[The Boyz] I'm Your Boy

ตอนที่ 5 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ม.ค. 61

ปกติเวลากลางวันฮักนยอนจะกินข้าวเที่ยงกับสองแฝดทูพัคแต่เพราะช่วงนี้จีฮุนกับอูจินมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานประกวดของชมรมเต้นก็เลยไม่ค่อยว่างมากินข้าวกับเขาเท่าไหร่ แล้วเขาก็เป็นพวกติดคนเสียด้วย จะให้กินข้าวคนเดียวมันก็เหงาๆ ยังไงอยู่ เขาก็เลยต้องเอาตัวเองมาฝากไว้กับซอนอูและฮยอนจุน



กับซอนอูน่ะไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส่วนฮยอนจุนเองฮักนยอนก็พอจะรู้จักเพราะเคยอยู่ชมรมเต้นด้วยกันเมื่อปีก่อนแล้วก็เคยไปกินข้าวไปเที่ยวเล่นด้วยกันบ้างเป็นบางครั้ง ถึงจะแอบกลัวตาดุๆ ของฝ่ายนั้นอยู่นิดหน่อยแต่แก้มนิ่มๆ ยืดๆ เหมือนชีสของฮยอนจุนก็พอจะตัดความน่ากลัวออกไปได้บ้าง



จริงๆ ปีนี้ฮยอนจุนเองก็อยู่ชมรมเต้นเหมือนกันแต่ฮยอนจุนถนัดเต้นคอนเทมโพรารี่มากกว่าก็เลยไม่ได้ไปเข้าร่วมประกวดเต้นฮิพฮอพอะไรเหมือนอย่างจีฮุนกับอูจิน



"พี่จะมองหน้าผมอีกนานมั้ยเนี่ย? มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิครับ" ฮยอนจุนถามในตอนที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอกับตาสองชั้นไม่เท่ากันมองจ้องเขาอยู่เป็นรอบที่แปดเห็นจะได้ พี่ฮักนยอนหัวเราะแห่ะๆ ถามกลับมาเสียงเบาว่ารู้ตัวด้วยเหรอ?



"สรุปว่ามีอะไรจริงๆ ใช่มั้ยครับ?" ฮยอนจุนถามกลั้วหัวเราะ เขาหยิบน้ำขึ้นมาดื่มระหว่างรอให้พี่ฮักนยอนพูดอะไรที่อยากพูดออกมา



"อื้อ ก็นิดหน่อย นายรู้มั้ยว่าซอนอูแอบชอบใครอยู่?"



พร่วด!!



"เฮ้ย!!!!!!!!!!" ฮักนยอนผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าเกาะพราวด้วยหยดน้ำที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากปากฮอฮยอนจุนสดๆ ร้อนๆ ฮักนยอนรีบหยิบกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดหน้าของตัวเอง รวมถึงเสื้อนักเรียนด้วย แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ



"ข้าว!!!!!!!!!!" ฮักนยอนร้องโหยหวนเมื่อสภาพข้าวเขาก็ไม่ได้ต่างจากหน้าเขาเท่าไหร่ แล้วจะให้เขากินอะไรเนี่ย?! ฮอฮยอนจุน!!



"แค่กๆ ขอโทษพี่ พอดีมันสำลัก แค่กๆ เดี๋ยวผมไปเอาข้าวให้ใหม่นะ" ฮยอนจุนรีบบอก มือวางแก้ว หยิบกระดาษมาเช็ดปากลวกๆ เขาลุกขึ้นยืนเดินหนีไปต่อแถวเอาข้าวกลางวันให้พี่ฮักนยอนใหม่ รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไปพ่นน้ำใส่หน้าใส่ข้าวพี่เขาแบบนั้น แต่ใครใช้ให้พี่เขาถามคำถามประหลาดๆ อย่างนั้นกันล่ะ?



