ร้อยรักบันดาลใจ

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 5 ฟ้าหรือฝนที่เป็นใจ 75%(ลบแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ต.ค. 58

           
                                    


       นึกแล้วก็พาลโกรธตัวเองที่เอาแต่ห่วงนอน ขี้เซาไม่เลือกที่จนทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก การอยู่กันสองต่อสองในห้องสี่เหลี่ยมมิดชิดกับคนอย่าง ภูเบศร์ อรรถกร เป็นอะไรที่ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิดเดียว และเธอก็ไม่วางใจตัวเธอเองสักนิดว่าจะต้านทานเสน่ห์ของเขาได้หรือเปล่า

รักสิรินสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่ความคิดบ้าๆนั้นออกไปจากห้วงความคิด เธอเดินวนไปมาในห้องเหมือนหนูติดจั่นเหมือนว่าเธอลืมอะไรบางอย่าง แต่เธอพยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกไม่ออก ใช่สิ! เธอยังไม่ได้โทรบอกกับบิดาเลยว่าวันนี้ไม่กลับ แต่ถ้าพ่อเลี้ยงนรินทร์รู้ว่าเธอพักห้องเดียวกันกับภูเบศร์คราวซวยคงมาเยือนเธออย่างแน่นอน

ค่ะพ่อ ตอนนี้อยู่ปรานบุรีค่ะ พายุเข้าค่ะกลับไม่ได้” เธอตัดสินใจโทรหาพ่อเลี้ยงนรินทร์เพื่อไม่ให้ทางบ้านเป็นห่วงว่าเธอไม่กลับบ้าน

“คุณภู....พักอยู่อีกห้องค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรีบกลับค่ะ กู๊ดไนท์นะคะป๋า” เธอเหลือบมองหน้าเขาที่จ้องมองมาอย่างให้กำลังใจที่ทำให้เธอต้องโกหกแบบนี้ ซึ่งตัวเขาเองก็ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

“ทำไมไม่บอกพ่อคุณไปล่ะว่าพักห้องเดียวกับผม” ภูเบศร์ถามเมื่อเธอทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับเขา

“บอกไปทั้งคุณและฉันคงเละแน่” เธอรู้ถึงกิตติศัพท์ของบิดาเธอดี รายนั้นหวงลูกทั้งสองอย่างกับไข่ในหิน กลัวว่าจะโดนหลอกหรือเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์

“เรื่องอะไรล่ะ”

“ก็.....” เธอไม่รู้จะหาคำพูดใดมาอธิบายให้เขาเข้าใจ เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่า ทุกอย่างที่คุณทำอยู่แบบนี้แหละ ถ้าพ่อรู้เธอคงโดนบ่นจนหูชา

“ก็ ก็อะไรล่ะครับ ผมจะรู้ไหม”

“ฉันไปนอนดีกว่า” หญิงสาวตัดบท ดีดตัวลุกขึ้นเพื่อไปยังเตียงกว้างที่เธอตกลงแบ่งกันใช้กับเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

“เดี๋ยวก่อนสิครับ” เขาฉุดข้อมือของเธอให้นั่งลงข้างๆเขา

“อะไรเหรอคะ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นถามอย่างสงสัย

เขาโน้มริมฝีปากหยักได้รูปเข้าทาบทับกับริมฝีปากนุ่มสีระเรื่อของเธออย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เขาจูบเธออย่างนุ่มนวลแต่ยังคงความเว้าวอนอยู่ในที รักสิรินหลับตาพริ้มรับจุมพิตของเขา อากัปกริยาของเธอดูเงอะงะไร้เดียงสาจนเขาอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเธอเคยจูบกับใครมาบ้างรึยัง หากถ้ายัง เขายินดีและเต็มใจที่จะเป็นครูสอนที่ดีให้กับเธอ

เขาจูบอย่างดูดดื่มและเนิ่นนาน เมื่อหญิงสาวในอ้อมกอดดูสั่นเทาและเริ่มครางประท้วง กว่าจะยอมผละออกอย่างอ้อยอิ่งทำเธอแทบหมดลดหายใจ รักสิรินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ ดวงตาหวานยังฉ่ำปรือ เธอพยายามเรียกสติที่หลุดลอยไปให้กลับมาอย่างยากลำบาก เขาใช้ประสบการณ์ของเขาสอนให้เธอจูบตอบอย่างไร้เดียงสา และเธอก็ทำตามที่เขาสอนอย่างว่าง่ายด้วยสิ

