(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 15 : 14 : จีบหมอครั้งที่สิบสาม 120 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 477 ครั้ง
    29 ต.ค. 59


จีบหมอครั้งที่สิบสาม

 

            บรรยากาศในห้องสอบเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดันของนักศึกษาหลายคนที่พึ่งเจอข้อสอบมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก หนึ่งในนั้นคือเดือนคณะเกษตรที่ถอนหายใจเป็นรอบที่สี่ตั้งแต่เข้ามาอ่านข้อสอบ ความจริงเขาก็พอรู้แนวมาบ้างแต่ไม่คิดว่าข้อสอบจะประยุกต์เสียจนไม่เหลือเค้าโครงแนวเดิม คล้ายกับอาจารย์ไม่อยากให้นักศึกษาได้คะแนน

            นาฬิกาหน้าห้องบ่งบอกว่าใกล้จะหมดเวลาในการทำข้อสอบ บุ๋นเขียนความรู้ทุกอย่างลงไปในหน้าสุดท้ายแข่งกับเวลาก่อนจะวางปากกาลงแล้วเดินไปส่งข้อสอบหน้าห้องที่มีกรรมการคุมสอบนั่งอยู่สามคน

            เสร็จไปหนึ่งวิชา

            แค่วิชาแรกยังรู้สึกเหมือนใกล้ตาย คิดไม่ออกเลยว่าวิชาอื่นๆจะเป็นยังไง

            โทรศัพท์มือถือถูกกดเปิดเครื่องหลังจากที่เดินออกมาจากห้องสอบแล้ว หลายๆคนเริ่มทยอยกันออกมาเหลือก็แต่เพื่อนของเขาที่ยั่งนั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ในห้องสอบ มือข้างหนึ่งสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆเพื่อฆ่าเวลา ในใจก็อดเครียดไม่ได้กับข้อสอบที่เจอมา เขาไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้และเขาไม่มั่นใจเหมือนตอนแรกที่คิดไว้

            อาจเพราะเหม่อทำให้รู้ตัวอีกทีก็กดมือถือมาอยู่หน้าสมุดรายชื่อ บุ๋นค่อยๆเลื่อนดูรายชื่อในโทรศัพท์มือถือก่อนจะหยุดลงที่รายชื่อใหม่ที่เขาเป็นคนตั้งไว้เมื่อคืน

            อยากโทรหา

            “ไงมึง” แรงตบที่บ่าทำให้คนที่กำลังเหม่ออยู่สะดุ้งสุดตัว มือดันกดพลาดไปโดนปุ่มโทรออกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            ชิบหาย!!!

 

            กำลังโทรหา…คิดถึง

 

            เชี่ยยย!!” บุ๋นอุทานเสียงหลงก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนงงอยู่ข้างๆ

            ใบหน้าของเดชมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆแปะไว้ สีหน้าที่เครียดจากห้องสอบในตอนนี้หายไปเหลือแต่เพียงความงงกับสิ่งที่เขาทำ

            ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่วะ โมโหทำไม

            “อะไรของมึง

            “เล่นอะไร กูตกใจหมด” คนที่ไม่ได้ตั้งใจจะกดโทรบ่นใส่เพื่อนสนิทก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

            ไม่ได้ตั้งใจจะโทร แต่ในเมื่อกดไปแล้ว…ก็ช่วยไม่ได้

            แย่จังเลย~

            เสียงสัญญาณดังอยู่พักใหญ่จนคนที่รอปลายสายรับเริ่มถอดใจ นิ้วกำลังจะกดวางสายแต่หน้าจอกลับเปลี่ยนเป็นเลขวินาที

            ฮัลโหล…”

            ( ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ)

            ถุ้ย!!!

            เสียงที่ได้ยินไม่เป็นดังที่หวังคนที่รอสายก็ถึงกับกดวางซ้ำๆแล้วถอนหายใจหนักๆ ไม่ได้ตั้งใจกดโทรไปแต่ก็หวังให้ปลายสายรับ

            ไม่ได้อยากได้ยินเสียงสัญญาณอัตโนมัติโว้ยยยยยย!!!

            “หงุดหงิดอะไรมึง” เดชที่ยังไม่ได้รับคำตอบถามซ้ำอีกครั้ง

            หงุดหงิดทุกอย่าง” บุ๋นตอบก่อนจะเก็บมือถือใส่ในกระเป๋า

            “อะไรของมึงวะ” เดชไม่เข้าใจในความหมายของเพื่อน เขาไปทำอะไรให้หงุดหงิดขนาดนั้น “แล้วมึงจะไปไหนต่อ กลับเลยหรือว่าหาอะไรกิน

            “กลับมั้ง กินอะไรไม่ลงแล้ว เจอข้อสอบแบบนี้

            “ไม่เป็นไร กูเข้าใจ” เดชตบบ่าพร้อมพยักหน้า “งั้นไว้พรุ่งนี้เจอกัน

            “เออ โชคดีนะมึง

            “เออบาย” เขาโบกมือลาก่อนจะเดินลงบันไดไป

            บุ๋นเดินไปอีกทางที่จอดรถจักรยานไว้อยู่เพื่อเตรียมกลับหอ ตอนนี้ไฟที่หอกลับมาใช้ได้เป็นปกติแล้ว ทั้งๆที่ความจริงเขาอยากจะให้มันเสียนานกว่านี้หน่อยแต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เป็นใจ

            โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นจนทำให้เขาหยุดเดินเพื่อดูสายที่โทรเข้ามา ทันทีที่เห็นรายชื่อความหงุดหงิดที่มีอยู่ก็หายไปเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

            

            คิดถึง

 

            รายชื่อที่แอบเมมไว้ไม่ให้ใครรู้แม้กระทั่งเจ้าของเบอร์ อาจจะดูเสี่ยวแต่มันเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพลงในสมัยเมื่อหลายปีก่อนทำให้เขาเลือกที่จะเมมชื่อหมอฐานทัพด้วยชื่อนี้

            ทุกครั้งที่โทรหาหมายถึง…กำลังคิดถึง

            ทุกครั้งที่หมอโทรมาหาหมายถึงความคิดถึงกำลังเดินทางมา

            สวัสดีครับ ขอสายใครครับ” เสียงเก้ๆกังๆเอ่ยขึ้นเมื่อกดรับสาย รู้สึกมือเต็มไปด้วยเหงื่อ 

            ปกติก็คุยกันบ่อย แต่ไม่เคยคุยโทรศัพท์ด้วยกันเลยสักครั้ง

            ( ขอสายคนโทร )

            “ผะผมเอง ครับ” จะตะกุกตะกักทำไมวะบุ๋น!!

