Sense สัมผัส [YAOI]

ตอนที่ 8 : SENSE 07 : เจ็ดนาฬิกา 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 มิ.ย. 58

  CR.SQW

07

เจ็ดนาฬิกา

 

 

            นาฬิกาฝาผนังห้องบอกเวลาเที่ยงครึ่ง ผมนั่งอยู่นอกห้องรอผู้ปกครองในวันประชุม ตอนแรกผมตกลงกับพี่ไม้ว่าจะให้เขามาแต่ไปๆมาๆพี่ปืนก็บอกว่าจะเป็นคนมาเอง ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร พี่ปืนบอกพี่ไม้งานยุ่ง

            ผมมองเข้าไปในห้องเป็นระยะ คอยดูพี่ปืนตลอดว่าเขามีท่าทีเป็นยังไงบ้าง ผมรู้ว่าเขาเองก็คงจะเบื่อที่จะฟังครูพูดพล่ามต่างๆนาๆ พี่ปืนไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่ผมพอจะเดาออกว่าเขาเบื่อ ขนาดผมที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงเป็นระยะๆยังรู้สึกว่าเรื่องมันซ้ำซาก

            พี่ปืนค่อยๆหันมามองที่ผมเหมือนรู้ว่าผมจ้องมองเขาอยู่ แววตาที่ไม่บ่งบอกอารมณ์มองผมไม่ละสายตา ดวงตาของเขาเหมือนมีมนต์สะกด ผมเองก็ไม่อาจละสายตาจากเขาได้เหมือนกัน

            วันนี้ขอบคุณผู้ปกครองทุกคนนะคะที่เสียสละเวลามาประชุม…”

            คล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ เสียงรอบข้างที่ดังจนหนวกหูไม่ได้รบกวนหูทั้งสองข้างของผม มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ยังคงจับจ้องผมอยู่ไม่วางตา

            ตึกตึก ตึกตึก

            “กลับ” ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่พี่ปืนเดินมาหยุดอยู่หน้าผม เขายังคงทำสีหน้าเหมือนเดิม สีหน้าที่ผมเองก็เดาไม่ออกว่าเขารู้สึกอะไรอยู่

            “ขอโทษที่ทำให้เบื่อนะครับ” ผมก้มหน้ายอมรับความผิด

            ถามร้อยทั้งร้อยทุกคนก็ตอบเหมือนกันว่าการประชุมผู้ปกครองเป็นอะไรที่น่าเบื่อ ผมเองก็รู้สึกแบบนั้น เลือกได้ผมก็อยากจะเป็นคนมานั่งฟังเองแล้วสรุปกลับมาเล่าให้พี่ปืนฟัง มันคงดีกว่าให้เขามาทนฟังเรื่องที่พูดยืดเยื้อทั้งๆที่ใจความสั้นนิดเดียว

            ผมผิดเอง ฮือ

            “ไม่ได้ว่าอะไร

            “…”

            “กลับบ้าน” พี่ปืนไม่ได้รอให้ผมลุกขึ้น มือหนาเอื้อมมาจับมือผมก่อนจะพาเดินออกมาท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมชั้น

            พี่ปืนจะรู้ไหมว่าผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้จับมือเขา…ผมรู้สึกปลอดภัยและแน่ใจว่าเขาจะไม่ปล่อยมือผม

            ว่าไงเสียงนิ่งๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ สีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์เริ่มขมวดคิ้วยุ่ง พี่ปืนหันมามองผมแว๊บหนึ่งก่อนจะตอบกลับไป เดี๋ยวแวะเข้าไป

            พอกดวางพี่ปืนก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิมโดยที่ไม่ได้บอกผมว่ามีเรื่องอะไร พอขึ้นรถเขาก็รีบขับออกไปอย่างกับว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นยังไงยังงั้น

            “เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” ผมอดสงสัยที่จะถามไม่ได้จริงๆ

            “มีปัญหานิดหน่อย” เขาตอบผมกลับมาแค่นั้น

            รถยนต์จอดลงที่ลานจอดรถของร้านอาหารร้านหนึ่ง ผมรีบลงรถตามพี่ปืนไปทั้งๆที่พี่ปืนไม่ได้รอให้ผมลงจากรถด้วยซ้ำ พี่ปืนดูกระวนกระวายจนเหมือนเขาจะลืมว่าผมมาด้วย

            บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างคลาสสิก แม้จะเป็นร้านอาหารที่ไม่ใหญ่มากแต่ถือเป็นร้านที่มีคนมากินค่อนข้างเยอะ ผมแทบจะไม่เห็นโต๊ะว่าง ระหว่างที่ผมกำลังมองหาพี่ปืนจู่ๆสายตาผมก็ไปสะดุดกับร่างของคนๆหนึ่ง

            และพี่ปืนก็อยู่ตรงนั้น…

            “เพลง” เสียงนิ่งๆของพี่ปืนเรียกผู้หญิงคนหนึ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา เครื่องสำอางที่แต่งมาเลอะเปรอะเปื้อนจนดูแทบไม่ได้

            รู้ตัวอีกทีเท้าของผมก็พามายืนอยู่ตรงจุดที่พวกเขาคุยกัน

            “ปืนฮืออ” น้ำเสียงสั่นเครือเรียกชื่อพี่ปืน ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาค่อยๆมองก่อนจะลุกขึ้นมากอดพี่ปืนทันที

            “เพลง เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น” ผมคิดว่าพี่ปืนจะปฏิเสธสิ่งที่เธอทำแต่เปล่าเลย พี่ปืนกอดตอบพร้อมกับลูบหัว

            แล้วผม…จะมาอิจฉาภาพตรงหน้าทำไม

            หรืออาจเพราะ เขาไม่ได้ทำแบบนี้กับผมแค่คนเดียว

            มันทิ้งเราไปปืน ทั้งๆที่เรากับมัน…”

            “เพลง

            “เราท้องปืน เราท้อง” น้ำเสียงที่อ่อนแอพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนตอกย้ำตัวเอง ผมได้แต่ยืนฟังอยู่นิ่งๆ แม้จะอยากเดินออกไปจากจุดนี้แต่ผมทำไม่ได้

            ถ้าผมจะกลับ…พี่ปืนก็ต้องกลับไปกับผม

            ใจเย็น หยุดร้องไห้” พี่ปืนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่กลับดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก แว๊บหนึ่งพี่ปืนมองผมก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น

            “ปืนเราไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว” คนในอ้อมกอดเหมือนจะขาดใจตายตรงนี้ให้ได้ สภาพของเธอตอนนี้น่าสงสารมากจริงๆ “เราจะทำแท้ง

            “…!!!!”

            “ไม่ได้ เพลงก็รู้ว่ามันบาป

            “ปืน​เราไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว

            “เพลงยังมีเรา

            “ปืน ฮือๆเป็นอีกครั้งที่เธอกอดพี่ปืนแน่นกว่าเดิม

            ผมไม่ชอบภาพตรงหน้าจริงๆให้ตายสิ

            ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวเราจะช่วยแก้ปัญหาเอง

            “อย่าทิ้งเรานะปืน…”

            “...พี่ปืนไม่ได้ตอบ สายตาของเขามองมาที่ผมอีกครั้ง

            ปฏิเสธไปสิพี่ปืนปฏิเสธ

            นะปืน

            “ครับ ไม่ทิ้ง

            “…!!”

            เหมือนทุกอย่างมันพังทลายลงในพริบตา ความหวังที่ผมอยากให้เขาปฏิเสธ แต่เขาไม่ทำ มันไม่ใช่ความผิดของพี่ปืน แต่อาจจะเป็นเพราะผมเอง

            เพราะผมที่เชื่อว่าเขาจะไม่ทิ้งผมผมคิดว่าเขาจะพูดคำนี้กับผมเพียงแค่คนเดียว

            แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

            ผมกลับก่อนคงจะดีกว่า” ผมเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป แม้ว่าผมจะอยากกลับพร้อมพี่ปืนแต่ว่าในตอนนี้ผมว่ามันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

            คนตรงหน้าต้องการพี่ปืนมากกว่าผม

            “เจอกันที่บ้านนะครับเพราะพี่ปืนไม่ได้ตอบอะไรผมเลยเลือกที่จะเดินออกมา ปล่อยให้เขาได้อยู่คุยกันสองคน

            มันคงจะดีกว่านี้ ดีกว่ามีผมอยู่         

            เท้าทั้งสองข้างพาผมเดินออกมานอกร้านได้ไม่กี่ก้าวมันก็หมดแรงซะดื้อๆ ผมเดินไปพิงหลังกับต้นไม้ใหญ่ก่อนที่จะรู้สึกถึงน้ำใสๆที่ไหลออกมา