ใช้เวลาไม่นานอาหารกลางวันถาดใหม่ก็ถูกนำมาวางตรงหน้าฮักนยอน ฮยอนจุนเดินอ้อมกลับไปนั่งที่เดิม รายนั้นแสร้งหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ เลี่ยงที่จะสบตาฮักนยอนอย่างชัดเจน ฮักนยอนรอให้ฮยอนจุนวางแก้วลงก่อน ดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายกลืนน้ำลงคอไปแล้ว จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อซักครู่อีก



"สรุปว่ายังไง?" ฮักนยอนถามเสียงเข้ม ยื่นมือไปดึงแก้วของฮยอนจุนมาเก็บไว้กับตัว



"อะไร ย-ยังไง... ครับ?" ฮยอนจุนถามกลับตะกุกตะกัก สีหน้าแสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด



"นายรู้ใช่มั้ยว่าซอนอูแอบชอบใครอยู่?" ฮักนยอนถามเสียงเข้มกว่าเดิมแถมจ้องตาอีกฝ่ายเป็นการกดดัน ฮยอนจุนเม้มริมฝีปาก เหลือบตามองบนอย่างคนกำลังใช้ความคิด 



"ไม่ร-"



"ไม่เชื่อ" ฮักนยอนบอกทันทีและฮยอนจุนก็ได้แต่ส่งเสียงโอดครวญกลับมา



"พี่ฮักนยอนผมไม่ได้โกหกนะ คือ... จะพูดว่ายังไงดีล่ะ มันก็ไม่เชิงว่าไม่รู้ซะทีเดียวอ่ะ ก็เหมือนจะรู้ แต่ก็แบบ... ไม่รู้สิ พี่เข้าใจใช่ป่ะ?" ฮยอนจุนบอกพลางรัวนิ้วกับโทรศัพท์มือถือที่แอบหยิบออกมาวางไว้บนตัก เขาพิมข้อความส่งไปหาซอนอู บอกให้รีบมาที่โรงอาหารเดี๋ยวนี้



"ไม่เข้าใจโว่ย!! มันก็มีแค่รู้กับไม่รู้ป้ะ รู้ก็คือรู้ ไม่รู้ก็คือไม่รู้ มาเหมือนจะรู้แต่ก็ไม่รู้อะไรของนาย " ฮักนยอนบ่นคนที่พูดวกไปวนมาจนจับใจความไม่ได้ เขาตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์



"สรุปว่านายก็รู้สินะ ซอนอูบอกเหรอ?" ฮักนยอนเปลี่ยนคำถามใหม่ ถ้าคำตอบของฮยอนจุนคือใช่ เขาจะฆ่าคิมซอนอูให้ตายโทษฐานผิดสัญญา



"เปล่าครับ ไม่ได้บอก จริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจหรอกว่ามันชอบใคร แค่คิดเอาเองว่ามันน่าจะชอบคนนี้ ก็เคยแซวๆ มันอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรเป็นเรื่องเป็นราว" ฮยอนจุนบอกออกไปตามจริง แม้ว่าจะเป็นความจริงที่ไม่ค่อยครบถ้วนก็ตาม



"อย่างงั้นเหรอ?"



คำตอบผิดไปจากที่คาดและจูฮักนยอนก็เริ่มจะรู้สึกผิดอีกแล้ว นี่เขาซื่อบื้อจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย? อารินก็รู้เองว่าซอนอูชอบใคร ฮยอนจุนก็รู้เองว่าซอนอูชอบใคร แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้เนี่ย? เพราะเขาไม่ค่อยได้สนใจซอนอูใช่มั้ย? เพราะเขาไม่เคยใส่ใจอะไรเกี่ยวกับซอนอูเลยใช่มั้ย? จูฮักนยอนสุดยอดจะเป็นพี่ที่แย่!!



"ว่าแต่อยู่ๆ ทำไมพี่ถึงถามล่ะ?" ฮยอนจุนเป็นฝ่ายถามบ้าง เขาหยิบเยลลี่ที่พกติดตัวตลอดเข้าปาก



"อ่อ... ก็ซอนอูบอก"



พร่วด!!



"ฮอฮยอนจุน!!!!!!!!!!"



ฮยอนจุนได้แต่หัวเราะแห่ะๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เอามือประสานกันไว้ที่หัวเข็มขัดโค้งคำนับให้พี่ฮักนยอนเก้าสิบองศา โค้งขอขมาเสร็จแล้ว มือก็ยื่นไปหยิบเยลลี่หมีสีแดงที่แปะอยู่บนแก้มของพี่ฮักนยอนออกให้




"โอ๊ย!! พี่ฮักนยอน!! ปล่อยนะ!! ผมเจ็บ!! โอ๊ย!!"



"สมน้ำหน้า" ฮักนยอนบอกเสียงเหี้ยม ยังไม่ยอมปล่อยมือจากแก้มยืดๆ ของฮยอนจุน หนอยยยย มีอย่างที่ไหนพ่นน้ำใส่หน้าเขาไม่พอ ยังจะพ่นเยลลี่ใส่หน้าเขาอีก สกปรก!!



