Sense สัมผัส [YAOI]

ตอนที่ 7 : SENSE 06 : หกนาฬิกา 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 พ.ค. 58

  CR.SQW

06

 

 

หกนาฬิกา

 

            ผมนั่งอยู่บนรถของคนๆหนึ่งที่เงียบมาตลอดทาง ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรแต่ผมก็ยอมรับคำชวนของเขาที่บอกจะพาผมออกมากินข้าว  นี่ก็ออกมาไกลมากแล้วผมยังไม่เห็นว่าเขาจะหยุดที่ร้านไหนสักร้าน

            ท้องร้องเป็นเพลงอยู่แล้ว” ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ แอร์เย็นๆที่ปะทะเข้าหน้าผมอ่อนๆทำให้ผมง่วงตลอดเวลา

            “อาขอโทษครับ ผมขับรถเพลินเลย” ไม้หัวเราะนิดๆ รอยยิ้มของเขาดูดีเสมอเมื่อปรากฏบนใบหน้าของคนๆนี้

            “เพลินหรือมัวคิดอะไรอยู่ ถ้าไม่สบายใจเรื่องเมื่อวันก่อน…”

            “ถึงแล้ว” เขาไม่รอให้ผมพูดจบ

            รถคันหรูจอดลงที่ลานจอดรถของร้านอาหารร้านหนึ่ง รถยนต์หลายคันที่จอดเรียงรายกันพอจะทำให้รู้ว่าร้านนี้เป็นที่นิยมพอสมควร

            “ร้านนี้แพงน่าดู

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเลี้ยงนะ” ไม้ยิ้มให้ผมอีกครั้งอย่างใจดี

            มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วละ ผมไม่ได้มีเงินมากขนาดเขานี่

            “ฮะๆ” จู่ๆเขาก็หลุดหัวเราะออกมา

            “หัวเราะอะไร มีอะไรตลกหรอ” ผมถามพลางจับหน้าตัวเอง

            “เปล่าครับ เข้าไปกันเถอะ

            “อ่ออืม

            ผมเดินตามไม้มาติดๆ ประตูกระจกถูกเปิดออกพร้อมกับพนักงานต้อนรับที่เดินตรงเข้ามาหาไม้ เขาคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนจะนำไปที่ห้องอาหารฝั่งซ้ายที่แยกเป็นห้องส่วนตัว

            “นี่นายคือความจริงเรานั่งด้านนอกก็ได้นะ ไม่เห็นต้อง…”

            “ผมนัดเพื่อนมาน่ะครับ เราต้องการความเป็นส่วนตัว” เขาตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงสุภาพ

            “อ่อ” และผมเองก็ได้แต่ตอบรับเขาแบบเดิมๆ

            แปลกที่ผมไม่เป็นตัวเองเวลาอยู่กับเขา อยากจะพูดอะไรออกไปก็ไม่ตรงกับที่คิด

            “ไม่เป็นไร” ผมร้องบอกไม้ที่ดึงเก้าอี้ออกให้ผมอย่างกับผมเป็นผู้หญิง แต่การปฏิเสธเหมือนยิ่งยุให้เขาทำ

            “ผมอยากให้เจย์เป็นคนพิเศษนี่ครับ” เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย

            “พิเศษบ้าอะไรละ

            “ฮ่าๆ โทษทีนะครับ” เขาเผยยิ้มอีกครั้ง

            รู้อะไรไหม…รอยยิ้มของเขามีเสน่ห์

            ว่าแต่นัดใครมา” ผมถามเขาหลังจากที่ไม้นั่งลงตรงข้ามผมพร้อมกับเมนูที่พนักงานเอามาวางพอดี

            “เดี๋ยวก็รู้” เขาระบายยิ้มอีกครั้งก่อนจะเริ่มสั่งอาหาร ส่วนผมก็ได้แต่ฟังเขาสั่งเพราะผมไม่รู้จะกินอะไรดี ราคาอาหารมันแพงไปหมด

            แต่จะว่าไปผมอยากกินปูผัดผงกระหรี่

            “แล้วก็เอาปูผัดผงกระหรี่ด้วยนะครับ

            “…!!!” ผมเงยหน้ามองไม้ทันทีที่เขาสั่งเมนูที่ผมพึ่งคิดไป

            ทำอย่างกับเขาอ่านใจผมได้

            “มีอะไรติดหน้าผมรึเปล่าครับ” ไม้ระบายยิ้มนิดๆหลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้ว

            “เปล่า แค่แปลกใจน่ะ

            “หืม? แปลกใจอะไรหรอครับ

            “เปล่า

            “คุณไม่อยากบอกผมหรอ ไม่เชื่อใจผมหรอ” เขาตีสีหน้าเหมือนเด็กโดนดุ สายตาหลุบต่ำ

            “ไม่ใช่แบบนั้น เอ่อความจริงนายเรียกฉันว่าเจย์แทนคุณดีกว่า

            “เอาแบบนั้นหรอครับ?

