[WonKyu] One Sh♥t

ตอนที่ 1 : Cop's Kid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มี.ค. 59


Choi Siwon




Cho Kyuhyun



Feat.
Lee Donghae



.

.

.

"โจคยูฮยอนอีกแล้วเหรอ?" ชีวอนเอ่ยถามทงเฮเพื่อนสนิทที่ยื่นแฟ้มอะไรซักอย่างมาให้ในขณะที่สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังคุ้นตาของเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของตัวเขาเอง

"อือ" ทงเฮรับคำในลำคอพลางพยักเพยิดแฟ้มในมือให้ชีวอนรับไปถือไว้

"แล้วทำไมไม่ดูเอง? เอามาให้ทำไม?" ชีวอนถามติดจะอารมณ์เสียเล็กน้อยที่ถูกเพื่อนโยนงานมาให้ถึงกระนั้นก็รับแฟ้มมาถือไว้ มืออีกข้างยกแก้วกาแฟจากร้านกาแฟชื่อดังขึ้นจิบไปด้วย

"เดี๋ยวนี้พูดจาไม่มีหางเสียงเหรอฮะ? ตอนนี้กูเป็นรุ่นพี่มึงนะครับคุณรุ่นน้องชเวชีวอน อีกอย่าง... น้องคยูฮยอนเขาไม่อยากคุยกับกูนี่ เขาอยากคุยกับมึง เขาบอกว่ามึงใจดีกว่ากู มึงอ่ะไปรับหน้าน้องเขาเลย" ทงเฮพูดเพียงเท่านั้นแล้วก็หมุนเก้าอี้หันไปพิมพ์อะไรในโทรศัพท์มือถือยิกๆ  เป็นอันจบบทสนทนาระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อายุเท่ากันเพียงแต่คนนึงดันเข้ากรมมาก่อนก็เท่านั้น

ชีวอนเหลือบตามองแฟ้มในมือตัวเองแล้วลอบถอนหายใจก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานที่มีเด็กตัวปัญหานั่งอยู่

เมื่อเห็นว่าเป็นชีวอนที่เดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคยูฮยอนก็รีบเก็บโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่ใส่กระเป๋าแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มโชว์ฟันจนแทบจะครบทุกซี่

เฮ้อ...

"ไม่ต้องมายิ้มเลย นี่รอบที่เท่าไหร่แล้วที่ต้องมานั่งตรงนี้?" ชีวอนถามเสียงดุก่อนจะก้มหน้าลงไล่สายตาอ่านวีรกรรมของคยูฮยอนที่ปรากฎอยู่บนหน้ากระดาษ

ขับรถเร็วอีกแล้วสิ...

"นี่เพิ่งจะรอบที่สี่เองนะครับคุณตำรวจก็พูดเว่อ ผมไม่ได้มาที่นี่บ่อยขนาดนั้นซักหน่อย" คยูฮยอนว่าติดตลกแล้วก็ต้องหุบยิ้มฉับเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหรี่ตามองมา เด็กอายุสิบเจ็ดยกแขนขึ้นกอดอกแล้วทิ้งตัวพิงผนักเก้าอี้อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์

"ก็ผมรีบนี่ ถ้าขับรถช้าแล้วไปโรงเรียนสายโดนตัดสิทธิ์สอบคุณตำรวจจะรับผิดชอบอนาคตผมไหวมั้ยล่ะ?"

"แล้วเข้าโรงพักบ่อยๆ มีประวัติติดตัวแบบนี้มันดีต่ออนาคตของนายมากใช่มั้ย?"

"ชีวอนฮยอง!!"

คยูฮยอน​เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังเมื่อถูกย้อนประโยคของตนกลับมาทันควัน เมื่อเถียงไม่ได้คยูฮยอนก็เลือกที่จะเงียบ แต่นัยน์ตาก็ยังฉายแววดื้อดึง

"ครั้งนี้นายต้องเสียค่าปรับ 15,000 วอน" ชีวอนเปรยเรียบๆ  ทำให้คยูฮยอนจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ 

"แล้วฮยองก็ต้องแจ้งผู้ปกครองนายด้วย" ชีวอนบอกต่อทำให้คยูฮยอนกลอกตาแล้วยิ่งทำหน้าบึ้ง

"วันนี้นายกลับบ้านได้แล้ว ห้ามเถลไถลล่ะเข้าใจมั้ย? " ชีวอนบอกอดจะเอื้อมมือไปยีผมเด็กที่นั่งฝั่งตรงข้ามไม่ได้ คยูฮยอนตวัดตามองชีวอนก่อนจะเบี่ยงหัวหลบ คล้ายจะรำคาญ เสร็จแล้วก็​พยักหน้า​เร็วๆ อย่างขอไปทีพลางลุกขึ้นยืนแล้วสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นบ่า​

"หวังว่าจะไม่ต้องเจอนายที่นี่อีกนะโจคยูฮยอน" ชีวอนกล่าวทิ้งท้ายแล้วก็ได้เด็กม.ปลายหันกลับมากลอกตาใส่อีกรอบ ชีวอนส่ายหน้าให้กับคนที่สะบัดตัวเดินหนีออกไปด้านนอก สายตาเปลี่ยนมาจับจ้องอยู่ที่แฟ้มประวัติในมือแทน

ชีวอนรู้จักคยูฮยอนมาก่อน บ้านของเรา... เคยอยู่ใกล้ๆ กัน คยูฮยอน​เป็นลูกคนเล็กของตระกูลผู้ดีในย่านนี้ เมื่อก่อนทั้งพ่อและแม่ของคยูฮยอนต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ พี่สาวที่จำได้ว่าชื่ออาราก็เรียนโรงเรียนประจำสตรีทำให้ไม่ค่อยได้กลับบ้าน คยูฮยอน​เลยชอบมาเกาะติดอยู่กับชีวอนที่อายุมากกว่าสามปี มาชวนเล่นเกม มาขอให้พาไปเที่ยวสวนสนุก บางวันก็ไปโรงเรียนด้วยกัน กลับจากโรงเรียนด้วยกัน คยูฮยอนไม่ใช่เด็กเรียบร้อย แต่เด็กตัวผอมก็ตั้งใจเรียน ไม่เคยทำตัวมีปัญหา และชีวอนก็เอ็นดูคยูฮยอนอยู่มากทีเดียว

ผิดกับตอนนี้... 

อาจจะเป็นเพราะวันนั้นเมื่อเกือบๆ ห้าปีที่แล้ว วันที่ชีวอนพาคยูฮยอนที่อายุแค่สิบสองปีไปกินข้าวด้วยกัน ทันทีที่ชีวอนเอ่ยปากบอกว่าตัวเองต้องย้ายไปเรียนต่อที่จีน คยูฮยอนก็ปล่อยช้อนที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปาก ความเงียบเข้าจู่โจมเราทั้งสองอยู่ซักพัก จนคยูฮยอนตัดสินใจลุกเดินหนีออกไปจากร้านทันที เราทะเลาะกันและคยูฮยอนก็เกือบจะถูกรถชน เมื่อได้เด็กตัวเล็กกว่ามาไว้ในอ้อมแขนชีวอนก็รู้สึกไม่อยากปล่อยให้คยูฮยอนต้องเหงาอยู่คนเดียว แต่เด็กอายุแค่สิบห้าจะทำอะไรได้ล่ะ? ที่บ้านบอกให้ไปก็ต้องไป และเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ไม่ใช่ว่าชีวอนไม่พยายามแต่คยูฮยอนคงโกรธกันจนไม่คิดจะกลับมาคุยกันอีก

และเรื่องราวเด็กน้อยโจคยูฮยอนก็กลายเป็นเพียงความทรงจำในวัยเด็กของชเวชีวอน

ชีวอนไปอยู่ที่จีนเกือบสี่ปี กลับมาก็คิดว่าจะเข้ากรมอะไรให้เรียบร้อยก่อนเรียนต่อ โชคดีที่สอบเป็นตำรวจผ่านจึงไม่ต้องไปไกลบ้านมากนัก ชีวอนใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติ จนกระทั่งเมื่อสี่เดือนก่อนที่ชีวอนได้เจอกับคยูฮยอนอีกครั้งเพราะคยูฮยอนถูกใบสั่งเรียกมาโรงพักเรื่องขับรถเร็ว และตั้งแต่วันนั้น นี่ก็เป็นครั้งที่สี่แล้วที่ชีวอนเจอคยูฮยอนที่โรงพัก

คยูฮยอนยังไม่เรียบร้อยเหมือนเดิม แต่ก็​โตขึ้นมาก  ตัวสูงจนเกือบจะเท่าเขาแล้ว หน้าขาวๆ ดูดีแบบเด็กเกาหลี

ชีวอนคิดว่าบางทีเราอาจจะกลับไปคุยเล่นกันเหมือนเมื่อก่อนได้และชีวอนจะได้น้องชายเพิ่มขึ้นมาอีกคน

แต่บางทีคงมีแค่ชีวอนที่อยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม คยูฮยอน​ถือตัวและเว้นระยะห่าง แถมยังกวนประสาทกันบ่อยๆ จนบางครั้งชีวอนเองก็อ่อนใจ จะมีที่ติดใจอยู่เรื่องก็คือเวลามาโรงพักทีไรคยูฮยอน​ไม่ยอมคุยกับคนอื่นเลย  ชีวอนเคยถามว่าทำไมถึงไม่ยอมคุยกับทงเฮ คยูฮยอน​ตอบว่า "เพราะทงเฮฮยองกวนตีน" และชีวอนก็หมดคำจะพูด สุดท้ายก็ต้องมารับหน้าเด็กกวนทุกที

เอาเถอะ บอกไปขนาดนี้แล้วคยูฮยอนคงไม่ขับรถเร็วจนโดนเรียกมาโรงพักอีกแน่

.

