตะข้างหลังทำให้เขารีบหันกลับไปมองทันทีก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นเมื่อคนที่เขารอมาถึงตามนัด แม้ว่าท่าทางของคุณหมอจะดูเหนื่อยหอบมากแต่ก็มาตรงเวลาตามที่นัดไว้

            ตื่นสาย” ไม่บ่อยนักที่เขาจะพูดคำๆนี้ออกมา ปกติฐานทัพเป็นคนตื่นเช้าแต่เมื่อคืนเขามัวคิดอะไรเรื่อยเปื่อยกว่าจะนอนหลับก็ปาไปเกือบตีสาม

            เกือบมาไม่ทัน

            “คราวหลังโทรบอกผมก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบมาขนาดนี้เลย” บุ๋นพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

            ฐานทัพสวมชุดสบายๆตามสไตล์ของเขา เสื้อยืดสีกรมมืดกับกางเกงยีนส์สีเข้มรองเท้าเข้ากับชุดที่ใส่อยู่พร้อมกับหมวกแก๊ปอีกหนึ่งใบที่เตรียมมาเผื่อไว้เมื่อไปถึงยังสถานที่ที่นัดหมาย

            “รถมาแล้ว” บุ๋นหันไปมองรถเมล์ที่โล่งเกือบทั้งคันในวันเสาร์เช้า “ไปเถอะครับ

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆก่อนจะเดินขึ้นรถเมล์ตามหลังเพื่อไปยังบ้านของบุ๋น

            ฟังไม่ผิด…บ้านบุ๋น

            พี่นอนได้นะครับ ถ้าถึงเดี๋ยวผมบอก” บุ๋นหันไปบอกฐานทัพที่นั่งติดกระจก “หรือพี่จะรอไปนอนในรถที่บ้านผมรวดเดียวก็ได้

            “อย่างหลังดีกว่า”ฐานทัพบอกก่อนจะทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง

            การจราจรวันนี้ดูโล่งกว่าวันธรรมดา รถราเคลื่อนตัวได้สะดวกแม้ว่าจะมีบางจุดที่ยังติดอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าดีกว่าวันธรรมดาในการเดินทางออกต่างจังหวัด

            รถเมล์จอดลงหน้าปากซอยใหญ่ที่มีวินมอเตอร์ไซค์จอดรออยู่สามถึงสี่คัน บุ๋นเดินไปบอกตำแหน่งทางเข้าบ้านของเขาก่อนจะเรียกให้ฐานทัพขึ้นซ้อนคันข้างๆแล้วขับเข้าไปในซอยใหญ่

            บ้านของบุ๋นเป็นบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ อาจเพราะอยู่กันแค่สามคนพ่อแม่ลูกเลยทำให้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีบ้านหลังใหญ่ เสียงหมาเห่าทักทายเจ้าของที่ไม่กลับบ้านมานานกับบุคคลแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก เสียงเห่าดังระงมอยู่อย่างนั้นจนบุ๋นเดินเข้าไปกอดหมาตัวอ้วนพันธุ์บางแก้วที่เลี้ยงไว้เกือบเจ็ดปี

            “ว่าไง คิดถึงกันไหม” บุ๋นยิ้มให้กับเจ้าอ้วนหมาประจำบ้านที่ส่ายหางดุกดิกน่าหมั่นเขี้ยว “คนนี้รุ่นพี่ของพี่บุ๋นเอง ไม่เห่านะครับ” บุ๋นพูดราวกับว่าเจ้าอ้วนของเขาฟังรู้เรื่อง

            ฐานทัพยืนมองร่างสูงที่นั่งลงไปเล่นกับหมาอย่างมีความสุขก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ความจริงแล้วเขาเองก็เป็นคนรักสัตว์ แต่สัตว์มักจะไม่ถูกชะตากับเขา อาจเพราะฐานทัพไม่รู้วิธีการที่จะเล่นกับมันและน้ำเสียงที่มีเพียงโทนเสียงเดียวเลยทำให้สัตว์เลี่ยงที่จะเข้าใกล้เขา

            คิดแล้วก็เศร้า

            “พี่อยากเล่นกับเจ้าอ้วนไหมครับ” บุ๋นหันมาถามคนที่ยืนอยู่นอกรั้วบ้านเพราะกลัวหมาจะวิ่งเข้ามากัด

            “เล่นได้หรอ ไม่กัดหรอ” ฐานทัพถามอย่างนึกสนใจ หมาของบุ๋นตัวอ้วนกลมน่ารัก แค่มองยังรู้สึกได้ว่าขนรอบตัวต้องนิ่มไม่ต่างจากขนตุ๊กตาหมี

            “ปกติเจ้าอ้วนมันจะเห่าทุกคน แต่ตอนนี้มันหยุดเห่าพี่แล้ว

            “อืม

            “หมามันก็เหมือนเจ้าของแหละครับ” บุ๋นระบายยิ้มนิดๆก่อนจะหันไปหาเจ้าอ้วนแล้วพูดต่อ “เวลามันรู้ว่าเจ้าของชอบใครมันก็ชอบด้วย

            “หรอ” ฐานทัพหัวเราะเบาๆ

            เจ้าของชอบใครมันก็จะชอบด้วย…

            “มันไม่กัดหรอกครับ ผมจะอยู่ตรงนี้ ถ้าพี่อยากเล่นกับมัน” บุ๋นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ท่าทางของหมอฐานทัพดูสนใจเจ้าอ้วนมากแต่อาจเพราะด้วยความที่หมาของเขาตัวใหญ่เลยทำให้หมอออกอาการไม่มั่นใจ

