ตอนที่ 8 : Chapter 7 You are important to me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

Chapter 7

You are important to me



[Matthew]

ทุกอย่างกลับเป็นปกติหลังจบวันนั้น วันที่ผมมีโอกาสเรียกแจสเปอร์ว่าคนรัก มันเป็นช่วงเวลาที่ดำรงอยู่เพียงไม่กี่นาที แต่เป็นไม่กี่นาทีที่ทำให้ผมโลภอยากได้ความเป็นนิรันดร์ ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและมีชื่อเรียกช่างหอมหวานเกินกว่าจะปล่อยผ่านได้ เมื่อได้ลิ้มลองครั้งหนึ่ง ผมรู้ซึ้งว่าตัวเองจะโหยหาครั้งต่อไป

ความคิดที่แล่นมาในหัวทำให้อดมองยังโต๊ะทำงานของแจสเปอร์ไม่ได้ มันตั้งอยู่มุมห้อง ติดกับประตูทางเข้า บนโต๊ะว่างเปล่าเพราะเจ้าของเพิ่งขนของย้ายออกไป แจสเปอร์บ่นกับผมเสมอว่าโต๊ะทำงานของผู้ช่วยฯ ไม่ควรตั้งอยู่ในห้องทำงานเจ้านาย มันควรอยู่หน้าห้อง เป็นด่านแรกสำหรับคัดกรองคนที่จะติดต่อธุระกับผม

ใช่ ความจริงควรเป็นอย่างนั้น และก่อนหน้านี้โต๊ะทำงานของแจสเปอร์ก็อยู่หน้าห้อง เพียงแต่ผมอยากเห็นหน้าเขา การใช้อำนาจเล็กๆ น้อยๆ บังคับแจสเปอร์ย้ายโต๊ะทำงานมาข้างในให้อยู่ในสายตาผมจึงเกิดขึ้น เขาโวยวาย แต่สุดท้ายก็ต้องยอม ผมคิดว่าเราคงไม่มีปัญหาเรื่องนี้แล้ว แต่จู่ๆ แจสเปอร์ก็บอกว่าจะย้ายกลับไปที่เดิม

ผมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

หรือผมเผลอทำอะไรให้แจสเปอร์หงุดหงิด?

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิดและไม่พอใจเท่าไหร่ ผมชอบพักสายตาจากเอกสารโดยการมองแจสเปอร์ที่จริงจังกับการทำงานของตัวเองจนเกิดความเคยชิน แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในสายตาผมแล้ว มันค่อนข้าง...ว่างเปล่า

ใช่ ผมเป็นได้มากขนาดนี้เพราะเขาเลยล่ะ

มันน่าตลกถ้ามองย้อนกลับไปในอดีต วันที่เขามาอยู่กับรอสซ์ได้เกือบปี แจสเปอร์เคยถามถึงเรื่องของพวกเรา ความสัมพันธ์ และการเป็นโซลเมต แววตาเขาดูกังขา ผมรู้ว่าแจสเปอร์ไม่สบายใจ เขาปิดกั้นและขี้ระแวงได้ขนาดนั้นเชียวล่ะ ผมจำคำตอบตัวเองในตอนนั้นได้ จำได้กระทั่งความรู้สึกที่ตอบออกไป ขำขัน มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ มุมมองผมเป็นอย่างนั้นเพราะพ่อกับแม่ผมก็ไม่ใช่โซลเมตกันแต่พวกเขารักกัน

ผมย้ำให้เขามั่นใจว่าระหว่างเราไม่จำเป็นต้องเป็นความรัก คำว่าโซลเมตและโชคชะตาที่ผูกเราไว้ด้วยกันอาจเป็นได้มากสุดแค่คู่หูหรือเพื่อนที่รู้ใจสักคนก็พอ แจสเปอร์ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกผูกมัด ต่างฝ่ายต่างมีอิสระในการเลือกคบใครก็ได้ มันควรเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่จู่ๆ วันนึงความรู้สึกผมเริ่มเปลี่ยนไป

อิสระในการเลือกคบใครก็ได้งั้นเหรอ?