.

.

คยูฮยอนกระชาก​เปิดประตูรถสีดำคันหรูของตัวเอง แล้วกระแทกตัวลงนั่งกับเบาะหนังสีครีม รู้สึกแย่มากที่ชีวอนฮยองบอกว่าไม่อยากเจอกันอีก ก็ถ้าชีวอนฮยองจะช่างสังเกตกว่านี้ซักนิดและหัดเข้าใจอะไรบ้างคยูฮยอนก็คงไม่ต้องเหยียบคันเร่งผ่านตัวเซ็นเซอร์ให้โดนจับหรอก มือบิดกุญแจสตาร์ทรถแล้วขับออกไปที่ถนนใหญ่

ต่อหน้าก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำตัวดีๆ แต่ฮยองเล่นตั้งแง่ใส่กันแต่แรกว่าคยูฮยอนเป็นเด็กมีปัญหาแล้วจะให้คยูฮยอนทำยังไง? ทิ้งกันไปห้าปี กลับมาก็ไม่คิดจะบอกกล่าวกันบ้าง สำหรับฮยองคยูฮยอนก็เป็นแค่เด็กคนนึงที่ฮยองเคยเล่นด้วยแค่นั้นใช่มั้ยล่ะ? คิดแล้วก็อารมณ์เสียชะมัด มือขาวตบพวงมาลัยเสียงดังแล้วก็ต้องเหยียบเบรกกระทันหันเมื่ออยู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซด์ที่ไหนก็ไม่รู้ขับผ่านหน้ามา และมันก็คงจะไม่เป็นไรเลยถ้ารถข้างหลังเหยียบเบรกตามทัน ไม่ใช่มาชนตูดรถคยูฮยอนจนหัวคยูฮยอนแทบจะคว่ำไปชนพวงมาลัยแบบนี้!! 


 

"นายอีกแล้วเหรอ?!" ชีวอนร้องเสียงดังเมื่อนั่งรถมายังที่เกิดเหตุแล้วเห็นคยูฮยอนกำลังนั่งเหยียดขาอยู่บนทางเท้า รถของเจ้าตัวถูกชนท้ายจนยุบไปเล็กน้อย 

"ฮยองไม่ต้องมองหน้าผมอย่างนั้นเลย ครั้งนี้ผมไม่ได้ขับรถเร็วแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของผมด้วย" คยูฮยอนถอดแว่นกันแดดออกก่อนจะตวัดสายตามองคุณตำรวจที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

"อ้าว!! น้องคยูฮยอน​อีกแล้วเหรอมึง? ท่าทางน้องเขาจะติดใจมึงมากนะเนี่ย ออกจากสถานีตำรวจยังไม่ถึงสิบห้านาที หาเรื่องกลับไปเจอมึงอีกละ" ทงเฮเอ่ยแซวแล้วก็ต้องหัวเราะลั่นเมื่อเห็นว่าเด็กตัวโตหน้าแดงก่ำเพราะคำพูดของตน เหมือนจะโกรธ แต่คงเขินมากกว่า

และก่อนที่ใครจะได้ว่าอะไรต่อ คยูฮยอน​ก็หันไปขวานหาโทรศัพท์ในเป้ของตัวเองออกมากดรับ

"อั้บป้า!! คยูรถชนเรียกประกันให้- คยูไม่ได้ขับรถเร็วซักหน่อย!! ก็มอไซด์ขับตัดหน้าคยูอ่ะ อยู่ตรงสี่แยกเลยสน.กังนัมมานิดนึง อะไรนะ?! อั้บป้ายึดรถคยูไม่ได้นะ!! แล้วคยูจะไปเรียนยังไง? อั้บป้า!!"

คยูฮยอน​จ้องโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่เพิ่งจะถูกกดตัดสายอย่างไม่อยากจะเชื่อ ปากอ้าค้างหลุดมาดขี้เก๊กของเด็กขี้กวนไปมากโข เมื่อเงยหน้ามาเจอชีวอนฮยองยืนยิ้มอยู่ในขณะที่ทงเฮฮยองหัวเราะก๊ากไปแล้วคยูฮยอนก็ขมวดคิ้วชักสีหน้าใส่

"ทงเฮฮยองหัวเราะอะไร?! ชีวอนฮยองด้วย!! ยิ้มทำไม?!"

"ก็ขำน้องคยูนั่นแหละครับ คุยโทรศัพท์กับอั้บป้าน่ารักเชียว" เป็นทงเฮฮยองที่ตอบคำถามคยูฮยอน คำพูดไม่เท่าไหร่แต่หน้าตานี่สิ กวนตีนคยูฮยอนโคตรๆ ถ้าไม่ติดว่าโทรศัพท์แพงคยูฮยอนเขวี้ยงใส่หน้าไปละ

"นั่นๆ แก้มแดงเชียว เขินเหรอครับน้องคยู? ไม่ต้องเขินหรอกครับ ปกติพี่ก็แทนตัวเองว่าด๊องกับออมม่าเหมือนกัน"

ด๊องบ้าอะไร?! ดองกี้น่ะสิ!! 

คยูฮยอนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ จะด่าก็ด่าไม่ถูก เมื่อถูกทักว่าแก้มแดงก็เริ่มรู้สึกร้อนที่หน้า ยิ่งเห็นสายตาล้อๆ ของทงเฮฮยองกับตาคมฉาบแววขบขันของชีวอนฮยองคยูฮยอนก็ยิ่งรู้สึกอาย

"ทงเฮฮยองมีสิทธิอะไรมาเรียกผมว่าคยู?​!" คยูฮยอนว่ายกแขนขึ้นกอดอก พยายามอย่างยิ่งที่จะทำหน้าตาท่าทางไม่พอใจแต่คนที่โดนว่าแค่โบกมือหยอยๆ เป็นเชิงว่าไม่ใส่ใจแล้วหันไปตบไหล่ชีวอนฮยองที่ยืนอยู่ข้างกันปุๆ

"ถ้างั้นกูฝากมึงดูแลน้องคยูด้วยก็แล้วกันนะครับน้องวอน  ฮ่าๆๆๆ"

อีทงเฮทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วก็เดินหนีไป คยูฮยอน​ผุดลุกขึ้นยืนชี้ตามหลังไอ้ตำรวจบ้าแล้วก็ได้แต่กระทืบเท้าเจ็บใจอยู่คนเดียวในขณะที่ชีวอนฮยองทำแค่ส่ายหน้าอย่างปลงๆ เท่านั้น

"แล้วจะทำยังไง?"

เป็นชีวอนที่เปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน เห็นคยูฮยอนหันมามองหน้าตนเองงงๆ ก็อดจะถอนหายใจไม่ได้

คยูฮยอน​จะทำให้เขาถอนหายใจบ่อยเกินไปแล้วนะ ชีวิตสั้นลงกี่ปีแล้วเนี่ย?​

เฮ้อ... 

"เรื่องรถชน... จะทำยังไง?" ชีวอนขยายความ แล้วก็ได้คยูฮยอนตอบกลับมาแทบจะทันที

"ก็ไม่ทำยังไง ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย มอเตอร์ไซด์ขับตัดหน้าผมก็ต้องเบรกสิ มันเป็นอุบัติเหตุเหอะ" คยูฮยอน​อธิบายเสียงดังฟังชัด มั่นใจมากว่าครั้งนี้ตัวเองไม่ผิด

"มอเตอร์ไซด์เขาขับตามสัญญาณจราจร นายขับรถฝ่าไฟแดงรู้ตัวมั้ยเนี่ย?​"

"ไม่จริงอ่ะ!!"

ชีวอนเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มรายงาน เห็นคยูฮยอนยืนเอียงคอทำหน้าเอ๋อใส่เสาไฟจราจรแล้วก็ต้องถอนหายใจอีกรอบ มือยกแฟ้มเคาะเบาๆ ที่หัวของคนอายุน้อยกว่าเรียกให้อีกคนหันกลับมาหา

"นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอ?​ ตอนนั้นคิดอะไรอยู่กัน?​"

ก็คิดเรื่องฮยองน่ะสิ!! คยูฮยอน​ตะโกนก้องในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป มือปัดแฟ้มออกจากหัวของตัวเองแล้วเดินหนีไปนั่งตรงทางเท้าเหมือนเดิม

ชีวอนเห็นดังนั้นก็รู้สึกอ่อนใจ ขายาวก้าวตามไปหาแต่ไม่ได้ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

คยูฮยอนรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศกดดันที่ชีวอนฮยองสร้างขึ้นจนไม่รู้จะทำยังไง ทำไมเวลาเจอกันถึงได้เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ ไม่ดุกันซักครั้งจะตายมั้ย?​

"แล้วฮยองจะเอายังไง?​ ฮยองเป็นตำรวจฮยองก็พูดมาเลย จะให้เสียค่าปรับ​ จะฟ้องอั้บป้า อะไรก็ตามใจ" พูดอย่างอารมณ์เสียเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เงียบ

"งั้นก็ไปทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ก็แล้วกัน"

"อะไรนะ?!"