            “มันดูสนิทกันมากกว่ามั้ง” ผมยิ้มให้เขาบ้าง

            ทั้งๆที่ความจริงผมไม่ได้อยากจะผูกมิตรกับเพื่อนศัตรู แต่กับเขาผมทำร้ายเขาไม่ลงจริงๆ ผมเป็นหนี้บุญคุณเขา ถ้าวันนั้นเขาไม่มาช่วยผม…ผมก็คงไม่มีวันนี้

            ขอบคุณนะครับ” จู่ๆไม้ก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา

            “…”

            “ขอบคุณที่คิดเอ่อคิดว่าเราควรสนิทกัน” เขาพูดตะกุกตะกักไปนิดหน่อย

            “อ่อ ไม่เป็นไร

            “ความจริงผมคิดว่าเจย์น่ารั…”

            แอ๊ดดด~

            ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับแขกที่เข้ามาใหม่ ผมเห็นไม้ยิมให้นิดๆทำให้ผมต้องหันไปดูตามมารยาทและทันทีที่สายตาผมเปลี่ยนโฟกัสไปมองเขา เหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน

            ซองค์…!!!!

            “สวัสดีครับ” น้ำเสียงสุภาพเอ่ยทักผมก่อนจะเบนสายตาไปมองไม้ “ว่าไงเพื่อน เรียกกูออกมาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าวะ

            “ชวนมากินข้าวไง ไม่ได้เจอกันนาน” ไม้ตอบกลับแทบจะทันที เขาทำท่าทางปกติ

            ผิดกับผม…เพราะผมพอจะรู้ว่าไม้พาผมมาที่นี่วันนี้ทำไม คงไม่มีเหตุผลอื่นถ้าไม่ใช่การนัดผมเจอเพื่อนสนิทของเขา ซองค์ ศัตรูที่ทำให้พ่อผมล้มละลาย!!

            “แล้วนี่ใคร” เขาชี้นิ้วมาหาผมแต่สายตายังจับจ้องไปที่เพื่อนเขา

            “เพื่อน” ไม้ตอบนิ่งๆแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            “เพื่อนหรือเด็กมึง บอกมาตรงๆก็ได้กูไม่ถือ

            “เพื่อนน่า

            “เออๆๆๆๆ สวัสดีครับ ผมซองค์นะ” คนที่พึ่งแนะนำตัวไปยิ้มให้ผมพอเป็นพิธีก่อนจะเลื่อนเข้าอี้นั่งลงเฉียงจากผมเล็กน้อย

            “ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” ไม้เริ่มเปิดประเด็น

            ก็ดี…ผมก็อยากรู้ หึ

            ดีกว่าที่คิดว่ะ บริษัทคู่แข่งน้อยลง บางรายก็สู้ไม่ได้ถอยกันก็เยอะ ยิ่งช่วงนี้ได้ของมาลอตใหม่ๆส่งออกแทบทุกวัน” ซองค์พูดไปเรื่อยๆโดยมีผมที่กำลังเก็บข้อมูลอยู่

            ไม่ดีได้ยังไง…บริษัทพ่อผมล้มละลายไปก็เท่ากับคู่แข่งของเขาหายไปเกือบครึ่ง

            แต่ว่าขาดพนักงานว่ะ กูว่าจะหาคนทำอยู่

            “แผนกไหนละ” ไม้ถาม

            “บัญชีกับการตลาด

            “เจย์ว่างงานอยู่ แกสนใจบัญชีผู้ชายรึเปล่า?” เขาพยายามเปิดทางให้ผมทั้งๆที่ผมยังไม่ทันได้ร้องขอ

            ทั้งๆที่ไม้รู้ว่าผมมีเจตนาไม่ดี…เขาช่วยผมทำไม

            อืมก็ดีนะ เจย์สนใจหรอ” ซองค์หันมาถามผม

            “…”

            สนใจสิ สนใจทั้งนั้น!!!

            “ครับ ผมสนใจ

            “งั้นพรุ่งนี้ไปเขียนใบสมัครที่บริษัทเลย แล้วเริ่มงาน…”

            “เริ่มงานได้พรุ่งนี้เลยครับ

            “เห…”

            “คือผมอยากทำงานไวๆน่ะครับ

            ผมจะได้ทำให้บริษัทมันล้มละลาย!!!

 

            “ส่งตรงนี้แหละ เดี๋ยวจะซื้อของอีกนิดหน่อย” ผมบอกคนที่ขับรถมาส่งผมจนถึงหน้าปากซอยเข้าบ้าน ไม้ทำท่าจะปฏิเสธสิ่งที่ผมบอก “หยุดเลย ฉันตามใจนายมาทั้งวันแล้วนะ

            วันนี้หลังจากที่ไปกินข้าวเสร็จไม้ก็ชวนผมไปดูหนัง เลี้ยงอาหารตอนเย็น ไหนจะซื้อเสื้อผ้าสุภาพเอาไว้ไปทำงานอีก ทั้งๆที่ผมยืนยันจะเอาเงินให้เขาแต่รายนั้นกลับปฏิเสธ เขาใช้บัตรทองของตัวเองรูดอย่างกับเงินที่เสียไปเป็นแค่กระดาษ

            “ในเมื่อเจย์พูดแบบนี้ผมจะปฏิเสธได้ยังไงละครับ” ไม้ตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

            ผมไม่หลงกลท่าทางของเขาอีกแล้ว!

            “งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ

            “พรุ่งนี้?” ผมทวนคำพูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

            เขาต้องการจะบอกอะไรกันแน่ คงไม่ใช่ว่าจะมารับผมหรอกใช่ไหม

            “ผมจะมารับเจย์ไง

            “…!!!”