ฝันไปเถอะ แจสเปอร์เป็นของผมเท่านั้น อย่าหวังว่าผมจะใจดียกเขาให้ใครเลย!

Rrrrr...

เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะทำงานดังขัดความคิด ผมหลุดจากเรื่องราวในอดีต เมื่อรับสาย เสียงทุ้มต่ำของแจสเปอร์ดังขึ้น

“คุณบรูคโทรแจ้งขอเข้าพบครับ” แจสเปอร์สุภาพกับผมเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ผมอยากให้เขาเป็นกันเองกับผมมากกว่า แต่มันไม่เหมาะสมเมื่อเขาย้ายโต๊ะไปข้างนอกที่พนักงานคนอื่นเดินผ่านเต็มไปหมด “อีกสิบนาทีหลังจากนี้ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหม?”

“เขาบอกไหมว่ามีธุระเรื่องอะไร”

“แค่แจ้งว่าธุระส่วนตัวครับ”

“บอกเขาว่าอีกสิบห้านาที ฉันเคลียร์งานอยู่ อ้อ…” ผมรีบพูดก่อนแจสเปอร์จะวางสาย “พอเขามา เดี๋ยวนายเตรียมของว่างเข้ามาให้ด้วย”

“ครับ”

“แจสเปอร์”

“มีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ?”

“เปล่า” ผมยิ้ม ตามองบานประตูที่กั้นพวกเราไว้ “แค่คิดถึง อยากเห็นหน้า เข้ามาให้เห็นหน้าหน่อยสิ”

“...ไร้สาระ”

แจสเปอร์ตอบกลับมาแค่นั้น แล้วเขาก็วางสาย ผมหัวเราะ วางหูโทรศัพท์ลงที่เดิม รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยเมื่อยั่วโมโหแจสเปอร์ได้ ผมกลับมาเคลียร์งานต่อ ความสนใจทั้งหมดจดจ่อกับรายงานและเอกสารบนโต๊ะ รู้ตัวอีกทีก็ตอนมีคนเคาะประตูห้องทำงาน

“เชิญครับ”

บรูค โรเซนท์ ก้าวเข้ามาเมื่อผมอนุญาต เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่พอๆ กับพ่อและแข็งแรงถ้าเทียบกับชายวัยใกล้หกสิบทั่วไป ผมยิ้มรับ ลุกจากเก้าอี้ ผายมือไปทางชุดโซฟารับแขกซึ่งตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง

“อามารบกวนหรือเปล่า”

“ผมเคลียร์งานเสร็จพอดีครับคุณอา” พวกเรานั่งลง ผมสบตาเขา อีกฝ่ายมองมา แววตาสงบนิ่ง “มีธุระอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน ถึงได้มาหาผมถึงห้องทำงานแบบนี้”

บรูค โรเซนท์ขยับตัวเมื่อผมพูดถึงตำแหน่งเขา ใช่ คุณอาคนนี้ตำแหน่งสูงกว่าผมแต่ดูเหมือนตำแหน่งเราจะสลับกันมากกว่า เมื่อตามหลักแล้วรอสซ์มีอำนาจเหนือกว่าโรเซนท์

ผมอาจลืมบอกไปว่าโรเซนท์คือตระกูลสาขาของรอสซ์ ถ้าจะให้ลงรายละเอียดคงต้องเท้าความไปไกล ผมเลยจะสรุปสั้นๆ ให้ฟังว่าคุณอาบรูคคนนี้คือลูกพี่ลูกน้องต่างสายเลือดของพ่อผม โรเซนท์เป็นตระกูลที่อยู่เคียงข้างรอสซ์มารุ่นสู่รุ่น พวกเขามีหน้าที่ช่วยเหลือและส่งเสริมรอสซ์ให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด

โรเซนท์ทุกรุ่นล้วนมีความสามารถ ยกเว้นรุ่นผม

ผมค่อนข้างหงุดหงิดกับโรเซนท์คนนั้นมากทีเดียว

“อาอยากคุยเรื่องของเบรย์เดน”

“อืม...เบรย์เดน” ผมทวนชื่อนั้น ยกขาไขว้ห้างในขณะเอนตัวพิงพนักโซฟา สบตากับอาบรูค ส่งยิ้มให้เขาที่เริ่มจะเกร็งกับท่าทีผ่อนคลายของผม “เขามีปัญหาอะไรเหรอครับ?”

“เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว อาคิดว่า…”

ก๊อกๆๆ

“เข้ามาได้ครับ” ผมเมินคำพูดของคุณอาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นแจสเปอร์ถือถาดเครื่องดื่มและของว่างเข้ามาวางเสิร์ฟบนโต๊ะ ผมหันกลับมาหาโรเซนท์หนึ่งเดียวที่อยู่ในนี้

“รับกาแฟกับของว่างก่อนนะครับ เราอาจต้องคุยกันยาว” คุณอาบรูคดูอึดอัด หัวคิ้วเขาขมวดแน่น แต่ผมแสร้งทำเป็นไม่เห็น หันไปทางแจสเปอร์ “นายอยู่ก่อน”

“แมทธิว อาว่าเรื่องนี้ค่อนข้างส่วนตัว” คุณอาบรูคแทรกขึ้น

“ผมไม่มีความลับกับโซลเมตตัวเองครับ”

“คุณแมทธิว” แจสเปอร์ปราม ผมหันไปส่งสายตาให้เขาเงียบ อีกฝ่ายเลยทำได้เพียงกลอกตาและยืนรอรับคำสั่งอยู่ข้างตัวผม

“ว่าไงครับ คุณอามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเบรย์เดนที่ต้องการคุยกับผม”

“คืออา...”

“ผมเดานะ” ผมยิ้ม โน้มตัวมาประสานมือสบตาเขา ใช่ ผมกำลังคุกคามคู่สนทนาผ่านการแสดงออกทางร่างกาย “คุณอาดูลำบากใจเพราะมันเกี่ยวกับตำแหน่งผมใช่หรือเปล่า”

“...”

“ตำแหน่งที่ผมยึดจากเบรย์เดนมาน่ะ :)”

“อาจะไม่อ้อมค้อมแล้วกัน” เขากระแอม พยายามยืดตัวขึ้นไม่ให้ผมข่มจนเสียศักดิ์ศรี “มันก็ผ่านมาเป็นปีตั้งแต่เกิดเรื่อง อาคิดว่ามันนานพอแล้วสำหรับการลงโทษเขา”

“คุณอาครับ” ผมยิ้มเย็น สบตาเขานิ่ง “คุณอาคิดว่าบริษัทเราเล่นขายของกันเหรอครับ ความเสียหายที่เบรย์เดนก่อไว้ ชดใช้ได้ด้วยการปลดเขาจากตำแหน่งปีเดียวแล้วกลับมาใหม่ได้งั้นเหรอ?”

“อายอมรับว่าเขาขาดความรอบคอบไปสักหน่อย”

“ลูกชายอาขาดความรอบคอบมาก” ผมเน้นเสียง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา “โครงการหมู่บ้านจัดสรรของเราเกือบเละไม่เป็นท่าเพราะเบรย์เดนไม่รอบคอบ คุณอาคิดว่าการตรวจรายงาน EIA อย่างขอไปทีของเบรย์เดนส่งผลกระทบมากแค่ไหนกันครับ? ถ้าไม่ทราบผมจะบอกให้ รายงาน EIA ไม่ผ่าน ถูกตีกลับมาแก้ แก้ก็แก้แบบมักง่าย ส่งกลับไปเพื่อที่จะได้รับคำว่าว่าไม่ผ่านอีกครั้ง ในขณะที่โครงการเปิดให้ Pre Sale ก่อนแล้ว สุดท้าย ตารางเวลาทุกอย่างคลาดเคลื่อนไม่เป็นตามสัญญา โดนร้องเรียน โดนระงับการก่อสร้าง ต้องคืนเงินจองของลูกค้า ไม่รวมชดเชยค่าเสียหาย ชื่อเสียงบริษัทติดลบ”

