[WonKyu] One Sh♥t

ตอนที่ 4 : Mr.Chu

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ก.ย. 59


"หลบไป!!" เสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คยูฮยอนที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องเรียนถึงกับสะดุ้ง คยูฮยอนหันไปมองตามเสียงก็เห็นฮัมอึนจองหัวหน้าห้องวิ่งเร็วๆ มาทางเขา อึนจองผลักเขาให้พ้นจากประตูก่อนจะเป็นฝ่ายกระชากประตูเปิดออกเสียเอง เธอวิ่งไปเกาะโต๊ะนักเรียนตัวแรกที่มีเพื่อนผู้หญิงนั่งล้อมวงกินขนมกันอยู่



"นี่!! เมื่อกี้​ฉันเพิ่งไปประชุมสภานักเรียนมา พวกแกรู้มั้ยว่าพี่ๆ ปีสามห้องหนึ่งจะทำซุ้มอะไรในงานโรงเรียนปีนี้?" อึนจองพูดอย่างตื่นเต้นทำเอาเพื่อนๆ ในห้องคนอื่นๆ เริ่มจะให้ความสนใจในบทสนทนาไปด้วย



เพราะอะไรน่ะเหรอ?



ก็เพราะพี่ๆ ปีสามห้องหนึ่งจัดว่าโคตรของโคตรฮอตน่ะสิ ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย บางคนถึงขั้นได้ไปถ่ายแบบถ่ายโฆษณากันเลยทีเดียว ไม่พอแต่ละคนยังร่ำรวยติดอันดับท็อปร้อยของเกาหลีกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นที่หมายปองของเด็กแทบจะทั้งโรงเรียนเลยไปถึงโรงเรียนข้างๆ แถมมหาวิทยาลัยถัดไปอีกด้วยเอ้า!!



"ซุ้มอะไรอึนจอง? แกอย่าเล่นตัว บอกมาเดี๋ยวนี้!!" เพื่อนผู้หญิงอีกคนรบเร้าเขย่าแขนอึนจองที่อมยิ้มอย่างเป็นต่อ คยูฮยอน​แกล้งเนียนเอากระเป๋าไปวางที่โต๊ะของตัวเองซึ่งอยู่ห่างจากวงสนทนาที่เริ่มจะใหญ่ขึ้นไม่เท่าไหร่ แม้ตาจะจับจ้องอยู่กับตัวอักษรในหนังสือการบ้านของตัวเองแต่หูนี่แทบจะยื่นไปถึงคอหอยอึนจองแล้ว



"ไม่บอก!! ลองทายมาก่อน!!"



"โอ๊ย!! ซุ้มอะไรอ่ะ? คอฟฟี่ปริ๊นซ์แบบปีที่แล้วเหรอ?" เพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่คนแรกลองทาย



คยูฮยอน​เม้มริมฝีปากเก็บซ่อนรอยยิ้ม เขายังจำซุ้มคอฟฟี่ปริ๊นซ์ของพี่ๆ ได้อยู่เลย เพราะเขาเป็นลูกค้ารายแรกที่ได้ดื่มกาแฟของซุ้มคอฟฟี่ปริ้นซ์










เมื่อหนึ่งปีก่อน... พ่อของคยูฮยอนขยายธุรกิจโรงแรมเข้ามาในโซลทำให้สมาชิกในบ้านต้องย้ายตามกันมาอยู่ที่โซลหมด เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ในช่วงกลางเทอมสองที่เพื่อนๆ ทุกคนสนิทกันไปหมดแล้ว ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่แถมยังเป็นเด็กต่างจังหวัดเขาจึงไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก จะมีก็แต่รองหัวหน้าห้องที่ชื่อชิมชางมินซึ่งบังเอิญได้นั่งติดกันกับเขาแล้วก็เด็กนักเรียนเนิร์ดๆ อีกสองสามคน



หลังจากที่คยูฮยอนเข้าเรียนได้สองอาทิตย์ วันงานโรงเรียนที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง คยูฮยอนไม่ค่อยรู้รายละเอียด รู้แต่ว่ามันเป็นงานใหญ่ที่หนึ่งปีจะมีครั้ง นักเรียนปีหนึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทั่วๆ ไป งานพิธีการ เอกสารน่าเบื่อ ส่วนรุ่นพี่ปีสองปีสามจะได้จัดซุ้มเพื่อหาเงินเข้าห้องของตัวเอง คยูฮยอนไม่รู้ว่าพี่ๆ จัดซุ้มแนวไหน อาจจะเป็นเกมส์ เดี๋ยววันนี้ช่วงบ่ายๆ เขาคงต้องไปเดินดู ตอนเย็นจะมีงานแสดงของแต่ละชั้นปี เพื่อนๆ ผู้หญิงในห้องก็ไปเต้นกับเขาด้วย ปิดท้ายตอนกลางคืนด้วยคอนเสิร์ตของวนดนตรีโรงเรียน คยูฮยอนไม่รู้ว่างานนี้สำคัญยังไง แต่ทุกคนก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นกับงานนี้มาก



คยูฮยอนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสี่ซึ่งเป็นที่อยู่ของห้องประชุมสภานักเรียน ชางมินวานให้เขามาเอาเอกสารที่ลืมไว้เพราะตัวเองต้องรีบไปต้อนรับใครซักคนที่มาจากกระทรวงศึกษาธิการ คยูฮยอนผลักประตูเข้าไปด้านในแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดจูบกันอยู่ ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปทั้งสองคนก็ผละห่างจากกัน ผู้ชายตัวสูงใบหน้าหล่อเหลาหันมามองเขาอย่างไม่ค่อยจะพอใจ คยูฮยอนอึกอักไปต่อไม่ถูก เขาคิดว่าเขาไม่สามารถเข้าไปหยิบเอกสารให้ชางมินได้ คยูฮยอนรีบก้มหัวขอโทษแล้ววิ่งหนีจากตรงนั้น



"เฮ้!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!" เสียงเรียกที่ดังมจากด้านหลังทำให้คยูฮยอนหลับตาปี๋ เขาอยากจะบอกอีกฝ่ายมากว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเปิดประตูเข้าไปรบกวน ไม่สิ... เมื่อกี้เขาไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นริมฝีปากที่จูบกันอย่างดูดดื่ม ไม่เห็นวงแขนเรียวบางที่โอบอยู่รอบคอ ไม่เห็นมือใหญ่ที่เลื่อนเข้าไปใต้กระโปรงของผู้หญิงคนนั้น ไม่เห็นอะไรเลย!!



แต่ก่อนที่คยูฮยอนจะได้พูดแก้ตัวอะไร เท้าของเขาก็ดันไปเตะเข้ากับถังน้ำสำหรับทำความสะอาด คยูฮยอนสะดุดถังน้ำและผลที่ตามมาก็คือ เขากลิ้งตกบันได 



คยูฮยอนยันตัวขึ้นมานั่งรีบปัดมือควานหาแว่นที่ไม่รู้หลุดจากหน้ากระเด็นไปทางไหน ไม่นานแว่นของเขาก็ถูกยื่นมาตรงหน้าโดยผู้ชายที่คยูฮยอนเพิ่งจะวิ่งหนีมา คยูฮยอนก้มหัวขอบคุณอีกฝ่ายอย่างเกร็งๆ มือสั่นเทายื่นออกไปรับแว่นมาสวม และทันทีที่คยูฮยอนได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายชัดๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ตรงลำคอ ผู้ชายตรงหน้าเขาหล่อเป็นบ้า ผมตัดสั้นรับกับใบหน้า คิ้วเข้ม ตาคมแฝงแววเจ้าเล่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักที่มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ปากหยัก... ที่เพิ่งจะบดจูบผู้หญิงในห้องสภานักเรียนเมื่อซักครู่ คยูฮยอนหลับตาปี๋สะบัดหัวไหล่ความคิดฟุ้งซ่าน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกแล้วก็ร้อนวูบที่หน้าไปหมด คยูฮยอนเม้มริมฝีปากแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขากระเถิบตัวไปทางราวบันได มือคว้าราวบันไดพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าขวาทำให้ทรุดกลับลงไปนั่งเหมือนเดิม 