            เหมือนที่ผมคิดไว้เป๊ะ นี่เขาอ่านใจผมออกหรือไงกัน

            กลับบ้านดีๆนะครับ” มือหนาของเขาวางลงบนหัวผมก่อนจะลูบอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            รอยยิ้มที่มันจะทำลายตัวผมเองในอนาคต…

            “อะอืม” ผมไม่ได้ตอบอะไรต่อเพียงแค่เก็บของแล้วรีบลงมาจากรถของเขา

            หัวใจผมเต้นผิดจังหวะจนผมรู้สึกได้ มันเต้นแรงและเร็วตอนที่ไม้ลูบหัวผม รอยยิ้มของเขา กิริยาท่าทางของเขา ทุกอย่างที่เป็นเขา

            มันทำให้ผมไม่เป็นตัวเอง

            รถของไม้ออกไปหลังจากเจ้าตัวเปิดกระจกมาโบกมืออำลาผม รอยยิ้มของเขาดูสดใสและร่าเริงเสมอจนบางครั้งผมเองยังนึกอิจฉา ผมอยากมีรอยยิ้มที่ดูมีความสุขแบบเขาบ้าง ความสุขที่มาจากจิตใจลึกๆของผมจริงๆ

            ซึ่งมันไม่เคยมี

            ตึก!

            “ขอโทษครับ ขอทางไป…!!!”

            สวัสดี J

            “พี่พาย” ผมเรียกชื่อคนตรงหน้าไม่เต็มเสียง ใบหน้าที่ฉีกยิ้มอยู่ตรงหน้าผมไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเลยเพราะรอยยิ้มของเขาไม่เคยนำพาเรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตของผม

            คนๆนี้คือเจ้านายใหม่ของผม

            “ดีใจที่มึงยังจำชื่อกูได้นะไอ่เจย์” น้ำเสียงแข็งกร้าวเอ่ยขึ้น มือหนาเอื้อมมาบีบข้อมือผมอย่างแรงจนผมต้องพยายามแกะออก

            “ผมเจ็บ พี่พาย ผม…”

            “มึงคิดว่างานที่กูให้มึงทำมันเป็นงานเด็กเล่นหรือไง!!!” เขาตวาดผมเสียงดังแต่คงไม่มีใครได้ยินเพราะรอบข้างไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากเลยไม่เป็นที่สนใจของคนในบริเวณนั้น

            ผมเปล่า ผมกำลัง…” ผมยังพูดไม่จบมือของเขาก็ดึงตัวผมเข้าไปในซอยปากทางเข้าบ้านที่มืดสนิท

            กำลัง กำลังอะไรกำลังอ่อยไอ่หน้าตุ๊ดนั่นน่ะหรอ!!!” คำพูดที่ไม่มีการกลั่นกรองออกมาจากสมองทำให้ผมนึกโกรธขึ้นมาทันที

            แม้จะโกรธแต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์พูดหรือโต้ตอบอะไรเขาออกไปได้       

            “ผมกำลังจะเข้าไปล้วงความลับของบริษัท

            “ใช้คำว่ากำลังงั้นหรอ กูให้เวลามึงมานานเท่าไหร่แล้วเจย์!!!!” พี่พายตะคอกใส่ผมเสียงดัง

            ผมขอโทษ ผม…”

            “จะพูดอะไร พูดมา!!!!” ยิ่งผมพูดก็เหมือนจุดประกายไฟในตัวเขา มือหนาข้างหนึ่งบีบแก้มทั้งสองข้างของผมเอาไว้แน่นกะจะให้มันแหลกคามือ

            พี่พาย ผมเจ็บ” ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่น้ำตาของผมไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ผมเจ็บจนชาไปทั้งหน้าและตัว

            ผมกลัวเวลาที่พี่พายโมโหหรืออารมณ์ไม่ดี

            “เจ็บหรอเจย์ เจ็บมากไหม” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่การกระทำไม่ได้อ่อนตาม เขาเพิ่มแรงบีบให้หนักมากยิ่งขึ้นจนผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในปากตัวเอง

            “พี่พาย…”

            “เจ็บมากไหมกูถาม!!!!!” เขาเสียงดังกว่าเดิม

            พอแล้ว พอเถอะ” ผมส่ายหน้าไปมา ความเจ็บในร่างกายทำให้ผมไม่อาจจะพูดอะไรได้อีก ขอให้ผมหลุดพ้นจากตรงนี้สักที

            ไม้…

            คำแรกที่ผมนึกถึงตอนนี้คือเขา แม้ว่าเขาจะคือคนที่ผมไม่ควรเข้าไปพันพันด้วยแต่กลับแปลกที่ผมรู้สึกอุ่นใจเวลาอยู่กับเขา ต่างกับพี่พายที่ผมรู้สึกกลัวเขาเสมอเวลาที่เจอกัน

            มึงรู้ใช่ไหมว่าถ้างานนี้มึงทำไม่สำเร็จมึงจะเจออะไร!!!”

            “…” ผมพยักหน้าแทนคำตอบ เจ็บจนพูดออกไปไม่ได้

            กูให้เวลามึงอีกหนึ่งอาทิตย์ อย่ามัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มึงสนุกมามากพอแล้วเจย์!!!” พี่พายทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะคลายมือจากแขนและคางผมออก

            ผมพยายามทำให้พี่สุดเท่าที่จะทำได้” หลังจากที่เป็นอิสระผมก็ตัดสินใจพูดออกไป น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ทำให้พี่พายสงสารผมเลย

            กลับยิ่งทำให้เขาโกรธยิ่งกว่าเดิม

            “นี่มึงพยายามแล้วหรอ หึ” แววตาของเขาดูสมเพชผมมากเต็มทน

            ผมเจ็บ…

            “ทำไมพี่พูดแบบนี้ ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับผมทั้งๆที่พี่ก็รู้ว่าผมพยายามเพื่อพี่มาตลอด

            “อย่ามาพูดจาน้ำเน่า กูไม่ซึ้ง” แววตาแข็งกร้าวมองผมปราดเดียวก่อนที่เขาจะหยิบแบงค์พันปึกใหญ่ออกมาจากเสื้อหนังที่สวมอยู่

            ปึก!!!