คยูฮยอนนั่งรถประจำทางมาลงที่ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยสตรีแห่งหนึ่งในโซล มองแผนที่ที่เซฟมาจากในเว็บไซต์แล้วก็ถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าตัวเองจะต้องเดินขึ้นเนินไปอีกราวๆ ห้าถึงสิบนาทีเพื่อไปให้ถึงสถานสงเคราะห์เด็กที่จะต้องมาทำงานบำเพ็ญประโยชน์ในวันนี้

เพราะว่าขับรถเร็วหลายครั้ง แล้วครั้งล่าสุดที่เกิดเรื่องคยูฮยอนดันขับรถด้วยความประมาทเกือบจะฝ่าไฟแดงจนทำให้​ห้อ​ุบัติเหตุ คยูฮยอนเลยต้องมาทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์เป็นเวลา 50 ชั่วโมง ชีวอนฮยองก็เข้าใจเลือกสถานที่ คิดจะฝึกความอดทนกันรึไงกัน?​ ให้มาทำงานสถานสงเคราะห์เด็กเนี่ยนะ?! คยูฮยอนโคตรจะเกลียดเด็กเลย แค่คิดก็ปวดหัว

ทำไมคยูฮยอนจะต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย?​ ที่ลงทุนทำไปทั้งหมด... เพื่ออะไรกัน

ถอนหายใจทิ้งไปอีกรอบก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์สีขาว มือกระชับเป้สีดำบนบ่าแล้วเริ่มต้นออกเดิน

ก็เลือกที่จะทำแบบนี้เองนี่ จะโทษใครได้ล่ะ

โจคยูฮยอน!!​ไฟท์ติ้ง!!

ทันทีที่เปิดประตูรั้วก้าวเข้าไปในสถานสงเคราะห์เด็ก เด็กอายุราวสี่ห้าขวบเกือบยี่สิบคนก็วิ่งแห่กันเข้ามารุมทึ้งคยูฮยอน คยูฮยอนหน้าเหวอเมื่อเด็กเหล่านั้นเกาะขา ดึงมือ ถามชื่อ และอีกสารพัดที่ทำให้เส้นประสาทในหัวคยูฮยอนเต้นตุ๊บๆ  กว่าจะเดินฝ่าไปจนถึงส่วนของประชาสัมพันธ์เพื่อรายงานตัวได้ก็เล่นเอาหมดแรง

หลังจากรายงานตัวแล้วคุณป้าท่าทางใจดีคนหนึ่งก็เข้ามาอธิบายรายละเอียดของสถานสงเคราะห์แห่งนี้ให้คยูฮยอนฟังคร่าวๆ เด็กที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิต ญาติไม่สามารถเลี้ยงดูได้จึงพามาทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์แห่งนี้ ถึงภายนอกจะดูมีความสุขกันดีแต่ในใจแต่ละคนโหยหาความรักความเอาใจใส่ จนเหมือนกับเป็นปมด้อยทางจิตใจ เด็กๆ จะชอบเข้ามาอ้อน มาขอให้อุ้ม ขอให้เล่นด้วย ถ้าคยูฮยอนมาที่นี่บ่อยๆ เด็กๆ ก็จะติดคยูฮยอนมาก และคยูฮยอนอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย

คงไม่ใช่แค่เหนื่อยหน่อยหรอกครับคุณป้า ผมคงจะเหนื่อยมากเลยล่ะ...

เฮ้อ... 

งานแรกที่คุณป้าให้คยูฮยอนทำ... คือสอนเด็กๆ บวกลบเลข

คยูฮยอนจับเด็กห้าคนมานั่งขัดสมาธิล้อมโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ บนพื้น กางหนังสือบวกลบเลขสำหรับเด็กอนุบาลไว้บนโต๊ะ สอนไปได้ไม่เท่าไหร่เด็กๆ ก็เริ่มเบื่อแล้วลุกขึ้นวิ่งไปรอบๆ ห้องลำบากคยูฮยอนต้องไปตามจับมานั่งจุ้มปุ๊กทีละคน แล้วเด็กๆ คงคิดว่าคยูฮยอนเล่นด้วยล่ะมั้ง พอจับมานั่งได้อีกคนก็ลุกขึ้นวิ่งบ้างทำให้คยูฮยอนต้องไปตามจับมาอีก แล้วสุดท้ายไม่รู้ว่ากลายเป็นวิ่งไล่จับกันไปได้ยังไง คยูฮยอน​ไม่ได้สนุกด้วยหรอกนะ เหนื่อยจะตายที่ต้องวิ่งไล่เด็กอนุบาลไม่รู้จักโต เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับเสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังหนวกหู เหนื่อยจะวิ่งคยูฮยอนก็ทิ้งตัวลงนอนหงายกับพื้นเสียดื้อๆ มีเด็กวิ่งตามมาทับบ้าง นอนหนุนแขนบ้าง

เหนื่อยชิบหาย

"เด็กๆ จ้ะตั้งใจเรียนกันดีรึเปล่า?​"

น้ำเสียงใจดีที่จำได้ว่าเป็นของคุณป้าผู้ดูแลสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนี้ทำให้คยูฮยอนผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เห็นคุณป้าส่งยิ้มมาให้ก็ยิ้มแห้งคืนแล้วหดขามานั่งขัดสมาธิ

ตั้งใจเรียนอะไรกันล่ะ?​ วิ่งเล่นจนเหนื่อยแล้วก็มานอนเนี่ย คยูฮยอน​คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเสียงตอบรับครับค่ะดังระงมของเด็กๆ

"หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย?"

"สอง!!!!"

เสียงตอบคำถามอย่างพร้อมเพรียง ทำให้คยูฮยอนอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ก็สมาธิมีอยู่แค่นั้นถ้าถามว่าสองบวกสองเท่ากับเท่าไหร่เจ้าเด็กพวกนี้คงตอบไม่ได้หรอก

"ไปล้างมือเตรียมตัวกินข้าวกันดีกว่านะจ้ะเด็กๆ" คุณป้าบอกอย่างใจดีทำให้เด็กๆ ร้องเย่แล้วรีบลุกขึ้นยืนวิ่งออกจากห้องไป เมื่อทั้งห้องเหลือแค่คยูฮยอนกับคุณป้า คยูฮยอนก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวให้คุณป้าเก้อๆ

"ขอโทษนะครับ คือผม... ไม่เคยสอนหนังสือเด็กมาก่อน แล้วเด็กๆ ก็ซนมากด้วย"

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่ให้เด็กๆ รู้จักเรื่องตัวเลขกับการบวกลบง่ายๆ ก็พอ ค่อยๆ สอนไป สอนบ้างเล่นบ้าง จะได้ไม่เบื่อ"

คยูฮยอน​ยิ้ม​ให้คุณป้าอีกครั้ง ก่อนที่มือเหี่ยวย่นตามวัยจะสอดเข้ามาควงแขนคยูฮยอนไว้

"เดี๋ยวคยูฮยอนไปช่วยป้าตักอาหารให้เด็กๆ ก่อนนะ แล้วเราค่อยกินข้าวกัน"

"ครับ"

.



คยูฮยอน​กำลังยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่หน้าหม้อซุปเต้าเจี้ยวหม้อใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ผ้ากันเปื้อนแบบผู้หญิงสีเขียวอ่อนทำให้อายอยู่ไม่น้อย และแก้มที่มันร้อนก็คงจะแดงอวดสายตาคนมาใหม่ไปแล้ว

เฮ้อ... 

ทำไมต้องเจอกันในสภาพนี้ด้วยวะ?

คยูฮยอน​ตักซุปใส่ถาดหลุมให้ชีวอนฮยองเป็นคนสุดท้ายพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบตายิ้มๆ ของรายนั้นที่มองมาก่อนจะตักอาหารให้ตัวเองบ้าง
 
คยูฮยอน​ไม่รู้ว่าทำไมชีวอนฮยองถึงมาที่นี่ แต่ดูจากชุดตำรวจสีน้ำเงินเต็มยศแล้วคงไม่ได้มาเที่ยวแน่ๆ หรือว่าจะมาทำงาน? มาทำงานที่นี่เนี่ยนะ?​

แต่ให้ตายเถอะ!! ชีวอนฮยองแต่งตัวแบบนี้แล้วเท่ชะมัด!! 

"เหม่ออะไร?"

คยูฮยอน​กระพริบตาเมื่อถูกตะเกียบเคาะที่หัว เห็นว่าชีวอนฮยองยังยืนอยู่ที่เดิมไม่เดินไปนั่งที่โต๊ะก็ทำหน้างงใส่ เมื่อตั้งสติได้คยูฮยอนก็​เป็นฝ่ายเดินหนีไปนั่งที่โต๊ะกับคุณป้าก่อน ไม่นานชีวอนฮยองก็เดินตามมานั่งที่เก้าอี้ด้านตรงข้าม

"ชีวอนโอปป้ามานั่งกับอายองนะคะ!!"

"ไม่ได้นะ!! โอปป้าต้องนั่งกับจีเอ!!"

