[E-Book] Yeouinaru Station #สถานียออินารุ [TWICE][2yeon]

ตอนที่ 10 : EP.09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

 

 

 

 

 

EP.09

:)

 

 

  

 แล้วแกคิดว่าเขาหายไปไหนล่ะ? ข้อที่หนึ่ง—

 


ในขณะที่จีฮโยนั่งคิดเป็นตุเป็นตะถึงเหตุผลที่จองยอนหนีหายจากนายอนไปเมื่อคืนก่อน อีกฝ่ายได้แต่นั่งใจลอยไปทั่วเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แน่นอนว่าจีฮโยรู้เรื่องนี้ได้เพราะนายอนเป็นคนเปิดปากเล่าด้วยตัวเอง

 


นายอนยอมเป็นคนใจง่ายในสายตาเพื่อนสนิทแต่ไม่ยอมเก็บเรื่องอึดอัดไว้ในใจเพียงคนเดียว เธอโทรชวนให้จีฮโยมาเจอที่ร้านกรูมมิ่งของเธอเองเนื่องจากภาระงานที่ล้นหลามทำให้เธอไม่สามารถออกไปเจอเพื่อนสนิทข้างนอกได้ แถมอากาศก็เริ่มเข้าสู้ฤดูหนาวอย่างเต็มที่แล้ว—ถ้าสังเกตจากหิมะที่กำลังปลิวตกลงมาจากท้องฟ้าข้างนอกนั่น

 


ข้อที่หนึ่ง เขารีบไปธุระเรื่องงานกะทันหันเพราะแกตื่นสาย

 


สอง เขาแจ้นออกไปซื้อของขวัญวันแต่งงานให้แฟนเก่า

 


และสาม


หล่อนฉุกคิดอยู่พักหนึ่ง


 

เขายังรักแฟนเก่าอยู่และทำใจไม่ได้ เลยหนีไปอยู่คนเดียวสักพัก

 


ถ้าให้คำนวณความน่าจะเป็น แบบที่สามน่าจะมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ถึงเธอจะไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นก็ตาม—นายอนคิดแบบนั้น

 


แกมั่นใจแล้วหรอว่าคนนี้?

 


อันที่จริงเธอเองก็ไม่แน่ใจหรอก ทว่าสายตาและหัวใจที่มันสั่นไหวไม่เป็นจังหวะเวลาอยู่กับจองยอนกลับฟ้องว่าหล่อนคือคนที่ใช่ ถึงแม้ว่าเธอจะเอาแน่เอานอนอะไรกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่างกับคนเป็นโรคสองบุคลิกหรือพวกไบโพล่าร์อย่างไรอย่างนั้นแหละ

 


แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คนมันรักไปแล้วนี่นา

 


ไม่รู้สินายอนตอบออกไปแบบนั้น

 


แกว่าฉันควรโทรหาไปเขาดีไหม?

 


จริงหรือที่ความรักมักทำให้คนเราดูโง่

 


สำหรับนายอนแล้วคงจะไม่ใช่แบบนั้น ความรักไม่เคยทำให้เธอกลายเป็นคนโง่ แต่เธอต่างหากที่ยอมโง่เพื่อความรัก ต่อให้สิ่งที่จองยอนทำกับเธอไว้มันค่อนข้างที่จะเจ็บปวดก็ตาม แต่จะให้ทำอย่างไรล่ะ...ก็ตอนนี้เธอเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายสำคัญกว่าตัวเองไปแล้วล่ะ

 


เพื่อนสนิทยังไม่ทันได้ตอบคำถามคาใจ—เสียงดังก๊อกแก๊กลั่นมาจากประตูหน้าร้าน หญิงสาวเลื่อนสายตามองตามเจ้าของเสียง ปรากฏชายหนุ่มสูง หุ่นดี หน้าตาพอใช้ได้เดินเข้ามาพร้อมกับสุนัขพันธ์ชิบะอินุตัวโต

 


สวัสดีครับ พอดีผมจะพาน้องมาอาบน้ำกรูมมิ่งครับ

 


เมย์—พนักงานดีเด่นประจำร้านต้อนรับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางใจดีและสุภาพของชายหนุ่มนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขามีเสน่ห์ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ

 


