[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,514 Views

  • 201 Comments

  • 807 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    202

    Overall
    7,514

ตอนที่ 6 : Chapter 5 Only we know

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61

Chapter 5

Only we know



[Matthew]

เสื้อโค้ทของแจสเปอร์เปียกชื้น ผมควรโยนมันใส่ตะกร้าเตรียมซักถ้าไม่ใช่เพราะเสียงกรอบแกร็บของอะไรบางอย่างในกระเป๋าดึงดูดความสนใจไว้ ผมล้วงมันออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นกระดาษใบหนึ่งถูกพับทบไว้ เมื่อคลี่ออก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกาน้ำที่เริ่มเดือด ส่งเสียงวี้ดแสบแก้วหูและพ่นควันโขมง

“เจสสิก้า?”

ผมรำพึง หรี่ตามองชื่อและเบอร์โทรในกระดาษ ให้เดาคงเป็นผู้หญิงที่แจสเปอร์เล่าถึง แต่ไม่เห็นเขาบอกว่าอีกฝ่ายให้เบอร์ติดต่อด้วย และผมอดหงุดหงิดไม่ได้เมื่อคิดว่าแจสเปอร์อาจจะแลกเบอร์โทรกับหล่อน

ผมพับไว้เหมือนเดิม วางมันบนโต๊ะข้างเตียงแจสเปอร์ พาดโค้ทตัวนั้นกับแขน กลิ่นหอมอ่อนเจือจางลอยแตะจมูก เป็นกลิ่นน้ำหอม ไม่ใช่กลิ่นประจำที่แจสเปอร์ใช้ มันเป็นน้ำหอมผู้หญิง

เอาล่ะ ต้องแนบชิดขนาดไหนกลิ่นน้ำหอมของเธอคนนั้นถึงติดเสื้อผ้าแจสเปอร์ได้ขนาดนี้

อุ้มหรือกอด?

ให้ตาย ผมจะคิดซะว่ามันเป็นหนึ่งในการช่วยเหลือแล้วกัน แจสเปอร์เล่าว่าอีกฝ่ายสลบ แสดงว่าเธอคงเดินขึ้นรถเองไม่ได้แน่ๆ แจสเปอร์คงต้องอุ้มเธอจนกลิ่นน้ำหอมติดเสื้อแบบนั้น ผมเข้าใจได้…

แต่ความเข้าใจกับความหงุดหงิดมันคนละเรื่องกัน

ยอมรับว่าหวง

แจสเปอร์เป็นของผม เป็นคนของรอสซ์ รอบตัวเขาไม่ควรมีกลิ่นอายคนอื่น มันดูงี่เง่า ผมรู้ตัวดี แต่คนของผมผมย่อมหวงเป็นธรรมดา แม้ความสัมพันธ์เราจะเป็นประเภท Only we know ไม่มีสถานะ ไม่มีใครรู้(ผมคิดว่านะ)ก็ตาม แต่สักวัน วันที่แจสเปอร์ก้าวข้ามความคิดที่ติดอยู่ในใจได้ ผมหวังว่าเราจะมีสักสถานะไว้เรียกกันและกัน

ผมลุกขึ้น เดินออกจากห้อง โยนโค้ทและเสื้อผ้าชื้นๆ ของแจสเปอร์ลงตะกร้า หวังว่ากลิ่นของคนอื่นจะหายไปหลังผมจับมันยัดใส่เครื่องซักผ้าต่อ ส่วนความหงุดหงิดในใจผม

อืม…

คงต้องให้ตัวต้นเหตุเป็นคนแก้

ผมกลับเข้ามาในห้องแจสเปอร์อีกครั้ง เขาอาบน้ำเสร็จพอดี ผมผิวปาก แสร้งหรี่ตากวาดมองเรือนร่างสูงใหญ่ของเขาที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบเอว แจสเปอร์ปรายตามองผม สายตาเขาดุติดจะปราม เจ้าตัวเสยผมที่เปียกชื้นไปด้านหลัง ก้าวฉับๆ ผ่านหน้าผมไปยังตู้เสื้อผ้า

