(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 11 : 10 : จีบหมอครั้งที่เก้า 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 536 ครั้ง
    24 ก.ย. 59


จีบหมอครั้งที่เก้า

 

            ร่างสูงของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์นั่งอยู่ใจกลางตึกคณะแพทย์ที่มีนักศึกษาอยู่ประปราย บุ๋นมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาพร้อมกับลมหายใจร้อนๆที่พ่นออกมา สี่วันแล้วที่เขาไม่ได้เจอหมอฐานทัพอีกเลยหลังจากวันที่ฝนตก เสื้อที่ใช้เปลี่ยนเวลาเล่นบาสพาดอยู่ที่ไหล่ซ้ายด้วยความรีบกลัวว่ามาแล้วจะไม่เจอหมอเหมือนสองวันก่อนที่เขามานั่งรอ

            “เฮ้ออ” ไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ที่ชีวิตของเขากลับมาน่าเบื่ออีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอคนที่อยากเจอ

            ไม่รู้แม้กระทั่งตารางเรียนแต่ก็มานั่งรอเกือบทุกวันก่อนจะไปซ้อมบาส เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนและรู้ว่าถ้าเจ้าตัวรู้คงไม่ชอบใจกับการกระทำของเขา แต่เขาแค่อยากมาเตือนความจำ

            ว่าพรุ่งนี้คือวันประกวดดาวเดือนของคณะเกษตรศาสตร์

            “อีกสิบนาทีจะเข้าเรียนแล้ว คราวหลังไม่ไปกินแล้วนะมึง อร่อยก็จริงแต่นานชิบหาย” เสียงบ่นของคินดังขึ้นพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนที่กำลังเดินเข้ามาที่ตึกคณะ

            “มึงเป็นคนเสนอเองนะ” ปกป้องพูดพร้อมกับก้าวขาให้เร็วกว่าเดิม

            วันนี้มีเวลาว่างก่อนคาบถัดไปเกือบสองชั่วโมงคินเลยชวนทั้งสองคนไปกินร้านอาหารที่ถูกแนะนำผ่านทางเพจชวนกินรอบมหาลัย ไม่ปฏิเสธเรื่องรสชาติของอาหารแต่กว่าจะได้กินก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมงจนทำให้พวกเขาเกือบเข้าเรียนคาบเย็นสาย

            “ไอ้หมอ นั่นเด็กมึงปะ” คินพูดตามประสาคนไม่คิดอะไรมากแต่ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับตีแขนเพื่อนดังป๊าบ “อะไรวะ กูพูดอะไรผิด” คินทำหน้าเหวอเมื่อเห็นปฏิกิริยาของฐานทัพ

            “พูดมาก” เขาตอบกลับสั้นๆก่อนจะหันไปมองร่างที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามาก ถึงจะมองไม่ชัดแต่ก็พอจะเดาออกว่าเป็นใคร

            “โห่ววว ถ้าไม่ใช่เด็กมึงก็ปฏิเสธดิวะ” คินแซวต่อ

            “เอาที่มึงสบายใจ” ฐานทัพไม่เถียงต่อ ถึงเถียงไปคินก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดอยู่ดี “ขึ้นก่อนเลย เดี๋ยวตามไป

            “ไม่ปฏิเสธด้วยนะมึง” คินยังไม่เลิกแซว

            “รีบตามมา” ปกป้องใช้แขนล็อกคออีกคนจนทำให้คนที่หัวเราะแซวอยู่ถึงกับสำลัก “เลิกพูดมากแล้วไปเรียน

            “ไอ้ป้องปล่อยกูดิวะ กูไม่ได้เป็นเด็กนะโว้ยย!!!” คินโวยวายไม่หยุด ฐานทัพมองเพื่อนที่เดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วถอนหายใจเบาๆ

            นึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอพี่ซะแล้ว

            เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาคนที่พึ่งถอนหายใจโล่งอกถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ถึงจะรู้ว่าเป็นเสียงใครแต่เขาไม่ได้ตั้งรับว่าอีกฝ่ายจะเดินมาหาเขาก่อน แทนที่เขาจะต้องเดินเข้าไปหา

            มีอะไร” ฐานทัพหันกลับไปมองด้วยใบหน้าเรียบเฉยหากแต่เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าได้รูป

            รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความรู้สึกดีใจ ความรู้สึกสบายใจและความรู้สึกต่างๆที่ต้องการจะถ่ายทอดออกมาผ่านทางรอยยิ้ม ฐานทัพรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ดีโดยที่คนตรงหน้ายังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา

            “ผมมารอพี่” คำพูดที่ตรงจนทำให้คนตรงหน้าถึงกับเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำๆนี้ “นึกว่าจะไม่เจอ

            “เจอแล้วไง

            “ครับเจอแล้ว” ไม่รู้ว่าทำไมตัวเขาเองถึงหุบยิ้มไม่ได้ ตลอดเวลาสี่วันที่เขาไม่ได้เจอหน้าหมอมันเหมือนว่าเขาขาดอะไรบางอย่างไป

            ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาขาดไปคือ…รอยยิ้ม

            “จะไปเรียนแล้ว มีอะไร” ฐานทัพดูเวลาที่ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนเต็มที เขาไม่เคยเข้าห้องเรียนสายขนาดนี้มาก่อน

            ไม่เป็นไรครั้งแรก

            “ผมแค่อยากจะมาบอกว่าพรุ่งนี้ผมประกวดห้าโมงนะครับ” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่คุยนานไม่ได้เขาก็เลือกที่จะพูดเข้าประเด็น “ผมมาชวนพี่

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้า “ไม่แน่ใจ

            “แต่อาจจะมาใช่ไหมครับ” บุ๋นถาม “ไม่แน่ใจไม่ได้หมายถึงจะไม่มาเลยใช่ไหม

            “อืม” เขาพยักหน้าอีกครั้ง “มีอะไรถึงอยากให้ไป

            “ไม่มีหรอกครับ” บุ๋นยิ้ม “แค่อยากให้ไป

            “จะพยายาม” ฐานทัพดูนาฬิกาข้อมือที่บอกว่าอีกสามนาทีจะถึงเวลาเข้าห้องเรียน “ไปละ

            “ครับ” บุ๋นพยักหน้าเข้าใจ อยากจะคุยนานกว่านี้แต่เขารู้ดีว่าฐานทัพมีเรียนต่อและเขาเองก็คงไม่รบกวนเวลาเรียนของคุณหมอ

