Sense สัมผัส [YAOI]

ตอนที่ 4 : SENSE 03 : สามนาฬิกา 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    26 มี.ค. 58

SQWEEZ  

03 

สามนาฬิกา

 

 

            เค้กช็อกโกแลตถูกบรรจุอยู่ในกล่องเค้กสีขาวนวล ผมจัดแจงทุกอย่างให้เข้าที่ก่อนจะหันไปหาพี่ๆในร้าน ทุกคนดูสนอกสนใจผมเป็นพิเศษ พี่วาวเจ้าของร้านเดินมายิ้มให้ผมก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าวันนี้เลิกงานได้

            ขอบคุณนะครับ งั้นผมไปก่อนนะ” ผมระบายยิ้มบางๆก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนรวมถึงเดินไปใส่เสื้อยีนส์ตัวเก่งของผมเหมือนทุกๆครั้ง จะต่างก็ตรงที่วันนี้ผมมีเค้กที่ตั้งใจทำมากว่าสามชั่วโมง

            วันนี้ผมมาทำงานก่อนเวลาและผมไม่ขอค่าแรงในวันนี้เพราะผมจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ร้านในการทำเค้กวันเกิดเซอร์ไพรส์ธนู ถึงแม้ผมจะรู้ว่าธนูไม่ต้องการก็ตาม

            คนที่ได้กินเค้กปริ้นโชคดีมากๆเลยนะ” พี่วาวพูดทิ้งท้ายก่อนจะที่ผมจะเดินออกจากร้านไป

            “ผมก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นครับ” ผมยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากร้าน

            นาฬิกาบอกเวลาหกโมงเย็น ผมมองนาฬิกากับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน ถ้าผมนั่งรถเมล์ไปกว่าจะถึงก็คงกินเวลาไปหลายชั่วโมง ผมคิดว่าเดินไปอาจจะเร็วกว่า ที่ทำงานของผมกับบ้านของธนูไม่ได้ไกลกันมากเท่าไหร่ เดินไปอีกไม่ไกลผมค่อยต่อรถไฟฟ้าไปน่าจะถึงเร็วกว่า

            ผมกระชับกล่องเค้กขึ้นมากอดไว้ที่อก ผมกลัวว่าจะมีคนมาชน กลัวว่ามันจะไปถึงผู้รับในสภาพที่ไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไหร่

            เรื่องราวในอดีตเหตุการณ์เก่าๆในวันเกิดของธนูเมื่อก่อนที่ผมเคยคบกับเขาเข้ามาในโสตประสาทผมอีกครั้ง ผมยังจำทุกๆคำพูด รอยยิ้ม การกระทำทุกอย่างของเขาได้ ผมจำได้หมดทั้งๆที่ผมรู้ดีว่ามันจะไม่มีทางกลับไปเป็นแบบนั้นได้อีก

            แต่ผมก็ยังหวัง…

            ปึก!

            “อะ…” อาจเป็นเพราะผมมัวคิดอะไรเรื่อยเปื่อยทำให้เดินชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจังกล่องเค้กที่ถืออยู่ยุบไปหนึ่งด้าน ผมรีบนั่งลงดูสภาพเค้กในกล่อง

            โชคดีที่ไม่เป็นอะไร

            “คราวหลังระวังหน่อย” เสียงที่บอกถึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะเดินผ่านไป

            “ไม่เป็นไรไม่เป็นไรนะ” ผมมองเค้กในมือก่อนจะค่อยๆแก้กล่องที่ยุบลงไปให้มันกลับมาอยู่ในสภาพเดิม อย่างน้อยเค้กข้างในก็ไม่เป็นอะไร

            ผมเดินมาเรื่อยๆจนถึงสถานีรถไฟฟ้า เสียงประตูที่เตือนว่าประตูกำลังจะปิดลงทำให้ผมต้องรีบเร่งฝีเท้าจากเดินกลายเป็นวิ่งและสุดท้ายผมก็…

            ตึก!

            เท้าของผมสะดุดกับบางสิ่งบางอย่าง ผมรีบยกกล่องเค้กเหนือหัวและนั่นทำให้หน้าผมไถลไปกับพื้นอย่างจัง ความเจ็บแปลบทันทีที่หน้าสัมผัสกับพื้นทำให้ผมต้องรีบพยุงตัวเองลุกขึ้น มือค่อยๆจับแผลที่หน้าอย่างเบามือ คนรอบข้างมองผมบางคนก็หัวเราะ บางคนก็ทำเป็นไม่สนใจ

            ไม่เป็นไร

            “โอย…” ทันทีที่นิ้วแตะลงบนแผลผมก็รู้สึกเจ็บแปลบทันที

            เลือด

            เสียงสัญญาณบอกรถไฟรอบถัดไปดังขึ้นทำให้ผมเลิกสนใจกับแผลของตัวเองก่อนจะมองดูเค้กในมืออีกครั้ง มันยังอยู่ในสภาพเดิม

            แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

           

            ผมเดินมาถึงหน้าบ้านเวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะหนึ่งทุ่ม ผมชะเง้อมองรถในโรงรถที่เหมือนพี่ๆเขาจะยังไม่กลับมา แต่ผมเห็นรถของธนูจอดอยู่ ผมเดินไปกดออดที่บ้านไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงในชุดอยู่บ้าน เสื้อยืดกับกางเกงบ็อกเซอร์ ทันทีที่เขาเห็นผมก็แทบจะปิดประตูบ้านลงทันที

            “เดี๋ยว…!” ผมเรียกเขาเอาไว้แม้จะรู้ว่าเขาไม่อยากเห็นหน้าผมก็ตาม

            “…” สายตานิ่งๆหันมามองแว๊บหนึ่งก่อนที่เขาจะถอนหายใจแรงๆ

            ผมทำเป็นไม่รู้สึกกับท่าทางของเขา ผมรีบแกะกล่องเค้กพร้อมกับเอาเทียนวันเกิดปักที่เค้กก่อนจะรีบจุดไฟแช็ก มือผมสั่นไปหมด อาจเป็นเพราะผมรน ผมกลัวเขาจะขี้เกียจรอ กลัวไปหมด

            สุขสันต์วันเกิดนะ…” ผมยกเค้กที่ตอนนี้มีแสงไฟจากเทียนพอส่องให้เขาเห็นว่ามันคือเค้กช็อกโกแลต ธนูไม่ได้ออกมาเปิดประตูให้ผมเดินเข้าไป เขาอยู่ที่จุดเดิม มองผมด้วยสายตาว่างเปล่า

            แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยูแฮปปี้เบิร์ดเดย์…” ผมร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเพราะผมควบคุมตัวเองไม่อยู่ ผมไม่รู้ว่าเขาดีใจหรือรำคาญกับความดื้อรั้นของผม

            ผมไม่รู้เลย

            “แก่ขึ้นอีกปีแล้วนะมีความสุขมากๆ ขอให้ธันเจอแต่เรื่องดีๆ อย่ามีเรื่องร้าย เค้กนี้เราตั้งใจทำให้ อยากให้ธันกินนะ” ผมยิ้มให้คนตรงหน้า เขาอยู่ไกลจากผม ไม่คิดจะเดินเข้ามาเป่าเค้ก มีเพียงสายตาที่มองมาโดยที่ผมไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร

            “มีความสุขมากๆเรา…” ผมชะงักทันทีที่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไร

            เขาคงไม่อยากได้ยิน

            ผมใช้มือพัดให้เทียนมันดับก่อนจะเอาเค้กใส่กล่องเหมือนเดิม ธนูทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในบ้านและนั่นทำให้ผมกดออดอีกครั้ง

            เราอยากให้ธันกินเค้กที่เราทำนะ” ผมพูดพร้อมกับถือกล่องเค้กรอให้เขาเดินออกมาเอา ธนูถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาเอาเค้กผม ทันทีที่มือของเขาโดนมือของผมน้ำตาผมก็ไหลออกมาดื้อๆ

            อย่างน้อยผมก็ทำดีที่สุดแล้ว

            “หน้า…” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนประตูเหล็กออก มือหนาเอื้อมจับที่หน้าผมเบาๆ

            อ้อลืมไปเลย” ผมหัวเราะนิดๆ

            “เจ็บไหมเขาถามสั้นๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่าเขาเป็นห่วงผม น้ำเสียงที่ไม่ได้แข็งกร้าวทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

            ไม่เจ็บเลย” ผมโกหกกลับไป น้ำตาที่เหมือนจะหยุดไหลมันไหลลงมาอีกครั้ง เมื่อผมได้มองหน้าเขาใกล้ๆ มันทำให้ผมรู้ว่า

            ผมไม่เคยเลิกรักเขาได้เลย

            “กินเค้กให้หมดนะ แบ่งให้พี่ๆกินด้วยก็ได้ หรือถ้าธันไม่อยากกินก็ให้นาวา…”

            “กินด้วยกันไหม

            “…!!!”

            “อยู่กินเป็นเพื่อนก่อนได้ไหม?” เขาถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่นั่นก็พอแล้ว

            “ได้ได้” ผมรีบตอบทันที มือผมที่ถือกล่องอยู่สั่นอีกครั้ง ธนูเห็นแบบนั้นเขาก็เป็นฝ่ายถือกล่องเค้กแล้วพาผมเดินนำเข้าบ้าน

            แผ่นหลังกว้างที่อยู่ห่างจากผมไม่มากทำให้ผมอย่างจะพุ่งเข้าไปกอดเขาแน่นๆแล้วบอกว่าคิดถึง แม้ว่าผมจะพยายามหาทางมาเจอเขาบ่อยแต่ผมก็ไม่เคยได้เข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ เขามักจะตีตัวออกห่างผมเสมอ

            “เดี๋ยวเราทำให้” ผมเดินไปหยิบจานในห้องครัวของเขามาเพื่อที่จะตักเค้กให้เขาได้กิน ธนูไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาพยักหน้านิดๆก่อนจะนั่งรอผมที่โต๊ะกินข้าว

            “เสื้อที่ซื้อให้สวยดี” เขาพูดหลังจากที่ผมเดินออกมาจากห้องครัวแล้ว สายตานิ่งเรียบมองผมก่อนที่ริมฝีปากจะเผยยิ้มออกมาบางๆ

            “ดีใจที่ธันชอบนะ” ผมตอบกลับพร้อมกับตัดเค้กให้เขาได้ชิม ผมตั้งใจทำสุดฝีมือและผมคิดว่ามันเป็นเค้กที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมทำมา

            ธนูตักเค้กคำแรกเข้าปากก่อนจะมองหน้าผม สีหน้าเรียบๆทำให้ความมั่นใจที่มีมาหายไปในพริบตา ไม่อร่อยอย่างนั้นหรอ…

            “เป็นยังไงบ้าง…” ผมเริ่มกังวลเมื่อเห็นเขาตักคำที่สองเข้าปากแล้วทำสีหน้าเหมือนเดิม

            อร่อย

            “จริงหรอ อร่อยจริงหรองั้นกินอีกนะ กินเยอะๆเลย” ผมยิ้มแก้มปริแล้วนั่งมองธนูกินเค้กฝีมือของผม

            ผมมีความสุขเสมอที่เขากินเค้กที่ผมทำให้เขา ตั้งแต่ที่เริ่มคบกันมาธนูจะกินเค้กที่ผมทำให้แค่คนเดียว เขาไม่เคยไปกินเค้กร้านอื่นเลย นั่นทำให้ผมสามารถทำเค้กได้หลากหลายเพราะผมมักจะทำเค้กแปลกใหม่มาให้ธนูกินเสมอ

            “ขอบคุณ” คำขอบคุณห้วนๆออกจากปากเขาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผม

            “ไม่เป็นไร แค่ธันไม่ไล่เรากลับ ไม่เมินเรา…เราก็ดีใจมากแล้ว” ผมยิ้มนิดๆ

            ทุกอย่างที่ผมทำ ผมเต็มใจ

            “ร้องไห้ทำไม” เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมหลังจากที่เห็นผมเงียบไป ผมส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะค่อยๆยื่นมือสั่นๆของตัวเองไปจับมือเขาเบาๆ

            “อย่าพึ่งสะบัดมือออกเลยนะ

            “…”

            “ขออยู่แบบนี้สักพัก” ผมพูดพร้อมกับจับมือเขาแน่น

            ธนูไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาให้ผมจับมือของเขาตามคำขอของผม มือหนาที่ไม่ได้จับมือผมกลับแต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือแค่นั้นก็พอแล้วสำหรับความต้องการของผม แค่เขาไม่สะบัดมือผมออก ไม่ไล่ผมกลับไปแค่เท่านี้ผมก็พอใจ

            ได้เท่านี้ก็ดีเท่าไหร่แล้วปริ้น…

             มือที่ผมจับอยู่ค่อยๆดันออก ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาเย็นชาที่มองมาทำให้ผมเจ็บแปล๊บที่หัวใจ เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ

            ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

            “ธัน…”

            “แต่อย่าพยายามอีกเลย” แววตาจริงจังที่มองผมกับคำพูดตัดพ้อซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าผมจะเจอมากี่ครั้งผมก็ไม่เคยชินเลยสักครั้ง

            “ไม่เป็นไรไม่เป็นไร” ผมส่ายหน้า พยายามยิ้มให้เขาเห็นว่าผมไม่เป็นไรจริงๆ

            “…”

            “ถึงธันจะไล่เราเราก็ยังจะทำแบบนี้” ผมรู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อล้นบริเวณขอบตา ผมเป็นคนอ่อนแอร้องไห้เก่ง

            ทั้งๆที่ผมไม่ชอบเลย

            “หัวใจของเราถ้ามันรักใครไปแล้วมันก็จะรักคนนั้นแค่คนเดียวตลอดไป

            “ปริ้น…”

            แกร๊ก!

            ประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับร่างของพี่ปืนกับนาวาที่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับของพะรุงพะรัง ทันทีที่นาวาเห็นผมรอยยิ้มน่ารักก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ผมยิ้มให้พี่ปืนนิดๆเพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ว่าผมมาที่นี่ทำไม พี่ปืนพยักหน้านิดๆก่อนที่นาวาจะเดินเข้ามาหาธนู

            สุขสันต์วันเกิดนะครับ” กล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีฟ้าลายก้อนเมฆถูกยื่นมาตรงหน้าธนู รอยยิ้มน่ารักของนาวาทำเอาผมเองอดยิ้มตามไม่ได้

            “ขอบคุณนะตัวเล็ก” ธนูยิ้มรับ มือหนาเอื้อมไปยีหัวคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู

            “ผมนึกว่าจะเป็นคนแรกที่ได้ให้ของขวัญวันเกิดซะอีกนะเนี่ย” นาวาทำแก้มป่องก่อนจะหันมายิ้มให้ผม

            ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป คำพูดที่ธนูพูดค้างไว้ความจริงแล้วผมยังอยากฟังต่อ แต่ถ้าให้คิดอีกครั้งผมว่าไม่ได้รับรู้มันอาจจะดีกว่า

            ขอให้พี่มีความสุขมากๆ เรื่องร้ายๆขอให้มันแตกกระจายหายไป ขอให้พี่ยิ้มแบบนี้ทุกๆวันนะครับ นาวารักพี่ธนู” ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กไปติดนิสัยอ้อนแบบนี้มาจากใคร ร่างเล็กเดินเข้าไปกอดธนูแบบที่เจ้าตัวเองยังไม่ทันได้ตั้งตัว

            “ขอบคุณครับ” ธนูหัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนาลูบหลังหลานตัวเองก่อนที่นาวาจะผละออก

            “นาวาก็รักพี่ปริ้นเหมือนกันนะครับ” นาวาพูดพร้อมกับเข้ามากอดผม พอเจ้าตัวเล็กทำท่าทางว่าผมมีความสำคัญกับเขาก็ทำเอาผมยิ้มออกมาอีกครั้ง

            สิ่งที่นาวาทำอยู่ผมจะคิดไปเองได้ไหมว่าเป็นการกอดธนูทางอ้อม

            “นี่เค้กที่พี่ปริ้นทำหรอครับ น่ากินจังเลย” นาวาพูดพร้อมกับเดินไปดึงมือของพี่ปืนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆเข้ามาร่วมวง

            “ครับ กินไหมเดี๋ยวพี่ตัดให้” ผมถามด้วยความนึกเอ็นดูนาวา

            “กินครับกิน!” นาวาดูตื่นเต้นมาก ผิดกับพี่ปืนที่ยืนส่ายหน้าอยู่ข้างๆ

            พึ่งกินข้าวมาไม่ใช่หรือไง” คนตัวสูงถามเสียงนิ่งทำเอาเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับทำหน้ายู่

            “ก็เค้กพี่ปริ้นน่ากินนี่ครับ พี่ปืนห้ามแย่งนาวานะนาวาตอบกลับก่อนจะเดินตามผมเข้าไปในห้องครัว

            ความจริงในตอนนี้ผมควรจะกลับบ้านได้แล้ว ถ้าดึกกว่านี้ผมกลัวว่าจะหารถลำบาก อีกอย่างเขาก็มีพี่ๆมาอยู่เป็นเพื่อนในวันเกิด แค่นี้สำหรับผมก็ดีแค่ไหนแล้ว

            พี่ปริ้นนาวาที่เดินตามเข้ามาพูดเสียงเบา มือเล็กจับชายเสื้อผมแน่น แขนทั้งสองข้างของนาวาโอบรอบเอวผมจากด้านหลังช้าๆ

            “…”

            “พี่ปริ้นต้องอดทนนะ” นาวาพูดต่อโดยที่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ผมคิดว่านาวาคงจะพอดูออก ถึงแม้ว่าเราจะเคยเจอกันไม่กี่ครั้งก็ตาม

            “ครับ...พี่ไม่ได้อดทนหรอกนะคนเก่ง” ผมค่อยๆหันกลับไปมองหน้าคนตัวเล็กกว่า นาวาเงยหน้ามองผม ดวงตากลมโตเหมือนมีน้ำใสๆบริเวณขอบตา “พี่รักธนู ที่พี่ทำพี่ไม่ได้อดทนหรอกนะคนเก่ง

            “เชื่อนาวานะพี่ธนูเขารักพี่

            “…”

            “เชื่อนาวานะ อย่าทิ้งพี่ธนูนะ” นาวากอดผมแน่นยิ่งกว่าเดิมเหมือนกลัวว่าผมจะหนีเขาไปไกลนั่นทำให้ผมกอดตอบคนตัวเล็กก่อนจะพูดประโยคเดิมๆที่เคยพูดกับธนูบ่อยๆ

            “ต่อให้ไล่พี่ก็ไม่ไป จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน

           

           

            -ไม้พาท-

 

            รถยนต์ของผมจอดลงหน้าสถานบันเทิงที่ดูรื่นรมย์ในตอนกลางคืน แสงสีเสียงที่ทะลุเข้ามาถึงโสตประสาทภายในรถทำให้ผมอยากจะขับออกไปจากที่นี่เร็วๆ คนที่นั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับหันมามองหน้าผมก่อนจะกระตุกยิ้มนิดๆ

            “ขอบคุณที่มาส่ง” น้ำเสียงที่ดูไม่เป็นมิตรทำให้ผมหันไปแสร้งยิ้มบางๆกลับไป พยายามใส่หน้ากากว่าผมเป็นคนดี

            “มันเป็นหน้าที่ของผม” ทันทีที่พูดจบประตูรถผมก็ปิดลงพร้อมกับร่างของเจย์ที่เดินเข้าไปในสถานบันเทิงโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามองผม    