 “ราตรีสวัสดิ์นะครับ....ที่รัก” เขากระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบาขณะวางเธอลงบนเตียงนอนหนานุ่ม ร่างบางยังอ่อนระทวยจนเขาต้องเป็นคนอุ้มมาส่งถึงเตียงนอน เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเธอเองมานอนบนเตียงได้อย่างไร ก็ในเมื่อกี้เธอยังโดนเขาจูบอยู่ที่โซฟาอยู่เลย

นึกแล้วแทบอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาด รักสิรินต่อว่าตัวเองเสียยกใหญ่เมื่อสติกลับครบตามดังเดิม กรอปกับสายตาที่มองมานั่นอีก มันทำให้เธออายแทบแทรกแผ่นดินหนี รอยยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองริมฝีปากของเธออย่างละห้อย และแสนเสียดายที่ปล่อยกวางน้อยอย่างเธอเข้าป่าไป

ใจจริงเขาไม่อยากปล่อยเธอเพียงแค่จูบเดียว เขาอยากทำอะไรต่อมิอะไรกับเธอหลายอย่าง เธอทำให้เขาตื่นตัวเพียงเพราะได้จูบแม้เธอจะจูบตอบอย่างไร้เดียงสาสิ้นดีก็เถอะ แต่เขาก็มีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะยอมปล่อยเธอไปก่อน รอวันที่เขาและเธอรู้จักกันให้มากกว่านี้ ถึงอย่างไรเธอก็หนีเขาไปไหนไม่พ้นอยู่แล้ว เพราะหากเธอหนีเขาจะเป็นคนตามเธอให้กลับมาด้วยตัวของเขาเอง

ดวงตากลมโตยังสว่างโร่ เธอมองฝ่าความมืดอย่างหวาดระแวง กลัวว่าคนขี้ขโมยจะทำอะไรเธอมากกว่านั้น ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เขาหลับไปแล้ว รักสิรินพยายามเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ ลมหายใจของคนในห้องเข้าออกสม่ำเสมอ แต่เธอกลับไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เพราะทุกอย่างที่เป็นเขาและจูบนั่นยังคงตามรบกวนเธออยู่ตลอด แต่เธอก็ไม่อาจฝืนความต้องการของร่างกายได้และผล็อยหลับไปในที่สุด


ต่อนะคะ....

ค่ำคืนที่ฟ้าฝนหล่นพรำ ท้องฟ้าสีดำมืดครึ้มไร้ซึ่งแสงของดวงดาว มีเพียงแสงของไฟลอดผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศช่างดูเศร้าหมองเมื่อทอดมองไกลออกไป วิรากานต์ยืนเหม่อมองภาพบรรยากาศเบื้องล่างผ่านระเบียงของห้องพักของเธออย่างไร้ซึ่งจุดหมาย  เธอไม่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ที่นี่นานเท่าใดแล้ว สมองของเธอทำงานอย่างหนัก คำพูดอย่างตัดพ้อของศรนเรศทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ ทั้งที่เวลาก็ล่วงเข้าวันใหม่มาเกือบครึ่งชั่วโมง เธอยังยืนกอดอกนิ่ง สายลมเย็นๆละอองไอฝนพัดปลิวมาประทะผิวกาย จนเธอต้องกระชับเสื้อคลุมให้มิดชิดขึ้น

เธอกลัวอะไรเหรอวิรากานต์ หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองหลายครั้ง แต่เธอกลับไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเป็นที่น่าพอใจ เธอจึงหลงวนเวียนอยู่ในภวังค์ของความคิดสับสนจนหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ เธอเคยมอบหัวใจให้ชายคนหนึ่งที่บอกว่ารักเธอ และพร้อมที่จะใช้ชีวิตกับเธอไปจนแก่เฒ่า แต่สิ่งที่เธอได้กลับมากลับเป็นเพียงแค่เศษหัวใจชิ้นเล็กชิ้นน้อยของเธอ ที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดีจนแทบต่อไม่ติด เธอยังเจ็บ....เจ็บเกินกว่าที่จะเริ่มต้นกับใครได้อีก

               