            “พรุ่งนี้สู้ๆ” ฐานทัพเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้องเครียด

            “ผมเครียดแน่ๆ” บุ๋นพูดอย่างรู้ทันตัวเอง เขาไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเขามากๆ ถึงจะไม่อยากประกวดแต่ก็ถอนตัวไม่ทัน

            “ยกนิ้วโป้งขึ้นมา” ฐานทัพที่ทำท่าจะเดินออกไปชะงักหันกลับมาพูดกับเขาต่อ เอานิ้วโป้งแตะที่ปาก

            บุ๋นทำตามที่ฐานทัพบอกอย่างไม่เข้าใจ เขายกนิ้วโป้งขึ้นมาก่อนจะหันหน้านิ้วโป้งเข้าหาตัวแล้วแตะนิ้วโป้งลงบนริมฝีปากเบาๆ

            “เป่า” ฐานทัพพูดสั้นๆก่อนจะทำท่าตามให้บุ๋นเข้าใจ เขายกนิ้วโป้งขึ้นมาเป่าอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมามองอีกคนที่ยังคงยืนงง

            บุ๋นไม่เข้าใจจริงๆ

            “ช่วยลดความเครียด” ฐานทัพเฉลยแก้ข้อสงสัย “นิ้วโป้งมีเส้นประสาทที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ เป่าแล้วจะช่วยให้รู้สึกใจเย็นขึ้น ลดความเครียดได้” เป็นครั้งแรกที่ฐานทัพพูดออกมายาวๆโดยที่บุ๋นเป็นฝ่ายยืนฟังอยู่เงียบๆ

            “ลดความเครียดหรอครับ” บุ๋นทวนคำก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง “ขอบคุณนะครับ

            “อืม ไปละ

            “พี่ครับ!!” บุ๋นเรียกฐานทัพอีกครั้ง “อย่าลืมมาเชียร์ผมให้ได้นะ

            “…”

            “จะได้มาเป่านิ้วโป้งเป็นเพื่อนผม” ไม่รู้ว่าสิ่งที่บอกออกไปคนที่เดินนำไปจะได้ยินรึเปล่าหากแต่คนพูดเองกลับยิ้มไม่หยุด

            พรุ่งนี้เขาจะทำมันให้เต็มที่


 

            หอประชุมคณะเกษตรเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายคณะที่มารอดูโฉมหน้าของผู้ประกวดดาวเดือน ทำให้หอประชุมที่กว้างใหญ่ดูเล็กลงถนัดตาเมื่อมีผู้คนนั่งกันเต็มเกือบทุกที่นั่งสร้างความลำบากใจให้แก่ผู้ที่กำลังเตรียมตัวอยู่หลังเวลา

            ร่างสูงถูกจับแต่งตัวในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทพร้อมกางเกงยีนส์สีเข้มดูเรียบง่ายไม่เยอะจนเกินไปกับรองเท้าเข้าชุด ผมที่ถูกเซ็ทขึ้นเปิดหน้าผากเผยให้เห็นใบหน้าคมคาย ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องไปที่กระจก เป็นรอบที่สามที่บุ๋นยืนส่องกระจกด้วยความไม่มั่นใจ เขาไม่เคยต้องเซ็ทผมและแต่งตัวแบบนี้ ถึงแม้ในใจลึกๆจะบอกตัวเองว่ามันดีแล้วแต่อีกใจก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ

            บุ๋นมีอะไรรึเปล่า” น้ำฟ้าที่สังเกตความผิดปกติของบุ๋นอยู่พักหนึ่งเดินมาถามเพื่อให้แน่ใจ “กังวลหรอ

            “นิดหน่อย” บุ๋นตอบกลับไปตามความจริง “เราไม่เคยต้องใส่ชุดต้องทำผมแล้วแสดงอะไรแบบนี้” คนที่ไม่เคยทำอะไรนอกจากขึ้นสแตนเชียร์ตอนมอปลายพูดออกมาพลางยิ้มแหยๆ

            “เราว่ามันดูดีแล้วนะ” น้ำฟ้าตอบกลับจากความรู้สึกจริงๆ เธอรู้สึกว่าบุ๋นดูมีเสน่ห์มากขึ้นหลังจากที่ถูกรุ่นพี่รุมแต่งตัวอยู่นานสองนาน

            “มันไม่ตลกใช่ไหม ไอ้ผมแบบนี้” บุ๋นพูดพร้อมกับมองตัวเองในกระจก ผมเขาไม่เคยเรียบร้อยเป็นระเบียบเท่าวันนี้มาก่อน

            “อื้ม ดูดีเลยล่ะ

            “ขอบคุณนะวันนี้น้ำฟ้าก็สวยมาก” เขาตอบตามสิ่งที่เห็น น้ำฟ้าเป็นคนสวยอยู่แล้วไม่ว่าจะแต่งยังไงก็ไม่มีทางบดบังความสวยของเธอ

            “อีกสิบห้านาทีเตรียมเปิดตัวนะคะ” รุ่นพี่ฝ่ายดำเนินกิจกรรมเดินเข้ามาบอกพร้อมกับวิทยุสื่อสารหนึ่งตัวที่ถืออยู่ในมือ

            “สู้นะ” น้ำฟ้ากำมือแล้วชูขึ้นนิดๆเป็นกำลังใจให้คนตรงหน้า

            “อืม เหมือนกันนะ” บุ๋นตอบก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับประสานกัน เขารับรู้ได้ถึงมือตัวเองที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง

            ตื่นเต้นจริงๆ

            “น้องๆเตรียมต่อแถวขึ้นเวทีเลยนะคะ” รุ่นพี่คนเดิมเดินกลับมาบอกอีกครั้งพร้อมเสียงหัวใจของร่างสูงที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

            บุ๋นเดินไปต่อแถวตามหมายเลขที่จับได้ก่อนวันประกวด หมายเลขสี่ติดอยู่ที่ข้อมือขวานั่นหมายความว่าเขาจะขึ้นทำการแสดงเป็นลำดับที่สี่หลังจากที่ฝ่ายหญิงลำดับที่สามทำการแสดงเสร็จ หรือเข้าใจง่ายๆก็คือคนที่เจ็ดจากทั้งหมดสิบคนซึ่งถือเป็นลำดับที่เขาพอใจอยู่ไม่น้อย เขาอยากจะอยู่ลำดับสุดท้ายด้วยซ้ำไป

