Ayo! แกล้งแซวผมนัก ขอรักซะเลย

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ผู้หญิงลั้ลลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 มิ.ย. 54

                                                                                            บทที่ 1

ผู้หญิงลั้ลลา

 

            โอ๊ยยยย วันนี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อที่สุดเลยให้ตายสิ!! หลังจากที่แยกย้ายกับยัยพวกเพื่อน ๆ ที่หน้าโรงเรียนแล้ว ฉันก็เดินเตร็ดเตร่ไปมาก่อนจะแวะเข้าห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในละแวกนั้นเพื่อหาอะไรทำแก้เซ็ง แต่ก็ไม่มี้ไม่มีอะไรที่พอจะทำให้ฉันรู้สึกสนุกได้เลย =_= ฉันเลยมาจบลงที่ร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในนั้นแทน

            เค้กที่สั่งได้แล้วค่ะ ^^”

            “^_^”

             ฉันส่งยิ้มให้พี่พนักงานก่อนจะหยิบจานเค้กจากเธอมา และเริ่มลงมือจัดการส่งให้มันลงไปนอนเล่นอยู่ในท้องฉันทันที

            ในขณะที่ฉันกำลังจ้วงเค้กเข้าปากอยู่นั้นเองสายตาฉันก็กวาดมองลงไปที่ชั้นด้านล่างที่มีคนเดินสวนกันไปมาและเพราะว่าร้านเบเกอรี่นี้อยู่ชั้นสองและที่นั่งฉันก็ยังติดกับราวระเบียงจึงทำให้ฉันเห็นภาพด้านล่างได้ในมุมกว้าง ก่อนที่สายตาฉันจะไปสดุดอยู่ที่ร่าง ๆ หนึ่ง

            ชายหนุ่มรูปร่างสูงแต่ก็ไม่ผอมแห้ง ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลอ่อนเคลียไหล่มัดรวบครึ่งหัว ใบหน้าเรียวขาวเนียน จมูกโด่งกำลังพอดี ริมฝีปากบางน่าจุ๊บสีชมพูธรรมชาติ รับกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลสุกใส ให้ตายสิ! ขนาดมองไกล ๆ ยังน่ารักขนาดนี้ แล้วถ้าฉันได้ไปอยู่ใกล้ ๆ ล่ะเขาคนนั้นจะน่ารักขนาดไหนนะ

            ฉันไม่รีรอที่จะยัดเค้กที่เหลือเข้าปากไปในคำเดียว (ก็คนมันเสียดายอ่ะ) ก่อนจะวิ่งไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ สายตาก็ยังคอยชะเง้อชะแง้ดูให้แน่ใจว่าเขายังไม่ไปไหน

            อ่า...บันไดเลื่อนคนเยอะจังแฮะ มาเยอะอะไรเอาตอนนี้เนี่ย L ฉันตัดสินใจหันหลังและวิ่งไปตรงบันไดอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นอีกทางที่จะลงไปข้างล่างได้ กรี๊ดด พ่อเทพบุตรน้อยอย่าเพิ่งหนีฉันไปไหนน้า

            ตึก ๆ ๆ ๆ

            ในขณะที่ฉันกำลังวิ่งลงบันไดอยู่นั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากด้านหลังฉัน

            ว้ายยย น้องมีน อย่าวิ่งลูกเดี๋ยวชนพี่เขานะ!”

            ปึก!

            เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งลงมาชนฉันแต่ตัวเองกลับเสียหลักจนทำท่าว่าจะตกบันไดเอาดื้อ ๆ ฉันเลยเอื้อมมือออกไปคว้าคอเสื้อของเด็กน้อยคนนั้นและเหวี่ยงกลับไปหาแม่เขาที่ยืนทำหน้าตกอกตกใจอยู่ด้านหลัง (เด็กจะคอหักตายก็เพราะยัยนี่แหละ) แต่นั่นกลับทำให้ฉันกลายเป็นฝ่ายเสียหลักแทนเพราะจังหวะที่ฉันหมุนตัวเหวี่ยงเด็กคนนั้นข้อเท้าฉันก็ดันพลิกกลับจนไม่สามารถที่จะทรงตัวอยู่ไว้ได้จนหงายหลังตกลงไปในทันที

            กรี๊ดดด ช่วยด้วยค่ะ ๆ คนจะตกบันได๊!” แว่ว ๆ เสียงแม่เด็กคนนั้นร้องให้คนมาช่วยฉัน แต่ตอนนี้ฉันไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ฉันได้แต่หลับตาปี๋เตรียมตัวรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้น

            พุ่บ!

