[The Boyz] I'm Your Boy

ตอนที่ 2 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 พ.ย. 60

จูฮักนยอนหมดเวลาคาบวิชาภาษาอังกฤษไปกับการปั่นการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ที่ยังทำไม่เสร็จดีเพราะถูกรบกวนเวลาช่วงพักโดยรุ่นน้องคนสนิทที่ชื่อว่าคิมซอนอู จริงๆ ก็เหลือโจทย์ที่ต้องทำอีกแค่ไม่กี่ข้อหรอกแต่บทสนทนาที่คุยกันกับซอนอูเมื่อซักครู่มันทำให้ฮักนยอนไม่ค่อยจะมีสมาธิซักเท่าไหร่



ขีดๆ เขียนๆ ทดเลขอยู่ดีๆ ใจก็พาลนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาโดดไปเข้าชมรมร้องเพลงทั้งที่ไม่เคยมีความคิดอยากจะร้องเพลงมาก่อน เพ้อเจ้ออยู่พักนึงนึกขึ้นได้ว่ายังทำการบ้านไม่เสร็จก็ต้องรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วกลับมาจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้าต่อ โจทย์เลขง่ายๆ ไม่กี่ข้อต้องมาใช้เวลาทำนานมากกว่าปกติ โทษคิมซอนอูก็แล้วกัน



หมดคาบวิชาภาษาอังกฤษ ส่งการบ้านวิชาคณิตศาสตร์เรียบร้อย ฮักนยอนก็สมาธิหลุดแบบเต็มพิกัด ใบหน้าที่ใครหลายคนบอกว่าหล่อเหลาแบบไอดอลเกาหลีสมัยนี้หันหนีจากกระดานดำหน้าห้อง ตาเรียวมองเลยออกไปนอกหน้าต่าง ฟันกัดปลายดินสอแบบที่ชอบทำเวลาไม่รู้จะทำอะไร 
 


ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ หนึ่งเดือนก่อน วันนั้นเป็นวันที่อากาศดีเหมือนกับวันนี้ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสมีเมฆขาวปุยลอยเอื่อยๆ ช่วยบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้จัดจ้าเกินไปนัก ลมเย็นๆ พัดมาพอให้ไม่ร้อนอบอ้าว และเพราะว่าอากาศดีมากๆ อาจารย์แดเนียลซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษาจึงเกณฑ์พวกเขาทั้งหมดออกไปเล่นบาสเก็ตบอลที่สนามบาสนอกโรงยิม 



ฮักนยอนสลับกับเพื่อนลงไปเล่นบาสเรื่อยๆ เขาชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว ชอบเวลาที่เหงื่อออก รู้สึกว่ามันสดชื่นกระปรี้กระเปร่าดี ฮักนยอนถือลูกบาสสีส้มไว้ในมือนับหนึ่งสองสามแล้วชู้ตลูกออกไปในระยะที่จะได้คะแนนสามแต้มหวังโชว์เท่ให้เพื่อนผู้หญิงในห้องกรี๊ดกร๊าด แต่ลูกบาสไม่เป็นใจ มันลอยไปกระแทกกับขอบแป้นด้านบนแล้วกระเด็นออกไปนอกสนาม ฮักนยอนมองตามลูกบาสตาละห้อยแล้วก็พบว่ามันไปตกลงบนหัวของใครคนหนึ่งเข้าพอดิบพอดี!!



คนทั้งสนามส่งเสียงร้องเฮ้ยรีบวิ่งกรูกันเข้าไปดูผู้ชายที่ล้มลงไปกับพื้น ฮักนยอนเองก็รีบวิ่งตามไปเหมือนกัน นี่เขาคงไม่ได้ทำคนตายหรอกใช่มั้ย? ไม่ตายหรอก ไม่ตาย กะอีแค่โดนลูกบาสกระแทกหัวเอง อย่างมากก็แค่สลบ



ฮักนยอนผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเข้าไปใกล้ฮักนยอนก็ต้องลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่ล้มลงไปเมื่อซักครู่ลุกขึ้นมานั่งได้เองแล้ว แต่สายตาคมกริบที่ปราดมองตรงมายังเขานิ่งราวกับรู้ว่าเขาเป็นตัวการก็ทำให้หายใจได้ไม่ทั่วท้องเท่าไหร่นัก



ที่ตลกก็คือที่เขาหายใจติดขัดอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะกลัวคนตรงหน้าแต่เป็นเพราะเขากำลังตื่นเต้น



คนอะไรไม่รู้หล่อเป็นบ้า!!