ผมเว้นจังหวะหายใจ อาบรูคจ้องผม สีหน้าเหมือนปลาขาดน้ำ

“ต้องให้ผมบอกอีกไหมว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ เจตนาของเบรย์เดน มองทางไหนก็คืออยากลดค่าใช้จ่ายเลยไม่ทำอะไรให้ถูกต้องครบถ้วนตามเกณฑ์จนไม่ผ่าน เพราะถ้าเขาใส่ใจสักนิดปัญหามันก็ไม่เกิดหรอกครับ”

“แมทธิว อย่ากล่าวหากันแบบนี้”

“หรือคุณอามีข้อโต้แย้งอื่น” ผมเลิกคิ้ว หันไปทางแจสเปอร์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง กระตุกยิ้มอย่างนึกสนุก “แจสเปอร์ นายพอจะรู้ไหมว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เจ้าของโครงการอยากลดค่าใช้จ่ายลง”

“ถ้าไม่ใช่เพราะบริหารงานไม่เป็น ก็คงหาช่องทางคอรัปชั่น ยักยอกส่วนต่างจากงบประมาณเต็มล่ะมั้งครับ”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”

“ด้วยความเคารพกับคุณบรูค” แจสเปอร์ค้อมหัวลงเล็กน้อย ใบหน้าเรียบนิ่งไร้แววหวาดกลัว เขารู้ดีว่ามีผมคอยหนุนหลัง “ผมแค่สันนิษฐานตามคำถามของคุณแมทธิวเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะใส่ร้ายใคร”

“ทุกอย่างเละเทะ” ผมแทรกขึ้นเมื่ออาบรูคทำท่าจะหาเรื่องแจสเปอร์ต่อ “และคนที่หัวหมุนจัดการตามเก็บผลงานของลูกชายอาคือผม เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตำแหน่งนี้ควรเป็นของผมไปอีกสักระยะ” ผมแสยะยิ้ม หรี่ตาลงเล็กน้อย “จนกว่าผมจะพอใจ หรือเบื่อ ตอนนั้นค่อยให้เบรย์เดนกลับมาก็ยังไม่สาย”

“...”

“คุณอาคิดว่ายังไงครับ :)”

“โรเซนท์ไม่ใช่ทาสรองมือรองเท้ารอสซ์ตลอดไปหรอกนะแมทธิว”

“และโรเซนท์คนอื่นก็ไม่มีปัญหาเหมือนอากับเบรย์เดนด้วยครับ” ผมยิ้มรับ มันยากเต็มทีกับการกลั้นรอยยิ้มเมื่อสีหน้าของคู่สนทนาเปลี่ยนสีสลับเขียวกับแดงแบบนี้ เดาว่าอาบรูคคงอยากบีบคอผมเต็มแก่ แต่ถ้าโรเซนท์คิดมีปัญหากับรอสซ์ ตระกูลรองที่ไร้ผู้หนุนหลัง ไม่มีใครกล้าเสี่ยงขนาดนั้น “ถ้าหมดธุระแล้วเชิญครับ ผมยังต้องทำงานต่อ”

อาบรูคจ้องหน้าผมอยู่สักพัก จากนั้นจึงลุกขึ้น สาวเท้าก้าวยาวๆ เดินออกจากห้อง เสียงปิดประตูดังลั่น บ่งบอกว่าผู้ที่จากไปไม่สบอารมณ์มากแค่ไหน