            เอ๋? ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลยอ่ะ ฉันว่าฉันก็ตกลงมาสูงนะ รึว่าฉันตายแล้ว ? ฉันค่อย ๆ ลืมตามองภาพตรงหน้า ก่อนจะเห็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างเป็นห่วงอยู่

            เป็นอะไรมั้ยแม่หนู!” ผู้หญิงคนนั้นถามฉันอย่างเป็นห่วงในความปลอดภัย

            ไม่เป็นไรค่ะ

            จ้ะ ๆ ขอโทษหนูด้วยนะที่ลูกชายน้ามันดื้อ แล้วก็ขอบคุณมากนะที่ช่วยลูกชายน้าเอาไว้น่ะ

            ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็ก ^^”

            ยังไงน้าก็ขอบคุณหนูมากอยู่ดีน่ะแหละ เอ้า น้องมีน ขอบคุณพี่เขาสิลูก คุณแม่หันไปบอกกับลูกชายตัวน้อยของเธอที่ยืนซุกอยู่ด้านหลัง

            ขอบคุณฮับพี่สาว

จ้า ไม่เป็นไรหรอกคราวหน้าเวลาลงบันไดก็ระวังหน่อยนะจ๊ะ ^_^” ฉันส่งยิ้มให้อย่างไม่ถือสา ก่อนจะมองส่งคู่สองแม่ลูกนั้นไป เฮ้อออ เสียดายจังเด็กคนนั้นโตขึ้นมาจะต้องน่ารักมากแน่ ๆ เลย ฉันคิดขณะที่ยังนั่งอยู่ท่าเดิม

เอ่อ เผื่อเธอไม่รู้นะ เธอกำลังนั่งทับฉับอยู่อ่ะ เสียงนุ่มดังขึ้นที่ข้างหูฉัน จนฉันสะดุ้งและหันกลับไปมองทันที

“-O-“

“O_O”  นะ นี่มันผู้ชายคนที่ฉันเล็งเอาไว้นี่นา ไหงฉันมานั่งทับเขาได้ล่ะเนี่ย ฉันนึกย้อนไปก่อนหน้าที่ฉันจะตกลงมา อา...ดูเหมือนว่าตอนนั้นเขากำลังจะเดินผ่านตรงนี้พอดีแฮะ ถ้าอย่างนั้นเขาก็เป็นคนช่วยรับฉันไว้น่ะสิ มิน่าล่ะ ฉันถึงไม่รู้สึกเจ็บเท่าที่ควร

คือ...ถึงตัวเธอจะเบาก็เถอะนะ แต่...ตอนนี้คนมองเต็มเลยอ่ะ -O-“

อุ๊ยย! ขอโทษ ๆ ฉันรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากตัวเขาทันที ก่อนที่เขาจะลุกตามขึ้นมา

ฉันหันไปมองรอบ ๆ ที่ตอนนี้ประชาชนชาวไทยเกิดรักและสามัคคีกันขึ้นมาและรวมกลุ่มกันเป็นไทยมุงอย่างอยากรู้อยากเห็นเต็มที่  -_-  ฉันเลยตะโกนออกไปดัง ๆ ว่า

ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ทั้งฉันและเขาปลอดภัยดีขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ ^^+” ฉันกล่าวขอบคุณและฉีกยิ้มหวานจ๋อยให้ทั้ง ๆ ที่ในใจฉันล่ะอยากจะตะโกนว่า ขอบคุณที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านนะคะ มากกว่า

พอสิ้นเสียงฉันปุ๊บเหล่าฝูงชนก็พากันแยกย้ายกันไปตามทางใครทางมัน แต่ก็มีอยู่บ้างที่เหลียวหลังกลับมามองเล็กน้อยอย่างอยากรู้เรื่องชาวบ้าน  -_- ฉันที่ขี้เกียจจะสนใจเลยหันหน้ามาหาผู้ชายคนที่ช่วยฉันไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณเขา

เอ่อ นายเป็นคนช่วยฉันไว้ใช่ไหม ขอบคุณนะ ^_^” ฉันช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าใส ๆ ของเขาและแย้มรอยยิ้มหวานให้เป็นของแถม  ก็แหมฉันยังไม่ลืมจุดประสงค์เดิมที่ตั้งใจจะมาหาเขาอยู่หรอกนะ J