"ฮักนยอน!!" ซอนอูรีบจับมือฮักนยอนดึงให้ปล่อยจากแก้มของฮยอนจุน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้แต่พอได้รับข้อความจากฮยอนจุนบอกให้รีบมาที่โรงอาหารเดี๋ยวนี้เขาก็รีบวิ่งมาทันที แล้วก็เจอเข้ากับฮักนยอนที่ลุกขึ้นยืนยื่นมือข้ามโต๊ะไปดึงแก้มฮยอนจุนที่ส่งเสียงร้องโวยวายจนเขาต้องเข้าไปห้ามทัพ เขามองฮักนยอนที่กำลังทำหน้าบึ้งสลับกับฮยอนจุนที่ยกมือขึ้นลูบแก้มที่แดงเถือกอย่างต้องการคำอธิบาย



"ทะเลาะอะไรกัน?" ซอนอูกอดอกถาม



"ก็ฮยอนจุนพ่นเยลลี่ใส่หน้า!! เมื่อกี้ก็พ่นน้ำใส่หน้า!!" เป็นฮักนยอนที่รีบฟ้อง



"ผมไม่ได้ตั้งใจพ่นใส่หน้าพี่ซักหน่อย มันเป็นอุบัติเหตุเหอะ พี่นั่นแหละดึงแก้มผมจนเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย" ฮยอนจุนฟ้องกลับบ้าง



และคิมซอนอูคนกลางก็ได้แต่ถอนหายใจ พลางคิดในใจว่านี่มันอะไรกันวะ? เขาเอาแก้วน้ำที่ยังเย็นอยู่แปะไปที่แก้มของฮยอนจุนบอกให้รายนั้นจับไว้จะได้ชาๆ ไม่เจ็บ



"ฮักนยอนหันหน้ามา เลอะตรงไหน?" ออกคำสั่งแล้วก็ได้หน้าบึ้งหันมาหา ฮักนยอนยกนิ้วชี้แก้มซ้ายที่ดูก็ไม่ได้เห็นว่าจะเลอะอะไร ถึงอย่างนั้นซอนอูก็เอามือเปียกน้ำของตัวเองถูๆ ให้ก่อนจะแปะผ้าเช็ดหน้าซับให้แห้ง



"เล่นอะไรกันเป็นเด็กๆ ไปได้" บอกจบก็เดินไปต่อแถวหยิบถาดข้าวของตัวเองมายั่งกิน ทิ้งให้เด็กสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะตามลำพัง



ฮยอนจุนเมื่อเห็นว่าเพื่อนเดินไปไกลกว่ารัศมีที่จะได้ยินแล้วก็รีบวางแก้วลง เอาแขนเสื้อเช็ดหน้าลวกๆ ถามพี่ฮักนยอนว่า



"ซอนอูบอกพี่ว่าอะไร? บอกว่าชอบเหรอ?"



ฮักนยอนขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจคำถาม แต่พอคิดตามก็ร้องอ๋อ นึกขึ้นได้ว่าก่อนตีกันยังคุยเรื่องอะไรค้างไว้อยู่



"ซอนอูบอกว่าชอบรุ่นพี่ชมรมเต้นคนนึงอยู่"



"อ่อ... ก็นึกว่า-" ฮยอนจุนหยุดคำพูดเมื่อซอนอูเดินกลับมาพอดี



"นึกว่าอะไร?" ฮักนยอนถามพลางเขยิบถาดข้าวของตัวเองไปข้างๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับซอนอูที่เพิ่งจะหย่อนตัวลงนั่ง



"เปล่าครับ ไม่มีอะไร" ฮยอนจุนปิดปากตัวเองด้วยเยลลี่หมีตัวใหม่ ฮักนยอนเห็นอย่างนั้นก็ยู่ปากแล้วยักไหล่



"อาจารย์ปล่อยช้าเหรอ?" ฮักนยอนเปลี่ยนเป้าหมายไปคุยกับซอนอูแทน



"อือ นิดหน่อยน่ะ" ซอนอูบอก เขาคีบไข่นกกระทาจากสลัดของตัวเองไปใส่ไว้ในจานฮักนยอนอย่างรู้หน้าที่ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักกับคำชมว่ากู๊ดบอยก็อดจะส่ายหน้าไม่ได้



ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบกินไข่นกกระทา แต่เป็นฮักนยอนที่ชอบกินไข่นกกระทามากต่างหาก



.