"เจ็บขาเหรอ?" ผู้ชายคนนั้นถามพลางยื่นมือมาจับข้อเท้าเขาดึงให้เข้าไปใกล้ คยูฮยอนพยายามยื้อข้อเท้าคืนแต่ก็ขยับได้ไม่ถนัดนัก



"เมื่อกี้ผมไม่เห็นอะไรเลย ผมสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร คุณอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ" คยูฮยอนบอกเร็วๆ ยิ่งเบียดตัวเองไปจนชิดกับราวบันไดจนแทบจะทะลุไปอีกด้าน และเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นก็ทำให้คยูฮยอนต้องมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ



"บอกว่าไม่เห็นอะไรเลย แล้วจะมีเรื่องอะไรไปบอกใครได้ยังไง? นายนี่โกหกไม่เก่งเลยนะ" ผู้ชายคนนั้นพูดขำๆ และเขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เขาพูดไปเมื่อซักครู่นี้มันขัดแย้งกันซะจนเชื่อไม่ลง



"ผมขอโทษครับ" คยูฮยอนก้มหน้านิ่งบอกเสียงเบา มือใหญ่วางปุลงบนหัวแล้วยีผมของเขาแรงๆ คยูฮยอนช้อนตามอง รอยยิ้มใจดีของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกแปลกๆ แล้วแก้มก็ร้อนขึ้นมา



"ขอโทษทำไมกัน? นายไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย ว่าแต่นายจะเข้าไปทำอะไรในห้องสภานักเรียนเหรอ? เท่าที่จำได้... นายไม่ใช่สภานักเรียนนี่ หรือจะเข้าไปขโมยของ?" ผู้ชายคนนั้นพูดอย่างจับผิดทำให้คยูฮยอนรีบส่ายหน้าพรืด



"เปล่านะครับ!! พอดีว่าเพื่อนผมที่เป็นสภานักเรียนเขาลืมเอกสารเอาไว้ก็เลยวานให้ผมมาเอา เขาชื่อชิมชางมินครับ" คยูฮยอนแก้ตัวเสียงดังและผู้ชายตรงหน้าก็หัวเราะเขาอีกครั้ง



"ลุกไหวไหม?" อีกฝ่ายถามและโดยไม่รอคำตอบมือใหญ่ก็เข้ามาช่วยประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน คยูฮยอนลุกขึ้นมายืนได้ก็จริง แต่เขาคงเดินขึ้นบันไดกลับไปที่ห้องสภานักเรียนไม่ไหว



"ให้เพื่อนนายมาเอาเอกสารเองก็แล้วกัน"



"ครับ?" คยูฮยอนขมวดคิ้ว



"เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาล"



"ครับ?!"



คยูฮยอนร้องเสียงหลงเมื่อคนตัวโตกว่าย่อตัวลงตรงหน้าเขาเป็นทำนองให้เขาปีนขึ้นไปบนหลัง คยูฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธแต่อีกฝ่ายคงไม่เห็น



"ผมเดินไปเองก็ได้ครับ" คยูฮยอนบอกแล้วจะก้าวลงบันไดไปเองแต่คนตัวสูงกว่าลุกขึ้นยืนขวางทางเขาไว้ ตาคมมองเขาดุๆ ทำให้เขาต้องก้มหน้าหลบสายตาลงไปอีกครั้งและอีกครั้ง



"อย่าดื้อหน่า โจคยูฮยอน"



คยูฮยอนเงยหน้ามองคนที่อยู่ๆ ก็เรียกชื่อเขาออกมา ตาโตเบิกกว้างอย่างตกใจว่าอีกฝ่ายรู้ชื่อเขาได้อย่างไร



"คุณ... รู้จักผมเหรอครับ?" คยูฮยอน​ถามอย่างไม่แน่ใจ ผู้ชายคนนั้นยกยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มตรงแก้มแล้วชี้มาตรงหน้าอกซ้ายของเขา คยูฮยอนก้มมองตามแล้วก็เห็นเข็มกลัดป้ายชื่อของเขาอ่านออกเป็นคำว่าโจคยูฮยอนหราอยู่



"อ่อ..."



"ว่าแต่นายไม่รู้จักพี่เหรอ? เรียกว่าคุณๆ อยู่ได้" ผู้ชายคนนั้นถามอย่างสงสัยทำให้คยูฮยอนเอียงคอมองหน้าฝ่ายนั้น เขาไม่เห็นจะคุ้นหน้าคนคนนี้เลยซักนิด ผู้ชายคนนี้อยู่โรงเรียนนี้เหรอ? แล้วทำไมถึงได้ไม่ใส่เครื่องแบบนักเรียนล่ะ? ใส่แค่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กสีดำแบบนี้ เป็นนักศึกษาเหรอ? คยูฮยอนส่ายหน้าเป็นคำตอบ และเขาก็รู้ว่านั่นเป็นคำตอบที่ผิดเพราะอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อพร้อมทั้งส่งสายตามาคาดโทษเขา



"พี่ชื่อชเวชีวอนอยู่ปีสองห้องหนึ่ง ไม่รู้จักจริงๆ เหรอ? นี่นายเป็นเด็กโรงเรียนนี้รึเปล่าเนี่ย? " พี่ชีวอนบอกฉุนๆ และคยูฮยอนก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี หนึ่งเขาไม่รู้จักพี่ชีวอนอะไรนี่เลยซักนิด และสองเขาใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนนี้เขาก็ต้องเป็นเด็กโรงเรียนนี้สิ



รอไม่นานพี่ชีวอนก็ถอนหายใจแล้วหันหลังกลับไปย่อตัวลงนั่งยองๆ เหมือนเดิม คยูฮยอนรู้สึกเกรงใจแต่สุดท้ายก็ยอมปีนขึ้นไปบนหลังพี่ชีวอนจนได้ วงแขนวาดโอบรอบคออีกฝ่ายไว้ในขณะที่ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนหลังของอีกคน



อุ่นจัง...



"วันๆ คงเอาแต่เรียนหนังสือน่ะสิถึงได้ไม่รู้จักพี่ นายทำพี่เสียเซลฟ์นะรู้มั้ย? ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงดีใจจนช็อกตายไปแล้วที่ได้ขี่หลังพี่แบบนี้น่ะ" พี่ชีวอนบ่นแต่ก็ยังกระชับตัวเขาให้อยู่บนหลังดีๆ 



"ผมสัญญาว่าต่อไปนี้จะรู้จักพี่ครับ พี่ชีวอนปีสองห้องหนึ่ง" คยูฮยอน​บอกเสียงเบา ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ยิ้มออกมาทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขากลัวแทบตาย



คงเพราะพี่ชีวอนใจดีล่ะมั้ง...



พี่ชีวอนพาเขามาถึงห้องพยาบาลแต่กลายเป็นว่าไม่มีใครอยู่ที่ห้องพยาบาลเลยซักคน อาจารย์ประจำห้องพยาบาลอาจจะกำลังพักเที่ยงอยู่หรือไม่ก็ออกไปดูแลนักเรียนที่ป่วยข้างนอก พี่ชีวอนพาเขาไปนั่งที่เตียง เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอา cold pack ออกมายื่นให้เขา คยูฮยอนรับ cold pack มาถือแต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรกับมัน เขาไม่ได้ปวดหัวซักหน่อย พี่ชีวอนถอนหายใจเมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมองฝ่ายนั้นงงๆ คนตัวสูงเดินไปหยิบของอะไรอีกสองสามอย่างก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขา พี่ชีวอนดึง cold pack คืนไป เอาผ้าขนหนูห่อมันไว้



"ถอดรองเท้าสิ" พี่ชีวอนบอกและคยูฮยอนก็รีบส่ายหน้าด้วยความเกรงใจ



"ผมนั่งรอให้อาจารย์มาก็ได้ครับ พี่กลับไปทำธุระของพี่เถอะ" คยูฮยอนบอกจะแย่งผ้าขนหนูห่อ cold pack มาถือไว้เองแต่พี่ชีวอนกลับยกข้อเท้าเขาวางบนขาของฝ่ายนั้น พี่ชีวอนถอดรองเท้ากับถุงเท้าเขาออกแล้วเอาผ้าขนหนูห่อ cold pack ที่เริ่มจะแผ่ไอเย็นๆ มาประคบที่ข้อเท้าของเขา