            ( ใคร ) ฐานทัพถามกลับมานิ่งๆ 

            “น้องบุ๋นไงครับ”

            ( น้อง? ) ฐานทัพถามกลับ บุ๋นรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสาย

            น้องบุ๋น…แต๋วชะมัด พูดไปได้ไงวะ

            “บุ๋นเองครับ

            ( อืม ว่าไง )

            “คะคือ มือมันไปกดโดนแต่แบบว่าผม คือ” 

            ( กำลังจะออกไปหาอะไรกิน ) ฐานทัพเว้นช่วงไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ ( หิวไหม )

            “หิวครับ!!!” ตอบกลับไปทันทีโดยลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้ติดอ่างมากแค่ไหน บุ๋นยิ้มกว้าง หัวใจของเขาเหมือนมีเลือดเข้ามาสูบฉีดอีกครั้งหลังจากที่ผ่านสมรภูมิรบในห้องสอบมา

            ( อืม เจอกันที่ร้านอาหารตามสั่งหน้ามอ )

            ครับผม” บุ๋นตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ขาทั้งสองข้างรีบเดินลงบันไดเพื่อไปให้ถึงที่หมายตามที่หมอฐานทัพบอกไว้ให้เร็วที่สุด

            บุ๋นเดินผิวปากไปพร้อมกับเดินไปไขโซ่กุญแจจักรยานที่จอดอยู่หน้าตึกสอบ วันนี้เป็นวันที่นักศึกษาแน่นไปทั่วบริเวณ อาจเพราะเป็นวันสอบวันแรก

            จักรยานคันเก่งปั่นไปตามทางเพื่อไปหาจุดมุ่งหมายแห่งความสุข บุ๋นรู้สึกว่าหมอมีอิทธิพลกับตัวเขามาก ยิ่งเวลาที่เครียดๆแค่ได้ยินเสียงแค่ได้คิดถึงเรื่องทุกอย่างก็ดูเบาลงในทันที แบบนี้จะให้เขาห่างจากหมอฐานทัพได้ยังไง

            บุ๋นจอดรถจักรยานไว้หน้าร้านอาหารตามสั่ง สายตากวาดมองโต๊ะในร้านเพื่อหาร่างของอีกคนแต่ดูเหมือนคนที่เขาตามหาจะยังมาไม่ถึง บุ๋นเดินเข้าไปจองโต๊ะก่อนจะก้มหน้าฟุบลงไปอย่างคนหมดแรงอีกครั้ง

            คืนนี้จะได้นอนกี่โมงวะเนี่ย

            ฐานทัพที่มาถึงหลังจากบุ๋นไม่กี่นาทีเดินตรงมายังโต๊ะที่เห็นคนที่มาถึงก่อนชัดเจน เขาเดินตรงเข้ามาอย่างไม่ลังเลก่อนจะลากเก้าอี้ตรงข้ามนั่งแล้วมองสภาพคนตรงหน้าเงียบๆ

            หมดสภาพจริงๆ

            กินอะไร” เขาถามไปสั้นๆแต่กลับทำให้คนที่ฟุบอยู่เด้งตัวลุกขึ้นมาทันที

            “ครับ กินครับ!!!” บุ๋นตอบอย่างกระตือรือร้น

            รู้ว่ากิน กินอะไร” ฐานทัพถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่เข้าใจคำถาม ดูก็รู้ว่าเหนื่อยและเพลียมาทั้งวันแต่ก็ยังมีรอยยิ้มส่งมาให้เขาเสมอ

            เหมือนทุกๆครั้ง

            “พี่สั่งก่อนเลยครับ” บุ๋นยื่นเมนูให้ก่อนจะหันไปอีกทางเพื่อหาวไล่ความง่วง

            “เดี๋ยวสั่งให้” เขาสรุปเองเสร็จสรรพก่อนจะเดินไปสั่งอาหารหน้าร้านโดยไม่รอฟังเมนูอาหารจากอีกคน 

            บุ๋นมองตามร่างสูงที่เดินไปสั่งพักหนึ่งก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับแก้วน้ำเปล่าสองแก้ว ฐานทัพวางแก้วน้ำที่เย็นจัดบนแขนบุ๋นจนถึงกับต้องชักแขนหนีก่อนจะมองรอยยิ้มของหมอที่ดูสนุกกับการได้แกล้งเขา

            อย่ายิ้มเลยหมอ…แค่หน้าปกติหัวใจผมก็เต้นผิดไปหลายจังหวะแล้ว

            “ดีขึ้นไหม” ฐานทัพนั่งลงอีกครั้งแล้วถามคนตรงหน้า

            “ดีมั้งครับ เย็นจัดขนาดนี้” 

            “สอบเป็นยังไง

            “พลังหมด” บุ๋นทำท่าจะฟุบหลับอีกครั้ง ทั้งๆที่เมื่อกี้ไม่ได้ง่วงนอนแต่พอมาเห็นหน้าหมอฐานทัพแล้วมันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจจนไม่ต้องการอะไรอีกนอกจากได้นอนพัก

            “เงยหน้าขึ้นมา” ฐานทัพออกคำสั่ง

            “ขอสิบนาทีนะพี่

            “บุ๋น” เขาเรียกเสียงนิ่ง “เงยหน้า

            “ครับๆ เงยครับ” คนที่อ่อนแรงเต็มทีค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาตามคำสั่ง

            แปะ!

            ฝ่ามือของหมอฐานทัพวางทับอยู่บนหน้าผากของเขาทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ความเย็นจากมือของหมอส่งต่อมายังประสาทรับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

            รู้สึกดีแปลกๆ

            ชาจพลัง” ฐานทัพพูดสั้นๆ

            “ครับ?” อีกคนกลับไม่เข้าใจ

            “เห็นคินทำกับแฟนบ่อยๆ

            “…”

            “แล้วพูดว่าชาจพลัง

            เขาเห็นคินทำอยู่บ่อยๆจนชินตา ทุกครั้งที่เห็นคินทำแฟนมันก็ดูมีพลังขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าได้รับพลังจริงๆหรือเป็นการอุปทานขึ้นมาเอง

            “ทำบ่อยๆกับแฟนหรอครับ” บุ๋นถามก่อนที่จะรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ใบหน้า

            แฟน…

            “อืม แฟน” 

            คนที่ไม่ได้คิดอะไรตอบกลับไปหน้าตาเฉย โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองมีอิทธิพลกับคนตรงหน้าที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากความเหนื่อยล้าเป็นความสดใส

            จาก…พลังที่หมอส่งมาให้

            “งั้นพี่คงต้องชาจพลังให้ผมบ่อยๆแล้วล่ะ

            “ไม่” ฐานทัพปฏิเสธ “เดี๋ยวไม่ได้ผล

            “ครับ” บุ๋นไม่ได้พูดอะไรต่อมีเพียงแต่รอยยิ้มที่ส่งให้คนตรงหน้า

            หมอจะรู้ไหมว่าทุกอย่างที่หมอทำมันได้ผลกับเขาเสมอ แม้ว่าความจริงสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากแต่มันก็ทำให้บุ๋นรู้สึกดี…เพราะคนที่ทำให้คือคนสำคัญของเขา

            ฐานทัพดึงมือกลับไปหลังจากที่เห็นคนตรงหน้ากลับมายิ้มเหมือนเดิม พอเห็นรอยยิ้มนี้แล้วรู้สึกเบาใจขึ้นเยอะแม้บุ๋นจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เขากลับเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำมันสามารถเพิ่มพลังให้คนตรงหน้าได้จริงๆ

            วิธีของคินได้ผล

            อาหารมาเสริฟหลังจากที่สั่งไปได้พักใหญ่ ฐานทัพยื่นจานราดหน้าไปตรงหน้าคนที่เอาแต่นั่งยิ้มก่อนจะส่งช้อนส้อมให้ คนที่เห็นจานราดหน้าทำตาโตก่อนจะมองคนตรงหน้าอึ้งๆ

            หมอจำได้

            “ทำไม” ฐานทัพขมวดคิ้ว “ไม่ชอบหรอ?เขาจำได้ว่าบุ๋นเคยสั่งให้เขาครั้งแรกที่ไปกินข้าวด้วยกัน ก็เลยเลือกเมนูที่บุ๋นเคยทานเพราะคิดว่าน่าจะชอบกิน

            หรือว่าเขาคิดผิด

            เปล่าครับ” บุ๋นรีบส่ายหน้า “ผมชอบมากต่างหากแต่ไม่คิดว่าพี่จะจำได้

            “จำได้” คนที่คิดไปไกลแอบถอนหายใจนิดๆ “ปกติก็เห็นกินอยู่ไม่กี่อย่าง เลยเดาว่าน่าจะชอบราดหน้า

