[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,514 Views

  • 201 Comments

  • 806 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    202

    Overall
    7,514

ตอนที่ 5 : Chapter 4 That girl and a rainy day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

Chapter 4

That girl and a rainy day


[Jasper]

เรานอนกกกอดกันอยู่บนโซฟานั่นจนถึงเช้า ผมตื่นมาด้วยอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว นึกต่อว่าแมทธิวในใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปลุกหลังผมเผลอหลับ แถมยังมานอนซบทับกันอีก

“แมท เฮ้…” ผมปลุกเขา เขย่าตัวอีกฝ่ายผ่านผ้าห่มที่แมทธิวคงหอบมานอนกับผมเมื่อคืน ผมพบว่าอุณหภูมิตัวเขาเพิ่มสูงกว่าเดิม “ไปโรงพยาบาลไหม นายได้ยินฉันหรือเปล่าเนี่ย?”

“อือ” แมทธิวส่งเสียงขานรับในลำคอ เขาปัดมือผมที่วางบนหน้าผากตัวเองทิ้ง จากนั้นพลิกตัวตลบผ้าห่มคลุมหัว “วันนี้วันหยุดน่า ฉันไม่ทำงานเด็ดขาด…”

“ฉันไม่ได้จะปลุกนายมาทำงานสักหน่อยเจ้านายโง่”

“งั้นปล่อยฉันนอน…” แมทธิวงึมงำ ผมถอนใจ ตบไหล่เขาไปทีนึงก่อนดุเสียงเข้ม

“เข้าไปนอนในห้องดีๆ”

“อย่าเสียงดังได้ไหมแจสเปอร์” คราวนี้น้ำเสียงแมทธิวเริ่มหงุดหงิดที่ผมรบกวนเวลานอนของเขา เจ้านายตัวดีสะบัดผ้าห่มออก เขาหยีตามองหน้าผมด้วยแววตาเอาเรื่อง แต่เส้นผมยุ่งเหยิงกับรอยผ้าห่มบนใบหน้าไม่ได้ทำให้เขาน่ากลัวสักนิด

“เข้าไปนอนในห้อง” ผมย้ำคำเดิม ออกแรงดึงแขนให้แมทธิวลุกนั่ง “ตรงนี้นอนไม่สบายตัวหรอก เชื่อฉันดีๆ สักครั้งจะได้ไหม เถียงอยู่นั่นแหละ”

“โอเคๆ เจ้าหมีโง่ขี้บ่นเอ๊ย” ในที่สุดแมทธิวก็ยอมทำตามที่ผมบอก แม้ใบหน้าจะยับยู่ก็เถอะ เขาเสยผมตัวเอง หันมองผมก่อนยื่นหน้ามาใกล้ “Morning Kiss ล่ะ?”

ผมเลิกคิ้ว สบกับดวงตาสีมรกต มันฉายประกายคาดหวัง ผมยื่นหน้าเข้าใกล้...ใกล้จนเห็นรายละเอียดต่างๆ บนใบหน้าเขาได้ชัดเจน ริมฝีปากที่แห้งผาก ปลายจมูกแดงระเรื่อ แพขนตาที่กะพริบไหว แมทธิวฉวยจังหวะที่ผมพิจารณาใบหน้าเขาชะโงกเข้ามาจะจูบ ผมได้สติ เบี่ยงออกด้านข้างทันท่วงที ส่งเสียงกระซิบข้างใบหูเขา

“หึ ไม่มี เสียใจด้วย”

ผมผละออกมา ผลักหน้าเขาไปอีกทาง แมทธิวตัวอุ่นจัด ผมนึกกังวลแต่เห็นอีกฝ่ายยังปากดีอยู่ไม่แสดงอาการอ่อนเพลียอะไรเลยพอวางใจได้บ้าง