เด็กผู้หญิงตัวเล็กสองคนวิ่งมาเกาะขาชีวอนฮยองคนละข้าง คยู​ฮยอนเห็นภาพนั้นแล้วก็แอบเบ้ปาก ก้มลงตักข้าวไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นแต่คำพูดต่อมาของชีวอนฮยองก็ทำให้คยูฮยอนต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ

"วันนี้โอปป้าอยากนั่งกับน้องคยูฮยอน อายองกับจีเอไม่งอแงนะคะ"

เหี้ย!! 

คำว่าอยากนั่งกับน้องคยูฮยอนยังไม่ทำร้ายหัวใจคยูฮยอนได้เท่ากับคำว่านะคะของชีวอนฮยองเถอะ!! 

คยูฮยอน​รีบก้มหน้าลงไปหาหมูผัดซอสเผ็ดและซุปเต้าเจี้ยวในจานหลุมของตัวเอง ตักทั้งข้าวทั้งหมูใส่ปาก แล้วคยูฮยอนก็ต้องตาโตมองหน้าคนตรงข้ามอีกครั้งเมื่อชีวอนฮยองเอื้อมมือมาแตะตรงมุมปาก คยูฮยอนรีบถอยใบหน้าออกห่างยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก พยายามทำใจให้สงบแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ หมูอร่อยรึเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะในหัวเอาแต่นึกถึงสายตาและรอยยิ้มเอ็นดูของชีวอนฮยอง

รู้สึกเหมือนตัวเองย้อนกลับไปตอนอายุสิบเอ็ดสิบสองเลย

เฮ้อ... 

กินไปได้ซักพักคยูฮยอน​ก็รู้สึกอึดอัดชอบกล คงเพราะสายตาของชีวอนฮยองที่ส่งมาสำรวจคยูฮยอนเป็นระยะ เมื่อทนไม่ไหวก็วางตะเกียบแล้วเปิดปากถาม

"ฮยองมาทำอะไรที่นี่? // ทำงานเป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อโพล่งออกมาพร้อมกัน คยู​ฮ​ยอน​ก็เม้มปากลง เห​็นชีวอนฮยองพยักเพยิดให้​คยูฮยอน​ู​เป็นฝ่ายพูดก่อนก็อุบอิบบอกเสียงอ่อย

"เหนื่อย... ผมไม่ชอบเด็ก... ฮยองก็รู้" คยูฮยอน​บอกแล้วก็คิดว่าคำตอบของคยูฮยอนคงจะผิดเพราะแววในดวงตาของชีวอนฮยองเปลี่ยนไป

"ฮยองคงจำไม่ได้สินะ" คยูฮยอนบอก​ตัดพ้อแล้วก้มลงเขี่ยข้าวเล่นทำทีเป็นว่าไม่ใส่ใจ

"จำได้สิ ถึงได้จับมาดัดนิสัยที่นี่ไง"

คยูฮยอนเงยหน้ามองชีวอนฮยองอีกครั้ง ใจนึง​อยากจะโกรธที่ถูกชีวอนฮยองแกล้งให้มาทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ที่นี่ แต่อีกใจหนึ่ง ส่วนหนึ่งที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจคยูฮยอน คยูฮยอนรู้สึกดีใจมากกว่าที่ชีวอนฮยองยังจำรายละเอียดในวัยเด็กได้

"​แล้วฮยองมาทำอะไรที่นี่?​" คยู​ฮ​ยอน​ถาม​หลัง​จากเงียบไปซักพัก

"เย็นนี้ฮยองต้องไปเป็นพิธีกรในงานคอนเสิร์ตของกรมตำรวจแทนทงเฮ งานจัดที่มหาลัยแถวนี้ก็เลยแวะมาดูนายที่นี่ก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง?​"

"พิธีกรงานคอนเสิร์ตเหรอครับ?​" คยูฮยอน​ถามด้วยความสนใจ

"อือ ปกติทงเฮเป็นพิธีกรน่ะ ฮยองก็แค่ช่วยงานทั่วๆ ไป มีขึ้นแสดงบ้างแต่ก็ไม่บ่อยหรอก" ชีวอนเล่าไปเรื่อย และคยูฮยอนก็ตาโตกับสิ่งที่ได้ฟัง

"ฮยองแสดงด้วยเหรอครับ?" คยูฮยอนถามต่อ

"อือ วันนี้ก็แสดง" ชีวอนตอบเรียบๆ

ทำไมคยูฮยอนไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะว่ากรมตำรวจก็มีคอนเสิร์ตอะไรแบบนี้ด้วย!! ถ้ารู้แต่แรกคยูฮยอนไม่ขับรถเร็วให้ถูกจับหรอก!! ไปดูฮยองที่คอนเสิร์ตง่ายกว่าเยอะ!! พลาดไปได้ยังไงวะ?!

"เหม่ออะไรอีกแล้ว?"

คยูฮยอนกระพริบตาปริบพลางหันหน้าหนีมือใหญ่ๆ ที่หนีบแก้มคยูฮยอนเอาไว้ ตาโตๆ มองอีกฝ่ายคล้ายจะระแวดระวัง

"เพราะเหม่อแบบนี้ไงถึงได้ขับรถฝ่าไฟแดง ดีนะว่าไม่เจ็บตรงไหน ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?" ชีวอนร่ายยาวทำให้คยูฮยอนเบ้ปากใส่

"ฮยองก็บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย" คยูฮยอนว่าอย่างไม่จริงจังนักแต่คนที่นั่งตรงข้ามกันอาจจะนึกว่าคยูฮยอนว่า ชีวอนฮยองถึงได้เก็บถาดอาหารแล้วลุกจากโต๊ะไป คยูฮยอนมองตามหลังคนในเครื่องแบบแล้วก็ได้แต่ตัวเหี่ยว

ทำไมการจะคุยกันดีๆ มันถึงได้ยากจังนะ

เฮ้อ...

คยูฮยอนนั่งนิ่งๆ คิดว่าจะทำยังไงต่อ แล้วแก้วน้ำที่วางลงตรงหน้าก็ทำให้หูหางอดจะตั้งขึ้นมาใหม่ไม่ได้

"ขอบคุณครับ" คยูฮยอนกล่าวขอบคุณเบาๆ พลางหยิบน้ำที่ชีวอนฮยองเอามาให้ขึ้นมาดื่ม ช่างใจว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่พูดออกไปดี แล้วก็

"ผมขอไปดูฮยอง- // วันนี้ไปดูคอน-"

น่าแปลก... ที่แค่ประโยคไม่เต็มดีสองประโยคที่คนสองคนโพล่งพูดขึ้นมาพร้อมกันจะทำให้รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในความทรงจำหวนคืนกลับมา

.

.

.

ตอนนี้คยูฮยอนกำลังเดินไปทางด้านหลังโรงละครของมหาวิทยาลัยที่ชีวอนฮยองมาเป็นพิธีกรในงานคอนเสิร์ต หลังจากที่ชีวอนฮยองพาคยูฮยอนไปนั่งในโรงละคร ชีวอนฮยองก็ทิ้งท้ายว่าถ้างานเลิกแล้วให้ไปรอที่รถของกรมตำรวจตรงด้านหลังโรงละคร เดี๋ยวฮยองจะขับรถไปส่งที่บ้านเพราะรายนั้นรู้ว่าคยูฮยอนโดนยึดรถและเวลานี้ก็ค่อนข้างดึกมากแล้ว ยิ่งกับคยูฮยอนที่เป็นโรคเหม่อ ชีวอนฮยองบอกว่ายิ่งปล่อยให้กลับบ้านเองไม่ได้

คยูฮยอนไม่ได้เป็นโรคเหม่อซักหน่อย ก็แค่คิดเรื่องฮยองมากเกินไปหน่อยก็แค่นั้น

แต่ก็นั่นแหละ คยูฮยอนขอไม่ปฏิเสธความหวังดีของฮยองก็แล้วกัน

จะว่าไปคยูฮยอนก็รู้สึกว่าตัวเองโง่ชะมัดที่ไม่รู้เรื่องคอนเสิร์ตให้เร็วกว่านี้ ไม่อย่างงั้นคยูฮยอนคงได้เห็นชีวอนฮยองเต้นเพลง Sorry Sorry ของวง Super Junior บ่อยๆ

เฮ้อ...

เดินมาจนเกือบจะถึงด้านหลังโรงละครคยูฮยอนก็ได้ยินเสียงอื้ออึงและเสียงพูดคุยสลับกับกรี๊ดกร๊าดเป็นระยะ ขายาวก้าวเดินต่อไปจนพ้นมุมตึกก็เจอกลุ่มผู้หญิงยืนออกันอยู่ตรงประตูที่น่าจะเป็นทางออก ในมือของพวกเธอมีจดหมายบ้าง ถุงของขวัญบ้าง คยูฮยอนเม้มริมฝีปากแล้วกระชับมือจับสายสะพายเป้บนหลังและเลือกจะมองดูอยู่ห่างๆ

รอไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับคนที่คยูฮยอนคุ้นหน้าเป็นอย่างดี เมื่อชีวอนฮยองกับคุณตำรวจอีกสามสี่คนเดินออกมากลุ่มเด็กผู้หญิงก็เข้าไปรุมกันอยู่ตรงนั้น เสียงพูดคุยฟังไม่ได้ศัพท์ แต่รอยยิ้มใจดีของชีวอนฮยองกลับชัดเจนท่ามกลางแสงสลัวของพระจันทร์และไฟสีเหลืองนวลจากด้านในตึก คยูฮยอนซ่อนตัวเองอยู่ในเงามืดของมุมตึก มีคนชอบชีวอนฮยองเยอะมากจริงๆ สังเกตจากจดหมายและถุงของขวัญที่ฮยองได้รับ

ชีวอนฮยอง​มีแฟน​นรึยังนะ?