.



.



"โอ๊ะ!! อาจารย์จินอูนี่" ฮักนยอนรีบวิ่งไปหาคนที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดตึกเรียน ซอนอูมองตามแผ่นหลังของฮักนยอนไปแล้วก็รู้สึกจุกขึ้นมาในอก เขาไม่ได้รีบเร่งวิ่งตามฮักนยอนไปเพราะรู้ว่าฮักนยอนไม่ได้ต้องการเขา ตรงนั้นไม่มีที่สำหรับเขา



ซอนอูไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกันแต่เดาจากท่าทีที่อาจารย์จินอูแบ่งตั้งหนังสือที่ตัวเองถืออยู่ให้ฮักนยอนครึ่งนึง ฮักนยอนคงเสนอตัวช่วยอาจารย์ขนหนังสือไปที่ไหนซักแห่ง ฮักนยอนหันมาทางเขากับฮยอนจุนขยับปากจับใจความได้ว่าไปก่อนนะ ซอนอูปั้นหน้าไม่ถูก เขาอยากจะยิ้มให้ฮักนยอนนแต่ก็ยิ้มไม่ออก



"พี่ฮักนยอนคงไม่ได้กำลังปลื้มอาจารย์จินอูอยู่ใช่มั้ย?" ฮยอนจุนถามเพื่อนสนิทที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแม้ว่าพี่ฮักนยอนจะเดินขึ้นบันไดไปจนมองไม่เห็นแล้วก็ตาม สีหน้าเรียบนิ่งติดจะเครียดขึงของซอนอูทำให้ฮยอนจุนรู้ว่ามีอะไรผิดปกติ ถ้าพิจารณาจากท่าทางหูตั้งหางกระดิกของพี่ฮักนยอนเมื่อตะกี้นี้รวมกับการที่พี่ฮักนยอนย้ายไปอยู่ชมรมดนตรีทั้งที่ก็อยู่ชมรมเต้นมาตั้งสองปี ฮยอนจุนก็พอจะเดาเรื่องได้ไม่ยาก



"อือ ฮักนยอนบอกว่างั้นนะ" ซอนอูบอกเนือยๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกยาวๆ เป็นการเรียกสติให้ตัวเอง



"แล้วมึงจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ?" ฮยอนจุนถามต่อ



"แล้วมึงจะให้กูทำอะไรอ่ะ?" ซอนอูถามกลับ ไม่ใช่จะกวนประสาทเพื่อน แต่เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าเขาควรจะทำอะไร



"บางที... ถ้ามึงบอกพี่เขา"



"บอกไม่ได้หรอก ขนาดตอนเขาไม่ชอบใครเขายังไม่ชอบกูเลย แล้วตอนนี้ที่เขาชอบคนอื่นขืนกูบอกไปเขาได้หนีกูแน่" ซอนอูตอบกลับโดยไม่ต้องคิด เขาบอกความรู้สึกของเขาให้ฮักนยอนรู้ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้



"แล้วมึงบอกพี่เขาทำไมเรื่องที่มึงกำลังแอบชอบใครอยู่? เมื่อกี้ก่อนที่มึงจะมาพี่ฮักนยอนถามกูว่ากูรู้มั้ยว่ามึงชอบใคร" ฮยอนจุนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ซอนอูฟังแล้วก็ได้ยินเสียงสบถว่าบ้าชิบกลับมา



"แล้วที่เป็นอยู่นี่มึงโอเคเหรอ? เมื่อกี้ไม่แทบกระอักเลือดเลยรึไง?" ฮยอนจุนถามต่อด้วยความเป็นห่วง การแอบชอบคนที่ชอบคนอื่นอีกทีนี่มันทรมานมากไม่ใช่รึไง?



"ตอนแรกๆ ก็แค่รู้สึกหมั่นไส้ท่าทางกระดี๊กระด๊าของฮักนยอนน่ะ คิดว่าตลกดี แต่พอเห็นบ่อยๆ มันก็เริ่มจะไม่ตลกว่ะ ข้างในมันหน่วงไปหมด ไม่โอเคอ่ะ ที่เป็นอยู่นี่กูไม่โอเค" ซอนอูบอกกลั้วหัวเราะ หัวเราะเยาะหยันในโชคชะตาของตัวเอง


 คิมซอนอูรู้สึกว่าความรู้สึกของเขาจัดการได้ยากและต่อจากนี้มันก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ ในความหน่วงนั้นคือความโกรธ ความอิจฉา ความผิดหวัง ความน้อยใจ ความเสียใจ และความเศร้า มันคือความรู้สึกในด้านลบทั้งหมด ยิ่งเขาอยู่ใกล้ฮักนยอนมากเท่าไหร่หนามแหลมคมของความรู้สึกด้านลบเหล่านั้นก็จะยิ่งทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เป็นแผล



"แล้วมึงจะเอายังไง?" มือตบลงที่บ่าซอนอูอย่างให้กำลังใจ



"บางที... เพื่อที่กูจะสามารถยืนข้างฮักนยอนต่อไปได้ กูอาจจะต้องตัดใจจริงๆ แล้วว่ะ"



.



