Ayo! แกล้งแซวผมนัก ขอรักซะเลย

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ผมไม่ได้โรคจิตนะครับ -_-;;

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ต.ค. 54

 “เฮ้ยยย จริงเหรอวะ!!”

เสียงไอ้อชิตะโกนเสียงดังลั่นโรงอาหารเมื่อผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้มันฟังจนจบ กรรม มันไม่อายสายตาชาวบ้านแต่ผมอายนะ -_-

ก็เออสิ แกคิดว่าฉันเล่านิทานก่อนนอนให้แกฟังรึไง =O=” ผมประชดมันกลับ

เหอ ๆ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ใครจะไปรู้

“-___-+++”

เออ ๆ ๆเชื่อก็ได้วะ แต่ว่าแกก็ไม่ใช่คนที่งมงายไร้สาระที่ชอบดูดวงไม่ใช่เรอะ ครั้งก่อนตอนงานโรงเรียนแกยังบอกเลยว่าหมอดูคู่กับหมอเดา

แต่ก่อนน่ะใช่ แต่ยายคนเนี้ยดูแม่นมากเลยนะโว้ย พอยายแกบอกว่าแกจะโทรมายกเลิก แกก็โทรมาจริง ๆ

ผมทั้งนั่งยันนอนยันแล้วก็ยืนยันเสียงแข็ง พอนึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้นผมก็ยังขนลุกไม่หาย ทั้งบรรยากาศและน้ำเสียงของยายแกฟังดูขลังมากมายอ่ะ ใครไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไง

เหอ ๆ ว่าแต่แกเหอะไอ้มาร์ชมาเล่าให้ฉันฟังอย่างนี้มีอะไร เพราะปกติถ้าแกไม่ต้องการความช่วยเหลือแกก็จะไม่มาเล่าให้ฉันฟังแน่ ๆ

ไอ้อชิมองผมอย่างจับผิด หึหึ สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันมานาน ใช่ครับ! ^O^ ที่ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้มันฟังก็เพราะว่าตอนนี้ผมต้องการความช่วยเหรอไงครับ หึหึ แล้วตัวช่วยของผมก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้อชิเพื่อนซี้ของผมน่ะเอง

จะว่ายังงั้นก็...ใช่แกต้องช่วยฉัน

อย่ามายุ่งกับตรูไอ้เพื่อนเวร เรื่องของตัวเองก็จัดการเองเด้!”

และผมก็ถูกมันปฏิเสธในวินาทีต่อมา -_-+

เอ๊อออ ได้! งั้นต่อไปนี้แกไม่ต้องเสนอหน้ามาค้างบ้านฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันจะบอกแม่เองว่าไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อแกแล้ว ^^++”

ผมยกเรื่องที่มันชอบมาสิงสถิตอยู่ที่บ้านผมมาขู่มัน ใช่ว่ามันไม่มีบ้านอยู่หรอกนะ ตรงกันข้ามบ้านมันนี่ก็หลังใหญ่ไม่แพ้บ้านผมเลย เพียงแต่ว่ามันอยู่คนเดียวแค่นั้นแหละ เพราะพ่อแม่กับพี่สาวมันไปหลั่นล้าอยู่ที่อเมริกาได้ปีกว่าแล้ว โดยที่มันไม่ยอมไปด้วยเพราะสำนึกรักบ้านเกิดหรือยังไงก็ไม่ทราบได้ และตั้งแต่นั้นมามันก็มาวนเวียนอยู่ที่บ้านผมจนแม่กับพ่อก็คิดว่ามันเป็นลูกอีกคนแล้วล่ะ คิดดูที่บ้านผมมันมีห้องเป็นของตัวเองด้วยซ้ำที่แม่กับพ่อจัดไว้ให้มันโดยเฉพาะ เหอ ๆ

ม่ายยยย แกก็รู้ว่าฉันชอบอาหารฝีมือแม่แกขนาดไหน TOT”

ไอ้อชิทำหน้าตาเหมือนลูกหมาถูกเจ้าของทิ้ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงไว้ซึ่งความหน้าตาดีอยู่ สังเกตได้จากกลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ที่ผมรู้สึกได้ว่าพวกเธอกำลังจ้องมาที่ผมกับอชิก่อนจะหันไปซุบซิบ ๆ กันต่อ

อชิมันจะหน้าตาดีคนละแบบกับผมนะครับเพราะหน้าตาผมค่อนไปทางหวาน ๆ อย่างที่เขาเรียกกันว่าผู้ชายหน้าหวานน่ะแหละครับ แต่ไอ้เพื่อนผมคนนี้หน้าหล่อแบบเข้ม ๆน่ะครับ ผมสีดำขลับซอยสั้นระต้นคอ ดวงตาคมเฉี่ยว จมูกโด่ง ริมฝีปากรูปกระจับ บุคลิกกวน ๆ ของมันก็เป็นตัวเรียกผู้หญิงได้ไม่น้อยเลยล่ะ เฮ้ออ อย่าให้ผมบรรยายไปมากกว่านี้เลยครับ เดี๋ยวคุณผู้อ่านจะหาว่าผมแอบเป็นคู่เกย์กับมัน -_-;; แต่ยังไงผมก็ชอบผู้หญิงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

งั้นแกก็ต้องช่วยฉันซะดี ๆ

เอออออ ช่วยก็ได้วะ ว่าแต่จะให้ช่วยไรล่ะ ไอ้อชิถามอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจทำสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่สนอยู่ดีนั่นแหละ

ก่อนอื่น แกช่วยฉันหาทีว่าผู้หญิงคนนั่นอยู่ที่ไหน

ห๊า!” ไอ้อชิร้องเสียงดังก่อนจะทำสีหน้ารับไม่ได้ แกบอกว่าแกจะจีบผู้หญิงคนนี้แต่แกก็ไม่รู้เนี่ยนะว่ายัยนั่นเป็นใครอยู่ที่ไหน พระเจ้า ๆ ๆ ทำไมเพื่อนผมมันโง่อย่างนี้วะ

ผมมองอชิที่ทำหน้าทำตารับไม่ได้อย่างเวอร์ ๆ แล้วก็มีความคิดที่จะเดินไปขอยืมไหใส่ปลาร้าจากแม่ค้าร้านข้าง ๆ มาเทยัดปากไอ้บ้านี่ซักทีอย่างหมั่นไส้

เธอชื่อพริกหวาน

รู้แค่ชื่อจะทำไรได้วะ เอางี้แกจำอะไรที่เกี่ยวกับยัยนั่นได้บ้างมั้ย -_-;;”

ผมนั่งหลับตานึกไปถึงวันที่เราเจอกันครั้งแรก อืมมม ใช่แล้ว! ชุดนักเรียนของเธอยังไงล่ะ

ฉันเห็นชุดนักเรียนของพริกหวาน แต่ฉันไม่รู้ว่าเป็นยูนิฟอร์มของโรงเรียนอะไร

ไหนแกลองบอกมาดิ เผื่อท่านอชิสุดหล่อที่มีหัวสมองดีเลิศคนนี้จะรู้จัก

ผมมองมันอย่างแหยง ๆ เมื่อได้ยินมันชมตัวเอง ท่านอชิเรอะ แหวะ! จะอ้วกว่ะ

มองอย่างนั้นคงไม่ต้องให้ฉันช่วยแล้วมั้ง -_-+”

เออ ๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาลอ่อน มีโบว์สีแดง ๆ ใหญ่ ๆ แขวนตรงคอเสื้อ แล้วก็กระโปรงจีบรอบสีขาวตรงชายกระโปรงเป็นแถบสีดำ อืมม แค่นี้แหละ

ผมมองมันอย่างลุ้น ๆ เมื่อเห็นมันมีท่าทีเหมือนจะคิดออก

อืม อื้ม อื๊มมม...