อยากรู้จัง... 

คยูฮยอนคิดว่าวันนี้คยูฮยอนกลับบ้านเองจะดีกว่า วันนี้หัวใจคยูฮยอนไม่แข็งแรงแล้ว เดี๋ยวก็พองโตเดี๋ยวก็เหี่ยวฟีบ ไม่เสถียรเลย

คยูฮยอนหันหลังกลับและเดินออกมาจากตรงนั้น จุดหมายคือป้ายรถประจำทางหน้ามหาลัยสตรีแห่งนี้ที่คยูฮยอนนั่งรถมาลงเมื่อตอนเช้า เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้คยูฮยอนต้องหยุดเดินเพื่อเปิดกระเป๋าเป้หาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง แต่เพราะแถวนี้ค่อนข้างมืดเลยใช้เวลาอยู่พอสมคสร เมื่อเจอแล้วเห็นว่าเป็นเบอร์ที่คยูฮยอนไม่ได้เมมเอาไว้ก็กดรับและกรอกเสียงลงไปอย่างสุภาพพร้อมกับก้าวขาเดินต่อ แอบเป่าปากยาวดีใจที่ปลายสายไม่ตัดใจวางโทรศัพท์ไปเสียก่อนเพราะคยูฮยอนเองคงไม่โทรกลับ

"สวัสดีครับ"

"อยู่ที่ไหนน่ะ?"

คยูฮยอน​รู้สึก​เหมือนจะสะดุดปลายเท้าของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงของคนที่โทรมา

"ฮยอง?"

"ใช่ ถึงไหนแล้ว?​ เดินมาหลังโรงละครถูกรึเปล่า? ให้ไปรับมั้ย?"

"ผมกลับเองก็ได้"

"จะกลับยังไง? รถก็ไม่มี นี่มันดึกแล้วนะ" ชีวอนฮยองว่าเสียงดุและคยูฮยอนก็ได้แต่ถอนหายใจ

"ตอนเข้าผมมารถประจำทางได้ ตอนนี้ผมก็กลับรถประจำทางได้ ผมเปิดแอพดูแล้วยังมี-"

พูดยังไม่ทันจบดีโทรศัพท์ในมือก็ถูกดึงไป คยูฮยอนหันขวับตามทันทีเตรียมจับตัวคนที่บังอาจมาขโมยโทรศัพท์ของคยูฮยอน แต่แล้วก็ต้องตกใจยืนกระพริบตาปริบเมื่อเห็นว่าคนที่ถือโทรศัพท์ของคยูฮยอนอยู่คือชีวอนฮยอง

"ฮยอง"

"เดินมาถึงนี่แล้วทำไมไม่ไปรอที่รถล่ะ? จะกลับเองทำไม?" ชีวอนถามแต่ไม่ได้รับคำตอบจากคยูฮยอน มือขาวยื่นมาหมายจะคว้าโทรศัพท์ของตัวเองไปจากมือชีวอน แต่ชีวอนฉวยโอกาสนั้นจับข้อมือของคยูฮยอนไว้แล้วดึงให้เดินตามไปทางหน้ามหาลัยด้วยกัน

"ฮยองจะไปไหนน่ะ? แล้วรู้ได้ไงว่าผมอยู่ตรงนี้?"
 
"ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยลองเดินมาดู กลับบ้านกัน จะกลับรถประจำทางไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวฮยองนั่งไปด้วย" 

"ห๊ะ?" คยูฮยอนอุทานงงๆ พยายามยื้อแขนตัวเองไว้ วันนี้คยูฮยอนจะกลับบ้านเอง ฮยองจะมาลากไปอย่างนี้ไม่ได้เหอะ

"ผมกลับเองก็ได้ ฮยองไม่ต้องกลับกับรถของกรมเหรอ? ปล่อยดิ" คยูฮยอนยังพยายามแงะข้อมือตัวเองออกจากมือใหญ่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ ชีวอนฮยองก็หันกลับมา ตาคมดุทำให้คยูฮยอนไม่กล้าโวยวายต่อ

"ก็บอกแล้วว่าจะไปส่ง ถ้าไม่อยากกลับกับรถของกรม ก็กลับรถประจำทางด้วยกัน" ชีวอนบอกเปลี่ยนจากจับข้อมือของคยูฮยอนเป็นสอดนิ้วเกี่ยวมือคยูฮยอนไว้แล้วออกเดินอีกครั้ง

"แล้วฮยองจะใส่ชุดนี้ขึ้นรถประจำทางเนี่ยนะ? ไม่เต็มยศไปหน่อยหรอ? แล้วก็ปล่อยมือได้แล้ว ผมไม่หนีหรอก ทำแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนโดนตำรวจจับยังไงชอบกล" คยูฮยอนยังอดที่จะบ่นไม่ได้ ก็แล้วมันเรื่องอะไรต้องมาจับมือล่ะ?

"แล้วไปทำอะไรผิดมาให้ต้องถูกจับรึเปล่าล่ะ?" ชีวอนหันกลับมาถามและคยูฮยอนก็ได้แต่เบ้ปาก

"ฮยองเห็นผมเป็นเด็กที่ชอบทำผิดกฎหมายรึไง?"

"อืม"

"ฮยอง!!"

.

.

.

หลังจากวันนั้นคยูฮยอนก็ได้เจอชีวอนฮยองอีกหลายต่อหลายครั้ง เราไม่ได้เจอกันที่สถานีตำรวจอย่างทุกทีแต่เป็นที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้าง ที่ที่ชีวอนฮยองไปแสดงคอนเสิร์ตของกรมตำรวจบ้าง

คงจะเป็นความบังเอิญส่วนหนึ่งและก็เป็นความตั้งใจของคยูฮยอนส่วนหนึ่ง

ในวันที่คยูฮยอนไปทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ที่สถานสงเคราะห์เด็ก ชีวอนฮยองก็มักจะแวะมาเล่นกับเด็กๆ ที่นี่ คยูฮยอนแอบไปสืบรู้มาว่าชีวอนฮยองเคยมาช่วยงานของกรมตำรวจที่นี่ หลังจากนั้นชีวอนฮยองก็ชอบมาที่นี่บ่อยๆ ชีวอนฮยองบอกว่าเวลาได้อยู่กับเด็กๆ แล้วรู้สึกผ่อนคลายดี

ก็เลยจับคยูฮยอนมาทำงานที่นี่เนี่ยนะ?

ไม่ผ่อนคลายด้วยหรอก!! เหนื่อยจะตายชัก ปวดหัวอีกต่างหาก

แต่ก็นั่นแหละ เพราะชีวอนฮยองชอบมาที่นี่ คยูฮยอนก็เลยได้เจอกับชีวอนฮยองบ่อยๆ เห็นฮยองเล่นกับเด็กๆ แล้วรู้สึกหัวใจอ่อนแอยังไงชอบกล และเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กัน คยูฮยอนเลยได้กลับพร้อมกันกับฮยอง บางวันฮยองก็พาไปกินข้าวก่อนกลับบ้าน พูดคุยเล่นหัวกันเหมือนเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด และหัวใจคยูฮยอนก็ยิ่งอ่อนแอ

และตั้งแต่วันนั้นที่คยูฮยอนรู้ว่าชีวอนฮยองไปเต้นในงานคอนเสิร์ตของกรมตำรวจ คยูฮยอนก็กว้านซื้อตั๋วแล้วตามไปดูทุกงาน ตอนแรกๆ ก็ไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไปหาชีวอนฮยองหรอก จนมีอยู่รอบนึงที่ชีวอนฮยองเป็นพิธีกรแล้วรายนั้นดันเดินลงจากเวทีมาเจอคยูฮยอนเข้า ชีวอนฮยองดูจะแปลกใจนิดหน่อย แล้วอยู่ๆ ฝ่ายนั้นก็รีบเข้ามาหาแนะนำคยูฮยอนว่าเป็นน้องชายที่สนิทกัน

น้องชาย... สนิทกัน

ก็ยังดีวะ

"เหม่ออะไรอีกแล้วน่ะ?"

คยูฮยอนกระพริบตาและพบว่าตัวเองถือช้อนที่ตักไอศกรีมค้างไว้ เมื่อตั้งสติได้ก็แก้เก้อโกยการเอาไอศกรีมที่ละลายแล้วเข้าปาก พลางส่ายหน้าบอกอีกฝ่ายว่าไม่ได้เป็นอะไร เห็นชีวอนฮยองมองมายิ้มๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ชอบกล มือไม้พาลจดูเกะกะและคยูฮยอนก็ไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน

"ฮยองถามอะไรนายหน่อยสิ"

"..."

"ทำไมถึงชอบขับรถเร็วนัก?"