เรือนผมสีดำเซ็ตเปิดหน้าผากเรียบร้อย ดวงตาคมดูมีสเน่ห์ลึกลับและชวนให้ลุ่มหลง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป แนวกรามคมชัด ลำคอที่มองเห็นเส้นเลือด เสื้อเลิ้ตสีดำพอดีตัวกับกางเกงสแล็กสีเดียวกันเข้ารูป



อยู่ๆ ก็หัวใจเต้นแรงขึ้นมา



"ผม... ขอโทษครับ" ฮักนยอนรีบพูดขอโทษพลางก้มหัวปะหลกๆ ขณะที่อีกฝ่ายยันตัวลุกขึ้นยืนโดยมีเพื่อนของเขาสองคนช่วยพยุงซ้ายขวา คนตรงหน้าสะบัดหัวไล่ความมึนงง ยังไม่ทันที่ฮักนยอนจะได้ถามไถ่อาการอาจารย์แดเนียลก็วิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามา



"อ่าวเฮ้ย!! พี่จินอู!! เป็นอะไรน่ะ?!" แดเนียลถามรีบขยับตัวแทรกผ่านนักเรียนเข้าไปถึงตัวรุ่นพี่ที่รู้จักกันช่วงเรียนมหาวิทยาลัยและได้ข่าวว่าจะย้ายมาเป็นอาจารย์ที่นี่



"โดนลูกบาสกระแทกหัวนิดหน่อยน่ะ" จินอูตอบด้วยรอยยิ้มมองเด็กตาเรียวรีที่ยืนเม้มปากอยู่ 



แดเนียลมองตามสายตาพี่จินอูไปแล้วก็พบกับ...



"จูฮักนยอน!! นายอีกแล้วเหรอ?!"



ฮักนยอนสะดุ้งเมื่อถูกตวาด ริมฝีปากที่เม้มแน่นมื่อซักครู่คลายออกแล้วเบะคว่ำลง



"คราวก่อนก็ทำกระจกแตก คราวนี้ยังจะทำอาจารย์หัวแตกอีกเหรอ?" แดเนียลกอดอกบ่นลูกศิษย์บ้าพลังของตัวเอง



"นายก็พูดเว่อ หัวพี่ไม่ได้แตกซักหน่อย มันเป็นอุบัติเหตุ ฮักนยอนไม่ได้ตั้งใจหรอก ใช่มั้ย?" จินอูหันไปถามเด็กนักเรียนที่ได้ยินคังแดเนียลเรียกชื่อว่าจูฮักนยอนด้วยรอยยิ้มใจดีและก็ได้รอยยิ้มฉีกกว้างกลับมาพร้อมทั้งหัวกลมๆ ผงกขึ้นลงเร็วๆ



"ว่าแต่... เมื่อกี้อาจารย์แดเนียลบอกว่าผมทำหัวอาจารย์แตก..." ฮักนยอนทวนสิ่งที่ได้ยิน ตามองคุณจินอูที่ยังยืนยิ้มอยู่ เขามั่นใจว่าคุณจินอูไม่ใช่อาจารย์ที่นี่แน่ ถ้าโรงเรียนนี้มีอาจารย์หล่อขนาดนี้เขาก็ต้องรู้สิ



"อ่อ... เอ้อ... ทุกคน!! มารวมกันตรงนี้หน่อย!!" แดเนียลตะโกนเรียกนักเรียนคนอื่นๆ ที่ยืนกระจัดกระจายกันให้มารวมกันตรงนี้ เมื่อเห็นว่ามากันครบแล้วก็เริ่มพูดอีกครั้ง



"ทุกคน นี่อาจารย์จินอู อาจารย์จะมาสอนร้องเพลงที่นี่ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป ดูแลอาจารย์กันดีๆ ด้วยล่ะ เขาใจมั้ย?" คังแดเนียลเอ่ยแนะนำแล้วก็ผายมือให้พี่จินอูได้พูดอะไรกับนักเรียนต่อ



"สวัสดีครับ จูจินอูครับ ตั้งแต่อาทิตย์หน้าไปก็จะมาเป็นอาจารย์ใหม่ของที่นี่แล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" จินอูแนะนำตัวเอง แล้วก็ได้ยินเสียงยินดีที่ได้รู้จักกับฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะประสานกันคืนกลับมา



ฮักนยอนกระพริบตามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม เมื่ออาจารย์จินอูหันมาทางเขา เราก็บังเอิญสบตากัน ฮักนยอนก้มหัวให้อีกฝ่ายอีกครั้ง ขอโทษที่ทำให้เจ็บตัว ยินดีที่ได้รู้จัก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ อาจารย์ส่ายหน้าเป็นทำนองว่าไม่เป็นไร แล้วพยักหน้าหนึ่งครั้งเป็นเชิงว่ารับรู้ รอยยิ้มใจดีถูกส่งมาให้อีกครัง