            ผมร้องไห้ร้องทำไม

            เป็นอะไรน้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นทำให้ผมค่อยๆเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้ไม่เห็นหน้าผมก็รู้ว่าเขาคือใคร

            เปล่าครับ ขาเป็นตะคริวเลยรอให้มันหาย

            “แล้วร้องไห้ทำไม

            “ผมเจ็บ ตะคริวมันเจ็บจะตาย

            “โกหกให้เนียนหน่อยนาวา

            “…”

            ร้องไห้ทำไม

            “เปล่าครับ

            “นาวา

            “พี่ปืนกลับไปหาพี่เพลงเถอะ พี่เพลงต้องการพี่” ผมกัดฟันพูดออกไปทั้งๆที่ไม่ได้อยากพูดคำนี้เลย

ผมเป็นอะไร ตอนนี้ผมรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

            “เป็นอะไร”

            “…”

            “พี่ไม่ชอบถามซ้ำหลายรอบ

            “ผมน้อยใจพี่ ผมน้อยใจพี่ได้ยินหรือยัง” พอโดนพี่ปืนคาดคั้นผมก็เผลอเสียดังออกมาอย่างลืมตัว พี่ปืนเงียบไปพักใหญ่ทันทีที่ผมพูดออกไปแบบนั้น

            “ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ

            “อืม

            “ผมขอตัวนะครับ” ผมเดินเลี่ยงพี่ปืนออกมาแต่มือหนาจับมือผมไว้ก่อนที่ผมจะเดินออกไป

            “นาวาคือหลาน

            “…”

            “พี่ต้องสนใจเรามากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว

            “ครับ

            ผมคือหลาน

            ทำไมผมรู้สึกผิดหวังแปลกๆ

       ปืน…”  น้ำเสียงสั่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมขยับตัวไปมองก็เห็นใบหน้าที่ปราศจากน้ำตาเหลือเพียงรอบแดงบริเวณขอบตาให้รู้ว่าพึ่งผ่านการร้องไห้มา เธอมองผมแว๊บเดียวก่อนจะระบายยิ้มบางๆ “ถ้าปืนไม่สะดวกเรากลับเองได้

            “…” ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเพียงแต่มองพี่ปืนว่าเขาจะตอบกลับไปยังไง

            ในใจของผมมันย้ำเสมอว่าให้เขาปฏิเสธ แม้จะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ไม่ควรทำแต่ผมก็ห้ามความคิดของตัวเองไม่ได้

            ผมไม่ชอบเลย

            สะดวกสิ” พี่ปืนตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มบางๆมาทางผม ให้พี่ไปส่งเพลงก่อนนะ

            “ครับ” เพราะคำพูดของพี่ปืนทำให้ผมปฏิเสธอะไรกลับไปไม่ได้ ถ้าผมบอกว่าไม่ มันยิ่งดูน่าเกลียด อาจจะดูว่างี่เง่า

            แต่ผมไม่ชอบ

            “นาวานั่งข้างหลัง” พี่ปืนบอกขณะที่ผมเดินมาที่รถกำลังจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ

            “อ่อครับ” แม้ผมจะไม่เคยได้นั่งหลังมาก่อนแต่การที่พี่ปืนบอกผมแบบนั้นนั่นก็เป็นสิ่งที่บอกว่าเขาต้องการให้เพื่อนเขานั่งข้างหน้า

            ถูกแล้ว…ผมเด็กกว่าเพื่อนเขาตั้งหลายปี จะนั่งหน้าได้ยังไง

            ขอบคุณนะปืนที่มาหาเรา ถ้าเราไม่ได้ปืนป่านนี้…” ผมเลือกที่จะแกล้งหลับแทนที่จะรับรู้เรื่องราวทุกๆอย่างในรถคันนี้

            ผมไม่อยากรับรู้ว่าเขาสนิทกันถึงขั้นไหน

            ไม่อยากรู้เลย

            “ไม่เป็นไร เต็มใจ

            คำตอบของพี่ปืนทำให้ผมหลับตาไม่ลง ปกติแล้วพี่ปืนเป็นคนนิ่งๆไม่ได้สนใจเรื่องของใครมากนัก ตลอดเวลาที่อยู่กับพี่ปืนเขาก็ไม่เคยมีเพื่อนโทรเข้ามา มีก็แต่โทรศัพท์จากที่ทำงาน นั่นมันเลยแปลกที่วันนี้เขามาหาคนๆนี้

