[E-Book] Yeouinaru Station #สถานียออินารุ [TWICE][2yeon]

ตอนที่ 3 : EP.02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    29 ก.ย. 61




EP.02

:)

 



          อาการของคนตกหลุมรัก

 


            อยากเห็นหน้าเขาทุกวันแถมคิดถึงตลอดเวลา หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นหน้าเขา รู้สึกดีที่ได้แอบมองแต่ไม่ชอบสบตา อยากรู้จัก อยากพูดคุย หวั่นไหวกับเพลงรักโดยเฉพาะแนว R&B & Soul รวมถึงอยากรู้ว่าเขาชอบทำอะไร ชอบกินอะไร ชอบไปที่ไหน

 


บางทีคนเราก็ทำอะไรแปลกไปโดยไม่รู้ตัว

 


ไม่มีเหตุผลเลยที่นายอนจะต้องมานั่งค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาการของคนตกหลุมรักในเวลาตีหนึ่งเศษ เพราะโดยปกติแล้วเธอจะเข้านอนห้าทุ่มตรงทุกคืน

 


นอนไม่หลับ

 


หลายชั่วโมงผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ นายอนมัวแต่ว้าวุ่นอยู่กับความคิดในหัวสมองตลอดทั้งคืน จะว่าไปเธอก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ที่เธอลืมขอเบอร์โทรหรือไอดีไลน์ของอีกฝ่ายไว้ระหว่างทางเดินกลับร้าน

 


คืนนี้เธอตัดสินใจนอนค้างที่ร้านแทนบ้านเนื่องจากฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจนักถ้าเธอจะเดินทางกลับคังนัมในเวลาสามทุ่ม ร้านของนายอนเป็นตึกแถวสองชั้น ชั้นแรกเป็นโซนบริการลูกค้าและขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ส่วนชั้นที่สองเป็นบริการอาบน้ำตัดขนติดกับอีกห้องที่ต่อยาวไปด้านในและในส่วนของห้องด้านในถูกสร้างเผื่อไว้เป็นห้องพักส่วนตัวแบบชั่วคราว

 


ถ้าเปรียบความรู้สึกของนายอนให้เหมือนกับตึกสูงร้อยชั้น ตอนนี้เธอน่าจะเผลอขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่สี่แล้วก็ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาการข้างต้นที่เจอในอินเทอร์เน็ตนั้นตรงกับอาการของตัวเธอเอง แต่จะให้ยอมรับว่าตกหลุมรักหล่อนเข้าแล้วก็คงจะไม่ใช่

 


น่าเสียดาย

 


เสียดายที่ไม่ได้ขอเบอร์โทรของอีกฝ่ายไว้

 


บ้าหน่า

 


เธอไม่รู้หรอกว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรเพราะเธอไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน จะว่าปลื้มก็คงจะไม่ใช่ หรือว่าชอบ? ก็คงยังไม่ถึงขั้นนั้น

 


เธออาจจะแพ้พ่ายต่อคนอย่างยู จองยอน หล่อนเป็นคนสุภาพ น่าค้นหา อัธยาศัยดีและใจดี เป็นใครก็ตามหากได้อยู่ใกล้ก็คงจะรู้สึกเหมือนกันกับเธอ นายอนสะบัดความคิดออกจากสมอง—บางทีเธออาจจะแค่ประทับใจหล่อนก็เท่านั้นเอง

 


ก็แค่ประทับใจ

 



คงไม่ได้คิดอะไรเกินสถานะเพื่อนใหม่หรอกมั้ง







Y E O U I N A R U    S T A T I O N



           

 


คุณนายอนคะ

 


เสียงเรียกจากพนักงานดีเด่นประจำร้านดังแว่วมาไม่ไกล ทำเอาคนใจลอยเผลอสะดุ้งจากภวังค์เล็กน้อย ยอมรับว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นายอนหยุดคิดถึงเรื่องของจองยอนไม่ได้ หลังจากวันที่หล่อนเดินมาส่งที่สถานีรถไฟฟ้าเธอกับหล่อนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

 


หื้ม? ว่าไงเมย์

 


คุณนายอนแน่ใจนะคะว่าจะไม่ให้เมย์ไปเป็นเพื่อน

 


เมย์—พนักงานสาวสัญชาติญี่ปุ่นเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ บ่ายวันนี้นายอนมีนัดรับสุนัขกับลูกค้านอกสถานที่เพราะไม่สะดวกเดินทางมาใช้บริการที่ร้านโดยตรง แถมได้ยินมาว่าลูกค้ารายนี้เป็นคนญี่ปุ่น เมย์คงเป็นห่วงเรื่องการสื่อสารระหว่างนายอนและลูกค้าชาวญี่ปุ่น จึงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเจ้านาย