แมทธิวบ่นอุบหลังถูกผมปฏิเสธ เขาเตะขาผมไปทีนึงก่อนเดินโซเซหายเข้าห้องนอน ส่วนผมลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและมาสำรวจตู้เย็น มันว่างเปล่า เหลือแค่ถุงผักเหี่ยวๆ ไม่กี่ถุงและกระป๋องเบียร์อีกจำนวนนึง ไม่มีวัตถุดิบที่สามารถเอามาทำอาหารให้คนป่วยกินได้เลย ผมมองนาฬิกา นี่เพิ่งจะแปดโมงกว่า ยังพอทันถ้าจะไปหาซื้อของเข้าบ้านมาทำมื้อเช้าให้แมทธิว

ผมตั้งใจจะบอกเขาว่าจะออกไปข้างนอก แต่พอเปิดประตูห้องนอนกลับพบอีกฝ่ายกำลังนอนหลับสบาย ผมเดินเข้าไป เอียงคอพิจารณาใบหน้าตอนหลับใหลของแมทธิว เขาดูอ่อนวัยและไร้พิษภัยกว่าที่ควร หมดมาดท่านรองประธานบริษัทจอมเจ้าเล่ห์ ผมก้มหน้า ประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากเขา

“Morning Kiss คุณเจ้านายเอาแต่ใจ”

ผมมองเขาอยู่สักพักแล้วเดินออกจากห้อง ถ้าแมทธิวโดนปลุกอีกครั้งคงหงุดหงิดน่าดู ปล่อยเขานอนไปนั่นแหละดีแล้ว แต่ถ้าไม่ปลุกและเขาตื่นมาพบว่าผมไปไหนไม่ยอมบอก

อืม...

แมทธิวก็คงหงุดหงิดอยู่ดีนั่นแหละ



สิ่งที่ผมพยายามเลี่ยงที่สุดคือการขับรถตอนฝนตก แต่ในขณะที่ผมกำลังจ่ายค่าสินค้าอยู่นั้น เสียงทุกอย่างก็ดับเงียบไป มันน่าหงุดหงิด การขับรถปกติก็ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว ยิ่งพอฝนตกยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ระบบไฟสัญญาณถูกเปิดใช้ ผมขับรถด้วยความเร็วต่ำกว่าปกติ อาจจะถึงบ้านช้าหน่อยแต่ก็ปลอดภัย

ม่านสายฝนตรงหน้าบดบังทัศนวิสัยในการขับรถ ที่ปัดน้ำฝนทำงานไม่หยุด อากาศเย็นจากภายนอกเสียดแทงเข้ามาภายใน ผมเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถ การจราจรตรงหน้าติดขัด ไฟสัญญาณเตือนพิเศษที่เปิดใช้เวลาฝนตกส่องแสงกะพริบจนลายตาไปหมด ผมหงุดหงิดกับมันนิดหน่อย

‘แจสเปอร์’

เสียงหนึ่งดังก้องในหัว พึมพำงัวเงียคล้ายคนเพิ่งตื่นนอน

“ตื่นจนได้สินะ เป็นไง รู้สึกดีขึ้นไหม?”

‘นายอยู่ไหนน่ะ?’

“ฉันออกมาซื้อของสดเข้าบ้าน” ผมตอบ ค่อยๆ เหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าหลังหยุดเพราะไฟแดงมาร่วมห้านาที “ตู้เย็นบ้านเราโคตรร้าง มีแต่กระป๋องเบียร์ เพราะนายนั่นแหละสั่งแต่อาหารเข้ามากินอย่างเดียว”

‘ฉันชอบคำว่าบ้านเรานะ’ เขาหัวเราะ เสียงดูสดใสขึ้น

“นี่ไม่ได้สนใจที่ฉันพูดเลยหรือไง โฟกัสแต่อะไรไร้สาระ”

‘รีบกลับมานะ หิวแล้ว’

“รู้แล้วน่า ไปล้างหน้าล้างตารอไป รถติดนิดหน่อย หลุดแยกนี้ไปก็โล่งแล้ว”

‘ขับรถดีๆ นะแจสเปอร์’ แมทธิวกำชับ ‘ฉันยังอยากมีโซลเมตอยู่’

“อืม…” ผมส่งเสียงรับในลำคอ “รู้น่า รู้ตลอดนั่นแหละ”