            ผมไม่อยากจะคิดว่าเขาสองคนเคยเป็นอะไรกัน แต่คำพูดคำจาของพี่เพลงที่พูดกับพี่ปืนดูสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน ยิ่งตอนที่พี่เพลงกอดพี่ปืน ผมไม่อยากเห็นไม่อยากรับรู้

            เป็นอะไร…นาวา

            แล้วน้องที่มาด้วยชื่ออะไรคะ” จู่ๆพี่เพลงก็หันหน้ามาถามผม ใบหน้าระบายยิ้มออกมาบางๆ

            “นาวาครับ

            “เป็นอะไรกับปืนหรอ?

            “เป็นหลานไม่ใช่เสียงของผมที่ตอบออกไปแต่เป็นเสียงของพี่ปืนที่ตอบกลับแทบจะทันที ผมมองตาเขาผ่านกระจกมองหลังก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ

            ครับ พี่ปืนเป็นอาของผม

            ผมเป็นแค่หลานที่มาอาศัยอยู่ หลานที่ไม่มีใครอยากรับไปดูแล หลานที่มีแต่ภาระ พอคิดแบบนั้นผมก็รู้สึกสมเพชตัวเองเล็กๆ

            ในชีวิตของผมไม่เคยมีใครต้องการผม ทุกคนผลักไสไล่ส่งให้ผมย้ายไปนู่นไปนี่

            “อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะนาวา” น้ำเสียงของพี่เพลงดูไม่ได้ยินดีอย่างที่ผมรู้สึก บางทีผมอาจจะคิดไปเอง ใบหน้านั้นระบายยิ้มให้ผมก่อนจะหันกลับไปคุยกับคนที่ขับรถอยู่

            ผมละความสนใจของทั้งคู่ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกรถ การจราจรที่ติดขัดทำให้ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ทำไมทุกอย่างดูไม่เป็นใจ

            ทั้งๆที่ผมเองอยากจะให้ถึงบ้านเร็วๆ

            เพื่อหนีบรรยากาศที่อึดอัดอยู่ตอนนี้

            “แล้วนาวาอยู่กับปืนตลอดหรือว่ามาเที่ยวหาเป็นช่วงๆคะ?คำถามที่ลากผมเข้าไปเกี่ยวด้วยทำให้ผมหันกลับมาสนใจอีกครั้ง

            อยู่ตลอด” พี่ปืนตอบกลับมาทันที สายตายังคงจ้องมองไปที่ถนนตรงหน้า

            “หรอทำไมเราไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลย

            “นาวาพึ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่กี่เดือน

            “อ่าว แล้วจะได้ย้ายกลับไปอยู่ไหมหรือว่าจะอยู่ถาวรเลย

            “ไม่แน่ใจ คงอยู่จนกว่าญาติฝ่ายนู้นจะมารับกลับ” คำตอบของพี่ปืนที่ดูไม่มีอะไรแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกแย่

            ฝ่ายนั้นไม่มีทางมารับผมกลับไป…ไม่มีใครพร้อมจะดูแลผม

            แล้วถ้าไม่รับกลับละคะ?คำถามของพี่เพลงกระตุกต่อมผมได้ไม่น้อย แม้ผมจะรู้ว่าเธอไม่ได้คุยกับผมแต่คำถามแบบนั้นมันทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจ

            ผมก็คงรอให้พี่ปืนหาญาติคนอื่นมาดูแลผมต่อ” พอผมตอบออกไปแบบนั้นพี่ปืนก็มองผมนิ่งผ่านทางกระจกมองหลัง แววตาของเขาที่มองมาผมไม่สามารถรู้ว่าเขาต้องการอะไร

            ดุด่าหรือไม่ชอบใจ

            “แล้วพ่อแม่นาวาละ?