สวัสดีค่ะ เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ

 


เมย์นำสุนัขสีส้มเข้าไปในห้องด้านใน ปล่อยให้เจ้าของนั่งรออยู่หน้าร้านกับหนังสือนิตยสารหนึ่งเล่ม

 


 

เอ่อ...ขอโทษนะคะ

 


เสียงใสดังออกมาจากลำคอหญิงสาวเจ้าของร้าน นายอนสังเกตใบหน้าของผู้ชายคนนี้มาสักพักหนึ่งจนแน่ใจว่าเขาคือคนที่เธอรู้จัก ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายเขาพร้อมแก้วน้ำที่วางบนถาดไม้

 


ครับ—ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่เขาหันมามองใบหน้าหญิงสาว ดวงตาลุกวาวและเบิกกว้างราวกับไม่ได้เจอคนตรงหน้ามานานหลายปี

 


คุณนายอน

 


คุณวอนพิล...ใช่จริงๆด้วย

 


แน่นอนว่าเขาและเธอรู้จักกันแล้วในระดับหนึ่ง คิม วอนพิล ชายหนุ่มผู้สุภาพและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่นายอนเคยรู้จัก ทั้งสองเคยเจอกันงานแสดงละครสัตว์ที่วอชิงตันหลายปีก่อน เหตุเพราะนายอนบังเอิญทำกระเป๋าเงินหายในคืนนั้นหลังจากโชว์ละครสัตว์จบลง วอนพิลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอในยามคับขัน เธอจึงมีโอกาสได้มารู้จักกับชายหนุ่มแสนดีคนนี้ รสนิยมที่ไปด้วยกันได้ทำให้เขาและเธอพูดคุยกันอย่างถูกคอ จะว่าบังเอิญก็บังเอิญแหละ—ทั้งนายอนและวอนพิลเป็นคนรักสัตว์และชอบร้องเพลงเหมือนกันอีกด้วย

 


วอนพิลขอเบอร์ของนายอนไว้เผื่อติดต่อกันในยามฉุกเฉิน ผ่านไปไม่กี่เดือนหลังจากที่นายอนเดินทางกลับ เขาจึงโทรมาหาเธอและชักชวนให้เธอไปร้องเพลงด้วยกันที่งานแต่งงานของเพื่อนสนิท กระทั่งเธอทั้งสองสนิทสนมกันอยู่พักหนึ่ง...แต่สุดท้ายการงานที่ยุ่งเหยิงก็บีบให้นายอนต้องออกห่างจากผู้ชายแสนดีอย่างวอนพิลไป

 


เขาและเธอไม่มีความสัมพันธ์กันทางชู้สาว

 


นายอนมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้น

 


เจอคุณพอดีเลย ผมได้ยินมาว่าที่นี่เป็นร้านกรูมมิ่งของคุณเลยว่าจะแวะมาบอกข่าวดี

 


แล้วทำไมไม่โทรมาล่ะคะ

 


ก็คุณปิดเครื่องนี่ครับ ผมพยายามโทรไปหาหลายสายแล้วนะ

 



นายอนใจหายเล็กน้อยเมื่อสมองก้อนเล็กเพิ่งสำนึกได้ว่าเธอเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ได้ไม่นานมานี้ หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ข่าวดีที่ว่านั่นคือเรื่องอะไรกัน

 


คุณจำเพื่อนของเพื่อนผมที่เป็นนักบินอวกาศได้หรือเปล่าครับ? เขากำลังจะแต่งงานและเชิญให้ผมไปร้องเพลงที่งานแต่งของเขา

 


ชายหนุ่มลุกยืนเคียงข้างกับนายอน พร้อมยื่นการ์ดเชิญงานแต่งงานให้กับหญิงสาว

 


ผมอยากให้คุณไปกับผมจริงๆนะ ถือซะว่าเป็นงานสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมงานกัน เพราะต่อจากนี้ผมจะเลิกร้องเพลงและไปหางานทำจริงจังแล้วครับ

 


หญิงสาวเอะใจเมื่อกระดาษการ์ดตรงหน้าช่างคุ้นตาเธอเสียจริง และสุดท้ายเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อข้อความสลักชื่อด้านในปรากฏชื่อที่คุ้นเคย

 


Sana Minatozaki   Ericson Taylor

 


เพื่อนคุณคนนี้ทำงานอยู่นาซ่าหรอคะ แล้วเจ้าสาวของเขาล่ะ?