สรุปรู้มั้ยเนี่ย -_-+”

ฮ่า ๆ ระดับนี้แล้วไม่มีคำว่าไม่รู้เฟ้ย ><”

งั้นก็บอกมาได้แล้วว่าเป็นยูนิฟอร์มโรงเรียนอะไร

และถ้ามันยังเล่นตัวอีกผมจะไม่ลังเลเลยที่จะเอาไข่พะโล้ยัดรูจมูกมัน -_-

ไดมอนด์ดัช มันตอบอย่างมั่นใจและยักคิ้วให้ผมจึ๋งนึง

แน่ใจ ?”

ระดับนี้แล้วไอ้น้อง

งั้นไปกัน!”

เฮ้ย ๆ ไปไหน

ไดมอนด์ดัช!”

รอเลิกเรียนก่อนสิวะ ไอ้นี่จะรีบไปไหน เหลืออีกตั้งคาบนึง

ไม่รอแล้ว เร็ว! จะไปดี ๆ หรือจะให้ฉันลากแกไป

เหวออออ!!”

ผมไม่รอฟังคำตอบอะไรทั้งสิ้นก่อนจะเข้าไปลากคอไอ้อชิที่โวยวายตลอดทางไปที่ลานจอดรถจักรยาน...ฟังไม่ผิดหรอกจักรยานนั่นแหละ เพราะว่าบ้านผมอยู่ในซอยโรงเรียนอย่างที่บอกไปแล้ว ผมจึงเลือกที่จะปั่นจักรยานมาโรงเรียนเป็นการลดโลกร้อน แต่เดี๋ยววันนี้คงจะต้องปั่นกลับบ้านแล้วเอาออดี้ลูกรักมาใช้งานแทนซะแล้วล่ะครับ J

 

ไอ้มาร์ช...ตอนนี้กี่โมงแล้ว

บ่ายสามโมงครึ่ง

งั้นเหรอ...

อะ อื้มมม -O-;;”

แล้วแกจะพาฉันมานั่งรออยู่ในรถทำไมตั้งชั่วโมงครึ่งฟะ!”

ไอ้อชิโวยเสียงดังลั่นรถ แต่จะว่ามันก็ไม่ได้เพราะผมผิดเองแหละ

เพราะว่าผมกลัวว่าจะมาไม่ทันเห็นพริกหวาน เลยพามันโดดเรียนคาบสุดท้ายมานั่งเฝ้าหน้าประตูโรงเรียนไดมอนด์ดัชนี่แหละ และตอนนี้ผมก็นั่งเฝ้ามาเป็นเวลาชั่วโมงครึ่งแล้วด้วย เหอ ๆ

เออน่าไหน ๆ ก็นั่งรอด้วยกันมาตั้งนานแล้วมาบ่นอะไรเอาตอนนี้วะ

ตรูบ่นก็เพราะว่าเหน็บมันกินเว้ยยย!!”

บ่นเสร็จมันก็เอาหน้าซบกับพวงมาลัยอย่างเซ็งจัด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจมันมากนักหรอกเพราะว่าตอนนี้ความสนใจของผมกำลังทุ่มไปที่เหล่านักเรียนที่กำลังทยอยกันออกมาหน้าโรงเรียน อ่า...แสดงว่าโรงเรียนคงเลิกแล้วสินะ

เหอ ๆ ๆทำอย่างกับจะหาเจอ นักเรียนเป็นร้อยเป็นพัน =_=”

ไอ้อชิขัดขึ้นมา ไม่ช่วยแล้วยังเจือกขัดอีกไอ้เวร

ไม่ช่วยก็เงียบปากไปได้มั้ยเนี่ย - -+” ปากผมด่ามันแต่ตาผมยังจ้องอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนเหมือนเดิม ซักเริ่มลายตาแล้วแฮะ @__@

และก่อนที่ผมจะลายตาจนตาลายสายตาที่ลาย ๆ (จะอีกนานมั้ยไอ้ลาย ๆ เนี่ย คนอ่านมึนนะ =_=) ...อะไรกันคุณวงเล็บ ผมจะพูดอะไรก็เรื่องของผม...และสายตาที่ลาย ๆ ของผมก็สะดุดเข้ากับร่างบางของหญิงสาวคนหหนึ่งเข้าให้ ใช่แน่ ๆ นั่นแหละพริกหวานล่ะ

วันนี้พริกหวานมัดผมรวบสูงเป็นหางม้า และหน้าม้าตัดตรงนั่นก็เข้ากับหน้าของเธอชะมัด ข้าง ๆ เธอเป็นผู้หญิงอีกสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอ คนทางซ้ายมีผมสีบรอนซ์ซีดไฮไลท์สีชมพูเล็กน้อยท่าทางน่ารัก ๆ เหมือนคุณหนู ส่วนผู้หญิงทางด้านขวามีผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลช็อคโกแล็ตที่รวบขึ้นมัดเป็นทรง...ทรงอะไรวะ!...อ้อ! ทรงลูกชิ้น! (เค้าเรียกทรงดังโงะเฟ้ย!) ที่ทำหน้าตาบึ้งตึงเหมือนไปโกรธแค้นใครสักคนมายังงั้นแหละ และดูเหมือนว่าพริกหวานกับผู้หญิงอีกคนพยายามจะปลอบให้เธอคนนั้นใจเย็นลง ผมจ้องมองพริกหวานอย่างลืมตัวจนเธอเดินลับสายตาไป เฮ้ย ๆ อย่าเพิ่งไปสิครับรอผมก่อน ><

ไอ้อชิขับตามไปเร็ว

“zZZ…”

ผมหันไปมองหน้ามันก่อนจะเห็นว่ามัน...หลับคาพวงมาลัยไปเรียบร้อยแล้ว -_-

ป้าบ!

ผมโบกหัวมันไปทีนึงแบบเน้น ๆ จนมันสะดุ้งตื่นขึ้นมา

อารายของแกวะ =__O”

ขับรถตามไปเร็วเธอออกมาจากโรงเรียนแล้ว!!”

ผมตะโกนกรอกหูมันเผื่อว่ามันยังไม่ตื่นดีและไม่ได้ยินเสียงผม

เฮ้ย พูดเบา ๆ ก็ได้

อย่าเพิ่งเถียงขับตามไปเร็ว ตรงไปเลี้ยวซ้าย ด่วน ๆ ๆ

มันบ่นผมนิดหน่อยแต่ก็ยอมขับไปตามที่ผมบอกแต่โดยดี

อย่างกับโรคจิต... มันพึมพำอะไรบางอย่างออกมาเบา ๆ

เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ

ฉันบอกว่าแกเหมือนไอ้พวกโรคจิตน่ะสิ!”