กลิ่นสบู่เย็นๆ ลอยมา

ในที่สุดแจสเปอร์ก็ไม่มีกลิ่นคนอื่นอยู่บนตัวแล้ว

“อย่าซนแมท”

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” ผมตอบกลั้วหัวเราะ เบียดตัวเข้าชิดจากด้านหลัง กลิ่นกายหลังอาบน้ำของแจสเปอร์ลอยแตะจมูก ผมรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้แจ่มชัด กดจูบลงบนหัวไหล่ แนวกล้ามเนื้อตึงแน่นกระตุกไหว ริมฝีปากผมเย็นชื้นจากหยดน้ำบนผิวเขา แกล้งขยับปลายนิ้วแตะไล้รอยสักรูปผีเสื้อข้างเอวแจสเปอร์ “อยากรู้จังว่าต่ำจากผีเสื้อบนเอวนายสักอะไรไว้อีก…”

เป็นความหมายสองแง่สองง่ามที่ผมตั้งใจสื่อและ...อืม เชิญชวนอยู่ในที แต่ผมรู้ดีว่าแจสเปอร์ใจแข็งยิ่งกว่าอะไร เขายังไม่ทำอะไรตอนนี้จนกว่าจะปลดล็อกตัวเองได้

ซึ่งผมคิดว่าอีกนาน เลยจำเป็นต้องเร่งปฏิกิริยาเขาอยู่เรื่อยๆ

แจสเปอร์หันกลับมา เขาสบตาผม ดวงตาสีเข้มดึงดูดให้ผมจมลงไปอีกครั้ง หลงใหลด้วยความเต็มใจจนหาทางออกได้ยากขึ้นทุกที

“เสนอตัวหรือไง”

“เรียกว่าเชิญชวนเข้าท่ากว่า”

“ทำตัวให้สมกับเป็นคนป่วยหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ก็ป่วยอยู่” ผมยักไหล่ “แต่ก็แข็งแรงพอจะกวนนายได้ ฉันชอบสีหน้านายเวลาโมโหหรือหมดความอดทนกับฉัน”

“รอสซ์แปลกแบบนี้ทุกคนสินะ”

“ไม่รู้สิ นายว่าเซ็บกับพ่อฉันแปลกไหมล่ะ” ผมย้อนถาม แจสเปอร์เลยพ่นลมหายใจใส่

“เลิกกวนสักทีแมท ฉันจะแต่งตัว ช่วยออกไปข้างนอกได้ไหมครับเจ้านาย?”

“มีข้อแลกเปลี่ยนไหม”

“กำลังอยากขออะไรอยู่หรือไง”

“ไม่เชิง” ผมยื่นหน้าเข้าใกล้ ส่งยิ้มให้คนหน้าดุที่ทำเป็นรำคาญใส่ “แค่อยากให้นายขอฉันแบบอ่อนโยน อย่าประชดกันแบบนี้ ฉันเสียใจแทบแย่”

กล้ามเนื้อบนใบหน้าแจสเปอร์กระตุก ยิ่งผมยิ้มเขายิ่งดูหงุดหงิด แจสเปอร์เหมือนหมีตัวใหญ่ที่โดนยั่วให้โมโห และผมชอบที่เป็นแบบนั้น เป็นความบันเทิงที่อยากให้อยู่กับผมไปนานๆ และหวังว่าสักวันเขาจะตะปบผมไปกินสักที

“โอเค แบบอ่อนโยนใช่ไหม?”