 


ใช่ครับ—เจ้าสาวของเขาทำงานอยู่นาซ่าเช่นกันแต่ยังไม่ได้เป็นนักบิน เธอรอเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนจะเข้าทดสอบเป็นนักบิน

 


ความจริงกระจ่างเมื่อนายอนได้ยินประโยคนั้นจากชายหนุ่ม สำหรับเธอ...ซานะก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่เลือกอนาคตของตัวเองมากกว่าความรักก็เท่านั้นเอง มีรักแท้อยู่ในกำมือแล้วแต่กลับไม่เห็นคุณค่าของมันเลยสักนิด

 


น่าเจ็บใจเนอะ...ว่าไหม

 


พวกเขาจะแต่งงานกันวันไหนคะ?

 


“23 ธันวาคมครับ

 


ก่อนคริสมาสต์เพียงแค่สองวันและนับจากวันนี้ไปอีกแค่ห้าวันเท่านั้น เธอเองก็อยากจะเห็นหน้าของคนที่ชื่อซานะให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย คนแบบไหนกันนะที่กล้ามาทำให้ผู้หญิงซื่อสัตย์อย่างจองยอนต้องเจ็บปวดและกลายเป็นคนกลัวความรัก

 


นายอนฉุกคิดสักพักก่อนที่เธอจะตัดสินใจตอบเขาออกไป

 


ตกลงค่ะ คุณวอนพิล

 


ฉันจะไปร้องเพลงกับคุณที่งานแต่งของพวกเขา

 


 

 

 

Y E O U I N A R U    S T A T I O N

 

 



 

ยังมีคนหนึ่งผูกพันกับความรักและความชัง ความรักที่เป็นเพียงอดีตแสนโหดร้าย ความรักที่เป็นเพียงเรื่องหลอกเด็ก

 


รักแท้...มันไม่มีจริงหรอก

 


ประโยคสุดท้ายในหน้าสุดท้ายจบลงด้วยเรียวนิ้วของสาวผมสั้นผ่านโปรแกรมไมโครซอร์ฟเวิร์ด ความฝันที่จะเป็นนักเขียนของจองยอนมาถึงครึ่งทางแล้ว เหลือแค่ลองส่งต้นฉบับทั้งหมดให้กับสำนักพิมพ์ที่เหมาะสม

 


หญิงสาวสั่งพิมพ์กับโรงพิมพ์ทั่วไปมาเก็บไว้กับตัวเองก่อนหนึ่งเล่ม ส่วนอีกเล่มเธอหวังจะมอบมันเป็นของขวัญให้ใครคนหนึ่ง คนๆนั้นต้องเป็นคนพิเศษมากพอที่จะทำให้จองยอนตั้งใจเขียนนิยายเล่มนี้ออกมา...เพื่อมอบให้หล่อน

 


จริงๆให้ทางร้านส่งไปที่อยู่ของคุณก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องมารับถึงที่ขนาดนี้เลย



เสียงใสของเจ้าของโรงพิมพ์เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง เกือบลืมไปเลยว่าวันนี้จองยอนมีนัดรับเล่มนิยายที่สั่งพิมพ์ไว้

 


ไม่เป็นไรค่ะ ฉันตั้งใจมารับที่ร้าน เธอยิ้ม

 


ขอบคุณนะคะ

 


นี่ก็ใกล้ถึงเทศกาลคริสมาสต์แล้ว จองยอนใช้โอกาสที่ลางานมาเลือกซื้อของขวัญที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อีกไม่กี่วันจะถึงงานแต่งของซานะแล้ว อีกฝ่ายอุตส่าห์ส่งการ์ดเชิญมาถึงบ้าน ถ้าเธอไม่ไปร่วมงานก็คงจะเสียมารยาทเกินไปหน่อย

 


โหยพี่จองยอน! เลือกอะไรเยอะแยะ นานอะ

 


คนตัวเล็กกอดอกบ่นใส่พี่สาว หล่อนเดินเข้าๆออกๆโซนเกมมาสิบกว่ารอบแล้วจองยอนก็ยังเลือกของขวัญไม่เสร็จสักที


 

แกอย่าบ่นเยอะได้ไหมแชยอง พี่ก็ให้เงินไปเล่นเกมฆ่าเวลาตั้งเยอะแยะแล้วไง

 


อย่าบอกนะว่าแกเล่นจนหมดแล้ว...