            “รู้ใจผมด้วย

            “อืม เก่ง” ฐานทัพตอบกลับไปอย่างคนไม่คิดอะไรโดยไม่รู้เลยว่าความหมายที่บุ๋นต้องการสื่อในคำพูดนั้นมันลึกซึ้งกว่าที่เขาคิดไว้

            “พี่อ่านใจผมออกหรอ

            “ไม่” เขาปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ใช่หมอดู

            แต่เป็นหมอฐานทัพใช่ไหมครับ” บุ๋นยิ้มบางๆ

            หมอฐานทัพ…ของบุ๋น

            “อืม” เขาพยักหน้าแล้วตอบกลับมาเสียงเบาเพราะข้าวที่เคี้ยวอยู่เต็มปากทำให้พูดไม่สะดวก

            เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอเมื่อได้อยู่กับคนที่ทำให้ยิ้มได้ตลอดเวลา บุ๋นรวบช้อนส้อมหลังจากที่ทานเสร็จแล้ว ความจริงก็อยากจะกินให้นานกว่านี้แต่ไม่อยากทำให้อีกคนเสียเวลา

            ทำไมเวลาสอบไม่ผ่านไปไวๆแบบนี้บ้างวะ

            “พี่จะไปไหนต่อครับ” คนที่ไม่อยากกลับหอถามขึ้น บุ๋นหวังแค่จะได้อยู่กับหมอฐานทัพให้นานกว่านี้

            นับวันเขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคเสพติดหมอฐานทัพ ยิ่งอยู่ด้วยยิ่งมีความสุข ไม่อยากจะไปไหนไกล อยากจะอยู่กับหมอนานๆ แต่ก็ไม่อยากทำให้หมออึดอัดใจ เขาเลยต้องพยายามห้ามตัวเองในการกระทำที่ไม่ควรทำ

            ซึ่งบางทีมันก็ห้ามยาก

            “หอสมุด

            เป็นปกติของฐานทัพที่มักจะไปใช้บริการหอสมุดในการอ่านหนังสืออยู่เสมอเพราะความสะดวกสบายและความเงียบที่เขาต้องการ เสียงรบกวนน้อยกว่าอ่านที่หอพักนักศึกษา แม้ว่าในบางชั้นของหอสมุดจะมีเสียงรบกวนบ้างแต่ไปนั่งตากแอร์ก็ยังดีกว่านั่งอ่านหนังสือกับพัดลม
            “
ผมไปด้วยดิ อยากไปนอนแอร์เย็นๆ

            “อืม นัดคินกับป้องไว้” ฐานทัพเตรียมจะลุกไปจ่ายเงิน “ไปได้

            “พี่คินหรอ…” บุ๋นถึงกับชั่งใจเมื่อได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทหมอฐานทัพ

            ความจริงเขาไม่มีปัญหาอะไรแต่กับพี่คินเขาไม่มั่นใจ เพราะครั้งที่เคยเจอกันเหมือนพี่คินจะรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับหมอฐานทัพและมันคงไม่ดีแน่ถ้าเขาไปกับหมอในวันนี้

            ไม่อยากให้ความแตกไม่อยากให้หมอฐานทัพรู้สึกอึดอัด

            ผมไม่ไปดีกว่า ไปก็กวนพวกพี่เปล่าๆ

            “ตามใจ” ฐานทัพพยักหน้า เขาไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ ในเมื่อบอกว่าไม่ไปก็คือไม่ไป ไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผลให้มากความเพราะเขารู้ว่าบุ๋นก็มีเหตุผลของบุ๋น

            “อ่านหนังสือเผื่อผมด้วยนะ

            “อ่านเผื่อได้หรอ” ฐานทัพหัวเราะออกมาเบาๆ

            “ได้สิครับ อ่านแล้วก็ชาจพลังให้ผมแบบเมื่อกี้” บุ๋นยิ้มกว้าง

            อยากแบตเสื่อมจะได้โดนชาจพลังบ่อยๆ

            “คนขี้เกียจ” แม้จะพูดเชิงตำหนิแต่ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกแย่ กลับกันยิ่งทำให้บุ๋นยิ้มกว้างกว่าเดิม

            อย่างน้อยในคำพูดนั้นก็มีรอยยิ้มเล็กๆของหมอให้เขาได้เห็น

            ชื่นใจว่ะ

            ทั้งสองเดินออกมาจากร้านหลังจากจ่ายค่าอาหารเสร็จ บุ๋นเดินช้าลงกว่าปกติ อาจเพราะเขายังรู้สึกไม่อยากกลับไปอ่านหนังสือต่อถึงแม้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีสอบ

            บุ๋นอยากอยู่กับหมอ…

            “เดินจงกรม?” ฐานทัพหันมาถามเมื่อเห็นบุ๋นเดินช้าราวกับคนเดินสมาธิ

            “โหพี่” บุ๋นหัวเราะออกมาก่อนจะรีบเดินมาหยุดอยู่ข้างๆหมอฐานทัพ “ผมแค่ยังไม่อยากกลับไปอ่านหนังสือ

            “อ่านซะ” เขาตอบกลับ “สั่ง

            “โห เดี๋ยวนี้สั่งผมเลยหรอ

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้า “ทำไม

            “เปล่าครับ อ่านครับบบบ~” บุ๋นลากเสียงยาวอย่างคนอารมณ์ดี

            ถึงจะไม่อยากอ่านหนังสือแต่ในเมื่อโดนสั่งมาจากคุณหมอฐานทัพ มีเหรอที่คนอย่างบุ๋นจะไม่ทำให้ แม้จะขี้เกียจอยู่มากแต่ก็จะทำ

            ไม่ทำให้หมอผิดหวัง

            แต่เรื่องคะแนนไม่เกี่ยวกันอันนั้นตามบุญวาสนาที่ทำมา

            พรุ่งนี้พี่ตั้งใจสอบนะครับ สู้ๆ ผมเชื่อว่าพี่ทำได้” บุ๋นชูกำปั้นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนทุกๆครั้ง

            “ขอบคุณ” ฐานทัพเลือกที่จะพูดคำว่าขอบคุณแทนคำตอบรับแบบเดิมๆ เขายิ้มนิดๆก่อนจะพูด “ตั้งใจเหมือนกัน

            “ครับ ผมจะตั้งใจนะ

            “ดีมาก

            “ไม่ชาจพลังแล้วหรอ” เขาถามอย่างเด็กนึกเสียดาย ถึงหมอทำวันละสิบรอบเขาก็ไม่เบื่อ กลับกันเขายิ่งชอบ

            “พอ” ฐานทัพส่ายหน้า “เดี๋ยวไม่ขลัง

            “โหพี่พูดซะเหมือนหมอปลุกเสก

            “ไม่ใช่นี่หมอฐานทัพ

            “ครับ” บุ๋นยิ้ม “นี่ก็บุ๋น” เขาชี้มาที่ตัวเอง

            “จะไปละ” ฐานทัพเตรียมจะขึ้นรถจักรยานปั่นออกไปหลังจากที่ยืนคุยกันมาได้สักพัก

            “มาๆ เดี๋ยวผมชาจพลังให้พี่” บุ๋นยื่นมือทำท่าเลียนแบบฐานทัพที่ทำกับเขาแต่หมอฐานทัพเอี้ยวตัวหลบมือของเขาก่อนที่จะโดนหน้าผาก

            “บุ๋น” เสียงดุๆที่เรียกทำเอาคนขี้เล่นแอบสะดุ้ง

            “ผมขอโทษครับบบ~”

            “อืม ไปละ

            “เจอกันพรุ่งนี้นะครับ เดี๋ยวผมซื้อแครอทไปให้

            “อืม” ฐานทัพตอบรับสั้นๆ “อย่าลืมนะ

            พอได้ยินคำว่าแครอทคนที่ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจถึงกับตาเป็นประกาย ฐานทัพย้ำบุ๋นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดให้ดีใจเล่น ทั้งที่แครอทก็หาซื้อได้ตามทั่วไป แต่เขากลับรอแครอทจากบุ๋น แม้รสชาติไม่ได้แตกต่างกัน แต่กลับรู้สึกว่ามันต่าง

