[VKOOK] Between Us #btwusvkook mpreg

ตอนที่ 7 : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

แทฮยองกลับเข้าไปยังคอนโดฯของร่างบางอีกครั้งในช่วงดึก เขาไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจอะไรที่วันนี้ต้องมาเห็นเหตุการณ์ที่คนเด็กกว่ากำลังทำกิจกรรมบนเตียงกับผู้ชายคนอื่นทั้งๆที่ก็รู้ว่าเขาจะกลับเข้ามาในคอนโดฯของอีกฝ่ายอีกครั้ง เพราะเขาเป็นคนบอกกับร่างบางเองว่าเราก็แค่สนุกกัน ไม่การผูกมัดใดๆ ต่างฝ่ายจะมีอะไรกับใครก็ได้ เรื่องระหว่างเรามันก็แค่คนที่ติดใจในเซ็กส์ของกันและกัน ก็แค่นั้น

แทฮยองวางจาจังมยอน แกงเต้าหู้อ่อน ไก่ทอด และเบียร์หนึ่งแพ็คลงบนโต๊ะกินข้าวในส่วนห้องครัว คอนโดฯของจองกุกไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ใหญ่สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยที่จะมีคอนโดฯขนาด 100 ตารางเมตร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจ้าตัวก็เป็นถึงทายาทของตระกูลจอนเจ้าของธุรกิจต่อเรืออันดับหนึ่งของประเทศ แทฮยองยังนึกแปลกใจอยู่เลยที่ลูกชายคนเดียวของ คุณ จอน ซังชอล จะมาเรียนการสร้าง Animation แทนที่จะเป็นบริหาร หรือวิศวะอะไรจำพวกนี้เพื่อไปต่อยอดธุรกิจของที่บ้าน แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีมีสิทธิ์สงสัยอีกฝ่ายเพราะตัวเขาก็ไม่ได้เรียนสายบริหารทั้งๆที่ครอบครัวทำธุรกิจมาเหมือนกัน แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีพี่ชายอยู่อีกหนึ่งคนต่างจากคนเด็กกว่าที่เป็นลูกชายคนเดียว และดูเหมือนว่าจะไม่มีลูกพี่ลูกน้องเพราะในแวดวงธุรกิจก็ต่างบอกกันว่าพี่น้องของคุณจอน ไม่ได้มีทายาทกันทั้งนั้น

แทฮอยงเลิกคิดเรื่องที่ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเจ้าของห้องที่เขาโทรหากว่า 3 สายแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ตอนเปิดเข้าห้องมาเขาดูแล้วก็ไม่มีรองเท้าแปลกตาวางไว้ส่วนหน้าห้อง แล้วเขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเจ้าของห้องดังออกมาจากห้องนอน ก็เลยมั่นใจว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องแน่ๆ

ร่างเสูงปิดประตูเข้าไป ในห้องมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและอุณหภูมิในห้องที่ต่ำเสียจนเขารู้สึกหนาวจนตกใจ แทฮฮยองเปิดไฟในห้องเผยให้เห็นว่าคนตัวเล็กเจ้าของห้องกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ขาเรียวโผล่พ้นผ้าห่มออกมา แทฮยองคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นว่าที่ข้อเท้ามีรอยแดงขนาดใหญ่ที่ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องถูกมัดไว้ด้วยผ้าแน่ๆ แทฮยองรีบเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนที่ร่างบางนอนอยู่ เอ่ยเรียกอีกฝ่ายอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ แทฮยอนั่งลงบนเตียงวางมือลงบนไหล่เล็กผ่านผ้านวมแล้วออกแรงเขย่าเบาๆพร้อมกับเรียกอีกฝ่ายอยู่สักพักใหญ่จนอีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

ร่างบางหยีตาเพื่อเพื่อปรับสายตาและมองว่าใครกันที่มาหาเขาในเวลานี้แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนที่มีคีย์การ์ดห้องของเขามีแค่แทฮยองเท่านั้น

“คุณเองหรอ คืนนี้ผมไม่ทำนะครับ” ร่างบางตอบแค่นั้นก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้อีกฝ่าย กระชับผ้านวมผืนนุ่มไว้แน่น