 


เหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด—เด็กคนนี้ผลาญเงินพี่สาวเก่งยิ่งกว่าค่าธรรมเนียมธนาคารอีกค่ะ

 


ก็แหงล่ะสิ เกมนึงตั้งสามเหรียญ พี่ให้มาแค่หมื่นวอนจะไปพออะไรเล่า

 


น้องสาวผู้เอาแต่ใจปั้นหน้าหงิกงอใส่เธอ ถึงจะบอกว่าตัวเองโตแล้วก็เถอะ—สุดท้ายเด็กก็คือเด็กอยู่วันยันค่ำนั่นแหละ

 


งั้นเอางี้—แกเอาไปเลยสามหมื่นวอน จะเอาไปกินบิงซู ซื้อของเยลลี่ เลี้ยงสาวหรืออะไรก็ได้ตามใจแก แล้วก็เลิกบ่นพี่ได้แล้ว

 


ตามใจมากๆเด็กมันอาจจะเสียคน แต่ถ้าจองยอนไม่ตามใจแชยองตอนนี้—เธอนั่นแหละที่จะเสียเวลาแทน

 


พี่คิดว่าพี่จะใช้เงินซื้อฉันได้หรอ พี่จองยอนแชยองยู่หน้า

 


ใช่ ซื้อได้! ขอบคุณค่ะ น่ารักที่สุดเลยเดี๋ยวแชยองกลับมาน้า

 


จองยอนสายหน้าให้กับความออเซาะของน้องสาว เธอตั้งหน้าตั้งตาเลือกของขวัญต่อไป กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับโมเดลรูปจรวดตัวหนึ่ง ราคาของมันค่อนข้างแพงเอาการถ้าเทียบกับโมเดลชิ้นอื่นๆ ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือแต่ราคาสูงถึงแสนวอนนั้นทำให้เธอลังเลที่จะซื้อมัน

 


แต่สุดท้ายเธอก็หยิบมันไปจ่ายเงิน

 


เหตุผลที่ทำให้จองยอนเลือกของชิ้นนี้...ก็เพราะซานะชอบมันมากๆ

 


นี่ซานะ เธอชอบจรวดมากเลยหรอเนี่ย

 


สองชีวิตเหม่อมองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ดาดฟ้าตึกสูงในกรุงโซลเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การออกเดทสำหรับคู่รัก ไวน์ราคาแพง ดนตรีสดบรรเลงเบาๆยิ่งทำให้บรรยากาศเป็นใจมากขึ้น

 


แปลกนะที่วันนี้จองยอนพาซานะมาที่นี่ ปกติจะขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง

 


โถ่ซาจัง ถ้าเราออกมากินอาหารนอกบ้านบ่อยๆก็จนกันพอดี อยู่แบบนี้แหละดีแล้ว

 


จองยอนเป็นคนมีฐานะที่ไม่ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย ดังนั้นร้านอาหารแพงๆไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับเธอเท่าไร นานทีเธอจะพาแฟนสาวออกมาทานอาหารดีๆในร้านที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในกรุงโซล

 


นิสัยชอบเก็บตัว ไม่ชอบออกงานและโลกส่วนตัวสูงทำให้จองยอนไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังทำให้อีกฝ่ายอึดอัด ความอึดอัดเหล่านั้นถูกสะสมมาเป็นเวลานาน...สามปีกับอีกเจ็ดเดือน จองยอนวนลูปอยู่กับชีวิตประจำวันแสนหน้าเบื่อ ตื่นเช้ามาปิ้งขนมปัง ชงกาแฟและออกไปทำงาน ตกเย็นซื้ออาหารมากินบนห้อง—มันอาจจะเป็นความสุขของเธอ แต่กับซานะ...มันไม่ใช่

 


จองยอนอา...

 


หื้ม?