อืม ไม่เป็นไรหรอกน่าฉันผ่านมาตรงนี้พอดี ถ้าไม่ช่วยก็จะเป็นการแล้งน้ำใจเกินไปแล้ว

ยังไง...ให้ฉันเลี้ยงไอศกรีมนายซักถ้วยเป็นการตอบแทนได้มั้ย

ไม่เป็นไรหรอกน่าฉันเกรงใจน่ะ

ไม่เป็นไรได้ไง ฉันตกลงมาสูงซะขนาดนั้นน่ะ นายเองก็คงจะเจ็บตัวมั้งแหละ น่านะ ให้ฉันได้ตอบแทนนายมั่ง ^^” ฉันยิ้มหวานอย่างออดอ้อนเต็มที เป็นรอยยิ้มที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้ แน่นอนว่ารวมทั้งเขาด้วย

ก็ได้ ๆ ที่ไหนล่ะ

ตามฉันมาเลย ฉันมีร้านโปรดอยู่ในนี้แหละ

 

รอซักครู่นะคะ ^^”

ค่ะ ฉันตอบรับพี่พนักงานหลังจากที่เราสั่งไอศกรีมกันเรียบร้อยแล้ว

นี่ ๆ นายชื่ออะไรเหรอ ฉันเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้า เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไปนัก

หืออ...อ้อ ฉันชื่อ...เมลโล่ ดูเหมือนเขาจะยังงง ๆ อยู่นิดหน่อยแต่ก็ยอมตอบฉันแต่โดยดี

ฉันชื่อพริกหวานนะ

 ฉันแนะนำตัวเองบ้างก่อนจะแกล้งถามเขาเล่น ๆ ว่า

นายชื่อเมลโล่ใช่มั้ย หวังว่าชื่อเต็ม ๆ คงไม่ใช่มาร์ชเมลโล่หรอกนะ คิก ๆ ๆ

อันที่จริง...ก็ใช่อ่ะนะ เขายอมรับก่อนที่จะหน้าแดงนิด ๆ

อ้าว...แล้วทำไมตอนแรกบอกว่าชื่อเมลโล่เฉย ๆ อ่ะ

ฉันถามกลับอย่างสงสัยนิด ๆ

ก็ผู้ชายที่ไหนชื่อมาร์ชเมลโล่ล่ะ  -3-“ เขาถามกลับก่อนจะทำหน้าบู้ อ๊ายย น่ารักอ่ะ

ฮ่า ๆ ๆไม่หรอกน่า ชื่อนี้เหมาะกับนายจะตายไป ก็ดูสินายออกจะน่ารักขนาดนี้น่ะ J  ฉันส่งยิ้มให้เขานิด ๆ และแอบหยอดคำชมใส่เขานิดหน่อย

“>///< เธอว่างั้นเหรอ

อื้ม ใครได้เป็นแฟนนายจะต้องโชคดีแน่ ๆ เลย

“>/////<” นั่นแหละเขินเข้าไป หน้าแดงอีกนิด คิก ๆ แกล้งใครไม่เคยจะสนุกเท่าแกล้งนายมาร์ชเมลโล่เลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ

จนเมื่อพนักงานมาเสริฟไอศกรีมฉันถึงได้หยุดแกล้งเขา (แต่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละน่า) อา...ช็อคชิฟที่รักลงมาอยู่ในท้องฉันซะดี ๆ

อุ๊บ! ฮ่า ๆ ฉันอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อเห็นนายมาร์ชเมลโล่มีไอศกรีมวนิลาติดอยู่ที่มุมปาก ฮ่า ๆ กินเลอะอย่างกับเด็ก ๆ แน่ะ

อะไรอ่ะ -O-“

ฉันตอบคำถามของเขาโดยการชี้ไปที่มุมปากของเขาแทน

อ่า...อย่าบอกนะว่าฉันกินเลอะน่ะ -///-“

อือฮึ ^^”

ให้ตายสิ =___=;”

มาร์ชเมลโล่บ่นพึมพำไปมาก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ที่วางอยู่บนโต๊ะมาเช็ดคราบไอศกรีมออก แต่ก็ไม่โดนตรงจุดที่ฉันชี้ซักที

หมดยังอ่ะ เขาถาม

ยัง ๆ ไปทางซ้ายหน่อยนึง

เอ่อ ซ้ายแค่นี้พอมั้ย

ไม่ใช่ ๆ กลับเข้ามาอีกหน่อย

อ่า...งั้นตรงนี้ล่ะ

ไม่ใช่ โอ๊ย! เอาทิชชู่มานี่มาเดี๋ยวฉันเช็ดให้

ฉันว่าพลางแย่งกระดาษทิชชู่มาจากมือของเขาและเช็ดคราบไอศกรีมที่ติดมุมปากเขาอย่างเบามือ