            “ลองดูก็ได้” ฐานทัพพูดพร้อมกับค่อยๆเลื่อนประตูรั้วบ้านออกแล้วแทรกตัวเองเข้ามายืนอยู่ในบ้าน

            ทันทีที่ฐานทัพเข้ามาเจ้าอ้วนก็กระโจนเข้าหาร่างสูงเต็มแรงจนฐานทัพเซไปเล็กน้อย ลิ้นเปียกๆเลียที่มือของเขาก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะตะกุยเสื้อของฐานทัพจนเป็นรอยเท้าเต็มเสื้อ

            “อ้วน ไม่แกล้งพี่เขาสิ” บุ๋นยิ้มออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหมาตัวเอง

            แสดงว่ารู้จริงๆว่าเจ้าของชอบใคร…

            “ไม่เป็นไร” ฐานทัพยิ้มออกมา “เจ้าอ้วน” น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยออกมาทำให้คนที่นั่งดูอยู่เกิดอาการอิจฉาหมาขึ้นมาทันที

            รอยยิ้มของหมอฐานทัพเผยออกมาแสดงถึงความรู้สึกที่มีความสุขลึกๆข้างใน รอยยิ้มที่ดูสดใสกว่าทุกๆครั้งทำให้บุ๋นอดน้อยใจไม่ได้

            เจ้าอ้วน…รอยยิ้มนั้นของกูโว้ยยยยยย!!!!

            “มากไปแล้วนะ เกินหน้าเกินตา” บุ๋นบ่นอุบอิบหากแต่ไม่ได้รับความสนใจจากคนที่มาด้วย

            “เจ้าอ้วน” ฐานทัพยังเรียกชื่อของหมาเขาแบบนั้นพร้อมกับย่อตัวลงไปนั่งเล่นกับเจ้าอ้วน “ขี้เล่นนะ”

            “ครับ” บุ๋นรับคำสั้นๆ

            เขามาอยู่ในจุดที่ตัวเองอิจฉาหมาตั้งแต่ตอนไหน…

            “จริงรึเปล่าเรื่องที่บอก” ฐานทัพหันกลับมาถามบุ๋นแต่มือยังคงลูบหัวเจ้าอ้วนที่อยู่ใกล้ๆ “เจ้าของชอบใครหมาก็ชอบด้วย

            “หืม” บุ๋นลากเสียงก่อนจะหัวเราะ “จริงสิครับ

            “จริงหรออ้วน” ฐานทัพหันกลับมาถามเจ้าอ้วนที่ทำหน้าตาไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองคนพูด “ทำไมไม่ตอบ

            “ถ้ามันตอบผมก็คงวิ่งคนแรก” บุ๋นหัวเราะเสียงดัง เขาไม่เคยเห็นหมอฐานทัพในมุมนี้มาก่อนและถ้าเห็นบ่อยก็คงไม่ส่งผลดีกับเขาเท่าไหร่นัก

            หัวใจของเขาทำงานหนักเกินไป

            ยิ่งเห็นหมอในมุมต่างๆเขาก็ยิ่งรู้สึกหวง

            “อย่าน่ารักได้ไหม” บุ๋นหลุดพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

            “อะไร?”

            “อ่อเปล่าครับผมพูดกับเจ้าอ้วน

            “อ่อ

            เกือบไปแล้วไหมละบุ๋น… 

            “ไหนของที่จะเอาไป” ฐานทัพถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งจ้องเขาไม่ขยับไปไหน 

            “รถไงครับ” บุ๋นชี้นิ้วไปที่รถกระบะรุ่นเก่าที่ดูคล้ายกับรถขนของ “ต้องเอาไปช่วยขนของที่บ้านสวน

            “อ่อ” ฐานทัพพยักหน้าเข้าใจ “ใครขับ

            “ผมไง” บุ๋นชี้ตัวเองพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “ที่บ้านผมตอนนี้ไม่มีใครอยู่ พ่อกับแม่อยู่บ้านสวนทั้งคู่ ถ้าผมไม่ขับก็คงต้องให้เจ้าอ้วนขับแล้วล่ะ

            “ตลก”  

            “ไปกันเลยไหมครับ?” บุ๋นเอ่ยถาม เจ้าตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ในบ้านก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนเล็ก “ถึงรถจะดูเก่าแต่แอร์เย็นมาก ผมเตรียมผ้าห่มให้พี่ด้วย”

            “ขอบคุณ” ฐานทัพลูบหัวเจ้าอ้วนอีกครั้ง ความจริงเขาก็อยากจะเอาเจ้าอ้วนไปด้วยแต่ติดตรงที่บ้านของบุ๋นจะไม่มีใครเฝ้าเลยจริงๆ “แล้วข้าวล่ะ” ฐานทัพหันไปมองถาดข้าวที่ว่างเปล่าข้างรั้วบ้าน

            “อ่อ” บุ๋นยิ้ม “เดี๋ยวตอนเย็นแม่ก็กลับมาให้เองครับ เจ้าอ้วนกินข้าวแค่สองมื้อ

            “สองมื้อทำไมอ้วน” ฐานทัพตั้งข้อสงสัย ร่างกายของเจ้าอ้วนดูอุดมสมบูรณ์เกินกว่าที่จะกินข้าวแค่สองมื้อ