 


ฉันคิดว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้

 


เหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก เดทสุดพิเศษที่จองยอนตั้งใจมอบอีกฝ่ายกลับพังทลายลงด้วยประโยคจากปากสาวญี่ปุ่น

 


หล่อนกำลังบอกเลิกเธอในวันครบรอบปี

 


เราเลิกกันเถอะจองยอน

 


รู้อยู่แล้วล่ะ

 


รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง

 


จองยอนเลือกที่จะเงียบ ปิดปากไม่ให้เสียงสั่นเล็ดลอดออกไป เธอพยักหน้ารับพร้อมส่งฝืนยิ้มออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

 


ทำไม?

 


บางทีเธออาจไม่จำเป็นต้องถามมันออกไป

 


ถ้าขอให้อยู่ต่ออีกสักนิด ก็คงจะมากไปใช่ไหม

 


จองยอนเม้มปากแน่น เธอพยายามห้ามความรู้สึก ห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าใครอีกคน

 


คนที่เธอรักมาก

 


ต่อให้ฉันไม่ยอมรับ เธอก็จะไปอยู่ดีใช่ไหมล่ะ

 


จองยอนรู้สึกถึงหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นชิ้นเล็ก อันที่จริงเธอเองนั่นแหละที่ผิด ผิดที่เธอพยายามรั้งอีกฝ่ายไม่ให้เดินจากไป ทั้งที่หัวใจของใครอีกคนมันกลายเป็นของคนอื่นไปตั้งนานแล้ว

 


ทำไมล่ะ?

 


ทำไมถึงปกป้องหัวใจดวงนี้ไว้ไม่ได้เลย

 


ขอโทษนะจองยอน ขอโทษจริงๆ

 


ร่างบางเดินจากไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง ทิ้งให้คนอ่อนแอจมอยู่กับน้ำตาที่เธอไม่สามารถกลั้นมันได้อีกต่อไปแล้ว

 


ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเอง ซานะใฝ่ฝันอยากทำงานนาซ่ามาตั้งนานแล้ว หล่อนอยากเป็นนักบินอวกาศ ความตั้งใจทำให้หล่อนเลือกจะเรียนสาขาวิชาที่ตรงตามคุณสมบัติขององค์กรเพื่อจะได้พาตัวเองไปถึงความฝัน แต่จองยอนกลับไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ซานะต้องการ

 


เธออยากเป็นมากเลยหรอ นักบินอวกาศเนี่ย!”

 


ใช่! มันคือความฝันของฉันนะจองยอน

 


ทำไมเธอต้องขัดขวางสิ่งที่ฉันรักด้วย ทำไม—

 


ก็เพราะฉันรู้ไงว่าถ้าเธอไปที่นั่น...จองยอนเสียงสั่น

 


เธอก็จะไม่เหมือนเดิมกับฉัน

 


จองยอนรักซานะมาก ไม่มีเหตุผลมาอธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงรักหล่อนมากมายขนาดนี้

 


แล้วไง? ฉันต้องทนอยู่ในห้องอุดอู้น่าเบื่อ กับคนไม่มีอนาคตอย่างเธอตลอดไปหรอกหรอ

 


แรงมาก


ซานะกำลังใช้คำพูดเหยียบย่ำหัวใจของอีกฝ่าย

 


ถ้าดูแลกันไม่ได้—

 


ก็ออกไปจากชีวิตฉันสักที ยู จองยอน

 


นึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นทีไร—หัวใจของจองยอนกลับเจ็บปวดเหมือนถูกบีบทุกที สมแล้วล่ะที่อีกฝ่ายเดินจากไปแบบนั้น

 


เธอมันก็แค่คนไม่มีอนาคต

 


และไม่พร้อมที่จะดูแลหัวใจของใคร

 

 


 

 

Y E O U I N A R U    S T A T I O N

 


 

 

 

23 ธันวาคม

 


ก่อนวันคริสมาสต์สองวัน

 


แขกผู้ร่วมงานเริ่มทยอยกันเข้ามา งานแต่งงานระหว่างซานะและอิริคสันจัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา—ที่บ้านของฝ่ายชาย เสียงเจื้อยแจ้วดังเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ญี่ปุ่นบ้างปะปนกันไป บรรยากาศในโบสถ์รายล้อมด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มีซุ้มที่ถูกตกแต่งเป็นรูปกระสวยอวกาศ คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือเพื่อนร่วมงานของทั้งสอง