            ถ้าถามว่าผมกับเขาเจอกันทำไมผมก็คงตอบหรืออธิบายเต็มปากเต็มคำไม่ได้เพราะผมก็ยังไม่เข้าใจว่าในตอนนี้เขาต้องการอะไร แม้กระทั่งความคิดของเขาก็เหมือนจะปิดกั้นจนผมไม่สามารถอ่านความคิดเขาออก

            แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพอจะเดาออกคือมันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆและแปลกที่ผมกลับสนใจในเรื่องราวของเจย์ถึงแม้ว่าความจริงผมไม่จำเป็นต้องสนใจเลยก็ตาม

            วันนี้เป็นวันที่สองที่ผมออกมาเจอเจย์ที่ร้านกาแฟและมันก็ไม่มีอะไรคืบหน้าต่างจากเมื่อวานสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่ข้อตกลงที่เขาพยายามย้ำผมบ่อยๆทำให้ผมเริ่มสนใจขึ้นมา จริงอยู่ที่ความคิดกับคำพูดของมันสวนทางกัน แต่ในความคิดนั้นไม่มีอะไรที่จะบอกผมได้เลยว่าจริงๆแล้วมันต้องการอะไร

            ช่างเถอะ…ผมควรจะรีบกลับบ้าน วันนี้วันเกิดธนู

            พอคิดแบบนั้นไม่ถึงยี่สิบนาทีผมก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้ามาข้างในผมถึงกลับต้องแปลกใจที่เห็นปริ้นอยู่ในบ้านด้วย ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าไม่มีธนูอยู่ด้วย

            ปกติมันไล่ปริ้นอย่างกับหมูอย่างกับหมา แล้วทำไมวันนี้ถึงยอมให้เข้ามาในบ้านง่ายๆ

            ไม่ต้องมามองหน้ากูแบบนั้น

            ความคิดของเจ้าของวันเกิดดังขึ้นมาในหัวผมก่อนที่สายตาของผมจะหันไปประทะกับสายตานิ่งๆของธนู เหมือนมันรู้ทันว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

            “สุขสันต์วันเกิดนะน้องรัก” ผมพูดพร้อมกับยื่นถุงเสื้อที่พึ่งไปซื้อมาเมื่อตอนกลางวันให้ธนู น้องผมจะชอบใส่เสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อที่มันเลือกใส่ราคาไม่เคยต่ำกว่าพัน

            หัวสูงเอามากๆน้องคนนี้

            “ขอบคุณว่ะมันตอบพลางตบไหล่ผมสองสาที

            นี่ผมพี่มันนะ

            เอ่อ​ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ปริ้นที่นั่งเงียบตั้งแต่ตอนที่ผมเข้ามาเอ่ยขึ้น สายตามองไปทางธนูแว๊บหนึ่งก่อนจะตัดสินใจสะพายกระเป๋าที่ถือติดตัวมาทำท่าจะเดินออกไป

            “เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ผมหลุดปากออกไปทันทีที่เห็นสายตาธนูมองปริ้น ผมคิดว่าน้องผมคงอยากจะออกไปส่งแต่เพราะเหตุผลบ้าบอของมันทำให้มันเลือกที่จะเงียบ

            นี่ก็ดึกมากแล้วถ้าปริ้นกลับไปคนเดียวผมกลัวจะเป็นอันตราย ยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย

            “ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ไม้ พี่พึ่งกลับมาถึงบ้าน ผมไม่อยากรบกวนพี่ด้วย” ปริ้นตอบกลับมาอย่างสุภาพ รอยยิ้มของปริ้นมันบริสุทธิ์เสียจนผมอดที่จะทำตามคำขอร้องไม่ได้

            “ไม่เป็นไร พี่ชอบขับรถชมวิว” ผมยังคงยืนยันจะไปส่งปริ้นนั่นทำให้ธนูเริ่มมองผมแปลกๆ

            “เดี๋ยวนาวาไปเป็นเพื่อนก็ได้นะครับ” นาวาที่นั่งกินเค้กอยู่ลุกขึ้นตามทำท่าจะไปล้างมือล้างหน้าเตรียมออกไปกับผม

            “ไม่ได้ ดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย” ปืนที่นั่งอยู่เงียบๆพูดขึ้นเสียงดุทำเอาคนที่โดนขัดใจถึงกับหงอย

            “แต่ว่า…”

            “นาวาจะดื้อกับพี่ใช่ไหม?” น้ำเสียงโหดๆที่ถามทำเอาคนตัวเล็กรีบส่ายหน้า

            “นาวาจะไปอาบน้ำนอนแล้วครับ” นาวาพูดเสียงเบา ร่างเล็กเดินมากอดปริ้นไว้แน่นเหมือนกับไม่อยากให้เขากลับ ผมมองก็อดยิ้มกับท่าทางขี้อ้อนของนาวาไม่ได้

            ถ้าอ้อนแบบนี้กับทุกคนผมคิดภาพปืนตอนโดนอ้อนไม่ออกเลยจริงๆ

            “ไว้มาอีกนะครับ” นาวาบอกปริ้นก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองอาจเพราะกลัวจะโดนปืนดุอีก คนที่นั่งอยู่ส่ายหน้านิดๆแล้วมองหน้าผม

            “ไปส่งปริ้นเถอะ ดึกแล้ว

            “ไม่บอกก็รู้น่า” ผมบอกปืนก่อนจะพยักหน้าบอกปริ้นว่าผมจะไปส่ง

            ธนูที่นั่งอยู่เงียบๆไม่ได้โต้ตอบอะไรเพียงแค่มองร่างปริ้นที่เดินออกจากบ้านไปอย่างไม่ละสายตา ผมเห็นแบบนั้นก็อดที่จะแซวมันไม่ได้

            “จะไปส่งแทนก็ได้นะ ไม่ว่า

            “จะไปไหนก็ไปเลยไป” ธนูตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ผมหัวเราะกับท่าทางขี้หวงของน้องตัวเองก่อนจะเดินตามปริ้นออกมา

            ทุกคนรู้ดีว่าธนูมันรู้สึกอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ไม่รู้คือทำไมมันถึงไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง

            ทั้งๆที่ท่าทาง สายตา คำพูดมันบ่งบอกว่าธนูมันรู้สึกยังไง

            ผมไม่เข้าใจน้องตัวเองจริงๆ…
 

                -นาวาพาท-

 

                ผมออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ทำอะไรเสร็จหมดแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่ผมไปโรงเรียนซึ่งเพื่อนๆที่โรงเรียนสนิทกับผมได้เร็วมากจนผมรู้สึกมีความสุขและอยากให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้เร็วๆ ผมอยากเจอเพื่อนๆ