            “เพราะมันขี้เกียจไง” บุ๋นตอบ

            “อืมเหมือนเจ้าของรึเปล่า” ฐานทัพถามติดตลก

            “ไม่ใช่ซะหน่อย” บุ๋นรีบเถียงก่อนจะเปิดประตูรถให้ฐานทัพขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับแล้วเดินไปเปิดรั้วบ้านโดยมีเจ้าอ้วนนั่งมอง

            “ไว้ตอนเย็นเจอกันนะเด็กน้อย” บุ๋นทิ้งท้ายไว้กับหมาอ้วนกลมก่อนจะขึ้นไปประจำที่นั่งฝั่งคนขับแล้วขับรถออกมาจากบ้านโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้ว

            ฐานทัพไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุ๋นขับรถเป็นเลยทำให้เขาสนใจการขับรถของบุ๋นเป็นพิเศษ ท่าทางที่คล่องแคล่วกับสายตาที่ทอดมองไปข้างหน้าอย่างคนมีสมาธิในการขับรถทำให้แว๊บหนึ่งในความคิดของฐานทัพรู้สึกว่า คนข้างๆดูเป็นผู้ใหญ่

            “ผมเท่ใช่ไหมล่ะ” บุ๋นเปิดประเด็นชวนคุยเมื่อรู้สึกว่าคนข้างๆหันมามองเขา

            “ไม่” ฐานทัพรีบตอบกลับทันที 

            “ชมผมหน่อยก็ไม่ได้

            “ขับรถเก่งดี” 

            “ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ” บุ๋นหัวเราะเบาๆ “ผมเริ่มขับตั้งแต่มอห้า ช่วงแรกๆที่หัดขับโดนพ่อดุไปตั้งหลายรอบ” 

            เขายังจำได้วันแรกที่ต้องขับเพราะพ่อบอกว่าอีกหน่อยเขาจะต้องช่วยขับรถไปที่บ้านสวนผลัดเปลี่ยนกับพ่อในบางครั้งที่ต้องออกไปทำธุระที่อื่น ด้วยความที่พ่อไม่อยากให้แม่ของเขาขับรถไปต่างจังหวัดมากนักเลยทำให้รถคันที่สองของบ้านตกเป็นของบุ๋นที่ต้องหัดขับเพื่อไปรับแม่และไปส่งของ ตอนแรกก็ไม่อยากขับเพราะเป็นเกียร์กระปุกรุ่นเก่าที่ค่อนข้างน่ารำคาญแต่พอมาตอนนี้ก็ขับจนชินไปแล้ว

            “พ่อดุหรอ” ฐานทัพถาม

            “ไม่ดุครับ แค่เป็นคนจริงจังเวลาจะทำอะไร ครอบครัวผมไม่มีใครดุเลย” บุ๋นยิ้มกว้าง “อบอุ่นดี

            “อืม ดีแล้ว” 

            “ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะเรียนคณะเกษตร แต่เพราะแอดมิชชั่นติดก็เลยจำเป็นต้องเรียน” บุ๋นเริ่มเล่าต่อ “ผมไม่อยากสานต่อธุรกิจของที่บ้าน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้แล้ว

            “…” ฐานทัพตั้งใจฟังเงียบๆ

            สุดท้ายผมก็ชอบคณะนี้เพราะมีหลายๆอย่างทำให้ผมชอบ” เวลาที่บุ๋นพูดไปแล้วยิ้มไปทำให้คนที่อยู่ด้วยเผลอยิ้มตาม

            รอยยิ้มของบุ๋นมีเสน่ห์ทุกครั้งที่ได้มอง

            “หนึ่งในเหตุผลของผมคือ…ได้ปลูกแครอทให้พี่”

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆ เขาระบายยิ้มออกมาบางๆหากแต่คนที่ขับรถอยู่ไม่เห็น

            รถราเคลื่อนตัวได้สะดวกเลยทำให้เขาขับออกมาจากใจกลางเมืองกรุงเทพได้ในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง บุ๋นขับมาตามทางโดยไม่ลืมที่จะหันมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นระยะ ฐานทัพไม่ได้นอนหลับ สายตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างคล้ายกับคนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว

            “ที่เลือกเรียนแพทย์เพราะอยากจะช่วยผู้คน มันทรมานที่เห็นเขากำลังจะตายแต่ทำอะไรไม่ได้” ฐานทัพค่อยๆเล่าเรื่องของตัวเองออกมา แม้ว่าเขาจะไม่เคยพูดเรื่องเหล่านี้กับใคร “พอได้เรียนก็รู้ว่าจะเรียนเล่นๆไม่ได้ เพราะคนไข้ไม่ได้มีไว้ให้ทดลองรักษา

            “ครับ ผมรู้

            “เหตุผลที่ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นนอกจากเรียน” ฐานทัพพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แววตาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจลึกๆทำให้บุ๋นพยักหน้าเข้าใจ

            หมอไม่ได้บอกตรงๆว่าปฏิเสธความรู้สึกของเขาแต่หมอแค่บอกว่าทำไม…ถึงรู้สึกมากกว่านี้ไม่ได้

            บุ๋นกลับไปมองท้องถนนอีกครั้งแม้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ลึกๆด้านหนึ่งของเขากำลังประท้วงว่าให้บอกความรู้สึกทุกอย่างออกไป แต่อีกด้านก็ห้ามเขาไว้เพราะกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