เขาย้อนถาม ไม่เว้นจังหวะให้ตอบ แววตาอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป แจสเปอร์มองผมด้วยสายตาที่อ่อนลง มันส่งผลโดยตรงกับจิตใจผม เหมือนโดนช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ กระตุ้นให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะพิเศษเมื่ออยู่กับแจสเปอร์พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก

เป็นจังหวะที่ไม่มีชื่อเรียก

“นายจะจูบฉันเหรอ” แกล้งถามเมื่อแจสเปอร์ยื่นหน้าเข้าใกล้ ผมหลุบตาลงต่ำ จ้องปากเขาในขณะที่เผยอริมฝีปากตัวเองแกล้งอีกฝ่าย

“จะขอร้องนาย” เขาตอบ เสียงแหบพร่า ไม่รู้ว่าจงใจหรือเปล่า “ช่วยออกไปข้างนอก นั่งรอฉันที่โต๊ะอาหารดีๆ แล้วฉันจะรีบแต่งตัวทำอาหารเช้าให้นาย ดีไหม?”

ผมกลืนน้ำลาย

ยอมรับว่าค่อนข้างประหม่า เขาทำให้ผมรู้สึกพิเศษด้วยคำว่าทำอาหารเช้าให้

“ร้ายนักนะเจ้าหมีโง่”

“ร้ายเหมือนโซลเมตฉันนั่นแหละ” คำพูดนั้นออกจากปากแจสเปอร์ เขย่าโลกของผมจนโคลงเคลง “ว่าไง ฉันขอดีๆ แล้ว จะทำให้ฉันได้หรือยัง?”

“รีบตามมาเร็วๆ ฉันหิวแล้ว”

ผมหมุนตัวเดินจากมา ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ไล่ตามหลัง มันไม่ดังมาก แต่ก็ดังพอให้จับอารมณ์ของแจสเปอร์ได้

เขากำลังพอใจมากทีเดียว


ผมพยายามทำตัวสงบเรียบร้อยเป็นเสือเชื่องๆ อย่างที่แจสเปอร์ต้องการ นั่งรอเขาที่โต๊ะอาหาร เก็บเขี้ยวเก็บเล็บจนอีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อเสร็จ เดินออกจากห้องตรงเข้าครัว ลงมือทำมื้อเช้าที่เลทไปนานให้พวกเราทั้งสองคน

ผมมองแผ่นหลังแจสเปอร์ เขาดูวุ่นวายและจดจ่อกับมันจนไม่สนสายตาที่แอบมอง ผมซบหน้ากับโต๊ะ มองเขาเงียบๆ ทุกการขยับไหว ฟังเสียงกระทบกันของเครื่องครัว เสียงน้ำเดือดจนปะทุดังปุดๆ ทุกอย่างเป็นอะไรที่ธรรมดา เพียงแต่เพราะเป็นแจสเปอร์มันถึงดูพิเศษ สายตาที่ผมใช้มองเขามันพิเศษเสมอนั่นแหละ เขาเป็นโลกในอีกมุมมองของผม แข็งกร้าว ทว่ามีมุมที่อ่อนโยนและสวยงาม

แต่ผมมักเห็นแววตาเขาตอนมองเงาสะท้อนตัวเอง

เจ็บปวด รังเกียจ

ชัดเจนมากเมื่อครั้งเรายังเด็ก พอโตขึ้นถึงรู้จักเก็บอาการ ถึงอย่างนั้นก็ไม่รอดสายตาผมหรอก ผมเฝ้ามองเขา ยิ่งรู้ตัวว่ารู้สึกกับแจสเปอร์มากกว่าเดิมก็ยิ่งสังเกตทุกรายละเอียด ไม่รู้เป็นเพราะเหตุผลนี้ด้วยหรือเปล่า แจสเปอร์ถึงไม่ตอบรับความรู้สึกของผมสักที คิดแบบหลงตัวเอง บางทีเขาคงรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรอะไรแบบนั้น

ซึ่งมันโคตรงี่เง่า

ผมไม่เคยสนอดีตของเขา แจสเปอร์ในปัจจุบันไม่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาขาดอะไร ไม่มีใครสมบูรณ์ไปทั้งหมดหรอก ผมเคยอยากคุยกับเขาเรื่องนี้ แต่กลัวพูดไปแล้วแจสเปอร์จะสร้างกำแพงขึ้นมากั้น