เอ่อ ขอบใจนะ >///<”

อะ เอ่อ ไม่เป็นไร ๆ

แล้วทำไมฉันต้องติดอ่างด้วยเนี่ย กะอีแค่เขาหน้าแดงใส่หน่อยเดียว ฉันคือยัยพริกหวานสาวมั่นแห่งยุคนะ ฮึ่ย! อาจเป็นเพราะว่ามาร์ชเมลโล่หน้าตาดีมากถึงมากที่สุดก็ได้ -.,-

 

โอยยย อิ่มสุด ๆอ่ะ

กินแค่ไอศกรีมเธอก็อิ่มแล้วเหรอเนี่ย

มาร์เมลโล่เบิกตากว้างมองหน้าฉันอย่างสงสัย

ไม่หรอกน่า คือก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งกินเค้กมาด้วยมันเลยรู้สึกอิ่มอ่ะ

อ้อ เอ่อแล้วนี่เธอจะกลับเลยมั้ย ฉันหรี่ตามองมาร์ชเมลโล่นิด ๆ หวังว่าหมอนี่คงไม่คิดจริงจังอะไรหรอกนะ

คือ ถามเฉย ๆ น่ะ (. . )\” มาร์ชเมลโล่ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแก้เก้อเมื่อเห็นสายตาที่ฉันมอง

ก็คงจะกลับเลยน่ะแหละ เดี๋ยวป้าเป็นห่วง อ้อ แต่ก็คงจะต้องซื้ออะไรบางอย่างด้วยแหละ ^^”

หืมม?”

ฉันส่งยิ้มหวานให้อย่างจงใจ และหยอดมุกสุดท้ายก่อนเดินจากมา

ซื้อมาร์ชเมลโล่น่ะ แบบว่าเห็นหน้านายแล้วอยากจะกินขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ คิก ๆ J

“-////////////////////////-“ ฉ่าาาาา~

วันนี้ช่างสนุกจริง ๆ J

 

...

มาร์เมลโล่ได้แต่มองตามพริกหวานเดินจากไปโดยที่หน้ายังซับสีเรื่อจาง ๆ อยู่

เหมือนมาก ๆ อะไรจะแม่นขนาดนี้วะ -O-“ เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

อย่างนี้...คงปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะ J

มาร์ชเมลโล่เปลี่ยนสีหน้าจากชายหนุ่มที่ท่าทางแสนดี ออร่าเทวดากระจาย กลายเป็นชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้ามาแทนที่ ดูมีเสน่ห์ไปคนล่ะแบบ

กร๊าซซซ!! ทุกคนใจเย็น รู้นะว่าอยากจับพระเอกของเรากดเต็มที แต่ยังก่อน ให้พระเอกเราได้ย้อนความหลังกันแป๊บนึง

 

เมื่อสองวันก่อนหน้านี้

            สวัสดีครับ ผมมาร์ชเมลโล่นะครับ ตอนนี้ผมกำลังปั่นจักรยานด้วยความเร็วสปีดระดับเทพอยู่ และสาเหตุที่ทำให้ผมต้องระเห็จตัวเองออกจากที่นอนอันแสนหนานุ่มนี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง =O=;;

ย้อนไปเมื่อ 5 นาทีก่อน

(ไอ้มาร์ชเพื่อนรัก แกออกมาหาฉันหน่อยเด้)

อะไรอีกล่ะ คนกำลังนอนสบาย ๆ นะโว้ยผมโวยกลับใส่ไอ้อชิโทษฐานมาทำลายความสงบบ่ายของผม

(หนอยยยย ยังมีหน้ามาถามอีก หยุดเรียนฉันไม่ว่า แต่ทำไมงานกลุ่มต้องมาอยู่กับแกฟะ ลุกเลย ๆ เอางานมาส่งเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็ติด ร. กันทั้งกลุ่มนี่แหละ!)

งาน...งาน...เย้ยยยย งานยัยแม่มดใจร้ายนี่หว่า

ผมอุทานขึ้นมาอย่างนึกได้ ยัยแม่มด ยัยสุดโหดดดดด

(ใช่! และยัยแม่มดก็บอกอีกด้วยว่า ถ้าติด ร. เจ๊แก แกจะแก้ ร. ให้เป็น 0 แล้วก็ให้พวกเรามาแก้ 0 กันอีกที กร๊าซซซซซ!!)

ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ถ่วงเวลายัยแม่มดไว้

ผมกดวางสายและกระโจนเข้าห้องน้ำไปในทันที ก่อนจะใช้เวลาแค่ 1 นาทีในการอาบน้ำด้วยสปีดเทพ และซิ่งจักรยานคู่ใจออกมาทันทีเนื่องจากว่าบ้านผมอยู่ในซอยโรงเรียนนี่เอง

 

และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้ผมต้องปั่นจักรยานจนไฟแทบไหม้ล้อ ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะปวดขาโคตร ๆ ผมก็จะไม่หยุดเด็ดขาดเพื่อเกรดสี่ของผมและผองเพื่อนทั้งหลาย เพราะงั้นสู้ต่อไปมาร์ชเมลโล่ -^-V

พ่อหนุ่ม สนใจดูดวงมั้ยจ๊ะ

เสียงใครซักคนเหมือนกำลังพูดอยู่กับผม ทำให้ผมต้องหยุดจักรยานไว้ชั่วคราวและหันไปมองหาที่มาของต้อนเสียงตามมารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดี (ยังจะชมตัวเอง)

คุณยายพูดกับผมเหรอครับ ผมถามคุณยายที่นั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียงบ้านข้าง ๆ ที่ดูเหมือนจะเปิดเป็นร้านอะไรซักอย่าง

จ้ะ ยายพูดกับเธอนั่นแหละ ว่าไงสนใจจะดูดวงมั้ยจ๊ะ

คุณยายพยักหน้ายิ้ม ๆ และถามผมกลับ ผมขมวดคิ้วงง ๆ ก่อนจะเงยหน้าดูป้ายที่ติดอยู่หน้าร้าน

ร้านดาราพยากรณ์ตัวอักษรสีทองตวัดเขียนอย่างสวยงามบนป้ายไม้สีดำสนิท มีรูปพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่มีตา จมูก ปาก เหมือนในไพ่ทาโร่วาดประดับอยู่สองข้าง

 อืมแลดูขลัง ๆ ดีนะ แต่เผอิญว่าผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ซะด้วยสิ แล้วอีกอย่าง ตอนนี้เกรดในมือเพื่อน ๆ มันดันขึ้นอยู่กับผมซะด้วยสิว่าจะส่งงานทันหรือไม่ ผมเลยปฏิเสธคุณยายไปว่า

ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมไม่ว่างเลย บังเอิญว่านัดกับเพื่อนไว้น่ะครับ

อ่า...อย่างนั้นหรอกรึ แต่ยายว่าเพื่อนพ่อหนุ่มคงจะโทรมายกเลิกนัดเร็ว ๆ นี้แหละ ^^”

ผมมองคุณยายอย่างงง ๆ ทำไมวันนี้ผมงงบ่อยจังแฮะ ยังไม่ทันที่ผมจะได้งงอย่างเต็มที่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาก่อน

 

 

เออ อีกแป๊บเดียวน่า อย่าเพิ่งเร่งดิวะ ผมกรอกเสียงลงไปทันทีที่เห็นว่าเป็นไอ้

อชิจอมกวนโทรมา

(เอ่อคือ...จะบอกว่าไม่ต้องมาแล้วว่ะ -O-)

อ้าว ทำไมวะ?”

(เจ๊แกบอกว่าวันนี้สามีโทรมาชวนไปเดต แกเลยอารมณ์ดีบอกว่าส่งอาทิตย์หน้าได้ -O-          )

แต่ฉันออกมาแล้วนะโว้ยย

(ออกมาแล้วก็กลับได้ บ้านแกก็ไม่ใช่ว่าไกลซะทีไหนล่ะ เออ แค่นี้แหละ บาย...ติ๊ด ๆ ๆ ๆ)

อะไรวะเนี่ยยย คนอุตส่าห์รีบออกมา แต่สุดท้ายก็ยกเลิกดื้อ ๆ ซะงั้น...เอ๊ะ!