 


นายอนมาเยือนที่นี่ในฐานะเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเจ้าบ่าวอีกที อาจจะซับซ้อนนิดหน่อยแต่เธอก็ยินดี หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เคียงข้างชายหนุ่ม เมื่อพิธีใกล้จะเริ่ม เจ้าบ่าวและบรรดาเพื่อนเดินขบวนเข้ามาถึงหน้าพระแท่นพิธี

 


โห คุณวอนพิล นี่เพื่อนของเพื่อนคุณหล่อขนาดนี้หรอเนี่ย เป็นนักบินด้วย

 


หล่อใช่ไหมล่ะ ผมก็คิดมาตลอดว่าอิริคเขาหล่อที่สุดในนาซ่าแล้วล่ะ


ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างขี้เล่น

 


อิริคสันเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคมากจนนายอนไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่นานนักคนที่นายอนรอคอยก็ปรากฏขึ้น เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวก้าวเข้ามาอย่างสง่าจนเธอไม่อาจละสายตาได้เลย

 


เข้าใจแล้วว่าทำไมจองยอนถึงรักซานะขนาดนี้

 


ผู้หญิงคนนี้สวยมาก...สวยในแบบที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เมื่อพิธีทั้งหมดเริ่มขึ้น แขกผู้ร่วมงานต่างยืนให้เกียรติและเป็นสักขีพยานรักให้แก่เขาและเธอ

 


ข้าพเจ้าอิริคสัน เทเลอร์ ขอรับคุณซานะ มินาโตะซากิเป็นภรรยา และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนชีวิตจะหาไม่

 


How long will I be with you?

 As long as the sea is bound to Wash up on the sand.

How long will I want you?

As long as you want me too.

And longer by far.

How long will I hold you?

As long as your father told you.

As long as you are.

 


นั่นคือบทเพลงที่นายอนและวอนพิลใช้อวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว

 


การที่คนสองคนได้มารักกันมันเป็นเรื่องของความตั้งใจ ไม่ใช่พรหมลิขิต—นายอนเคยเชื่อแบบนั้น กระทั่งเธอได้มาเจอเรื่องราวของความรักรอบๆตัวที่แตกต่างกันออกไป ทำไมบางคนถึงแต่งงาน บางคนถึงยอมเป็นโสด หรือบางคนก็ยอมรักเขาข้างเดียว

 


มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าไม่ใช่ 'พรหมลิขิต'



สายตากวาดมองไปทั่วแต่ก็ไม่พบสิ่งที่คาดหวัง จองยอนไม่ได้มาร่วมงานแต่งของซานะอย่างที่นายอนคิดไว้ เธออุตส่าห์ลงทุนบินมาถึงอเมริกาเพราะคิดว่าจะเจอจองยอนที่นี่—แต่เปล่าเลย



เธอไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของจองยอน


 

หลังสิ้นสุดพิธีแต่งงาน นายอนตัดสินใจเดินไปแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวเป็นการส่วยตัว ก่อนจะเปิดปากขออนุญาตชายหนุ่มคุยกับสาวญี่ปุ่นเพียงลำพัง

 


“Can I talk to her for a minute?”

 


แน่นอนว่าเธอทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ นายอนเองก็เพิ่งจะเคยเห็นหน้าซานะวันนี้เป็นวันแรก ส่วนซานะเองก็เช่นกัน—หล่อนไม่ได้ติดต่อกับจองยอนมานานแล้ว ไม่แปลกที่จะหล่อนจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้

 


สวัสดีค่ะคุณซานะ

 


สวัสดีค่ะคุณ...เอ่อ

 


ฉันอิม นายอนค่ะเธอฉีกยิ้มให้อีกฝ่าย

 


ฉันเป็นเพื่อนของวอนพิล



แล้วก็เป็นเพื่อนของคุณจองยอนด้วยค่ะ

 


ซานะดูไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เธอแนะนำตัวเองออกไปแบบนั้น อุตส่าห์เอ่ยถึงชื่อแฟนเก่าขนาดนี้มันก็ต้องมีสะดุ้งกันบ้างสิ...แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงดูนิ่งเฉยขนาดนี้ก็ไม่รู้

 

อ๋อ คุณนี่เอง...คุณนายอนสวยมากเลยนะคะ แถมยังร้องเพลงเพราะมากๆด้วย ยังไงก็ขอบคุณมากเลยที่มาร่วมงานแต่งงานของฉัน

 


คุณนายอนเป็นแฟนกับคุณวอนพิลหรือเปล่าคะเนี่ย?