แย่จัง

ทั้งที่ผมยอมให้เขาเข้ามาในโลก แต่โลกของแจสเปอร์กลับเปิดแง้มแค่นิดเดียว แคบเกินกว่าจะฝืนเบียดตัวเข้าไป ผมไม่ต้องการทำลายประตูของแจสเปอร์หรือสร้างความเจ็บปวดเพิ่มให้เขา

“มองนานแล้ว มีอะไรติดหลังฉันหรือไง” แจสเปอร์ทำลายความเงียบ เขาหันมา ในมือถือชามซุปวางบนโต๊ะตรงหน้าผม

“มองไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้บอกว่ามองไม่ได้” เขายักไหล่ ทรุดนั่งตรงข้ามผม ชามซุปเขาวางอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นและไอร้อนลอยอวลรอบตัวเราทั้งสองคน “แต่ถามว่ามีอะไรติดหลังฉันหรือไง นายตีความผิดแล้วแมท”

“ไม่มีอะไรติด ฉันแค่อยากมองนายเฉยๆ”

“มองเฉยๆ?”

“อืม ทำไมล่ะ”

“ฉันไม่เห็นว่ามันจะน่ามองตรงไหน” เขาสบตาผม ดวงตาสีเข้มลึกล้ำ “หรือมองเพื่ออะไร”

“มันไม่มีเหตุผลหรอกแจสเปอร์” ผมยักไหล่ คนซุปเนื้อข้นในชามไปมา “ที่ฉันมองนายมันไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากมอง อยากเห็นนายอยู่ในสายตาก็เท่านั้นแหละ”

“กำลังอ่อยอยู่หรือไง”

“หือ” ผมช้อนตาขึ้นมอง เผลอยิ้มมุมปาก “ทำไมตีความแบบนั้น”

“ไม่ได้ยากนี่”

“งั้น…” ผมลากเสียง หรี่ตาลงอมยิ้มมีเลศนัย “ถ้ายอมรับว่าอ่อย แล้วเมื่อไหร่หมีโง่อย่างนายจะเลิกจำศีลล่ะ?”

“เมื่อเสือแถมนี้เลิกทำตัวซนไปเรื่อยล่ะมั้ง”

“ใช้คำว่าซนกับผู้ชายที่ปีหน้าจะอายุสามสิบเนี่ยนะ” ผมหัวเราะ มุมปากแจสเปอร์ยิ้มตาม เขายิ้มสวย ติดแค่ชอบทำหน้าเหมือนเบื่อโลกทั้งใบตลอดเวลา “ไม่เข้ากันสักนิด”

“ไม่ มันเข้ากับนาย” แจสเปอร์ส่ายหน้า เขาเตะขาผมใต้โต๊ะเบาๆ “นายโคตรซนเลยแมท ต่อให้กลายเป็นตาแก่ผมขาวก็เถอะ”

“หืม ฉันชอบคำนั้นนะ”

“คำไหน ซน?”

“ตาแก่ผมขาว” ผมหัวเราะ ตักซุปร้อนๆ เข้าปาก ฝีมือการทำอาหารของแจสเปอร์ไม่เคยทำให้ผิดหวัง “เหมือนนายกำลังบอกฉันว่าเราจะอยู่ข้างกันจนถึงวันนั้น โรแมนติกจะตาย”

“หยุดเลย ฉันไม่ใช่คนโรแมนติก”

แจสเปอร์ปฏิเสธ ผมสบตาเขา เจ้าหมีโง่ทำหน้าไม่ถูก คิ้วขมวดแน่น แต่กลับมีริ้วแดงจางพาดสองข้างแก้มและใบหู อืม...ผมคิดว่าเขากำลังเขิน และกำลังจะทำโมโหกลบเกลื่อนแน่ๆ

“หรือนายคิดว่าเป็นไปไม่ได้”

“นายก็รู้ดีแมท”

“รู้ว่า?”