 

แต่ยายว่าเพื่อนพ่อหนุ่มคงจะโทรมายกเลิกนัดเร็ว ๆ นี้แหละ ^^’

 

เห็นมั้ยล่ะ ยายบอกแล้วก็ไม่เชื่อ คุณยายยิ้มนิด ๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับผมที่มองคุณยายสลับกับโทรศัพท์มือถืออย่างอึ้ง ๆ

ทีนี้ก็ว่างแล้ว ว่าไงสนใจดูดวงมั้ยจ๊ะ ยายดูให้ฟรี ๆ เลย

อ่า... ไหน ๆไอ้อชิมันก็ยกเลิกนัดแล้วนี่นะ แถมคุณยายยังดูให้ฟรีอีก งั้นก็คงจะไม่เสียหายอะไรนะ ยังไงก็ดีกว่าปั่นจักรยานตากแดดออกมาฟรี ๆ แล้วกัน

ก็ได้ครับ

งั้นก็เข้ามาเลยจ้า คุณยายผายมือไปทางประตูร้านที่มีม่านสีม่วงติดอยู่ ประดับด้วยม่านลูกปัดหลากสีอีกชั้นหนึ่ง

ข้างในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ธรรมดา ๆ อย่างเช่นชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือเก่า ๆ วางเรียงเต็มชั้น ข้าง ๆ นั้นก็มีหิ้งที่วางตุ๊กตาต่าง ๆ ตรงกลางห้องมีโต๊ะทรงกลมตัวสูง กับเก้าอี้เข้าชุดสองตัววางอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนตรงมุมห้องก็เป็นโซฟาเก่า ๆแต่ก็ยังดูสะอาด กับชุดโต๊ะรับแขกที่มีไพ่ป๊อก เอ้ย! ผมหมายถึงไพ่ทาโร่นะวางอยู่ -O-

นั่งตรงนี้เลยจ้ะ ^^” คุณยายพาผมมานั่งตรงชุดโต๊ะกลมตรงกลาง ก่อนที่คุณยายจะทรุดลงนั่งตามผม

เอ่อ... ผมลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถามออกไปว่า แล้วไม่มีพวก แบบ...ลูกแก้วดูดวงเหมือนในหนังเหรอครับ

ฮ่า ๆ ๆ อย่ายึดติดหนังให้มันมากนักสิพ่อหนุ่ม

อ่า นั่นสิครับ อาย ๆ ๆอับอายขายขี้หน้าที่สุดเลยไอ้มาร์ชเมลโล่  - -;;

ยื่นมือมาสิ

ผมยื่นมือไปวางบนมือของคุณยายที่วางอยู่ก่อนแล้วบนโต๊ะอย่างว่าง่าย อย่าหาว่าผมเชื่อคนง่ายเลยนะ แต่ไอ้เรื่องที่ยายแกบอกว่าไอ้อชิมันจะโทรมายกเลิกนัดน่ะ มันทำให้ผมเริ่มจะเชื่อเรื่องพวกนี้ขึ้นมานิด ๆ แล้วแฮะ

มือที่เหี่ยวย่นอีกข้างยกขึ้นมากุมมือผมไว้ก่อนที่แกจะหลับตาลง

จะให้ยายดูให้เรื่องอะไรดีล่ะ คุณยายถามผมทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาอยู่

อ่า... เรื่องอะไรดีวะ ยังไม่ทันคิดซะด้วยสิ

งั้นเอาเรื่องที่ยายสัมผัสได้แล้วกันว่ามันมาแรงมาก ๆ...ความรัก...

หืมมม O_O” ดวงผมที่กำลังมาแรงตอนนี้คือความรักงั้นเหรอ ผมเลยตั้งหน้าตั้งตาฟังคำทำนายที่คุณยายกำลังจะบอกเต็มที่ อาจเป็นเพราะบรรยากาศในร้านที่ดูขลังก็ได้ที่ทำให้ผมเชื่อไปแล้วเกินครึ่ง

เธอคนนี้...อืม... เว้นทำไมครับ พูดต่อได้แล้วววว

... นั่งลุ้นเต็มที่

เธอจะมาจากที่สูง สายลมจะนำพาเธอมา...

... หวังว่าแฟนในอนาคตผมคงไม่ได้ร่วงลงมาจากต้นไม้หรอกนะ - -;;

เด็กน้อยจะเปรียบดุจดั่งกามเทพ...

... น่าจะหมายความว่าผมจะเจอเธอคนนั้นเพราะเด็กใช่มั้ย โธ่รู้งี้น่าจะตั้งใจเรียนวิชาภาษาไทยแฮะ ทำไมพวกหมอดูถึงชอบพูดคำทำนายเป็นแนว ๆ กาพย์ กลอนเนี่ย =_=;;

เธอเหมือนจะมีใจให้...

... เยี่ยม!

แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็แค่เล่น ๆ

...!” อ้าวไหงเป็นเงี้ยล่ะครับแม่หมอ TOT

พ่อหนุ่มต้องใช้ความจริงใจเข้าหาเธอ...เพราะใจเธอนั้นปิดตาย...หัวใจเธอถูกล็อคด้วยกุญแจแห่งความเจ็บปวดในอดีต...หญิงสาวผู้น่าสงสาร...

...!!!” นะ นี่ (ว่าที่) แฟนผมเป็นคนมีปมเหรอเนี่ย อะไรจะโหดร้ายขนาดนี้เนี่ย

นั่นคือคำทำนายจ้ะ ^^” คุณยายที่ค่อย ๆ ลืมตาพูดกับผมพลางส่งยิ้มให้

เอ่อ แล้วคุณยายรู้มั้ยครับว่าในอดีตเธอเป็นยังไง

ถึงยายรู้ยายก็บอกไม่ได้หรอก มันเป็นจรรยาบรรณของหมอดูน่ะจ้ะ ^^”

อ้าว ซะงั้นอ่ะ ดูท่าว่าผมคงจะต้องรับศึกหนักซะแล้วแฮะ

...และผมก็หวังว่าจะทำให้เธอคนนั้นพ้นทุกข์จากเรื่องในอดีตที่เธอเจ็บปวดกับมันได้...

 

กลับเข้าสู่ปัจจุบัน  ณ ร้านดาราพยากรณ์

คุณยายดาราที่นั่งหลับตาอยู่ที่โซฟาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ เมื่อภาพ ๆ หนึ่งผุดขึ้นมาในหัวตามคำทำนายที่แกเคยให้ไว้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเมื่อสองวันที่แล้ว

โชคชะตาเอ๋ย โชคชะตา ไม่มีใครที่หนีพ้นไปได้...

แล้วคุณยายดาราว่าสองคนนั้นจะเป็นยังไงต่อล่ะคะ ^O^?” เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอยากรู้อยากเห็น

เจ้าหมีน้อย ช่างสงสัยตลอดเลยนะ ^^”

ก็เค้าสงสัยนี่ คุณยายดาราชอบรู้อยู่คนเดียวแล้วก็ไม่ยอมบอกคนอื่น -3-“

ภาพที่เห็นในตอนนี้คือ...ตุ๊กตาหมีน้อยที่วางอยู่บนชั้นลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะกระโดดตุ้บลงมาจากชั้นวางและปีนมานั่งที่โซฟาใกล้ ๆ คุณยายแทน

ยายบอกแล้วไงว่าอย่าลงมา เกิดใครเข้ามาเห็นพอดีเขาไม่ช็อคกันเหรอ ฮึ

ชิ! คุณยายก็ลองนั่งอยู่ท่าเดิมนาน ๆ สิจะได้รู้ว่ามันเมื่อยยยยยยขนาดไหน -3-“

หมีน้อยนั่งกอดอกและทำปากจู๋อย่างขัดใจ

เอาล่ะ ๆ ยายขี้เกียจจะเถียงกับหมีน้อยแล้ว คุณยายส่ายหัวไปมาอย่างเอือม ๆ กับนิสัยสามขี้ของหมีน้อย ซึ่งก็คือ ขี้วีน ขี้งอน และขี้ประชด

เดี๋ยวก่อนสิค้า คุณยายดารายังไม่ตอบคำถามของหมีน้อยเลยน้า >O<” หมีน้อยกระโดดเกาะแขนคุณยายแน่นพลางคิดในใจว่า ถ้าคราวนี้คุณยายไม่ตอบ อย่าหวังเลยว่าหมีน้อยจะปล่อย ^O^’

ยายบอกไม่ได้หรอกหมีน้อย มันเป็นกฎ หมีน้อยก็รู้นี่นา

ค่า ๆ แต่หมีน้อยก็อยากรู้อยู่ดีอ่ะแหละ

เฮ้อออ ถ้ายายบอกแล้วจะต้องไม่ตื้อถามยายอีกนะ คุณยายดาราถอนหายใจเฮือกใหญ่และจ้องหมีน้อยอย่างรอคำตอบ

โอเค้ ๆ ๆเลยค่ะ ^O^”

คุณยายดาราจ้องไปข้างหน้าและตอบคำถามของหมีน้อยว่า

ความรักของทั้งคู่ขึ้นอยู่ทั้งสองคนอย่างล่ะเท่า ๆ กัน ถ้าเด็กหนุ่มคนนั้นทำลายกำแพงที่แม่หนูเธอสร้างไว้ไม่ได้ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าเขาทำได้แม้เพียงกระเทาะให้เกิดรอยร้าวเล็กน้อยทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น...