และฮักนยอนก็หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว



ในเกาหลีมีคนนามสกุลจูเป็นแสนเป็นล้านคน แต่การที่อาจารย์จินอูนามสกุลจูเหมือนกันกับเขา เขาขอคิดเอาเองว่ามันคือพรหมลิขิตก็แล้วกัน ที่เขาโยนลูกบาสใส่หัวอาจารย์ก็ด้วย ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ



หลังจากนั้นฮักนยอนก็ได้เจออาจารย์จินอูอยู่บ่อยครั้ง ไม่ที่ห้องพักแพทย์ก็ตามทางเดิน อาจารย์ดูเหมือนจะจำเขาได้ ก็แล้วทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ? เล่นฝากความประทับใจไว้ซะขนาดนั้น แม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้เอ่ยทักทายเขาเป็นคำพูดแต่รอยยิ้มของฝ่ายนั้นที่มอบให้เขาทุกครั้งที่เจอก็เป็นตัวขับเคลื่อนจินตนาการเพ้อฝันของฮักนยอนได้เป็นอย่างดี



สงสัยว่าจูฮักนยอนกำลังตกหลุมรัก



"ฮักนยอนอ่า!! กินข้าว!! ดินสอกินไม่อิ่มเว้ย!! เร็วๆ เลย!!" เสียงเรียกดังลั่นกับแรงเขย่าที่แขนทำให้ฮักนยอนสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ตาเรียวกระพริบมองคนที่ยืนเท้าเอวอยู่ข้างโต๊ะ ต้องใช้เวลาประมาณสี่จุดศูนย์สามวินาทีกว่าที่ฮักนยอนจะรู้ตัวว่าพัคอูจินและพัคจีฮุนมายืนรอเขาอยู่แล้ว



"วันนี้ปีสามเลิกเที่ยงออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน" จีฮุนบอกดึงแขนฮักนยอนให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ฮักนยอนจึงต้องใช้มืออีกข้างรีบเก็บหนังสือสองสามเล่มใส่กระเป๋า เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้นักเรียนปีสามเลิกครึ่งวัน ยังไม่ทันได้สะพายเป้ขึ้นบ่าดีๆ แขนอีกข้างก็ถูกล็อกโดยอูจิน สภาพเขาเหมือนถูกหิ้วปีกออกจากห้องโดยแฝดทูพัคยังไงยังงั้น



หมดเวลาไปกับการกินข้าว กินขนม เล่นเกมส์เกือบสี่ชั่วโมง ในที่สุดฮักนยอนก็ได้กลับมาที่หอซักที เพราะว่าบ้านเกิดของฮักนยอนอยู่ที่เจจูแต่แม่อยากให้เขาเข้ามาเรียนที่โซลเขาจึงต้องออกจากบ้านมาอยู่หอเพียงคนเดียว จริงๆ พี่สาวของเขาก็กำลังเรียนมหาลัยอยู่ที่โซลเหมือนกันแต่ฮักนยอนคิดว่าพี่คงมีความสุขกับการอยู่คนเดียวมากกว่าที่จะมีเด็กผู้ชายวัยกำลังโตอย่างเขาไปอาศัยอยู่ด้วย



ฮักนยอนวางเป้ลงกับพื้นข้างโต๊ะหนังสือ เขาถอดเสื้อนอกทิ้งลงตะกร้าผ้าเหลือแต่เสื้อยืดสีขาวติดตัว เปลี่ยนกางเกงนักเรียนเป็นกางเกงวอร์มย้วยๆ เสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้ากับเตียง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มกับสัมผัสนิ่มๆ ของทั้งหมอนและผ้าห่มทำให้รู้สึกดีจนต้องเผลอยิ้มออกมา



และฮักนยอนก็เผลอหลับไปในที่สุด



.



.



.



คิมซอนอูรู้สึกเซ็งไม่น้อยที่เดินมาถึงหน้าห้องเรียนของจูฮักนยอนตอนสี่โมงสิบห้าแล้วพบว่าห้องร้างอย่างกับป่าช้า ถ้ารุ่นพี่ม.ปลายปีสามเลิกเรียนตอนสี่โมงเย็นเหมือนอย่างทุกทีก็ไม่มีทางที่ห้องจะไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตซักชนิดแบบนี้แน่ ยังไงก็ต้องมีคนที่ยังนั่งคุยกันอยู่ คนที่ยังทำเวรไม่เสร็จ คนที่ยังลอกการบ้านของโรงเรียนกวดวิชา และหนึ่งในนั้นก็จะต้องมีจูฮักนยอนที่นั่งรอให้เขามารับกลับหอ 



วันนี้ฮักนยอนคงจะมีเรียนแค่ครึ่งวันแต่ดันลืมบอกเขาล่ะสิ ให้ตายเถอะ!!