“ฉันเป็นของนาย เป็นของรอสซ์” เขาสบตาผม ย้ำประโยคนั้นที่ผมฟังจนขึ้นใจ ไม่มีสักครั้งที่จะเบื่อ “ไม่มีทางที่เราจะแยกกัน”

“ฉันชอบคำนี้เหมือนกัน” ผมโคลงหัว “ดูผูกมัดดี”

“แต่นายก็ยังต้องการอะไรที่มากกว่านี้”

“ให้ตาย นายรู้ทันฉันตลอดเลยที่รัก” ผมหัวเราะเสียงพร่า จงใจมองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “ฉันอยากกลืนนายเข้าไปทั้งตัวเลยล่ะแจสเปอร์”

“เรียกที่รักอีกทีนายโดนดีแน่”

แจสเปอร์ขู่ ผมรู้ว่าเขาแค่ขู่ หมีโง่ไม่มีทางเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแน่ ทุกวันนี้เขาแค่ตอบสนองต่อการเข้าหาของผมเท่านั้น ผมค่อนข้างนับถือความอดทนของเขา หลายๆ คนที่ผมเข้าหาด้วยความถูกใจ ใจแข็งได้ไม่นานก็เป็นฝ่ายพลิกมาตะครุบผมกลับ แต่เจ้าหมีโง่ต่างออกไป ยิ่งผมแสดงความรู้สึกชัดเจน เขายิ่งนิ่งเป็นหมีจำศีล ปล่อยให้ผมตะปบเย้าแหย่อยู่ฝ่ายเดียว

และให้ตายเถอะ

โคตรรอวันที่หมีโง่จะกระโจนเข้าหาน้ำผึ้งแทบไม่ไหว

ผมต้องการให้เขาเสพติด กลืนกินไม่ให้เหลือแม้หยดสุดท้าย ครอบครองทุกความกระหายอยาก

“แมท”

เสียงแจสเปอร์ดึงผมจากภวังค์ เมื่อเงยหน้าสบตา แจสเปอร์ก็ถอนใจใส่

“ว่าไง?”

“เลิกเอาเท้าเขี่ยขาฉันได้แล้ว” เขาปรามเสียงดุ “ตั้งใจกินซุปตรงหน้านายให้หมดแล้วไปกินยาซะ”

“โอ้…” ผมขานรับ หัวเราะออกมา “คิดอะไรเพลินๆ น่ะ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเขี่ยขานายเล่น”

“รู้ตัวแล้วก็เลิก”

“ทำไม มันทำให้นายมีอารมณ์หรือไง” ผมแกล้งถาม เขี่ยไล้ข้อเท้าแจสเปอร์ด้วยปลายนิ้วเท้าตัวเอง ผิวสัมผัสของแจสเปอร์ให้ความรู้สึกอุ่นในขณะที่เท้าผมเย็นเฉียบ พวกเราต่างกันแม้กระทั่งอุณหภูมิ แต่ผมรู้สึกว่าเมื่อเราแนบชิดกัน ความต่างจะเติมเต็มอีกฝ่ายจนสมบูรณ์ ผมขยับเท้า แกล้งสะกิดเบาๆ แล้วไล่ขึ้นสูง สังเกตสีหน้าเจ้าหมีโง่ที่พยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ “ทำไมไม่ตอบล่ะแจสเปอร์ คำถามยากไปหรือไง”

“แมท หยุด”

“ทำเสียงดุซะด้วย นายคิดว่าฉันควรกลัวดีไหมนะ”

“แมทธิว”

“เฮ้ ฉันเชิญชวนนายจนนึกอายตัวเองแล้วนะ อย่าเย็นชานักสิ”

ผมหัวเราะในลำคอ แจสเปอร์ถลึงตามองผมคล้ายอยากจะซัดกันสักที โต๊ะตัวนี้ไม่กว้างนัก เลยไม่มีระยะห่างระหว่างผมกับแจสเปอร์ ผมเท้าแขนกับโต๊ะ มองหน้าเจ้าหมีโง่ยิ้มๆ ในขณะที่พาดขาทั้งสองกับตักเขา แจสเปอร์กลายเป็นเก้าอี้พาดขาที่อุณหภูมิอุ่นยิ่งกว่าเก้าอี้ไหนๆ

“เท้าเย็นเกินไปแล้วแมท”

“ช่วยไม่ได้ วันนี้ฝนตก อุณหภูมิมันลดจากปกติอยู่แล้ว”

“เพราะอย่างนี้ฉันถึงบอกให้นายรีบกินให้เสร็จแล้วไปนอนพักผ่อนไง” แจสเปอร์บ่น ฝ่ามืออุ่นวางบนเท้าผม ขยับถูเบาๆ ให้ความเย็นจางหายไป

เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้

แต่เขาก็ทำ

“ไม่รังเกียจเหรอ” ผมถาม

“นายไม่ชอบ?”