แมทธิวหัวเราะทิ้งท้ายก่อนเงียบไป เขาไม่ได้ชวนคุยทั้งที่ปกติแมทธิวไม่ใช่คนที่จะเงียบได้นาน ผมรู้ว่าเพราะอะไร มันเป็นความใส่ใจเล็กๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกอุ่นในใจ

การขับรถในวันฝนตกผมจะไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนอะไรทั้งนั้น สิ่งที่คอยสังเกตได้มีแค่ไฟสัญญาณพิเศษซึ่งเป็นระบบที่โลกเราคิดค้นไว้ใช้ในหน้าฝนเท่านั้น การใช้ตามองใช้สมาธิมากกว่าการใช้หูฟัง และแมทธิวคงไม่อยากให้ผมเสียสมาธิถึงได้ไม่ชวนคุยในช่วงเวลานี้

เวลาไหลผ่านไป ในที่สุดผมก็ผ่านแยกรถติดออกมาได้ ผมเร่งความเร็วขึ้น กำลังจะหักเลี้ยวเข้าถนนแยกซ้าย แต่จู่ๆ ก็มีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งออกมาจากฟุตปาธจนผมต้องเหยียบเบรกกะทันหัน! ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว รถผมเฉี่ยวเธอจนอีกฝ่ายตกใจผงะถอยหลังและเสียหลักเซล้มกระแทกเสาไฟข้างๆ

พลั่ก!

“เฮ้ย!!!”

‘แจสเปอร์ เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น!?’

ผมไม่ได้ตอบรับเสียงแมทธิวในทันที แต่รีบเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินและลงไปดูคนเจ็บที่ล้มอยู่กับพื้น เธอเป็นผู้หญิง เส้นผมยาวสีดำกระจายเต็มทางเท้า หน้าผากเลือดไหลเป็นทาง สายฝนตกกระทบชะเลือดออกไปบางส่วน โชคดีที่ผมพกผ้าเช็ดหน้าเลยใช้มันกดห้ามเลือดเธอไว้ชั่วคราว เธอหมดสติไปแล้วแต่ยังหายใจ ผมถอดเสื้อโค้ทตัวเองคลุมตัวเธอเพื่อบังฝนที่ยังคงตกอยู่ แม้จะลงเม็ดไม่หนักแล้วแต่ก็ยังเย็นทิ่มแทงผิวเนื้ออยู่ดี

‘แจสเปอร์! แจสเปอร์ เฮ้! เกิดอะไรขึ้น นายได้ยินเสียงฉันไหม?!’

“ฉันไม่เป็นไรแมท” ผมรีบตอบเมื่อเสียงอีกฝ่ายสั่นจนน่าใจหาย ความจริงแล้วแมทธิวเรียกชื่อผมตั้งแต่ตอนผมหลุดสบถด้วยความตกใจ แต่คนเจ็บตรงหน้าดึงความสนใจผมไว้จนเสียงเขาเบาลงจากที่ควรจะเป็น

ผมเผลอทำแมทธิวไม่สบายใจเข้าซะแล้ว

‘เกิดอะไรขึ้น พระเจ้า! ตอนนายเงียบไปฉันแทบบ้าตาย!’

“ฉันไม่เป็นอะไร” ผมตอบในขณะที่อุ้มผู้หญิงคนนั้นขึ้นนอนราบบนเบาะด้านหลังหลังตรวจดูเบื้องต้นแล้วว่าเธอไม่บาดเจ็บร้ายแรงจำพวกกระดูกหักหรืออะไรก็ตามที่ห้ามเคลื่อนย้ายตัว เท่าที่เห็น เธอหัวแตกจากแรงกระแทกและรอยถลอกอีกเล็กน้อยตามร่างกาย “ฉันขับรถเฉี่ยวคน โชคดีเธอไม่เป็นอะไรมาก แต่สลบไปเพราะตกใจ ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล นายรอสักพักได้ไหม หรือถ้าหิวก็โทรสั่งอะไรมากินก่อน”

‘ไม่ ฉันจะรอนาย คิดว่าฉันจะกินลงหรือไง?’

