คัดลอกลิงก์เเล้ว

ลุงยาจกผู้อารีย์

คุณเคยสงสัยมั้ย?? ว่าถ้าคุณให้เงินแก่เหล่าบรรดา ยาจก คนไร้บ้านพวกเขาจะเอาเงินพวกนั้น ไปทำอะไร? นิทานเรื่องนี้จะช่วยเปิดทัศนคติของคุณต่อเหล่ายาจกและคนไร้บ้าน ว่าสิ่งที่คุณเห็นต่างจากความจริงอย่างไร ^-^

ยอดวิวรวม

65

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


65

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.ค. 60 / 15:36 น.
นิยาย اҨ ลุงยาจกผู้อารีย์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะคะ นี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องเเรกของเรา อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง ยังไงก็คอมเมนต์มา
บอกได้เลยนะคะ ผู้แต่งจะได้นำไปปรับปรุง ในงานเขียนชิ้นต่อไป >----<
ส่วนความเป็นมาของเรื่องสั้นเรื่อง ลุงยาจกผู้อารีย์ นะคะ เราเอาเรื่องจริงบางส่วนมาจาก คริปทดสอบสังคม เรื่อง-เคยสงสัยไหม? ให้เงินคนไร้บ้านแล้วเขาเอาไปทำอะไร?  
ของแชแนล   

https://youtube.com/RaiDenJunior

ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ เเชแนลนี้เขาจะแปลคริปทดสอบสังคมของต่างประเทศ หลายคริปซึ้งมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ

ขอบคุณธีมสวยๆจาก
https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1128553

cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ก.ค. 60 / 15:36


       กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมืองแห่งนี้ไม่ได้มีชื่อเรียก คนในเมืองเองก็อยู่กันอย่างสงบสุข วันหนึ่ง ได้มีแขกเดินทางมาพักที่เมืองแห่งนี้
เฮ้! เฮนรี่
             เด็กชายในชุดสีเขียวหันไปมองตามเสียงเรียก เขาเห็นเด็กชายสวมชุดสีน้ำตาลกำลังโบกมือมาทางเขาอยู่ เฮนรี่ผละตัวออกจากเตาผิงที่เขากำลังทำความสะอาด คว้าผ้าสีปอนๆบนโต๊ะมาเช็ดมือที่เปื้อนเขม่าควันพลางเดินไปหาคนเรียก
"ว่าไง กิว"
              กิว เด็กชายวัย7ขวบ ผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของเฮนรี่ตอนนี้กำลังแสดงอาการตื่นเต้นกับบางอย่าง เขายกขาวิ่งอยู่กับที่ ยิ้มราวกับคนบ้า ก่อนพูดขึ้นมา

"วันนี้มีคนมาที่เมืองด้วยล่ะ"

"แล้วไง" เฮนรี่พูดด้วยเสียงราบเรียบ พลางก้มลงเช็ดมือของตนเอง แถมยังเช็ดตรงจุดที่เปื้อนเป็นพิเศษอีกต่างหาก

                ท่าทีเฉยชาเริ่มทำให้กิวหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ

"ก็ไม่แล้วไง เพียงแต่คนๆนั้นแค่เป็น นักเล่านิทานเอง" กิวพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในใจกลับรู้ว่าคีย์เวิร์ดของคำว่า นักเล่านิทาน จะทำให้เพื่อนของตนเปลื่ยนท่าทีแน่นอน

                 กึก และมันก็ได้ผล เฮนรี่เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนผ้าเช็ดมือทิ้งไป และวิ่งเข้ามาจับไหล่กิวไว้ทั้งสองข้าง

"ฮะ นักเล่านิทาน แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ" เฮนรี่เบิกตาโตจนกิวกลัวว่ามันจะถลนออกมานอกเบ้ารึเปล่า

"ว่าไง เขาอยู่ที่ไหน แล้วเขาไปรึยัง โอ้ย ทำไมมาบอกช้าแบบนี้!!!"