เท้าเขาคงไม่เหม็นหรอกนะ น่าอายชะมัด



"ผมทำเองก็ได้ครับ" คยูฮยอนบอกอย่างเกรงใจอีกครั้ง



"ทำเป็นรึไง? นั่งอยู่เฉยๆ เถอะหน่า ถือว่าพี่ขอโทษก็แล้วกันที่ทำให้นายตกบันได ว่าแต่ทำไมถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วย? ยังเวอร์จิ้นอยู่เหรอ?" พี่ชีวอนเงยหน้าขึ้นมาถามล้อๆ รายนั้นคงไม่ได้ตั้งใจแต่มันแทงใจดำเขาเข้าจังๆ เลยล่ะ คยูฮยอนหน้าแดงแจ๋ เม้มริมฝีปากแล้วก้มหน้าลงอย่างอายๆ ไม่ได้อายที่ตัวเองเวอร์จิ้นนะ เขาอายแทนพี่ชีวอนต่างหากที่กล้าพูดกล้าทำเรื่องอย่างว่าได้อย่างหน้าไม่อาย



"ให้พี่สอนให้เอามั้ย?" พี่ชีวอนว่าพลางลุกขึ้นยืนแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้เขา ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันเสียจนคยูฮยอนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ตรงปลายจมูก คยูฮยอนเบิกตากว้างแสดงสีหน้าตกใจออกไปสุดขีดและนั่นก็ทำให้พี่ชีวอนหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง



"นายนี่ตลกชะมัด" พี่ชีวอนส่ายหน้ายิ้มๆ ถอยกลับไปทิ้งตัวลงนั่งเหมือนเดิม หลังจากเอาผ้าห่อ cold pack ประคบข้อเท้าเขาแล้วรายนั้นก็ทายาเย็นๆ ให้เขาก่อนจะพันผ้ายืดสีส้มให้ พี่ชีวอนเดินไปหารองเท้าแตะสำหรับใส่ในบ้านมาให้เขาใส่ เสร็จแล้วก็ย่อตัวลงอีกครั้งจะให้เขาปีนขึ้นไปบนหลัง



"พี่ดูเหมือนจะมาห้องพยาบาลบ่อยนะครับ" คยูฮยอนตั้งข้อสังเกต



"ก็แวะมานอนบ้าง มาจีบอาจารย์ห้องพยาบาลบ้างน่ะ" พี่ชีวอนบอกเมื่อเขาขึ้นไปอยู่บนหลังเรียบร้อย ว่าแต่... อาจารย์ห้องพยาบาลเป็นผู้ชายไม่ใช่เรอะ?! คยูฮยอนหน้าแดงอีกรอบ เมื่อกี้พี่ชีวอนยังกอดจูบกับผู้หญิงอยู่เลย แล้วทำไมถึงไปจีบอาจารย์ห้องพยาบาลที่เป็นผู้ชายได้ล่ะ? เป็นกิ้งกือรึไง? เขาไม่อยากรู้แล้ว



"พี่จะพาผมไปไหนเหรอครับ?" คยูฮยอนถามเมื่อเราสองคนเดินออกจากตึกเรียนมา ตอนนี้บริเวณตึกเรียนค่อนข้างเงียยบเพราะทุกคนคงจะไปอยู่ที่สนามฟุตบอลและลานน้ำพุหน้าตึกอำนวยการซึ่งเป็นบริเวณสำหรับจัดซุ้มกันหมด



"ไปกินกาแฟ"



"ครับ?"



พี่ชีวอนพาเขาเดินมาด้านหน้าตึกอำนวยการที่เป็นบริเวณที่รุ่นพี่ปีสองใช้สำหรับจัดซุ้ม ตรงนี้มีผู้คนค่อนข้างพลุกพล่านและทุกคนต่างก็มองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว คยูฮยอนก้มหน้าหลบสายตาของใครต่อใคร ปลายจมูกบังเอิญแตะโดนไหล่ของคนที่เสียสละแผ่นหลังกว้างๆ ให้เขาเกาะ กลิ่นหอมของน้ำหอมติดปลายจมูก



รู้สึกดีจัง...



พี่ชีวอนเดินเข้าไปในเต๊นท์ผ้าใบสีขาวหลังหนึ่ง คยูฮยอนสังเกตเห็นว่าที่หน้าเต๊นท์มีกระดานสีดำเขียนด้วยชอล์กสีขาวว่า Coffee Prince ห้องของพี่ชีวอนคงทำซุ้มขายกาแฟ ทันทีที่เขาสองคนก้าวเข้าไปด้านในเสียงโห่แซวก็ดังระงม แก้มของคยูฮยอนร้อนผ่าว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขินทำไมเพราะมันไม่มีอะไรเลย พี่ชีวอนปล่อยเขาลงกับเก้าอี้สีขาวก่อนจะผละไปทางเคาทน์เตอร์ที่มีอุปกรณ์ชงกาแฟอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ไม่นานพี่ชีวอนก็เดินกลับมาหาเขาพร้อมกับกาแฟแก้วนึง



กาแฟแก้วแรกของซุ้มคอฟฟี่ปริ๊นซ์



กาแฟแก้วแรกในชีวิตของชเวชีวอน










แล้วสรุปว่าปีนี้พี่ๆ ทำซุ้มอะไรกันล่ะ?



"ซุ้มขายจูบ!!"



"อะไรนะ?!" คยูฮยอนเผลอโพล่งออกไปเต็มเสียงด้วยความตกใจแต่โชคดีที่หลายคนต่างก็ส่งเสียงอุทานรวมไปถึงเสียงกรีดร้องออกมาเหมือนกันจึงไม่มีใครทันได้สังเกตว่าเด็กเรียนอย่างเขาก็ดูจะสนอกสนใจกับซุ้มของรุ่นพี่ปีสามที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเหมือนกัน



"แล้วใครมาขายมั่ง?! ขายเท่าไหร่?! ขายแพงมั้ย?! ตายแล้วพวกพี่ๆ เขาจะขายจูบกันจริงๆ เหรอ?!"



"แล้วพี่ผู้หญิงขายด้วยมั้ย? พี่โซจินล่ะขายมั้ย?"



"โอ๊ย!! เดี๋ยวต้องโทรบอกเพื่อนโรงเรียนอื่นแล้ว งานโรงเรียนปีนี้ซุ้มพี่ๆ แตกแน่"



ตอนนี้เสียงของเพื่อนๆ ในห้องเขาตีกันให้มั่วไปหมดและคยูฮยอนก็ได้แต่พยายามเงี่ยหูฟังว่าพี่ชีวอนจะขายจูบด้วยรึเปล่า?



"ไม่รู้ว่าใครขายมั่งแต่ก็คงทั้งห้องนั่นแหละ เหมือนพี่ๆ จะผลัดกันมาขายจูบคนละชั่วโมงสองชั่วโมง ตารางว่าใครขายตอนไหนคงออกใกล้ๆ งานโรงเรียน ส่วนราคาพี่ๆ บอกว่ามีหลายราคา" อึนจองยังคงเล่าต่อทำให้ทั้งห้องเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึง คยูฮยอนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาชางมิน เขาต้องการความช่วยเหลือ เดี๋ยวนี้เลย!!



ยังไม่ทันที่สัญญาณโทรศัพท์จะดังชางมินก็เดินหน้าง่วงเข้ามาในห้อง คยูฮยอนยิ้มกว้างรีบกวักมือเรียกเพื่อนให้มานั่งที่เร็วๆ ชางมินเดินมานั่ง รายนั้นมองเขาอย่างงงๆ ตอนนี้เพื่อนๆ คนอื่นๆ เริ่มแยกย้ายกันกลับที่นั่งของตัวเองแล้วเพราะอีกไม่ถึงห้านาทีก็จะถึงเวลาเข้าเรียน



"มีอะไร?"