            นั่นสิ…เขาควรทำยังไง

            พี่จำคำถามของผมได้ไหม ที่ผมเคยถามว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนๆหนึ่งพร้อมจะดูแลพี่ ไม่สนว่าพี่จะมีเวลาให้รึเปล่า ไม่สนว่า…”

            “จำได้” ฐานทัพตอบกลับมาทันทีโดยไม่รอฟังให้บุ๋นพูดจบ

            “คำตอบของพี่ยังเหมือนเดิมไหมครับ

            “อืมเหมือนเดิม” เขายังคงยืนยันคำเดิม

            ถึงเวลาก็รู้เอง…

            “ครับ ผมเข้าใจแล้ว” อยู่ดีๆเขาก็รู้สึกจุกอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก บุ๋นพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ทางข้างหน้าแม้ว่าหัวใจของเขามันกำลังเต้นช้าลงเรื่อยๆ

            ทั้งๆที่หมอไม่ได้ปฏิเสธ…แต่ก็เหมือนบอกเขาเป็นนัยว่าหมอยังไม่พร้อม

            ทั้งๆที่เขาคิดคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ทำไมในใจมันเจ็บจนรับไม่ไหว

            อดทนได้จริงหรอเวลาที่เห็นคนอื่นจับมือกันแต่แฟนตัวเองกำลังผ่าตัดคนไข้” ฐานทัพหันไปมองปฏิกิริยาของคนข้างๆ

            “…”

            “อดทนได้จริงหรอวันครบรอบที่แฟนตัวเองต้องเข้าเวรดึก

            “…”

            ไร้คำพูดใดๆออกจากปากของอีกคน บุ๋นนิ่งเงียบๆฟังสิ่งที่ฐานทัพพูดออกมา แม้ว่าเขาอยากจะตอบกลับไปแต่ในใจกลับรู้สึกได้ถึงความหมายที่หมอต้องการจะสื่อ

            หมอไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเองหมอคิดถึงความรู้สึกของคนที่จะอยู่ข้างๆ

            อาจจะอดทนได้ แต่ทนได้ไม่นาน” ฐานทัพถอนหายใจ “ไม่มีใครอยากได้แฟนที่ไม่มีเวลา

            “ถ้าคนๆนั้นเป็นแฟนของผม ผมสามารถทำทุกอย่างได้ในเวลาจำกัดของเขา” บุ๋นตอบกลับอย่างมั่นคงในความรู้สึก ทำไมเขาจะไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้

            “ถ้าเขาเข้าเวรดึกหรือตื่นไปทำงานไม่ไหว ผมก็จะเป็นคนคอยขับรถรับส่งเขาเอง แม้ว่าผมจะเหนื่อยแต่ผมรู้ว่าเขาเหนื่อยกว่า

            “…”

            “ถ้าเขาได้ไปอยู่ในที่ไกลๆผมก็พร้อมที่จะไปกับเขาเพราะผมรู้ว่าเขาคงเหงาที่ต้องไปอยู่ที่นั่นคนเดียว

            “…”

            “ไม่ได้จับมือกันเหมือนคู่อื่นๆ แต่ผมจะจับมือเขาทุกครั้งเวลาที่เขานอนหลับ

            “…”

            “วันครบรอบสำหรับผมไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของคนรักของผม ถ้ามันตรงกับเวรดึกที่เขาบอก ผมก็จะโทรไปหา อย่างน้อยเราก็ได้ฉลองกันผ่านโทรศัพท์

            “…”

            “ผมสามารถทำได้ทุกอย่างตามที่ผมพูดจริงๆ” บุ๋นหันกลับไปมองฐานทัพด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะพูดอะไรที่ค่อนข้างชัดเจนให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ถึงจะเคยหยอดไปบ้างแต่ครั้งนี้ต่างออกไป

            เขาตั้งใจจะบอกหมอฐานทัพจริงๆ

            “อืม รู้แล้ว” ฐานทัพระบายยิ้มออกมา 

            “ผมคงรู้สึกเจ็บมากกว่าถ้าผลักไสผมโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พิสูจน์สิ่งที่พูดออกไป”

            “อืม

            “ครับ” บุ๋นรับคำสั้นๆ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่แต่สำหรับเขา ทุกอย่างที่คิดเอาไว้เขาพูดไปหมดแล้ว

            “ถึงเวลาก็รู้เอง” ฐานทัพยังคงยืนยันคำเดิม

            บางที…อาจจะใกล้ถึงเวลานั้นแล้วก็ได้

            บุ๋นขับรถต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไร ความเงียบเข้ามาปกคลุมทำให้เขารู้สึกอึดอัด สายตาของเขาหันไปมองหมอฐานทัพก่อนจะได้คำตอบ ดวงตาทั้งสองข้างหลับสนิท ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหมอยังคงน่ามองเสมอ บุ๋นค่อยๆจอดรถเทียบข้างทางก่อนจะหยิบผ้าห่มที่วางไว้ที่นั่งข้างหลังออกมาห่มให้คนที่นอนกอดอกอยู่

            เขาจะยังคงดูแลหมอแบบนี้ต่อไป

            แค่หวังว่าสักวันหนึ่งหมอจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกทุกอย่างของเขา

            “อยู่กับผมแค่นี้ก็พอแล้วครับ” บุ๋นเอ่ยออกมาเสียงเบาจนแทบจะกลืนหายเข้าไปในลำคอ

            เขามองคนตรงหน้าต่ออีกพักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจขับรถต่อไปยังบ้านสวน แม้ว่าความสัมพันธ์ของเขายังเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