“=____=”

ทั้งดักเฝ้าหน้าโรงเรียน ทั้งขับรถตาม หึหึ โรคจิตของแท้เลย

ปาก! หน้าตาอย่างฉันเนี่ยนะโรคจิต ผมอดไม่ได้ที่จะโต้กลับ ทั้ง ๆ ที่ในใจเริ่มเอนเอียงไปแล้ว ไม่ ๆ ผมไม่ใช่โรจิตนะครับ TOT

เพื่อนตรูกลายเป็นไอ้โรคจิตไปแล้ว ม่ายยยย TOT”

ผมปล่อยให้มันรำพึงรำพันไปคนเดียว ส่วนผมกำลังสอดส่ายสายตาหาเหยื่อ เอ่อ...ไม่ใช่สิ นั่นมันคำพูดของพวกโรคจิตชัด ๆ (ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่าตัวเองโรคจิตน่ะ ^^) คุณวงเล็บ ผมบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับผม!

ผมมองไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเห็นพริกหวานและเพื่อน ๆ เข้าไปที่ร้านเค้กร้านหนึ่งใกล้ ๆ กันนั้น ผมเลยบอกให้อชิมันขับรถไปจอดข้าง ๆ ร้านเพื่อสังเกตการณ์

ทำไมแกไม่ลงไปหายัยนั่นเลยล่ะวะจะจอดรถรอเพื่ออะไร

เดี๋ยวเหยื่อตื่น!” (พูดออกไปแบบไม่รู้ตัว)

“O[]O!!” (ช็อค พูดไม่ออกบอกไม่ถูก)

ทำหน้าอย่างนั้นทำไม ฉันพูดอะไรผิดเหรอ ผมถามเมื่อเห็นมันทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก

ไม่ ๆ แกจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ มองอย่างหวาด ๆ ขยับถอยห่างโดยไม่รู้ตัว

แล้วทำท่าแบบนั้นทำไม

ช่างฉันเหอะ อย่ามายุ่งกับตรูเป็นพอ TOT::”

เออ ๆ จะทำอะไรก็ทำไป

ผมเบนสายตามาจับจ้องอยู่ที่หน้าร้านเค้กที่ผมเพิ่งเห็นป้ายว่าชื่อ The Cheese Cake ผมรออยู่ได้ประมาณยี่สิบนาทีพริกหวานก็ออกมาแถมยังลาก เอ่อ เพื่อนเธออีกคนที่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยครีมเค้กออกมาด้วย และดูเหมือนว่าถ้าพริกหวานปล่อยเพื่อนเธอคนนั้นเมื่อไหร่ เธอคนนั้นคงจะวิ่งกลับเข้าไปในร้านและจัดการข่วนหน้าคู่กรณีของเธอเป็นแน่แท้ -_-;;

ผมรอจนเพื่อนของพริกหวานแยกย้ายกันกลับไปและเหลือเธออยู่ตัวคนเดียว ทีนี้แหละโอกาสของผมล่ะ

ผมเปิดประตูออกไปและเดินไปยืนอยู่ข้างหลังเธอเงียบ ๆ อย่างไม่ให้เธอรู้ตัว อ้อ ถ้าคุณอยากถามถึงอชิมันล่ะก็ ผมคงบอกได้คำเดียวว่ามันไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้วครับ -_-

เฮ้ยยยยย!!!” พริกหวานตะโกนออกมาอย่างตกใจทันทีที่หันหลังกลับมาเห็นผมยืนยิ้มเผล่อยู่ด้านหลัง

“^_____^”

นะ นาย นายตามฉันมาได้ยังไงห๊า!”

พริกหวานเบิกตากว้างมองผมอย่างตื่น ๆ พลางชี้นิ้วที่สั่นระริกมายังใบหน้าของผม ทำไมเธอดูเหมือนไม่อยากเจอผมเลยล่ะ แอบเสียใจนะเนี่ย L

นี่ทำไมทำหน้าเหมือนไม่อยากเจอฉันอย่างนั่นล่ะ ฉันอุตส่าห์มาดักรอเธอหน้าโรงเรียนตั้งชั่วโมงครึ่งเชียวนะ  -^-“

ห๊า! นี่นายแอบดักรอฉันอยู่ที่หน้าโรงเรียน แล้วอย่าบอกนะว่าพอฉันออกมาแล้วก็แอบสะกดรอยตามฉันมาที่นี่อีกน่ะ!” พริกหวานตะโกนถามเสียงดังพลางจ้องมองผมอย่างไม่พอใจ

เอ่อ...จะว่าอย่างนั้นมันก็ใช่อ่ะนะ ผมยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่แคร์

โรคจิต! อย่างนายนี่มันเรียกว่าโรคจิตชัด ๆ เลย!”

เอาอีกแล้ว คำนี้อีกแล้ว วันนี้ผมโดนด่าว่าเป็นไอ้โรคจิตไปกี่ลอบกันแล้วนะ ผมลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างปลง ๆ

ฉันไม่ได้โรคจิตสักหน่อย แค่พอฉันรู้ว่าเธอเรียนอยู่ไดมอนด์ดัช ฉันก็เลยอยากมาทำความรู้จักกับเธอเฉย ๆ แต่ก็กลัวเธอจะหนีอ่ะก็เลยไม่กล้าลงไปคุยด้วย

งั้นนายก็คิดถูกแล้วเพราะว่าตอนนี้ฉันก็กำลังจะหนีไปให้พ้น ๆ เหมือนกัน หลีก!”

พริกหวานพูดจบก็เอื้อมมือมาพลักผมไปให้พ้นทางก่อนจะเดินกระแทกตัวผ่านไป แล้วมีเหรอที่ว่าผมจะอยู่เฉย มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องตามตื๊อต่อไปลูกเดียวแล้วล่ะครับ

ผมเดินตามพริกหวานไปโดยที่ส่งเสียงเรียกไปด้วยเป็นระยะ ๆ หวังว่าเธอคงจะรำคาญและหยุดฟังผมมั่ง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ผมไม่เคยเดินตามผู้หญิงต้อย ๆ อย่างนี้เลยนะ มีแต่พวกผู้หญิงนั่นแหละที่เดินตามผมและส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันเป็นขบวน เฮ้อออ~

เดี๋ยวสิพริกหวาน ใจคอเธอจะไม่หยุดคุยกับฉันมั่งรึไงห๊า!”

ผมยังคงพยายามต่อไปจนกว่าเธอจะหันมาสนใจผม นี่ผมชักจะหน้าด้านเข้าไปทุกทีแล้วนะเนี่ย แต่ก็ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ใจร้ายกับผมจนเกินไปนัก เพราะจู่ ๆ พริกหวานก็หันหน้าขวับมาทางผม ดวงดาวาววับจ้องผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ อึ๊ย!

นายจะตามฉันอีกนานมั้นหา!! ฉันเริ่มจะประสาทกินแล้วนะโว้ยย กร๊าซซซ!!”

ก็เธอไม่ยอมหยุดคุยกับฉันนี่!”

ก็ฉันไม่อยากคุยกับนายนี่โว้ยย!”