            อาจเพราะ…

            ฟรีมั้ง

 

            หอสมุดถูกจับจองเต็มทุกโต๊ะแม้ว่าบางโต๊ะจะไม่มีคนนั่งแต่ก็มีของวางอยู่เต็มเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ามีคนจอง ดีที่คินกับปกป้องมาจองที่ไว้ก่อนเลยทำให้ไม่ต้องเดินหาโต๊ะว่างให้วุ่นเหมือนหลายๆกลุ่มที่ตั้งใจเข้ามารับแอร์เย็นๆและบรรยากาศสงบๆในหอสมุด

            ไง มาสายนะไอ้หมอ” คินที่พึ่งถอดแว่นตาหันมาทักผู้ที่พึ่งเดินเข้ามาถึงโต๊ะ

            “กินข้าวมา” ฐานทัพตอบพร้อมวางหนังสือที่ถือเข้ามาอ่านไว้ข้างๆปกป้องที่มีที่นั่งว่างอยู่

            “อ่ออออออ

            “เลิกอ่อแล้วอ่านต่อ” ปกป้องที่นั่งอยู่ตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมาบอกเสียงนิ่ง จะสอบวันพรุ่งนี้อยู่แล้วไอ้คินยังอ่านไปได้รอบเดียว

            “เออรู้แล้วครับไอ้เพื่อน” พอโดนดุคนที่กำลังมีความสุขก็กลับมาทำหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง แม้จะรู้สึกลายตาแต่ก็ต้องหยิบแว่นขึ้นมาสวมใส่เพื่ออ่านหนังสือต่อ

            ง่วง

            “วันนี้อยู่ถึงดึกเลยปะ” ปกป้องหันมาถามฐานทัพที่กำลังจัดเตรียมของออกมาเพื่อจดสรุป

            “ได้หมด

            “อืม ถ้าดึกมากเดี๋ยวกูขับรถไปส่งมึงที่หอ

            “อืมๆ” ฐานทัพรับคำสั้นๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อตั้งโหมดปิดเสียงและปิดการแจ้งเตือน

            หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความใหม่ที่ส่งเข้ามาที่เบอร์ของเขาเมื่อสามนาทีที่แล้ว ข้อความสั้นๆแต่หากทำให้คนที่อ่านยิ้มออกมาบางๆ

 

            จาก…คนส่งแครอท

            พี่อยากได้แครอทหรือเบบี้แครอทครับ? ผมจะได้ซื้อไปให้ถูก

            ตั้งใจอ่านหนังสือนะครับ อย่ามัวแต่คิดถึงแครอทล่ะ :)

 

            ชื่อที่พึ่งเมมเข้าเครื่องเมื่อวาน มองแค่ปราดเดียวก็รู้เลยว่าชื่อนี้หมายถึงใคร แม้ว่าจะเมมชื่อแบบธรรมดาก็ได้แต่ฐานทัพเลือกที่จะเมมต่างออกไป

            เพราะบุ๋นเหมาะกับชื่อนี้จริงๆ

            ยิ้มไรวะ ทำตัวแปลกๆนะไอ้หมอช่วงนี้” คินที่ยังไม่มีสมาธิกับหนังสือตรงหน้าทักขึ้น

            “ยุ่ง” ฐานทัพตอบกลับสั้นๆ

            “โอเคครับ เพื่อนคินขอโทษ” คินหัวเราะออกมานิดๆก่อนจะก้มลงไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ

            ฐานทัพพิมพ์ข้อความกลับไปสั้นๆก่อนจะกดส่งไปแล้วปิดมือถือลงหลังจากที่ตั้งค่าปิดเสียงปิดการแจ้งเตือนเสร็จหมดแล้ว

           

            จาก…คิดถึง

            เบบี้แครอท

 

            ข้อความสั้นๆที่ตอบกลับมาหากแต่ทำให้ผู้อ่านยิ้มกว้าง บุ๋นไม่คิดว่าหมอฐานทัพจะตอบกลับมา เขาก็แค่ลองส่งไปถามทั้งๆที่ความจริงเขาตั้งใจจะซื้อไปให้หมอฐานทัพทั้งสองแบบ

            อืมงั้นซื้อเบบี้แครอทก็ได้

 

            ข้อสอบวันนี้ค่อนข้างดีกว่าเมื่อวานในการทำความเข้าใจ บุ๋นเดินออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ้มต่างจากวันแรก เขารู้สึกว่าเขาทำได้และมั่นใจกว่าวิชาเมื่อวาน ขาทั้งสองข้างก้าวไปที่ร้านขายของที่คณะของตัวเองเพื่อซื้อแครอทให้อีกคนตามสัญญา

            เขาไม่ลืม จำได้แม่นยำ

            เบบี้แครอทวันนี้เหลือถุงเดียวพอดีเลยค่ะ” พนักงานที่เห็นหน้าบุ๋นบ่อยจนจำได้เอ่ยทักทายเมื่อเห็นร่างของบุ๋นเดินเข้าร้าน

            “เกือบมาไม่ทัน” บุ๋นหันไปยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเหมือนทุกครั้งก่อนจะเดินไปหยิบถุงแครอทถุงสุดท้ายแล้วจ่ายตัง

            ถึงแครอทจะไม่ได้ดูอ้วนมากแต่ก็น่ากินไม่แพ้ครั้งก่อนๆ

            บางครั้งเขาก็เคยนึกสงสัยว่าทำไมหมอฐานทัพถึงได้ชอบแครอทมากขนาดนี้เพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมากมาย แต่ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าของหมอฐานทัพเวลาได้รับแครอทมันทำให้เขามีความสุข จะให้เหมาแครอททั้งไร่ให้หมอเขาก็ทำได้

            “สงสัยจะชอบแครอทมากนะคะ” พนักงานประจำอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้

            “ครับ” บุ๋นรับคำสั้นๆ

            ไม่ได้ชอบแครอท ชอบคนที่กินแครอทมากกว่า

            จักรยานจอดลงหน้าคณะแพทย์ศาสตร์ที่มีผู้คนแน่นกว่าปกติ อาจเพราะเป็นวันสอบเลยทำให้ที่คณะเต็มไปด้วยนักศึกษาจับจองที่นั่งกันอ่านหนังสือก่อนเข้าห้องสอบ บุ๋นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดส่งข้อความไปหาเจ้าของแครอท ตั้งแต่ที่ได้เบอร์มาก็รู้สึกว่าอะไรๆก็ดูสะดวกสบายมากขึ้น บุ๋นมองโทรศัพท์ที่ไม่มีข้อความตอบกลับก่อนจะปิดโทรศัพท์ลง

            เลือกที่จะส่งข้อความเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายสอบเสร็จกี่โมง

            บุ๋นยืนรอห่างจากตัวคณะออกมาเล็กน้อยเพราะรู้สึกเขินที่ต้องอยู่ในวงของคุณหมอหลายๆคน แม้ว่าทุกคนจะสนใจหนังสือตรงหน้าแต่การที่มาต่างคณะก็ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

            คณะแพทย์ดูใหญ่กว่าคณะเขาเกือบสองเท่า อาจเพราะมีนักศึกษาในแต่ละปีค่อนข้างเยอะและจำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับวิชาต่างๆเลยทำให้ตึกของคณะแพทย์สูงหลายชั้นกับความทันสมัยที่แตกต่างจากคณะของเขาโดยสิ้นเชิง