“เปล่า” ผมอมยิ้ม สบตาแจสเปอร์ไม่ละไปไหน “ฉันชอบที่นายทำแบบนี้”

“งั้นก็เลิกพูดมากแล้วกินให้เสร็จสักที”

แจสเปอร์ทำเสียงดุ แต่ผมเห็นว่าแววตาเขาอ่อนลง สัมผัสที่มอบความอบอุ่นให้กับเท้าทั้งสองข้างไม่ละไปไหน แจสเปอร์เป็นคนแบบนี้ ภายนอกแข็งกร้าวห่อหุ้มความอ่อนโยนภายใน ผมโชคดีที่ได้เห็นด้านนี้ของเขา

“ก็ได้” ผมตอบรับ คิดว่าวันนี้แกล้งแจสเปอร์มากพอแล้ว ผมทำท่าจะชักเท้ากลับมา แต่แจสเปอร์ยื้อเอาไว้ “แจสเปอร์?”

“ไว้นี่แหละ”

“หืม?”

“มันอุ่นขึ้นแล้ว” เขาตอบสั้นๆ มือหนึ่งตักซุปเข้าปากในขณะที่อีกมือขยับให้ความอบอุ่น เขาเหลือบตาขึ้นมองผมแวบหนึ่ง “นายไม่สบาย ทำตัวให้อุ่นไว้ดีกว่าน่า”

“อ้อ…” ผมขานรับ หลุบตามองซุป ยิ้มให้มันเหมือนคนบ้า “นั่นสินะ”

ยิ่งกว่าความอบอุ่นที่เท้า

ความอ่อนโยนของแจสเปอร์โอบล้อมผมเอาไว้

อบอุ่นไปหมดทั้งตัวและหัวใจ

หนึ่งวันของเราไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ มีแค่ผม เขา บทสนทนาไร้สาระที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา และความสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกัน

และคงดีกว่านี้ถ้าความสัมพันธ์ของเรามีชื่อเรียกสักที

---------------

แจ็ค ทอล์ก

เรากลับมาแล้วววววว ก่อนอื่นขอโทษที่หายไปนานนะคะ เป็นช่วงที่เราพักจากการเขียนไปขุดกองดองของตัวเองมาอ่าน ว่าง่ายๆ คืออ่านนิยายเพลินมากค่ะ อ่านติดลมจนไม่ได้เขียนเอง 55555 สลับกับช่วงนั้นเราไปปั่นเรื่อง บก.ครับฯ (ยังไม่ได้อัปลงเว็บ) ตุนเอาไว้เตรียมอัปปีหน้า กับได้ไอเดียเรื่องเพื่อนนอนฯ เลยไปปั่นเรื่องนั้นด้วย กลายเป็นตอนนี้เขียนอยู่สามเรื่องเลยค่ะ หลังจากนี้ไปคงจะผลัดเขียนวนอยู่แค่สามเรื่องนี้

ไม่รู้ยังมีใครรออยู่ไหมนะคะ แต่แค่มีคนรอเราก็ดีใจแล้วค่า ฮื่ออออ เรื่องนี้ไม่ดองแน่ค่ะ เพราะแต่ง NC รอไว้แล้ว แซ่บไฟลุก 5555 จะต้องเขียนไปให้ถึงฉากนั้นให้ได้ ว่าแต่ทุกคนเดาโพออกหรือยังคะว่าแมทแจส หรือ แจสแมท