 มือกดโทรศัพท์หาฮักนยอนแล้วก็ยิ่งรู้สึกเซ็งขึ้นไปอีกเมื่อฮักนยอนไม่ยอมรับโทรศัพท์ ซอนอูเลื่อนโทรศัพท์ออกจากหู เลื่อนนิ้วหาเบอร์เพื่อนสนิทของฮักนยอน โชคดีที่พี่จีฮุนรับโทรศัพท์ รายนั้นบอกเขาว่าเพิ่งจะแยกกับฮักนยอนได้ซักพัก ฮักนยอนงอแงว่าง่วงเลยขอกลับก่อนไม่ยอมดูหนังรอบเย็นด้วยกัน ซอนอูบอกขอบคุณพี่จีฮุน เขาเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าในกระเป๋ากางเกง กระชับสายกระเป๋าเป้บนบ่าแล้วออกเดิน 



เขายังมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กับจูฮักนยอน



ซอนอูกดรหัสเปิดประตูห้องของฮักนยอน เขาแวะมาที่นี่บ่อยเสียจนฮักนยอนคงขี้เกียจที่จะต้องลุกมาเปิดประตูให้เขาก็เลยยอมบอกรหัสประตูเขามา ฮักนยอนตั้งรหัสเปิดประตูห้องตัวเองเป็นวันเกิดของพี่สาว ฮักนยอนบอกว่าถ้าตั้งรหัสเป็นวันเกิดตัวเองมันง่ายไป คนอาจจะเดาได้ก็เลยตั้งรหัสเป็นวันเกิดของพี่สาว 


ซอนอูถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง ข้างกันกับรองเท้าผ้าใบของฮักนยอน ห้องของฮักนยอนเงียบมาก เดาไม่ยากว่าเจ้าของห้องคงกำลังหลับอยู่  ซอนอูเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงของฮักนยอน ผมสีน้ำตาลเข้มค่อนข้างยาวปรกละอยู่บนใบหน้าที่โผล่พ้นผ้าห่ม เปลือกตาปิดสนิททำให้เขามองเห็นขนตายาวที่ทาบอยู่บนแก้มขาว จมูกโด่งน่ารัก ริมฝีปากสีชมพูที่เผยอออกน้อยๆ ผ่อนลมหายใจเป็นจังหวะ ซอนอูลอบกลืนน้ำลายเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองอยู่ใกล้กับใบหน้าของฮักนยอนมากเกินไป



แต่ซอนอูไม่ได้ดึงตัวเองกลับสู่ความเป็นจริงที่ว่าเขากับฮักนยอนเป็นเพียงรุ่นพี่รุ่นน้องกัน อย่างมากก็พี่ชายน้องชาย ใบหน้าหล่อเหลายิ่งโน้มลงไปใกล้ ซอนอูเบี่ยงปลายจมูกไม่ให้ชนกับจมูกโด่งของอีกฝ่าย



แล้วเขาก็ทำมัน สิ่งที่เขาแอบทำมาตลอดยามที่อีกฝ่ายหลับ



จูบ



สัมผัสนุ่มละมุนบางเบาไม่ได้ทำให้ฮักนยอนตื่น อีกฝ่ายยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว



ไม่รับรู้อะไรเลย



ซอนอูถอนหายใจตอนที่ถอนริมฝีปากออก ข้างในใจของเขาอัดอั้น เขาอยากจะส่งเสียงร้องคำราม อยากจะขว้างปาข้าวของ อยากจะดึงตัวฮักนยอนขึ้นมาเขย่าแล้วตะโกนใส่หน้าฝ่ายนั้นดังๆ ว่าชอบ



แต่ก็ทำไม่ได้



เขามันขี้ขลาด กลัวว่าถ้าพูดออกไป กลัวว่าถ้าฮักนยอนไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน เขาจะไม่สามารถยืนอยู่ข้างๆ ฮักนยอนได้อีก



ซอนอูถอนหายใจอีกรอบ เขายืดตัวขึ้นจนสุดแล้วเดินไปลากเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของฮักนยอนมานั่งข้างเตียง มองดูหน้าฮักนยอนยามหลับอยู่อย่างนั้น



ฮักนยอนขมวดคิ้วเพราะท้องที่เริ่มร้องบ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องลุกไปกินข้าวเย็น แต่ฮักนยอนยังไม่อยากลุก เขายังง่วงอยู่ ยังหลับสบายมาก ยังอยากจะนอนต่อ ชั่งใจว่าจะนอนต่อหรือลุกไปหาอะไรกินดีสัมผัสที่กดลงมาตรงหว่างคิ้วก็ทำให้ต้องลืมตาตื่น