                พี่ปืน...ผมถึงกับชะงักเมื่อเห็นอีกคนนั่งรออยู่บนเตียงผมเหมือนจะเข้ามารอได้สักพักแล้ว

                พี่แวะเอาค่าขนมมาให้พี่ปืนพูดเสียงเรียบ ผมมองไปที่โต๊ะข้างเตียงก็เห็นเงินแบงค์ร้อยหลายใบวางอยู่นั่นทำให้ต้องรีบปฏิเสธทันที

                นาวาเอาแค่วันละห้าสิบบาทก็พอครับ วันนี้นาวาใช้เงินไปไม่ถึงห้าสิบบาทด้วยซ้ำ ผมยิ้มกว้างทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วแล้วถามกลับ

                ทำไมใช้น้อย

                “ก็นาวาไม่หิว พี่ปืนรู้ไหมวันนี้นาวามีเพื่อนเยอะแยะเลยนะ...ได้ทีผมก็เลยเปิดประเด็นเล่าเรื่องที่ผมไปโรงเรียนวันแรกให้พี่ปืนฟัง

                อืม...

                “พี่ปืนไม่อยากฟังหรอครับ ผมถึงกับหยุดเล่าทันทีที่เขาดูไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่

                เปล่า...เล่าต่อสิเขาพูดแต่ไม่ได้มองหน้าผม ดูเหมือนพี่ปืนจะเหนื่อยมาทั้งวัน ท่าทางของเขาดูเพลียๆจนผมไม่อยากจะเล่าต่อ

                ผมขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆพี่ปืนก่อนจะตบตักตัวเองสองสามที คนที่ทำท่าเหมือนใกล้จะหลับเต็มทีมองผมอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

                พี่ปืนดูเหนื่อย นอนตักนาวาได้นะ

                “หะ...

                “ตักนาวานุ่มนะ ไม่ต้องเกรงใจนาวาหรอกผมตบตักอีกสองสามที พี่ปืนส่ายหัวนิดๆ รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าที่ชอบทำโหดใส่ผมตลอดเวลา

                เดี๋ยวจะไปอาบน้ำนอนแล้ว

                “งั้นหรอครับผมพยักหน้านิดๆก่อนจะเอาแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอเขาไว้หลวมๆก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปโอบกอดเขา

                ...

                “เขาบอกว่าถ้าทำแบบนี้จะฝันดีนะครับ ผมกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้นนิดหน่อย แม้ว่าพี่ปืนจะไม่ได้กอดผมตอบผมก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

                อยากให้พี่ปืนฝันดี อยากให้เขายิ้มให้ผมบ่อยๆ

                เด็กคำพูดสั้นๆหลุดออกจากปากเขาก่อนที่มือหนักๆจะวางลงบนหัวผมแล้วลูบอย่างเบามือ

                ความจริงต้องกู้ดไนท์คิสด้วยนะครับ

                แค่นี้ก็พอแล้วผมกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆพี่ปืนก็กันผมไว้ก่อน สายตานิ่งๆที่ดูมีเสน่ห์จ้องมองดวงตาผมลึกจนผมต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเขา

                พี่ปืนมีเสน่ห์ หรืออีกนัยน์ก็คือ...เขาดูดีมาก

                นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายพี่ปืนเขยิบตัวออกจากผม เขาค่อยๆลุกขึ้นเตรียมจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง

                เดี๋ยวสิครับ นาวาทำให้พี่ปืนนอนฝันดี แต่พี่ปืนไม่เห็นทำให้นาวาฝันดีบ้างเลยผมทำแก้มป่องใส่ร่างสูง เขาหันกลับมามองผมก่อนที่ใบหน้านิ่งๆจะกลายเป็นใบหน้ายุ่ง

                พี่ต้องทำ?

                “ครับ ไม่งั้นนาวาก็ฝันร้าย เมื่อคืนนะนาวาฝันร้าย”         

                ความจริงผมก็อยากจะเล่าเรื่องความฝันให้พี่ปืนฟังเหมือนกัน แต่ผมกลัวว่าเขาจะไม่อยากฟัง ผมพอดูออกว่าพี่ปืนเองเป็นคนไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยาก เรื่องมาก เรื่องเยอะ

                ทำไงพี่ปืนเดินมานั่งคุกเข่าตรงหน้าผมที่นั่งอยู่บนเตียง สายตาจริงจังที่มองมาทำให้ผมต้องแกล้งเสมองไปทางอื่น

                นี่ชี้ของผมแตะไปที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ ก่อนที่จะเลื่อนนิ้วมาชี้ที่หน้าผากตัวเอง ตรงนี้

                “หืม?เขาลากเสียงสูงเหมือนเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยเชื่อว่านี่คือวิธีที่จะทำให้ฝันดี

                ตอนเด็กๆแม่จะทำก่อนผมนอนทุกๆวัน แม่บอกว่ามันทำให้เราฝันดีไม่ฝันร้ายและผมก็ฝันดีทุกๆคืน มีแค่ช่วงหลังๆที่ชีวิตของผมพลิกผันไปในทางที่ย่ำแย่ ผมฝันร้ายติดต่อกันมาหลายเดือนแล้ว

                ไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนั้นอีก

                ไม่เป็นไรครับ ผมล้อเล่นน่ะท่าทางพี่ปืนดูไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่นานจนผมต้องบอกปฏิเสธออกไป

                ไม่เป็นไรหรอก บางทีผมอาจจะขอเขามากไป

                อย่าทำตัวเด็กสินาวา...

                ฝันดีมือหนาเอื้อมมาประครองหน้าผมไว้ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะสัมผัสกับหน้าผากผมเบาๆ เพียงชั่วนาทีพี่ปืนก็ผละออกไป ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์อะไร เขาค่อยๆเลื่อนมือกลับไป ครั้งนี้เป็นเขาที่หลบสายตาผม

                ขอบคุณนะครับฝันดีของนาวาผมยิ้มกว้างก่อนจะนอนลงบนเตียงโดยที่พี่ปืนก็อยู่รอห่มผ้าห่มให้ผม

                ผมไม่รู้หรอกว่าพี่ปืนรู้สึกยังไงที่ต้องมาคอยดูแลผมทุกวัน แต่ผมจะพยายามทำให้เขามีความสุขให้ได้ ผมอยากทำให้ทุกคนรอบข้างผมมีความสุขเพราะผม

                และพี่ปืนก็เป็นหนึ่งในนั้น

                เขาคือฝันดีของผม
 

       กริ๊งงงงง!