"มึง!! พี่ๆ ปีสามห้องหนึ่งจะทำซุ้มขายจูบในงานโรงเรียนปีนี้!!" คยูฮยอนบอกอย่างกระตือรือร้น 



"อือ รู้แล้ว พี่ยูชอนบอก" ชางมินตอบอย่างไม่สนใจ ทำหน้าง่วงๆ ใส่เขาแล้วดึงหนังสือบนโต๊ะเขาไปลอกการบ้านหน้าตาเฉย



"พี่ยูชอนบอกเหรอ?! บอกเมื่อไหร่?! แล้วทำไมมึงไม่บอกกู?!" คยูฮยอนถามเสียงดัง มือดึงหนังสือมาไว้กับตัวไม่ให้ชางมินลอกจนกว่าจะคุยกันดีๆ



"มึงไม่ได้บอกว่ามึงอยากรู้นี่" ชางมินบอกพลางป้องปากหาวและคยูฮยอนก็แทบจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดพูดออกไปว่า 'กูอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชีวอนนั่นแหละ!!' แต่ก็ต้องเงียบไว้เพราะคนเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเขาชอบพี่ชีวอนนอกจากตัวเขาก็คือชิมชางมิน



"มึงว่าพี่ชีวอนจะขายจูบด้วยมั้ย?" คยูฮยอนถามสิ่งที่อยากรู้



"ก็คงข่ยแหละ ถ้าพี่เขาไม่ขายสาวๆ ได้เสียใจแย่ รวมถึงมึงด้วย" ชางมินเอ่ยแซวแล้วฉวยจังหวะที่เขากำลังเผลอดึงหนังสือไปจากมือเขา



"กูเป็นผู้ชายนะ มึงว่าจะดีเหรอ?" คยูฮยอนถามเสียงเบา ถึงเขาจะพอรู้มาว่าพี่ชีวอนชอบทั้งผู้หญิงผู้ชายและรายนั้นก็คบกับใครมั่วไปเรื่อย แต่ถ้าจะให้เขาไปยืนต่อแถวรอซื้อจูบจากพี่ชีวอนเหมือนพวกเด็กนักเรียนหญิงเขาก็คงไม่กล้า



"พี่ชีวอนก็เป็นผู้ชาย แคร์อะไร?" ชางมินบอกกลั้วหัวเราะ



"ก็แล้วถ้ากูเป็นผู้ชายคนเดียวในแถวล่ะ?" คยูฮยอนถาม



"มึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอก มีผู้ชายชอบพี่เขาตั้งเยอะ มึงดูไอ้กวังฮีโน่น แม่งเอาสมุดบัญชีเงินฝากมาเปิดนับเงินแล่ว" ชางมินบอกพยักเพยิดหน้าไปทางเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อกวังฮี กวังฮีเป็นเลขาชมรมหนังสือพิมพ์ ไม่พอยังเป็นหัวหน้าแฟนคลับพี่ชีวอนด้วย คยูฮยอน​เห็นกวังฮีกำลังเอาสมุดบัญชีมาเปิดเรียงกันแถมตอนนี้ยังต่อโทรศัพท์ไปขอยืมเงินคนที่บ้านอีก



เอาก็เอาวะ!! เขาคงไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวที่ไปยืนต่อแถวรอซื้อจูบจากพี่ชีวอนหรอก แอบชอบพี่เขามาตั้งหนึ่งปี วันๆ ทำได้แค่แอบเอาจดหมายรักไปใส่ในล็อกเกอร์พี่เขา ถ้าไม่จูบตอนนี้ชาตินี้คยูฮยอนก็คงไม่มีโอกาสจูบพี่ชีวอนอีกแล้วล่ะ เอาก็เอาวะ!!



"แล้วพี่ยูชอนได้บอกมึงมั้ยว่าจูบนึงราคาเท่าไหร่? ตอนนี้กูมีเงินเก็บแค่หนึ่งแสนวอนเองนะ เงินที่จะเอาไปดูคอนเสิร์ตน้องจอยกู" คยูฮยอนเริ่มครวญครางเพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินที่คยูฮยอนใช้เวลาเก็บมาเกือบปีเพื่อที่จะเอาไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต Red Velvet



"ไม่ได้บอกว่ะ แต่แสนนึงก็น่าจะพอแหละมึง" ชางมินบอกอย่างไม่สนใจและคยูฮยอนก็ได้แต่เม้มริมฝีปากลงอย่างใช้ความคิด



แสนก็แสน!! เอาเซ่!!










ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็เดินทางมาถึง วันงานโรงเรียนที่คยูฮยอนจะเดิมพันหัวใจของคยูฮยอนด้วยเงินหนึ่งแสนวอน ปีนี้ห้องชองคยูฮยอนมีโอกาสได้ทำซุ้มเป็นของตัวเอง ห้องของเขาก็เลยทำซุ้มขายไอศกรีมกัน พวกเขาจะต้องแบ่งเวรกันเฝ้าซุ้มสลับกับเดินโฆษณาซุ้ม ช่วงที่ไม่มีงานอะไรต้องทำก็สามารถไปเดินดูซุ้มอื่นๆ ได้ คยูฮยอนรู้ว่าพี่ชีวอนจะขายจูบเป็นคนก่อนสุดท้ายเวลาบ่ายสามโมงครึ่งถึงบ่ายสี่โมงครึ่ง แล้วทายสิว่าตอนนั้นใครต้องอยู่เฝ้าซุ้มขายไอศกรีม... ก็เขาไง!!



คยูฮยอนนั่งกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตอยู่อยู่หลังตู้ไอศกรีม เขากับเด็กนักเรียนในห้องอีกสองคนได้รับมอบหมายหน้าที่อันมีค่าให้เฝ้าซุ้มไอศกรีมตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมงจนถึงห้าโมงเย็นด้วยเหตุผลที่ว่าคนอื่นๆ ในห้องจะไปต่อแถวซื้อจูบจากพี่ๆ ปีสามห้องหนึ่ง คยูฮยอนล่ะอยากจะร้องไห้ ถึงเขาจะดูเป็นเด็กเรียนใส่แว่นหนาเตอะแต่เขาก็ไม่ได้ตายด้านถึงขนาดอยากจะแต่งงานกับตำราเรียนนะ เขาเองก็อยากได้จูบจากพี่ชีวอนเหมือนกัน ทำไมเพื่อนในห้องต้องทำกับเขาแบบนี้ด้วยนะ ให้ตายเถอะ!!



เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเองเห็นว่าใกล้จะได้เวลาที่พี่ชีวอนจะขายจูบแล้วคยูฮยอนก็ยิ่งสติแตก มองซ้ายมองขวาคิดว่าจะชิ่งหนีดีมั้ย ชิมชางมินที่ได้รับมอบหมายให้ไปเดินโฆษณาซุ้มขายไอศกรีมกะเดียวกันกับเขาก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่ซุ้ม ถ้าถามว่าทำไมชางมินถึงต้องมาทำงานในเวลานี้เหตุผลก็เป็นเพราะชางมินมีแฟนแล้วน่ะสิ เป็นถึงรุ่นพี่มหาวิทยาลัย เพื่อนๆ เลยลงความเห็นกันว่าขางมินคงไม่สนใจซุ้มขายจูบหรอก แล้วก็โบร้ม!! เอาป้ายโฆษณากับชุดมาสคอตไปเลย!!



"มึงไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่เฝ้าซุ้มเอง ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนมาซื้อไอติมหรอก เขาไปต่อคิวซื้อจูบกันยาวจนถึงหกโมงโน่น"



ชางมินบอกเขาในตอนที่ถอดหัวของหมีของชุดมาสคอตออก คยูฮยอนล่ะไม่รู้จะขอบคุณชางมินยังไง เขาได้แต่ตะโกนอวยพรขอให้รักกันกับพี่แจจุงนานๆ ในขณะที่วิ่งออกจากซุ้มไปด้วย คยูฮยอนยัดไอศกรีมเข้าปากคำโต มือกำเงินแสนวอนแน่น ขายาวรีบวิ่งไปยังชั้นสามของตึกเรียนที่พี่ๆ ใช้จัดซุ้มขายจูบ ปกติแล้วซุ้มของนักเรียนปีสองจะอยู่ที่ลานหน้าตึกอำนวยการ ในขณะที่ซุ้มของพี่ๆ ปีสามจะอยู่ที่สนามฟุตบอลโรงเรียน แต่อึนจองเล่าให้ฟังว่าซุ้มของพี่ๆ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะโดนอาจารย์สั่งแบน พี่ๆ ก็เลยย้ายซุ้มห้องตัวเองขึ้นไปอยู่บนตึกเรียนที่เงียบกว่าแล้วก็ไกลจากอาจารย์มากกว่า



ขึ้นบันไดมาถึงชั้นสองคยูฮยอนก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นคนเต็มไปหมด คยูฮยอนร้อนใจไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ไม่นานก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงเดินลงมาจากชั้นสาม พี่คนนั้นประกาศว่ารอบต่อไปจะมีพี่คนไหนเข้ากะขายจูบบ้าง เสียงกรีดร้องและเสียงโห่ร้องดังระงม พี่ๆ จัดพวกเราให้ยืนเป็นแถวตามรุ่นพี่ที่พวกเราต้องการจะซื้อจูบด้วย และคยูฮยอนก็ได้มาอยู่ในแถวของพี่ชีวอนเป็นคนเกือบจะท้ายๆ



จริงอย่างที่ชางมินว่า... แถวของพี่ชีวอนมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บางคนไม่ได้อยู่โรงเรียนของเขาด้วยซ้ำ คยูฮยอนผ่อนลมหายใจเข้าออกลึกๆ เขาบังเอิญหันไปสบตากับเพื่อนร่วมห้องที่มาต่อแถวซื้อจูบเหมือนกัน เพื่อนร่วมห้องของเขามองเขาด้วยสายแปลกๆ คยูฮยอนรู้สึกประหม่าแต่เขาจะไม่ถอย ในเมื่อคนอื่นซื้อจูบของพี่ชีวอนได้ เขาเองก็ซื้อได้เหมือนกัน แล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะจูบกับพี่ชีวอนเพียงเพราะว่าพี่ชีวอนเป็นคนดัง เขาอยากจะจูบกับพี่ชีวอนเพราะเขาชอบพี่ชีวอน ชอบ... ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันมากไปกว่าการทักทายอย่างเป็นทางการเวลาเจอกันโดยบังเอิญ ชอบ... ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็จะต้องผิดหวัง



เวลาผ่านไปเรื่อยๆ และหัวใจของคยูฮยอนก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ คยูฮยอนเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองอีกครั้ง เขายืนรอพี่ชีวอนมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว คยูฮยอนยื่นหัวชะโงกดูคนที่ต่อแถวอยู่หน้าเขา ค่อยๆ นับจำนวน อีกแค่สิบสองคนเท่านั้น แล้วเขาก็จะได้จูบกับพี่ชีวอน



แต่กว่าจะถึงคิวเขาพี่ชีวอนก็คงจูบกับคนอื่นจนปากเปื่อยหมดแล้วมั้ง เฮ้อ...



เวลาผ่านไปอีกราวๆ สิบห้านาทีกว่าที่คยูฮยอนจะได้ขึ้นมายืนที่ขั้นบันไดขั้นบนสุด ถ้าดูจากจำนวนคนกับเวลาที่ผ่านไปแล้วเขาคิดว่าแต่ละคนที่ซื้อจูบจากพี่ชีวอนจะมีเวลาอยู่กับพี่ชีวอนประมาณหนึ่งนาที เงินแสนวอนของเขาแลกกับเวลาที่จะได้อยู่กับพี่ชีวอนหนึ่งนาที... ถ้าเปลี่ยนไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต Red Velvet ตอนนี้ยังทันมั้ยนะ? แสนวอนดูคอนเสิร์ตได้ตั้งสองสามชั่วโมงแน่ะ



"ถึงคิวน้องแล้ว ไอ้ชีวอนอยู่ห้องหนึ่งนะ อย่าเป็นลมไปซะก่อนล่ะ" พี่ผู้หญิงที่ทำหน้าที่จัดแถวบอกเขาขำๆ คยูฮยอนลอบกลืนน้ำลายลงคอ ตอนแรกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะเป็นลมหรืออะไรนะ แต่พอพี่เขาพูดเรื่องเป็นลมเท่านั้นล่ะ คยูฮยอนก็รู้สึกอยากจะเป็นลมขึ้นมาทันทีเลย เขามองหน้าพี่ผู้หญิงอย่างจะขอคำแนะนำแต่พี่ผู้หญิงเพียงแค่ยิ้มให้เขาแล้วตบไหล่เขาเสียงดังป๊าบเท่านั้น คยูฮยอนเดินผ่านพี่ผู้หญิงไปยังทางเดินของชั้นสามที่ว่างเปล่า เขารู้สึกว่าขาของเขากำลังสั่น และแต่ละย่างก้าวของเขาก็ไม่มั่นคงเอาซะเลย



ก็แค่จูบคยูฮยอน... จูบแบบในหนังไง แตะปากกันแป๊บเดียว... แค่นั้นเอง



คยูฮยอนอยากจะร้องไห้แต่สุดท้ายเขาก็พอตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องหนึ่งจนได้ คยูฮยอนหลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งสุดท้าย เขากลั้นใจยกมือขึ้นเคาะประตู คยูฮยอนเงี่ยหูฟังแต่ว่าไม่มีเสียงตอบรับ มือบางจึงค่อยๆ ดึงประตูเปิดออก



พี่ชีวอนยืนอยู่ที่หลังห้อง เรือนร่างสูงโปร่งเอนพิงขอบหน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาหันมองออกไปด้านนอก แค่เห็นพี่ชีวอนแบบนี้เขาก็รู้สึกใจสั่นขึ้นมาแล้ว



"ขอโทษครับ" คยูฮยอนส่งเสียงออกไปทำให้อีกฝ่ายหันกลับมามอง เมื่อเห็นหน้าเขาพี่ชีวอนก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจแต่แค่แป๊บเดียวริมฝีปากหยักก็แย้มรอยยิ้มออกมา พี่ชีวอนยืดแขนบิดขี้เกียจก่อนจะเดินมาหาเขาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู คยูฮยอนอดไม่ได้ที่จะจ้องปากหยักที่กำลังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มของฝ่ายนั้น ปากหยักของพี่ชีวอนที่กำลังจะจูบเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า



"ไม่เจอกันนานเลยนะ พี่กะว่าเสร็จจากนี่แล้วจะไปซื้อไอติมที่ซุ้มห้องนายอยู่พอดี" พี่ชีวอนบอกอย่างอารมณ์ดีเมื่อเดินมาถึงตัวเขา ยิ่งพี่ชีวอนเข้ามาใกล้คยูฮยอนก็ยิ่งจดจ่ออยู่กับปากของฝ่ายนั้น หน้าของเขาค่อยๆ ร้อนขึ้นจนคงจะแดงแจ๋ คยูฮยอน​รีบก้มหน้าเมื่อพี่ชีวอนเดินเข้ามาใกล้



"สุดท้ายนายก็มาให้พี่สอนจนได้สินะ"



คยูฮยอน​เหลือบตา​ขึ้น​มองหน้าพี่ชีวอน เขา... ไม่เข้าใจว่าพี่ชีวอนหมายถึงอะไร



"สอน... อะไรเหรอครับ?" คยูฮยอน​ถามกลับงงๆ แต่รอยยิ้มมุมปากของพี่ชีวอนไม่ได้คลายความสงสัยของเขาเลย มีแต่จะเพิ่มความกังวลให้กับเขา



"ไหนบอกให้ชื่นใจหน่อยซิว่าหนึ่งปีที่ผ่านมานายยังเวอร์จิ้น พี่จะเป็นคนแรกที่ได้สอนจูบให้นาย" 



คำพูดของพี่ชีวอนทำให้คยูฮยอนต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ คยูฮยอน​อยากจะเถียงแต่ก็พูดอะไรไม่ออกเพราะมันคือความจริง และการอ้าปากพะงาบๆ ของเขามันคงตลกมากพี่ชีวอนถึงได้หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ



ให้ตายเถอะ!! นี่บนหน้าผากเขามีคำว่าเวอร์จิ้นแปะอยู่รึไงพี่ชีวอนถึงได้พูดอย่างมั่นใจขนาดนั้นน่ะ?!