“ตามใจนายแล้วกัน”

‘อืม…’

เขาขานรับสั้นๆ แต่น้ำเสียงยังคงกังวล ผมถอนใจ เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

“คุยกันจนกว่าฝนจะหยุดตกไหม”

‘นายต้องขับรถ’ แมทธิวว่า

“ส่วนนายไม่สบายใจ” ผมแทรกอย่างรู้ทัน แมทธิวเงียบไป “ฉันพูดถูกไหมล่ะ และฉันโคตรหงุดหงิดเลยเวลาที่คนปากมากอย่างนายทำตัวแบบนี้”

‘นายก็ปากแข็ง รู้ตัวไหมแจสเปอร์’

ใช่ ผมก็แค่คนปากแข็งที่ในใจห่วงความรู้สึกเขาแทบตาย

“แล้วจะคุยกับคนปากแข็งอย่างฉันไหมล่ะ”

แมทธิวเงียบไปครู่หนึ่ง

‘แหงล่ะ คุยอยู่แล้ว’

ผมยกยิ้ม คิดอยู่แล้วว่าแมทธิวไม่มีทางปฏิเสธหรอก



เราคุยกันตลอดทางจนฝนหยุดตก มันไม่นานเท่าไหร่ ราวๆ สิบห้านาทีได้ และผู้หญิงที่นอนราบอยู่เบาะหลังก็ยังไม่ฟื้น ผมเริ่มกังวลขึ้นมานิดหน่อย แต่โชคดีที่มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อมาถึงผมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุรุษพยาบาลมารับตัวคนเจ็บไป เธอเริ่มได้สติพอดี สายตางุนงงจับจ้องมาที่ผม

“คุณเกือบโดนรถผมชน”

ผมอธิบายสั้นๆ มองเธอที่อยู่บนเตียงถูกเข็นไปห้องฉุกเฉิน ผมแยกตัวเอารถไปจอดก่อนกลับเข้ามาในโรงพยาบาลอีกครั้ง นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินจนเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องเดินออกมา

หลังสอบถามผมพบว่าเธอถูกส่งไป CT Scan สมองก่อนทำแผล เบื้องต้นหัวแตกเย็บหกเข็ม นอกนั้นเป็นแผลถลอกและรอยฟกช้ำ โชคดีที่ไม่มีกระดูกส่วนไหนหักหรือร้าว หลังรับทราบอาการต่างๆ ของเธอผมก็จัดการติดต่อรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับฝ่ายการเงินด้านนอกในขณะที่เธอกำลังเย็บแผล

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงเธอเดินออกมาพอดี ที่หน้าผากปิดผ้าก๊อตเอาไว้ ฝ่ามือที่ถลอกถูกพันผ้าทับ อีกฝ่ายเดินกระเผลกเล็กน้อย ผมลุกจากเก้าอี้ที่นั่งรอไปช่วยพยุงเธอมานั่ง

“เอ่อ ขอบคุณนะคะ”

“เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ทำคุณเดือดร้อน”

เธอมีสีหน้ารู้สึกผิด ก้มหัวให้ผมและแทบไม่กล้าสบตา

“จะบอกว่าไม่เป็นไรก็คงจะโกหก” ผมพูดออกไปแบบนั้น เธอหน้าเสียทันที ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวตอนจ้องมา “แต่คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คราวหลังระวังหน่อย คุณก็รู้ว่าเวลาฝนตกมันอันตรายมากแค่ไหน”

“ฉัน…” เธอทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง สุดท้ายก็เงียบไป “ยังไงต้องขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะ และต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเดือดร้อน เรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวฉันรับผิดช…”

“ผมจัดการให้แล้วครับ” ผมว่าพร้อมยื่นถุงยาไปตรงหน้าเธอ อีกฝ่ายมีสีหน้าตกใจ รีบส่ายหัวทันที

“ฉัน เอ่อ ฉันจะจ่ายคืนนะคะ รบกวนขอใบเสร็จ...”