ศรนเรศพาร่างแกร่งกำยำเดินออกมาสูดอากาศ ไม้ดอกกลิ่นดอกไม้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ หยดน้ำฝนเกราะพราวไปทั่วสรรพาง แม้จะดึกดื่นค่อนคืนเขาเองก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ภาพดวงหน้าและแววตาเศร้าๆของใครคนหนึ่งยังคงตามรบกวนเขาอยู่ไม่ห่าง เธอจะรู้สึกอย่างไรกับเขากันนะ อีกครั้งที่คำถามนี้ผุดขึ้นในหัว

เขาเงยหน้ามองไปยังระเบียงของโรงแรมตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจ ห้องพักห้องนั้นยังคงเปิดไฟสว่างโร่ แสดงว่าคนในห้องยังไม่หลับใหล ยังไม่หลับใหล แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อมองเห็นใครคนหนึ่งที่ตรงระเบียงยืนเหม่อทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย เขาจ้องมองเธอนานเท่าใดก็ไม่รู้ เขารู้เพียงว่ายิ่งมองดวงหน้าหวานของเธอนั้นยิ่งทำให้เขาหลงรักเธอขึ้นเรื่อยๆ

 พลันสายตากลมโตกลับเหลือบไปเห็นชายคนที่ทำให้เธอต้องครุ่นคิดอย่างหนัก เขากำลังเงยหน้ามองมาที่เธอ สายตาคมคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวระคนลังเลใจ เธอตัดสินเพียงชั่ววินาทีวิ่งตรงไปยังประตู ใช่เธอต้องคุยกับเขา แล้วเธอจะคุยเรื่องอะไรและเริ่มต้นยังไง ไม่ทันที่ความคิดของเธอจะยุติ สองขาเรียวก็มาหยุดตรงหน้าคนที่ทำให้เธอต้องสับสนวุ่นวายใจ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับหัวใจของเธอได้อย่างไร

 “คุณโซ่” เสียงเธอเหนื่อยปนหอบน้อยๆ เมื่อรีบวิ่งมาจากชั้นสามของโรงแรม

ครับ” เขามองเธอตั้งแต่เธอวิ่งออกจากระเบียง และยังแปลกใจไม่หายว่าเธอจะไปที่ไหน ถึงดูรีบร้อนขนาดนั้น และเขาก็ได้รู้เมื่อเธอมายืนอยู่ตรงหน้าเขา

คือ....” วิรากานต์ไม่รู้ว่าเธอต้องเริ่มพูดกับเขาว่าอย่างไร หากบอกออกไปตามตรงว่าอยากลองศึกษาดูใจกับเขาก่อน มันคงเป็นเรื่องที่ไม่งามเท่าใดนัก

 “คุณมีอะไรรึเปล่าครับ ทำไมถึงยังไม่นอน”

 “ฉันนอนไม่หลับค่ะ แล้วคุณโซ่ล่ะคะทำไมถึงยังไม่นอน” 

เหมือนคุณมั้งครับ นอนไม่หลับ” เขาหัวเราะหึๆในลำคอ

 “ตอนนั้นคุณบอกว่าดอกไอริส เป็นดอกไม้แห่งความรัก...” เธอถามเขาอย่างหยั่งเชิง แอบมองซีกหน้าคมจากทางด้านข้างอย่างวิเคราะห์ สมองเริ่มทำงานอย่างหนักอีกครั้ง ถ้าเขาขอโอกาสเธออีกสักครั้งก็คงดีไม่น้อย ความคิดหลากหลายอย่างเริ่มประเดประดังเข้ามา แต่สองเท้าของเธอยังก้าวเดินตามเขาอย่างช้าๆ ไปยังสวนดอกไม้ที่เธอชื่นชอบตรงหน้า

 “ครับ ดอกไอริสเป็นดอกไม้แห่งความรัก มีอีกหลายสายพันธุ์นะครับที่คุณคงยังไม่เห็น” เขาว่าพลางพาเธอเดินไปยังแปลงของดอกไอริสหลากหลายสีสัน แม้ความมืดจะปกคลุมจนเธอมองเห็นสีของดอกไม่ชัดเจน แต่เธอก็รู้ว่ามันสวยงามแค่ไหน

แล้วคุณโซ่คิดว่า ดอกไอริสจะนำพาความรักมาสู่รึเปล่าคะ” วิรากานต์ถามเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ แววตาของเธอเปล่งประกายอย่างไม่ปิดบัง