            เทียบดูดีๆแล้ว เขากับหมอก็ต่างกันมาก ทั้งความรู้ขนาดตึกของคณะยังต่างกันราวฟ้ากับเหว

            บุ๋นนึกตลกก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ ถึงจะดูไม่คู่ควรแต่ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เขาไม่ปล่อยให้มันจบลงแบบครึ่งๆกลางๆแน่นอน

            ถ้าคิดจะจีบก็จะจีบจนกว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวและยอมรับในความรู้สึกที่เขามอบให้

            และคนๆนั้นก็คือหมอฐานทัพ

            ฐานทัพเดินออกมาจากห้องสอบก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ข้อสอบยากกว่าที่คิดไว้แต่ก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้ แค่ไม่มั่นใจสองถึงสามข้อ เขานวดคออย่างเมื่อยล้าก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่พึ่งเปิดประตูออกจากห้องสอบตาม

            เป็นไง” คำถามแรกหลุดออกมาจากปากปกป้องที่สภาพไม่ต่างจากเขา

            “พอได้” ฐานทัพพยักหน้าก่อนจะถามต่อ “มึงล่ะ

            “อืม ยากกว่าที่คิดไว้” ปกป้องยิ้มนิดๆก่อนจะหันไปหาคินที่เดินตามออกมาติดๆ “ว่าไง เอาเอรึเปล่า

            “มึงไม่เคยได้ยินเพลงนี้หรอวะ...ที่หนึ่งไม่ไหว ฉันเต็มใจขอเป็นแค่ที่สอง~” คินร้องเพลงออกมาอย่างอัดอั้น ถ้าให้เทียบกันความรู้ของเขาคงน้อยกว่าเพื่อนสนิทอีกสองคน

            แต่ก็แค่นิดเดียว

            แล้วจะไปไหนต่อปะวะ” คินถามต่อ

            “ดูเวลา” ฐานทัพพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโดยลืมไปว่าตัวเองใส่นาฬิกาข้อมืออยู่

            หน้าจอบอกเวลาเที่ยงครึ่งพร้อมกับข้อความที่เรียกความสนใจจากเขาไปได้มากพอสมควร ฐานทัพอ่านข้อความในมือถือปราดเดียวก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนที่รอคำตอบ

            เที่ยงครึ่ง

            “ไปกินข้าวกันปะ แล้วค่อยแยกย้าย” คินเสนอ

            “อืม ก็ได้ มึงเอาไง” ปกป้องหันมาถามฐานทัพที่เงียบไป

            “อืม ได้” เขาตอบสั้นๆ “เดี๋ยวตามไป ไปเอาของก่อน

            “ของอะไรวะ” คินถามอย่างคนขี้สงสัย

            “แครอท” ฐานทัพตอบกลับสั้นๆก่อนจะก้าวออกไปไม่รอฟังเสียงเรียกของคินที่ดังตามหลัง

           

            จาก…คนส่งแครอท

            แครอทมาแล้วครับ ผมรอพี่อยู่หน้าคณะนะ

            ปล.ร้อนมากเลย

 

            ฐานทัพรีบก้าวเท้าเพื่อที่จะไปถึงหน้าคณะให้เร็วที่สุด แสงแดดตอนกลางวันสาดส่องจนเขารู้สึกแสบตา ในใจหวังแค่ว่าบุ๋นคงจะไม่ยืนตากแดดรอเขา ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงหน้าคณะสายตาก็หยุดลงที่ร่างสูงกับถุงแครอทในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกๆครั้ง สายตาจับจ้องไปที่ถุงแครอทในมือราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            เขารู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายของตัวเอง แม้ว่าจะเคยเห็นรอยยิ้มของบุ๋นหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้มันแปลกออกไป รู้สึกเหมือนบุ๋นไม่ได้ยิ้มให้แครอท

            แต่ยิ้มให้เขา

            “รอนานไหม” ทันทีที่เดินมาถึงก็เอ่ยปากถามคนตรงหน้าออกไปทันที

            “มาแล้วหรอครับ” บุ๋นที่เหม่อมองถุงแครอทรีบละสายตาแล้วเบนสายตามามองที่ฐานทัพแทน “ไม่นานครับ

            “ทำไมไม่เข้าไปรอข้างใน” เขาถามอย่างนึกสงสัย ปกติที่เคยมาบุ๋นก็มักจะเข้าไปรอข้างในคณะเขาอยู่เสมอ

            “คนเยอะ ผมไม่ค่อยชอบ” บุ๋นยิ้มนิดๆก่อนจะยื่นถุงแครอทในมือให้คนตรงหน้า “เหลือถุงสุดท้ายพอดีเลย เกือบอดกินแล้วนะ

            “อืม” ฐานทัพรับมาถือไว้ “ขอบคุณ

            “เต็มใจครับ” บุ๋นพูดออกไปเต็มเสียงอย่างลืมตัว

            “รู้แล้ว” ฐานทัพอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมากับท่าทางของบุ๋นที่ดูเต็มใจอย่างที่พูดจริงๆ นับวันเขายิ่งรู้สึกว่าได้เห็นตัวตนจริงๆของคนตรงหน้ามากขึ้น

            สอบเป็นยังไงบ้างครับ

            “พอได้” เขาไม่เคยบอกว่าทำไม่ได้เพราะจริงๆเขาพอทำได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชาไหนก็ตาม “สอบเป็นไง

            “ก็ดีกว่าเมื่อวานครับ” บุ๋นยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เหลืออีกแค่สี่วิชา “แล้วพี่จะกลับเลยรึเปล่าครับ

            “ไปกินข้าวกับเพื่อน

            “อ่อ” บุ๋นพยักหน้าเข้าใจ “งั้นผมไม่กวนแล้วดีกว่า พี่จะได้รีบไป

            “ชวน” ฐานทัพพูดออกมาสั้นๆแต่ทำให้คนฟังถึงกับหันมามองหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าเมื่อกี้คือคำที่ฐานทัพพูดออกมาจริงๆ

            หมอชวนเขา…

            แต่ว่าพี่คิน

            ไม่สนแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!

            “ชวนผมหรอ” บุ๋นชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

            “ชวนแครอท

            โหพี่…”

            “ชวนบุ๋น” ฐานทัพขยายความเพิ่ม “ไปไหม” เขาถามอีกครั้ง

            “ไปครับ ไปอยู่แล้ววววววววว~” บุ๋นตอบออกมาอย่างร่าเริง เขายิ้มอย่างคนยิ้มเก่งหากแต่ทำให้อีกคนต้องคอยเบนสายตาไปทางอื่น

            เกินไปแล้ว

            รู้สึกไม่เป็นตัวเองมากเกินไป

            เป็นอะไรไปฐานทัพ

 

            ร้านสเต็กหน้ามหาลัยเต็มไปด้วยนักศึกษาจากคณะต่างๆนั่งตั้งแต่หน้าร้านจนเลยออกมานอกร้าน ด้วยความที่เป็นร้านแอร์และสะอาดถูกหลักอนามัยเลยทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักศึกษา บุ๋นเดินตามฐานทัพเข้ามาในร้านที่เพื่อนทั้งสองคนจองกันไว้ก่อน พอเห็นพี่คินกับพี่ปกป้องบุ๋นก็รีบยกมือขึ้นไหว้อย่างน้องเคารพรุ่นพี่

            ว่าไงไม่ได้เจอกันนานเลยนะมึง” คินทักทายราวกับรู้จักกันมานานก่อนจะหันไปมองปกป้องที่ยังดูไม่เข้าใจเรื่องราวสักเท่าไหร่ “เด็กวันนั้นไง ที่เขียนหน้าไอ้หมอ

            “เออ รู้แล้ว” ปกป้องตอบกลับมาก่อนจะยิ้มให้บุ๋นนิดๆ

            “แล้วมาด้วยกันได้ไงวะ” คินยังคงไม่เข้าใจเรื่องราว “ไหนมึงบอกว่าจะไปเอา…”