“ไม่เป็นไร ตอนนั้นผมก็ขับเร็วเกินไป”

เธอมีท่าทีลำบากใจ แต่สุดท้ายก็รับถุงยาไปจากผมพร้อมพึมพำขอบคุณอีกครั้ง

“ขอบคุณแล้วก็ขอโทษอีกครั้งค่ะ”

“ผมขอรับแค่คำขอบคุณแล้วกัน” ผมโคลงศีรษะ ลุกขึ้นยืน “คุณกลับเองไหวไหม โทรบอกที่บ้านหรือยัง เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่หน้าโรงพยาบาลให้”

“ฉันโทรบอกพ่อให้มารับแล้วค่ะ ขอบคุณ”

“โอเค งั้นผมขอตัวนะครับ” ผมไม่รอให้เธอตอบก็หันหลังเดินหนีมาทันที ป่านนี้แมทธิวคงหิวแล้ว ผมต้องรีบกลับไปทำอาหารให้เขาแล้วจับเจ้านายดื้อกรอกยาเข้าปาก

“เดี๋ยวค่ะ!” เธอเรียกผมเอาไว้ พอหันไปก็เห็นคนเจ็บกึ่งเดินกึ่งวิ่งกระเผลกๆ ตรงมา “ฉันเจสสิก้านะคะ เอ่อ...นี่เบอร์ติดต่อฉัน คือฉันติดหนี้คุณจริงๆ เลยอยากเลี้ยงตอบแทนสักมื้อค่ะ”

“เฮ้ ผมบอกแล้วไงว่า…”

“นะคะ ฉันไม่สบายใจจริงๆ” เธออ้อนวอน ผมมองกระดาษที่จดชื่อและเบอร์โทรเจสสิก้าเอาไว้ “ทั้งที่ฉันเป็นคนผิดแต่คุณกลับออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดแบบนี้น่ะ”

“โอเคๆ อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้ไหมคุณผู้หญิง” ผมถอนใจ สบตาเธออย่างไม่มีทางเลือก “ไว้ผมจะติดต่อไปแล้วกัน อืม...คงสักพักนะ รอให้คุณหายดีก่อน”

“คุณจะไม่หายไปใช่ไหมคะ”

แหงล่ะ ผมคิดจะหายไปอยู่แล้ว

“ถ้าผมไม่ลืม” ผมยักไหล่ เจสสิก้าเลยขมวดคิ้วมุ่น

“งั้นฉันขอเบอร์คุณด้วยดีกว่าค่ะ”

“นี่คุณ…”

“ได้โปรดเถอะค่ะ” เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง และผมนึกแปลกใจตัวเองที่ยอมบอกเบอร์โทรให้เธอเซฟไปง่ายๆ “ไว้ฉันหายดีจะติดต่อไปนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะคุณ เอ่อ…”

“แจสเปอร์” ผมแนะนำตัวเอง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณไม่รู้ชื่อผมแล้วเมมฯ เบอร์โทรว่าอะไรน่ะ?”

“ฉันเมมฯ ไว้ว่า ‘คนที่จ่ายค่ายาให้’ ค่ะ” เธอพึมพำเสียงเบา หลบตาผมไปอีกทาง แก้มขึ้นสีแดงน้อยๆ ผมหลุดหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีนั้น

“โอเค งั้นผมขอตัวก่อน”

“ค่ะ”

ผมเดินจากมาอีกครั้ง และครั้งนี้เจสสิก้าไม่ได้รั้งผมไว้อีก



“แจสเปอร์!”

“เสียงดังน่าแมท” ผมเอ็ดคนที่วิ่งเข้ามาพร้อมส่งเสียงดังโวยวายจนหมดมาดท่านรองประธานบริษัท “มาช่วยฉันขนของพวกนี้เข้าตู้เย็นเร็ว”

“นายไม่ได้บาดเจ็บใช่ไหม?!”

“ฉันสบายดี ไม่ได้เจ็บตรงไหน”

“คราวหลังฝนตกไม่ต้องออกไปไหนเลยนะ ห้าม ถ้านายฝ่าฝืนฉันจะหักเงินเดือน โบนัสก็ไม่ต้องเอา!”