.



.



ฮักนยอนนั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์ชั้นบนสุด เขามองซอนอูวิ่งกลับไปกลับมาอยู่ในสนามฟุตบอลด้านล่างแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทน ช่วงนี้ซอนอูมีซ้อมฟุตบอลตอนเย็นเกือบทุกวันเพราะอีกสามอาทิตย์จะมีแข่งกับโรงเรียนในเขตเดียวกัน วันนี้ฮักนยอนไม่มีอะไรทำตอนเย็น เขาไม่ต้องรีบกลับไปทำการบ้านที่หอ ไม่ต้องไปกินข้าวกับสองแฝดทูพัค ไม่ต้องอยู่เวรทำความสะอาดห้อง เขาก็เลยมานั่งรอซอนอูซ้อมฟุตบอลเพื่อที่จะได้เดินกลับบ้านพร้อมกัน



จะว่าไป... ก็ไม่ได้เดินกลับบ้านกับซอนอูมาซักพักแล้ว ไม่เขาไม่ว่างก็ซอนอูไม่ว่าง



"ฮักนยอนนี่!!"



เสียงเรียกสดใสดังมาแต่ไกลทำให้ฮักนยอนที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยหันไปมองตามเสียงแล้วก็เห็นอารินเพื่อนร่วมห้องของเขากำลังเดินขึ้นบันไดสแตนด์เชียร์มา



"มาดูซ้อมฟุตบอลหรอ?" อารินหย่อนตัวลงนั่งตรงพื้นที่ว่างข้างๆ ฮักนยอน ดีใจเหมือนกันที่เจอคนรู้จัก ปกติมานั่งคนเดียวมันก็ออกจะเขินๆ



"อื้อ ใช่ เอ่อ... ก็ไม่เชิง คือ... มารอซอนอูน่ะ" ฮักนยอนลดเสียงในประโยคท้ายลง เขาไม่รู้ว่าเขาควรพูดชื่อซอนอูต่อหน้าอารินมั้ยเพราะอารินเพิ่งจะโดนซอนอูปฏิเสธมาและเขาก็ไม่รู้ว่าอารินทำใจได้รึยัง



"อ่าา เพราะฮักนยอนกลับบ้านพร้อมกันกับซอนอูสินะ" อารินเอ่ยข้อสันนิษฐานของตัวเองพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย



"แล้วเอ่อ... อารินล่ะ? ยังไม่กลับบ้านเหรอ?" ฮักนยอนลองถาม เขาไม่ค่อยได้คุยกับอารินเท่าไหร่ ก็เลยรู้สึกขัดเขินที่จะต้องนั่งคุยกันสองคนแบบนี้



"มาดูซอนอูซ้อมฟุตบอลน่ะ" อารินบอกไปตามตรง เธอยิ้มขณะมองตามคนที่กำลังเลี้ยงลูกฟุตบอลหลบหลีกฝ่ายตรงข้ามเพื่อที่จะเข้าไปทำประตู เธอชอบแววตาของซอนอูในตอนนี้ แววตามุ่งมั่นที่แค่ได้เห็นก็ทำให้หัวใจเต้นแรง


"อาริน... สนิทกับซอนอูเหรอ?" ฮักนยอนถามเสียงเบา คำถามนี้เขาเคยถามซอนอูมาก่อนแล้วแต่คำตอบที่ได้กลับมาไม่ได้อธิบายอะไรให้เข้าใจเท่าไหร่



"ฮื่อออ ไม่สนิทหรอก ซอนอูน่ะหยิ่งจะตาย" อารินบอกกลั้วหัวเราะ รีบส่ายหน้าเป็นการยืนยันว่าตัวเองไม่สนิทกับซอนอู 



"ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก ซอนอูน่ะตั้งใจหยิ่งใส่มากกว่า คงเพราะรู้ว่าชอบล่ะมั้ง" อารินบอกต่อ เธอลดเสียงลงในประโยคท้าย ลอบมองปฏิกิริยาของคู่สนทนา เธอไม่รู้ว่าซอนอูได้เล่าเรื่องที่เธอไปสารภาพรักแล้วถูกหักอกกลับมาให้ฮักนยอนฟังรึเปล่า คิดเอาเองว่าซอนอูคงไม่ได้เล่า รายนั้นคงไม่อยากให้ฮักนยอนรู้เท่าไหร่หรอกว่าตัวเองป๊อบปูลาร์มากแค่ไหน



แต่บางที... ให้ฮักนยอนรู้เอาไว้บ้างก็คงจะดีเหมือนกัน เผื่อจะเกิดอาการหวงคนข้างตัวขึ้นมาบ้าง



"จริงๆ เรา... ชอบซอนอูมาตั้งนานแล้วล่ะ เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนก็เพิ่งสารภาพไปนะแต่ว่าโดนปฏิเสธกลับมา ฮ่ะๆ" อารินบอกด้วยรอยยิ้ม เธอปัดผมที่ลมพัดมาปรกหน้าขึ้นไปทัดไปไว้หลังหูแล้วเปลี่ยนไปนั่งเท้าคางจ้องหน้าฮักนยอนแทน



"อ่าา อย่างนั้นเหรอ... ซอนอูนี่แย่เนอะ" ฮักนยอนไม่รู้จะพูดปลอบใจอีกฝ่ายว่ายังไงดี ก็เลยโบ้ยให้เป็นความผิดของซอนอูไป แต่ซอนอูก็แย่จริงๆ นั่นแหละ แถมยังเป็นบ้าด้วย อารินออกจะน่ารักแล้วก็นิสัยดี ทำไมถึงปฏิเสธคนแบบนี้ได้ลงคอ?



"ซอนอูไม่ได้แย่หรอก ตรงกันข้ามเลย ถ้าเป็นคนอื่นต่อให้ตัวเองมีคนที่ชอบอยู่แล้วแต่ถ้ามีคนอื่นมาสารภาพรักก็อาจจะตอบตกลงใช่มั้ยล่ะ? แต่ซอนอูเลือกที่จะปฏิเสธเราทันที แล้วที่ทำตัวเย็นชาใส่เรามาตลอดก็เพื่อไม่ให้เป็นการให้ความหวังเรา เป็นผู้ชายที่แมนมากเลยนะ" อารินพูดแก้ต่างให้ซอนอู



"ถ้าซอนอูทำตัวเย็นชาใส่แล้วทำไมอารินถึงยังชอบซอนอูอยู่ล่ะ?" ฮักนยอนถามด้วยความอยากรู้



"ก็เพราะจริงๆ แล้วซอนอูไม่ใช่คนเย็นชาน่ะสิ ฮักนยอนสนิทกับซอนอูก็รู้ใช่มั้ยล่ะ? นิสัยของซอนอูน่ะ ถึงจะเป็นรุ่นน้องแต่ก็มีความเป็นผู้ใหญ่ คอยดูแลเอาใจใส่ อยู่ใกล้ๆ แล้วให้ความรู้สึกว่ามั่นคงปลอดภัย เหมือนมีที่พึ่ง เพราะซอนอูเป็นแบบนั้นกับคนที่ซอนอูชอบ เราก็เลยชอบซอนอูที่ชอบคนที่ซอนอูชอบอีกทีนึง" อารินบอกด้วยรอยยิ้ม เธอมองหน้าฮักนยอนที่เริ่มจะขมวดคิ้ว



"แบบนี้ก็แปลว่าอารินรู้ว่าซอนอูมีคนที่ชอบอยู่แล้วตั้งแต่แรกสิ แล้วทำไมถึงกล้าไปสารภาพล่ะ?" ฮักนยอนถามต่อ เขาไม่ค่อยเข้าใจอารินเท่าไหร่ ถ้าเป็นเขา... ถ้าเขารู้ว่าคนที่ตัวเองชอบมีคนที่ชอบอยู่แล้วเขาคงพยายามตัดใจและไม่พูดออกไปให้ผิดหวังหรือมองหน้ากันไม่ติด



"ถ้าไม่พูดซอนอูก็คงจะทำตัวเย็นชาใส่กันไปตลอด แต่ถ้าพูดออกไปแล้วจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ เรากับซอนอูก็อาจจะกลายมาเป็นพี่น้องหรือเพื่อนเพื่อนที่ดีต่อกันได้น่ะ"