คยูฮยอนกลืนไอศกรีมลงคอเอื๊อกใหญ่ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปาก ในหัวพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมถึงชอบขับรถเร็ว

"ขับรถเร็ว... ก็สนุกดี ตื่นเต้นดี เมื่อก่อนผมก็ชอบไปสวนสนุกเล่นของเล่นหวาดเสียวๆ" คยูฮยอนตอบโดยไม่สบตาคนตรงข้าม

"แล้วกับที่โดนใบสั่ง ถูกเรียกมาสถานี โดนปรับ มีประวัติติดตัว แบบนี้มันคุ้มกันแล้วเหรอ?"

คุ้ม!! 

คยูฮยอน​เกือบจะตะโกนออกไป โชคดีที่ยังยั้งปากตัวเองไว้ทัน

ถ้าถามว่าคุ้มมั้ย? เอาจริงๆ ว่าคยูฮยอนเองก็ไม่แน่ใจ ตอนนั้นคยูฮยอนก็แค่คิดไม่ออกว่าจะทำยังไง แต่ที่คยูฮยอนกล้าเหยียบคันเร่งก็เพราะคยูฮยอนแน่ใจว่าประวัติขับรถเร็วนิดๆ หน่อยๆ พวกนี้ไม่มีทางส่งผลต่ออนาคตคยูฮยอนแน่ ยังไงคยูฮยอนก็สอบเข้ามหาลัยได้ เรียนจบมาก็ทำงานที่บริษัทของอั๊บป้า และมันก็คงจะคุ้มที่จะได้เจอชีวอนฮยอง ถึงแม้ว่าการเจอกันที่สถานีตำรวจทุกครั้งจะล่มไม่เป็นท่าก็เถอะ

"ฮยองอยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ? ถ้าตอบแบบมนุษย์ผู้มีอารยธรรมผมก็ต้องตอบว่าไม่คุ้มใช่มั้ย?" คยูฮยอนว่าประชดไปนั่นและชีวอนฮยองก็ถอนหายใจ

"คยูฮยอน-​"

"ผมขอถามฮยองบ้างได้มั้ย?" คยูฮยอน​ไม่รอให้ชีวอนฮยองเทศนาต่อ ปากรีบโพล่งขออนุญาตถามถึงสิ่งที่สงสัย

"อือ ถามสิ"

"ฮยองมีแฟนรึยัง?"

คำถามของคยูฮยอนทำให้ชีวอนละสายตาจากกาแฟดำในแก้ว เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นตาโตสีดำสนิทมองมาอย่างรอคำตอบ ชีวอนรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของคยูฮยอน คนแก่กว่าแกล้งกระแอมแล้วยกกาแฟขึ้นจิบต่อ

"ถามทำไม?"

"ก็อยากรู้เฉยๆ เห็นฮยองมีแฟนคลับผู้หญิงน่ารักๆ ตั้งเยอะ"

"อิจฉาเหรอ?"

"ไม่ได้อิจฉา ก็แค่สงสัย เพราะถ้าฮยองมีแฟน ฮยองก็ควรเอาเวลาไปเที่ยวกับแฟนสิ ไม่ใช่พาผมมานั่งกินไอติม" คยู​ฮ​ยอน​เล่าไปเรื่อย ก็น่าแปลกที่สามารถคุยเรื่องนี้ได้อย่างสนิทใจ

"ที่พานายมากินไอติมอยู่นี่ก็เพราะว่ายังไม่มีแฟนไง" มือใหญ่ยื่นข้ามไปลูบหัวเด็กที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแล้วก็อดจะหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้

"ไม่มีแฟนจริงๆ"

"แล้วฮยองมีคนที่ชอบรึยัง?"

คยูฮยอน​หลุดปากถามออกไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเองซักสามที เดี๋ยวฮยองก็สงสัยกันพอดี

"ไม่รู้สิ อาจจะมี... มั้ง"

"อ่อ..."

ไม่น่าถามเลยโจคยูฮยอน ไม่น่าถามจริงๆ

"แล้วนายล่ะมีแฟนรึยัง?"

คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นจากไอศกรีมที่เริ่มละลาย ลิ้นดันกระพุ้งแก้มคิดว่าจะตอบคำถามของชีวอนฮยองว่ายังไงดี

"มีแล้ว"

คยูฮยอน​สบตาตั้งคำถามของชีวอนฮยอง ในตากลมโตสีดำสนิทไม่มีแววล้อเล่น

"แต่ว่าถูกอั๊บป้ายึดไปแล้ว"

ชีวอนหลุดยิ้มพลางส่ายหัวให้กับคำตอบของคยูฮยอน มือใหญ่ยื่นไปยีหัวเด็กกวนอีกครั้ง

"ขึ้นรถประจำทางกับฮยองไม่สนุกขนาดนั้นเลยรึไง?"

คยูฮยอน​กระพริบตาปริบกับคำตัดพ้อของชีวอนฮยอง รู้สึกร้อนๆ ที่แก้มจนต้องก้มหน้าลงไปหาไอศกรีมที่เละเป็นน้ำไปแล้วเรียบร้อย

"นั่งรถประจำทางมันไม่สะดวกเหมือนขับรถเองนี่ อยากจะไปไหนก็ไปได้เลย ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเบียดคน ไม่ต้องลุ้นว่าจะมีที่นั่งรึเปล่า"

"ฮยองว่าสะดวกดีออกนะ ไม่ต้องขับรถเองให้เมื่อย ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ได้นั่งคุยกันสบายๆ ถ้าง่วงก็นอน นายเองยังนอนพิงฮยองตั้งบ่อย"

"ผมไปนอนพิงฮยองตอนไหนกัน? ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็รักรถที่บ้านผมมากกว่า"

"ก็น่าเสียดายนะ ฮยองออกจะชอบนั่งรถประจำทาง ยิ่งนั่งกับนาย... ก็ยิ่งชอบ"

แบบนี้เรียกว่าให้ความหวังรึเปล่าวะ? 

.



คยูฮยอนกำลังหงุดหงิดเข้าขั้นเพราะหลังจากไปทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ได้เกือบสองเดือนคยูฮยอน​ก็ทำงานจนครบตามเวลาที่กำหนด 50 ชั่วโมงจึงไม่ต้องไปทำงานอีก และนั่นก็หมายรวมถึงการที่คยูฮยอนจะไม่ได้เจอกับชีวอนฮยองอีก แล้วจะทำยังไงล่ะ?

คยูฮยอน​หักพวงมาลัยเลี้ยวไปตามถนนทางที่จะไปสถานีตำรวจ เพราะว่าทำตัวเป็นลูกที่ดีอั๊บป้าจึงคืนรถกลับมาให้ แวะไปหาชีวอนฮยองดีมั้ยนะ จะได้อวดรถซักหน่อย พาชีวอนฮยองไปนั่งรถเล่นเป็นตุ๊กตาน่ารถให้คยูฮยอนงี้

จนขับรถผ่านหน้าสถานีตำรวจไปหนึ่งรอบคยูฮยอนก็ตัดใจวนรถกลับแล้วหักเลี้ยวเข้าไปในสถานี คยูฮยอน​จอดรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน หันซ้ายแลขวาไม่เจอคนที่อยากเจอก็คิดว่าจะกลับ หันหลังจะเดินออกจากสถานีแล้วก็ต้องร้องอ้าวเมื่อเจอทงเฮฮยองยืนเตี้ยอยู่

"วันนี้โดนข้อหาอะไรมาอีกล่ะ?"

คำทักทายของทงเฮฮยองทำให้คยูฮยอนร้องเหอะ แขนยกขึ้นกอดอก ตากลมจ้องตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายเขม็ง

"บนหน้าผมมีคำว่าทำผิดกฎหมายแปะอยู่รึไง? ผมก็แค่แวะมาแต่ตอนนี้จะกลับแล้ว" คยูฮยอน​บอก​อย่าง​หัวเสีย​

"โห่ เห็นไอ้ชีวอนไม่อยู่ก็จะกลับเลยเหรอ ลำเอียงอ่ะน้องคยู" ทงเฮว่าเสียงทะเล้นและก็ได้เด็กที่ตัวโตกว่าเรียกชื่อตัวเองเสียงดังจนเกือบจะกลายเป็นตะโกน

"ฮ่ะๆ ไอ้ชีวอนมันออกไปซื้อกาแฟน่ะ อีกเดี๋ยวก็คงมา นั่งรอก่อนสิ"

"ไม่รอ" คยูฮยอน​ตอบแล้วก็เดินผ่านทงเฮเปิดประตูออกไปด้านนอกแล้วก็เจอชีวอนฮยองเดินขึ้นบันไดสวนมาพอดี

"ฮยองคิดว่าจะไม่ได้เจอนายที่นี่แล้วนะ คราวนี้ทำผิดอะไรมาอีก?"

คยูฮยอน​กรอก​ตากับประโยคที่ได้ฟัง ทำไมใครๆ จะต้องติดว่าคยูฮยอนไปทำผิดอะไรมาด้วย อารมณ์เสีย​ชะมัด​

"ขับรถชนคนตาย" ตอบประชดกลับไปพร้อมกับก้าวขาลงบันไดไปต่อแต่ต้นแขนก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือใหญ่

"อย่ากวน" ชีวอนบอกเสียงดุ

"น้องคยูฮยอนเขาคิดถึงมึงเฉยๆ เขาก็เลยมาหา มึงนี่ก็ไปมองน้องมันในแง่ร้าย"

คยูฮยอน​หันไปกรอกตาใส่ทงเฮฮยองที่เดินลงบันไดมาช้าๆ เมื่อกี้ฮยองเองไม่ใช่เหรอที่ถามผมว่าโดนข้อหาอะไรมา ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย!! คยูฮยอน​พยายามยื้อแขนตัวเองออกจากมือของชีวอนฮยอง

"คิดถึง?"