"โอ้ย!!! หยุดเขย่าชั้นก่อน เวียนหัว" กิวพูดพลางเบะปากออกมา เตรียมจะส่งอาหารมือเช้าที่ละเอียดจากการย่อยออกมาทักทายเพื่อน 

แน่นอนว่ามันเกือบจะได้ออกมาแล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่าเฮนรี่ผงะตัวออกไปซะก่อน เขากระแอมนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรไป

"อะแฮ่ม โทษที เพื่อน ชั้นตื่นเต้นไปหน่อย"

"ไม่หน่อยแล้วมั้ง" พูดด้วยสีหน้าเอือมเต็มที

"เออน่า แกช้าว่ะ บอกมาเร็วๆว่าเขาอยู่ที่ไหน"

"ที่ลานหน้าน้ำพุน่ะ เพิ่งมาเมื่อเช้านี่เอง เฮ้ย! เดี๋ยว!"
กิวรีบคว้าคอเสื้อเพื่อนไว้ ทำให้เฮนรี่ที่ถลาไปด้านหน้าถูกเสื้อรัดคอ

"แค่ก อะไรอีกเนี่ย" หันไปมองด้วยความหงุดหงิด

กิวไม่พูดอะไร เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้พลางพูด 
"เช็ดหน้าก่อน แกจะไปสภาพหน้าดำไปครึ่งซีกงี้เรอะ แล้วก็ใส่รองเท้าให้เรียบร้อยด้วย อ้อ ที่สำคัญ....... 
         กิวลากเสียงยาวพร้อมกับก้มลงกระซิบที่ใบหูของเฮนรี่เบาๆ 
"แกยังไม่ได้เปลื่ยนชุด หึ กางเกงนอนลายหัวใจน่ารักดีนะ 555"
"..........."

ณ ลานน้ำพุ

               ในเวลาเช้าเช่นนี้ อากาศกำลังดี สายลมแผ่วๆ ลอยหยอกล้อกับกิ่งไม้ให้ไหวเอนเบาๆ เสียงนกขับขานทักทายเหล่าผู้คนที่ผ่านไปมาเหมือนทุกวัน หากแต่วันนี้มีสิ่งที่พิเศษกว่าวันไหน เพราะมีเสียงเจี๊ยวจ้าวดังมาจากลานหน้าน้ำพุ เด็กๆกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงดูอะไรบางอย่างอยู่ 
                กิวและเฮนรี่(ที่เปลื่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว) เดินมาร่วมวงพวกเพื่อนๆ จากนั้นก็ 
ชะโงกหน้ามาดูคนที่นั่งอยู่ตรงกลาง
เฮนรี่ดูตื่นเต้นมาก เขาเห็นชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊ก ชายคนนั้นสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาลปอนๆตัวหนึ่ง ผมสีดำฟูๆ ถูกมัดไว้ด้านหลัง
"..........."(ดูๆ แล้วเขาไม่ค่อยจะเหมือนนักเล่านิทานเลยแฮะ)เฮนรี่คิด ภาพที่คิดไว้ว่าต้องเป็นผู้ชายเท่ๆ ดูสุขุม หายไปในพริบตา เฮนรี่รู้สึกห่อเหี่ยวในใจ เขาหันไปถามกิวเพื่อความเเน่ใจ

"กิว นายแน่ใจนะว่าเขาคือนักเล่านิทาน"

"อ้าว แล้วไม่ไช่เหรอ" กิวทำหน้าเหลอหลา

แปะ เฮ้อ เฮนรี่กุมขมับด้วยความปวดหัว นี่อย่าบอกนะว่าเขาโดนหลอกให้ออกมาจากบ้าน
คงเพราะกิวรู้ว่าเขาชอบฟังนิทานสินะ เลยล่อมาด้วยวิธีนี้
หลังจากที่เริ่มมั่นใจว่าต้องเป็นอย่างที่คิดแน่นอน เฮนรี่ก็กำลังจะเดินกลับบ้าน
แต่กิวกลับไวกว่า เขาคว้าแขนเพื่อนสมัยเด็กไว้แล้วลากฝ่าดงเด็กๆไปอยู่ข้างหน้าสุด พร้อมกับถามไปว่า
 
"ลุงฮะ ลุงไช่นักเล่านิทานรึเปล่าฮะ!!!"