“สนุกพอหรือยัง”

“ไม่เอาน่าแจสเปอร์” ผมรีบห้ามเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะบ่น “ฉันโดนคุกคามนะ นายต้องเข้าข้างฉันสิ”

“ฉันให้โอกาสนายพูดอีกทีว่าใครคุกคามใคร” เขาเลิกคิ้ว เดินมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับที่อาบรูคเพิ่งลุกจากไป ดวงตาคมจ้องสบผม “คุณบรูคที่เดินหัวเสียออกไป หรือนายที่นั่งยิ้มตาเป็นประกายแบบนี้”

“นายชอบไล่ต้อนฉันจังเลยนะ”

“เพราะนายมันเป็นไอ้ตัวแสบยังไงล่ะ”

“ฉันชอบเวลานายเรียกฉันแบบนี้” ผมหัวเราะ เอียงคอส่งยิ้มให้เขา “เหมือนนายกำลังเอ็นดูฉันเลย”

“ฉันอยากตีนายมากกว่า”

“เย็นชาจัง”

“ฉันก็เป็นแบบนี้ปกติ”

“ไม่ วันนั้นนายน่ารักกว่านี้” ผมสบตาเขา เชื่อว่าแจสเปอร์รู้ว่าผมหมายถึงวันไหน “นายรู้ไหมแจสเปอร์ ว่าฉันสลัดความรู้สึกในวันนั้นออกจากหัวไม่ได้เลย”

“ไหนใครบอกจะทำงาน” แจสเปอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาเขาอ่อนลง “เอาเวลามาคิดเรื่องไร้สาระแบบนี้จะมีสมาธิทำงานไหมหืม?”

“อาจจะมีถ้า…”

“ถ้า?”

“นายย้ายโต๊ะทำงานกลับมาที่เดิม”

“ฉันไปทำงานต่อดีกว่า” แจสเปอร์ทำท่าจะลุก ผมรีบคว้าข้อมือเขา เป็นฝ่ายรั้งเอาไว้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “อย่าเอาแต่ใจนะแมท ฉันย้ายกลับไปหน้าห้องดีแล้ว เวลาใครโทรมาโต๊ะฉัน เสียงโทรศัพท์จะได้ไม่รบกวนสมาธินาย”

“ไม่รบกวนเลยสักนิด นายคิดเองคนเดียว”

“ทำไมจู่ๆ ก็ดื้อเป็นเด็กแบบนี้ นายจะสามสิบแล้วนะเผื่อลืม”

“ก็ฉันไม่ชิน ปกติชอบแอบมองนายไง” ผมยิ้ม ยิ่งเห็นแจสเปอร์ทำสีหน้าไม่ถูกยิ่งชอบใจ “เวลาฉันล้ากับเอกสารตรงหน้า ฉันชอบพักสายตาโดยการมองนาย พอไม่มีนายให้มองฉันก็หมดแรงจะทำงาน”

“เหมือนนายจะกล้าขึ้นนะแมท หลังจากวันนั้นน่ะ”

“ฉันกล้ามาตลอดอยู่แล้ว เหลือนายนั่นแหละ เมื่อไหร่จะกล้าตอบรับความรู้สึกฉัน”

“กำลังกดดันฉันหรือเปล่า?”

“นิดหน่อย” ผมยักไหล่ สบตาเขา แววตาสีเข้มไม่ได้ฉายประกายอึดอัด ผมโล่งใจเล็กน้อยที่ความปากไวของตัวเองไม่ได้ทำให้แจสเปอร์รู้สึกไม่ดี แต่ก็อดถามไม่ได้ “นายอึดอัด?”