            เขาโยนแบงค์พันปึกใหญ่ใส่หน้าผมเต็มแรง ไม่มีความสงสารหรือเห็นใจอยู่บนใบหน้าของเขา เงินปึกใหญ่ตกลงสู่พื้น ผมมองหน้าเขาด้วยแววตาเจ็บปวด เจ็บที่ร่างกาย เจ็บที่ใจ

            เอาเงินไป รู้ว่ามึงไม่มีปัญญาหาได้” เขาดูถูกตัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            และผมเองก็ยอมให้เขาทำแบบนั้น

            “ขอบคุณครับ” ผมก้มลงไปเก็บเงินนั้นขึ้นมา ดูจากความหนาคงไม่ต่ำกว่าสามหมื่น

            ผมจะได้เงินจากพี่พายทุกครั้งที่เจอกัน เราไม่ได้เจอกันบ่อยเพราะพี่พายเองก็มีศัตรูจ้องจะทำร้ายอยู่รอบทิศ ส่วนผมก็เป็นคนนอกที่อยากจะเข้ามาช่วยเขาในธุรกิจผิดกฏหมาย

            สิ่งที่ผมได้จากการทำงานมีอย่างเดียวคือเงิน แต่ความปลอดภัยและความสุขผมไม่เคยได้จากการทำงานนี้เลย

            จนวันที่ได้เจอไม้…

            “มึงรู้ตัวไหมว่ามึงในตอนนี้น่าสมเพชมากแค่ไหน” พี่พายแสยะยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของผม

            ผมไม่เคยคิดจะสู้เขาเลยสักครั้ง ผมยอมเขามาตลอด เขาให้ผมทำอะไรผมก็ทำ ผมไม่เหลือใครนอกจากพี่พาย คนที่ผมกล้าพูดว่าผมรักเขามากที่สุด รักจนยอมให้เขาทำร้ายผมทุกอย่าง

            “เพื่อพี่ผมทำได้” ผมตอบออกไปไม่เต็มเสียง แววตาของตัวเองในตอนนี้มันไร้ความรู้สึก มันว่างเปล่า

            “ขอให้มันจริง

            “ผมรักพี่นะพี่พาย” ผมค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือของคนตรงหน้า ผมแค่อยากได้กำลังใจจากเขาบ้าง อยากได้คำชมว่าผมเก่ง อยากได้ความรักจากเขา

            แต่สิ่งเหล่านั้นผมไม่เคยได้เลยนอกจากเงิน

            “เก็บคำว่ารักโง่ๆของมึงไปเถอะเจย์” เขาสะบัดมือออกจากผมแทบจะทันที ทำเหมือนมือผมมีเชื้อโรคนับสิบ

            “…!!”

            “กูไม่รักคนไม่มีอะไรเลยอย่างมึงหรอก

            “พี่พาย…!!”

            “ทำงานให้สำเร็จตามที่กูสั่ง อย่างน้อยกูก็ยังไม่อยากฆ่ามึงในตอนนี้” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกมาโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองผมอีกเลย

            ตุ่บ!

            ผมทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ความรู้สึกต่างๆถาโถมเข้ามาจนผมนึกอยากจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอคิดแบบนั้นคำพูดของไม้ที่เคยช่วยชีวิตผมก็แล่นเข้ามาในหัวอยู่ตลอด ผมเลยไม่ทำและผมก็ไม่คิดว่าผมจะเจอพี่พายเร็วขนาดนี้

            แม้ผมจะอยากเจอเขา แต่ทุกครั้งที่เราเจอกันผมจะเจ็บตัวอยู่เสมอ

            พี่พายเป็นคนดูแลผมช่วงที่พ่อเริ่มล้มละลาย ในตอนนั้นเขาเป็นพี่ชายที่ดีและดูแลผมอย่างดีมาตลอด อยากได้อะไร อยากกินอะไรเขาจะหามาให้ จนถึงวันที่พ่อผมจากไป จากหน้ามือกลายเป็นหลังเท้า ทุกอย่างที่เคยทำมันหายไป เขาใช้ผมอย่างกับทาส แต่ผมก็ยอมเขา ยอมทุกอย่างเพราะเขาคือผู้มีพระคุณของผม

            และคือคนที่ผมรัก

 


 

            -ไม้ พาท-

 

            ตุ่บ!