สิ่งแรกที่ฮักนยอนเห็นคือใบหน้ากวนๆ ของคิมซอนอู



"ทำให้ตื่นเหรอ?" ซอนอูถาม ยืดตัวขึ้นไปนั่งพิงหลังกับเก้าอี้ รอยยิ้มระบายน้อยๆ เมื่อเห็นคนเป็นพี่เหยียดแขนเหยียดขาบิดขี้เกียจอยู่ในผ้าห่มก่อนจะขดตัวจนเป็นก้อนกลมๆ ตาเรียวรีที่กระพริบมองเขายังฉายแววง่วงงุน



"อืออ ก็นิดนึง จริงๆ ก็รู้สึกตัวแล้วแต่คิดอยู่ว่าจะนอนต่อดีมั้ย?" ถึงป่ากจะบอกว่าตื่นแล้วแต่ฮักนยอนก็ยังไม่ยอมลุกขึ้นจากที่นอน เขายังมีความสุขที่จะได้ขดตัวอยู่บนเตียงนิ่มๆ และมีผ้าห่มหนาๆ คลุมตัว



"ฝันร้ายเหรอ? คิ้วขมวดหน้าเครียดเชียว" ซอนอูถามต่อ



"เปล่า... ไม่ได้ฝันร้าย คือ... ท้องร้อง" ฮักนยอนบอกเสียงเบาแล้วมุดหน้าเข้าไปในผ้าห่ม พลิกตะแคงตัวหนีไปอีกด้านด้วยรู้ว่าจะต้องโดนซอนอูล้อแน่ๆ 



"ทั้งชีวิตมีแต่กินกับนอน อ้วนจนจะเป็นหมูอยู่แล้ว"



ผิดจากที่คิดซะที่ไหน!!



ซอนอูมองก้อนกลมๆ บนเตียงด้วยรอยยิ้ม เขาลุกขึ้นยืนขยับตัวเข้าไปใกล้เตียงแงะผ้าห่มออกจากตัวของฮักนยอน จริงๆ ฮักนยอนก็ไม่ได้อ้วนอะไรมากมายหรอก แค่เป็นคนมีแก้มก็เลยทำให้ดูเจ้าเนื้อ บวกกับความกินเก่ง กินตลอดเวลา กินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าของฮักนยอนซอนอูก็เลยชอบที่จะแกล้งแหย่ฝ่ายนั้นว่าอ้วน



"ท้องร้องก็ไปกินข้าวกัน ป่ะ" ซอนอูบอกเมื่อยื้อแย่งดึงผ้าห่มมาไว้ในมือตัวเองได้แล้ว ภารกิจต่อไปคือการดึงฮักนยอนขึ้นมานั่งดีๆ คนเป็นพี่งอแงแกล้งทำตัวเป็นของเหลวไหลเผล่ะลงไปกองกับเตียง กว่าที่ซอนอูจะดึงฮักนยอนขึ้นมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ฮักนยอนยังหน้า ผมสีน้ำตาลชี้โด่ชี้เด่ดึงให้มือใหญ่เลื่อนเข้าไปใกล้แกล้งยีให้ยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้น



"ย่าห์!! คิมซอนอู ฉันเป็นพี่นายนะ" ฮักนยอนตีแขนเด็กร้ายกาจแต่รายนั้นไม่รู้สึกรู้สาอะไรซักนิดซ้ำร้ายจะยิ่งแกล้งยีหัวเขาหนักขึ้นไปอีก



เสียงหัวเราะของซอนอูดังคลอเสียงโวยวายของฮักนยอนแต่ฮักนยอนไม่ใช่คนแรงน้อย ใช้เวลาไม่นานเขาก็สามารถเอาคืนซอนอูด้วยการล็อกคอฝ่ายนั้นได้



"โอ๊ย!! ฮักนยอน!! ปล่อยนะ!! หายใจไม่ออก!!" ซอนอูร้องลั่นเมื่อวงแขนของอีกฝ่ายรัดอยู่รอบลำคอและไม่รู้ว่าเล่นกันอีท่าไหนซอนอูถึงได้ขึ้นไปนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงของฮักนยอนได้



"เรียกว่าพี่ฮักนยอนก่อนแล้วจะปล่อย" ฮักนยอนได้ทีเป็นฝ่ายออกคำสั่งแต่ซอนอูร้องเหอะอดรอบเอวเขาดันให้เขาลงไปนอนหงายกับเตียง แล้วนั่งทับช่วงต้นขาเขาไว้ ยังไม่ทันได้ร้องเฮ้ยฝ่ายนั้นก็จี้เอวเขาทั้งสองข้าง