            ฐานทัพค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ จากที่ตั้งใจว่าจะนอนหลับเพื่อหยุดคิดความคิดวุ่นวายในหัวแต่สุดท้ายเขาก็นอนไม่หลับ คำพูดที่บุ๋นพูดเสียงเบาหากแต่ว่าเขาได้ยินมันชัดทุกคำยิ่งตอกย้ำความชัดเจนในใจลึกๆ

            ตั้งแต่ที่ได้เจอบุ๋น…เขาก็ไม่เคยคิดอยากจะหนีไปไหน

            บางทีทุกอย่างมันก็ชัดเจนจนไม่จำเป็นที่จะต้องพูดออกมา
 

            รถกระบะจอดลงหน้าบ้านสวนหลังจากใช้เวลาในการเดินทางเกือบสามชั่วโมง ฐานทัพที่เผลอหลับไปตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกของคนข้างๆกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในรถ คนพึ่งตื่นค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อปรับสายตาจากแสงภายนอก

            “ถึงแล้วครับ” น้ำเสียงของบุ๋นกลับมาร่าเริงอีกครั้ง ประตูรถฝั่งฐานทัพถูกเปิดออกพร้อมกับลมเย็นจากข้างนอกที่พัดเข้ามากระทบแขน

            “อืม” ฐานทัพลงมาจากรถก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆบ้านสวน

            บ้านชั้นเดียวที่ปลูกอยู่ท่ามกลางต้นไม้รอบด้าน แสงแดดเวลาเกือบเที่ยงไม่ได้ทำให้อากาศรอบข้างอบอ้าวหรือร้อนจนเกินไป บรรยากาศรอบข้างดีเสียจนเขาเผลอยืนมองนานจนบุ๋นต้องเรียกอีกครั้ง

            เดี๋ยวผมพาไปดูรอบๆนะครับ ตอนนี้แวะเข้าไปทักทายพ่อกับแม่ผมก่อนนะ” บุ๋นยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าหมอดูสนใจบ้านสวนของเขา

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆ คนพึ่งตื่นเดินมึนๆตามเจ้าของบ้านไปยังบ้านหลังไม่ใหญ่มากที่มีต้นไม้ต้นเล็กๆปลูกไว้ล้อมรอบบ้าน

            ประตูบ้านสีขาวสะอาดเปิดออกเผยให้เห็นห้องนั่งเล่นที่มีร่างของหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ที่โซฟากับรีโมททีวีที่กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ ทันทีที่เห็นใบหน้าของลูกชายรอยยิ้มแห่งความคิดถึงก็ปรากฏขึ้น ฐานทัพไม่แปลกใจเลยว่าบุ๋นยิ้มเหมือนใครเมื่อเขาได้มาเจอแม่ของบุ๋น

            “คิดถึงจังเลยครับ” บุ๋นเดินเข้าไปอ้อนตามประสาลูกคนเดียวพร้อมสวมกอดผู้หญิงที่เขารักที่สุด

            “คิดถึงแล้วทำไมไม่มาหาแม่ นี่ถ้าไม่โทรไปก็จะไม่มาใช่ไหมเจ้าลูกคนนี้” ผู้เป็นแม่เอ่ยดุหากแต่น้ำเสียงไม่ได้เป็นการต่อว่า “นั่งก่อนนะลูก” รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่เชื้อเชิญให้ฐานทัพนั่งลงตรงโซฟาข้างตัว

            “สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างคนที่ได้รับการอบรมมาดี ฐานทัพยิ้มนิดๆเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง

            “จ้ะ เพื่อนบุ๋นหรอลูก

            “รุ่นพี่ครับ” บุ๋นตอบแทนฐานทัพที่นั่งนิ่งๆ

            “อ่อ ตามสบายเลยนะจ้ะ ออกไปสวนอยากกินอะไรก็บอกให้น้องเก็บให้นะลูกนะ” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยบอกอย่างใจดี

            “ขอบคุณครับ

            “ตอนเย็นแม่อย่าลืมแครอทนะ พี่เขามาเพราะอยากกินแครอทของสวนเราเลยนะแม่” 

            “แม่ให้คนไปเก็บมาให้แล้ว เก็บมาเผื่อลูกกลับไปกินที่หอด้วยนะ

            “ขอบคุณครับ” คนที่ชื่นชอบแครอทยิ้มขอบคุณ

            คงได้กินแครอทไปอีกหลายวัน

            “งั้นเดี๋ยวบุ๋นออกไปช่วยที่สวนก่อนนะแม่ จะได้ไม่กลับดึก” 

            “จ้า ไปลูกไป พ่ออยู่ที่สวนกำลังขนผักขึ้นรถเลย

            “ครับผม” บุ๋นยิ้มรับก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันไปพยักหน้าเป็นเชิงเรียกหมอฐานทัพให้ไปกับเขา

            ฐานทัพหันไปยกมือไหว้แม่ของบุ๋นอีกครั้งก่อนจะขอตัวเดินออกมาเพื่อไปช่วยงานในสวนของบุ๋น บ้านสวนเป็นบ้านหลังเล็กไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ดูปลอดโปร่งโล่งสบาย อาจเพราะมีบ้านอยู่สองที่เลยทำให้ไม่มีของใช้ในบ้านเยอะจนดูรก หน้าบ้านมีบ่อน้ำเล็กๆที่มีปลาหางนกยูงนับสิบว่ายไปมากับจักรยารอีกสามคันที่จอดไว้ข้างๆ