            เสียงกริ่งบอกเวลาสี่โมงตรง ผมรีบเก็บหนังสือเก็บของทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างอารมณ์ดี เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆก็รีบเก็บไม่ต่างจากผม วันนี้เป็นวันที่ตารางเรียนมีแต่วิชาที่ไม่น่าเรียน ผมง่วงนอนและเบื่อมาก วันนี้ผมกับพี่ปืนมีนัดไปกินไอศครีมเลยทำให้ผมรอคอยเวลาเลิกเรียน

            ไปก่อนนะเลนส์ นิว” ผมเรียกชื่อเพื่อนของตัวเองก่อนจะโบกมือบ้ายบายแล้วรีบวิ่งไปหน้าโรงเรียน

            พี่ปืนเป็นคนตรงเวลามาก เขาไม่เคยมารับผมช้าและผมก็ไม่ชอบให้เขารอผมนานๆ เพราะสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ของเขาทำให้ผมเดาอะไรไม่ได้นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ผมต้องทำตัวดีๆกับเขา

            “วิ่งมาแบบนี้เดี๋ยวก็หกล้มหมด” เสียงนิ่งๆเอ่ยขึ้น พี่ปืนยืนพิงรถของเขารอผมอยู่หน้าโรงเรียนเหมือนทุกๆวัน

            วันนี้เขาใส่เสื้อผ้าที่เป็นทางการ เสื้อสูทที่นานๆทีผมจะเห็นเขาใส่กับทรงผมที่ถูกเซ็ทมาอย่างดีไม่แปลกเลยที่คนที่เดินผ่านไปมาจะมองตามเขาตาไม่กระพริบ ก็พี่ปืนหล่อซะขนาดนี้

            “นาวากลัวพี่รอนาน แหะๆ” ผมยิ้มนิดๆก่อนจะเดินไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับหลังจากที่พี่ปืนเปิดประตูขึ้นรถไป

            “พี่ปืนรอนานไหมครับ” ผมถามร่างสูงที่กำลังจะถอดเสื้อสูทตัวนอกของเขาออก

            “ไม่นาน พึ่งมาถึง” เขาพูดพลางดึงเนคไทด์สีเข้มออกอย่างรำคาญ

            “นาวาพึ่งเห็นพี่ปืนใส่ชุดแบบนี้นะเนี่ย หล่อที่สุดเลยยยย

            “หรอ” เขากระตุกยิ้มก่อนจะออกรถ

            “ไว้คราวหลังให้นาวาผูกเนคไทด์ให้นะ”         

            “…”

            “นะพี่ปืน” ผมอ้อนเขาอีกครั้งหลังจากที่เขาไม่ยอมตอบคำถามผม

            ตั้งแต่ที่ผมอยู่กับพี่ปืนมาผมก็อ้อนเขาทุกวันจนเป็นเรื่องธรรมดาระหว่างผมกับเขาไปแล้ว ผมสนิทกับพี่ปืนที่สุดในบ้าน รองลงมาก็พี่ไม้ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้าเขาสักเท่าไหร่ ส่วนพี่ธนูก็ได้คุยบ้างแต่ไม่บ่อยมาก

            “ครับ” พี่ปืนตอบกลับมาสั้นๆ

            “วันนี้นาวารอให้เลิกเรียนเร็วๆพี่ปืนรู้ไหม

            “รู้

            “ครับ?” ผมหันไปมองคนข้างๆที่ตอบผมกลับมาเร็วเหมือนรู้อยู่แล้วว่าผมจะพูดคำๆนี้ออกมา พี่ปืนเงียบไปสักพักก่อนจะหันหน้ามาตอบผม

            “ก็มีนัดกินไอศครีมที่นาวาชอบไง” รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าที่แทบจะดูไม่ออกว่ายิ้มทำให้ผมยิ้มกว้างกลับไป

            “ใช่ครับ นาวาอยากมากินไอศครีมกับพี่ปืนที่สุดเลยยยย

            “ครับรู้แล้ว

            ผมกับพี่ปืนมักจะแวะมาที่ห้างเซ็นทรัลเกือบทุกเย็นเพราะว่าที่บ้านไม่มีอาหารอะไรให้กิน พี่ปืนบอกว่าทุกคนจะกินจากข้างนอกกันมาหมดเลยไม่มีอาหารติดตู้เย็นไว้ที่บ้าน ผมเลยได้มาเดินตากแอร์ทุกวันพร้อมกับอาหารที่ไม่เคยซ้ำกับสักวัน

            ร้านนี้นะครับ” ผมกระตุกแขนร่างสูงที่จับมือผมอยู่หลวมๆ จะเรียกว่าจับก็ไม่ถูก ผมเป็นฝ่ายจับมือเขาเองต่างหาก

            ผมทำแบบนี้จนเริ่มรู้สึกชิน

            “ครับ

            เราเดินเข้ามาในร้านไอศครีมที่ตกแต่งออกแนวยุโรป เพลงสากลช้าๆที่เปิดคลอไปกับบรรยากาศทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ผมเดินมาเลือกไอศครีมก่อนจะชี้เลือกอย่างสนุกมือ ส่วนพี่ปืนก็สั่งไอศครีมชาเขียวแบบที่เขาชอบกินทุกครั้งที่มากับผม เราเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะไม่ไกลจากเค้าเตอร์มากนัก

            ร้านนี้คนเยอะเนอะพี่ปืน” ผมเป็นฝ่ายชวนเขาคุย ปกติพี่ปืนจะเงียบๆแบบนี้อยู่แล้วผมเลยไม่ได้คิดมากอะไร

            “ทุกร้านก็เยอะหมด” เขาตอบก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนดูอยู่พักใหญ่

            “พี่ปืนเบื่อนาวาหรอครับ” ผมตัดสินใจถามออกไปหลังจากที่พี่ปืนมักจะเอาโทรศัพท์มาเล่นฆ่าเวลาเสมอ สายตาคมกริบเหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเก็บโทรศัพท์

            “ไม่ พี่แค่ไม่รู้จะทำอะไร

            “นาวาก็ไม่รู้จะทำอะไรถ้าพี่ปืนเล่นโทรศัพท์

            “ขอโทษ” มือหนักๆวางลงบนหัวผมก่อนจะโยกไปมาสองที

            “อย่าพึ่งเบื่อนาวานะ” ไม่รู้อะไรที่ทำให้ผมตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้น

            แต่ผมกลัว ผมกลัวพี่ปืนจะทิ้งผม ไม่อยากจะต้องไปไหนอีกแล้ว ผมเกลียดการปรับตัวและในตอนนี้ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับพวกพี่ๆ