            “ตายครับ” ผมตอบกลับไปเสียงห้วนและนั่นทำให้พี่เพลงเงียบไปพักหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังอึ้งหรือรู้สึกผิดที่ถามแบบนั้นออกมา

            “งั้นแย่เลยนะแล้วปืนคิดจะทำยังไงต่อไปถ้าไม่มีใครมารับนาวา” คำถามนี้ทำให้ผมเงียบลงทันที ไม่ปฏิเสธว่าผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน

            “ก็อยู่แบบนี้

            “…”

            “ให้เลี้ยงทั้งชีวิตก็ทำได้

            “…!!!” คำตอบที่ดูไม่มีอะไรแต่ทำให้หัวใจผมพองโตขึ้นมาทันที แม้น้ำเสียงของเขาจะดูธรรมดาไม่มีความรู้สึกแต่นั่นก็ทำให้ผมพอใจ

            แล้วปืนไม่คิดจะแต่งงานหรอ?

            “ไม่คิด

            “อ่าว…”

            “ก็ถ้าแต่งแล้วนาวาจะอยู่กับใคร อีกอย่างตอนนี้ไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้น

            “…”

            “แค่ดูแลเด็กคนนี้กับทำงานก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว” แว๊บหนึ่งผมเห็นพี่ปืนยกยิ้มก่อนที่รถของเขาจะเลี้ยวเข้าซอยใหญ่ที่มีซอยเล็กๆอยู่ตามทาง

            “นาวาโชคดีจังเนอะ” พี่เพลงหันมายิ้มให้ผมก่อนจะพูดต่อ “ขอบคุณนะปืน

            “ไม่เป็นไร มีอะไรก็โทรมาได้ตลอด

            “ช่วงนี้อาจจะรบกวนบ่อยหน่อย ขอฝากตัวด้วยนะ” พี่เพลงพูดก่อนจะหันมายิ้มให้ผมแล้วลงจากรถเมื่อถึงหน้าบ้าน

            “ครับ” พี่ปืนตอบแค่นั้นก่อนจะยกมือตอบคนที่ยืนโบกมืออยู่หน้าบ้าน

            ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากพี่ปืนขับรถออกมาจากตรงนั้น รถจอดลงข้างทางก่อนที่น้ำเสียงนิ่งๆจะเอ่ยขึ้นแกมคำสั่ง

            “ย้ายมานั่งข้างหน้า

            “…ครับผมตอบกลับไม่เต็มเสียง

            คำพูดของพี่เพลงที่บอกจะรบกวนพี่ปืนบ่อยในช่วงนี้ทำให้ผมไม่สบายใจ ทุกวันนี้พี่ปืนก็แทบไม่มีเวลาให้ผมอยู่แล้ว การที่พี่เพลงพูดแบบนี้ก็เหมือนบอกให้ผมเตรียมใจ

            จากนี้ไปผมอาจจะได้เจอพี่ปืนน้อยลงสินะ

            โกรธ?” พี่ปืนถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ผมย้ายมานั่งข้างหน้าแล้ว

             “เปล่าครับ

            “รู้ว่าโกรธ

            “…”

            “ง้อ” นิ้วก้อยของเขายื่นมาตรงหน้าผมพร้อมกับคำพูดสั้นๆ ใบหน้าที่ปกติดูนิ่งเรียบตอนนี้กลับมีรอยยิ้มขึ้นมาบางๆ

            “ผมไม่ได้โกรธสักหน่อย

            “ง้อ” เขายังพูดคำเดิม นิ้วก้อยกระดิกรอให้ผมยื่นนิ้วตัวเองเข้าไปเกี่ยว

            “โกรธก็ได้ แต่หายแล้วนะ” ผมยื่นนิ้วของตัวเองเข้าไปเกี่ยวก้อยกับมือของเขาที่ค้างรอผมอยู่ รอยยิ้มที่พยายามหุบไว้ในตอนนี้มันกลับฝืนต่อไปไม่ไหว

            แค่คำพูดสั้นๆแค่คำเดียวทำให้อารมณ์ที่มีอยู่ทั้งหมดหายไป

            แค่คำว่า…ง้อ


 

            “ถึงแล้ว” เสียงนุ่มที่เอ่ยข้างหูทำให้ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา ผมเผลอหลับไปตอนไหนเนี่ย

            “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ” ผมยกมือไหว้พี่ปืนเหมือนปกติที่ชอบทำก่อนไปโรงเรียนและกลับบ้าน รวมไปถึงเวลาได้ของจากเขา

            “ครับ

            “อ้าว พี่ไม้

            ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดประตูเข้าบ้านบานประตูก็เปิดออก ร่างของพี่ไม้ที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอกทำให้ผมถอยหลังให้เขาเดินออกมาก่อน

            กลับมาซะเย็นเลยนะ” มือของพี่ไม้ยีหัวผมอย่างอ่อนโยน “กินอะไรมารึยังครับเด็กดี?