            ผมทิ้งตัวลงบนที่นอนทันทีที่กลับมาถึงบ้าน รถผมเป็นคันสุดท้ายที่เข้ามาจอดนั่นหมายถึงว่าทุกคนกลับมาหมดแล้วและผมเป็นคนที่กลับดึกสุด ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจนผมชินไปซะแล้ว

            พี่ไม้ครับน้ำเสียงเล็กๆดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่เปิดไม่เต็มที่ ดวงตากลมโตโผล่พ้นประตูออกมาข้างเดียว

            หืม ว่าไงครับ?ผมรีบยันตัวขึ้นแล้วยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ข้างนอก เข้ามาก่อนสิ

            “พอดีนาวาเห็นว่าพี่ไม้กลับมาดึก ก็เลยเอานมขึ้นมาให้น่ะครับ” นาวายิ้มบางๆ แก้วนมร้อนที่ร่างเล็กถือมาวางไว้บนโต๊ะทำงานผมอย่างเบามือ

            “ขอบคุณนะครับ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ นาวาอยากดูแลพวกพี่ๆบ้าง” นาวายิ้มเต็มที่ ความน่ารักของเด็กคนนี้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง

            “แล้วพี่ปืนละ

            “…!” นาวาดูตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆผมทักถึงพี่ชายตัวเอง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มค่อยๆคลายลงจนกลายเป็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี

            เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ?

            เกิดสิ มันต้องเกิดแน่ๆ

            “พี่ปืนโกรธนาวา คือนาวาผิดเองครับพี่ไม้ นาวา…”

            “…?”

            “นาวาไปเซ้าซี้เรื่องวันประชุมผู้ปกครองน่ะครับ ความจริงก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ปืนติดงานแล้วนาวาก็ยังไปเซ้าซี้จนพี่ปืนไม่ยอมคุยกับนาวาเลย

            “ประชุมผู้ปกครองหรอครับ?

            “ครับ คืออาทิตย์หน้าจะมีการประชุมผู้ปกครองครั้งแรก พี่ปืนบอกจะให้พี่ธนูไม่ก็พี่ไม้ไปแทนแต่นาวาเกรงใจพี่ๆ แล้วอีกอย่างนาวาก็สนิทกับพี่ปืนที่สุดด้วย” นาวาพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้

            “งั้นเดี๋ยวพี่ไม้ไปแทนนะ” ผมบอกหลานพร้อมกับยิ้มให้นาวา ผมรู้ว่านาวาอยากให้ปืนไปไม่ใช่ผม แต่ถ้าเรื่องที่เล่ามาเป็นแบบนั้นผมก็คงต้องทำหน้าที่แทน

            ถ้าเอาธนูไปผมคิดว่านาวาคงต้องอึดอัดมากแน่ๆ รายนั้นเอาใจใครเป็นซะที่ไหน นิสัยพอๆกับพี่ปืน

            “นาวาทำให้พี่ไม้ลำบากรึเปล่า

            “ไม่ครับถือว่าเป็นการตอบแทนเรื่องนมละกันเนอะ” ผมชี้ไปที่แก้วบนโต๊ะทำงาน

            “ครับพี่ไม้น่ารักที่สุดเลยนาวากระโดดดีใจ แก้มสีชมพูอ่อนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

            แล้วไปบอกพี่ปืนด้วยนะครับ ไปขอโทษเดี๋ยวก็หายแล้ว

            “ครับ นาวาจะไปขอโทษพี่ปืนอีกครั้ง

            “ดีครับ

            “งั้นนาวาขอตัวนะครับ

            “นาวาครับ พี่ถามอะไรหน่อยสิ” ผมเรียกหลานไว้ก่อนที่จะเดินออกไป นาวาหันมาหาผมดวงตาฉายแววสงสัยก่อนที่ใบหน้าขาวเนียนจะพยักหน้าเบาๆ

            “ครับ อะไรหรอ

            “ถ้าสิ่งที่ทำเรารู้ว่าไม่ดีแต่เราเลือกที่จะทำ มันผิดรึเปล่า

            “สิ่งที่ไม่ดีหรอครับอืม มันอยู่ที่ว่าสิ่งนั้นมันไม่ดีกับตัวพี่ไม้หรือไม่ดีกับคนอื่น ถ้ามันไม่ดีกับตัวพี่แต่ดีกับคนอื่นผมว่ามันไม่ผิดหรอกนะ

            “…”

            “เพราะเรามีเหตุผลในการทำสิ่งๆหนึ่งเสมอ ถูกไหมครับ?นาวาถามผมกลับพร้อมกับรอยยิ้ม

            ครับ ขอบคุณครับ

            “ฝันดีนะครับพี่ไม้

            “ครับ ฝันดีนะ

            นาวาปิดประตูออกไปทุกอย่างในห้องผมก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ผมได้ยินแต่เสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องกับเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไป ไม่มีความคิดของใครแล่นเข้ามาให้ผมได้ยิน

            ผมชอบเวลาแบบนี้ที่สุด เวลาที่ผมไม่ต้องรับรู้เรื่องราวและความคิดของใคร

            แกร๊ก!

            ยังไม่ทันที่ผมจะคิดอะไรต่อประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง

            นาวาลืมของหรอครับ” ผมถามออกไปทั้งๆที่ตาทั้งสองข้างยังหลับสนิท

            “เปล่า ธนูเอง” น้ำเสียงนิ่งๆบอกผมพร้อมกับร่างที่ทรุดตัวนั่งลงบนเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆผม

            “มีอะไรรึเปล่า

            “ไม่มีมั้ง

            “หรอ

            “ไม้

            “เรียกพี่สักคำให้ชื่นใจหน่อยได้ไหม” ผมแอบแขวะน้องชายตัวเอง มีบางครั้งที่ธนูจะเรียกผมว่าพี่ แต่หลายครั้งมันก็เลือกที่จะเรียกชื่อผมเฉยๆ

            “คืนนี้นอนด้วยดิ” ธนูทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำที่ผมพูดไปก่อนหน้า

            “หืม? มาแปลก

            “อืม คงงั้น

            “มีอะไรจะเล่าให้ฟังรึเปล่า?