            ผมไม่อยากไปไหนอีก

            “…” พี่ปืนไม่ตอบ เขาเพียงแค่มองผมนิ่งๆ มือหนาที่วางอยู่ผมหัวผมค่อยๆเลื่อนออกไปพร้อมกับไอศครีมที่มาเสริฟพอดี

            “นาวารู้นะว่าพี่ปืนลำบากใจที่จะต้องตอบ

            “…”

            “แต่อย่าทำแบบนั้นเลยนะ

            “…”

            “นาวาอยากอยู่กับพี่ปืนไปนานๆ

 

            -ปืนพาท-

 

            ผมขับรถเข้าซอยบ้านตัวเองหลังจากพานาวาไปกินไอศครีม นี่ก็เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ผมกะว่าจะพากลับมาตั้งแต่หกโมง ไม่รู้เอาเวลาไปใช้อะไรนักหนา

            “เปิดประตูให้หน่อย” ผมตะโกนบอกไม้ที่เหมือนพึ่งจะกลับมาก่อนผมไม่กี่นาที มันหันมามองหน้าผมก่อนจะยิ้มนิดๆ

            “กลับดึกอีกแล้วนะ” มันแซวผมแต่ก็ไม่วายเดินกลับมาเปิดประตูให้

            นาวาที่นอนหลับอยู่ข้างผมทำให้ผมไม่คิดจะปลุกให้ลงไปเปิดประตู พอผมขับรถเข้ามาจอดคนที่นอนข้างๆก็ตื่นทันทีเหมือนจะรู้ว่าถึงแล้ว นาวานอนในรถประจำจนผมชินเป็นนิสัยไปแล้ว

            “ถึงแล้วหรอครับ” เสียงงัวเงียถามผมก่อนที่จะเปิดประตูรถลงไป

            “พึ่งตื่นหรอคนเก่ง” เสียงอารมณ์ดีที่แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงผมกับเสียงธนูดังขึ้น ไม้เดินเข้ามายีหัวนาวาเหมือนกำลังเล่นกับลูกหมา

            ผมก็ไม่รู้จะเปรียบเปรยยังไง

            “ครับ วันนี้มีแต่วิชาน่าเบื่อ นาวาปวดหัวมากเลย” นาวาตอบไม้ก่อนที่จะเดินตามไม้เข้าไปในบ้าน

            พอเห็นแบบนั้นผมเลยไม่ได้เดินตามเข้าไปก่อนจะหยิบบุหรี่ที่อดทนไม่สูบมาทั้งวันเพราะผมเข้าประชุมงานตั้งแต่เช้าออกมาจุดสูบอยู่หน้าบ้าน เสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับเสียงรองเท้าของใครสักคนในบ้านเดินออกมา ผมไม่ได้หันหลังกลับไปดู

            ขี้เกียจ

            “ขอมวน” เสียงของไม้ดังขึ้นด้านหลังผม

            “แล้วนาวาละ

            “บอกให้ขึ้นไปอาบน้ำแล้ว

            “อ่อ” ผมยื่นบุหรี่ตัวใหม่ให้ไม้พร้อมไฟแช็ก

            พวกผมสามคนสูบบุหรี่กับเป็นปกติ แต่ไม้มันจะสูบน้อยกว่าผมกับธนู นานๆทีผมถึงจะเห็นมันขอบุหรี่จากผมสักมวน มันเป็นคนไม่ค่อยชอบสูบแต่ไม่สูบก็ไม่ได้ ไม่ชอบดื่มแต่ถ้าให้งดเลยก็ไม่เอา

            “มีเรื่องจะคุยด้วย” น้ำเสียงของมันดูเครียดๆ ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแค่ขยับตัวให้มันได้นั่งลงข้างๆ

            “ขอบคุณ

            “อืม ว่ามา

            “พี่ว่าเป็นไปได้ไหมที่จะมีคนรู้ว่าเราไม่เหมือนคนปกติ

            “หืม?

            “ผมกำลังหมายความว่า มีคนอื่นนอกจากพวกเราที่รู้ว่าพวกเรามีเซ้นท์

 

 

 

 

            




100 per
ขอคอมเม้นท์กันหน่อยได้ไหม กราบบบ T_________T
กลับมาอย่างจริงจังแล้วนะคะ ขอโทษที่เค้ามาๆหายๆนะคะ
เค้าสอบมา กำลังจะขึ้นมหาลัยเป็นเด็กแอด 58 ที่ยังไม่มีที่เรียน
ตอนนี้สอบเสร็จหมดแล้ว เค้าจะกลับมาเคลียร์ทุกเรื่องให้ทุกคนอ่านน้า
ติดตามกันต่อได้ที่แฟนเพจ PERLINA หรือทวิตเตอร์ @perlinjun มาฟอลเค้าเยอะๆน้า >3<
มีอะไรอยากบอกเทรน #SENSE นะคะ เค้าจะตามไปอ่านนนน 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #357 สีน้ำ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 21:41
    อิอิ สนุกค่าาา
    #357
    0
  2. #356 สีน้ำ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 21:41
    สนุกง่าสา
    #356
    0
  3. #249 P.K (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 01:03
    อ่านแล้วมันทำให้หยุดอ่านไม่ได้เลยย ^^
    #249
    0
  4. #230 aj68 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:16
    จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน
    โหยยยยย ซึ้งจริงๆนะปริ้น ไมธนูทำกับปริ้นงี้น้อออ
    ทั้ง ๆ ที่ก้รักมากแท้ ๆ
    #230
    0
  5. #150 Choco'l Pis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:47
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่าาาาา
    #150
    0
  6. #149 JERXJARQ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:07
    ชอบบบบบบบ อัพอีกๆ
    #149
    0
  7. #148 hae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 14:52
    สู้ๆน้าไรท์ เค้าตามอ่านตลอดเบย เรื่องนี้สนุกมากกกก ชอบธนูกับปริ้น หน่วงงงงง
    #148
    0
  8. #147 unicorn_waterhoure (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 10:40
    รอนะ ระนะ อิอิ
    #147
    0
  9. #146 ★Thotsakan★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 08:31
    เอฟซีพี่ไม้กับเจย์นะ 55555555 ในที่สุดพี่ปัดก้กลับมาาา เลิ้ป. เราสัญญา เราจะดม้นทุกครั้งที่พี่อัพ % เพิ่ม เรื่องนี้เราติดจริงจัง55555555
    #146
    0
  10. #145 BaiTong23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 06:46
    มาอัพต่อไวไวน้าาา
    #145
    0
  11. #144 Nest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 01:12
    เหยยๆๆๆใครจะโพล่มารึไง?555รอๆ
    #144
    0
  12. #143 HalloPD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 23:10
    ธนูจะบอกว่าไรอะ=^=
    #143
    0
  13. #142 พัณณณพัฒน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 20:55
    นาวาอ้อนปืนน่าดูเลยนะ สามหนุ่มสามเซ้นส์ต้องมีคนรุ้แน่เลย
    #142
    0
  14. #141 Blueyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 08:46
    ฮอลลล ชอบคู่พี่ปืนกับนาวาาอ่าา มันดูมุ้งมิ้งด้วยตัวเอง 5555
    รีบๆอัพต่อน้าา รออยู่ค่าา ><
    #141
    0
  15. #140 ปาร์ค สติ๋น (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 11:54
    ไหวหวั่นกับพี่ปืนมากจีจี ฮอลลลลลล
    #140
    0
  16. #139 ★Thotsakan★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 10:12
    หูยยย กินเด็กนี่ระวังคุกนะพี่ปืน อิอิซ่า
    #139
    0
  17. #138 Protuza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 01:41
    ก่อนอื่นเลยขอกรี๊ดก่อนน
    คือคนเขียนกลับมาแล้ววววว แงงงT///T
    ฮื่อ คิดถึงสำนวนเขียนนิยายแบบนี้มากจริงๆแงง