            กลัว…กลัวว่าจะมาไม่ทัน

            เตรียมตัวนะคะ” 

            บุ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่เคยรู้สึกประหม่าเท่าวันนี้มาก่อน เขาค่อยๆหลับตาทั้งสองข้างลงเพื่อให้จิตใจสงบเตรียมที่จะเดินขึ้นไปบนเวที

            เป่านิ้วโป้ง

            เสียงของหมอฐานทัพที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้คนที่สีหน้าเคร่งเครียดกลับกลายเป็นรอยยิ้มขึ้นมาแทนที่ บุ๋นชูนิ้วโป้งขึ้นมาก่อนจะเป่าเบาๆตามที่คุณหมอของเขาเคยบอก

            ไม่รู้ว่าความเครียดหายไปไหมแต่ที่รู้ๆคือ…ความสุขเข้ามาแทนที่

            ขอเชิญพบกับผู้เข้าประกวดดาวเดือนคณะเกษตรศาสตร์!!!!” เสียงเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่จากพิธีกรดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงที่ได้ถูกซักซ้อมกันมาอย่างดี

            บุ๋นเดินขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจอันน้อยนิด ยิ่งเห็นว่าในห้องประชุมมีผู้คนหนาตามากเป็นพิเศษยิ่งทำให้ความมั่นใจของเขาเหลือเท่าเม็ดถั่วเขียว เขาเห็นเพื่อนสามคนนั่งอยู่แถวหน้าๆของห้องประชุมพร้อมกับป้ายเชียร์ปัญญาอ่อนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างสูงหยุดยืนตรงหลังจากที่เดินวนรอบเวทีครบหนึ่งรอบ เสียงแนะนำตัวของผู้เข้าประกวดดังขึ้นจนมาถึงลำดับของเขา

            นายกิตติกร เกรียงไกรรักษ์ บุ๋นครับ!!!” เสียงดัง หนักแน่นตามแบบฉบับรุ่นพี่ที่ส่งเขาเข้าประกวดในนามพี่ระเบียบ

            ตึกตัก ตึกตัก

            เสียงหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา ไม่กี่ครั้งที่จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้มากขนาดนี้ ถ้าตัดการเจอหมอทิ้งไปนี่ก็ถือเป็นเหตุการณ์ต้นๆที่มีอิทธิพลต่อใจของเขา บุ๋นค่อยๆกวาดสายตามองหาคนเพียงคนเดียวที่เขาแอบหวังลึกๆว่าเขาจะมาหากแต่ว่าทั่วบริเวณกลับไม่มีวี่แววของคนที่เขาตามหา

            ไม่เป็นไร…เดี๋ยวก็คงมา

            บุ๋น บุ๋น” เสียงเรียกของคนข้างตัวทำให้สติเขากลับมา บุ๋นหันไปมองหน้าคล้ายจะถามว่าอะไรแต่ไม่ต้องรอให้เธอตอบเขาก็รู้ทันทีว่าเธอเรียกเขาทำไม

            “ขอโทษครับ” เขาเอ่ยอย่างสุภาพก่อนจะเดินวนกลับไปหลังเวทีเนื่องจากว่าเพื่อนคนก่อนหน้าเขาเดินกลับเข้าไปได้สักพักหนึ่งแล้ว

            สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยวะ!!

            “น้องบุ๋น เป็นอะไรรึเปล่าจ้ะ” รุ่นพี่ที่ดูแลเขามาตั้งแต่ช่วงถ่ายรูปโปรโมทเดินเข้ามาถามถึงหลังเวทีหลังจากที่เห็นเขายืนค้างอยู่กับที่บนเวทีเมื่อครู่

            “เปล่าครับ ไม่มีอะไร” คนที่ไม่เข้าใจตัวเองตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ผมแค่คิดอะไรไปเรื่อย

            “ไม่ได้นะจ้ะ จะเหม่อแบบนั้นอีกไม่ได้นะ” รุ่นพี่เอ่ยยิ้มๆ “เราต้องมีสมาธินะ

            “ครับ” บุ๋นพยักหน้ารับ “ผมรู้

            ใจเย็นๆไม่ต้องตื่นเต้น คิวเราอีกสักพักเลย นั่งรอไปก่อนเนอะ

            “ครับ ขอบคุณครับ” บุ๋นยกมือไหว้ด้วยความเคารพก่อนจะถอนหายใจออกมา

            ทั้งๆที่เตรียมใจไว้แล้วว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ว่างมาแต่เขาก็แอบหวังลึกๆว่าจะเห็นหมอฐานทัพอยู่ที่นี่

            

            ห้องเรียนรวมคณะแพทย์เต็มไปด้วยนักศึกษาชั้นปีที่สามที่กำลังง่วนอยู่กับการจดเลกเชอร์และฟังสิ่งที่อาจารย์สอนทั้งๆที่ความจริงควรจะถึงเวลาที่ต้องเลิกคลาสแล้ว

            “เป็นอะไรรึเปล่าวะ กูเห็นมึงมองนาฬิกาหลายรอบแล้ว” คินที่นั่งอยู่ระหว่างฐานทัพกับปกป้องหันมาถาม

            “เปล่า” ฐานทัพตอบกลับก่อนจะเงยหน้ามองจอโปรเจคเตอร์ “หิวข้าว

            “อดทนนะมึง” คนที่ไม่รู้อะไรตอบกลับพร้อมกับตบบ่าเพื่อนสนิทอย่างเข้าใจ

            “อืม” เขาพยักหน้าพร้อมกับมือที่จดเลกเชอร์ไม่หยุด

            อาจารย์ยังคงสอนต่อไปจนเวลาล่วงเลยมาพอสมควรเสียงจากสวรรค์ก็ดังขึ้น ฐานทัพเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็วโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องรีบร้อนขนาดนี้

            ไว้เจอกัน” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องเลกเชอร์ไปอย่างรวดเร็วโดยที่เพื่อนอีกสองคนยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไรต่อ

            ขอให้ทัน

            

             การแสดงของผู้เข้าประกวดคนที่ห้าจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่ม ยิ่งทำให้คนที่อยู่หลังเวทีกดดันมากขึ้นไปอีก บุ๋นถอนหายใจก่อนจะหันไปยิ้มให้น้ำฟ้าที่กำลังจะเตรียมตัวขึ้นทำการแสดงเป็นคนต่อไป

            สู้ๆนะ” 

            “ขอบคุณนะบุ๋น” น้ำฟ้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มสวยที่ส่งให้เขา

            เสียงปรบมือต้อนรับการแสดงของน้ำฟ้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงเล็กๆที่เอ่ยแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่วไม่มีท่าทีเขินอายหรือเกร็งต่อสายตาผู้คนเยอะๆ

            ไอ้บุ๋นเอ้ยยย จะรอดไหมวะ!!!