 


หรือว่าจะให้เมย์ออกไปแทนคุณนายอนก็ได้นะคะ

 


เอาหน่าเมย์ ถ้าเขาพูดภาษาเกาหลีไม่ได้เราก็สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษก็ได้นี่ เมย์อยู่เฝ้าร้านเถอะนะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกนายอนยิ้มบาง




ดูเหมือนรถไฟฟ้าใต้ดินจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวเล็กที่ขับรถไม่เป็น นายอนก้าวเท้าเข้ามายังสถานีรถไฟฟ้าแถวมหาวิทยาลัยอีฮวา เหล่าผู้คนจากทั่วสารทิศไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นเกาหลี นักท่องเที่ยวคนไทย ญี่ปุ่น จีนต่างเดินกันว่อนเต็มพื้นที่ บ้างก็ช็อปปิ้งอย่างไม่ลืมหูลืมตา บ้างก็ถ่ายรูปกับกำแพงอิฐตามประสาวัยรุ่นสมัยใหม่

 


เฮ้อ—ถ้าขับรถเป็นก็คงจะดีกว่านี้สินะ

 


หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างเบื่อหน่ายเมื่อนึกภาพตัวเองตอนพาสุนัขของคนอื่นขึ้นแท็กซี่กลับร้าน แต่ก็อย่างว่าแหละ—พ่อและแม่ของเธอเป็นนักธุรกิจจึงไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ลูกสาวมากนัก แม้แต่กินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตายังไม่ค่อยจะมี อย่าถามถึงการหาเวลาไปเรียนขับรถยนต์เลย แค่ทำงานก็แทบจะใช้เวลาจนหมดวันแล้ว นั่นคงเป็นสาเหตุที่เธอต้องพยายามไขว่คว้าอะไรด้วยตัวเองเสมอ

 


นายอนมาถึงก่อนเวลาที่กำหนด ตลอดเวลาที่นั่งรอนั้นสมองยังคงขบคิดวนไปวนมา นายอนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันใช่สิ่งที่เธอรักและชอบจริงๆหรือเปล่า หรือเพียงเพราะพ่อและแม่เห็นว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักสัตว์ พวกเขาจึงพยายามยัดเยียดให้เธอมีธุรกิจเป็นของตัวเองเหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่




ตึก ตึก

 


ลูกบอลสีส้มกลิ้งเข้ามากระทบเก้าอี้ไม้ที่หญิงสาวกำลังนั่งรอเวลา เธอกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนสังเกตเห็นสนามบาสบริเวณลานกว้างของสวนสาธารณะที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก มือเรียวคว้าลูกบาสเกตบอลปริศนาก่อนหยิบมันขึ้นมาอ่านข้อความบางอย่างที่ใครบางคนเขียนมันไว้บนพื้นผิวสีส้มด้วยหมึกสีดำ

 


พี่สาวน่ารักจัง :)

 


นายอนพยายามกวาดสายตาไปรอบๆแต่ก็ไม่พบใครนอกจากกลุ่มวัยรุ่นสวมใส่ชุดกีฬากำลังซุบซิบพลางมองมาทางเธออย่างมีพิรุธ

 


ลูกบาสของน้องหรือเปล่าคะ มันเด้งมาทางพี่น่ะค่ะ

 


สาวฟันกระต่ายยื่นลูกสีส้มคืนให้แก่กลุ่มเด็กวัยรุ่น เธอค่อนข้างจะมั่นใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าพวกนี้อย่างแน่นอน

 


ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะ

 


สาวผมยาวรับลูกบาสเกตบอลคืนมาด้วยใบหน้าขวยเขิน จะไม่ให้เขินได้ยังไงก็สาวฟันกระต่ายเล่นฉีกยิ้มกว้างขนาดนั้น

 


น่ารัก ใจดี ยิ้มเก่ง ใครๆเห็นก็ชอบ

 


พี่ชื่ออะไรหรอคะ มาแถวนี้บ่อยหรือเปล่า

 


เสียงจากใครบางคนเอ่ยถามขึ้น ทำเอานายอนถึงกับชะงัก

 


พี่ชื่อนายอนค่ะ มาไม่บ่อยหรอก พี่แค่นัดเพื่อนไว้ที่นี่น่ะค่ะเธอฉีกยิ้ม

 


เสียดายจัง อยากให้พี่นายอนมาบ่อยๆจังเลย

 


เด็กสาวตัวสูงทำหน้าหงอยเล็กน้อย หล่อนกล่าวต่อ

 


ตอนนี้พี่คงเหงาล่ะสิ ให้พวกเราอยู่เป็นเพื่อนนะคะ

 