"โอ๊ย!! คิมซอนอู!! ฮ่ะๆ ปล่อยนะ นี่!! ฮ่าๆๆๆๆๆ" ฮักนยอนนอนชักดิ้นชักงอ พยายามปัดมือซอนอูออกจากเอวตัวเอง เขาหัวเราะจนน้ำตาไหล  เมื่อรู้ว่าไม่สามารถแงะมือซอนอูออกได้ มือสองข้างก็ยกชูขึ้นในอากาศเป็นสัญญาณบอกว่าเขายอมแพ้



"พอแล้วๆ ไม่ไหวแล้ว ปวดท้อง"



"งั้นเรียกว่าพี่ซอนอูก่อน" ซอนอูแกล้งแหย่ เขาหยุดจี้เอวฮักนยอนแล้วแต่ยังนั่งทับอีกฝ่ายไว้อยู่
ซอนอูลอบมองคนที่นอนแบ่บหอบหายใจแฮ่กๆ ตาเรียวที่มีหยดน้ำไหลจากหางตา แก้มกลมแดงปลั่ง รอยยิ้มจากการหัวเราะยังปรากฏค้างบนใบหน้า น่ารัก แต่ก็น่ารังแก



"เรื่องอะไรจะเรียก ไอ้เด็กแสบ ลุกไปเลย หนัก!!" ฮักนยอนยันตัวขึ้นมานั่งเมื่อเริ่มจะควบคุมลมหายใจตัวเองได้แล้ว เขาฟาดมือกับแขนกับตัวซอนอูไม่ยั้งทำให้ฝ่ายนั้นร้องโอ๊ยต้องรีบขยับหนีไปที่ปลายเตียง



"ใครกันแน่ที่แสบ" ซอนอูบ่นเมื่อแน่ใจว่าตัวเองอยู่ไกลเกินกว่ารัศมีแขนของฮักนยอนแล้ว เขาส่งยิ้มยียวนให้ฮักนยอนก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินอ้อมไปดึงเก้าอี้ลากไปวางไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือของฮักนยอนเหมือนเดิม



"เลิกทำหน้ามุ่ยแล้วลุกขึ้นมาได้แล้ว หิวไม่ใช่เหรอ?" ซอนอูเรียกคนที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ฮักนยอนยิ่งหน้ามุ่ยแต่แค่ไม่นานปากคว่ำๆ ก็เปลี่ยนเป็นยกยิ้มออดอ้อนเอาใจ



"นี่ๆ ไปกินข้าวบ้านนายได้ป่ะ? คิดถึงอาหารฝีมือคุณป้าอ่ะ" ฮักนยอนบอกอย่างกะตือรือร้น ขยับตัวเองไปทางปลายเตียง



"อืมม ก็เอาสิ วันก่อนแม่ก็บ่นๆ อยู่ว่าคิดถึง อยากเจอ ให้ชวนมาเช่นที่บ้าน" ซอนอูตอบไปตามจริง แม่ของเขาชอบฮักนยอนจะตาย ชอบมากกว่าเขาที่เป็นลูกแท้ๆ อีกมั้ง



"เย่!!" คนเป็นพี่ร้องเย่แล้วรีบลูกไปเปิดตู้เสื้อผ้า



"แล้วจะค้างด้วยมั้ย?" ซอนอูลองถาม มันก็มีบ้างที่ฮักนยอนไปกินข้าวบ้านเขาแล้วเกิดขี้เกียจเดินกลับหอขึ้นมา



"ค้างๆๆๆๆ อยากเล่นเกมที่เล่นค้างไว้คราวก่อน" ฮักนยอนตอบโดยไม่ต้องคิด เขาหยิบเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนออกมา ไม่ต้องเอาชุดนอนไปเพราะน่าจะมีชุดนอนของเขาอยู่ในตู้เสื้อผ้าของซอนอูบ้าง เหมือนที่มีเสื้อผ้าของซอนอูอยู่ที่นี่ แต่เขาต้องเอาชุดนักเรียนสำหรับใส่พรุ่งนี้ไปด้วย



"ฮักนยอน"



"หื้ม?"



"ไม่มีอะไร เดี๋ยวค่อยคุยก็แล้วกัน"



.



.



.



บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของบ้านตระกูลคิมวันนี้ค่อนข้างดีคงเพราะได้จูฮักนยอนมานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะ ซอนอูมองแม่ของตัวเองที่กำลังตักอาหารนู่นนี่ใส่จานให้ฮักนยอน ฮักนยอนเองก็อ้อนแม่เขาโดยการตักอาหารให้บ้าง รินน้ำให้บ้าง เห็นรอยยิ้มกว้างๆ สดใสๆ แบบนั้นแล้วซอนอูก็นึกอยากให้ฮักนยอนย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียให้รู้แล้วรู้รอด



กินข้าวเสร็จเขากับฮักนยอนก็ช่วยกันล้างจาน จากนั้นก็พากันขึ้นไปนอนกลิ้งเล่นเกมเอกขเนกกันบนห้องนอนของเขา จนสามทุ่มกว่าแม่ก็มาเคาะประตูบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำได้แล้ว จนอาบน้ำเสร็จซอนอูก็ยังไม่ได้คุยกับฮักนยอนเรื่องชมรมซักที



"ฮักนยอนอ่า" ซอนอูเรียกคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงเขา ฮักนยอนกลอกตาใส่เขาทีนึง คงจะไม่พอใจที่เขาไม่ยอมเรียกว่าพี่ฮักนยอน



"สรุปว่าเรื่องชมรม-"



"โอ่ะ!! จริงด้วย!! ลืมไปเลย!! สรุปว่านายเลือกชมรมอะไรน่ะ?" ฮักนยอนรีบถาม ในใจแอบภาวนาให้ซอนอูเลือกชมรมไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ร้องเพลง



"ฟุตบอล" ซอนอูตอบแล้วก็อดจะชักสีหน้ากับท่าทางดีใจจนเกินเหตุของจูฮักนยอนไม่ได้



"ทำไม? ไม่อยากให้เข้าชมรมร้องเพลงขนาดนั้นเลยรึไง?" ซอนอูนั่งลงที่ปลายเตียงคว้าท้ายทอยคนที่ยังยิ้มค้างจนตาเหลือเป็นขีดให้ลงมานอนหนุนบนตักตัวเอง



"เปล่าซักหน่อย อย่ามากล่าวหากันสิ ก็บอกแล้วไงว่าอยากให้เข้าชมรมที่ชอบ" ฮักนยอนเปลี่ยนเป็นยิ้มเผล่เอาอกเอาใจ นึกขอบคุณซอนอูที่ไม่ตามมาอยู่ชมรมเดียวกันกับเขาอีก เพราะนอกจากฮักนยอนจะไม่ต้องทนฟังรายนั้นบ่นเป็นหมีกินผึ้งเรื่องที่ต้องมาเข้าชมรมที่ไม่ชอบแล้วแล้วเขายังไม่ต้องกลัวว่าซอนอูจะออกโรงไม่ให้เขาจีบอาจารย์จินอูด้วย



"ว่าแต่... ทำไมปีที่แล้วนายถึงไปเข้าชมรมเต้นล่ะ?" ฮักนยอนถามเรื่องที่อยากรู้ จริงๆ เขาถามคำถามนี้ซอนอูบ่อยมากแต่ซอนอูไม่เคยตอบเขาจริงๆ จังๆ เลยซักครั้ง ไม่ชอบเต้นแต่ก็อยู่ชมรมเต้นมาตั้งสองปี



"ไม่ใช่ว่าแอบชอบใครในชมรมเต้นนะ" ฮักนยอนลอ งเดาไปอย่างนั้น ถ้าเทียบกับตัวเขาเองแล้วการที่จะฝืนทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบได้เป็นปีๆ มันก็ต้องมีแรงบันดาลใจอื่นนั่นแหละ



ความเงียบทำให้ฮักนยอนเหลือบตาขึ้นมองเจ้าของตักที่เขานอนหนุนอยู่ เมื่อสบตาเขาซอนอูก็หลบสายตา เบือนหน้าหนีไปทางอื่น และถ้าฮักนยอนดูไม่ผิดไอ้เสือกำลังหน้าแดง



"นี่เรื่องจริงเหรอ?! นายแอบชอบใครน่ะ?! ทำไมไม่เห็นเคยบอกกันเลย!!" ฮักนยอนรีบยันตัวลุกขึ้นมานั่ง มือจับแขนซอนอูเขย่าแรงๆ อย่างต้องการคำตอบ



ซอนอูเม้มริมฝีปาก เขามองท่าทางหูตั้งหางกระดิกเหมือนลูกหมาของฮักนยอนแล้วก็คิดหนัก ถ้าเขาตอบว่าใช่เขาจะต้องถูกซักต่อแน่ๆ แต่ถ้าเขาตอบว่าไม่ใช่เขาก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนที่ฟังขึ้นมาบอกฮักนยอน ไม่ตอบน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด



"แล้วฮักนยอนล่ะ แอบชอบใครในชมรมร้องเพลงรึไง?" ซอนอูย้อนถาม แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อฮักนยอนปล่อยมือจากแขนเขายกขึ้นเกาแก้มที่มีปื้นแดงพาดทับ ซอนอูรู้สึกไม่ชอบใจ เขารู้สึก...