                 บริเวณนั้นเกิดเสียงเงียบขึ้นมาทันที ชายปริศนาค่อยๆหันมาทางมองที่พวกเขาเป็นตาเดียว ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้น "อะ เอ่อ ถ้าเล่านิทานได้ หมายถึง ถ้าเล่านิทานให้ฟังแล้ว จะได้เงินมั้ยอ่ะ?"
ชัด ชัดเลย ชัดเลยยยยยยยยย ลุงเเกเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ไช่นักเล่านิทาน!!
ความจริงสุดเงิบ ทำเอาพวกเขารวมถึงเด็กๆที่อยู่ตรงนั้นเงิบกันเป็นแถบ จากนั้น...................
พึ่บ พึ่บ พึ่บบบบบ ทุกคนก็สลายตัวกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เดี๋ยวก่อนนนน"

"เฮ้ย!! ลุง ปล่อยผมนะ" เฮนรี่สลัดขาแรงๆ หวังให้ตาลุงปล่อยมือที่เกาะขาเขาออก แต่ให้ตาย เกาะแน่นชะมัด

"ได้โปรดเถอะ ลุงขอเงินหน่อยนะ ลุงหิวมากเลยอ่ะ ไม่ได้กินอาหารมานานแล้ว นะ นะ"

โอ้ พระเจ้า นอกจากจะไม่ไช่นักเล่านิทานแล้วลุงยังเป็นยาจกด้วยยยยย
เฮนรี่น้ำตาตกใน ครั้นจะหันไปขอความช่วยเหลือจากกิว ปรากฏว่าเจ้าตัวก็หายไปไหนไม่รู้ ไอ้เพื่อนเวรรรรร เฮนรี่ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
              เขาก้มลงมองลุงตุ๊กแก(?)ก่อนถอนหายใจเบาๆ ก่อนหน้านี้พอแต่งตัวเสร็จ เขาก็รีบออกมา เลยไม่ได้หยิบเงินออกมาด้วย เอาไงดี?
        ขณะที่กำลังคิดหาทางออก กิวก็เดินกลับมาพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง
 ราวกับสวรรค์มาโปรด เฮนรี่รับเงินมาพร้อมกับย่อตัวลงยื่นให้ตาลุงที่นั่งฟูมฟายเกาะขาเขา
อ่ะ ลุง
เมื่อเห็นเงินปุ๊ป ชายยาจกก็หยุดร้องไห้ปั๊ป

"มันอาจจะไม่มากนักนะ ถ้าไม่รังเกีย--------"

พูดยังไม่ทันจบ เงินในมือก็หายวับไปอยู่ในมือของอีกฝ่ายทันที

"ขอบคุณมากเลยนะเด็กๆ บุญคุณนี้ลุงจะไม่ลืมเลยล่ะ พวกเธอช่างเป็นเด็กที่ประเสริฐจริงๆ โฮ ดีใจจังที่โลกนี้มีพวกเธออยู่"

แล้วลุงก็วิ่งไปแบบสโลโมชั่น ถ้าเฮนรี่ตาไม่ฝาด เหมือนจะเห็นหยดน้ำใสๆ ปลิวออกมาเป็นสายด้วย
เอิ่ม........ ลุงวิ่งไปนานละ แต่เฮนรี่และกิวยังยืนอยู่ที่เดิมเพราะยังอึ้งไม่หาย