            “เดี๋ยวผมพาไปปั่นจักรยานนะ” บุ๋นหันมายิ้มให้ฐานทัพอีกครั้ง เขากลัวว่าการที่พาหมอมาบ้านสวนจะทำให้หมอเบื่อ บ้านสวนสำหรับเขาไม่ใช่ที่ที่มีอะไรน่าสนุกให้ทำนักเพราะบริเวณรอบข้างก็มีแต่ต้นไม้กับแมลงหลากหลายชนิด 

            “ไม่เป็นไร ทำงานก่อน” ฐานทัพรู้ดีว่าการที่บุ๋นถูกเรียกตัวมาบ้านสวนเพราะอะไร เขาไม่ได้ต้องการเที่ยวเล่น แค่อยากมากินแครอทและมาพักผ่อน         

            ครับ” บุ๋นหันมายิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินนำเขาไปยังอีกฝั่งของบ้าน

            เสียงโหวกเหวกของผู้ชายร่างสูงในชุดเสื้อแขนยาวกับหมวกใบโปรดที่ใส่ทุกครั้งเวลาออกมาที่สวนเป็นลักษณะเด่นของผู้เป็นพ่อ บุ๋นรีบวิ่งไปข้างหลังโดยยกมือขึ้นบอกคนสวนเป็นเชิงอย่าทักเขาเพื่อที่จะได้แกล้งพ่อของตัวเอง

            “พ่อ!!!” บุ๋นตะโกนเสียงดังพร้อมกับนิ้วชี้สองข้างที่จี้เอวคนที่กำลังหันหลังอยู่

            “ไอ้บุ๋น!!” น้ำเสียงดุๆตวาดกลับมาอย่างคนขี้ตกใจ พ่อหันมาขมวดคิ้วใส่ลูกของตัวเองก่อนจะพ่นคำด่าออกมา ถ้าไม่ยอมกลับบ้านอีกก็คงจำหน้าไม่ได้แล้ว

            “คิดถึงก็บอกดีๆดิ ไม่เห็นต้องดุเลยพ่อ” บุ๋นยิ้มกว้าง เขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ดุอย่างที่แสดงออกมา

            ไม่คิดถึงโว้ยยยยย” พ่อปฏิเสธกลับมาทันที “อะ ละนั่นเพื่อนหรอ” เขาหันไปสบตาฐานทัพที่กำลังยกมือไหว้สวัสดี

            “รุ่นพี่ครับ” บุ๋นตอบ

            “เด็กเกษตรเหมือนกันหรอ” ผู้เป็นพ่อถามอย่างคนขี้สงสัย

            “เปล่าพ่อ พี่เขาเรียนหมอ

            “บ๊ะเขายอมรับแกเป็นน้องด้วยหรอวะไอ้ลูก นี่ไปข่มขู่อะไรเขารึเปล่า” พ่อถามอย่างไม่เชื่อหู เท่าที่จำได้บุ๋นไม่เคยมีรุ่นพี่เก่งขนาดนี้มาก่อน

            “โห่พ่อ อะไรเนี่ย

            “เอ้า ก็ตกใจนิวะ

            “ไม่คุยด้วยแล้ว” บุ๋นเมินหน้าไปอีกทาง “พ่อยืนเฉยๆเลย เดี๋ยวยกของขึ้นรถเอง” เขาจับตัวพ่อให้เดินไปอีกทางเพื่อไม่ให้ขวางการทำงาน

            เป็นปกติของพ่อลูกคู่นี้ที่จะต้องหาเรื่องมาทะเลาะกัน น้อยครั้งที่จะพูดกันดีๆ แต่ทั้งคู่ก็รู้กันว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องทะเลาะกัน เหมือนเป็นการแสดงความรักของคนที่แสดงออกไม่เก่งทั้งคู่

            “เดี๋ยวช่วย” ฐานทัพพูดพร้อมกับยกตะกร้าผักที่วางอยู่ขึ้นรถกระบะ

            “เออดี ปวดแขนอยู่พอดี” พ่อที่ได้ยืนพักยิ้มออกมานิดๆ “แล้วเราชื่ออะไร

            “ฐานทัพครับ” ฐานทัพหันกลับมาตอบ

            “เออชื่อเท่ดี ไม่เหมือนไอ้บุ๋น”

            “ได้ข่าวว่าพ่อเป็นคนทะเลาะกับแม่เรื่องชื่อผมนะ” บุ๋นหันมาหาพ่อทันทีที่เอ่ยถึงเขาเป็นบุคคลที่สาม

            “เอ้า ก็ตอนเด็กๆไม่คิดว่าจะหน้าตาดีนี่วะเลยตั้งชื่อให้สมกับหน้าตา” 

            “พอโตมาแล้วก็หล่อไง” บุ๋นยักคิ้วกวนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากฐานทัพที่ฟังพ่อลูกทะเลาะกัน

            ตะกร้าผักอันสุดท้ายถูกยกขึ้นกระบะก่อนที่เสียงถอนหายใจเบาๆจะพ่นออกมา บุ๋นหันไปมองผู้เป็นพ่อที่ยืนยิ้มอยู่ก่อนจะเดินไปแบมือขอกุญแจรถ

            “ไปส่งร้านเดิมใช่ไหมพ่อ

            “เออ จะไปส่งให้หรอ

            “อืม” บุ๋นรับคำสั้นๆ “วันนี้เป็นวันครบรอบไม่ใช่หรอ พ่อก็ไปอยู่กับแม่ดิ เดี๋ยวแม่น้อยใจนะ