แต่ฉันอยากคุยกับเธอ ไม่รู้ล่ะถ้าวันนี้เธอไม่ยอมให้เบอร์เธอกับฉัน ฉันจะตามเธอไปถึงบ้านจริง ๆ ด้วย  -^-“

ผมจัดการยื่นคำขาด และแน่นอนว่านั่นทำให้พริกหวานถลึงตามองผมอย่างอาฆาต ริมฝีปากบางสั่นระริก

นะ นาย พูดอะไรออกมารู้ตัวมั้นห๊า!!!” พริกหวานจับคอเสื้อผมเขย่าไปมาอย่างสติแตก จนหัวผมสั่นด๊อกแด๊กไปมาเหมือนตุ๊กติดสปริงที่วางไว้หน้ารถ ตัวก็แค่นี้แต่ทำไมแรงเยอะจังวะ

จำไว้นะว่าฉันไม่มีทางให้เบอร์ฉันกับนายเด็ดขาด!!”

ถ้าไม่ให้ฉันก็จะตามเธอไปถึงบ้านเลยคอยดูสิ ^^” ผมยิ้มอย่างเป็นต่อแม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกเวียนหัวและเริ่มอยากจะอ้วกขึ้นมาบ้างแล้ว =x=;;

กรี๊ดดดดด ทำไมนายถึงหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้นะ โอ๊ยยย ฉันจะเป็นลม ๆ

พริกหวานปล่อยมือจากคอเสื้อผมก่อนจะกุมขมับตัวเองเบา ๆ

ทำไมเธอถึงไม่อยากให้ฉันจีบเธอล่ะ ผมถามขึ้นเมื่อห็นว่าเธอสงบลงมากแล้ว

เพราะว่าฉันไม่ได้รักนายไงล่ะ

เธอยังไม่รู้จักฉันดีพอเลยนะ แล้วเอาอะไรมาตัดสินกันล่ะว่าเธอจะไม่รักฉัน

ไม่ก็คือไม่ไงล่ะ

เหมือนเธอจะมีความหลังอะไรเลยนะ ผมถามหยั่งเชิงออกไป และคำตอบที่ได้ก็คือเสียงแข็ง ๆ ห้วน ๆ ของพริกหวาน

มันไม่เกี่ยวกับนาย!”

โอเค ๆ ผมยกมือขึ้นยอมแพ้ ขอโทษทีที่ฉันยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ ว่าแต่เธอจะให้เบอร์ฉันได้รึยังเนี่ย

ถ้าฉันให้แล้วนายจะไม่แอบสะกดรอยตามฉันกลับบ้านแน่นะ พริกหวานถามพลางจ้องผมอย่างขอคำตอบ

อ่ะแน่น้อน ถ้าเป็นเบอร์ของเธอจริง ๆ น่ะนะ ^O^”

ฮึ่ย! 080 - 592 - XXXX พอใจยัง

ผมไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มนิด ๆ และกดยิงเบอร์ของผมเข้าเครื่องเธอ ฮะฮ้า~ แผนขัดแรกสำเร็จแล้ววว~

เมมเบอร์ฉันไว้ด้วยนะ อ้อ แล้วอย่าคิดเปลี่ยนเบอร์หนีฉันล่ะ อย่าลืมว่าฉันรู้จักโรงเรียนเธอแล้วนะ

ย่ะ!...ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่โรงเรียนไหน พริกหวานหรี่ตามองผมเหมือนจับผิด อย่าบอกนะว่านายเป็นโรคจิตจริง ๆ น่ะ

ฮ่า ๆ ๆ เธอจำไม่ได้เหรอว่าวันแรกที่ฉันเจอเธอน่ะเธอใส่ชุดนัดเรียนอยู่นะ ^^”

ช่างสังเกตเหลือเกิน แสนรู้จริง ๆ นะนายเนี่ย

ถึงฉันเป็นหมาฉันก็เป็นหมาที่โคตรจะหล่อและน่ารักกว่าตัวอื่น ๆ แล้วกัน -^-“ ผมตอบอย่างงอน ๆ

อ้าว ๆ ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่านายเป็นหมาอ่ะ ฮ่า ๆ

พริกหวานมองหน้าไปมาก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา และผมก็ชอบนะเพราะเวลาเธอหัวเราะน่ะใบหน้าเธอดูอ่อนโยนลงตั้งเยอะเลย น่ามองกว่าตอนทำหน้าบึ้งอีก (แต่ตอนหน้าบึ้งก็สวยนะผมก็ชอบ ^^)

เอ้า ได้เบอร์ฉันไปแล้วก็ทำตามสัญญาด้วย ฉันจะกลับบ้านแล้ว ห้ามตามมานะ ไม่งั้นฉันจะปล่อยร็อตไวเลอร์ที่บ้านออกมากัดนายแน่

พริกหวานขู่ผมฟ่อ ๆ ก่อนจะเดินจากไป

บายครับคุณแฟนในอนาคต ^^” ผมตะโกนไล่หลังเธอไป

เดี๋ยวเหอะ!” พริกหวานหันมาถลึงตาและชูกำปั้นใส่ผม ฮ่า ๆ

ผมยิ้มให้เธอนิดหน่อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่รถ อืมมม ดูเหมือนว่าคืนนี้ผมคงจะต้องคิดแผนการพิชิตใจเธอให้ได้เร็ว ๆแล้วล่ะ...ว่ามั้ยครับ J

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะครับว่าคนอย่างมาร์ชเมลโล่คนนี้ไปซื้อ มันมาอ่าน เพราะผมคิดว่าคงจะไม่สามารถพึ่งอชิมันได้อีกต่อไป (ความจริงก็อยากพึ่งมันนะ แต่ดูเหมือนว่ามันคงไม่อยากให้ผมพึ่งมันสักเท่าไหร่ -_-;;) เพราะงั้นวันนี้ผมก็ขอนำเสนอ...

แท้นแทนแท๊นนนน!! How to 14 วิธีจีบ...จีบติดชัวร์ป๊าบ!! ที่ผมเพิ่งจะไปสอยมาเมื่อวานสด ๆ ร้อน ๆ หึหึ

วิธีที่ 1 เข้าใกล้เป้าหมายด้วยรอยยิ้ม

ได้ข่าวว่าผมก็ทำนะ แต่ดูเหมือนว่าพริกหวานจะคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มกวนโอ๊ยซะมากกว่า -_-;;

ผมเปิดหนังสือผ่าน ๆ ไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่าผมไม่เข้าใจที่มันเขียนเลยซักนิด เลยตัดสินใจยัดมันลงใส่กระเป๋าตามเดิม ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรหาพริกหวาน นี่ก็เป็นคาบพักพอดี หวังว่าที่โรงเรียนเธอก็จะเป็นคาบพักเหมือนโรงเรียนผมนะไม่งั้นล่ะก็ผมคงโดนเธอสวดยับกลับมาแน่นอน -O-;;

ผมรอฟังสัญญาณอยู่สักพักปลายสายก็กดรับ แต่เอ...ในหนังสือบอกว่าถ้าได้เบอร์โทรมาแล้วอย่าเพิ่งโทรไปนี่ ให้รอไปก่อนซักสองสามวัน...แต่ช่างเหอะ -O-

(...ว่า?)