สิ้นสุดประโยคเด็กสาวตัวสูงทอดสายตาผ่านนายอนไปด้านหลัง ก่อนยิ้มทักทายให้กับใครอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาทางเธอ ท่าทางที่ดูสนิทสนมทำให้เธอมั่นใจว่าคนที่มาใหม่ค่อนข้างสนิทกับเด็กกลุ่มนี้พอสมควร

 



พวกแกเต๊าะหญิงกันอีกแล้วหรอ โจว จื่อวี

 


น้ำเสียงแสนคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังของนายอน จู่ๆก้อนเนื้อข้างซ้ายก็เต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธออยากจะหันไปมองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

 


แต่เธอกลับไม่กล้า

 


ฉันเห็นพี่สาวคนสวยนั่งเหงาอยู่คนเดียว ก็เลยชวนคุยเฉยๆ ไม่ได้จีบซะหน่อยเด็กสาวตัวสูงบ่นอุบ

 


เสียงที่คุ้นเคยทำเอานายอนหลับตาปี๋ก่อนตัดสินใจหันไปทางต้นเสียง เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยลืมขึ้นอย่างช้าในขณะที่ก้อนหัวใจกลับเต้นเร็วมากขึ้น

 


มากขึ้นเรื่อยๆ

 


ใบหน้าเรียวเล็กที่คุ้นเคยปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เสี้ยววินาทีนั้นทำให้เธอถึงกับเบิกตากว้าง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองกันอย่างกับโลกนี้หยุดหมุนไปชั่วคราว

 


คนที่เฝ้าคิดถึงตลอดหนึ่งเดือนกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

 


คุณนายอน

 


คุณจองยอน!







Y E O U I N A R U    S T A T I O N



           


 

ไม่มีหรอกเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นบ่อย

 


ยกเว้นเสียว่าใครบางคนตั้งใจทำให้มันเกิด

 


ไม่คิดว่าจะเจอคุณอีกครั้ง

 


ปฏิเสธไม่ได้ว่าดวงตาสองคู่ที่จดจ้องกันอยู่ล้วนแฝงความหมายบางอย่าง รอยยิ้มบางของอีกฝ่ายช่างมีอิทธิพลต่อหัวใจผู้หญิงคนหนึ่งเหลือเกิน นายอนทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับพลางฉีกยิ้มกลับไปเป็นพิธี ทว่าหัวใจของเธอนั้นกลับรู้สึกพองโตขึ้นมาจนแทบจะระเบิดออกเสียตอนนี้

 


ทั้งสองพอมีเวลายืนคุยกันอยู่หลายนาที นายอนจึงรู้ว่า โจว จื่อวีเด็กสาวแสนเจ้าเล่ห์นั้นเป็นเพื่อนสนิทของแชยอง พวกเขามักชวนกลุ่มเพื่อนมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะแห่งนี้บ่อยครั้งเนื่องจากใกล้ที่ทำงานของจองยอน บทสนทนาลื่นไหลเป็นธรรมชาติเหมือนครั้งแรกที่พวกเธอได้คุยกัน

 


ผิดแต่หัวใจของนายอนที่เต้นแรงกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

 


ฉะ—ฉันต้องไปทางนั้นแล้วนะคะ เดี๋ยวลูกค้าจะรอนาน

 


เป็นฝ่ายนายอนที่พยายามหลบตา ไม่รู้ว่าเธอปล่อยให้คนตรงหน้าเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจเธอมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ประตูหัวใจที่ถูกปิดล็อคอย่างแน่นหนากลับถูกเปิดออกอย่างง่ายดายโดยไม่มีเหตุผล

 


แน่นอนว่าความกล้าของนายอนมีไม่พอจะเข้าหาคนตรงหน้า

 


เธอเพียงแต่ทิ้งโอกาสแล้วเดินจากหล่อนไป

 


ฝ่ายจองยอนทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของใครบางคนค่อยๆเดินห่างออกไป เสียงลมพัดดังพร้อมใบไม้ร่วงโรยทีละใบสองใบ หัวใจที่นิ่งเฉยกลับรู้สึกสับสนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

 


คุณ

 


คุณกำลังเดินจากไป

 


โดยที่ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกหรือไม่

 


นายอน จองยอนตัดสินใจตะโกนเรียกอีกฝ่าย

 


ร่างเล็กหยุดชะงักท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน เส้นผมสีดำปลิวไสวส่งผลให้หญิงสาวต้องจับผมขึ้นทัดหูเผยใบหน้าสวยชัดเจนกว่าเดิม จองยอนเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้กับอีกฝ่ายก่อนเอ่ยปากพูดบางอย่างออกมา