"พี่คิดค่าสอนเท่าไหร่ครับ?" คยูฮยอน​กลั้นใจ​ถามออกไป พี่ชีวอนไม่ได้ตอบเขาเป็นคำพูด รายนั้นจับข้อมือเขา จูงให้เดินไปหน้ากระดาน คยูฮยอน​มองกระดาน บนนั้นมีลายมือน่ารักๆ ซึ่งน่าจะเป็นลายมือของพี่ผู้หญิงเขียนราคาจูบเอาไว้



จูบหน้าผาก = 10,000 วอน
จูบแก้ม = 20,000 วอน
จูบปาก = 50,000 วอน
ทิปได้ไม่อั้น!!~~



"นายมีงบเท่าไหร่ล่ะ?"



คำถามของพี่ชีวอนทำให้คยูฮยอนหยิบธนบัตรห้าหมื่นวอนจำนวนสองใบออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฝ่ายนั้น



"แสนวอนก็จูบหน้าผากสิบที จูบแก้มห้าที หรือไม่ก็จูบปากสองที หรือนายอยากจะซื้อรวมๆ กันก็ได้นะ" พี่ชีวอนตอบพลางยกแขนขึ้นกอดอกขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด คยูฮยอน​เองก็เม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิดเหมือนกัน



อืม... เอายังไงดี ถ้าจูบแค่หน้าผากสิบทีก็คงจะเยอะไป จูบแก้มงั้นเหรอ? ไม่เห็นจะคุ้มเลย แต่ถ้าจะจูบปากก็จูบได้แค่สองครั้ง ถ้าเอามารวมกันอย่างละครั้งสองครั้งก็จะได้...



"จูบที่หน้าผากหนึ่งครั้ง จูบแก้มข้างละครั้ง แล้วก็จูบปาก" คยูฮยอน​เผลอพูดสิ่งที่คิดออกไป เมื่อรู้ตัวก็รีบยกมือขึ้นปิดปาก คยูฮยอน​หันไปมองหน้าพี่ชีวอนตื่นๆ พี่ชีวอนยิ้มให้เขาก่อนจะลุกเดินเข้ามามกล้ คยูฮยอน​ถอยไปด้านหลังโดยอัตโนมัติแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระดานดำ พี่ชีวอนโน้มตัวเข้ามาจนชิด มือใหญ่ดึงแว่นของเขาออก



"พี่ชีวอน ผม-ผมมองไม่เห็น" คยูฮยอน​บอกเสียงเบา หลับตาลงเพราะไม่กล้ามองหน้าพี่ชีวอนใกล้ๆ



"พี่อยู่ใกล้แค่นี้ นายไม่ต้องใส่แว่นหรอก ลืมตาสิ"



คยูฮยอน​ไม่รู้ว่าคำว่า 'ใกล้แค่นี้'​ ของพี่ชีวอนคือใกล้แค่ไหน แต่เขารู้สึกได้ถึงปลายจมูกของฝ่ายนั้นที่เฉียดปลายจมูกของเขาไป มันคงจะใกล้มากๆ บางทีอาจจะใกล้เกินไปด้วยซ้ำ ผิมสัมผัสนุ่มๆ ที่เปลือกตาซ้ายทำให้คยูฮยอนค่อยๆ ลืมตา อืม... เขาเห็นหน้าพี่ชีวอนชัดมากเลย



ว่าแต่... เมื่อ-เมื่อกี้พี่ชีวอนจูบเปลือกตาเขาเหรอ? แต่เขาไม่ได้ซื้อนะ ทำไม? 



"พี่แถมให้" พี่ชีวอนตอบคลายข้อสงสัยให้เขา รอยยิ้มของฝ่ายนั้นทำเอาเขาตาพร่าไปหมด



"สรุปว่าหนึ่งแสนของนายคือจูบหน้าผากหนึ่งครั้ง จูบแก้มข้างละหนึ่งครั้ง แล้วก็จูบที่ปากหนึ่งครั้งใช่มั้ย?" พี่ชีวอนถามย้ำดึงมือของเขาที่ยังปิดปากค้างอยู่ลง คยูฮยอน​สบตาพี่ชีวอนจากนั้นก็พยักหน้าหนึ่งครั้ง พี่ชีวอนยิ่งยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มตรงแก้ม มือใหญ่ปัดผมที่หน้าผากของเขาขึ้น สบตากันอีกครั้งรายนั้นก็โน้มใบหน้าลงมา



"ตามบัญชาครับ"



ริมฝีปากเย็นๆ ตัดกับลมหายใจอุ่นๆ คยูฮยอน​หลับตาลงซึมซับสัมผัสนั้น ไม่นานพี่ชีวอนก็ผละออก คยูฮยอน​กระพริบตาปริบ เขาสะดุ้งเมื่อพี่ชีวอนจับปลายคางบังคับให้เขาแหงนหน้าขึ้น เราสบตากันอีกครั้งแล้วจมูกโด่งกับริมฝีปากหยักก็กดจูบลงมาตรงแก้มซ้ายของเขา ค้างไว้... ก่อนจะย้ายไปหาแก้มขวา



คยูฮยอน​ขาอ่อน ทั้งตัวเกือบตะทรุดลงไปกับพื้นโชคดีที่พี่ชีวอนคว้าตัวเขาไว้ทัน รายนั้นยิ่งเบียดตัวเองเข้ามาโอบประคองเขาไว้ในวงแขน แต่ยิ่งอยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายนั้นคยูฮยอนก็ยิ่งรู้สึกหวิว หัวสมองของเขามึนเบลอ หัวใจเต้นถี่ระรัวแทบไม่เป็นจังหวะ เขาไม่ไหว เขาจูบกับพี่ชีวอนไม่ได้ เขาต้องตายแน่



"ผมไม่-"



คยูฮยอน​หลับตาปี๋เมื่อพี่ชีวอนจูบเขาที่ปาก แต่ยิ่งหลับตาก็ยิ่งรู้สึกถึงสัมผัสวาบหวามที่ริมฝีปากได้ชัดเจนขึ้น คยูฮยอนคว้าแขนเสื้อของพี่ชีวอนดึงไว้แน่น เมื่อกี้เขาตั้งใจจะบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่จูบแล้ว แต่พี่ชีวอนไม่ให้โอกาสเขาได้เปลี่ยนใจเลย รายนั้นประกบริมฝีปากลงมารวดเร็ว มันทั้งบดเบียดแนบแน่นแต่ก็แผ่วเผินผละห่าง



หัวใจคยูฮยอนยิ่งกระตุกเมื่อพี่ชีวอนขบริมฝีปากล่างเขาเบาๆ ก่อนจะแลบลิ้นแตะเลียราวกับปลอบ ความชื้นที่สัมผัสได้ผ่านริมฝีปากกำลังจะทำให้สติเขาดับวูบ



"อ้าปากสิ"



คำพูด​ของพี่ชีวอนทำให้คยูฮยอนรู้สึกตัว เขาลืมตาช้าๆ อ้าปากเหรอ? อ้าปากทำไม? 



"อะไร-อื้อ!!"



คำตอบของคำถามที่ว่า 'อ้าปากทำไม?' คือลิ้นชื้นของฝ่ายนั้นที่แทรกเข้ามาในปากเขารวดเร็ว คยูฮยอน​ขืนตัวพยายามหันหน้าหนีด้วยความตกใจแต่พี่ชีวอนยิ่งกดตัวลงมาเบียดเขาติดกระดานดำ มือใหญ่ล็อกปลายคางเขาไว้ไม่ให้ขยับหนี คยูฮยอน​รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นลมจริงๆ ก็คราวนี้ ในหัวเขายิ่งขาวโพลน ลมหายใจขาดห้วงเพราะเขาเผลอกลั้นหายใจและไม่สามารถระบายลมออกทางปากได้ หัวใจของเขายิ่งเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก



คยูฮยอน​หมดแรง เขาคลายแรงขืนต้านลง



เห็นดังนั้นพี่ชีวอนเองก็คลายแรงที่กดเขาไว้กับกระดานดำลงเหมือนกัน พี่ชีวอนค่อยๆ กวาดลิ้นไล่สำรวจโพรงปากเขาทีละน้อย รายนั้นแตะลิ้นเกี่ยวลิ้นของเขาแผ่วเบา เมื่อหยุดฝืนคยูฮยอนก็รู้สึกว่ามันอ่อนโยน แม้แต่จูบพี่ชีวอนก็ยังใจดี