            “ครบรอบอะไร อายุปูนนี้เขาไม่นับกันแล้ว

            “อะจริงดิ นี่ปีที่เท่าไหร่แล้วนะพ่อ

            “ยี่สิบหก

            “แหนะๆ” บุ๋นยิ้มอย่างรู้ทันทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับโวยวายออกมาเสียงดังตามประสาคนโรแมนติกไม่เป็น

            “ไปๆ พูดมากจังวะไอ้ลูกคนนี้

            “ทำอย่างกับมีลูกหลายคนงั้นแหละ” บุ๋นหัวเราะเสียงดังก่อนจะเดินขึ้นรถกระบะ

            ฐานทัพขึ้นมานั่งบนรถก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ เขาหันไปมองบุ๋นที่กำลังสตาร์ทรถก่อนจะหยิบทิชชู่ที่อยู่ข้างๆแล้วยื่นส่งให้

            “ขอบคุณครับ” บุ๋นยิ้มกว้าง “พี่ก็ร้อนเหมือนกันใช่ไหม” บุ๋นถามพร้อมกับปรับแอร์ให้แรงกว่าเดิม

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้าก่อนจะหยิบทิชชู่เช็ดเหงื่อบนใบหน้า

            รถกระบะขับเคลื่อนออกจากบ้านสวนไปตามทางประจำที่บุ๋นคุ้นเคย วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ ความจริงเขาก็เกือบลืมไปแล้วแต่ดันไปเห็นปฏิทินที่ถูกวงไว้เลยนึกขึ้นได้

            เขาคิดมาตลอดว่าเขาอยากมีความรักเหมือนพ่อกับแม่

            “พี่รู้ไหม พ่อผมน่ะปากแข็งสุดๆไปเลย เป็นคนเอาใจคนไม่เก่ง พูดหวานก็ไม่เป็น” บุ๋นทอดมองทางข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มที่เผยออกมา “แต่แม่ไม่เคยบ่นที่พ่อเป็นแบบนี้เลย

            “ทำไม

            “เพราะแม่รักพ่อ” บุ๋นหันมาสบตาคนข้างๆ “รักคำเดียว”  

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้า “รัก

            “ครับ รัก” บุ๋นยิ้มอีกครั้ง “ผมอยากเป็นเหมือนพ่อแม่ อยากจะรักใครคนหนึ่งไปนานๆและดูแลเขาให้ดีที่สุดเหมือนที่พ่อแม่ผมรักกันมาตลอดยี่สิบกว่าปี

            ฐานทัพหันกลับไปมองคนข้างๆ คำพูดของบุ๋นดูหนักแน่นและมั่นคง เขารับรู้ความรู้สึกทุกอย่างของบุ๋นได้จากคำพูดที่เปล่งออกมา คำพูดที่ไม่ได้พูดออกมาลอยๆแต่แฝงไปด้วยความตั้งใจจริงของบุ๋นอดทำให้ฐานทัพคิดไปไกลไม่ได้

            บางทีฐานทัพก็รู้สึกว่า…เขารับรู้ความรู้สึกของบุ๋นแล้ว

            “บุ๋น” ฐานทัพเรียกคนข้างๆเสียงเรียบ “อยู่ตรงนี้

            “ครับ?” คนที่ขับรถอยู่หันมามองอย่างไม่เข้าใจ “อะไรนะครับ

            “อยู่ด้วยกัน” ฐานทัพถอนหายใจออกมา คำพูดที่อยากจะพูดแต่ยากที่จะพูดออกมา “จะอยู่เหมือนที่ขอให้อยู่

            “ขอ…” บุ๋นลากเสียงก่อนที่ความทรงจำของเขาจะกลับมา

            หมอไม่ได้นอน…!!!

            “พี่ได้ยิน?” บุ๋นทำตาโต

            “อืม

            “ได้ยินหมดเลย?

            “ทุกคำ

            “บ้าไปแล้ว!!!” บุ๋นหน้าแดงขึ้นมาทันที เขาหันไปมองอีกฝั่งก่อนจะพูดออกมา “ผมว่าผมพูดเบาแล้วนะ

            “รถเงียบ” ฐานทัพตอบกลับนิ่งๆ

            “แล้วพี่คิดยังไงล่ะครับ” บุ๋นหันกลับมาถาม ตอนนี้เขาอายจนแทบจะมุดลงไปใต้รถ ถ้าเขาไม่ขับรถอยู่เขาคงวิ่งหนีหมอไปไกลๆ

            อายโว้ยยยย!!

            “จะอยู่รอกินแครอท

            “แค่แครอทหรอครับ?” คนยิ้มเก่งถามอีกครั้ง

            “ต้องมีอะไรอีก

            “ก็อยู่กับบุ๋นไง” รอยยิ้มมีเสน่ห์เผยออกมาเรียกรอยยิ้มจากคนที่เห็น ฐานทัพพยักหน้านิดๆ ความรู้สึกต่างๆเริ่มก่อตัวในหัวใจ

            “อืมอยู่

 

 

 