            “สั่งอาหาร” ฐานทัพพูดตัดบทก่อนจะยื่นเมนูให้เพื่อนที่ยังไม่ได้สั่งอาหาร

            ถามมาก

            “เออๆ” 

            พนักงานมารับเมนูไปก่อนจะเดินไปรับเมนูจากโต๊ะอื่นต่อ วันนี้ร้านค่อนข้างแน่นเลยทำให้อาหารที่ได้ล่าช้ากว่าปกติไปนานพอสมควร

            “ข้อสอบวันนี้ยากมาก กูนี่แทบไมเกรนขึ้น” คินบ่นออกมาระหว่างรออาหาร

            “ถ้าอ่านเยอะก็ทำได้” ปกป้องตอบกลับมานิ่งๆ “มึงมัวแต่เล่น

            “เอ้า แต่กูก็ทำได้นะเว้ยยย!” ถึงจะเล่นแต่ก็อ่าน ถึงแม้จะอ่านน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นก็ตาม มึงทำได้ปะไอ้หมอ

            “พอได้” คนที่โดนถามตอบกลับมาทันที “อ่านเยอะๆ

            “เออรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำโว้ยยยย” คินรู้สึกเหมือนตัวเองโดนรุม เขาถอนหายใจหนักๆแล้วหันไปถามคนที่นั่งเงียบฟังพวกเขาคุยกัน “สอบปะวะวันนี้ เออก็ต้องสอบดิใส่ชุดนักศึกษา” 

            “สอบครับ” บุ๋นยิ้มรับ “ข้อสอบไม่ยากเท่าเมื่อวาน

            “เออ เจ็บไปอีก” ไม่ต้องถามก็ได้รับคำตอบกลับมาทันที คินเลิกถามเรื่องสอบก่อนจะหันไปถามเรื่องที่ตัวเองยังค้างคาใจ “ตกลงมาด้วยกันได้ยังไงวะ

            “ชวน” ฐานทัพเป็นฝ่ายตอบแทน

            “มึงชวนใครเป็นด้วยหรอไอ้หมอ” คินรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีก ปกติเขาไม่ค่อยเห็นฐานทัพเอ่ยชวนใคร ช่วงนี้เพื่อนดูแปลกๆไป

            “อืม เป็น

            “ถือว่าเป็นบุญของมึงนะ ปกติไอ้หมอมันไม่ค่อยชวนใคร” คินหันไปพูดกับบุ๋นที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

            ไอ้เด็กนี่จะยิ้มไปถึงไหนวะ…รู้ว่าหน้าตาหล่อ แต่หมั่นไส้โว้ยยย!!

            “ผมต้องทำบุญมาเยอะมากแน่ๆเลย” บุ๋นตอบกลับ

            “เออ ระดับนึงเลยล่ะ” คินหัวเราะก่อนจะหันไปหาปกป้องที่ได้แต่นั่งเงียบ “มึงไม่พูดอะไรหน่อยวะ

            “กูเหนื่อย” ปกป้องตอบกลับ “แล้วก็ไม่ได้ขี้สงสัยเหมือนมึง

            “ว่ากูอีก” คินตีไหล่ปกป้องก่อนจะปล่อยให้เพื่อนอยู่เงียบๆ

            สงสัยมันคงเหนื่อยจริงๆ

            “ว่าจะถามนานละ” คินพูดต่อเมื่อเห็นโต๊ะเงียบ ปกติเขาก็พูดคนเดียวจนชินไปแล้วเพราะเพื่อนอีกสองคนชอบตอบกลับมาด้วยประโยคเดิมๆซ้ำๆ “ตกลงจีบติดยัง หมอที่มึงจีบอะ

            “ครับ?!” คำถามที่ไม่คิดว่าจะถามออกมาตรงๆทำให้คนที่กำลังดื่มน้ำอยู่สำลักน้ำ พี่ถามว่าอะไรนะครับ

            “ตกใจอะไรขนาดนั้นวะ” คินสงสัย “แค่ถามว่าตกลงจีบติดรึยัง

            “ยังมั้งครับ” บุ๋นยิ้มนิดๆ “เขาไม่เห็นว่าไง

            “เอ้า แล้วบอกเขาไปไหมว่าจีบ” คินแอบอมยิ้มนิดๆ

            “ไม่ครับ ไม่ได้บอก” บุ๋นส่ายหน้า “เดี๋ยวเขาก็รู้เอง

            “บางทีอาจจะไม่รู้ก็ได้” คินเบนสายตาไปมองคนที่นั่งข้างๆบุ๋นที่ดูไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน

            ถ้าเขาเดาไม่ผิด…

            “หมอบางคนก็ฉลาดแค่เรื่องเรียน

            “…”

            “เรื่องความรู้สึกมันโง่”

            ฐานทัพที่นั่งเงียบอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตาคินนิ่งๆราวกับรู้สึกว่าเขาโดนด่าอยู่ ทั้งๆที่คินไม่ได้พูดชื่อแต่สายตาที่จับจ้องมาที่เขานั่นก็เพียงพอที่จะเดาได้

            อืม ก็จริง” ฐานทัพพยักหน้าเห็นด้วย อย่างน้อยก็มีเขาคนนึงที่โง่เรื่องความรู้สึก

            “มึงรู้แล้วหรอว่าหมายถึงใคร” คินรู้สึกประหลาดใจที่เพื่อนสนิทดูเข้าใจง่ายกว่าทุกครั้ง

            “ไม่รู้” ฐานทัพส่ายหน้า “แค่เห็นด้วย

            เรียนหมอก็หนักมากพออยู่แล้ว จะให้มาเข้าใจเรื่องความรู้สึกก็ดูจะยุ่งยากไปนิด เขาขมวดคิ้วงงเล็กน้อยเมื่อเห็นคินถอนหายใจหนักๆแล้วยีหัวตัวเองอย่างขัดใจ

            อะไรของมัน

            “มึงนี่มันฐานทัพจริงๆ” คำพูดที่แฝงไปด้วยคำบ่นปนแอบด่าหลุดออกมาจากปากของคิน การที่พูดว่ามึงนี่มันฐานทัพจริงๆในความหมายของเขาก็คือ ฐานทัพเป็นคนความรู้สึกช้าและมักไม่รู้สึกถ้าไม่พูดออกมาให้รับรู้

            “อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ” เสียงจากพนักงานขัดบทสนทนาให้หยุดลง กลิ่นหอมของเสต็กทำให้คินลืมเรื่องที่พูดไปก่อนหน้าทันที

            “กินละนะ” คนที่หิวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพูดพร้อมหยิบมีดขึ้นมาตัดเสต็ก

            “เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ” บุ๋นยิ้มนิดๆหลังจากที่เห็นว่าบทสนทนาเรื่องของเขาจบลง ที่นั่งเงียบไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องพูด แต่เพราะเขินจนไม่กล้าพูด ยิ่งเห็นสายตาของพี่ปกป้องที่มองมาเหมือนรู้ว่าที่พี่คินพูดหมายถึงอะไรเขาก็ยิ่งประหม่า

            ถ้าถามตอนนี้ว่าอยากให้หมอรู้ไหมเขาเองก็ตอบไม่ได้ มันมีทั้งอยากและไม่อยาก

            กลัวว่าถ้าหมอรู้…หมอจะเปลี่ยนไป

            ทั้งโต๊ะเลยเหลือเพียงแค่เพื่อนสามคนกับจานเสต็กที่มาเสริฟ ความค้างคาใจในสิ่งที่คินพูดทำให้ฐานทัพเลือกที่จะถามออกไป