    เพิ่งได้มาตามอ่านเรื่องนี่ค่ะ ปิดมาตอนแรกนี่งงมาก
    เลยต้องตั้งสตินิดนึง ละอ่านอีกรอบ55555555
    แต่โอเคค เริ่มเข้าใจ่ะค่ะะะ

    แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจจริงๆก็คือ เรื่องธัน
    คือนึกเหตุผลไม่ออกจริงๆว่าทำไมธันถึงพยายามกีดกันปริ้น
    ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยคบกัน.. แบะตอนนี้ทั้งคู่ก็ยังมรความรู้สึกดีๆให้กันอยู่..
    คืออยากรู้จริงๆว่าทำไมถึงเลิกกัน มีเหตุผลอะไรกัน แงง
    มันเกี่ยวกับสัมผัสที่หกนี้ยังไงอ่ะ ฮื่อออ ไม่เข้าจายย อยากรู้มั่กกก

    แต่ตอนนี้คือตอนอ่านพาทของปริ้นนี่คือน้ำตาซึมเลย
    คือมีความรู้สึกสงสารตัสปริ้นเองมากอ่ะT^T
    คือทำทุกอย่างจริงๆเพราะรักอย่างเดียวเลย
    คือถ้าเป็นเราต่อให้เรารู้ว่ารักโดนทำเหมือนตอนแรกๆคือเมินนี่แบบ
    เลิกไปนานละ นับถือใจปริ้นมากๆ หรือเพราะธันก็ยังแสดงเยื่อใยออกมาเนืองๆ(?)
    นี่ชอบฉากปริ้นร้องแฮปมากจริงๆมันดูแบบ น่าสงสาร น่าเห็นใจมากกก
    คือถ้าทำขนาดนี้แล้วธันยังเมินอยู่คือเราจะสาปแช่งนายนะ๕๕๕๕๕๕


    นาวา กับ พี่ปืน;////; แงง พี่ปืนจะมาแนวโลลิหรอคะ555555
    อยากรู้จริมๆว่าพี่ปืนอายุเท่าไหร่เอ่ยยยย
    น้องเพิ่งสิบหกเองน้าา555555 แต่นาวาน้องดูเป็นคนขี้อ้อนๆอ่ะ
    แต่ก็คือมีเป็นเด็กมีปมในใจไรงี้ น้องยั่วพี่ปืนแบบไม่รู้ตัวนะรู้รึเปล่ามผัสได้ว่าพี่มีอีกด้านนึง
    ถ้าวันนึงพี่ปืนตบะแตกละจับน้องกิน(?)หนูจะทำไงคะ55555555


    ส่วนพี่คนกลางงง พี่ม้ายยยยย แงงงงงง
    เราชอบพี่ค่ะ!! จริงจังมากกกกกกกกก ฮื่อออ พี่แสนดีของน้อง;^l
    ตอนที่พี่ซื้อตุ๊กตาละเดินถือมาให้นาวานี่เราแบบ
    ฮื่ออออ ตายยยยยย ทำไมพี่น่ารักงี้อ่ะ คือจริงๆมันก็ไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ป้ะ
    แต่คือพี่แสนดีมากเลยไง แงงงงงงงง รักๆๆๆๆๆ ดูเป็นผช.แฟมมิลี่มากเบยย
    ฮื่ออ แต่เราสัมผัสได้ว่ามีพี่อีกด้านดึง ตอนอยู่กัยเจย์
    ตะไมกลายเป็นอยู่ผช.แบบนี้ไปได้คะ;^; แต่ยังไงก็รักนะจุ๊ฟ 555555

    ปล.อันนี้เป็นเม้นรวบยอดตั้งแต่1-4นะคะ ขอโทษจริงๆที่ไม่ได้เม้นตั้งแต่แรก._.

    ปล.เพิ่งรู้ว่าคนเขียนเพิ่งเข้าม. โหววว เขียนนิยายภาษาสวยมากเลยค่ะ ชอบมาก

    เก่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกT^T bbbbb





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มีนาคม 2558 / 01:43
    #138
    0
  18. #137 Nest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 01:37
    พี่ปืนกับนาวาน่าร้ากกกกกกก
    #137
    0
  19. #136 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 21:14
    นาวาน่ารักจังอ้อนเก่งสะด้วย ส่วนปริ๊นสุ้ๆนะธนูใจอ่อนบ้างแล้ว
    #136
    0
  20. #135 toki226 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 00:25
    แต่ละคู่ เค้ารอดูคู่ไม้ความสัมพันธ์คลุมเครือมากกกก
    #135
    0
  21. #134 Nest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 22:45
    เห้ยยยยชอบอะลึกลับแต่ไม่มากตอนแรกงงๆแต่พออ่านไปไม่พี่ก็น้องอะแหละมาเฉลยกันเอง เข้าใจเลย5555 ขอโทษที่เพิ่งมาเม้นน้าอ่านรวดเดียวเลยรออ่านนะ
    #134
    0
  22. #133 aii014 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 16:22
    ทำไมธันไม่่กลับไปคบกันปริ้นล่าาาา ปริ้นน่าสงสารรร
    #133
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. #131 AT2MOON (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 22:26
    ยังรออยู่น้าาาาาาาา
    #131
    0
  25. #130 .Mune Zzji (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 21:06
    ปริ้นสู้ๆนะ 
    #130
    0