คยูฮยอน​ฝืนแตะลิ้นกลับอย่างเก้ๆ กังๆ เขาจูบแบบนี้ไม่เป็นจึงไม่รู้ว่าทำแบบไหนพี่ชีวอนพอถึงจะพอใจ แต่พอพี่ชีวอนเห็นว่าเขาตอบสนองรายนั้นก็ยิ่งบดจูบลึกขึ้น คยูฮยอน​ส่งเสียงครึมครางในลำคอ เขารู้สึกดี ดีมากๆ เลย



เราจูบกันอยู่อย่างนั้น​ นานเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ คยูฮยอน​ไม่รู้ว่าตัวเองโอบกอดรอบคออีกฝ่ายเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหน เขาคิดว่ามันคงเป็นทางเลือกเดียวที่ช่วยไม่ให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น เขาเผลอจิกเล็บกับต้นคอของพี่ชีวอนในตอนที่อากาศใกล้จะหมด ลมหายใจของเขาหอบสั่น พี่ชีวอนคงรู้ว่าถ้าจูบเขาต่อเขาตายแน่รายนั้นถึงได้ยอมผละริมฝีปากออก



"จูบของนาย รสช็อกโกแลต" พี่ชีวอนบอกยิ้มๆ ปลายนิ้วโป้งแตะลูบริมฝีปากของเขาที่ตึงขึ้นจนรู้สึกได้



รสช็อกโกแลต... ใช่สิ ก็เขาเพิ่งจะกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตมา



คยูฮยอน​รู้สึกเห่อร้อนไปทั้งหน้า พี่ชีวอนจูบซับน้ำตาให้เขา นี่ก็คงจะเป็นของแถมอีกเหมือนกัน คยูฮยอน​ยกสองมือขึ้นปิดปาก เมื่อสติกลับมาครบถ้วนและรู้ว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไปบ้างสองขาก็เริ่มก้าวหนีออกจากตรงนั้นแต่เพราะไม่ได้ใส่แว่นคยูฮยอนจึงสะดุดขาโต๊ะซักตัวแล้วล้มโครมลงไปกองกับพื้น เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าขวาทำให้ลุกไม่ไหว นี่เขาข้อเท้าแพลงอีกแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งมาแพลงตอนนี้ได้มั้ย? 



"เจ็บขาเหรอ?" พี่ชีวอนนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเขา สีหน้าฉายชัดว่าเป็นห่วง มือยื่นมาคว้าข้อเท้าเขาไว้ คยูฮยอนเบ้หน้าเพราะความเจ็บ



"มา เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาล" พี่ชีวอนบอกพลางประคองเขาให้ลุกขึ้นยืนก่อนที่ตัวเองจะย่อตัวลงให้คยูฮยอนปีนขึ้นไปอยู่บนหลัง



เหมือนปีที่แล้วไม่มีผิดเลย...



"ผมไปเองก็ได้ครับ พี่ต้องขายจูบต่อไม่ใช่เหรอครับ?" คยูฮยอน​บอกอย่างเกรงใจ หวังว่าน้ำเสียงของเขาจะไม่แสดงความน้อยใจออกไปด้วยะ



"อย่าดื้อหน่า จะปีนขี่หลังพี่ดีๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป? " พี่ชีวอนหันมาดุเขาและคยูฮยอนก็ได้แต่ก้มหน้าลง



"ผมขี่หลังพี่ก็ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ" คยูฮยอน​บอกเสียงอ่อย เขาเห็นพี่ชีวอนยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะหันหลังกลับไปย่อตัวให้เขาขึ้นไปอยู่บนหลัง เมื่อออกมานอกห้องพี่ชีวอนก็ตะโกนบอกพี่ผู้หญิงที่ทำหน้าที่จัดคิวว่าจะพาเขาไปห้องพยาบาล ให้ปิดห้องขายจูบพี่ชีวอนไปก่อน ตอนนี้เขารู้สึกเกรงใจพี่ชีวอนจริงๆ แล้วเขาก็สงสารคนอื่นๆ ที่ต่อคิวรอจะซื้อจูบจากพี่ชีวอนต่อจากเขาด้วย



"ถ้าในงานโรงเรียนปีหน้านายขาแพลง ใครจะเป็นคนพานายไปห้องพยาบาลกันนะ?"










วันรุ่งขึ้น... คยูฮยอน​เปิดประตูเข้าห้องเรียนมาด้วยสภาพซังกะตายเล็กน้อย เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเลยเพราะมัวแต่คิดถีงจูบกับพี่ชีวอน ไม่อยากจะบอกเลยว่าพอไปถึงห้องพยาบาลแล้วพี่ชีวอนก็จูบเขาอีก จูบแบบใช้ลิ้นที่เขาจูบไม่เป็นนั่นแหละ เขาบอกรายนั้นแล้วว่าไม่มีเงินจะจ่ายแต่พี่ชีวอนก็ยังจูบเขา



เขารู้ว่าพี่ชีวอนเป็นเพลย์บอยแต่ช่วยอย่าล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาได้มั้ย? เขาชอบพี่ชีวอนจริงๆ นะ นี่มันบ้าชะมัดเลย!! 



"โจคยูฮยอน นายใช่มั้ยที่ไม่สบายจนพี่ชีวอนต้องพาไปส่งถึงห้องพยาบาลแล้วไม่ได้กลับมาขายจูบอีกน่ะ?" เพื่อนผู้หญิงในห้องคนหนึ่งเดินมาตบโต๊ะเขาแล้วพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์



"อะไรนะ?! โจคยูฮยอน​ก็ไปซุ้มขายจูบมาเหมือนกันเหรอ โหหห ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย" เพื่อนผู้ชายอีกคนนึงในห้องตะโกนมาจากด้านหลัง



"เมื่อ​วานฉันสะดุดโต๊ะล้มขาแพลง พี่ชีวอนก็เลยช่วยพาไปที่ห้องพยาบาลเฉยๆ ฉันไม่รู้ว่าเขาไม่ได้กลับขึ้นไปขายจูบต่อ" คยูฮยอน​โกหกหน้าตาย พี่ชีวอนอยู่กับเขาที่ห้องพยาบาลจนหมดเวลาขายจูบนั่นแหละ



"โชคดีนะเนี่ยที่ฉันไปต่อคิวเป็นคนแรกๆ ไม่งั้นเสียดายแย่ ปากพี่ชีวอนน่ะนิ้มนิ่ม" กวังฮีเดินมาร่วมวงสนทนา รายนั้นหย่อนก้นลงนั่งบนโต๊ะเขา



"มึงซื้อไปกี่จูบวะกวังฮี?" ผู้ชายซักคนถาม



"สี่!!"



คยูฮยอน​เหลือบมองหน้ากวังฮีรายงั้นดูภูมิใจมากที่ได้จูบกับพี่ชีวอนถึงสี่ครั้ง พอเขานึกภาพพี่ชีวอนจูบกวังฮีแล้วในใจเขาเจ็บแปล๊บๆ ขึ้นมา บางทีที่ล้มเมื่อวานใจเขาอาจจะแพลงด้วยก็ได้



"ไม่ต้องมาอวดหรอกย่ะ ได้ข่าวว่าพี่ชีวอนให้แค่จุ๊บปากเองไม่ใช่รึไง สี่ครั้งนี่ครั้งละวินาทีมั้ย? ฉันสิได้จูบกับพี่ยูชอนเต็มๆ รอยกัดพี่เขายังอยู่เลยเนี่ย" อึนจองเดินมาอวดบ้าง รอยแดงๆ ตรงปากเธอทำให้เพื่อนๆ ในห้องส่งเสียงอู้อ้ากันเป็นแถวๆ แต่คยูฮยอนไม่ได้สนใจเรื่องที่อึนจองจูบกับพี่ยูชอน เขาสนใจเรื่องที่พี่ชีวอนให้แค่จุ๊บปากต่างหากล่ะ



"ที่บอกว่าพี่ชีวอนให้แค่จุ๊บปากหมายความว่ายังไงเหรอ?" คยูฮยอน​สะกิดถามอึนจองเสียงเบา



"ก็จุ๊บปากธรรมดา แบบประกบปาก แค่เนี้ย" อึนจองบอกพลางเอามือประกบกันให้เขาดู คยูฮยอนยิ่งขมวดคิ้ว แล้วทำไมกับเขาพี่ชีวอนถึงได้จูบแบบนั้นล่ะ



"นอกจากพี่ชีวอนก็พี่โซจินอีกคน โคตรเสียใจเลย" เพื่อนผู้ชายอีกคนนึงบ่นแต่คยูฮยอนไม่รับรู้อะไรแล้ว สมองเขาเหมือนถูกปิดกั้น ทำไมพี่ชีวอนถึงไม่จุ๊บเขาเหมือนที่จุ๊บกวังฮี พี่ชีวอนจุ๊บทุกคนยกเว้นเขาเหรอ? ทำไมล่ะทำไม? หรือว่าพี่ชีวอนเลือกจูบแบบนั้นกับแค่บางคน? นอกจากเขาแล้วพี่ชีวอนจูบแบบใช้ลิ้นกับใครอีกรึเปล่า? 



