[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,463 Views

  • 201 Comments

  • 803 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    151

    Overall
    7,463

ตอนที่ 15 : Chapter 14 Rain Storm, Grass and Soil

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

*ตอนที่ 12-13 มีการแก้ไขและเพิ่มตัวละครซึ่งมีผลกับเส้นเรื่อง สามารถย้อนอ่านได้นะคะ*

*อ่านจบแล้วรบกวนอ่านทอล์กท้ายเรื่องด้วยค่า*

---------------------------------


Chapter 14

Rain Storm, Grass and Soil



[Jasper]

อากาศเช้านี้เย็นกว่าทุกวัน ผมลืมตาตื่นเพราะวงแขนอุุ่นของคนข้างกายวางพาดเอวและดึงผมเข้าไปใกล้ เขาซุกตัวเข้ามา ซบศีรษะกับไหล่ผม กลิ่นแชมพูจากเส้นผมสีดำสนิทลอยแตะจมูก กลิ่นหวานติดเย็นที่ราวกับจะล่อลวงให้เข้าใกล้ แมทธิวก็เหมือนกลิ่นนี้ เขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล และเมื่อใครก็ตามตกหลุมกับดักที่เขาวางไว้ การจะหลบหนีก็ยากเต็มที

จนตอนนี้ผมยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงได้ชอบผมมากขนาดนั้น ถ้าไม่นับว่าเราเป็นโซลเมตกัน ผมก็แค่คนธรรมดา เป็นคนคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรสักอย่าง ผมไม่แน่ใจว่าความผูกพันกับการที่เราสองคนมักจะรู้ทันกันและกันมีส่วนในการพัฒนาความรู้สึกมากน้อยแค่ไหน แต่คิดว่ามันคงส่งผลไม่น้อยทีเดียว

ผมค่อยๆ จับแขนแมทธิวออกแล้วลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันจนรู้สึกสดชื่นถึงไปชงกาแฟดื่ม ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเช้า แถมยังเป็นวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นผมจะปล่อยให้เขาหลับต่ออีกสักพักแล้วกัน

ผมทรุดนั่งบนเตียง เอนตัวผิงพนัก จรดแก้วกาแฟหอมกรุ่มกับริมฝีปาก ดื่มด่ำรสชาติและอุณหภูมิที่ร้อนพอดีอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียง เส้นผมสีดำยุ่งเหยิง ใบหน้ามีรอยยับจากการนอนทับผ้าห่มเป็นริ้วแดง ผมชอบมองแมทธิวในเวลานี้ เขาดูเหมือนคนธรรมดาคนนึง ไม่ใช่รองประธานที่สูงส่งหรือทายาทนักธุรกิจตระกูลดัง

เป็นคนธรรมดาที่ผมเอื้อมมือไปถึงได้

ชั่วขณะเวลาที่กาแฟในแก้วยังอุ่น ไอร้อนสีขาวลอยระเรื่อยขึ้นบนอากาศ เบาบางคล้ายม่านควัน กางกั้นระหว่างผมกับแมทธิวที่หลับใหลอยู่บนเตียง วินาทีหนึ่งเหมือนเขาเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เลือนลางไม่ชัดเจนและพร้อมจางหายไปจากผมได้ตลอดเวลา แต่เมื่อลมหายใจผมรดปะทะ ม่านหมอกสลายไป ปรากฏดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองมา ผมเลิกคิ้ว ในแววตานั้นไม่มีความง่วงงุนอย่างที่ควรเป็น

“อรุณสวัสดิ์” เขาว่า

“อรุณสวัสดิ์” ผมตอบรับ เหมือนอย่างที่เคยทำทุกๆ วัน “ตื่นนานแล้วใช่ไหม?”

“นายก็รู้ดี” เขาหัวเราะ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ ดวงตาคมกริบตวัดมาสบ ริมฝีปากเหยียดยิ้ม “ชอบมองฉันเวลานอนมากขนาดนั้นเลยหรือไงแจสเปอร์”

“นายก็รู้ดี” ผมยักไหล่ ตอบกลับด้วยคำตอบของเขาเมื่อสักครู่ แมทธิวหัวเราะพึงพอใจ รอยยิ้มสดใสรับกับดวงตาเป็นประกายเหมือนมรกตน้ำงาม

“มอนิ่งคิสฉันล่ะ?”

“อยากได้นักก็มาเอา”

“เย็นชาจัง” เขาบ่น แต่ก็เคลื่อนตัวเข้าหา แมทธิวโอบต้นคอผมไว้ ปลายนิ้วเย็นแตะผิวบริเวณนั้น ลูบสะกิดเบาๆ อย่างยั่วเย้าก่อนยื่นหน้าเข้ามาจูบ ริมฝีปากเขาเย็นจัดไม่ต่างจากมือ ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างเตียง ประคองใบหน้าเขาไว้ ขยับริมฝีปากตอบรับสัมผัสลึกซึ้งจนริมฝีปากอีกฝ่ายอุ่นขึ้นกว่าเดิมถึงผละออก แมทธิวสูดลมหายใจลึก เขาเลิกคิ้ว หรี่ตาจ้องผมในขณะยกยิ้ม “หอมกาแฟจังเลย”

“ไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวฉันไปชงให้นายอีกแก้ว”