"ที่น้องเขาต้องขับรถเร็วบ่อยๆ ก็เพราะว่าเขาอยากมาสถานีตำรวจไง ความผิดมึงทั้งนั้นไอ้ชีวอน ชอบตำรวจก็ลำ-"

"ทงเฮฮยอง!!" คยูฮยอน​ร้องเสียงดัง ตากลมโตเหลือกถลนกับคำพูดของทงเฮฮยอง เหลือบมองคนข้างๆ ก็เห็นว่าอึ้งไปเหมือนกัน คยูฮยอน​ฉวยจังหวะที่ชีวอนฮยองกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกสะบัดแขนจากมือใหญ่แล้ววิ่งลงบันไดไปเร็วๆ จุดหมายคือรถสีดำคันหรูที่จอดไว้ตรงริมถนนหน้าสถานีตำรวจ

ก็แล้วทำไมไม่เอารถมาจอดใกล้ๆ แถวนี้วะ?! 

"คยูฮยอน"

ต้นแขนถูกคว้าไว้อีกรอบ ดึงให้หันกลับไปหาคนที่ตามมา

"ที่ทงเฮพูดหมายความว่ายังไง?" ชีวอนฮยองถามจริงจังและคยูฮยอนก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไ

"หมายความว่ายังไงอะไร?" คยูฮยอน​ถามย้อนพยายามดึงแขนจากมือของชีวอนฮยอง

"ที่บอกว่าชอบฮยองหมายความว่ายังไง?" ชีวอนถามต่อและสายตาคมกริบที่มองมาอย่างคาดคั้นก็ทำให้คยูฮยอนรู้สึกเหมือนมีอะไรขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก

"ชอบฮยองถึงขนาดแกล้งขับรถเร็วให้ได้ใบสั่งเพื่อจะได้มาสถานีตำรวจเลยงั้นเหรอ? สิ้นคิดไปมั้ยโจคยูฮยอน?"

"ใช่!! ผมสิ้นคิด!! สิ้นคิดที่ยังชอบฮยองมาจนถึงทุกวันนี้ไง!!" เมื่อหมดความอดทนคยูฮยอนก็สะบัดแขนให้หลุดจากมือของชีวอนฮยอง ไม่พอยังยกมือผลักอกคนแก่กว่าให้ถอยไปห่างๆ

"แต่คนอย่างฮยองจะไปรู้อะไรล่ะ​ ฮยองไม่เคยทำอะไรเพื่อคนที่ชอบนี่ ฮยองชอบผมแต่ก็ทิ้งผม ขโมยหัวใจผมไป ขโมยจูบแรกผมไป"

"นายรู้?"

"ผมรู้แล้วก็ยังจำได้ด้วย แต่กับฮยองมันคงไม่มีความหมายอะไรหรอก สำหรับฮยองผมก็เป็นแค่เด็กที่เคยเล่นด้วย ก็แค่นั้น กลับมาไม่ต้องบอกก็ได้ ไม่ต้องติดต่อกันอีกก็ได้ เจอกันก็ไม่เคยจะคุยกันดีๆ ผมเบื่อฮยองแล้ว!!"

คยูฮยอน​ตัดประโยคจบแบบไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันใดๆ กับประโยคก่อนหน้า ณ จุดนี้ที่อารมณ์มันระเบิดออกมาคยูฮยอนก็พูดจาอะไรมั่วไปหมด โกรธชีวอนฮยองมาก มากกว่าที่เสียใจอีก

คยูฮยอน​หมุนตัวหันหลังกลับจะเดินไปที่รถของตัวเอง ที่ชอบมาหกเจ็ดปีคงจบกันแค่วันนี้ โทษทงเฮฮยองเลยที่ปากโป้ง!! 

"คยูฮยอน!! ระวัง!!"

เสียงตะโกนมาพร้อมกับเสียงแตรดังสนั่น ภาพวันนั้นเมื่อห้าปีก่อนทับซ้อนย้อนกลับเข้ามาในมโนสำนึก

วันนั้นคยูฮยอนกับชีวอนฮยองก็ทะเลาะกันแบบนี้ คยูฮยอน​เดินหนีแล้วก็เกือบจะถูกรถชน อ้อมกอดอบอุ่นนี้ที่ช่วยชีวิตคยูฮยอนไว้ถึงสองครั้ง

ราวกับความฝัน

.

.

.







.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ตั้งแต่วันนั้นคยูฮยอนก็ไม่ได้เจอกับชีวอนฮยองอีก คยูฮยอน​กลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ตื่นเช้าไปโรงเรียน เรียนเสร็จก็เรียนพิเศษ กลับบ้านกินข้าวอาบน้ำนอน จนตื่นเช้าก็ไปโรงเรียนใหม่ วนอยู่เป็นวัฏจักร คยูฮยอน​ยังขับรถเร็วเหมือนเดิม แค่ระวังไม่ให้ถูกจับ

พยายามไม่คิดถึงฮยอง บอกตัวเองทุกวันว่าห้าปีก่อนไม่มีฮยองคยูฮยอนก็อยู่ได้ ต่อจากนี้ก็แค่กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมก็เท่านั้นเอง

ก็แล้วทำไมมันไม่เหมือนเดิมวะ?! 

คยูฮยอน​ยังขับรถไปแถวๆ สถนีตำรวจคังนัมบ่อยๆ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ว่างไม่มีอะไรทำก็ไปเล่นกับเด็กๆ ที่สถานสงเคราะห์ โชคดีที่คยูฮยอนไม่รู้ว่าบ้านชีวอนฮยองอยู่ไหน ถ้ารู้มีหวังได้ไปวนเวียนป้วนเปี้ยนแถวนั้นบ่อยๆ แน่

เฮ้อ...

นี่ซินะ...

ใจหาย

ชีวอนฮยองเอาหัวใจคยูฮยอนคืนมาเดี๋ยวนี้เลย!!

คยูฮยอน​ตัดสิน​ใจเลี้ยวรถเข้าไปในสถานีตำรวจคังนัมอีกครั้ง หนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกันคยูฮยอนไม่มีความสุขเลย

คิดถึง... 

เจอกันเหมือนเดิมเถอะ จะดุคยูฮยอนก็ได้ ไม่ต้องชอบกันก็ได้ คยูฮยอนจะเป็นฝ่ายจัดการกับความรู้สึกของตัวเองเอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดใจนะ เรื่องอะไรจะตัดใจง่ายๆ ล่ะ อุตส่าห์ทำให้ฮยองพาไปกินไอติมได้แล้ว พยายามอีกหน่อยฮยองอาจจะหันมาชอบกันบ้างก็ได้

คยูฮยอน​ยิ้มกับตัวเองก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปด้านใน เมื่อไม่เห็นทั้งชีวอนฮยองทงเฮฮยอง คยูฮยอน​ก็​เริ่ม​ใจแป้ว​

เริ่มไม่ดีเลยเว้ย!! 

"ขอโทษนะครับ ชีวอนฮยองไม่อยู่เหรอครับ?" คยูฮยอน​ถามพี่สาวหน้าตาสะสวยสวมชุดตำรวจเต็มยศด้านหลังโต๊ะประชาสัมพันธ์

"ชีวอนปลดประจำการไปได้อาทิตย์กว่าแล้วจ้ะ"

ปลด-ประ-จำ-การ-? 

อะไรวะ?

แล้วคยูฮยอนจะไปหาชีวอนฮยองจากไหนล่ะ?!

หรือจะต้องตัดใจจริงๆ?

ก็ถ้ามันตัดกันได้ง่ายๆ วันนี้คยูฮยอนจะมาเหยียบที่นี่มั้ย?!!!!

ไปให้อั๊บป้าหาให้ก็ได้วะว่าบ้านชีวอนฮยองอยู่ไหน มาหาที่สถานีตำรวจไม่เจอก็บุกไปถึงบ้านแม่ง!!

นี่โจคยูฮยอนอารมณ์เสียมากถึงมากที่สุดแล้วนะ!!

"อ่ะ!! ขอโทษครับ"

คยูฮยอนร้องขอโทษเมื่อเดินลงบันไดไม่ได้ดูทางจนชนกับคนที่เดินสวนขึ้นมา จริงๆ อีกฝ่ายก็ผิดมั้ยนะ? เดินขึ้นมาก็ต้องเห็นคยูฮยอนเดินสวนลงไปสิ ทำไมไม่หลบๆ ไปล่ะจะเดินมาชนกันทำไม? ตัวตั้งใหญ่ เกือบล้มเลยเนี่ย ถ้าตกบันไดไปหัวแตกจะทำยังไง?

เงยหน้าขึ้นไปมองเผื่อจะได้จำหน้าไว้ด่าในใจซักหน่อยแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองเพิ่งจะชนเป็นใคร

"ชีวอนฮยอง?"