 


ถ้าพรุ่งนี้คุณว่าง

 



เราไปกินข้าวกันนะ






Y E O U I N A R U    S T A T I O N





 

ผ่านไปสิบห้านาทีสำหรับการยืนรอใครบางหน้าสถานีรถไฟฟ้ายออินารุ จองยอนได้แต่จ้องมองเข็มวินาทีบนนาฬิกาข้อมือที่ค่อยๆผ่านไปทีละวินาที

 


เวลาตั้งใจรอบางอย่าง เรามักรู้สึกว่าเวลาเดินช้า

 


หญิงสาวในชุดเดรสคอกลมสีฟ้าอ่อนปรากฏต่อหน้า ผมหน้าม้าบางที่ดูเป็นระเบียบดูเข้ากับลิปสติกสีชมพูบนริมฝีปาก ดวงตาสบกันใต้แสงสลัวจากดวงไฟริมทาง

 


ร่างสูงเพียงยกยิ้มบางให้แก่อีกฝ่าย—นายอนก็เช่นกัน สองคนเดินเลียบไปตามทางเพื่อตามหาร้านอาหารอร่อยๆสักร้านโดยไม่มีการวางแผนมาก่อน สายลมพัดผ่านเป็นสัญญานของฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยน สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นในตอนกลางคืน

 


คุณอยากกินอะไร อาหารอิตาเลียนไหม?” จองยอนเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา เธอถาม

 


ฉันว่าเรากินอะไรที่มันง่ายๆดีไหมคะ

 


นายอนชี้ไปอีกฝั่งของถนนปรากฏร้านออมุกริมข้างทาง โดยมีอาจุมม่าสูงอายุดูใจดีนั่งขายอยู่

 


คุณเอาจริงหรอเนี่ยร่างสูงยกยิ้มอย่างเอ็นดู

 


จริงสิ มาเร็วจองยอน

 


ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ทั้งสองเผลอเรียกชื่อกันอย่างสนิทสนม รู้ตัวอีกที—คนตรงหน้าก็กลายเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปเสียแล้ว

 


สองชีวิตเร่งฝีเท้ามายังร้านขายออมุกริมทาง นายอนฉีกยิ้มกว้างตาหยีราวกับหล่อนมีความสุขมากที่ได้กินออมุกริมทาง

 


อาจุมม่าคะ ขอออมุกสองไม้น้ำซุบเต็มถ้วย

 


รอยยิ้มของนายอนดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก รู้ตัวอีกทีจองยอนก็มัวแต่ยืนจ้องหล่อนอยู่ด้านข้างแบบนั้นโดยไม่คิดจะละสายตา ไม่แปลกใจเลยที่ใครหลายคนต่างมองนายอนเป็นตาเดียว

 


หล่อนเป็นคนสวยแถมเป็นธรรมชาติ

 


จองยอนกินต๊อกโบกีไหมฉันจะได้สั่งเพิ่ม—

 


ระหว่างที่จองยอนมัวแต่จ้องหน้านายอน เป็นจังหวะเดียวกับที่หล่อนหันมาสบตาเธอพอดีอย่างไม่ตั้งใจ สายตาสอดประสานกันยาวนานกว่าทุกครั้งโดยไม่เกรงใจอาจุมม่าขายออมุก ความรู้สึกเหมือนต่างฝ่ายต่างถูกคนตรงหน้าดูดเข้าห้วงภวังค์เสียแล้ว




คุณจะรู้ตัวหรือเปล่า?



ตลอดหนึ่งเดือนฉันมัวแต่คิดถึงคุณทุกวันเลยนะ

 




:)





TBC.

 

Yeouinaru Station

#สถานียออินารุ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #18 besoice (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 23:01
    อบอุ่นหัวจรั้ยยยยยย
    #18
    0
  2. #17 หมาป่ารอวันหอน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 18:22
    ลุ้นไปหม้ดดด นึกว่าจะไม่มีใครเรียกใครซะแล้ว บรรยากาศเขินๆของคนช่วงที่กำลังแอบชอบกันนี่ดีที่สุดแล้ววว
    #17
    0
  3. #16 Double_Dubu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 00:08
    อ๊ากกกกวกวกกสกกสหสกสก เขินมือหงิกหมดแล้วค่ะ
    #16
    0
  4. #14 Masseri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 01:05

    เขิลลลลลลลลมากกก ฟหดฝ่าวงฟหกดาวง

    #14
    0
  5. #12 sunantha sihabut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 01:42
    เขินหนักมากกกก
    #12
    0
  6. #11 DuangruethaiTh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 00:41

    เขิน​ โอ้ยยยยยย

    #11
    0