“ลุกมากินข้าวก่อน” แทฮยองอยากถามว่าข้อเท้าไปโดนอะไรมา แต่ก็ต้องเก็บไว้ ตามสัญญาที่เราจะไม่ก้าวก่ายกันและกัน ถึงแม้จะตงิดใจอยู่ตั้งแต่ที่เข้ามาแล้วบนโต๊ะอาหารยังมีอาหารที่เขาซื้อไว้เมื่อช่วงสายยังวางอยู่ที่เดิม ไม่มีร่องรอยว่าร่างบางขึ้นมาแตะต้อง เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มต้องยังไม่ได้ทานอะไรเป็นแน่

“ไม่เอา” ร่างบางปฏิเสธ

“ไม่เอาน่า ลุกมากินก่อน ค่อยนอนต่อ” แทฮยองโน้มน้าว เขาโน้มตัวไปด้านน้าหวังว่าจะได้ส่งยิ้มยียวนแบบที่ชอบทำไปแกล้งคนตัวเล็ก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าบนหมอนสีเบจเปียกเป็นวงกว้างตรงบริเวณหางตาของเด็กหนุ่มพอ

“หนู ร้องไห้หรอ” แทฮยองเอ่ยถาม

“เปล่า น้ำลายไหลเฉยๆ” ร่างบางปฏิเสธ

“น้ำลายไม่ไหลทางตาหรอกนะจองกุก” แทฮยองพูดแค่นั้นก่อนจะขยับขึ้นไปนอนบนเตียงของร่างบาง สอดแขนซ้ายเข้าไปใต้ศีรษะของร่างบาง แล้วใช้แขนขวากอดคนตัวเล็กเอาไว้

“ถึงเราจะตกลงกันว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้ามีอะไรอยากบอก เราพูดกับพี่ได้เสมอเลยนะ” สิ้นประโยคของแทฮยองจองกุกก็พลิกกายเข้าหาคนโตกว่า ฝังใบหน้าลงไปบนอกแกร่งแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป เสียงสะอื้นและตัวที่สั่นเทาของจองกุกทำให้แทฮยองต้องกอดคนตัวเล็กเอาไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรืออาจจะรู้แต่ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นไปในแบบที่เขาคิด เขากอดร่างบางให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีซ้ายยกขึ้นลูบหัวกลมๆของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังร้องไห้อย่างหนักจนเขานึกสงสารจับใจ

เด็กที่แสนจะอวดดี ปากเก่ง เถียงเก่ง บ่ายเบี่ยงเก่ง กินเก่ง ดื่มเก่ง หน้ามุ่ยเก่ง แต่ก็จะมีรอยยิ้มกว้างอยู่บนใบหน้าอยู่เสมอ ในตอนนี้กลับร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนแทบจะขาดใจนั้น มันทำให้แทฮยองรู้สึกเจ็บที่หัวใจยังไงก็ไม่รู้

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ตอนนี้ 5 ทุ่มกว่าแล้ว จองกุกสงบลงหลังจากที่ได้ร้องไห้ออกมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่สงบลงไม่ได้หมายความว่าจะหยุดร้องไห้ ร่างบางไม่ได้ส่งเสียงสะอื้นหรือตัวสั่นเทา แต่น้ำตายังไหลอยู่ แทฮยองไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากบอกว่า “พี่อยู่ตรงนี้ พี่อยู่นี่ พี่จะไม่ไปไหน” แล้วก็กอดอีกฝ่ายแน่น ความปวดเมื่อยร่างกายที่ต้องนอนท่าเดิมนานๆแล้วยังมีน้ำหนักตัวของอีกฝ่ายทับลงมาเพิ่มด้วยตอนนี้แปรเปลี่ยนเ)นอาการชา แต่เขาก็ไม่ได้บ่นอะไร ทำเพียงกอดอีกฝ่ายแน่ๆ ลูบหัวกลมๆ เพียงแค่นั้น

“จะเล่าไหม” หลังจากผ่านไปครบชั่วโมงแทฮยองก๋ตัดสินใจถามออกมา ร่างบางส่ายหน้าเป็นคำตอบอยู่ในอ้อมกอดของเขา