"เฮ้ย นั่นยาจกหรือว่าโจรวะ มือไวชะมัด" เฮนรี่เกาหัวแกรกๆ สบตากับกิวที่ทำหน้าตาเหมือนลิงเอ๋อ 
(เออ จริงด้วย) เฮนรี่นึกขึ้นได้ "กิว ชั้นขอบใจแกเรื่องเงินมากเลยนะ ไม่ได้แก ชั้นคงไม่รู้จะเป็นยังไง" ว่าแล้วก็ยังขนลุกไม่หาย บรื้อ 

"ชั้นว่าแกไม่ต้องขอบใจชั้นหรอก"

"หือ? ทำไมล่ะ?" ไรอ่ะ ทำไมกิวมันพูดงั้นวะ เอ๊ะ! หรือว่าเงินนั่น........

"ใช่แล้ว ชั้นเอามาจากกระปุกออมสินแกเอง"

"ฮะ!? หมดเลย?"

"ม่าย แค่ครึ่งหนึ่ง"

"แล้วไม่มีเงินแกปนเลย???"

"เปล่า มีของชั้นอยู่เหรียญหนึ่ง" " แกไม่โกธร...............ใช่ป่ะ???"

"ไม่โกธร......ก็ไม่ไช่คนแล้ววววว"
ก๊าซซซซซ(พ่นไฟ) ชั้นขอเปลื่ยนคำพูด แก! อิเพื่อนเลวววว เฮนรี่โมโหมาก สองเท้าวิ่งไล่ถีบเพื่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย
          
ผ่านไป10นาที

"แฮ่กๆๆๆ เหนื่อยจัง"
"บอกแล้วให้หยุด นายก็ไม่ฟัง"
"หุบปากน่า แงะเงินชั้นไปแล้วยังมีหน้ามาพูดอีกนะ" เฮนรี่พูดทั้งๆที่ใบหน้าเชุ่มไปด้วยเหงื่อ จนเขาต้องล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ด
พอลดผ้าเช็ดหน้าลง ก็ต้องผงะ กับใบหน้าของกิวที่ห่างกันไม่เกิน5เซน
"อะ อะไร"
"นายไม่สงสัยบ้างเหรอ"
"สงสัยไร"
"ว่าตาลุงนั่นจะเอาเงินไปทำอะไรน่ะ"
"เรื่องนี้เองเรอะ เอาหน้าออกไป" พึ่บ(เสียงใช้มือดันหน้ากิว)  เฮ้อค่อยหายใจได้สะดวกหน่อย
"ตาลุงนั่นก็ต้องเอาไปซื้ออาหารสิ ไม่เห็นเหรอว่าแกบ่นว่าหิวน่ะ"
"แต่ชั้นว่าอาจจะไม่เป็นแบบนั้นน่ะสิ"
"ทำไมล่ะ??"
กิวไม่ตอบในทันที แต่กลับชี้ไปทางด้านหลังของเฮนรี่แทน
และพอหันไปตามทางแล้ว............
"เฮ้ย นั่นร้านเหล้านี่"
เฮนรี่ตะโกนลั่น ใช่เเล้ว นี่คือสิ่งที่กิวจะสื่อ ลุงยาจกที่เมื่อกี้บอกว่าหิว กลับเดินเข้าไปในร้านเหล้า หน้าตาเฉย
"นี่เราโดนหลอกเอาเงินเหรอ"
"น่าจะใช่นะ"
"หนอยแบบนี้ต้องจัดการ" ว่าแล้วก็เดินตรงไปที่ร้านเหล้า
แต่พอเดินไปได้แค่ครึ่งทาง คนยาจกก็็เดินออกมาพอดี ทำให้กิวตัดสินใจดึงเพื่อนหลบในพุ่มไม้
"กิว แกหลบทำไม"
"แกคิดดูสิเฮนรี่ ถ้าเราพุ่งตรงไปเลยอาจทำให้ตาลุงนั่นวิ่งเตลิดหนีความผิดไปไกลเลยนะ แต่ถ้าเราค่อยๆย่องตามไปล่ะก็ ว่าพลางเหลือบตามองถุงหลายใบที่ชายยาจกถืออยู่ ตาลุงนั่นต้องมีที่กบดานแน่ๆ ทีนี้พอลุงนั่นไปถึงที่ เราก็ค่อยจับตัวไปส่งตำรวจพร้อมของกลางเลยไง"
"เออ ความคิดดีว่ะ ไม่น่าเชื่อเลย"
ว่าแล้วก็ทำตามแผนด้วยการสะกดรอยตามไปเงียบๆ ผ่านตึกหลายใบ แต่ก็ไม่ไกลนัก มีตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ณ ตรอกเล็กๆไร้ชื่อ