แมทธิวขู่ผมเสียงเข้ม สายตาดุดันเขม็งจ้องมา ผมกลอกตา ถอนใจกับการเล่นใหญ่ของเขาแล้วหอบหิ้วถุงเนื้อสดและผักต่างๆ เดินผ่านเจ้านายขี้โวยวายเข้าไปในบ้าน

“นี่เมินฉันเหรอ?”

“ไม่ได้เมิน รู้แล้วน่า” ผมตอบรับในขณะจัดของเข้าตู้เย็น “ใครจะไปรู้ว่าฝนจะตก ตอนออกไปไม่มีเค้าฝนสักนิด”

“นายไว้ใจฝนเดือนพฤศจิกาฯ ไม่ได้หรอกนะแจสเปอร์”

“และฉันก็ปล่อยให้คนป่วยกินอาหารดีลิเวอรีไม่ได้เหมือนกัน” ผมหันมาเผชิญหน้าเขา แมทธิวเงียบไป ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องผมนิ่ง ก่อนเบนหนีไปอีกทาง มุมปากยกยิ้มขึ้น ดูอารมณ์ดีกว่าตอนแรก

“นายพูดแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับฉันเลย”

“อะไรของ…”

“ทำไมฉันต้องใจอ่อนให้นายด้วยนะ เฮ้อ” เขาถอนหายใจ ดันผมออกจากครัวเข้ามาในห้องนอน “ไปอาบน้ำซะ ตอนไปช่วยเธอคนนั้นนายตากฝนใช่ไหมล่ะ โค้ทยังชื้นๆ อยู่เลย ถอดมานี่”

แมทธิวจัดการถอดเสื้อโค้ทผมออก หลังจากนั้นก็เนียนถอดเสื้อข้างในผมต่อ

“มากไปแล้วไอ้เจ้านายฉวยโอกาส!”

“หุ่นนายดีนี่นา” เขาจุ๊ปาก ไล่สายตามองร่างกายช่วงบนของผมตาวาว ผมผลักหัวเขาไปทีนึงอย่างอดไม่ได้ คนป่วยอะไรไม่ทำตัวให้สมกับเป็นคนป่วยเอาซะเลย “เมื่อก่อนตอนเด็กๆ นายผอมแห้งจะตาย”

“แหงล่ะ”

“แต่ตอนนี้หุ่นนายมันน่า…”

เขาหรี่ตา เรียวลิ้นสีชมพูตวัดเลียริมฝีปาก

“เอาล่ะแมท” ผมตัดบท หยิบผ้าเช็ดตัวพาดบ่ามองหน้าเขาด้วยสายตาดุดัน...ที่แมทธิวไม่เคยกลัวสักครั้ง “ฉันจะอาบน้ำ ส่วนนาย ป่วยก็นอนพักอยู่นิ่งๆ อย่าหาเรื่องให้มันมากนัก”

“งั้นนอนรออยู่ในห้องนายได้ไหม?” พูดจบเขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงผม สายตาซุกซนถูกส่งมา ทั้งหยอกเย้าและท้าทาย สัตว์ตระกูลเสือชอบเล่นกับเหยื่อก่อนจับกินแบบนี้เสมอ

“เคยห้ามนายได้หรือไง”

ผมทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงแมทธิวหัวเราะดังไล่หลัง ผมส่ายหัว เปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวกลบเสียงเขา ผมก้าวเข้าไปใต้มัน สายน้ำอุ่นไหลรดศีรษะ ผมจัดการตัวเองก่อนเสยผมที่เปียกชื้นไปด้านหลัง ลืมตามองเงาสะท้อนจากกระจกตรงหน้า ดวงตาสีดำสนิทจ้องตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์

แมทธิวพูดถูก ผมในตอนนี้เปลี่ยนไปจากตอนเด็กมาก

ร่างกายผมใหญ่ขึ้น มีกล้ามเนื้อสมส่วนไม่เหมือนเด็กผอมแห้งสูงเก้งก้างในวันนั้น และร่องรอยความเจ็บปวดในอดีตก็ถูกฉาบทับไว้ด้วยความสวยงามของศิลปะที่เรียกว่ารอยสัก