            “น้องบุ๋นเตรียมตัวนะ เดี๋ยวเราต่อจากนี้แล้ว” รุ่นพี่ฝ่ายดำเนินกิจกรรมเดินเข้ามาบอกพร้อมกับยื่นของที่เขาจะต้องใช้ประกอบการแสดงความสามารถพิเศษ

            “ขอบคุณครับ” บุ๋นรับกีตาร์โปร่งมาถือไว้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาชูนิ้วโป้งขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเป่าซ้ำๆเพื่อบรรเทาความกังวลที่อยู่ในจิตใจ

            ไม่เป็นไรบุ๋น เดี๋ยวทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น

            นาฬิกาบอกเวลาใกล้จะหกโมงตรง เขาตั้งสติเตรียมเดินขึ้นเวทีต่อจากน้ำฟ้าหลังจากที่ได้ยินเสียงเพลงการแสดงของน้ำฟ้าจบลง เสียงพิธีกรคู่พูดคุยเตรียมจะเรียกเขาขึ้นเวทีเป็นลำดับถัดไป

            “บุ๋นสแตนบายค่ะ

            “ครับ” 

            ใจเย็นๆใจเย็นๆ

            เย็นไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยย!!!

            เขาเหมือนคนสติแตกที่ทะเลาะกับตัวเอง บุ๋นกำกีตาร์ในมือแน่นพร้อมกับเสียงของพิธีกรที่เรียกชื่อเขาเป็นการแสดงถัดไป

            ขาทั้งสองข้างค่อยๆก้าวขึ้นเวทีอย่างยากลำบาก แม้ว่าจะขึ้นมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วแต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดีเพราะครั้งนี้เขาต้องขึ้นไปทำการแสดงเพียงคนเดียว

            เสียงกรี๊ดดังไปทั่วหอประชุมจนคนที่พึ่งก้าวขึ้นเวทีถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ป้ายที่ไอ้หนึ่งสองสามทำมาชูโบกไปโบกมาจนเขารู้สึกอายและอยากจะเดินลงไปดึงป้ายที่พวกมันถือไว้ไปทิ้ง

            บุ๋นบ้าซ่ากระแทกใจ

            สโลแกนอะไรของพวกมึงเนี่ย!!!!!!

            “สวัสดีครับ” เขาเปล่งเสียงออกไปผ่านไมค์โครโฟนที่ปรับระดับให้อยู่ตรงปากเขาพอดี เขานั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับวางกีตาร์อยู่ในท่าพร้อมจะทำการแสดง

            สายตากวาดมองหาคนที่เขาหวังว่าจะมาหากแต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

            คงไม่ว่างจริงๆ

            ผมชื่อว่าทุกคนคงมีความรู้สึกที่แอบรักใครสักคน” เสียงกรี๊ดดังขึ้นตามคำพูดที่เขาค่อยๆเปล่งออกมา “และใครสักคนที่เรารักบางทีเขาอาจจะอยู่สูงเกินไป

            ทั่วทั้งห้องประชุมเงียบลงราวกับว่ารอฟังคำพูดต่อไปที่เขาจะพูด บุ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม

            ถึงจะสูงแต่ก็คุ้มที่จะเสี่ยง

            เสียงกีตาร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือของผู้ชม บุ๋นกดคอร์ดตามที่ได้ซ้อมมาหลายวันก่อนที่จะเริ่มร้องท่อนแรก ร่างของใครคนหนึ่งที่เขารอคอยก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางผู้คนมากมาย

            ฐานทัพวิ่งเข้ามายืนอยู่ด้านหลังสุดของหอประชุมพร้อมเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขารีบวิ่งมาทั้งๆที่เดินปกติก็ถึงห้องในเวลาที่ต่างกันไม่มากเท่าไหร่แต่เขาเลือกที่จะวิ่ง

            เพราะรู้สึกว่า มีคนกำลังรอเขาอยู่

            เหมือนห้องทั้งห้องสว่างขึ้นมาเมื่อบุ๋นเห็นหมอฐานทัพ แม้จะอยู่ไกลแต่เขารับรู้ว่าหมอยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังดูการแสดงที่เขากำลังแสดงอยู่

 

            รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง ยังไงจะขอลองดูสักที

            

            รู้ว่าเราแตกต่างกันเท่าไร รู้ว่าเธออยู่ไกลอยู่สูงขนาดไหน ครๆ ก็รู้เป็นไปไม่ได้หรอก

            แต่คำว่ารักมันสั่งให้ฉันต้องปีนขึ้นไป

 

            ผม นายกิตติกร เกรียงไกรรักษ์ คณะเกษตรศาสตร์ รหัส 8590001021” 

            กำลังสนใจ หมอครับ!!” 