--------------------------------------
มาแล้วจ้าาาาา วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างหลังจากที่เกือบทั้งเรื่องบรรยายสถานที่ในมหาวิทยาลัย
เริ่มมีปมดราม่าเล็กๆขึ้นมานิดนึงหลังจากที่ยิ้มกันไปหลายตอนจนปวดแก้ม ในตอนนี้เราคงได้เห็นมุมมองของหมอฐานทัพมากขึ้นกับความรู้สึกที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนบุ๋นเองก็เป็นคนที่ยังคงหนักแน่นกับคำพูดเพราะลึกๆแล้วเราเชื่อว่าบุ๋นทำได้อย่างที่พูดจริงๆ 
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ น่ารักกันทุกคนเลย จะพยายามอัพบ่อยๆน้า
ทุกคอมเม้นท์ทุกกำลังใจเราได้รับจากทุกคนหมด ขอบคุณจากใจจริงนะคะ ^______^

ปล.  แอบถามตัวใหญ่ๆ อยากอ่านเรื่องของเพื่อนหมออีกสองคนไหม? แล้วอยากอ่านเรื่องของหมอคนไหนมากกว่ากัน ลองถามเล่นๆนะคะ กลัวเขียนมาแล้วแป้กไม่มีคนอ่าน ฮาาา...

ติดตามกันได้ทางแฟนเพจ Perlina. เข้าไปกดไลค์ทักทายพูดคุยกันได้นะคะ
ติดตามกันได้ทางทวิตเตอร์  @perlinjun  ตอนนี้มีคนใช้แฮชแท็ก  #ผมจีบหมอ กันเยอะแล้วน้า 
เข้าไปอ่านฟีดแบคเม้ามอยกันได้ เราจะตามรีทวิตทุกคนนะคะ สุดท้ายนี้อยากบอกว่า รักนะ

เขียนยาวเพราะความรู้สึกข้างในมันเยอะจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่หมด :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5774 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:35
    หวังว่ารถจะไม่ลงข้างทางนะ555555555555
    #5774
    0
  2. #5756 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 07:45
    หนูอยู่ด้วยคนได้ไหมคะ งื้อๆๆเขิลลลล
    #5756
    0
  3. #5744 tarun_ (@tarun_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:02
    เขินนนนน อบอุ่นมากๆเลย
    #5744
    0
  4. #5711 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:00

    ถึงจะพูดน้อยแต่แต่ละคำที่พูดมานี่เขินเว้ย

    #5711
    0
  5. #5697 Phonthira2542 (@Phonthira2542) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:28

    ึอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วยิ้มตามตลอดเลย คือชอบมากน่ารักดี

    #5697
    0
  6. #5689 Ms.Malfoy (@orapun369) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:00
    อยากมีหมอฐานทัพเป็นของตัวเองงงงงงง
    #5689
    0
  7. #5661 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:42
    อร้ายยย เขินตัวบิดแล้ว อบอุ่นมากบุ๋นนายโรแมนติกว่ะ
    #5661
    0
  8. #5644 jaeyiing (@jaeyiing) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:08
    โห เขินจนน้ำตาแอบไหล
    #5644
    0
  9. #5592 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:41
    เขินไปหมดแล้วจ้าาา ไม่ต้องโรแมนติกก็เขินได้วุ้ย
    #5592
    0
  10. #5571 Noo_lin (@kulwadee99) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 00:22
    เขินเลยอ่ะ
    #5571
    0
  11. #5537 ArfArf (@ArfArf) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:53
    ร้องไห้เลยครับ ชอบมากเลย
    #5537
    0
  12. #5525 tarafente (@tarafente) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 10:47
    หมอคนไหนก็อ่านครับ ไรท์ หมอป้อง หมอคิน เขินจริงจัง
    #5525
    0
  13. วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:10
    น่ารัก ^^
    #5520
    0
  14. #5513 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:33
    เขินว้อยยยยยยยย ฮือออออ
    #5513
    0
  15. #5497 yink39 (@yink39) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 13:17
    น่ารัก มาแบบงงๆ เอ้าเขินก็เขินวะ 55555
    #5497
    0
  16. #5491 loloza bbk (@lolozabbk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 00:25
    เราก็จะอยู่ จะอยู่ทีมบุ๋นฐานทัพ พบ้าาา
    #5491
    0
  17. #5465 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:18
    เขินนนนนน
    #5465
    0
  18. #5439 atmosphere_ (@fahc1993) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    โอ๊ยฮือเขินมากมากมากมาก;-;
    #5439
    0
  19. #5419 Psh_ (@Psh_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 17:32
    หมอน่ารักจังเลย ฮืออออ จะอยู่อย่างที่อยากให้อยู่ // เราก็จะอยู่อ่านนิยายไรท์อย่างที่ไรท์เเต่งนิยายดีๆออกมานะ สู้ๆค่าา
    #5419
    0
  20. #5411 Gardeneiei (@Gardeneiei) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 23:16
    น้ำตาไหลเลย5555
    #5411
    0
  21. #5387 Noppakaow Yothaphan (@noppakaow12233) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 23:54
    เขินแทน 😍😍😍
    #5387
    0
  22. #5383 karnn_sn (@karnn_sn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 01:18
    เขินพี่หมออง่าาา
    #5383
    0
  23. #5363 WindyWeed_Wolny (@WindyWeed_Wolny) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:33
    น่าร๊ากกกก เค้าตกลงปลงใจกันแล้วว /// ^^\\\
    #5363
    0
  24. #5356 puffyyoung (@neykhawiiz2pm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:21
    กราบตักหมอ น้องบุ๋นลูกแม่ได้ใจเขาแล้ววววววว
    #5356
    0
  25. #5334 MoMaE (@imissyoume) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:37
    โอ้ยยยยยเขินนนนนนนนนน
    #5334
    0