รับสายได้สั้นมากมาย นี่เธอสนใจผมมั้งมั้ยเนี่ย =_=;;

เธอรับสายได้สั้นมาก อย่างน้อยก็ควรจะทักทายฉันหน่อยสิ T^T” ผมบ่นงุ้งหงิ้งใส่คนปลายสาย เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะสาว ๆ ส่วนใหญ่แพ้เสียงออดอ้อนของผมกันทั้งนั้นแหละครับ ><

(งั้นฉันวางล่ะ) พริกหวานพูดเสียงเรียบ ฮือออ ผมลืมไปว่ายัยนี่ไม่เหมือนคนอื่น T_T

เฮ้ย ๆ ๆ อย่าเพิ่งวางดิ ฉันล้อเล่น ผมรีบเรียกรั้งไว้ ฮู่ววว คราวหลังไม่เล่นแล้วก็ด้ายยยย U.U

(เร็ว ๆ ให้ว่อง ๆ )

เย็นนี้เลิกเรียนฉันไปรับนะ

(ตลก! ฉันมีปัญญากลับบ้านเองได้ย่ะ)

คือจะชวนไปเที่ยวอ่ะ...ไม่ได้เหรอ

ผมทำเสียงอ่อย ๆ ตอนท้ายให้ดูน่าสงสาร ฮึ่ย! ถ้าเธอไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนแล้วล่ะครับ

(จะชวนไปเดต...ว่างั้น)

พริกหวานถามกลับเสียงขำ ๆ ฉลาดจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้

ก็ถ้าฉันพูดยังงั้นเธอจะไปมั้ยล่ะ

(แน่นอนว่าไม่ หึหึ)

เห็นมั้ยล่ะ ฉันถึง...

(แต่คราวนี้อาจจะไปกับนายก็ได้)

ต้องพูด...ฮะ! อะไรนะ!” ผมถามกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง หรือว่าหูผมฝาด หรือว่าเมื่อวานผมลืมแคะขี้หู (เริ่มสกปรกแล้ว -_-;;)

(ทำเสียงอย่างกับว่ามันแปลกอย่างนั้นแหละ -^-)

มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก!”

(ฉันจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนด้วยต่างหากย่ะ งานวันเกิดมันเย็นนี้แล้วแต่ฉันยังไม่ได้ซื้อของขวัญให้มันเลย อย่าคิดเข้าข้างตัวเองให้มากนัก ฮึ!)

กรรม ที่แท้ก็เพื่อไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อน มันน่าจริง ๆ เลย แต่เอาเถอะครับแค่เธอยอมตกลงไปกับผมก็บุญแล้วผมคงไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ U_U

งั้นเลิกเรียนฉันจะไปรอเธอที่หน้าโรงเรียนนะ

(ถ้านายมาสายแม้แต่วินาทีเดียวล่ะก็ หึหึ...)

พริกหวานทิ้งท้ายประโยคไว้ให้ผมขนลุกเล่น ๆ ก่อนจะกดวางสายไป เฮ้อออ เห็นทีวันนี้ผมคงจะต้องโดดเรียนอีกแล้วล่ะสิครับ L

 

ไง...มาเร็วเหมือนกันนี่

พริกหวานเลิกคิ้วมองผมที่ยืนกอดอกพิงรถออดี้สีแดงสดเป็นจุดเด่นอยู่หน้าโรงเรียนก่อนจะเบ้ปากนิด ๆ อย่างหมั่นไส้

อ่ะแน่น้อนน~” ผมยักคิ้วกวน ๆ ให้เธอเล็กน้อย

คิ้วนายเป็นง่อยรึไงกระตุกยิก ๆ อยู่ได้ -_-“

“-______-;;” ขอบอกคำเดียวว่า แรง!! เล่นเอาผมไปต่อไม่ถูกเลย =_=;;

เอาเหอะ ๆ ไปกันได้แล้วไป อ้อ! แล้วทีหลังก็ไม่ต้องทำตัวเด่นมากก็ได้นะ ฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจสักเท่าไหร่ -_- …เฮ้! หนุ่มน้อยทั้งหลายพี่สาวไปแล้วนะไว้เจอกันวันหลัง >_O“

พูดจบคุณเธอก็เข้าไปนั่งบนรถแล้วเรียบร้อย โดยทิ้งให้ผมยืนเอ๋ออยู่ข้างนอกคนเดียว

ปากบอกว่าไม่อยากเป็นจุดสนใจ แต่กลับตะโกนล่ำลาพวกแฟนคลับหนุ่มน้อยทั้งหลายที่เดินตามก้นต้อย ๆ ซะเสียงดังลั่นโรงเรียนแถมยังขยิบตาให้ไอ้พวกนั้นอีก สรุปว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไงกันนะ =O=;;

 

เฮ้! ฉันว่าจะถามนายหลายทีแล้วแต่ลืม นี่นายอยู่โรงเรียนอะไรเนี่ย?”

พริกหวานถามขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบกันมานานพลางไล่สายตามองชุดนักเรียนของผมที่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว เนคไทลายสก็อตสีฟ้า กับกางเกงขายาวลายสก็อตสีเดียวกับเนคไท

อ้อ ฉันเรียนอยู่ที่เพอร์ริดอดน่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงเรียนของเธอเท่าไหร่หรอก

โรงเรียนอะไรกัน ตั้งชื่ออย่างกับอัญมณี -_-“

แหม~ ไดมอนด์ดัชนี่ไม่ใช่อัญมณีเลยนะ J

อย่ามาเถียงฉันนะ!”

ฮ่า ๆ ๆ ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของพริกหวานตอนนี้ ดวงตากลมโตแต่กลับเฉียบคมจ้องถลึงใส่ผมอย่างเอาเรื่อง ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

ฮึ่ย! มีอีกเรื่องนึงที่ฉันอยากจะถามนาย

ทำไมเธอถึงมีคำถามมาถามฉันบ่อยจังเลยเนี่ย

ฉันเป็นพวกไม่ชอบมีอะไรค้างคา ถ้าสงสัยอะไรก็จะถามไปเลยตรง ๆ แต่ถ้านายไม่ให้ฉันถาม...ฉันก็จะถามอยู่ดีนั่นแหละ -^-“

เธอจะถามอะไรฉันล่ะ =__=”

ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันอยู่ไดมอนด์ดัช!” พริกหวานถามผมเสียงเย็นและออกจะคาดคั่นอยู่นิด ๆ เชื่อได้เลยว่าถ้าผมไม่ยอมตอบเธอ เธอคงจะกระโจนมาขย้ำคอผมแน่นอน =_=;;

เธอจำไม่ได้เหรอ วันแรกที่เราเจอกัน เธออยู่ในชุดนักเรียนนะ แล้วชุดนักเรียนของโรงเรียนเธอมันก็เด่นอยู่แล้วฉันเลยจำได้ไง อันที่จริงต้องบอกว่าไอ้อชิจำได้ ส่วนผมนี่ไม่เคยรู้จักไอ้โรงเรียนนี้เลยแม้แต่ซอกเล็บขบ  เหอ ๆ -O-

เออ จริงด้วยว่ะ!!” พริกหวานพยักหน้าหงึก ๆ หงัก ๆ มันเป็นหงึก ๆ หงัก ๆ ~(ไม่ใช่แล้ว -_-+) ก่อนจะเงียบไป ผมเชื่อแล้วครับว่าถ้ายัยนี่สงสัยก็จะถามให้รู้กันไปเลย และพอหายค้างคาแล้วคุณเธอก็จะถีบหัวส่งและไม่สนใจอีกต่อไป =_______=