คยูฮยอน​ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เขาไม่อยากคิดแล้ว ปวดหัว



อยู่​ๆ​ เขาก็รู้สึกว่าทั้งห้องเงียบลงอย่างน่าประหลาด ทั้งที่​เมื่อกี้ยังมีเสียงพูดคุยเซ็งแซ่แต่ตอนนี้กงับเงียบกริบ คยูฮยอน​เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะแล้วก็ต้องตกใจจนแทบจะหงายหลังเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะเขาคือพี่ชีวอน



พี่ชีวอนยิ้มแล้ววางธนบัตรห้าหมื่นวอนหนึ่งใบลงกับโต๊ะเขา



"ค่าจูบเมื่อวาน แล้วก็..."



ธนบัตรห้าหมื่นวอนอีกหนึ่งใบ



"ค่าจูบวันนี้"



พี่ชีวอนโน้มตัวลงมาจูบปากเขาเร็วๆ แล้วผละออก พี่ชีวอนยิ้มให้เขาอีกทีแล้วก็เดินออกจากห้องไป เมื่อประตูปิดลงเสียงกรี๊ดกับเสียงโห่ร้องก็ดังระงม แต่คยูฮยอนไม่ได้ยินอะไรแล้ว ไม่รับรู้อะไรแล้ว วิญญาณ​ของเขาได้หลุดออกจากร่างไปกระโดดโลดเต้นเพลง Icecream ​Cake อยู่บนดาวอังคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



มาซื้อจูบจากเขาแบบนี้พี่ชีวอนก็ชอบเขาเหมือนกันใช่มั้ย?









End









Talk*~

สวัสดีค่ะ^^
Mr. Chu เป็น One Shot ที่แต่งขึ้นมาจากความอยากของเราเองล้วนๆ ค่ะ
อยู่ๆ ก็อยากแต่งฟิคเกี่ยวกับซุ้มขายจูบขึ้นมา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
จริงๆ เรื่องมันยาวกว่านี้อีก แต่ตัดๆ ออกไปไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ใช่แค่ One Shot
แต่อาจจะมีพาร์ทของพี่วอนตามมานะคะ 
พาร์ทนั้นจะเล่าว่าพี่วอนแอบชอบน้องคยูฮยอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่อะไรงี้
แต่อาจจะไม่มีก็ได้นะคะถ้าไม่มีปัญญาแต่ง 555+
หวังว่าทุกคนจะชอบความน่ารักสดใสของฟิคเรื่องนี้นะคะ
คั่นจังหวะดราม่าของฟิคหลัก 555+

จนกว่าจะได้เจอกันอีก

160907
ปปฮม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #50 kyu_oppa (@curtear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:30
    อ่านแ้วจิกหมอนกัดปาก!!!
    อยากอ่าน part ของพี่ซีวอนบ้างงงงงงง
    >////<
    #50
    0
  2. #20 Pbpabe04 (@PabePabo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 11:26
    อมกกกกกก รุ่นพี่ทำใจสั่นเลยค่ะ น้องก็เก่งนะที่ยอมเอาค่าบัตรคอนไปแลกจุ๊บพี่55555555 นะ แต่ก็ได้คืน อรั่ย~
    รอภาคต่อนะค้าาาา อยากรู้ว่าพี่ได้อ่านจม.น้องมั้ย><
    #20
    0
  3. #19 whalenoi (@whalenoi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 09:35
    น่าร้ากกก เรารออ่านอีกพาร์ทเลยนะ เขียนเถอะนะคะไรเตอร์
    #19
    0
  4. #18 himsentiny (@iloveboyband) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 00:41
    ฮืออออออออออ น่ารักจังเลยยยยยยยย เขินแทนน้องคยู แต่งพาร์ทพี่วอนให้อ่านหน่อยน้าาาาา
    #18
    0
  5. #17 Kung-passa (@Kung-passa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 21:15
    น่ารักกับone short. กลับมาต่อพาร์ทพี่วอนเลยคะชอบๆอ่านแล้วเขิลแทน55
    #17
    0
  6. #16 Jaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 16:33
    อร๊ายยยยย น่ารัก เขินแรง

    ไม่อยากให้เป็นแค่ One shot อยากให้มีต่ออะค่ะ มาต่อๆนะไรท์เตอร์ สู้สู้ &#9996;&#9996;
    #16
    0
  7. #15 Vinuch Sarun (@vinuch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 10:54
    มีความอ่านไปยิ้มไป เขิลไป บิดตัวยังกะสาวน้อย 13 
    เมื่อคืนอ่านไปสองรอบ อ่านแล้วก็อินตามว่าตัวเองเป็นน้องคูยอนของพีวอน
    ก็พยายามนึกหน้าพี่วอนเป็นเด็กปีสามนะ แต่หน้าเข้มๆ ของคุณตำรวจลอยมาแทนที่ตลอดเลย 5555555555555555
    ส่วนอิน้องคูยอนก็ฮาดีอะ ดูเป็นเด็กเนิร์ดแว่นประจำห้อง 
    ไม่ร้เรื่องรู้ราวไรกะเค้า ขนาดไม่รุ้จักอิพี่มาก่อนเนี้ย
    แต่สุดท้ายนางคว้าไข่แดงประจำโรงเรียนไปรับประทานคร้าา
    อยากอ่านต่ออะน้องปี สงสัยว่าอิพี่วอนไปชอบน้องตอนไหน
    และถ้าชอบน้องทำไมปล่อยให้น้องเวอร์จิ้นรอเป็นปี

    #15
    0
  8. #14 aoyjona (@aoyjana) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 10:24
    โงร้ยยยยยยยยยยยยย น่ารัก ตกลงนี่พี่วอนชอบน้องๆๆๆป่าววววฃ

    คาใจจจจจ ต้องมีพาร์ทพี่วอนมาเฉลยนะ ไม่งั้น อินี่งง เพราะ

    ซื่อบื้อคิดไม่ทันเหมือนน้องคยู ต้องมาเฉลยยยย งื้อออ >..<
    #14
    0
  9. #13 WK1110 (@wanna1110) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 07:57
    อ่านไปเขินไป.....น่ารักมากกกกกกกค่ะ 
    #13
    0
  10. #12 Fewelon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 06:04
    เขินแทยคยูมากกกกกกกกกกก ถ้าพี่ซีวอนจะจูบแบบวีไอพีขนาดนี้นะ ไปต่อที่ห้องพยาบาลอีก น่ารักมากกก อยากให้มีต่อนะคะ รู้สึกยังไม่สุดอ่ะ อยากอ่านต่ออออออ
    #12
    0
  11. #11 เหมียวคยู (@oilykyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 00:47
    ./////////. โอ้ย เขินนนนนนนน

    น่ารักจังเลยยยยยย คยูก็ซื่อมากเลยยยย โดนเค้าจูบแบบพิเศษใส่ไข่ด้วย แถมอีกวันพี่วอนยังตามมาซื้อเพิ่มอีก เขินนนน

    ชอบอ่ะ ถ้าจะทำแบบนี้พี่วอนหมดตัวมั้ย มาซื้อจูบน้องทุกวันเลยดีมะ .//////. เขินมากเลยยยย
    #11
    0