"วาาาา เท่สุดๆ ไปเลย" ฮักนยอนบอกจริงจังแต่คำพูดของเขากลับทำให้อารินระเบิดหัวเราะออกมา และมันก็ทำให้เขารู้สึกเขิน ฮักนยอนยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ เขารอให้อารินหยุดหัวเราะ ปล่อยให้ความเงียบไหลผ่านบรรยากาศซักพัก



"แล้วอาริน... ไม่เสียใจเหรอ?" ฮักนยอนถามคำถามสำคัญ เขามองคนที่ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าด้วยแววตาชื่นชม



"ก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยนะแต่ไม่มากหรอก ก่อนหน้าที่จะบอกซอนอูก็เตรียมใจเอาไว้แล้วล่ะว่าจะต้องได้ยินคำปฏิเสธกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงยังไงเราก็ชอบซอนอูที่ชอบคนอื่นอยู่แล้ว โอ๊ะ!! อาจารย์ปล่อยพักแล้ว คิมซอนอู!! มานี่!!" อารินรีบลุกขึ้นยืน กวักมือเรียกให้ซอนอูเดินขึ้นมาหา



ฮักนยอนมองคนที่เดินออกจากสนามด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาไม่เคยรู้เรื่องอะไรของซอนอูเลย ทั้งเรื่องที่ซอนอูรู้จักกับอาริน เรื่องที่ซอนอูรู้ว่าอารินชอบตัวเองอยู่ก่อนแล้ว หรือเรื่องที่อารินมาบอกชอบ ถ้าเขาไม่บังเอิญได้ยินอารินบอกชอบซอนอูวันนั้น เขาก็อาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้จนกระทั่งวันนี้ที่ได้นั่งคุยกับอาริน



ยกเว้นก็แต่เรื่องที่ซอนอูมีคนที่ชอบอยู่แล้วน่ะนะ ที่รายนั้นยอมบอกเขา ถึงจะบอกไม่หมดก็เถอะ



คิมซอนอูรู้เรื่องราวในชีวิตของจูฮักนยอนแทบจะทั้งหมด ทั้งเรื่องที่มีความสุขที่สุด เรื่องที่เศร้าที่สุด หรือแม้แต่เรื่องไร้สาระต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน



แต่ชีวิตของคิมซอนอูล่ะ? ฮักนยอนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้เรื่องของฝ่ายนั้นมากน้อยแค่ไหน จะถึงครึ่งมั้ย บางทีอารินอาจจะรู้เรื่องของซอนอูมากกว่าเสียอีกเขาอีก



"อ่ะ น้ำเกลือแร่" อารินยิ้มกว้าง หยิบกระติกเก็บความเย็นออกจากกระเป๋าส่งให้ซอนอู



"พี่อารินไม่มีอะไรต้องไปทำเหรอครับ?" ซอนอูว่าแต่ก็ยอมรับน้ำไปดื่ม ตามองฮักนยอนที่เหลือบมองมาที่เขากับอารินโดยไม่ได้พูดอะไร เมื่อกี้เขามัวแต่สนใจการซ้อมก็เลยไม่ได้สังเกตว่าจูฮักนยอนไม่ได้นั่งคนเดียวอีกต่อไป และมันก็ไม่ใช่เรื่องดีเอาซะเลยที่ฮักนยอนต้องมานั่งอยู่กับพี่อาริน



"โหห นี่พูดกับพี่สาวแบบนี้เหรอ?" อารินเท้าเอว ทำหน้าบึ้งใส่ซอนอู



"พี่สาวที่ไหนกัน? รุ่นพี่เท่านั้นแหละครับ" ซอนอูส่งยิ้มยียวนให้พี่อาริน ก็แค่แกล้งเล่นเท่านั้นแหละ หลังจากที่ปฏิเสธพี่อารินไปรายนั้นก็ส่งข้อความมาบอกให้เลิกทำตัวเย็นชาได้แล้ว มาเป็นพี่น้องกันเถอะ เขาเองเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรก็เลยคุยเล่นกับฝ่ายนั้นมากขึ้น



ในฐานะน้องชาย



"เชอะ!! แล้วนี่หิวมั้ย? อยากกินอะไรรึเปล่า? เดี๋ยวพี่เดินไปซื้อให้" อารินไม่ได้สนใจถ้อยคำใจร้ายของซอนอู เธอรู้ว่ามันเป็นวิธีพูดเล่นรูปแบบหนึ่งของฝ่ายนั้น ซึ่งพูดเล่นย่อมดีกว่าไม่ยอมพูดด้วยเป็นไหนๆ 