กิวกับเฮนรี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็พร้อมใจกันเดินออกจากตรอกไป
         วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว(เอ๊ะ ยังไง) ชายยาจกได้เดินออกมาจากตรอก ในมือถือถุงที่ข้างในว่างเปล่า ขณะที่ก้าวพ้นตรอกมา2ก้าว และเลี้ยวไปทางซ้ายนั้น ก็เห็นเด็กสองคนยืนจังก้าอยู่ ชายยาจกคิดว่าตัวเองตาฝาด จึงยกมือขึ้นขยี้ตา แต่ถ้าที่เห็นก็ยังเหมือนเดิม เขาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา คิดในใจว่า (ตายละหว่า พวกเด็กๆเมื่อเช้านี่ หรือว่าจะมาทวงเงินคืนนะ โธ่เอ๋ย แย่ละ จะเอาเงินที่ไหนให้ดีล่ะ ก็เงินที่ได้มาน่ะ เราเอาไป.........)

"ลุงฮะ/ลุงครับ"   ไม่รู้ว่าพวกเด็กๆเดินเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ แขนทั้ง2ก็ถูกคว้าไปคนละข้าง พร้อมกับลากคนที่กำลังยืนอ้ำอึ้งอยู่ไปนั่งที่เก้าอี้สวนสาธาระณะ สถานกราณ์ในตอนนี้คือ ลุงยาจกนั่งอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยเด็ก2คน เฮนรี่อยู่ซ้าย กิวอยู่ขวา ขณะนั้นในหัวของลุงยาจกก็นึกเนื้อเพลงท่อนฮุกที่ตนบังเอิญไปได้ยินมาเเล้วจำติดหู มันร้องว่า

คนกลาง ก็เจ็บที่มันต้องวางตัว ต้องกุมหัวใจที่เต้นรัว ไม่ให้เธอรู้ ที่จริงชั้นกลัวเธอแค่ไหน*~~~~(เอิ่ม ท่อนสุดท้ายนี่ไม่ใช่ละ) ในเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากถาม คนกลาง(?) เลยต้องพูดก่อน

"เอ่อ เด็กๆ คืองี้นะ เงินที่ลุงได้จากพวกเธอน่ะ ลุงเอาไปไช้หมดแล้วล่ะ เพราะงั้นลุงเลยไม่มีให้------"

"เงินน่ะ พวกผมไม่เอาแล้วก็ได้"      "แต่ลุงต้องตอบคำถามพวกผมมานะ"

(อ้าว เมื้อกี้ไม่พูด ไหงพอเราพูดถึงมาชิงตัดบทงี้) ลุงถึงกับตามอารมณ์ไม่ทัน แต่ก็ตอบมาแบบมึนๆว่า "ได้สิ" 

"งั้นข้อแรก ลุงไม่ได้เอาเงินที่ผมให้ ไปซื้อเหล้าเหรอครับ?"

"เหล้า? ไม่นี่ ไม่ได้ซื้อ"

"โกหก! ลุงเข้าไปในร้านเหล้าแล้วจะไม่ซื้อเหล้าได้ไง" กิวประท้วงขึ้นมา

"จริงๆ ลุงไม่ได้ซื้อ  ที่ร้านนั่นน่ะ มันขายพวกขนมปังด้วยนะ"

"เอ๋???"