“ไม่” เขาส่ายหน้า “ไม่เท่าเมื่อก่อน อย่าทำหน้าแบบนั้น มันไม่เหมาะกับนายหรอกนะ”

“ฉันทำหน้าอะไร”

“เหมือนสำนึกผิด”

“ฉันปากไวไปหน่อย” ผมยอมรับ คลี่ยิ้มให้เขาสบายใจ “กลัวนายอึดอัด ที่จริงก็รอได้ นายอาจเห็นว่าฉันไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่กับเรื่องอื่นๆ แต่ถ้านั่นเป็นเรื่องนาย ฉันสามารถหาเหตุผลให้ตัวเองอดทนได้นับพันเหตุผล”

“นายไม่จำเป็นต้องทุ่มเทให้ฉันมากขนาดนี้แมท” แจสเปอร์ยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาส่ายหัวไปมา สายตาที่มองผมคล้ายทั้งขำทั้งอ่อนใจ “เพราะฉันว่าอีกไม่นานหรอก”

“นายหมายความว่ายังไง?” ผมขมวดคิ้วเมื่อเขาตอบกลับมาแบบนั้น มันไม่ใช่ประโยคที่ผมคิดว่าเขาจะตอบด้วยซ้ำ

“ทั้งที่นายเหมือนจะกดดัน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนเมื่อก่อน” แจสเปอร์ว่า สบตาผมนิ่ง “ที่ฉันย้ายโต๊ะออกไป ความจริงไม่ใช่แค่นายที่มองฉันอยู่คนเดียว ฉันเองก็เสียสมาธิเพราะเผลอมองนายบ่อยๆ เหมือนกัน คิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีหรือเปล่าแมท?”

“ดีสิ”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“เราควรจูบฉลองข่าวดีไหม?” ผมแหย่

“แมท” แจสเปอร์เรียก น้ำเสียงอ่อนใจปนตำหนิอย่างไม่จริงจังนัก เขายื่นมือแตะแก้มผม ลูบเบาๆ “นายหาเรื่องจูบฉันได้ตลอดนั่นแหละ ไม่ต้องมาอ้างให้ลำบาก คิดว่าฉันมองไม่ออก?”

“งั้นถ้ามองออก นายจะปฏิเสธไหม?”

ผมยิ้มหวาน ลุกเดินไปทิ้งตัวนั่งบนพนักวางแขนโซฟาตัวที่แจสเปอร์นั่งอยู่ โน้มหน้าลงไป สายตาจ้องลึกในดวงตาสีเข้ม เขาเงยหน้ามองผม ไม่มีท่าทีคัดค้านใดๆ

หมีโง่เชื่องลงแล้ว

ผมวางมือกับบ่าทั้งสองข้าง เขี่ยปลายนิ้วกับต้นคอเขา ผิวสัมผัสส่งความอบอุ่นผ่านปลายนิ้ว แจสเปอร์เลิกคิ้ว เขาไม่ขยับไปไหน เพียงแต่วางมือลงบนต้นขาผม ลูบไปมาและส่งสายตาราวกับจะให้ผมเป็นฝ่ายเริ่มต้น

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก

การเริ่มเกมเป็นสิ่งที่ผมถนัดอยู่แล้ว :)

ผมก้มหน้าลงไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ กำลังจะช่วงชิมริมฝีปากตรงหน้า…

“Rrrr”

เสียงโทรศัพท์มือถือของแจสเปอร์ดังขัดขึ้นมา ผมชะงัก เขาเองก็เช่นกัน แจสเปอร์สบตาผม ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าแบบไหน เจ้าหมียิ้มยากถึงได้หัวเราะ เขาผลักผมออกเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ

ผมเห็นชื่อที่โชว์บนหน้าจอ

เจสสิก้า…

“สวัสดีครับ” แจสเปอร์กรอกเสียงไปตามสาย เขาเหลือบตามองผมแวบหนึ่ง ตรึงสายตาตัวเองกับใบหน้าผมในขณะที่คุยกับปลายสาย “ครับเจส ผมจำได้ อาฮะ อืม...วันเสาร์ตอนเย็นผมว่างครับ”