“ผมรู้ว่าคุณรู้” ร่างบางตอบเสียงขึ้นจมูก

ใช่ หนึ่งช่วงโมงที่ผ่านมานี้เขาสำรวจร่ากายของคนตัวเล็กไปบ้างแล้ว เขาไม่อยากถามซ้ำเพื่อตอกย้ำคนตัวเล็ก แม้ในใจกลับรู้สึกโกรธที่คนเด็กกว่าถูกกระทำจนถึงเพียงนี้ แค่มอง เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้อรองรับอารมณ์ของคนที่มีรสนิยมทางเพศที่รุนแรง หรือเรียก่ายๆว่าซาดิสต์ ตอนแรกเขาก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปกติของร่างบางอยู่แล้ว แต่กับการที่อีกฝ่ายร้องไห้ออกมาจนแทบขาดใจนั้น มันก็ทำให้เขารู้ได้ในทันที ว่าคนเด็กกว่าในอ้อมกอดของเขา เพิ่งผ่านการถูกข่มขืนมา

ไม่มีใครสมควรเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ และการที่ร่างบางถูกกระทำในคอนโดฯของตัวเองแบบนี้ ก็แสดงว่าไอ้เลวนั่นต้องเป็นคนใกล้ตัวจองกุกมากๆ มากจนเขารู้ว่านี่ต้องไม่ใช่ครั้งแรกที่คนเด็กกว่าโดน เขาอยากถามให้มากกว่านี้ แต่เพราะรู้ว่า ว่าถ้ายิ่งถาม ก็เหมือนการเอาแอลกอฮอล์ไปราดลงบนแผลสดซึ่งเป็นเรื่องที่รู้กันดี ว่าคนปกติเขาใช้น้ำเกลือราดแผลกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ ก็แค่อยู่ข้างๆ กอดปลอบคนเล็กให้แน่น แล้วใช้น้ำเกลือราดลบนแผลสดนั้นอย่าแผ่วเบาเท่านั้น ไว้อีกฝ่ายพร้อมมากกว่านี้ เขาจึงจะใช้เบตาดีนใส่ให้กับแผลของอีกฝ่าย

“อาบน้ำไหวไหม” แทฮยองถาม ร่างบางส่ายหน้า

“ปวดไปหมดทั้งตัวเลยพี่แท”

“หิวรึเปล่า” แทฮยองถามต่อ

“อยากบอกว่ากินอะไรไม่ลงเหมือนกัน แต่ผมได้กลิ่นไก่ทอด” แทฮยองหลุดยิ้มออกมาให้กับคำตอบของคนตัวเล็ก นึกมันเขี้ยวปนเอ็นดูจนเผลอกดจูบลงไปกลางหน้าผากของคนเด็กกว่า

“งั้นเดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้ ขอโทษนะ แต่มันป้องกันใช่ไหม” แทฮอยองถาม ร่างบางตอบแค่พยักหน้า

ที่ถามไปแบบนั้น เขาไม่ได้นึกรังเกียจ แต่ถ้าไอ้สวะนั่นไม่ได้ป้องกัน เขาก็จะได้ลงไปซื้อยาคุมกำเนิดฉุกเฉินให้คนที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

“จะให้พี่เช็ดตัวให้บนเตียงเลยไหม” แทฮยองถามออกไปอีกครั้ง แต่จองกุกก็ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

“ผมรู้สึกขยะแขยงตัวเองมากเลยพี่แท” จองกุกตอบพลางหลุบตาลง

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่อุ้มไปอาบน้ำเอง แช่น้ำไหม เผื่อจะได้สบายตัวขึ้น” แทฮยองเอ่ยปลอบ เขาดึงแขนออกจากใต้ลำคอของร่างบางแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ความเหน็บชาเข้าเล่นงานเขาทันทีจนไม่อาจะขยับตัวได้ แทฮยองเกร็งตัวจนคนตัวเล็กรู้หลุดขำออกมา

“ไม่ต้องรีบก็ได้พี่แท จองกุกรอได้” ร่างบางพูดพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ซึ่งนั่น ก็ทำให้แทฮยองรู้สึกอบอุ่นที่หัวใจขึ้นมาเสียดื้อๆ

“จะหาว่าพี่แก่หรอ” แทฮยองถามกลับ

“พี่พูดเองนะ ผมไม่ได้พูด ฮ่าๆๆ” จองกุกหลุดหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่แทฮยองรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอยากหัวเราะจริงๆ และเพราะแบบนั้น แทฮยองไม่เคยรู้สึกความปวดเมื่อยและเหน็บชาที่เกิดกับร่างกายมาก่อน

“แสบนักนะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมน้ำให้ เอาน้ำอุ่นนะ เรานอนในห้องอากาศเย็นขนาดนี้นาน้กินไปแล้ว” แทฮยองว่าพลางยื่นมือไปลูบหัวร่างเล็กแล้วลุกออกจากเตียงไป พยายามทรงตัวให้ดี แต่แค่ก้าวแรก เขาก็ถึงกับเซจนคนเด็กกว่าที่นอนอยู่หัวเราะออกมาอีกครั้ง แทฮยงหันไปชี้นิ้วอย่างคาดโทษ แต่ก็เผยยิ้มกว้างบนใบหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำอุ่นให้กับคนที่เพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมา

เขาคนนี้อาจจะไม่ใช่คนดีนัก แต่ได้โปรดเเถิดองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดประทานพรให้กับเด็กน้อยคนนี้ที่เพิ่งเจอเรื่องเลวร้าย ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง หรือไม่อย่างน้อย ก็ขอให้ลูก ปกป้องเด็กคนนี้ได้บ้าง

แทฮยองนั่งมองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งกินไก่ทอดอยู่อย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ลึกๆแล้วเขาก็นึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นเบาใจคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนเด็กกว่าอยู่แล้ว เขาไม่ได้เอะใจสักนิด ว่าเสียงร้องที่เขาได้ยินนั้น ไม่ใช่เสียงร้องที่มีความสุข และเมื่อได้เห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังแสดงท่าทางว่ามีความสุขกับอาหารตรงหน้ามากแค่ไหนเขาก็ยิ่งปวดใจ เขาอยากบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องฝืนก็ได้ แต่ถ้าการที่เขาพูดออกไปแบบนั้นแล้วทำให้จองกุกต้องสูญเสียกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่ออย่างมีความสุขไปล่ะ เขาจึงขอนั่งมองอีกฝ่ายไปแบบนี้มากกว่า

“อร่อยขนาดนั้นเชียว” แทฮยองถาม เมื่อเห็นคนตัวเล็กวางกระดูกไก่ที่แทะเสร็จแล้วลงและกำลังจะหยิบชิ้นใหม่ขึ้นมา

“ไม่มีอร่อยไปกว่าไก่ทอดแล้วพี่แท” เด็กหนุ่มบอก

“ใครบอกล่ะ” แทฮยองปฏิเสธ

“อะไรกัน ไม่มีหรอก ไก่ทอดคือที่สุด” เด็กหนุ่มเถียง แล้วกัดไก้ถอดเข้าปากคำใหญ่

“เราก็เคยกินนะ” แทฮยองบอกต่อ

“อะไรอะ ถ้าเคยกินแล้วมันอร่อยกว่าก็ต้องจำได้สิ” เด็กหนุ่มกลืนไก่ลงแล้วทำหน้าฉงน

“พี่ไง อร่อยกว่าไก่เยอะ”

สิ้นคำตอบของร่างสูง เด็กหนุ่มก็วาไก่ลงแล้วทำท่าอาเจียนออกมาอย่างอัตโนมัติ

“ช่างกล้านะ” เด็กหนุ่มหรี่ตามอง

“ผนังกั้นห้องน้ำพังมาแล้ว จำไม่ได้หรอ” แทฮยองยักคิ้วให้คนตัวเล็ก

“พอเลยๆ อย่ารื้อฟื้น ผมอุตส่าห์ลืม” จองกุกพูดพร้อมกับโบกมือปัดไปมา

แทฮยองยิ้มให้อีกฝ่าย ร่างบางก็ส่งยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะกลับไปสนใจไก่ทอดต่อ

“กินข้างบ้างสิ” แทฮยองว่า

“ไว้ก่อน ไก่ทอดก็คือไก่ทอด จะให้อะไรมาทำลายรสชาติไม่ได้” เด็กหนุ่มตอบ

“แก้มออกแล้วนะ”

“อาหารอร่อย เราก็ต้องกิน แก้มออกมันเป็นเรื่องธรรมดา”

แทฮยองหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งกับคำตอบของคนตรงหน้า เขามองอีกฝ่ายกินไปเรื่อยๆ จนนึกอะไรขึ้นได้ และเขาคิดว่า มันก็คงจะดี ถ้าเขาได้พูดออกไป

“จองกุก”

“ครับ” เด็กหนุ่มตอบพลางเคี้ยวไก่ในปากตุ้ยๆ

“ให้พี่ดูแลเราได้ไหม ดูแลแบบจริงจังเลย” แทฮยองเอ่ยออกไป เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งสองคน

“แบบมีสถานะขึ้นมาอย่างนั้นหรอ” เด็กหนุ่มถาม

“อือ” แทฮยองพยักหน้า

“ไม่เอาหรอก” ร่างบางปฏิเสธ

“ไหนบอกว่าแค่สนุกไง อย่าจริงจังไปเลย ผมไม่เป็นไรหรอก” จองกุกตอบ เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงนึกสงสารเขาที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ แต่เขามันสกปรกเกินกว่าจะจริงจังกับใครได้

“พี่พูดเพราะสงสารเรา อันนี้เรื่องจริง แต่จองกุกไม่ได้สกปรกสำหรับพี่เลยนะ” แทฮยองตอบ เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ คนที่เจอเรื่องแบบนี้มามักคิดแบบนี้ทั้งนั้น

“เป็นแบบนี้ต่อไปก็ดีแล้วพี่แท ตอนนี้ผมยังไม่อยากจริงใจกับใครด้วยแหละ” เด็กหนุ่มยังคงปฏิเสธ เขารู้สึกดีใจนะ ที่คนตรงหน้าบอกเขาแบบนั้น แต่เขาไม่พร้อมจริงๆ การถูกรัก เป็นเรื่องที่เขาไม่ต้องการ

“ถ้าเราว่าแบบนั้นพี่ก็ไม่เซ้าซี้ แต่ถ้าพี่อยากปกป้องเรา เราจะให้พี่ปกป้องเราได้ไหม” แทฮยองถามออกด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงจัง

“อื้อ แน่นอนอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มส่งยิ้มกว้างกลับมาให้ร่างสูง

ได้ยินแค่นี้ก็ใจชื้นขึ้นแล้ว ตัวเขาเองก็ยังอยากสนุกไปเรื่อยอยู่เหมือนกัน เขาปฏิเสธตำแหน่งผู้นำตระกูลเพราะอยากใช้ชีวิตอีสระ ก็แอบรู้สึกกังวลที่พูดออกไปแบบนั้นว่าจะขอดูแลแบบจริงจัง เพราะกลัวจะเสียอิสระไป แต่พอได้ยินแบบนี้ ก็ใจชื้นขึ้นมาล่ะนะ

“พี่แท” เด็กหนุ่มเรียก

“ว่าไง” แทฮยองตอบ

“ขอบคุณนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

“ไม่เป็นไร กินต่อไปเถอะ” แทฮยองยิ้มตอบ

“พี่แท” เด็กหนุ่มเรียกอีกครั้ง คราวนี้แทฮยองไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เพียงแค่มองหน้าอีกฝ่ายแล้วเลิกคิ้วขึ้นเพื่อถามว่าอีกฝ่ายมีอะไรหรือเปล่า

“คืนนี้นอนนี่นะ”

________________________________________-

#btwusvkook

ขอกำลังใจนะคะ

1 คอมเม้นท์ = 1 ล้านกำลังใจ

อย่าลืมนะคะ เขาไม่ได้รักกันค่ะ

ตอนสุดท้ายของเฟส 1 แล้วนะคะ หลังจากนี้ขอพักไว้ก่อนนะคะ เราต้องอ่านหนังสือสอบค่ะ แต่ถ้าคอมเม้นท์ครบ 50 คอมเม้นท์ เราจะมาต่อให้ก่อนค่ะ ขอกำลังใจนิดนึงน้า แบบว่า แค่สตก.ตัวเดียวก็ยังดีค่ะ แต่จริงๆแล้วก็อยากรู้ทุกคนคิดเห็นยังไงกันบ้างค่ะ

เราแต่งเฟส 2 จบแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มเฟส 3 สำหรับรายละเอียดหนังสือ ไว้เราจะมาลงให้ทีหลังนะคะ (ประมาณ 350 บาทค่ะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น