แล้วเจอกันตอนหน้าค่า ไม่สิ้นเดือนนี้ก็ต้นปีหน้า

ขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าไว้เลยนะคะ เผื่อเราหายตัวไม่ได้มาอัป ขอให้ปี 2019 เป็นปีที่ดีของทุกคนค่ะ เลิฟฟฟ

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #122 storyfly (@fairy21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:03
    รีบปลดล็อคตัวเองนะพี่หมี น้ำผึ้งรอโดนกินจะแย่แล้ว
    #122
    0
  2. #92 Adrenaline97 (@Adrenaline97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:43
    ฮรืออออออออปากแข็งแต่อ่อนโยนอบอุ่น ใส่ใจสุดๆ ใจบางแล้วค่าแจส
    #92
    0
  3. #76 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:42
    อบอุ่นมากจริงๆอ่ะ รอหน่อยนะแมท เราเชื่อว่าอีกไม่นานแจสจะปลดล็อคตัวเองได้
    #76
    0
  4. #61 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 11:08
    แมทนี่ร้ายจริงๆแต่เราก็ชอบมากๆเลยได้แต่รอให้แจสเปอร์ปลดล็อคตัวเองแหละเนอะ
    ปล.รออยู่เสมอค่ะ
    #61
    0
  5. #60 Sea Talay (@Sea_Talay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:11

    ไม่รู้ว่าใครร้ายกาจกว่ากันแล้วค่ะสองคนนี้
    #60
    0
  6. #58 นนท์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 11:29

    เค้ายัง รอเรื่องนี้อยู่นะค้าบ

    #58
    0
  7. #57 totwo.22 (@mamameaww) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:09
    ฮรื่ออออมันดีมากค่ะไรท์ รอวันพี่หมีของแมทธิวตะบะแตกให้สมใจเลยข่าา
    #57
    0
  8. #56 MPPisrighthere (@imixer) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 09:30
    มาแล้ววววว ดีใจๆ รออยู่เสมอนะคะ อ่านตอนนี้แล้วอุ่นหัวใจ น่ารัก เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ
    #56
    0
  9. #55 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 03:11

    ชอบความรักแบบแมทนะ รักที่เหมือนตั้งใจบังคับให้รัก แต่ใช้วิธีแบบค่อยเป็นค่อยไป รอได้ในทุกความเป็นไปของอีกฝ่าย และชอบการตอบสนองของแจสนะ คือรักมากนะ แต่พูดออกไปตรงๆ ไม่ได้ แต่พยายามทำให้เห็น ชอบที่ทั้งคู่พยามเข้าใจซึ่งกันและกันอ่า ทำให้รู้สึกอบอุ่นมากๆ เลย เดานะคะมซีนดราม่าน่าจะมีเพราะผู้หญิงที่แจสช่วยไว้แน่ๆ
    #55
    0
  10. #54 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 02:33
    เป็นวันธรรมดาๆ ที่อบอุ่นมากๆเลย ><
    #54
    0
  11. #53 Spcn (@Spcn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 01:26
    กรี๊ดมันดีย์พึ่งมีโอกาสมาอ่านนิยายไรท์ชอบ คู่นี้กับ คุณ Sebastian มากกกกก จะรอฉากนั้นนะคะ อิอิ
    #53
    0
  12. #52 atermidyrs (@ploetkrai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 01:26
    แมทเหมือนจะร้ายนะคะ แต่ก็ไม่ ความคิดเขาดูอ่อนไหวตลอดเลยพอเป็นเรื่องแจสเปอร์ แจสเปอร์ก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที อ่านความคิดแมทแล้วสงสารทุกครั้งเลยค่ะ ไม่เหลือคราบความร้ายจากเรื่องเซ็บเลย 555555
    ตอนนี้น่ารักนะคะ ชอบความไม่มีอะไรแต่มีอะไรของพวกเขามาก แค่ฉากกินข้าวธรรมดา แต่น่ารักมากค่ะ
    รอติดตามนะคะ อยากรู้ว่าแจสจะใจอ่อนยังไง :-)
    #52
    0