            ตกลงใคร” แม้ปกติจะไม่ได้สนใจเรื่องราวของคนอื่นแต่พอเป็นบุ๋นเขากลับรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาเฉยๆ

            “อะไรใครวะ” คินที่ลืมเรื่องที่พูดไปถามออกมาก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยเสียงดัง “อ่ออออออออออ”

            “อืม

            “มึงคิดว่าใคร” กลับกลายเป็นคินที่ถามกลับมา ทำเอาคนที่ถามถึงกับอยากจะพ่นคำด่าออกมา ที่เขาถามเพราะเขาไม่รู้

            “ไม่รู้

            “แล้วอยากรู้ไปทำไมวะ” 

            คำถามของคินที่ถามกลับมาทำเอาคนที่ถามไปก่อนหน้าถึงกับชะงักมือที่กำลังตัดสเต็ก ฐานทัพเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนช้าๆ 

            นั่นสิ…อยากรู้ไปทำไม

            “ช่างเถอะ” ฐานทัพบอกปัดในเมื่อเขาตอบคำถามของคินไม่ได้เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากรู้

            “ดูไม่ออกจริงๆหรอวะ” คินอดที่จะสงสัยไม่ได้ แม้จะยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นแต่เขาก็พอดูท่าทางออก

            “ไม่ได้เป็นหมอดู” ฐานทัพตอบกลับกวนๆ

            “เออครับไอ้หมอ” คินหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะหันไปหาปกป้องที่เงียบนานเกินไป “เออมึง งานสัปดาห์หนังสือตรงกับวันสอบวันสุดท้ายเราพอดี สนใจไปปะ

            “อืม เอาดิ” ปกป้องพยักหน้า “ว่าจะไปหาหนังสือแปล

            “แล้วมึงไปปะไอ้หมอ” คินหันมาถามฐานทัพที่ดูเหม่อลอยไปไกล

            “อืม ไป” 

            “แล้วมึงไปปะ” เป็นเวลาเดียวกันกับที่บุ๋นเดินกลับมานั่งที่โต๊ะพอดีคินเลยถือโอกาสเอ่ยปากชวน

            “ไปไหนหรอครับ” บุ๋นถามกลับ พอเดินมาถึงโต๊ะพี่คินก็พูดประโยคชวนโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรให้เขาฟัง

            งานสัปดาห์หนังสือ จัดวันสอบเราวันสุดท้ายพอดี

            อ่อ” บุ๋นพยักหน้าเข้าใจ ปกติเขาก็ไม่ได้ชอบอ่านหนังสืออะไรขนาดนั้น บุ๋นกำลังจะพูดต่อแต่เมื่อหันไปเห็นสายตาของฐานทัพที่มองมาแว๊บหนึ่งเขาจึงเปลี่ยนความคิด “ไปครับ

            “เออ แต่แยกเดินนะ เดินด้วยกันคงไม่ถึงไหน” คินอธิบายต่อ “ยิ่งเดินกับไอ้หมอกูยิ่งไม่เดิน” คินส่ายหน้ารัว

            เขาเคยไปเดินงานสัปดาห์หนังสือด้วยกันบ่อยและทุกครั้งที่ไปเขาก็มักจะแยกกันเดินทุกครั้งเพราะแต่ละคนมีความชอบในหนังสือไม่เหมือนกัน แถมไอ้หมอฐานทัพเป็นคนที่เลือกหนังสือนานและกว่าจะเลือกได้สักเรื่องก็จะต้องยืนอ่านจนกว่าจะรู้สึกว่าคุ้มค่าถึงจะซื้อกลับมา ฐานทัพเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเดินงานหนังสือทั่วทั้งงานเพราะมัวแต่แวะและใช้เวลากับบูธนานมากจนคินกับปกป้องเข็ดที่จะเดินด้วย

            “กินไป” ฐานทัพรู้สึกว่าคินพูดมากกว่าทุกวัน อาจเพราะมีเพื่อนคุยอย่างบุ๋นเลยทำให้คินเล่าเรื่องต่างๆออกมาหมด

            “ครับ แยกเดิน” บุ๋นยิ้มรับนิดๆ

            หลังจากที่ใช้เวลากินกันพอสมควรก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันกลับไปอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบในวิชาถัดไป บุ๋นยกมือไหว้พี่คินกับพี่ปกป้องเหมือนทุกๆครั้งที่เจอพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า การได้มานั่งแลกเปลี่ยนความคิด พูดคุยกันเรื่องต่างๆทำให้เขารู้ว่าคนเรียนหมอก็ชอบอะไรไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป เพียงแค่ไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนเท่านั้น

            “ไว้สอบเสร็จไปเล่นเกมกัน” คินเอ่ยทิ้งท้ายหลังจากที่รู้ว่าบุ๋นก็เล่นเกมเดียวกับที่เขาชอบเล่น

            “ได้เสมอครับ” บุ๋นยิ้มตอบ

            รถมอเตอร์ไซค์ของพี่คินขับออกไปพร้อมกับพี่ปกป้องก่อนที่บุ๋นจะหันกลับไปหาฐานทัพที่เตรียมจะเดินไปที่รถจักรยานที่จอดไว้ในมหาลัย

            “พี่กลับไปอ่านหนังสือต่อใช่ไหมครับ

            “อืม” ฐานทัพตอบรับสั้นๆ สายตาทอดมองถนนที่มีรถขับผ่านไปมา

            สู้ๆนะครับ

            “อืม” ฐานทัพตอบสั้นๆ ไม่ว่าจะทำใจให้สงบยังไงคำถามที่ถามคินก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่หลุดออกไปสักที

            พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” บุ๋นถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นฐานทัพตอบกลับมานิ่งๆ

            เขาทำอะไรให้หมอไม่พอใจอีกรึเปล่า

            “เปล่า” เขาถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “ข้ามถนน” ฐานทัพพูดพร้อมกับก้าวขายาวๆเพื่อให้ทันกับรถที่กำลังขับผ่านมา

            บุ๋นเดินตามร่างสูงที่เดินไวกว่าเขาหลายก้าว แม้จะเดาอารมณ์ของหมอไม่ได้แต่เขารู้สึกว่าหมอกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ ปกติหมอฐานทัพจะเดินช้าพอๆกับเขาเสมอ แต่วันนี้หมอเดินไวเกินไปคล้ายกับคนกำลังต้องการหนี…

            หนีงั้นหรอ

            บุ๋นหยุดฝีเท้าลงหลังจากที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว รอยยิ้มค่อยๆจางหายไปพร้อมกับความรู้สึกในใจ เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิดไป หรือว่าหมอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรกับหมอ

            หรือว่าหมอจะรังเกียจ

            ความคิดทุกอย่างวิ่งวุ่นไปมาจนทำให้เขาเห็นหมอเดินออกไปไกลขึ้นทุกที บุ๋นรู้สึกถึงหัวใจที่หนักอึ้งขึ้นมา ความรู้สึกของเขามันเอ่อล้นจนกักเก็บไว้ไม่อยู่แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามไม่ทำอะไรให้หมออึดอัด แต่ทำไมเป็นแบบนี้

            ฐานทัพหยุดเดินหลังจากที่รู้สึกเหมือนลืมคนที่เดินมาด้วยกัน ร่างสูงหันกลับไปมองทางที่เดินมาก่อนจะเห็นร่างของบุ๋นหยุดยืนนิ่งๆเหมือนคนกำลังใช้ความคิด ฐานทัพตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับไปหาโดยที่เขาเองก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงเดินกลับไป

            บุ๋น” ฐานทัพเรียกชื่อคนตรงหน้า เป็นอะไร

            “เปล่าครับ” บุ๋นส่ายหน้า “ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อย