ไม่รู้สิครับ ผมลองแล้วไม่เห็นว่ามันจะพาความรักมาสู่ผมเลย ผมคงไม่มีโชคทางด้านของความรักก็ได้ครับ” เขาสบตาเธอขณะพูดออกมา สื่อความหมายให้เธอได้รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั่นหมายถึงอะไร

คุณพยายามไม่มากพอรึเปล่าคะ ไม่แน่นะเขาอาจจะรอคุณอยู่ก็ได้” วิรากานต์ยังพูดเป็นนัยย์ไปเรื่อยๆ พลางนั่งลงสูดดมกลิ่นหอมๆของดอกไม้อย่างสบายอารมณ์

คุณคิดอย่างนั้นเหรอครับ” คำพูดของเธอแทนความคิดของเขาได้เป็นล้านคำ หัวใจที่เคยเหี่ยวห่อพองโตอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงเพราะได้ยินคำพูดของเธอถึงจะไม่ได้บอกอย่างชัดเจนโจ่งแจ้งก็เถอะ เขาไม่ผิดที่อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองไปบ้าง แต่ถ้าเธอไม่ได้หมายความเช่นนั้นเธอจะมาพูดเรื่องนี้กับเขาอีกทำไม

ไม่รู้สิคะ ฉันง่วงแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอขยิบตา และส่งยิ้มหวานเป็นประกายให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเดินตัวปลิวกลับไปยังห้องพักของเธอทันที เหลือทิ้งไว้แต่เพียงคำพูดสื่อบางความหมายให้เขาได้เก็บไปคิด และถ้าเขาคิดออกเขาอาจจะรู้ว่าควรทำต่อไปเช่นไร

        เขายิ้มให้กับตัวเองอย่างสุขใจ เขาลืมไปแล้วว่ารู้สึกเช่นนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มันรู้สึกอบอุ่นหัวใจแปลก อยากให้เวลานั้น เวลาที่เธอใจอ่อนมาถึงโดยเร็ว อยากโอบกอดเธอไว้ในอ้อมกอดของตัวเองตลอดคืน

ฝันดีนะครับคุณวิว” เขาบอกอย่างแผ่วเบา แม้ว่าเจ้าของชื่อจะไม่ได้ยินมันก็ตาม สายาตาคมยังจ้องมองไปยังห้องที่เพิ่งปิดไฟไปเมื่อไม่นาน ก่อนจะพาร่างแกร่งกำยำออกเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ในสวนสวยนั่น

ฉันจะรอนะคะคุณโซ่ หวังว่าคุณจะไม่ทำเหมือนคนที่แล้วมา” คนที่เขาคิดว่าเธอคงนอนแล้ว ซ่อนตัวเองอยู่หลังผ้าม่านทีปิดทึบ มองฝ่าความมืดสลัวลงไปยังสวนเบื้องล่างที่เธอเดินจากมาเมื่อครู่ ก่อนจะพาร่างบางกลับไปนอนบนเตียงนุ่มอย่างสบายใจ นับเป็นครั้งแรกหลังจากที่เธอผิดหวังกับเรื่องของความรัก ในวันนี้เธอทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังอย่างไม่ลังเล และจะเผื่อใจเอาไว้ ถ้าหากรักที่กำลังจะเข้ามาทำให้เธอเจ็บอีกครั้ง เธอก็จะได้มีหัวใจไว้รักตัวเองอย่างจริงจังสักที

                                        

อัพเพิ่มให้ค่ะ


#กลับมาอัพให้แล้วค่ะ หลังจากที่หายไปซ่อมร่างสองวัน.....

ลงน้อยๆก็อย่าเพิ่งโกรธหรือทิ้งกันไปไหนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #18 phoowanai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 21:27
    เห็นแจ้งเตือนปุ๊บรีบมาปั๊บ.....

    ผมคิดเหมือนคุณนะครับ iivara.....

    ชอบที่มันไม่จาบจ้วงเกินไป 
    #18
    0
  2. #17 IIvara (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 21:23
    ชอบค่ะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป รับรู้ได้ว่าไม่ใช่ความรักที่ฉาบฉวย

    เป็นกำลังใจให้นะคะ....
    #17
    0