 

            ภาพเหตุการณ์วันแรกที่เขาได้เจอกับหมอฐานทัพปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาพร้อมกับเพลงที่เขายังคงร้องต่อไปเพื่อแทนความรู้สึกทุกอย่างที่เขามี

            

            ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ไม่ว่ายังไงจะลองดีสักวัน 

            อยากรักก็ต้องเสี่ยง ไม่อยากให้เธอเป็นเพียงภาพในความฝัน

 

            ลำบากลำบนไม่สนใจ ตะเกียกตะกายสักเพียงใด

            ก็ดีกว่าปล่อยเธอไปจากฉัน…ตกหลุมรักจริงๆ เพราะรักจริงๆ

            เธอคงไม่ว่ากัน

            

            แม้ต้อยต่ำ แต่ยังมีหัวใจ แม้ต้องเจ็บ แต่มันก็คุ้มก็สุขใจ

            ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันไม่เจียมตัว

 

            แม้ผู้คนรอบกายจะมองว่าเขาเป็นหมาเห่าเครื่องบินหรือมองว่าเป็นดอกฟ้ากับหมาวัดก็ไม่เป็นไร เขาแค่อยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ให้ดีที่สุด อยากดูแลเท่าที่ความสามารถตัวเองจะมี

            ท่อนสุดท้ายจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้อง บุ๋นยิ้มออกมาจากความรู้สึกทุกอย่างที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ ถึงจะกังวลถึงจะตื่นเต้นแต่ทุกอย่างกลับหายไปหมดเมื่อเขาหาจุดสนใจของเขาเจอ

            “ผมมีคำๆหนึ่งที่เก็บไว้มานานและไม่เคยได้พูดออกไป” เขากวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหยุดลงที่คนๆเดิม

            ดูผมอยู่ใช่ไหม

            “อยากจะพูดแต่พูดออกไปไม่ได้ มันเป็นหนึ่งคำที่ล้นใจ” เขาระบายยิ้มออกมาเมื่อมีเสียงกรี๊ดจากผู้คนและเพื่อนอีกสามคนที่ทนความพระเอกนิยายน้ำเน่าของเขาไม่ไหว

            ไม่มีใครรู้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดออกไปมันคือความรู้สึกจริงๆของเขาที่มีต่อคนๆหนึ่ง

            กีตาร์ค่อยๆบรรเลงไปตามจังหวะเพลงช้า เพลงที่ไม่ค่อยมีผู้ชายเอาเพลงนี้มาร้องแต่เขากลับรู้สึกว่าเพลงนี้สามารถถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างที่เขาต้องการจะบอก

            ผ่านเพลงนี้…

 

เคยมองแค่เพียงไกลๆ ทำได้แค่เพียงเท่านั้น

นี่ฉันฝันไปรึเปล่า ที่ได้มายืนข้างๆเธอ

 

            เขายังจำความรู้สึกแรกที่ฐานทัพตอบกลับข้อความของเขาได้ แม้จะเป็นข้อความธรรมดาสั้นๆแต่มันทำให้เขาแทบบ้า

 

            “เห้ย!!!!” 

            “เขาตอบกูแล้ว เขาตอบกู”

 

ไม่เคยจะคิดเลยว่าเธอจะอยู่ตรงนี้

รู้ไหมทั้งใจที่มีอยากบอกว่ารักเพียงใด

 

ได้ยินบ้างไหมได้ยินหรือเปล่า หนึ่งคำที่มันล้นใจ

ใกล้กันแค่นี้ได้ยินบ้างไหม คือเสียงหัวใจของฉันเอง

 

            ถ้าวันหนึ่งมีคนๆหนึ่งพร้อมจะดูแลพี่ ไม่สนว่าพี่จะมีเวลาให้รึเปล่า ไม่สนว่าจะเจอกันบ่อยแค่ไหน

            “…”

            “พี่จะยอมให้เขาเข้ามาดูแลพี่ไหม?

 

ได้ยินบ้างไหมได้ยินหรือเปล่า ใจฉันแอบบอกว่ารัก

รักเธอเหลือเกินมาเนิ่นนาน หวังว่าเธอจะได้ยินฉันรักเธอ

 

            เขาทอดมองผู้คนที่จ้องมองเขาเป็นตาเดียวพร้อมรอยยิ้มที่ค่อยๆระบายออกมาหลังจากที่ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลง

            “หวังว่าคุณจะได้ยินผมรักคุณ” สิ้นเสียงสุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับยกมือขอบคุณทุกเสียงกรี๊ดทุกเสียงปรบมือ

            ขอบคุณที่มานะครับ” เขาพูดทิ้งท้ายไว้อีกครั้ง อาจดูเหมือนการขอบคุณทุกคนในห้องประชุมหากแต่ตัวเขาเองรู้ดีว่าต้องการจะบอกใคร

            สุดท้าย…พี่ก็มา

            ร่างสูงเดินลงจากเวทีพร้อมกีตาร์ในมือ ทันทีที่เดินลงมาเหยียบบันไดขั้นสุดท้ายเสียงปรบมือจากน้ำฟ้าก็ดังขึ้นเบาๆ ใบหน้าสวยยิ้มให้บุ๋นอย่างจริงใจก่อนจะพูดสิ่งที่คิดอยู่ในหัว

            “เราไม่รู้ว่าบุ๋นจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้นะเนี่ย

            “ไม่หรอก” คนที่ได้รับคำชมถึงกับยิ้มเขิน

            “ตอนร้องบุ๋นคิดถึงอะไรอยู่หรอ” น้ำฟ้าถามด้วยความอยากรู้ “เรารู้สึกเหมือนบุ๋นกำลังร้องเพลงให้ใครสักคนฟัง

            “ใช่” บุ๋นตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เราร้องเพลงให้ใครสักคนฟัง

            “ใครหรอ

            “ไม่บอกหรอก” บุ๋นเผยยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พึ่งผ่านไป

            หุบยิ้มไม่ได้เลย…


 

            ฐานทัพยืนอยู่ที่เดิมจนการแสดงของบุ๋นจบลง เขายอมรับว่าการแสดงของบุ๋นเป็นการแสดงที่เพอร์เฟ็คจากเสียงตอบรับของผู้คนรอบข้างที่คิดเหมือนกันกับเขา ตอนที่วิ่งมาเขามีความรู้สึกเหมือนว่าคนที่อยู่บนเวทีมีแววตาประกายออกมาเมื่อเห็นเขามาถึง อาจจะคิดไปเอง

            แต่ที่แน่ๆเขารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดการแสดงตั้งแต่เริ่มจนจบ

            เสียงประกาศเรียกผู้ประกวดคนต่อไปดังขึ้น ทำให้คุณหมอที่เตรียมตัวมาดูแค่ผู้สมัครคนเดียวทำท่าจะเดินออกจากห้องประชุมหากแต่ว่าคนในห้องประชุมอัดแน่นเกินกว่าที่เขาจะแทรกตัวออกไปได้