โอเค เหมือนเจสสิก้าคนนี้กำลังนัดแจสเปอร์ไปที่ไหนสักแห่ง

ไม่ให้ไปได้ไหม ผมหวง…

ความคิดหวงของเหมือนเด็กๆ แล่นเข้ามาในหัว รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินแจสเปอร์ตอบตกลงและวางสาย ผมจ้องหน้าเขา นิ่งเงียบอย่างเก็บอารมณ์ ผมไม่ชอบเวลาตัวเองงี่เง่า และคิดว่าแจสเปอร์เองก็ไม่น่าชอบ มันจะทำให้เขาลำบากใจ

“แมท”

“เธอนัดนาย?”

“นัดเลี้ยงมื้อเย็นตอบแทนที่ฉันช่วยเธอไว้” เขาว่า ดวงตาสีเข้มสบตาผม แจสเปอร์กำลังค้นหาว่าผมกำลังรู้สึกอะไร ผมไม่อยากให้เขารู้ แต่ก็รู้ดีว่าปิดไม่ได้ “เย็นวันเสาร์นี้”

“สองต่อสอง?”

“ที่บ้านเธอ”

“โอ้พระเจ้า เยี่ยมไปเลย! สาวชวนนายไปดินเนอร์ที่บ้านหล่อน” ผมแค่นเสียงเหอะ หันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์

“ฉันหมายถึง...” แจสเปอร์แตะปลายคางผม ออกแรงเบาๆ ให้ผมหันมามองเขาเหมือนเดิม ดวงตาสีเข้มแฝงแววขบขันอยู่ในที “บ้านของเจสสิก้าเปิดเป็นร้านอาหาร ฉันไม่ได้ไปกับเธอสองต่อสอง”

“...ไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้”

“เอาเวลาที่ไหนไปบอก นายโมโหฉันก่อนที่ฉันจะอ้าปากพูดอีก”

“ก็ฉันหวงนาย” ผมยอมรับแต่โดยดี ยกสองมือขึ้นยอมแพ้ “รู้ตัวว่างี่เง่า ฉันขอโทษ”

“ไม่มีเหตุผลที่นายต้องเก็บความรู้สึกตัวเอง”

“นายชอบคนงี่เง่าหรือไง?”

“นายไม่ได้งี่เง่าจนเกินเยียวยาขนาดนั้นแมท นายแค่หวงฉัน” เขาตบแก้มผมเบาๆ แล้วดึงมือกลับไป เราสบตากันอีกครั้ง “เป็นเสือตัวร้ายที่หวงเหยื่อของตัวเอง”

“บางทีเหยื่ออย่างนายก็ร้ายเกินกว่าเสืออย่างฉันจะรับมือไหว”

“หึ นายไม่ได้ไร้น้ำยาขนาดนั้นสักหน่อยแมท แล้วก็…”

“อะไร?”

“ถ้าอยากหวงก็หวงเถอะ เหมือนที่นายทำเป็นประจำ นายหวงฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ”

“...”

“ฉันชอบเป็นคนสำคัญ” แจสเปอร์ยักคิ้ว “โดยเฉพาะกับนาย”

คำพูดของเขาคล้ายหมัดน็อก เล่นเอาผมมึนเบลอไปชั่วขณะ ตอนนั้นเองที่แจสเปอร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กดจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากผมแล้วผละออก เหลือทิ้งเพียงความอบอุ่นที่ไม่มีวันเจือจางบนผิวปาก

หมีโง่มองหน้าผม กระตุกยิ้มมุมปากทีนึงก่อนลุกเดินจากไป

“ตั้งใจทำงาน อย่าใจลอยคิดถึงฉันมากเกินไปล่ะแมท”

ร้าย…

เหยื่อที่เป็นเจ้าหมีโง่ตัวนี้มันร้ายเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