            “อ่านความคิดสิ

            “ให้หูมันเลิกทำงานสักพัก ฟังมาทั้งวันจนเอียนแล้ว” ผมพูดออกไปเพราะอยากให้น้องชายเปิดปากเล่าเองมากกว่า

            “กูคิดว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

            “อืม เพราะปริ้นใช่ไหม

            “…”  ครั้งนี้มันเงียบใส่ผม มีเพียงเสียงถอนหายใจที่ดังออกมาจนผมต้องพูดต่อ

            อยากหนีก็หนีเลย หนีได้แค่ตัวเท่านั้นแหละ

            “ไม้…”

            “เรื่องนี้กูไม่เห็นด้วยก็คงคิดว่ากูเข้าข้างปริ้น แต่ตอนนี้กูเข้าข้างมึง อยากหนีก็หนีไป

            “…”

            “หนีใจตัวเองให้พ้นก็แล้วกัน

            “โถ่เว้ย!!” ธนูสบถออกมาก่อนจะเอื้อมมือมาก่ายหน้าผากผม ไม้ กูอยากแลกเซ้นส์กับมึง มันคงดีกว่าที่กูเป็นอยู่

            “ไม่หรอก มันไม่ดีอย่างที่มึงคิดหรอก” ผมเอามือตัวเองไปก่ายหน้าผากธนูบ้าง

            ถึงพวกเราสามพี่น้องจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันบ่อยแต่ผมก็มีวิธีการแสดงความรักให้กันอยู่เสมอ ถึงจะไม่พูดออกมาแต่พวกเราก็รับรู้ความรู้สึกกันอยู่เสมอ

            “เจ็บว่ะไม้

            “กูรู้

            “กูมันขี้ขลาดเกินกว่าจะปกป้องใครได้

            “แล้วถ้าวันนึงมีใครเข้ามาในชีวิตปริ้นมึงจะทนได้ไหม

            “ทนไม่ได้แต่ถ้าแลกกับความปลอดภัยกูก็ยอม

            “…”

            “กูบอกตัวเองเสมอว่าอยากจะกลับไปคบกับปริ้นแต่ทุกครั้งที่คิดกูก็ห่วงปริ้นตลอด เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดกูจะรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นกับปริ้นบ้าง ปริ้นเป็นคนไม่พูดมึงก็รู้

            “มึงเลยเลือกที่จะทำแบบนี้งั้นสิ?

            “กูเลือกทางอื่นได้ไหมวะ

            “เลือกได้แต่มึงแค่กลัวจะเสียอย่างหนึ่งไป

            “…”

            “ไม่มีใครได้สมใจไปทุกอย่าง

            “รู้

            “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง อยู่ที่ว่าจะกล้าเสี่ยงไหม

           
 

       สวัสดีครับ” ผมกล่าวทักทายเมื่อเห็นว่าคนที่ผมจอดรอรับเปิดประตูรถ เจย์ยิ้มทักทายผมก่อนจะเข้ามานั่งข้างๆเงียบๆ

            ผิดปกติ

            “พร้อมไหม เริ่มงานวันแรก

            “อื้อ พร้อมสิ” เจย์หันมาตอบผม แววตาว่างเปล่าไม่ได้จดจ้องมาที่ผม มันดูล่องลอยไร้จุดหมาย

            “เป็นอะไรรึเปล่า” มือของผมเอื้อมไปจับคางให้เจย์หันหน้าให้ผมดูชัดๆ รอยบนใบหน้าเหมือนรอยช้ำเขียวๆ เจย์รีบแกะมือผมออก

            “พอดีหกล้มน่ะ ไม่มีอะไรหรอก

            “เจ็บไหม ทำไมไม่ทายา

            “ไม่เป็นไร

            “แต่ว่า…”

            “ไปเถอะ เริ่มงานวันแรกไม่อยากสาย

            “…ครับผมไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นเพียงแต่ทำตามที่เจย์บอก

            ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ผมเองก็ไม่ได้อยากคาดคั้นเจย์เพราะถ้าอยากบอกเจ้าตัวก็ต้องบอกผมเองและอีกอย่าง ผมได้ยินความคิดของเจย์ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเจย์เป็นแบบนี้เพราะอะไร

            ยิ่งใจดีมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งไม่กล้าทำร้ายนาย

            ความคิดของเจย์ลอยเข้ามาในหูผมอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่ผมพยายามใช้สมาธิอยู่กับสิ่งอื่นแต่ผมเองก็บังคับเรื่องแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

            “ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ ให้บอกผมเป็นคนแรกนะ” ผมพูดออกไปลอยๆ ไม่รู้ว่าเจย์ได้ยินประโยคที่ผมพูดไปรึเปล่าด้วยซ้ำ เอาแต่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

            “นายทำดีกับฉันทั้งๆที่ฉันคิดไม่ดีกับเพื่อนนาย

            “ครับ

            “เพราะอะไร

            “…อืม ผมไม่รู้

            แรกๆที่ผมรู้จักกับเจย์ผมยอมรับว่าผมไม่ค่อยถูกชะตา ยิ่งรับรู้ความคิดของเจย์ที่ไม่หวังดีกับผม แต่พอได้เจอนานๆเข้า ได้คุยกัน ได้สนิทกันมากกว่าแต่ก่อนเสียงในความคิดของเจย์มันไม่เหมือนเดิม เจย์ชอบชมผม ชอบบอกว่ารอยยิ้มของผมทำให้เขาสบายใจ เขาชมทั้งๆที่ไม่ได้พูดออกมาแต่ผมกลับได้ยินหมด

            อาจจะบอกว่าผมเป็นคนขี้โกง…ใช่ครับ ผมขี้โกงจริงๆ

            งั้นหรอ…”         

            “ถ้าผมบอกเจย์ว่าผมชอบเจย์ มันจะแปลกไหมครับ?