            ฐานทัพมองกลุ่มคนที่อัดแน่นปิดหน้าประตูทางออกอย่างถอดใจ เขาไม่ชอบการเบียดเสียดอยู่กับคนเยอะๆ อยู่ในนี้อีกสักพักแล้วรอให้คนน้อยกว่านี้ค่อยหาทางออกไปคงจะดีกว่า คิดได้แบบนั้นสายตาก็กวาดหาเก้าอี้ว่างเพื่อที่จะได้นั่งแทนการยืนเบียดอยู่ทางด้านหลังเป็นเวลาเดียวกันกับที่มีคนลุกออกจากที่นั่งพอดีทำให้ฐานทัพได้เข้าไปนั่งต่อได้โดยที่ไม่ต้องมองหาที่นั่งนาน

            “จบไปแล้วนะคะสำหรับการแสดงของผู้เข้าประกวดทั้งสิบคน” เสียงพิธีกรคู่เดิมดังขึ้นด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง “ตอนนี้เราขอเชิญผู้เข้าประกวดทุกคนขึ้นมาบนเวทีเพื่อตอบคำถามในรอบถัดไปค่ะ

            เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับผู้เข้าประกวดทั้งสิบหมายเลขที่เดินขึ้นมาบนเวทีกันเป็นคู่ๆ ฐานทัพยกมือปิดปากหาวเพราะความเหนื่อยล้าทั้งวันก่อนจะหรี่ตามองภาพตรงหน้าชัดๆ ในเมื่อยังออกไปไหนไม่ได้ก็ดูตรงหน้าแก้เบื่อไปพลางๆ

            “เรามาเริ่มกันที่หมายเลขแรกเลยค่ะ มีหมายเลขหนึ่งถึงสิบเลือกหมายเลขอะไรคะ” พิธีกรดำเนินรายการต่อพร้อมกับคำถามที่ถามผู้เข้าประกวดเพื่อใช้ในการตัดสิน

            คำตอบจากหลากๆหลายเลขเหมือนกับยานอนหลับที่ทำให้คนฟังใกล้จะวูบไปทุกทีจนกระทั่งคำถามล่วงเลยมาจนถึงลำดับที่เจ็ดของผู้เข้าประกวด

            “เลือกหมายเลขอะไรดีคะ” พิธีกรถามพร้อมกับซองคำถามในมือที่เหลือเลขอยู่สี่เลข

            “หมายเลขสี่ครับ” บุ๋นมองซองที่มีหมายเลขสี่ที่ยังไม่ได้ถูกเลือกไว้ก่อนจะเงยหน้ามองบรรยากาศที่ผู้คนเริ่มน้อยลงกว่าตอนแรกและในผู้คนมากมายยังมีหนึ่งในคนที่เขาอยากให้อยู่มากที่สุด

            หมอฐานทัพ…ขอบคุณที่ยังอยู่นะครับ

            คำถามนะคะคุณคิดว่าอาชีพเกษตรกรแตกต่างจากอาชีพอื่นๆอย่างไร

            “โห…” บุ๋นที่พึ่งฟังคำถามเสร็จถึงกับหลุดคำอุทานออกมาก่อนจะยิ้มนิดๆ “ผมต้องพูดว่าขอบคุณสำหรับคำถามด้วยรึเปล่า” เขาหันไปมองพิธีกรพร้อมหัวเราะ

            ต่างยังไง…

            “ผมคิดว่าทุกอาชีพมีความแตกต่างไม่เหมือนกัน ถ้าจะถามแตกต่างยังไงคงเพราะรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน” บุ๋นยิ้ม “แต่ถ้าจะให้มองลึกกว่านั้นผมคงมองถึงความสำคัญที่แตกต่างกัน อาชีพทุกอาชีพล้วนมีความสำคัญแตกต่างกันไป

            น้ำเสียงของบุ๋นทำให้คนที่เผลอหลับตื่นขึ้นมาฟังราวกับถูกปลุกอัตโนมัติ ฐานทัพค่อยๆลืมตาขึ้นมาดูภาพตรงหน้ากับน้ำเสียงที่กำลังตอบคำถาม 

            “ผมขออนุญาติยกอาชีพหมอกับเกษตรกรมาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนนะครับ หลายๆคนมองว่าอาชีพหมอเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีความสำคัญ กลับกันยังมีคนอยู่ส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกร มองว่าเป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำได้ เคยมีคนบอกว่าถ้าใครๆก็ทำได้ทำไมไม่ลองให้หมอมาทำอาชีพเกษตรกรดูละ ผมว่ามันเป็นการพูดที่ดูจะรุนแรงไปหน่อย” เขาตอบออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง “บนโลกนี้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหมอเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ ใช่ครับผมเห็นด้วยแต่หมอเองก็ขาดเกษตรกรไปไม่ได้เหมือนกัน

            ทั้งห้องเงียบลง ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของบุ๋นที่ซึ้งกินใจหรือเพราะว่าไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะสื่อสารอะไรกันแน่ แต่หนึ่งในนั้นกลับมีคนที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

            หมอเองก็ขาดเกษตรกรไปไม่ได้เหมือนกัน

            ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่ทำมันยากหรือง่าย มันอยู่ที่ผลตอบรับในสิ่งนั้นๆ นี่เป็นคำตอบของผมครับ เกษตรกรต่างจากอาชีพอื่นตรงที่ผลตอบรับของสิ่งที่ทำ” เขายิ้มอีกครั้ง “แม้ว่าในสายตาของคนอื่นๆอาจจะไม่สนใจหรือละเลยแต่เรารู้ในตัวเราดีว่าสิ่งที่เราทำลงไปเพื่อผู้คนอีกมากมาย ขอบคุณครับ” เขายกมือไหว้ขอบคุณพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังขึ้นจากผู้คนในห้องประชุม

            บุ๋นไม่รู้ว่าคำตอบที่เขาตอบไปจะตรงใจกรรมการหรือจะทำให้ใครรู้สึกขัดใจกับคำตอบของเขารึเปล่า แต่เขาเพียงแค่อยากจะบอกในสิ่งที่เขารู้สึก ว่าทุกอาชีพมีความสำคัญและที่เขาเปรียบอาชีพหมอขึ้นมาไม่ใช่เพราะหมอฐานทัพ แต่เป็นเพราะหลายๆคนมองว่าอาชีพของหมอสำคัญกว่าอาชีพเกษตรกรซึ่งเขาไม่เห็นด้วย