...แต่ในทางกลับกัน หากแม่หนูเธอไม่ยอมให้ใครก้าวล้ำเข้ามาในใจ ความจริงใจแค่ไหนมันก็ไม่มีผล

ทีนี้เข้าใจรึยังหมีน้อยทั้งคู่ต้องเปิดใจให้กันเท่านั้น ยายไม่มีทางรู้ได้ว่าพวกเขาจะเปิดใจให้กันมั้ย ยายเลยให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ เอาล่ะหมดเวลาแล้วรีบกลับไปนั่งที่เดิมได้แล้วจ้ะ เพราะลูกค้าคนต่อไปใกล้จะมาแล้ว

ค่า ๆ คุณยายนี่ก็ >O<”

 

กรุ้งกริ๊ง ๆ ~

สวัสดีค่ะ ร้านดาราพยากรณ์ยินดีต้อนรับ ^_^…”

 --------------------------------------------------------------------------

ฟู่....ในที่สุดก็ได้มาอัพสักทีนะเนี่ย หลังจากที่ดองมาน้านนนน นาน

555+ เรื่องนี้ก็ออกแนวนางเอกมีปม ฮั่นแน่ คิดไม่ถึงอ่ะดิ๊ว่าคนอย่างเค้าจะเขียนแนวนี้ได้

อันที่จริงก็เขียนไม่ได้อ่ะแหละ แต่จะลองเขียนดู อยากรู้ว่าเราจะเขียนแนวดราม่าขึ้นอ่ะป่าว อิอิ

ฝากด้วยนะค้าาาาา อ่านแล้ว เม้น ไม่เม้นขอให้ขึ้นคาน ถ้าไม่ขึ้นคานก็ขอให้ได้แฟนขี้เหร่

อุวะฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ  ^O^

 

 

 

 

 

 

 

 

37 ความคิดเห็น

  1. #36 Shallar O.o (@nilobol111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 18:47
    สนุกมากเลยค่ะ พี่หนูดี  ^^
    #36
    0
  2. วันที่ 30 ตุลาคม 2554 / 20:04
    สนุกมากเลยค่ะ พระเอกเราก็ออกแนวร้ายๆนะคะ
    #33
    0
  3. #25 ก'แก้ว (@kaewii-z) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 09:29
    สนุกมากเลยอ่ะพี่หนูดี  ^^

    มาร์ชเมลโล่น่าร๊ากกกกกกก  >
    #25
    0
  4. #21 disabled (@colwer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 13:49

    ดูขู่ซะ =____=
    เม้นท์ให้อยู่แล้วค่า

    #21
    0
  5. #15 H-YUN (@younyoun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 / 18:35
    โหยยย พี่หนูดี ขู่ซะ
    ใครไม่เม้นจะขึ้นคานไม่ก็ได้แฟนขี้เหร่
    โธ่...นิยายหนุกขนาดนี้หยุนจะไม่เมนท์ให้ได้ยังไงเล่า

    อยากบอกว่าหยุนชอบมาชเมลโล่เว่อชั่นเฟคๆ มากกว่านะ 555+
    น่าร้กดีอ่ะ
    อีกอย่างนะพี่ พี่บรรยายเอกของเราได้แบบ หล่อมว้ากกกกกกก
    นึกภาพตามแล้วใจจะละลายเลยที่เดียว

    ดูจากท่าทางแล้ว พระเอกจะร้ายกว่านางเอกซะล่ะมั้งเนี่ย เหอะๆ

    แอบตกใจเล็กน้อยปัจจุบันยังอยู่ตอน 2
    เพราะหยุนหายไปนานมากๆ>_<
    br />ทีแรกนึกว่าจะต้องตามเก็บเป็นพรืดแล้วนะเนี่ย!

    สุดท้ายนี้...พี่หนูดี หยุนคิดเถิงงงงง ♥
    #15
    0
  6. #14 i-aim ^^ (@e-nooaim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2554 / 21:01
    คนที่ 2 ค่าาาาา~
    หนุกมากค่ะพี่หนูดีสุสยอด ><
    อัพเร็วๆนะคะ ^^
    #14
    0
  7. #13 PIMPIM2010 (@031112538) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2554 / 19:49
    เย้ได้มาเป็นเม้นแรก
    สนุกมากเลยค่ะพี่รีบอัพต่อนะค่ะ>O<~~
    #13
    0