"มันก็เขียนที่ป้ายหน้าร้านด้วยนี่ ไม่ได้สังเกตเหรอ?"

       ทั้งกิวและเฮินรี่เริ่มครุ่นคิด  ร้านเหล้าสุรายาดอง(ชื่อร้าน) มันมีคำว่าขนมปังด้วยเหรอวะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ ทั้งสองหันมามองหน้ากัน "หรือว่า/หรือว่า" ไอ้ตัวอักษรสีดำเล็กๆที่เขียนอยู่ใต้คำว่าเหล้า สุรา ยาดอง น่ะเหรอ!!

"ใช่เเล้ว" ลุงแกพยักหน้าหงึกหงัก

        กรรม เจ้าของร้านนะเจ้าของร้าน เขียนตัวเล็กขนาดนั้นใครจะไปมองเห็นวะ อ้อ ยกเว้นตาลุงไว้คนหนึ่ง

"เฮ้อ แสดงว่าลุงไม่ได้ไปซื้อเหล้า แต่ไปซื้อขนมปังเนี่ยนะ"

"ช่ายยยยย"

"โว้! งั้นทำไมลุงไม่ไปซื้อที่ร้านอื่นล่ะ พวกผมเข้าใจผิดหมด แย่ๆๆๆ"

"อ้าว พวกเธอนี่ มาว่าลุงอีก เอางี้ เดี๋ยวลุงจะเล่าแบบย่อๆให้ฟังนะ คืองี้ ลุงน่ะ พอได้เงินมาแล้ว 5นาทีแรกลุงก็ไปไล่ถามหาร้านขายอาหารที่ราคาถูกๆ เพราะเงินที่พวกเธอให้น่ะ มันไม่เพียงพอจะซื้ออาหารทีละมากๆได้ ทีนี้ ลุงก็ได้รู้มาว่า ร้านเหล้าสุรายาดอง&ขนมปังน่ะ มีขนมปังราคาถูกสุดๆ เพราะเจ้าของร้านเขาได้กำไรจากการขายเหล้าหลายบาทต่อวัน ค่าขนมปังเลยไม่ได้เรียกกำไรมากอะไร ลุงก็เลยเข้าไปซื้อมาได้หลายชิ้น เนี่ย เจ้าของร้านใจดีมากเลยนะ พอรู้ว่าลุงจะซื้อไปแจกพวกคนไร้บ้านคนอื่นด้วย ก็แถมมาให้เยอะแยะเลย ลุงก็เลยได้เอามาแจกคนที่อยู่ในตรอกนี่ทั่วถึงเลยล่ะ" ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างมีความสุข
            ฝั่งกิวกับเฮนรี่ก็พากันพยักหน้าหงึกหงัก อ๋อ~  เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง ก็ว่า ทำไมถือถุงมาเยอะเเยะ เอ๊ะ! "แล้วลุงมีญาติพี่น้องเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?" เฮนรี่ถาม เพราะตอนที่เข้าไปในตรอกนั่น เขาเห็นกลุ่มคนอยู่เยอะมาก เกือบยี่สิบคนแน่ะ
             ลุงยาจกได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มถูกใจกับคำถาม เขาเอามือขึ้นลูบหัวเฮนรี่ด้วยความเอ็นดู  
"ลุงจะบอกอะไรให้นะ สำหรับพวกเราน่ะ แม้ว่าจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ก็มีความผูกพันกันได้ แม้ไม่รู้จักกัน แต่เราก็เป็นห่วงกันแบบครอบครัว เพราะไม่ใครจะเข้าใจความลำบากของพวกเรา มากกว่าพวกเดียวกันหรอก"
               เขาหยุดพูดเพื่อสังเกตเด็กทั้งคู่  เมื่อเห็นเด็กๆกำลังตั้งใจฟัง เขาจึงเริ่มเล่าต่อ