            หมอต้องดูแลคนไข้เกษตรกรสร้างผลผลิตเพื่อดูแลหมอและผู้คนทุกคน

            ความสำคัญมันจึงต่างกัน

            การตอบคำถามของผู้เข้าประกวดทั้งสิบคนจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือ พิธีกรดำเนินรายกายต่อไปพร้อมกับเสียงของเหล่าสต๊าฟผู้ดูแลงานที่ดังอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของฐานทัพ

            เตรียมตัวยกดอกไม้ไปนะ

            “แล้วของหมายเลขสี่ต้องทำยังไง มันเยอะมากเลย

            “แกก็หาคนแถวนี้ช่วยยกสิ

            เสียงคุยที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้ฐานทัพหันไปมองตามต้นเสียง ทันทีที่สายตาของเขาประสานกับสายตาของผู้หญิงที่ถือตะกร้าดอกกุหลาบเธอก็ยิ้มกว้างก่อนจะเดินตรงมาที่ฐานทัพทันที

            “ขอโทษนะคะ ช่วยยกดอกไม้ไปที่หน้าเวทีหน่อยได้ไหม พอดีว่าคนไม่พออะค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจแม้ว่าในใจจะตั้งใจเดินตรงมาที่ฐานทัพก็ตาม

            ครับ” คนที่เบลอๆเพราะพึ่งตื่นตอบรับกลับไปพร้อมเดินไปหยิบตะกร้าดอกกุหลาบตระกร้าใหญ่ที่มีดอกกุหลาบอัดแน่นเต็มอยู่ภายใน

            “เดี๋ยวอีกสักพักพิธีกรจะประกาศคะแนนป๊อปปูล่าโหวต แล้วเราจะเอาดอกไม้ไปให้ผู้เข้าประกวดหน้าเวทีนะคะ” เธอหันมาจัดเตรียมงานกับคนข้างๆเพราะนึกว่าฐานทัพเป็นรุ่นน้องคณะเกษตร

            “ครับ” ฐานทัพรับคำสั้นๆก่อนจะหมุนตะกร้าที่ถืออยู่ดูป้ายที่ห้อยอยู่ข้างหน้า

            หมายเลขสี่ (ชาย)

            หมายเลขสี่ชายคนไหน” ด้วยความที่สายตาสั้นเขาเลยมองเลขที่ติดอยู่ที่ข้อมือของผู้เข้าประกวดไม่ออก

            เออมองไม่เห็นเหมือนกันค่ะ” เธอยิ้มแหยๆ 

            “ไม่เป็นไร” ฐานทัพตอบกลับอย่างใจเย็น “ไปหน้าเวทีเดี๋ยวก็รู้เอง

            “เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยกันแล้วนะคะ ช่วงต่อไปเป็นการประกาศผลป๊อปปูล่าโหวตที่ได้จากการซื้อดอกไม้ที่จุดบริการทางเข้าตั้งแต่เริ่มงาน ไหนๆซื้อให้หมายเลขไหนกันบ้าง

            เสียงกรี๊ดมาพร้อมกับหมายเลขที่แข่งกับตะโกนจนฟังไม่ออกว่าหมายเลขไหนเป็นหมายเลขไหน ฐานทัพเดินตามสต๊าฟที่ถึงคิวยกดอกไม้ไปมอบให้หน้าเวทีโดยที่เขาเดินตามหลังเป็นคนสุดท้าย

            ทั้งๆที่กะจะมาดูแป๊บเดียวแล้วก็กลับ

            แสงไฟจากหน้าเวทีจ้าจนคนที่ถือดอกไม้ถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อย ฐานทัพมองป้ายหมายเลขที่ติดอยู่ก่อนที่สายตาจะไปหยุดลงที่หมายเลขสี่ผู้ชายตามป้ายตะกร้าที่ติดไว้

            “บุ๋น” เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหมายเลขสี่ชายเป็นคนที่เขารู้จักและเป็นเวลาเดียวกันกับที่สายตาของบุ๋นหันมาสบตากับเขาพอดี

            พี่…” เหมือนถูกสะกดให้ตกอยู่ในภวังค์เมื่อฐานทัพเดินมาตรงหน้าพร้อมกับยื่นตะกร้าดอกกุหลาบนับร้อยดอกให้เขา

            มีคน…” ฐานทัพเงียบลงเมื่อเห็นใบหน้าของบุ๋นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มดีใจ เขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยื่นตะกร้าไปสุดมือเพื่อให้อีกคนไม่ต้องก้มลงมารับ ให้” คำพูดที่ตอนแรกต้องการจะบอกว่ามีคนให้ช่วยยกมาให้กลับถูกตัดรอนจนเหลือแค่คำว่า ให้

            “ขอบคุณครับ” เขาก้มลงมารับพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นแรง “ขอบคุณที่มานะครับ

            ในสายตาของคนอื่นๆภาพตรงหน้าเปรียบเหมือนหนังเมื่อสมัยสิบปีที่แล้ว ฉากของเจี๊ยบที่ให้ดอกกุหลาบน้อยหน่าในวันงานโรงเรียน

            ถ้าคิดให้เหมือน…ก็คงเหมือน

            อืม” กลับเป็นฐานทัพเองที่ทำอะไรไม่ถูก เขาปล่อยมือจากตะกร้าก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับออกไปแต่หากแต่ว่าเสียงของคนบนเวทีทำให้ฐานทัพหันกลับไปตอบอีกครั้ง “อืม ก็ดี

            บุ๋นมองคนที่เดินออกไปพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้า เขามองจนร่างของฐานทัพเดินกลับไปนั่งที่เดิมแล้วถอนหายใจเบาๆ

            นึกว่าจะเดินออกไปจากห้องประชุมซะแล้ว

            เขานึกขำคำพูดที่ตัวเองพูดออกไปพร้อมคำตอบของหมอฐานทัพที่แทบจะไม่เว้นช่วงคิดคำตอบ การที่ถามออกไปว่าการแสดงเป็นยังไงแล้วได้คำตอบกลับมาว่า อืม ก็ดี ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของบุ๋น

            อย่างน้อยหมอก็ไม่ได้ตอบแค่ อืม

 