"ฮักนยอนหิวมั้ย?" ซอนอูหันไปถามคนที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเขามาตั้งแต่เมื่อกี้



"เอ่อ ไม่หิวหรอก" ฮักนยอนหลบสายตา รู้สึกผิดมาตั้งแต่เมื่อกี้ที่อารินยื่นน้ำให้ซอนอูแล้ว แล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดขึ้นไปอีกที่อารินอาสาจะไปซื้ออะไรให้ซอนอูกิน ถ้าเทียบกับเขาแล้วเขาก็แค่มารอซอนอูเพื่อที่จะหาคนเดินกลับบ้านเป็นเพื่อน  ไม่เหมือนอย่างอารินที่ตั้งใจมาหาซอนอูถึงขนาดเตรียมน้ำเตรียมอะไรมาให้



จูฮักนยอนนี่เป็นพี่ที่แย่จริงๆ ก็สมควรแล้วที่คิมซอนอูจะไม่เคยเรียกกันว่าพี่



"จริงๆ ก็หิวนิดหน่อย  เดี๋ยวฉันเดินไปซื้ออะไรกินดีกว่า นายจะเอาอะไรมั้ย? อารินด้วยอยากได้อะไรมั้ย? เดี๋ยวเราเดินไปซื้อให้?" ฮักนยอนลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้กับซอนอูแล้วก็อาริน



"งั้นเดี๋ยวเดินไปด้วย" ซอนอูรีบบอก



"ไม่ต้องๆ นายนั่งพักอยู่นี่แหละ เพิ่งซ้อมมาเหนื่อยๆ จะเดินไปไหนอีก แล้วสรุปว่าไง? จะเอาอะไรมั้ย?" 



ฮักนยอนมองหน้าซอนอู เมื่อซอนอูส่ายหน้าเขาก็หันไปหาอารินต่อ เมื่ออารินเองก็ส่ายหน้าเหมือนกัน ฮักนยอนก็พยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจว่าไม่มีใครอยากได้อะไร เขาคว้ากระเป๋าเป้แล้วเดินลงจากสแตนด์ ฮักนยอนถอนหายใจกับตัวเอง



บางที... ถ้าเขาคิดถึงตัวเองน้อยลงแล้วคิดถึงซอนอูมากขึ้น เขาอาจจะรู้เรื่องของซอนอูมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเขารู้ซอนอูกำลังชอบใครอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นฝ่ายบอก ซอนอูอาจจะเห็นเขาเป็นพี่ที่ดีที่ดูแลเอาใจใส่น้องชายจนยอมเรียกเขาว่าพี่ก็ได้



.



.



To Be Continued



.



.



Talk*~

สวัสดีค่ะ!! กลับมาแล้ว!!
รู้สึกว่ามันจะมีความดราม่า!!
ไหนบอกว่าฟิคใสๆ ไง?! 555+

ปล.ถ้าใครอ่านเรื่องนี้แล้วไปหวีดในทวิตตัวเองเราไม่เห็นนะคะ ถ้าจะหวีดติดเมนชั่นมาหาเราซักนี้ดดด ก็ยังดี อยากรู้ว่าทุกคนแฮปปี้กับฟิคเรื่องนี้มั้ย หรือมีเราอินอยู่คนเดียว แต่งเองอินเอง 555+
หรือถ้าให้ดีที่สุดก็หวีดผ่านคอมเม้นน้าาา ^___^

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ

ปปฮม
180129
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #23 allrisedefpig (@elficezaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:44
    แอบวงวานอ้วนที่ยังไม่รู้ความจริงนิดนึง
    #23
    0
  2. #9 LUCIF0N (@fmindo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 10:54
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง กำลังรออยู่เลยค่ะ เห็นเข้ามาอัพก็ดีใจมากกกกกกกกกก ฮือออออออ

    มีความดราม่านิดๆ กรุบกริบ แต่ไม่อยากให้ดรม่ามากแล้วววว แงงงง ซงซานซอนอู

    ซงซานความน้อยอก น้อยใจของฮักนยอนอีก มันแบบ ฮือออออออ 

    ถ้าจะอยากให้แฮปปี้ไวๆ กลัวจะจบไปอี้กก แง อยากอ่านนานๆ ชอบบบ 
    #9
    0