            “กินแล้วครับ อิ่มมากเลย” ผมพูดพร้อมกับลูบท้องประกอบนั่นทำเอาคนที่ยืนคุยอยู่หัวเราะออกมานิดๆ

            “อืม พุงใหญ่ซะด้วย

            “พี่ไม้…!”

            “พี่ล้อเล่นครับเด็กดี” รอยยิ้มของพี่ไม้เผยออกมาบางๆ

            “จะออกไปไหน” น้ำเสียงนิ่งๆของพี่ปืนดังขึ้น

            “ไปทำธุระนิดหน่อย ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะเห็นวันนี้ธนูบอกว่าจะกลับดึก

            “อ่อ งั้นหรอ

            “ถ้าหิวก็หาอะไรในตู้เย็นกิน ซื้อมาตุนไว้เยอะเลยกลัวนาวาหิว” พี่ไม้เปลี่ยนสายตากลับมามองผมก่อนจะเผยยิ้มออกมา “เดี๋ยวจะน้อยหน้าใครบางคน

            “ครับ?

            “ฮ่าๆ พี่ไปก่อนนะ ฝันดีล่วงหน้าครับตัวเล็ก” พี่ไม้พูดพร้อมโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากที่แก้มขวาผมเบาๆ

            “…!!!!”

            “อย่าลืมฝันถึงพี่นะ” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไป

            เมื่อกี้…ผมถูกพี่ไม้หอมแก้ม!!!

            “พี่ปืนครับ!!” ผมเรียกร่างสูงไว้เมื่อเห็นว่าพี่ปืนเดินนำเข้าบ้านไปก่อนทั้งๆที่เขาไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำท่ารีบร้อนขนาดนั้น

            พอเข้ามาถึงในบ้านผมก็ไม่เจอพี่ปืนแล้ว เสียงปิดประตูบนห้องทำให้ผมรู้ว่าเขาขึ้นไปชั้นสองเรียบร้อยแล้ว

            อะไรของเขากัน…

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            ผมรัวเคาะประตูเป็นรอบที่สาม ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากข้างในทั้งๆที่ผมรู้ว่าข้างในนั้นมีคนอยู่แต่เขาตั้งใจจะไม่เปิดให้ผมมากกว่า

            พี่ปืน เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ

            “…”

            “พี่ปืนครับ

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            ผมรัวมือเคาะไม่หยุด การที่เขาไม่ยอมเปิดประตูให้ผมแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ พี่ปืนไม่เคยปล่อยให้ผมต้องรอนาน ไม่เคยล็อกประตูเพราะรู้ว่าผมจะต้องเข้าไปหาเขาเวลาผมนอนไม่หลับ

            แต่วันนี้เขากลับล็อกแถมยังไม่เปิดประตูให้ผมอีก

            “ถ้าพี่ไม่เปิดผมก็จะเคาะอยู่แบบนี้ จะรอตรงนี้

            ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ ยังไงผมก็จะรออยู่ตรงนี้

            เพราะผม…ห่วงเขา

            พี่ปืนโกรธนาวาหรอ โกรธที่นาวาทำตัวไม่ดีใช่ไหม หรือพี่รำคาญอะไรนาวา พี่บอกได้ไหม

            “…”     

            “จะด่าอะไรก็ได้ แต่อย่าเงียบแบบนี้เลยนะ

            “…”

            “ผมโดนเมินมาทั้งชีวิตแล้ว ผมไม่อยากให้พี่ปืนเมินผมอีกคน

            “…”

            “เพราะผมรัก…”

            แกร๊ก!

            ไม่ทันจบประโยคประตูบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับใบหน้าที่บอกบุญไม่รับของคนตรงหน้า ผมถลาเข้าไปกอดคนตรงหน้าแน่น พี่ปืนไม่ได้ขัดขืนแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ

            พี่โกรธอะไรผม

            “เปล่า

            “ไม่จริง พี่โกรธ พี่กำลังโกหก” ผมกอดเขาแน่นกว่าเดิม ผมกลัว

            กลัวเขาจะทิ้งผมไป กลัวว่าเขาจะไม่รัก กลัวว่าเขาจะไม่อยากดูแลผมต่อไปอีกแล้ว

            “…”

            “นาวาขอโทษ” ผมกล่าวเสียงสั่น แม้จะยังไม่รู้ว่าพี่ปืนเป็นอะไรแต่ผมก็พร้อมจะขอโทษเขา ถ้ามันทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้

            ให้ทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น

            “ระหว่างพี่กับไม้

            “…”

            “อยากอยู่กับใคร

            “…!!!!” คำถามตรงๆของคนในอ้อมกอดทำให้ผมค่อยๆเงยหน้ามองเขาช้าๆ แววตานิ่งเรียบที่มองผมอยู่ก่อนหน้าเหมือนกำลังรอคำตอบของผมอยู่

            “…”

            “อยากอยู่กับพี่

            “…”

            “ผมอยู่กับพี่ๆคนอื่นได้ แต่ถ้าไม่มีพี่ผมก็ไม่อยากอยู่

            “ทำไม

            “เพราะผมรักพี่ปืน” เป็นการสารภาพที่ผมแทบไม่ต้องใช้เวลาเตรียมใจ เขาถามมาถึงจุดนี้ยังไงวันหนึ่งผมก็ต้องพูดมันออกมา

            แค่คำว่ารัก…ไม่เห็นพูดยากตรงไหน

            “รัก?”   

            “ครับ…พี่ปืนดีกับผมมาก เป็นห่วงผมในทุกๆเรื่อง ตามใจผมทุกอย่าง ถ้าวันนึงพี่ทิ้งผมไปจริงๆ...” ผมกระชับอ้อมกอดอีกครั้ง ผมคงจะเสียใจมากๆ

            “ครับ

            “…”

            “คำว่ารักของพี่กับนาวาต่างกัน

            “ยังไงครับ

            “ช่างมันเถอะ

            “พี่ปืนอยากให้นาวารักพี่แบบไหน

            “…”

            “พี่บอกได้ไหม

            “…” พี่ปืนเงียบไปพักหนึ่ง ผมก้มหน้าลงรอคำตอบก่อนจะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดแก้มขวา รู้สึกตัวอีกทีก็มีริมฝีปากอุ่นๆของคนตรงหน้ากดลงมาบนแก้มขวาผมเบาๆ

            “…!!!”

            “ถ้าอยากอยู่กับพี่ก็อย่าให้ใครหอมแก้มง่ายๆ

            “…!!!!”

            “เข้าใจไหม

            “ครับเข้าใจผมก้มหน้าลงอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ผมพยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้คนตรงหน้ารู้ว่าผมกำลังรู้สึกอะไรอยู่

            ไปอาบน้ำได้แล้ว

            “พี่ปืนครับ” คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ผมทำตาม

            ผมแค่อยากถามอะไรบางอย่าง

            คำถามที่ค้างอยู่ในใจผมมาตลอด

            “ถ้าวันนึงเรารักกันแบบคนสองคนรักกัน มันจะเป็นไปได้ไหมครับ

            “…”

            “แม้เราจะมีสายเลือดเดียวกัน แต่มันเป็นไปได้ไหมครับ

            พี่ปืนเงียบไปพักใหญ่ เขาไม่ตอบผมและไม่มีท่าทีว่าจะตอบ ผมค่อยๆคลายอ้อมกอดออกช้าๆ แค่เขาเงียบผมก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ผมไม่น่าตั้งคำถาม ไม่น่าพูดมันออกไป

            ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้

            “ผมไปอาบน้ำดีกว่า” ผมตัดสินใจพูดออกไปก่อนจะหันหลังเตรียมเดินกลับห้อง

            “ไว้รอให้ถึงวันนั้น

            “…!!!!”