            “…!!!”

            ‘แปลกสิแปลกมาก อย่าพูดให้คิดได้ไหม!!!’

            “ผมล้อเล่นครับ” ผมยิ้มกลับไปนั่นทำให้เจย์ถอนหายใจออกมาทันที

            “อย่าเล่นอะไรแบบนี้สิ

            ‘ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ดี

            “หืม?

            “หืมอะไรเล่า” เจย์มองผมนิ่งๆแต่มุมปากกลับมีรอยยิ้ม พอเห็นว่าผมยิ้มตามเจย์ก็ทำหน้าบึ้งใส่ผมทันที

            คนอะไรดุจัง…

            “เปล่าครับ ผมแค่คิดว่าถ้าเป็นเรื่องจริงเจย์จะตอบว่าอะไร” ผมยิ้มก่อนจะยิงคำตอบจนเจย์ถึงกับตอบกลับมาไม่ถูก

            “ฉันว่าเราเปลี่ยนเรื่องพูดเถอะ

            ‘ยังไงฉันก็ชอบนายไม่ได้

            “เจย์ไม่ชอบผมหรอ?

            ปากผมไปไวกว่าความคิด การที่ผมถามออกไปแบบนี้อาจจะทำให้เจย์สงสัยผมก็ได้แต่ในเมื่อผมอยากรู้ผมก็จะถาม ผมไม่ใช่พี่ปืนที่เอาแต่คิดเองเออเอง ไม่ใช่ธนูที่ต้องให้ใครมาแนะนำก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ ถ้าอยากถามผมก็จะถาม

            “เปล่าไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่เลย” เจย์รีบปฏิเสธทันควัน ท่าทางของเจย์เหมือนกลัวผมเข้าใจผิด แค่นี้ผมก็ยิ้มออกแล้ว

            “ครับ เชื่อ” ไม่รู้ว่าผมยิ้มกว้างจนเจย์ยิ้มตามตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เจอไฟแดงซะแล้ว

            ผมยิ้ม…ยิ้มที่ไม่เสแสร้ง

            นายยิ้มสวยนะ เวลายิ้มแล้วทำให้คนที่เห็นมีความสุขไปด้วย

            “จริงหรอครับ?

            “อื้ม

            “แล้วเจย์เป็นหนึ่งในคนที่มีความสุขนั้นรึเปล่าครับ?

            “…!!!”

            “อาไฟเขียวแล้ว เร็วชะมัด” ผมเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ถามเจย์ออกไปแบบนั้น คนข้างๆตัวผมยังค้างกับคำถามนั้นของผมอยู่

            ผมคงลืมบอกไป…เวลาผมรุกใครแล้ว ผมรุกไม่หยุด ฮ่าๆ

 

            เราอยู่บนรถกันนานกว่าสามสิบนาทีผมก็ขับมาถึงหน้าบริษัท ความจริงแล้วผมมีความลับบางอย่างที่ไม่ได้บอกเจย์และผมก็อยากเก็บความลับนี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้

            ผมคือเจ้าของบริษัท ไม่ใช่ซองค์เพียงแค่ผมไม่ได้บอกใครว่าผมคือเจ้าของ ซองค์คือรองประธานบริษัทหรือจะเรียกว่าหุ้นส่วนใหญ่ก็ได้ มันจะเป็นคนออกงานทุกอย่างแทนผมเพราะผมไม่ชอบให้ชีวิตตัวเองมีเรื่องวุ่นวาย

            ยอมรับว่าครั้งแรกที่รับรู้เรื่องของพ่อเจย์ผมโกรธมาก ผมไม่คิดว่าผมจะทำร้ายชีวิตของใครคนหนึ่งได้ถึงขนาดนี้ ผมไม่ได้ใช้วิธีสกปรกแต่ในช่วงนั้นหุ้นบริษัทผมดีมาก มีหลายบริษัทเข้ามาเสนองานให้รวมไปถึงติดต่อค้าขายกับต่างประเทศและซองค์เองก็บอกกับผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีเราเลยประสานงานกับทุกส่วนอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้บริษัทของพ่อเจย์ถูกบริษัทผมดึงลูกค้าไปมากจนธุรกิจชะงัก

            นายจะไปส่งหรอ” เจย์ถามหลังจากที่เห็นว่าผมเดินลงจากรถมาพร้อมเจย์

            “ครับ เจย์จะได้ไม่เกร็งไง

            “แต่ว่าทุกคนจะคิดว่าฉันเป็นเด็กเส้นที่เข้ามาทำงานผ่านเพื่อนของซองค์

            “ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกครับ เชื่อผม

            “แต่…”

            “เจย์ ผมมีของจะให้” ผมรีบพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เจย์จะปฏิเสธผมอีกครั้ง

            “ให้?”