 


มองจากภายนอกแล้วซานะก็เป็นผู้หญิงนิสัยดีทั่วไปแหละ หล่อนยิ้มออกมาอย่างจริงใจตลอดการสนทนา แต่ที่หล่อนถามเรื่องวอนพิลนั้น...



มันไม่ใช่สักหน่อย! คนที่นายอนจะคบด้วยคือจองยอนคนเดียวเท่านั้น


 


ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันกับวอนพิลเราเป็นแค่เพื่อน—

 


ฉันรู้อยู่แล้วล่ะค่ะ ก็แค่แกล้งถามคุณไปงั้นแหละหล่อนกล่าวต่อ

 


จองยอนบอกฉันเรื่องคุณแล้ว


 

นายอนเบิกตากว้างหลังสิ้นประโยคจากปากเจ้าสาว คิ้วเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อจู่ๆซานะก็พูดถึงชื่อจองยอนขึ้นมา


 

แต่จองยอนยังไม่รู้นะคะว่าคุณถ่อมาถึงอเมริกา ทางที่ดีคุณควรรีบกลับโซลไปตอนนี้เลย


 

นี่มันเรื่องอะไรกัน? ซานะกับจองยอนไปคุยกันตอนไหน? ทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย แถมยังพูดจาดูมีพิรุธราวกับจองยอนซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้อย่างนั้นแหละ

 


คุณหมายความว่าอะไรคะ? คุณซานะ


 

ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละค่ะ รีบจองตั๋วกลับไปเลยนะคะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 



:)

 

 

 

 

TBC.

 

Yeouinaru Station

#สถานียออินารุ

 



Talk...

เมื่อกี้แอบเขียนชื่อบนการ์ดเชิญงานแต่งผิดด้วยแหละค่ะ ไรท์เมานิดหน่อยแต่ตอนนี้รีไรท์ใหม่แล้วนะคะ อะพอเริ่มจะดราม่าสุดๆแล้วสถานกาณ์พลิกอีกแล้ว พลิกไปพลิกมาพลิกจนแสบปากแล้วค่ะ (นั่นมันพริก) พ้ามพ่าม! จริงๆแล้วจองยอนอาจจะไม่ได้เป็นไบโพล่าร์ก็ได้นะคะ แต่คนที่เป็นคือไรท์เองค่ะ

สำหรับฟิคเรื่องนี้จะจบภายใน EP.12 นะคะ มันไม่ยาวมากเพราะเป็นซีรีย์ที่มีภาคต่อ! นั่นคือ "Yeouinaru Station : Thinking of you" ที่จะเป็นเรื่องราวของแชยองงับ เห้อ ง่วงอะ ขอหนีไปนอนก่อนนะคะ.... ถ้ามีโอกาสเมื่อไรจะรีบมาต่อให้เร็วที่สุด

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #58 oncejyjny (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 01:23

    แงง น่ารักกก;-; รอตอนต่อไปอยู่นะค้าา??’?

    #58
    0
  2. #57 sunantha sihabut (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 11:02
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว
    #57
    0
  3. #56 angelwings (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 07:34
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ววว รออ่านของน้องแชงด้วยยย ^^
    #56
    0
  4. #55 cy0889mn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:43

    ม่าย ซานะพิจองแอบไปคุยกันตอนไหน หรือว่าเขาดีกันและเป็นเพื่อนกัน(?) ส่วนพินาเป็คนที่ระแวงไปเองงี้ พิจองแกลึกลับจังอ่า ไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่ในใจ แต่ก็แอบลุ้นให้เป็นเรื่องดีๆนะอย่าเป็นเรื่องร้ายเลยทำใจไม่ได้

    #55
    0