ไม่ปลอดภัย



"อย่าขี้โกงเปลี่ยนเรื่องสิ เล่ามาเลยแอบชอบใคร รุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกัน?" ฮักนยอนตีสีหน้าเป็นปกติแล้วแสร้งโวยที่ซอนอูไม่ยอมตอบคำถามเขาแถมยังเปลี่ยนเรื่องไปอีก



ซอนอูจิ๊ปาก ถ้าเขาไม่ตอบ ฮักนยอนก็จะไม่คายเรื่องของเจ้าตัวออกมา



"รุ่นพี่" ซอนอูตอบแบบขอไปที เป็นฮักนยอนเบิกตากว้างก็นึกอยากเอานิ้วจิ้มตาให้ตาบอดนัก มีตาแต่ไม่มีแววจริงๆ



"ใครน่ะ? ยูจองเหรอ? หรือว่ามินา" ฮักนยอนลองเอ่ยสมมติฐานของตัวเอง เอาจริงๆ ว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสเปคของซอนอูเป็นแบบไหน ตั้งแต่รู้จักกับซอนอูมาเขาก็ไม่เคยได้ยินซอนอูพูดว่าสนใจผู้หญิงคนไหนซักครั้ง



"ไม่ใช่พี่ยูจองแล้วก็ไม่ใช่พี่มินาด้วย ชอบจูฮักนยอน"



ฮักนยอนเบ้หน้า เมื่อคำตอบของซอนอูไม่เป็นที่น่าพอใจ



"เออ ไม่อยากรู้ก็ได้ ไอ้เราก็นึกว่าสนิทกัน ที่ไหนได้ มีความลับ แอบชอบใครก็ไม่ยอมบอก รู้สึกเหมือนโดนหักหลังเลย" ฮักนยอนบ่นๆ แล้วก็คลานเข่าหนีไปมุดตัวอยู่ในผ้าห่ม ซอนอูหัวเราะขำ รายนั้นลุกจากเตียงเดินไปปิดไฟแล้วก็กลับมาแทรกตัวเองใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน



มือใหญ่ลูบผมสีน้ำตาลของคนที่นอนหันหน้าเข้าหากัน แม้จะปิดไฟแต่ซอนอูก็สามารถมองเห็นดวงตาเป็นประกายของฮักนยอนได้



"คิดมาก ใครจะไปกล้าหักหลังจูฮักนยอน ถ้าคิมซอนอูชอบใคร คนแรกที่รู้ก็ต้องเป็นจูฮักนยอนอยู่แล้ว" ซอนอูบอกด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ถ้าฮักนยอนรู้ความรู้สึกของเขามันอาจจะมากกว่าคำว่าหักหลังก็ได้



"สัญญาก่อน"



"อือ สัญญา"



"งั้น... ถ้าฉันชอบใครฉันก็จะบอกนายเป็นคนแรกเหมือนกัน ดีมั้ย?"



ไม่ดีหรอก ถ้าคนที่จูฮักนยอนชอบไม่ใช่คิมซอนอู



"ที่ฉันไปเข้าชมรมดนตรีก็เพราะว่าแอบชอบคนคนนึงอยู่"



นี่มันไม่ดีเลยซักนิด



"ฉันชอบอาจารย์จินอู"



"อะไรนะ?!"



.



.



.



To Be Continued



.



.



.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #43 Xxx_belle (@WN-belle) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:26
    ไม่ร้องนะฮือ ซอนอูของพี่ T^T
    #43
    0
  2. #20 allrisedefpig (@elficezaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 02:17
    นั่นไงงงงซิสสส แง้งงง ซอนอูของพี่
    #20
    0
  3. #5 craziioun (@craziioun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 14:22
    ฮือๆๆๆๆๆๆๆ คิมซอนอูไม่ร้องนะ ซักวันพี่เค้าต้องเห็นสิๆๆ ฮือออ สู้ๆนะ
    #5
    0
  4. #2 LUCIF0N (@fmindo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:29
    ซอนอูไม่หักหลังฮักนยอนแน่นอน เพราะคนที่ซอนอูจะบอกว่าชอบคือคนแรกที่ต้องบอกไง คนเดียวกัน โอยยยมาต่อเร็วๆนะคะ ฮือ หน่วงหัวใจมาก เอาใจช่วยซอนอูมากๆเลย
    #2
    0