วันนี้เพื่อนเธอหายไปไหนเหรอ ผมถามเนื่องจากว่าภายในรถมันเงียบเกินไปแล้ว

เพื่อนฉัน? นายรู้จักเพื่อนฉันด้วยเหรอ =_=?” พริกหวานหันหน้ามามองผมด้วยสีหน้างง ๆ ก่อนจะร้องอ๋อเสียงดัง อ๋อ! จริงสิ ฉันลืมไปได้ไงนะว่าเมื่อวานมีไอ้โรคจิตมันมาแอบสะกดรอยตามฉันอยู่น่ะ หึหึ ^^”

คำนี้อีกแล้ว คำก็โรคจิต สองคำก็ไอ้โรคจิต สรุปนี่ผมกลายเป็นไอ้โรคจิตไปแล้วใช่มั้ยครับคุณผู้อ่าน T^T

จะดีมากถ้าเธอช่วยลืม ๆ เรื่องนั้นไปซะ -_-“

ฮ่า ๆ ๆ ก็แกล้งนายมันสนุกนี่หว่า ^O^”

สรุปว่าเพื่อนเธอหายไปไหนล่ะ ฉันเห็นแต่ไอ้พวกผู้ชายหน้าหม้อทั้งหลายที่เดินเคลิ้ม ๆ ตามมาส่งเธอถึงที่หน้าโรงเรียน ผมพุดน้ำเสียงประชดประชัดแกมเรียกร้องความสนใจเล็กน้อยก่อนจะเหลือบ ๆ ดูตรงหางตาว่าเธอมีปฏิกิริยาอะไรบ้าง และปรากฏว่า...ไม่มีเลย! =_= แถมยังตอบผมกลับหน้าตาเฉยด้วยว่า

ยัยปาร์ตี้ไปช่วยยัยแบมบี้เตรียมปาร์ตี้วันเกิด ตอนนี้ยัยพวกนั้นคงอยู่ที่งานแล้วล่ะ แล้วก็นะ นายอย่ามาว่าบรรดาเด็กน้อยที่น่ารักของฉันว่า ไอ้พวกหน้าหม้อ ได้มั้ย  -_-++”

นี่เธอเห็นไอ้พวกนั้นดีกว่าฉันเรอะ!” อ้ากกกก ยอมไม่ได้ ๆ แย้ก ๆ ๆ >^<

แน่นอน~ บรรดาเด็กน้อยของฉันน่ารักกว่านายตั้งเยอะเลย ^^”

ทำไมเธอชอบพูดจาทำร้ายจิตใจฉันอ๊า! L

งั้นนายก็นั่งเงียบ ๆ แล้วตั้งใจขับรถไปเร็ว ๆ สิ J

ฮึ! L

J

ผมนั่งหน้าหงิกงอเป็นมะม่วงลุยสวน (?) อยู่คนเดียวอย่างเคือง ๆ ซึ่งสวนทางกับแม่คุณพริกหวานที่นั่งยิ้มหวานหัวเราะหึหึอย่างสำราญใจ เหอะ! L

 

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะพาฉันมาที่นี่ -_-“

พริกหวานเดินบ่นงุ้งงิ้งไปมาเป็นรอบที่ร้อยแล้ว (ถ้าผมจำไม่ผิดล่ะนะ =_=) และสาเหตุที่ทำให้เธอทำหน้าเหม็นเบื่อแบบนี้ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผม ที่พาพริกหวานมากินไอศกรีมกันที่ร้านเดิมที่พริกหวานพาผมมาเลี้ยงขอบคุณ (จำได้มั้ย ถ้าจำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านบทที่หนึ่งใหม่ซะ) และอย่าถามผมว่าเดตนี้เป็นยังไงบ้าง เพราะผมคงจะตอบได้แค่ว่าว่ามันเต็มไปด้วยเสียงบ่นของพริกหวานและสีหน้าหงอย ๆ ของผม (. .)

ทำไมอ่ะก็ที่นี่มันเป็นที่ที่เราเจอกันครั้งแรกเลยนะ โรแมนติกออก ><~”

อย่ามาทำตัวเลี่ยนแถวนี้นะยะ! แล้วก็นะนายสมองปลาทอง ได้ข่าวว่าเราเจอกันครั้งแรกตรงบันไดด้านนั้นไม่ใช่เรอะ อ๊ะ!...” พริกหวานยกมือขึ้นปิดปากอย่างคนที่เผลอพูดอะไรบางอย่างออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ทันแล้วล่ะ ผมได้ยินทุกคำพูดชัดเจนเหมือนติดจานดาวเทียมเลยล่ะ ผมได้แต่ยิ้มกว้างอย่างคนบ้า ฮ่า ๆ ก็คนมันปลื้มนี่ครับ ><~ ยัยนี่อุตส่าห์จำได้ด้วยว่าเราเจอกันครั้งแรกที่ไหน

หยุดยิ้มนะ!”

J

เอ๊ะ! นายนี่ประสาทรึไงฉันบอกว่าอย่ายิ้ม!”

J

ชึ่ย! ถ้านายยังไม่หยุดฉันจะเลาะฟันนายออกมาให้หมดปากเลย!”

L ผมหยุดยิ้มทันทีอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด ยัยนี่โหดเป็นบ้าเลย -^-

ดีมากทีนี้ช่วยฉันเลือกทีซิว่าอันไหนเหมาะกับเพื่อนฉันมากกว่ากัน

พริกหวานหันมาชูนาฬิกาที่ทำเป็นสร้อยข้อมือแฟชั่นขึ้นมาให้ผมดูสองเส้น อ้อ! ลืมบอกไปว่าตอนนี้พริกหวานลากผมมาหยุดอยู่ที่ร้านขายนาฬิการ้านหนึ่งให้ห้างที่ตกแต่งดูหรูหราเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ

เส้นแรกเป็นสร้อยที่ประดับด้วยคริสตัล Swarovski สีสันสดใส ตัวหน้าปัดนาฬิกาทรงกลมเป็นสีชมพูอ่อน มีลายการ์ตูน Micky mouse อยู่ในหน้าปัด รอบ ๆ ตัวสร้อยเป็น เอ่อ...ผมจะเรียกยังไงดีนะ มันเป็นตุ้งติ้ง ๆ ที่ห้อย ๆ อ่ะ เป็นรูปมือและหัวของ Micky mouse และ Minnie mouse แซมด้วยคริสตัล Swarovski สีชมพูแบน ๆ เล็กน้อย ดูน่ารักและสดใส ตัวสร้อยชุมโรเดียมหนา เกรดเอ เป็นงานเกาหลี (พี่คนขายเขาว่าอย่างนั้นนะ โดยส่วนตัวแล้วผมแยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนเคลือบอะไร เป็นงานเกาหลีหรือเกาเหลา -O-)

เส้นที่สองก็คล้าย ๆ กับเส้นแรก แต่เส้นนี้สีจะออกโทนดำ ๆ เท่ ๆ ตัวหน้าปัดนาฬิกาเป็นทรงกลมสีดำ กรอบด้านนอกเป็นสีเงิน รอบ ๆ ตัวสร้อยก็ประดับไปด้วยตุ้งติ้งรูปปลาโลมาสีเงินสี่ตัว และแซมด้วยคริสตัล Swarovski สีดำกลม และแบบปลายแหลมสีใสอยู่ระหว่างตัวปลาโลมาทั้งสี่ ตัวสร้อยชุบโรเดียมหนา และเป็นงานจากเกาหลีเหมือนกับอันแรก

เอ้า! ว่าไงล่ะ อันไหนสวยกว่ากัน

พริกหวานเร่งผมที่กำลังจ้องตัวนาฬิกาทั้งสองเรือนสลับกันไปมาอย่างตัดสินใจไม่ถูก

ฉันเลือกไม่ถูกน่ะ แล้วเธอจะซื้อให้เพื่อนคนไหนล่ะ

ให้ยัยแบมม์น่ะ คนที่ผมสีบรอนซ์ซีดแซมชมพูไง พริกหวานบอก ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อวาน อ้อ คนนั้นน่ะเอง...