 

 

 

 


--------------------
เป็นอีกตอนที่ใช้เวลาแต่งนานมากเนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
มาอัพให้อย่างจุใจแล้วนะคะหลังจากที่ปล่อยให้คนอ่านได้รอคอยกัน
เป็นยังไงกันบ้างงง อ่านแล้วรู้สึกยังไงงง -///////////-
เพลงหนึ่งคำที่ล้นใจเป็นเพลงที่ฟังแล้วแทนความรู้สึกของบุ๋นได้จริงๆ
อ่านแล้วยิ้มเหมือนคนแต่งรึเปล่า? :))))))))
ปล. คอมเม้นท์กันด้วยน้าา ให้กำลังใจคนแต่ง ให้กำลังในน้องบุ๋นในการประกวดด้วยยยย

ติดตามพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจ Perlina. ขอบคุณมากนะคะ
ทุกคอมเม้นท์มีค่าสำหรับเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เราแต่งนิยายให้ทุกคนอ่านต่อๆไป ขอบคุณจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 536 ครั้ง

5,818 ความคิดเห็น

  1. #5740 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 19:20
    คือเป่านิ้วโป้งตามนะ555555
    #5740
    0
  2. #5702 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:23

    ปลื้มปลิ่มอิ่มหัวใจ

    #5702
    0
  3. #5657 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:57
    โหได้ความรู้เรื่องนิ้วโป้งเลย ปกตินี่มีเรื่อง เครียด ขอบคุณสำหรับทริคนี้เลยค่ะ
    #5657
    0
  4. #5631 ชิตาโพนี่ (@icezeedzad18) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:41
    ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องการเป่านื้วโป้งน้าาา งื้อออออ ตอนนี้ดีมากเลยย หนึ่งคำที่ล้นใจนิแทนความรู้สึกของบุ๋นได้จริงๆTT
    #5631
    0
  5. #5486 loloza bbk (@lolozabbk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:38
    ทีมเป่านิ้วโป้ง 55555 นี่ทำตามเลยตอนบอกให้เป่านิ้ว เจ้าบุ๋น หยอดตลอด มีช่องว่างอะไรก็หยอดก็จีบหมอไม่ขาด หมอต้องใจอ่อนบ้างแล้วว 555
    #5486
    0
  6. #5463 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 21:26
    กลัวจะมีปมเพราะการตอบคำถามนี่หละ
    #5463
    0
  7. #5420 lluv KAITO vull (@kakdtskaito) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:23
    ยังรู้สึกว่า หมอก็ยังเข้าไม่ถึงสิ่งที่บุ๋นสื่อนะ เหมือนโดนตัดไงมั้ยรู้
    แล้วก็การตอบคำถามของบุ๋น เข้าใขนะ
    แต่ยังไม่เคลียร์อ่ะ อธิบายเพิ่มหน่อยน่าจะดี
    แล้วบุ๋นมาทำแบบนี้ตอนประกวด พี่ว๊ากไม่จ้องงับหัวอีกเหรอ 55+
    #5420
    0
  8. #5256 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:55
    กลัวเรื่องเล็กๆอย่างดอกไม้จะเป็นปมในตอนต่อๆไปจริงๆ

    เราเข้าใจคำตอบบุ๋นนะ แต่มันวนๆอ่ะ
    #5256
    0
  9. #5177 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 18:35
    ละมุนนนนนนน
    #5177
    0
  10. #5152 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:08
    โอ้ยยยยย ละมุนมากกกก
    #5152
    0
  11. #5127 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 16:38
    ดี๊ดีอ่ะ
    #5127
    0
  12. #5101 mooGxx97 (@mooGxx97) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 05:49
    อยากจะเขินให้ครบทุกตอน หมอน่ารักกกกไปแล้ว ชอบบุ๋นบ้างหรือยังน้าา
    #5101
    0
  13. #5069 whiteukiki (@whiteukiki) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 12:37
    น่ารักระดับสิบบบบบ
    #5069
    0
  14. #5067 fahhfahh2 (@FahhFahh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 23:33
    โง้ยยยยยยยยย
    #5067
    0
  15. #4995 Lei_09 (@Lei_09) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 14:48
    งุ้ยยยยยยยยยยยย >/////////<
    #4995
    0
  16. #4983 ____sunp____ (@arthip-n) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 09:17
    อิจฉาหมอ คนแบบบุ๋นนี่หาได้ที่ไหนอ่ะ โอ้บยยยยยยเขิน
    #4983
    0
  17. #4957 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:05
    บุ๋นบอกรักพี่หมอบนเวทีด้วย ถึงแม้จะไม่ตรงๆ แต่รอเวลาให้พี่หมอคิดอะไรเข้าข้างตัวเองบ้าง ถึงตอนนั้นคงเข้าใจ
    #4957
    0
  18. #4903 akashi_seiya (@akashi_seiya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:54
    หมออออ เนียนเนอะ ไม่เป็นไรเราเข้าใจ..
    #4903
    0
  19. #4837 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:57
    หมอแอบอ้างว่าซื้อกุหลาบเองทั้งตะกร้าหรอม 5555
    #4837
    0
  20. #4784 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:27
    โง้ยยยยย เขินนนนนนน คือแบบบบ หมอน่ารักอ่ะ รีบวิ่งมาหาบุ๋นด้วยอ่ะ >< อิจฉาาาาา 55555 น่ารักอีกแล้วววว
    #4784
    0
  21. #4718 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:25
    น่ารักมากจ้า
    #4718
    0
  22. #4717 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 18:06
    ใครรุกใครรับเนี่ย แต่ฟินสุดๆไปเลยยยยยยยยยยย>\\\\<
    #4717
    0
  23. #4369 parkraerim (@parkraerim) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 02:03
    พี่หมอน่ารักกกกกก งืออออ เหมือนจะเม้นต์งี้ทุกตอนแต่เรื่องนี้น่ารักมากจริงๆ มันเขินมันฟิน //แดดิ้น
    #4369
    0
  24. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 19:14
    เราชอบคำตอบของบุ๋นนะ ใช่ ทุกอาชีพสำคัญหมดจริงๆ
    #3367
    0
  25. #2623 민밀 มินเมียมิลค์ (@prapanich) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 18:03
    พี่หมอน่ารักอะงือออออออ
    #2623
    0