บนตัวผมมีรอยสักประมาณห้าสิบกว่ารอยรวมทั้งด้านหน้า ด้านหลัง แขน และขา เล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ไม่มีรอยไหนใหญ่เท่ารอยสักบริเวณลำคอ ผมเผลอยกมือลูบ รอยนูนเด่นเป็นเส้นบากสะดุดมือจากผิวเนื้อส่วนอื่นถูกพรางด้วยเถาวัลย์หนามและกุหลาบดอกใหญ่ที่เพิ่งสักเพิ่ม รอยนี้มันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แต่พอสัมผัสทีไรผมกลับรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนมันเกิดขึ้นเมื่อวาน

เนื้อตัวส่วนอื่นก็เช่นกัน

ร่างกายผมเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ในร่มผ้ามีเยอะกว่าส่วนอื่นเพราะ ‘พ่อ’ ไม่อยากให้ใครเห็นมันบนร่างกายผม ส่วนรอยที่คอมันเกิดขึ้นเพราะเขาเมา และนั่นเป็นคืนที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่…

...ค่อนข้างร้ายแรง

ผมนึกแปลกใจตัวเอง ทั้งที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถลบรอยแผลพวกนี้ออกไปได้ แต่ทำไมผมถึงไม่ทำมัน? ผมไม่แน่ใจ อาจเพราะไม่อยากหลงลืมตัวตนและที่ที่ตัวเองจากมา แต่ตัวตนผมถูกผูกมัดกับความเจ็บปวดในอดีต ผมไม่แน่ใจว่าเพราะตัวเองโหยหาคำว่าครอบครัวหรือเปล่า และรอยแผลบนตัวนี้คือหลักฐานเดียวว่าผมเคยมีครอบครัวมาก่อน แม้จะเป็นครอบครัวแย่ๆ แต่ก็ยังเคยมี

มันเป็นอารมณ์ที่ทั้งรักและเกลียดชัง

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจอยู่กับมันโดยใช้ความสวยงามปิดทับเอาไว้

จะว่าไปผมก็เหมือนตุ๊กตาที่ชิ้นส่วนฉีกขาด แมทธิวเป็นคนซ่อมแซม เย็บแขน ต่อขา และให้ลมหายใจกับชีวิตใหม่ ทว่าถึงตัวผมจะกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง แต่ร่องรอยต่างๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่ ‘พัง’ อยู่ตลอดเวลา

ชีวิตใหม่คล้ายจะสมบูรณ์ แต่ไม่…

จิตวิญญาณและความรู้สึกผมไม่สามารถซ่อมแซมได้

“แมท ฉันน่ะ…”

เกือบหลุดคำพูดในใจออกมาก่อนกลืนลงคอเมื่อได้สติ

ผมที่พังยับเยินแบบนี้ ยังสามารถเคียงข้างแมทธิวโดยไม่ทำให้เขาอายใครได้ไหม?

---------------------------------

แจ็ค ทอล์ก

มาอัปแล้วค่า โทนเรื่องมันหม่นกว่าที่เราคิดมาก ซึ่งไม่ถนัดกับแนวนี้เลยทำให้เขียนๆ ลบๆ อยู่นานเลยล่ะค่ะ คงจะอัปได้เดือนละ 3-4 ครั้งเป็นอย่างต่ำ จะได้อยู่กันไปนานๆ เนาะ 555555

ไม่ต้องกลัวดองนะคะ เราอาจจะหายๆ ไปบ้าง แต่เป็นการหายไปหาแรงบันดาลใจค่ะ คิดว่าจะลงให้อ่านกันจนจบแน่นอนถึงจะมีหรือไม่มีคนรอก็ตาม เพราะเราเองก็อยากเห็นบทสรุปของสองคนนี้เหมือนกันค่ะ

แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #121 storyfly (@fairy21) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:58
    หมีโง่! อย่าหวั่นไหวเชียวนะ
    #121
    0
  2. #75 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:21
    นี่คงเป็นสิ่งที่แจสบอกว่าจะจัดการเองสินะ อืมมมม มันก็ไม่แปลกที่แจสจะกังวลเรื่องนี้ แต่ถ้าถามเรา แมทคงไม่ได้สนใจเรื่องนั้นหรอก ก็หวังว่าแจสจะจัดการมันได้เร็วๆนี้นะ // เจสนี่ท่าทางจะมีบทดูสนใจแจสแบบไม่เก็บอาการเลยอ่ะ
    #75
    0
  3. #51 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 13:10
    อ่อ แบบนี้นี่เอง เหตุผลทางด้านจิตใจสินะ แล้วเจสสิก้านี่จะมาเป็นตัวกระตุ้นความสัมพันธ์หรือเปล่ามาดีใช่ไหม?
    ปล.ยังรออ่านอยู่นะคะ
    #51
    1
  4. #46 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 19:21

    คิดถึงแล้วค่าไรท์ ^^
    #46
    0
  5. #44 iaonn_n (@iaonn_n) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 16:04
    คิดมากน่ะแจสเปอร์ แต่ก็เข้าใจนายนะ
    #44
    0
  6. #43 ภาสุร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 09:12

    ไม่ต้อง หน่วงมาก ก้อได้ครับคุณแจ็ค เอาที่สบายใจ ตัวละครเหมือนดินน้ำมัน แล้วแต่ผู้แต่งจะปั้นให้บิดเบี้ยวไปแค่ไหน เพราะ สาวๆ มักชอบ อินกับดราม่า แต่ถ้ามองมุมแบบแมนหน่อย อาจไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์แบบนี้ ความยาวเรื่องนี้เชียร์ว่าไม่ต้องยาวเท่า แพท&เซป ก้อได้นะครับ แต่ถ้ายังอยากเขียนเพราะมี อะไรให้เขียนอีกแยะก้อ เขียน ใจจริง ยังอยากอ่านเรื่อง แนวแทนไท ฝีมือคุณแจ็คจังเลย นี่ก้ออ่านหลายรอบรองจาก ธชา&แฮคเตอร์ นะครับ

    #43
    0
  7. #42 HyeMin9795 (@joiizpilkyo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 16:06

    ผู้หญิงนี่น่ากลัวจังเลย ฮือออออ

    #42
    0
  8. #40 IBABYii33YG (@IBABYii33YG) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 13:18
    "ไม่มีใครเพอร์เฟคสำหรับใครหรอกนะแจสเปอร์" มันคงเป็นสิ่งที่เราอยากบอกกับนายที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นนายคู่ควรกับแมทธิวของเราแล้วล่ะเราอยากเห็นนายได้กันนะ
    #40
    0
  9. #39 Nessy18 (@Nessy18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 08:10
    อยากกอด อยากโอ๋ เจ้าหมีแจส
    #39
    0
  10. #38 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 01:28
    แมทมากอดแจสเปอร์เร็วเข้า กอดแน่นๆ เลยนะ 😊😊
    #38
    0
  11. #37 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:32
    แจสสสส อย่าคิดมากเลย แจสในตอนนี้คู่ควรกับแมทแล้ว :)
    #37
    0
  12. #36 xlh7meaw2 (@xlh7meaw2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 08:59
    ผญ.คนนั้นน่ะจะไม่ก่อดราม่าใช่มั้ยคะ ;-;
    #36
    0
  13. #35 ท อ ปั ด (@araramam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 08:20
    ไม่เอาดราม่าเยอะสิคะ งืออออ แจสไม่เครียดนะลูกนะ
    #35
    0
  14. #34 mylebensraum (@saltcaramel) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 05:17
    แจสสสส ไม่คิดมากสิหนูลูกกกก /หอมหัว
    #34
    0
  15. #33 Babyexofan (@zelobaek) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 02:32
    แจสคิดมากกกกกกก ผญ.คนนั้นจิก่อม่ารึป่าว
    #33
    0