ถ้าสำหรับฉันนะเพื่อนเธอคนนั้นดูสดใสร่าเริงและออกจะเป็นคุณหนูนิด ๆ ฉันว่าเอาเส้นแรกดีกว่านะมันน่าจะดูเข้ากับบุคลิกเพื่อนเธอคนนั้นได้ดีกว่า

อืมมม ก็จริงแฮะงั้นเอาเส้นนี้ค่ะ อ้อช่วยห่อให้ด้วยนะค่ะ ^^”

พริกหวานพึมพำเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเลือกเส้นแรกตามที่ผมบอกก่อนจะวางเส้นที่สองที่จี้เป็นรูปปลาโลมาไว้ที่เดิม ผมมองสร้อยเส้นนั้นอย่างพิจารณา...

พี่คะ ขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ

พริกหวานที่จู่ ๆ ก็ปวดฉะ เอ้ย! ที่จู่ ๆ ก็มีธุระกับห้องน้ำหันไปขออนุญาตพี่เจ้าของร้านที่กำลังห่อของขวัญอยู่

อ๋อ ได้จ้า หลังร้านเลย ^^”

ค่ะ ขอบคุณค่ะ นี่เดี๋ยวนายรอรับของให้ฉันเลยนะถ้าฉันออกมาช้าน่ะ

พริกหวานหันมาพูดกับผมก่อนจะผลุบหายเข้าไปที่หลังร้าน

ผมหยิบสร้อยเส้นที่เป็นจี้ปลาโลมาขึ้นมาดูก่อนจะ...

พี่ครับ...ผมเอาเส้นนี้ด้วยครับ ^^”

หืม? จะเซอร์ไพรส์แฟนเหรอจ๊ะ ^^” พี่เจ้าของร้านยิ้มแซวผมน้อย ๆ ผมเลยส่งยิ้มกลับก่อนจะตอบว่า

ยังไม่ได้เป็นแฟนกันครับ ผมกำลังจีบเธออยู่ ^^”

ฮ่า ๆ ๆ วัยรุ่นสมัยนี้น่ารักกันจังน้า~”

“^^”

จะเอาใส่ถุงหรือใส่กล่องจ๊ะ ^^” พี่เจ้าของร้านถามหลังจากที่ผมจ่ายเงินเสร็จแล้วร้อยแล้ว

ใส่ถุงดีกว่าครับ ผมยังไม่อยากให้เธอรู้ ^^”

จ้า ๆ รับรองพี่ปิดปากสนิทแน่ คิก ๆ

ผมรับถุงใส่นาฬิกาจากพี่เจ้าร้านมาใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ด้านหลังและพอผมรูดซิบเสร็จปุ๊บพริกหวานก็ออกมาพอดี

อ้าว พี่เขาห่อเสร็จแล้วทำไมนายไม่รับล่ะ ใช่ไม่ได้เลยนะ -_-“

มาปุ๊บก็ใส่เลยไม่ยั้งสมกับเป็นเธอจริง ๆ =_=;

ก็เนี่ยกำลังจะเอา พอดีเธอออกมาก่อนอ่ะ

งั้นก็แล้วไป...

พริกหวานหันไปรับถุงใส่กล่องของขวัญจากพี่เจ้าของร้านและจ่ายเงินเรียบร้อย ขณะที่เรากำลังจะพากันกลับนั่นเองผมก็ได้ยินเสียงเด็กร้องโอเปร่า เอ่อ...ผมหมายถึงร้องไห้น่ะ ดังมาจากทางด้านหลังซะก่อน

แง ๆ ๆ แม่ค่ะ พ่อค่ะ TTOTT”

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณห้าขวบมัดแกละสองข้างสวมชุดเอี๊ยมสีเหลืองสดกำลังอ้าปากร้องไห้น้ำตาไหลพราก ๆ หาพ่อกับแม่ซึ่งผมคาดว่าคงจะพลัดหลงกันอยู่ ยังไม่ทันที่ผมจะทำอะไร ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมก็พุ่งเข้าไปหาเด็กน้อยคนนั้นก่อนจะเงื้อมือขึ้น เฮ้ย! หวังว่ายัยนี่คงจะไม่ได้รำคาญเสียงเด็กร้องไห้จนอยากจะฆ่าเด็กหรอกนะ!

ผมวิ่งตามไปหมายจะช่วยเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาที่กำลังจะถูกฆาตกรรม อ้ากกก! ไม่น้าเธออย่าทำร้ายเด็กน้า!

หมับ!

ทายซิเสียงอะไร ผมหลับตาปี๋ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพข้างหน้าของผมคือพริกหวานที่กำลัง! กำลัง! กำลัง! (เฮ้ย! พอได้แล้วมั้ง =_=+)

กำลังลูบหัวปลอบเด็กคนนั้นอยู่อย่างอ่อนโยน =____=;; โอเคผมผิดเองแหละที่จินตนาการไปซะเว่อร์

ไม่เอานะคะ อย่าร้องไห้น้า ไหนบอกพี่สาวซิว่าเป็นอะไร ^^”

พริกหวานคุกเข่าลงไปถามเด็กน้อยคนนั้นก่อนจะยิ้มหวานจนผู้ชายที่อยู่แถวนี้แทบจะละลายกลายเป็นไอน้ำกันเลยทีเดียว

ฮึก ๆ อุ๊บอิ๊บ...อุ๊บอิ๊บหาคุณพ่อกับคุณแม่ไม่เจอค่ะ TOT”

โอ๋ ๆ อย่าร้องนะคะเดี๋ยวพี่สาวจะพาอุ๊บอิ๊บไปหาคุณพ่อกับคุณแม่เองน้า ^^”

ฮึก จะ จริงเหรอค่ะ O_O” เด็กอุ๊บอิ๊บยกมือน้อย ๆ ขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะมองหน้าพริกหวานตาแป๋ว

จริงสิคะ ^^”

พริกหวานพยักหน้างึกหงักและยิ้มหวานสุดฤทธิ์จนผมบอกได้คำเดียวว่าตอนนี้ผมอิจฉาเด็กคนนี้โคตร ๆ

พริกหวานจูงมือน้องอุ๊บอิ๊บมาหาผมที่ยืนอยู่ก่อนจะ...