            "เพราะสมัยนี้น่ะนะคนที่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินก็จะกลายไปเป็นคนยาจก ยังไม่นับคนไร้บ้านที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องระหกระเหินไปอยู่ตามที่ต่างๆ บางคนนอนข้างถนน บางคนคุ้ยหาเศษอาหารจากถังขยะเพื่อปะทังชีวิต บางคนดีหน่อยก็จะได้เงินจากการขอมาซื้ออาหารทานแบบที่ลุงทำ  แต่ลุงจะบอกอะไรให้นะ จริงๆทุกคนไม่ได้อยากเป็นแบบนี้.......แต่เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้ก่อน แล้วความสุขก็จะตามมา  อย่างลุงเองตอนแรกก็อยู่กับพ่อ แต่พ่อของลุงป่วย ลุงทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อหาย แต่มันก็ไม่สำเร็จ รู้ตัวอีกที ลุงก็เลยมาอยู่ในสภาพนี้แหละ"

"แล้วทุกวันนี้ลุงมีความสุขมั้ยฮะ?" กิวถาม 

                "มีสิ ถึงแม้ลุงจะอยู่ในสภาพนี้ แต่มันก็ไม่ยากที่จะทำความดี เชื่อลุงเถอะ เงินก็ซื้อความสุขที่ได้ช่วยคนอื่นแบบนี้ไม่ได้หรอก" ว่าแล้วก็ขยิบตาให้เด็กทั้งสอง 

                ท่าทีหยอกล้อของชายวัยกลางคนทำให้เฮนรี่และกิวผ่อนคลายลงมาก พวกเขาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด สบายใจที่ได้รู้ความจริงว่าเงินที่พวกเขาให้ลุงไป มันไม่ได้ศูนย์เปล่า 

"ไง ทีนี้ก็หายสงสัยว่าลุงเอาเงินไปทำอะไรแล้วไช่มั้ย?"

"ใช่ฮะ หายสงสัยแล้ว แล้วก็ดีใจด้วยที่โลกใบนี้ มีคนที่คิดดีๆแบบลุงอยู่" กิวพูดประโยคเหมือนตอนที่
ลุงพูดกับเขาตอนเช้า พร้อมกับหมุนตัวไปรอบๆ

"ใช่ครับ" เฮนรี่เสริม "โลกนี้มันดูน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกอง พอมีคนที่ไม่ย่อท้อกับความลำบากแบบลุง" 

"ลุงน่ะเป็นไอดอลของผมเลยนะ"

ใช่ๆ กิวฉีกยิ้มจนตาหยี "ผมจะเอาเรื่องของลุงไปเล่าให้เพื่อนๆที่โรงเรียนฟัง ว่าลุงอ่ะ เจ๋งแค่ไหน!"

"เนอะ เฮนรี่"

"เนอะ กิว" ว่าแล้วก็แปะมือกัน

"ฮะ ฮะ เขินจัง แต่ เฮนรี่ลุงคงไม่เหมาะจะเป็นไอดอลของเธอล่ะมั้ง"

"ทำไมล่ะครับ??" เฮนรี่ผละตัวออกมาถามด้วยความสงสัย

 " ก็ลุงไม่ใช่นักเล่านิทานนะ" เขาพูดเพราะเมื่อเช้าพอเฮนรี่รู้ว่าเขาไม่ใช่นักเล่านิทาน เด็กชายดูผิดหวัง ตัวเขาที่เป็นยาจกเลยเข้าใจว่าเฮนรี่คงชอบนักเล่านิทานมาก

             เฮนรี่ได้ยินแบบนั้น เขาเงียบไปอึดใจ ก่อนเกาหัวด้วยความขัดเขิน "อ๋อ!! ก็จริงฮะ ที่ผมชอบนักเล่านิทาน ชอบฟังนิทานสนุกๆ"