            ผมเปิดประตูรถหยิบกล่องที่ใส่นาฬิกาเรือนใหม่ออกมา ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าเจย์ไม่ชอบใส่นาฬิกา แต่การที่ทำงานเขาจำเป็นต้องมี

            นี่มัน…”

            “เจย์จะได้รู้เวลาไง ผมเห็นเจย์ชอบดูในโทรศัพท์ตลอด

            “ฉันไม่ชอบใส่ คือว่าแพ้สายน่ะ

            “อ่าว งั้นหรอครับ ผมขอโทษ” ผมทำท่าจะเอากล่องนาฬิกาเก็บแต่เจย์จับแขนผมไว้ก่อน

            “อาจจะไม่แพ้แล้วก็ได้” มือของเจย์ยื่นมาตรงหน้าผม “ซื้อแล้วก็ใส่ให้ด้วย

            “ครับ” ผมยิ้มกลับแล้วรีบถอดนาฬิกาออกมาใส่ให้เจย์ทันที ผมเลือกไม่ผิดจริงๆด้วย เจย์เหมาะกับสีขาวมาก แม้ว่าเจย์จะขาวอยู่แล้วแต่มันไม่ได้ทำให้เจย์ดูซีด มันดูเหมาะมาก

            ผมเก่งจริงๆ

            “นายรู้ไหมโบราณเขาถือเรื่องการให้นาฬิกานะ

            “หืม?

            “ก็ถ้าเป็นแฟนกันแล้วเอาให้กัน เวลาที่ถ่านมันหมดหลายคู่มักจะเลิกกัน เหมือนหมดเวลาของทั้งสองคนแล้ว

            “อ่อ แต่เราไม่ได้เป็นแฟนกันนี่ครับ

            “อะก็ใช่ไง บอกเฉยๆนิ” เจย์แก้ตัวแทบไม่ทัน เวลาที่เจย์เกาหัวแก้เก้อมันดูน่ารักมากสำหรับผม

            “ผมไม่ถือเรื่องพวกนี้หรอก อีกอย่างถ้าเป็นแฟนกันจริงๆ

            “…”

            “ผมจะเป็นคนเปลี่ยนถ่านให้เอง

            “…!!!”

            “จะเปลี่ยนให้ทุกเดือนเลยก็ได้ถ้าไม่สบายใจ

 

 

 

            



100 per
ขอโทษที่หายไปสามวัน เค้าติดธุระที่ต่างจังหวัด T^T
มาอัพให้แล้วน้าาา อย่าลืมคอมเม้นท์กันด้วยล่ะะะะ




ใครที่กดไลค์เพจเค้าแล้วอย่าลืมกด ติดตาม นะคะ เพราะเดี๋ยวนี้บางคนไม่เห็นการอัพเดทนิยายเนอะ
ส่วนใครที่ยังไม่ได้กดอย่าลืมไปกดไลค์นะคะ ค้นหาชื่อ Perlina ค่ะ^_____^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #256 thifu:') (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 09:23
    เห้อออ พี่ไม้แย่งซีนอีกแล้ว รุกจนมดไต่รถล่ะพี่ /////
    #256
    0
  2. #255 aj68 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 18:32
    พี่ไม้ขอนาฬิกาสักเรือน -.-
    #255
    0
  3. #250 BaiTong23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 11:09
    โอ้ยย ไม้น่ารักที่สุดในบรรดาสามพี่น้องงง
    #250
    0
  4. #246 Nest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 23:24
    พี่ไม้ขาาาาาาาาา~~~รุกแรงจังเลยค่า5555555
    #246
    0
  5. #245 HalloPD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 21:17
    ไม้น่าร้าก
    #245
    0
  6. #244 JERXJARQ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 11:47
    พายนี่สุดๆละ โอ้ยยยยย นายเอกเรื่องนี้น่าสงสารอ่า ฮรือออออออ 
    #244
    0
  7. #242 Fishchy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 02:03
    เจ็บปวดดดดดดดดดดดด
    #242
    0
  8. #241 Nest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 00:12
    ธนูกล้าๆหน่อยดิ สงสารปริ้นนะ
    #241
    0
  9. #240 HalloPD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 23:56
    ธันนนนน มีความาามรถไรอะ
    #240
    0
  10. #239 ngamluk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 23:09
    ธันมีความสามารถเริ่องอะไรหรอ ???
    #239
    0
  11. #238 toki226 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 15:09
    อือหือ ไม้มาเก็บมันที
    #238
    0
  12. #237 HalloPD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 17:51
    ชั่ว..
    #237
    0
  13. #236 PrayNplay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 23:07
    นานเอกแต่ละคนนี่ รักจริงอะไรจริงนะครับ ทุ่มสุดๆ
    #236
    0
  14. #234 Nest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 22:57
    หันไปชอบไม้เถอะลูกกก
    #234
    0
  15. #233 aj68 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:35
    คิดแบบนั้นไม่ดีนะเจย์
    ไม่ดีนะแกรรรร ไม่ดีๆๆๆๆๆ
    #233
    0
  16. #225 toki226 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 09:40
    ง่ะ เจย์. แล้วไม้คิดอะไรอยู่เนี้ย
    #225
    0
  17. #224 HalloPD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 08:57
    รวดเร็วทันใจย์ 
    #224
    0
  18. #222 Nest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 21:03
    เจย์จะเอางั้นเลยใช่มั้ย55
    #222
    0