อุ้มน้องเค้าดิ! แล้วพาน้องเขาไปฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้วย -_-“

...ก่อนจะเปลี่ยนจากนางฟ้ามาเป็นซาตาน ใช่สิ ผมไม่ใช่เด็กนี่ -^-

            ครับ ๆ

ผมก้มหน้าก้มตารับคำสั่งก่อนจะส่งรอยยิ้มเทวดาให้น้องอุ๊บอิ๊บแทน

มาครับ...เดี๋ยวพี่ชายกับพี่สาวจะพาไปหาคุณพ่อกับคุณแม่นะครับ ^^”

ค่ะ ทำไมพี่ชายหล่อจังเลยคะ ^O^” อุ๊บอิ๊บพูดพลางเอานิ้วมาจิ้มแก้มผมเบา ๆ หุหุ พี่รู้ตัวครับว่าตัวเองหน้าตาดี ที่เขาว่ากันว่าเด็กมักไม่โกหกนี่ท่าจะจริงแฮะ ^O^

แหวะ และแล้ววันนี้ประเทศไทยก็มีเด็กที่มีความพิการทางสายตาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง น่าสงสาร U_U”

พริกหวานพึมพำเบา ๆ แต่ผมได้ยินเต็มสองรูหู เอาเถอะตอนนี้ไม่ชอบผมก็ไม่เป็นไร แต่ต่อไปผมจะทำให้เธอหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยล่ะ J

 

หลังจากที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประกาศตามหาพ่อแม่น้องอุ๊บอิ๊บได้ไม่นาน ห้านาทีต่อมาชายหญิงวัยสามสิบปลาย ๆ สองคนก็พากันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

พ่อ! แม่! TOT” อุ๊บอิ๊บที่เห็นพ่อกับแม่มาหาก็วิ่งผละจากผมกับพริกหวานไปสวมกอดคนทั้งคู่อย่างดีใจ

ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยพาอุ๊บอิ๊บมาส่ง ^^” คุณแม่น้องอุ๊บอิ๊บหันมาขอบคุณผมกับพริกหวานโดยมีคุณพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลังพยักหน้าเสริม

ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ทีหลังอุ๊บอิ๊บต้องคอยจับมือคุณพ่อกับคุณแม่ไว้ให้ดีนะคะ ^^”

พริกหวานหันไปพูดกับอุ๊บอิ๊บพลางยิ้มน้อย ๆ

ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่สาวคนสวย ^O^”

พริกหวานยิ้มกว้างรับคำชมก่อนจะมองส่งครอบครัวนั้นจากไป

เธอนี่ก็รักดะ...

ผมหันไปพูดกับพริกหวานก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย

พริกหวานที่มองตามครอบครัวของน้องอุ๊บอิ๊บไป ถึงแม้ว่าเธอจะยังยิ้มอยู่แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเศร้าสร้อยระคนเจ็บปวด นี่มันอะไรกันพริกหวานที่เป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกมั่นใจนิสัยตรงไปตรงมาติดจะแข็งกร้าวด้วยซ้ำ อะไรทำให้เธอมีแววตาที่แสนเศร้าขนาดนี้กันนะ...

ครอบครัวนั้น...น่าอิจฉานะ พริกหวานพูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน

...

พ่อ แม่ ลูกรักกันเป็นภาพที่สวยงามนะ นายว่ามั้ย ^^”

... ผมเงียบพลางจ้องมองใบหน้าของเธอ เธอจะรู้มัยว่ารอยยิ้มที่เธอกำลังยิ้มอยู่ในตอนนี้มันทำให้หัวใจคนที่มองอย่างผมปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

เงียบทำไมฮะ เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ -_-“

...

เฮ้ย! ไอ้บ้า พูดกับฉันสิวะ!”

พริกหวานดึงข้อศอกผมอย่างแรงจนผมหลุดออกจากภวังค์ พลางใช้สายตาคม  จ้องจิกผมเต็มที่ อะไรจะเปลี่ยนอารมณ์เร็วขนาดนั้น ยัยนี่เป็นคนแน่เหรอ =_=;

เธอ...ไม่เป็นไรนะ ผมถาม

แล้วจะให้ฉันเป็นอะไรล่ะ นี่ก็จะหกโมงเย็นแล้วเดี๋ยวนายไปส่งฉันที่งานปาร์ตี้ยัยแบมม์เลยแล้วกัน โอเค้

อืม...

ผมมองตามพริกหวานที่เดินนำหน้าผมไปที่ลานจอดรถ พลางตั้งคำถามเล่น ๆ กับตัวเองในใจว่า

คนที่เจ็บปวดทางใจแล้วแสดงออกมาด้วยการร้องไห้ กับคนที่เลือกจะปกปิดมันไว้ภายในและสวมหน้ากากอันแข็งกร้าวปิดบังเอาไว้ อันไหนจะทรมานมากกว่ากันนะ...

 ---------------------------------------------------------------------------------------

อั๊ยยะ!! มาอัพให้แล้วเด้ออออออค่ะ หลังจากห่างหายไปนานเเสนนาน

จนไรเตอร์เดาได้ว่าคงจะลืมเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ไปแล้วแน่ ๆ T^T

ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ที่ดองซะนานเลยอ่ะ เครียด ๆ กับเรื่องเรียนนิดนึงอ่ะ

(นิดนึงจริง ๆ เสี้ยวเดียวก็ว่าได้) แต่ที่เครียดจริง ๆ คือช่วงนั้นพยายามเก็บเงินไปงานหนังสือเดือนตุลาอ่ะ

แล้วแบบ ช่วงนั้นตังหมดพอดีเลย ก็เลยต้องทำทุกวิถีทางให้ได้เงินมา

เนื่องจากรายการหนังสือที่อยากได้เยอะมว้ากกกกกก ก็เลยทั้งรับจ้างจดสมุดให้เพื่อน ทำงานศิลปะให้ อะไรเทือก ๆ นี้ 

สุดท้ายหวังว่าจะยังติดตามกันต่อไป ขอบคุณจริง ๆ ที่เข้ามาอ่าน มาเม้นให้

หน้าเดิน! เย่!!

37 ความคิดเห็น

  1. #35 FaIRyTaLE (@alzheimerm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 21:58
     อ๊ากๆๆๆ หนูดียังคง สม่ำเสมอมากในการอัพแตกต่างจาก 

    นังมี่ ขี้เกียจ เวนกำ T^T

    เห็นหนูดีอัพแล้วรู้สึกว่าตัวเอง ไร้ความรับผิดชอบว่ะ เอาว่ะ อัพบ้าง ก๊ากๆ 

    ปล. หนูดี มีก็อยากได้เงินนะ แย้กไม่มีตังซื้อหนังสือครั้นจะรับจดสมุดเหมือนหนูดีก็ทำไม่ได้

    เนื่องจากสมุดตัวเองยังขี้เกียจจะ จดเลย =O=;;;
    #35
    0
  2. #32 PIMPIM2010 (@031112538) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 20:45
     หนุกมากยังหนุกเหมือนเดิมเลยยยยยยยยยยยยยยย
    #32
    0
  3. #31 i-aim ^^ (@e-nooaim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2554 / 14:35
    กว่าจะอัพได้เกือบลืมเเล้วนะเนี่ย
    หนุกมากค่ะ พี่หนูดี >< (แบบว่า...ยาวได้ใจมากเลยค่ะ)
    อชิกวนอ่ะ ชอบๆ :)))
    มาร์ชเมลโล่น่าร๊ากกกกกกก
    พริกหวานก็น่ารักกกกกก
    อัพเร็วๆนะค่ะพี่หนูดี 
    สู้ๆค่ะ น้องสาวคนนี้เป็นกำลังใจให้ค่ะ  ^^V
    #31
    0