            “อืม เหมือนกัน” เขาตอบกลับไปตามความจริงก่อนความคิดเก่าๆจะแล่นเข้ามาในหัว เขาเคยบอกบุ๋นว่าอยากรู้อะไรให้ถาม

            เขาก็ควรจะถาม…

            แล้วถ้าบุ๋นตอบกลับมาว่าอยากรู้ทำไม เขาจะตอบว่ายังไงในเมื่อเขาเองก็หาคำตอบไม่ได้

            “ที่บอกว่าจีบจีบใคร” ฐานทัพตัดสินใจถามออกไป คำถามนี้วิ่งวุ่นจนเขาไม่เป็นอันคิดเรื่องอื่นและถ้าปล่อยให้มันค้างคาวันนี้เขาคงไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ

            “จีบ…?” บุ๋นเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเผยออกมา

            หรือว่าที่หมอฐานทัพเงียบไปเพราะคิดถึงเรื่องนี้ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเขาควรจะตอบกลับไปว่าอะไร ในเมื่อคนที่ถามคือคนที่เขากำลังจีบอยู่ ถ้าบอกออกไปตรงๆก็กลัวคนตรงหน้าจะเปลี่ยนไป

            พี่เก็บความลับได้ไหมครับ” 

            “อืม

            “คนที่ผมจีบ…” บุ๋นระบายยิ้มกว้างเมื่อเห็นแววตาที่ดูสนใจกับคำตอบ เขาก็ยิ่งอยากจะแกล้งเล่น

            “…”

            “เขาเป็นเจ้าของรอยยิ้มของผม”

 

 





--------------------------
หลังจากที่ปล่อยให้ฟินยาว วันนี้มาเพิ่มน้ำตาลให้ค่ะ แต่แอบมีดราม่าเล็กๆพอให้ครบรส(?)
ตอนนี้รายละเอียดค่อนข้างเยอะเลยทำให้ต้องล่วงเลยกันมาถึง 120 per
เป็นยังไงบ้างง ชอบไหมมมมม >________<???
ตอนนี้ขอขอบคุณเพลงสมัยตอนเรายังเด็กๆที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการเมมชื่อของบุ๋น
ชื่อเพลง เมมชื่อฉันว่าคิดถึง - JKI ไม่รู้ใครทันบ้าง? ฮาาาาาาาาาาาาา
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ เรารู้สึกดีใจและชื่นใจมากที่ทุกคนรอคอยและติดตามกัน
ติดตามกันไปนานๆนะคะ รักกันแบบนี้นานๆเนอะ :D

ติดตามข่าวสารการอัพเดทนิยายได้ทาง Fan page : Perlina.
อยากพูดคุยทักทายสามารถติดแท็ก  #ผมจีบหมอ เราจะเข้าไปตามอ่านนะคะ
พูดคุยกันทางทวิตเตอร์ได้ที่ @perlinjun

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 477 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5765 mmamaexx (@mmamaexx) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 17:43
    เมื่อไหร่จะรู้กันหละเนี่ยยยยยยย เห้อ
    #5765
    0
  2. #5708 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 01:39

    บุ๋นควรบอกตรง ๆ ไหมเนี่ยพี่เค้าดูซื่อเหลือเกิน

    #5708
    0
  3. #5512 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 21:46
    พี่-ังไม่รู้ใจตัวเองสักเท่าไหร่เลยยยยย บุ๋นรีบบอกเลยก้ได้จะได้รู้ตัวสักทีว้อยยยย
    #5512
    0
  4. #5478 kimleehyun (@kimleehyun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:34
    ยิ่งพี่ร้อนรนก็ยิ่งน่ารัก
    #5478
    0
  5. #5382 karnn_sn (@karnn_sn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 00:41
    พี่หมออออ
    #5382
    0
  6. #5155 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:51
    บอกไปเลยยยยยย
    #5155
    0
  7. #5131 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 12:21
    เขาแคร์กันเว่ยยยยย
    #5131
    0
  8. #4962 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:04
    มีความเป็นคนพิเศษ หวงใยสนใจกันมาก พี่หมอเริ่มร้อนใจว่าบุ๋นจีบใคร มันแอบหน่วงๆใช่มั้ย
    #4962
    0
  9. #4842 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:46
    บุ๋นตอบกำกวมแบบนั้นหมอจะมีสมาธิอ่านหนังสือต่อมั้ยน่ะ
    #4842
    0
  10. #4789 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:25
    โง้ยยยยยย พี่หมอออออ ความรู้สึกโคตรช้า 55555 แต่ตอนนี้ที่แอทแทคแรงมากคือฉากชาร์จพลังค่ะ >< ยอมใจเลยยยยยย จะแดดิ้นนนนน ฮืออออ ฟินนนน
    #4789
    0
  11. #4722 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 07:28
    555 หมออึน
    #4722
    0
  12. #4454 suthamma Klangnet (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 15:39
    พี่หมอคนบื้อ น้องตอบแบบนี้พี่เก็ทมั้ยคะ พูดดดด 555
    #4454
    0
  13. #4391 ซาร์เนียซ่า (@aomza1412) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 15:19
    กรี๊ดดดดดดดด คำตอบนี้คืออะไรคะ หวั่นไหวแทนพี่หมอจริงๆๆๆๆ
    #4391
    0
  14. #4376 parkraerim (@parkraerim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 04:34
    คำตอบนี้ฉันตาย!!! แกกกกกก!~ คำตอบบ้าบอนี่ทำฟินไปสามวัยเจ็ดวันเลยนะ บุ๋นบ้าๆๆๆ ฉันเขินนนนน
    #4376
    0
  15. #4145 5021K04 (@duckpachi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 17:58
    ถึงจะบอกว่าครบรสก็เถอะ แต่กินแล้วมีแต่หวานล้วนๆเลยค่ะ //อรั๊ยน้ำตาลขึ้น กระชุมกระชวยดีจริง
    #4145
    0
  16. #3812 Babypandakk (@minkkk98) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:31
    งุ้ยยยเขิน เขินแบบว่าแม่จะถีบลงจากเตียงแล้วคือแม่รับกับท่าเขินของชั้นไม่ไหวบิดแล้งบิดอีก >\\\\\<
    #3812
    0
  17. #3646 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 21:38
    บอกไปเลยสิ..ชัดๆ ตรงๆ
    #3646
    0
  18. #3578 aquxmbx (@aquxmbx) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 10:11
    โอนยยยย พี่หมอ ไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังไปเห็นด้วยกับเขาอีก 55555555 หมอฐานทัพน่ารักกกกกกกก
    #3578
    0
  19. #3344 Taratar (@t_kajpnpol) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 00:14
    หมอซึนไปอีกกกก
    #3344
    0
  20. #2685 yimyimcute112 (@yimyimcute112) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 14:57
    ความรู้สึกช้าา
    #2685
    0
  21. #2633 Smilenna (@banniep89) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 23:50
    หมอฐานทัพลองเรียนเรื่องความรู้สึกสิ๊ เพื่อพี่จะรู้ตัวบ้าง 5555

    ปล.ชอบพี่คินจัง
    #2633
    0
  22. #2627 민밀 มินเมียมิลค์ (@prapanich) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 19:52
    พี่หมอรู้ตัวได้แล้ววววววววววววววว
    #2627
    0
  23. #2528 Billky EXOL (@oohsebill) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 11:01
    อย่างให้เอาฟิคไปทำเป็นหนังจัง ชอบมาก
    #2528
    0
  24. #2437 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 11:26
    เชื่อแล้วว่าหมอเป็นคนที่โง่เรื่องความรู้สึกมาก คำบอกใบ้ของบุ๋นดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย
    #2437
    0
  25. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 08:55
    ก็คินทำกับแฟนไงงง ละฐานทัพนี่อะไรมาทำกับบุ๋น ซึนจริงๆเลยยย
    #2230
    0