            “แล้วจะรู้คำตอบเอง

 

            



100 per
เผื่อใครคิดถึงฝั่งพี่ปืนกับน้องนาวา จัดมาให้แล้วจ้าาาา
อย่าลืมคอมเม้นท์กันน้า อัพอยู่แต่คนอ่านไม่คอมเม้นท์เหมือนพูดอยู่คนเดียว 555555555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #366 .uri (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 10:10
    ชอบพี่ปืนมากกกกกกกก 555555 นานๆทีจะเจอคนนิ่งๆพูดน้อยๆแบบนี้ แต่เวลาทำอะไรให้คนพิเศษนี่ ฟิ๊นฟินนนนน นาวาก็น่ารักมากกกก คิคิ ไรท์สู้ๆนะค้าาา
    #366
    0
  2. #283 best.b (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 18:53
    พี่ปืนคนซึน555555 //โอ๋ๆไรท์ไม่ต้องน้อยใจโนะ จะมาเม้นบ่อยๆละ
    #283
    0
  3. #282 toki226 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 15:28
    เหอ เหอ ไอ้พี่ปื้น!!!! หวงน้องก็บอก พี่ไม้ทำดี 555
    #282
    0
  4. #281 DanzT (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 06:32
    ฮุเร่ฮุเร่ รอให้ถึงวันนั้น
    #281
    0
  5. #280 DanzT (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 06:32
    ฮุเร่ฮุเร่ รอให้ถึงวันนั้น
    #280
    0
  6. #279 BaiTong23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 18:11
    จะรอให้ถึงวันนั้นน
    #279
    0
  7. #278 Nest (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 23:06
    พี่ปืนมันโดนยั่วสินะ55555 พี่ไม้ทำดี
    #278
    0
  8. #277 toki226 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:44
    คือกำลังหงุดหงิดให้ปืนนะพูดจริง แต่พอได้ฟังปืนตอบเพลง...โอเค กหงุดหงิดน้อยลง มายิ้มแก้มจะแตกตอน...ง้อ คำเดียวสั้นๆ โอ๊ยยยยยย ปืนมันมีมุมนี้วุ๊ย เขิน 55555
    #277
    0
  9. #276 Hazel_nut (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 15:04
    นาวาน่ารัก อ่านละเขิน พี่ปืนเห็นอะไรล่วงหน้าอยากรู้จัง แต่พี่ปืนง้อน่ารักดีอ่ะ 555
    #276
    0
  10. #275 HalloPD (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 15:37
    อร้าายมุ้งมิ้ง
    #275
    0
  11. #274 BaiTong23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 09:06
    ง้อน่ารักกกก
    #274
    0
  12. #273 ปลาเส้นกรอบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 08:44
    โอ้ยยยยเขินนนนนพี่ปืนนน ผชแบบนี้หาได้จากที่ไหนนนนนน โอ้ยยมีมุมน่ารักแบบนี้ด้วยหรออออเขินแรงง
    #273
    0
  13. #272 Fishchy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 07:02
    พี่ปืนง้อน่ารักจังงื้ออออออออ TwwwwT
    #272
    0
  14. #271 jasuhimo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 02:38
    แอบเศร้าแรกๆแต่พอมาหลังเขินแทนนาวาเลยพี่ปืนน่ารัก
    #271
    0
  15. #270 Nest (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 22:57
    พี่ปืนนนนนนนน มันอาจจะดูทื่อๆแค่น้องก็ยิ้มละเนอะ เฮ้อออ55
    #270
    0
  16. #269 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 21:49
    พี่ปืนน่ารักอ่ะมีง้อด้วย ดูแลตลอดชีวิตอ๊ากกกนาวาหายโกรธเลย
    #269
    0
  17. #268 nana0330 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 21:38
    โอ้ยยย พี่ปืนนน พี่ปืนมุ้งมิ้งงงง
    #268
    0
  18. #267 Ms.bee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 10:15
    นาวา คือหลาน จุกเลยข่าาาา T^T
    #267
    0
  19. #266 HalloPD (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 21:42
    ร้อลไห้ตามนาวาแป๊บ
    #266
    0
  20. #265 aj68 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 21:56
    แค่หลานเองเหรอพึ่ปืน
    #265
    0
  21. #264 toki226 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 16:43
    - -พี่น้องตระกูลนี้มันเป็นคนยังไงกัน
    #264
    0
  22. #263 Fishchy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 02:23
    ง่อววววววน้อยใจแทน T____T
    #263
    0
  23. #262 best.b (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 17:25
    พี่ปืนอ่าาา คิดอะไรอยู่ ดูไม่ออก โธ่วว
    #262
    0
  24. #261 Grvazeangunn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 12:08
    นาวาน้อยน่าสงสาร ฮ่ือออออ
    #261
    0
  25. #260 BaiTong23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 10:35
    ปืนควรจะรู้ใจตัวเอง
    #260
    0