"คราวนี้โดนข้อหาอะไรอีกล่ะ?" คำถามของชีวอนฮยองที่มาพร้อมกับรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่สองข้างแก้มทำให้คยูฮยอนคิ้วกระตุก

"ต่อยปากอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ" คยูฮยอนตอบกลับแล้วเดินหลบชีวอนฮยองลงไปข้างล่าง พอพ้นอีกฝ่ายมาแล้วก็เม้มปากอย่างขัดใจ

เอาอีกแล้ว คุยกันแบบนี้อีกแล้ว แล้วเมื่อไหร่ชีวอนฮยองจะชอบคยูฮยอนได้ล่ะ?

เฮ้อ...

"หรือที่มาที่นี่เพราะว่าคิดถึงฮยอง?"

คยูฮยอนหยุดกึกเมื่อได้ฟังคำสันนิษฐานของชีวอนฮยอง ถ้าจะจับไต๋กันได้ขนาดนี่ฮยองถีบผมตกบันไดตายไปเลยก็ได้ครับ จะได้ไม่อายเท่าไหร่

"ใครจะไปคิ-" คยูฮยอนหันขวับกลับไปเถียงแล้วก็ต้องเงียบกริบเมื่อเห็นว่าพี่ชีวอนยืนอยู่บนบันไดขั้นสูงกว่าคยูฮยอนสองขั้นแต่กลับยื่นหน้าลงมาใกล้จนหน้าแทบจะชนกับคยูฮยอน

"แต่ฮยองคิดถึงนายนะ เสียใจจัง"

คยูฮยอนช้อนตามองสบอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกร้อนที่แก้มแปลกๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไรริมฝีปากของคนอายุมากกว่าก็แตะลงมาที่ปากของคยูฮยอน คยูฮยอนยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน ไม่กล้ากระพริบตา ไม่กล้าหายใจ ไม่กล้าทำอะไรเลย และไม่ใช่แค่แตะปากค้างไว้เฉยๆ ชีวอนฮยองยังแกล้งขบริมฝีปากล่างของคยูฮยอนเบาๆ ด้วย

เวลาผ่านไปซักพักเลยทีเดียวกว่าที่ชีวอนฮยองจะยอมถอนริมฝีปากออก คยูฮยอนลอบระบายลมหายใจพรูจากที่กลั้นไว้เมื่อครู่ รู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัวจนอยากจะหนีไปจากตรงนี้

"จูบแรกของนาย ฮยองคืนให้"

แต่ฮยองขโมยจูบที่สองของผมไปเหอะ!!

คยูฮยอนเม้มริมฝีปาก ตาโตยังคงมองสบกับตาคมที่ฉายแววอ่อนหวานต่างไปจากทุกครั้ง เมื่อได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองในตาสีดำนั้น คยูฮยอนก็รู้สึกอยากจะระเบิดตัวเองเสียให้ได้

"ฮยองต้องการจะสื่ออะไร? พูดออกมาให้มันชัดๆ ไปเลยดีกว่า"

"ฮยองชอบนาย ชัดพอมั้ย?"

พอ!!

"ชอบตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อนแล้ว ขอโทษ... ที่ไม่ได้พยายามทำอะไรเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน ฮยองพยายามติดต่อนายแต่นายไม่เคยตอบกลับ ฮยองคิดว่านายคงเกลียดฮยองจนไม่อยากจะคุยกันอีก ที่ฮฮยองดีใจมากเลยรู้มั้ยที่เราได้เจอกันอีกครั้ง แต่เพราะว่านายเย็นชา ฮยองถึงไม่กล้าเล่นกับนายเหมือนเดิม จนนายต้องไปบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ที่สถานสงเคราะห์เด็กและเราได้คุยกันมากขึ้น ฮยองก็ยิ่งรู้สึกชอบนายมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก" ชีวอนบอกจริงจัง ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อคอเสื้อก็ถูกดึงลงไปโดยคนที่ยืนอยู่ต่ำกว่า คยูฮยอนเขย่งปลายเท้าแล้วแตะริมฝีปากกับปากของชีวอนบ้าง ชีวอนลอบยิ้มก่อนจะวาดแขนอีกข้างรวบเอวคนตัวเล็กกว่าขึ้นมากอดไว้

"ให้ตายเถอะ!! ผมก็นึกว่าฮยองลืมเรื่องของเราไปหมดแล้วซะอีก ฮยองดูไม่ชอบผมมากกว่าที่ผมทำตัวเย็นชาใส่ฮยองอีกนะ" คยูฮยอนว่าด้วยรอยยิ้มในตอนที่ผละจูบจากชีวอนฮยอง หน้าแดงๆ แป้นแล้นจากรอยยิ้มที่วาดกว้าง

"ไม่ต้องมาโทษฮยองเลย" ชีวอนคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยเพื่อให้ชีวอนกลับไปยืนเต็มสองเท้าเหมือนเดิม

"ถ้าฮยองบอกผมแต่แรกผมก็ไม่ต้องขับรถเร็วให้โดนจับบ่อยๆ หรอก" คยูฮยอนว่าอย่างไม่ค่อยจริงจังนัก

"ตอนนี้ปลดประจำการแล้ว ไม่เป็นตำรวจแล้ว ไม่ต้องมาเจอกันที่นี่แล้ว โอเคมั้ย?" ชีวอนบอกกลั้วหัวเราะ สอดนิ้วเกี่ยวมือคยูฮยอนแล้วพาเดินลงบันไดไปด้วยกัน

"โอเคเลย" คยูฮยอนตอบด้วยรอยยิ้ม บทจะง่ายก็ง่ายจังเว้ย ที่ผ่านมาคยูฮยอนทำไปเพื่ออะไรกัน เพลียตัวเองชะมัด

"งั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันถูกมั้ย?" ชีวอนถามในตอนที่เดินมาถึงรถของคยูฮยอน

"อื้อ"

"งั้นถ้าเป็นแฟนกันแล้วก็ห้ามโกรธนะ ฮยองมีเรื่องจะสารภาพ ที่นายต้องไปทำงานที่สถานสงเคราะห์เด็ก จริงๆ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้หรอก ฮยองบอกให้นายไปเอง ฮยองจะได้หาข้ออ้างไปเจอนายได้บ่อยๆ"

"ฮยอง!!"

.

.

.

End

.

.

.



Talk*

สวัสดีค่ะ
ฟิคเรื่องนี้ตั้งใจแต่งให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่สาวคนหนึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าเลทมานานมาก 555+
Happy Birthday ย้อนหลังนะคะ แห่ะๆ ขอให้มีความสุขมากๆ 
พี่คนนั้นอยากอ่านฟิคคุณตำรวจกับเด็กแว๊น เลยแต่งออกมาแบบนี้
คาดว่าคงไม่ตรงสเปคพี่เขาอย่างแรง พี่เขาอยากอ่านน้องคยูแมนๆ
แมนสุดได้เท่านี้ 555+
เอาเป็นว่าอ่านขำๆ ก็แล้วกันค่ะ ^_____^

PepoHimma
160323
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #8 aoyjona (@aoyjana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:04
    เอออออ อ่านไปแล้วนะแต่ลืมเม้น โอยยยยยย ละก็เพื่งมานึกได้ว่าเฮ้ยยยย
    อินี่ลืมเม้นให้ พออ่านเรื่องล่าสุด อ้าวววววว อ่อออ ลืมนี่เองงงง กร๊ากกกก


    คุณตำรวจชเว นี่รู้ทันแหละ แต่แบบก็อยากเจอน้องด้วยซิ ฝ่ายคนน้องก็นะ
    รักอ่ะ อยากอยู่ใกล้ แต่ฟอร์มไง ฮาาาา เข้ากันดีจริงๆ  >__<
    #8
    0
  2. วันที่ 11 เมษายน 2559 / 00:46
    ฟินมากกกกก คุณตำรวจดีงามมาก มีการหลอกให้น้องไปสถานสงเคราะห์เพื่อเจอกันบ่อยๆ อีกแน่ะ ฟินระดับสิบบบบบบ
    #6
    0
  3. #2 sincere229 (@sincere229) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 14:36
    เข้าใจความรู้สึกน้องคยูเลยอ่ะ เวลาชอบใครสักคน ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เจอ แค่ไม่กี่นาทีก็ยังดีอ่ะเนอะ
    #2
    0
  4. #1 Vinuch Sarun (@vinuch) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 00:12
    ก่อนอื่นใดต้องบอกน้องปีว่า

    ไม่คิดว่าจะแต่งยาวขนาดนี้

    คุณตำรวจชเวหล่อมากกกกกกก
    เห็นใส่ชุดเครื่องแบบแล้วอยากขับรถฝ่าไฟแดงมากอะ
    อยากโดนข้อหาเหมือนน้องคู อารมณ์ก็อยากคุยกะคุงตำรวจอะ
    ส่วนอิทงเฮดูแกฉลาดผิดปกติไปนะ
    รู้ทันน้องคูด้วยอะ
    ว่าด้วยเรื่องความแมนน้องคูนั้น
    พี่ว่ามันหายไปตั้งแต่พี่วอนรุกหนักตอน SS4 ละ
    ดังนั้นตอนนี้ความอ้อยกลบความแมนมากอะ5555
    สุดท้าย ขอบคุณกับความน่ารักของน้องปีมากมายที่อุตส่าห์
    เหนื่อยมาแต่งฟิคให้ฟินนน

    #1
    0