" แต่ว่านะฮะ" เด็กชายเงยหน้าขึ้นมา สบตากับคุณลุง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความชื่นชม
 
"ถึงลุงจะไม่ใช่นักเล่านิทาน แต่ลุงก็เก่งที่เล่าเรื่องราวของลุงออกมาให้พวกผมเข้าใจได้นี่ครับ" 
"ลุงไม่ได้ดูน่าสงสาร ตรงกันข้าม ลุงทำให้พวกผมรู้ว่า ลุงไม่ไช่ยาจก"  
"ลุงก็เหมือนคนปกติทั่วไป ที่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ผมชื่นชมลุงที่ลุงเป็นแบบนี้นะ"

เพียงคำพูดของเด็กชายไม่กี่ประโยค ทำให้จิตใจของชายวัยกลางคนรู้สึกตื้นตัน (นานแค่ไหนแล้วที่ได้ยินคำพูดดีๆแบบนี้นะ อา น้ำตาจิไหล)

"เฮ้ย ลุงร้องไห้เลยเหรอ?!" "เฮนรี่ลุงร้องไห้อ่ะ?" กิวถลาเข้าไปใกล้ๆ ลุงที่ตอนนี้ร้องไห้เป็นเด็กๆ ก่อนหันมาบอกเพื่อนตัวเอง

           เฮนรี่เองก็ตกใจเหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปรึเปล่า เขาเดินอ้อมไปลูบหลังชายวัยกลางคนเบาๆ "ไม่ร้องนะลุง เป็นอะไรครับ ผมพูดอะไรไม่ดี รีเปล่า ผมขอโทษนะ"

"เปล่าหรอก" คนโดนปลอบส่ายหน้าเบาๆ 

"ลุงดีใจน่ะ ไม่ค่อยเจอคนชมเท่าไหร่ เนี่ยแทบจะลอยแล้ว" ว่าแล้วก็ยกมือปิดหน้า ซ่อนความอายที่เผลอปล่อยโฮต่อหน้าเด็ก

           ฮะ ฮะ ฮะ รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กสองคน เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ชิ เริ่มหมั่นใส่แล้วสิ 

อะแฮ่ม กระแอมกลบเกลื่อน "ไหนๆลุงก็เป็นไอดอลของเธอทั้งคู่แล้วนะ  ลุงขออะไรหน่อยสิ"
"อะไรเหรอลุง" หันมารอฟังอย่างจดจ่อ

........."ลุงขอเงินไปซื้อน้ำหน่อยสิ เมื่อกี้พูดเยอะ คอแห้งหมด"  "อ้อ! ค่าอาหารด้วยนะ มัวแต่แจกคนอื่น ขนมปังเลยหมดไปก่อนได้กินน่ะ แหะๆ"
 
หัวเราะปิดท้ายไม่พอ.................

 จ๊อกๆๆ จ้อก~~~~

 ยังมีเสียงท้องร้องเป็นเอฟเฟ็กประกอบฉากด้วย

"...................."

"....................." เฮนรี่และกิวถึงกับใบ้กิน



นิทานเรื่องนี้จึงจบลงด้วยประการฉะนี้




* เพลงคนกลาง ร้องโดย Part Kieran (พาร์ท เคียราน)



จากใจคนเขียน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องสั้นของเรานะคะ ถ้ามีคำติ-ชม อะไรเช่น มีคำผิด อ่านแล้วงง ขาด-เกินอะไรไป คอมเมนต์ได้เลยนะคะ >3<




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Kill the light จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 POOpiporo (@POOpiporo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:17
    คิดถึงเล่มเล็กอ่านไปคิดถึงไปT^T
    #3
    0
  2. #2 POOpiporo (@POOpiporo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:16
    คิดถึงเล่มเล็กอ่านไปคิดถึงไปด้วยT^T
    #2
    1
  3. วันที่ 20 เมษายน 2560 / 12:33
    สวัสดีจ้าไรท์สู้น้า
    #1
    1