-----------------

แจ็ค ทอล์ก

กรี๊ดดดดด มาอัปแล้วค่า หายไปนาน ฮืออออ ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้ดองนะคะ แต่คือเขียนยากมากจริงๆ ค่ะด้วยโทนเรื่อง อารมณ์ต่างๆ เลยปรับๆ แก้ๆ หลายทีกว่าจะถูกใจ 55555 เดี๋ยวพอผ่านช่วงหม่นๆ หวานขมไปได้จะแซ่บขึ้นแล้วค่ะ คือเขียนเอ็นซีรอไว้แล้ว เป้าหมายคือปั่นไปให้ถึงฉากนั้น นี่คือแรงบันดาลใจ เย่

เจอกันตอนหน้านะคะ จะพยายามมาเร็วๆ ไม่หายนานเกินหนึ่งอาทิตย์ /เกี่ยวก้อย

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #149 guitar1746 (@guitar1746) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:41
    ไรท์เก่งมากเลยค่ะ คือตัวละครแต่ละตัวมีคาแรกเตอร์ที่แบบชัดเจนมาก แล้วคือไรท์ยังทำให้เราคล้อยตามได้ง่ายๆ เก่งมากเลยค่ะไรท์!!
    #149
    0
  2. #139 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:16
    อย่าว่าแต่คุณหายไปนานเลย เราเองก็ไม่ค่อยมีเวลาได้อ่านนิยายเหมือนกันค่ะ 5555 แจสเปอร์ร้ายจริงๆด้วย พูดแต่ละคำทำเอาแมทธิวสตั๊นไปเลย เริ่มจะหวานขึ้นแล้ว
    #139
    0
  3. #124 storyfly (@fairy21) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:17
    แมทโคตรน่ารัก ยังไงดี น่าบีบซนอย่างที่แจสว่า นี่คิดว่าน่าจะลงโพแจสแมทนะ555 คนที่แพ้ทางจริงๆอาจจะเป็นแมทมากกว่ามั้งง
    #124
    0
  4. #89 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:16
    อดทนรออีกนิดเดียว อร้ายยยยย
    #89
    0
  5. #88 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:23
    โอ๊ยยยย คือฟิลมันดีมากอ่ะ แจสก็รู้ว่าทุกอย่างกำลังพัฒนา และก็บอกแมทตรงๆ มันเหมือน เขาแค่รอให้ทุกอย่างชัดเจนอ่ะ ระหว่างนี้ไม่จีบก็เหมือนจีบ หยอกกันไปมา // เป็นหมีโง่ที่ร้ายจริงๆแหละ
    #88
    0
  6. #87 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 12:58
    โอ้ยยยย ทําไมเรามองแมทน่ารักมากขนาดนี้~~~~
    แอบอยากให้แจสเปอร์รุก5555 แต่ยังไงก็ได้ค่า
    #87
    0
  7. #86 ภาสุร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 09:42

    เป็นบทที่น่าอ่านมากครับ รู้สึกอินตามตัวละคร ถ้าคุณแจ็ครู้สึกเหนื่อยกับการเขียน ก้อขอให้กำลังใจครับว่าเป็นความพยายามที่ไม่สูญเปล่า แน่นอน เป็นการนำเสนอที่ชวนอ่าน ชวนติดตาม ครับ

    #86
    0
  8. #85 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 23:41
    คุณหมีเค้าร้ายจริงๆ ><
    #85
    0
  9. #84 xlh7meaw2 (@xlh7meaw2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 22:35
    ร้ายยยยยยย
    #84
    0
  10. #83 jc.cj (@galaxy_fanfannn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:57
    นี่ขนาดยังหม่นๆอยู่ยังแซ่บขนาดนี้ ตอนแซ่บจะขนาดไหนกันคะ;-;
    #83
    0
  11. #82 PangJi09 (@pangrmp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:52
    งื้ออออออออออ
    #82
    0
  12. วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:47
    หมีมันร้ายค่ะท่านผู้ชมมม
    #81
    0