“บริการดีชะมัด”

“ทำงานให้สมกับค่าจ้างไง” ผมหัวเราะในลำคอ “กลัวว่าทำงานไม่ถูกใจท่านรองประธานแล้วจะถูกไล่ออกเข้าสักวัน”

“จะมีวันนั้นเหรอ”

“นั่นสิ จะมีไหม”

“ไม่มีวันน่า” แมทธิวเคาะหน้าผากผมทีนึงก่อนลุกจากเตียง เขาสบตาผมตรงๆ “นายก็รู้แจสเปอร์ว่าฉันหวงสิ่งที่เป็นของตัวเองมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นของหรือคน :)”

ผมหัวเราะกับคำตอบเขา รู้ซึ้งเลยล่ะว่าแมทธิว รอสซ์ขี้หวงได้มากขนาดไหน และเขาจะจัดการอย่างไรกับใครก็ตามที่กล้าเอื้อมมือมาแตะต้องของๆ จากัวร์ร้ายตัวนี้



“แมท”

“อ่าฮะ”

“เผื่อนายจะลืมไปว่าเราจ้างแม่บ้าน” ผมกอดอก ขมวดคิ้วมองคนที่ถือถังอุปกรณ์ทำความสะอาดมาตั้งตรงหน้า “และเธอจะมาทุกวันอาทิตย์”

“ฉันโทรไปบอกให้เธอไม่ต้องมาวันนี้แล้ว”

“จะเล่นอะไรของนายอีก”

“ไม่เล่น ก็แค่…” เขากลอกตา ยักไหล่แล้วยิ้มให้ผม มันเป็นรอยยิ้มเวลาที่แมทธิวนึกสนุกอยากเล่นอะไรบางอย่าง ไม่ก็เวลาต้องการปั่นหัวคน “อยากทำความสะอาดบ้านเอง”

“แมท…” ผมกดเสียง จ้องเขานิ่ง แต่แมทธิวทำแค่ยื่นไม้ปัดฝุ่นให้ผมที่รับมาอย่างเสียไม่ได้

“นายเคยได้ยินไหมแจสเปอร์”

“ได้ยินอะไรของนายอีก”

“เขาว่าครอบครัวจะสนิทสนมกันมากกว่าเดิมถ้ามีกิจกรรมสานสัมพันธ์ทำรวมกัน”

“นายพูดเหมือนกับเราไม่สนิทกัน” ผมเลิกคิ้ว เหยียดยิ้มมุมปาก “แล้วที่ฉันทำกับนายเมื่อคืนไม่นับเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์บ้างหรือไง ฉันว่ามันก็ตรงตัวอยู่นะ”

“เคยมีคนบอกนายไหมแจสเปอร์ว่านายชอบกวนอารมณ์คนอื่น”

“ก็หลายคนอยู่”

“เกลียดเวลาที่นายยอมรับอะไรแบบนี้หน้าตายชะมัด” เขาส่ายหัว ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ผมก็เห็นว่าเขายังยิ้มอยู่ “เรื่องเมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน วันนี้ก็ส่วนวันนี้ เลิกขัดฉันแล้วทำตามที่สั่งสักทีน่า”

ผมยักไหล่ นึกอยากเถียงว่าวันนี้วันหยุดเขาห้ามใช้ความเป็นเจ้านายมาสั่ง เป็นคนออกกฎเองแท้ๆ แต่กลับชอบปรับเปลี่ยนตามใจชอบ แต่ที่ผมไม่เถียงออกไปเพราะคิดว่าตัวเองรู้จุดประสงค์ของแมทธิวแล้ว

“กิจกรรมสานสัมพันธ์งั้นเหรอ หึๆ”

ผมมองตามหลังแมทธิวที่เริ่มต้นทำความสะอาดจากห้องรับแขก ผมอยู่กับเขามาเกือบทั้งชีวิต รู้ดีว่าแมทธิวไม่ชอบงานอะไรอย่างนี้สักเท่าไหร่ แต่ที่ทำคงเพราะต้องการให้ผมลงมือทำด้วยนั่นแหละ กิจกรรมสานสัมพันธ์ที่ทำให้พวกเรา หรืออีกนัยหนึ่งคือ ‘ผม’ ยุ่งหัวปั่นจนไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องราวกวนใจที่พบเจอเมื่อวาน

ความใส่ใจของแมทธิวต้องใช้เวลาตีความสักเล็กน้อย

มันคงแย่น่าดูถ้าผมปฏิเสธความหวังดีของเขา

บางทีการลองทำความสะอาดบ้านสักครั้งก็ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่ ผมคิดในขณะถกแขนเสื้อตัวเองขึ้นถึงข้อศอก เดินเข้าไปช่วยแมทธิวหยิบจับพวกของบนโต๊ะมาเช็ดทำความสะอาดและจัดวางไว้ที่เก่าโดยเรียงให้เป็นระเบียบกว่าเดิม

เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนักระหว่างนั้น แต่ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความเงียบ กลับกันมันคือความสบายใจ สบายใจที่ได้อยู่กับแมทธิว มีเขาเสมอในพื้นที่ว่างข้างตัวไม่ห่างหายไปไหน

“เฮ้ นายมาจัดพวกกองอัลบั้มรูปพวกนี้หน่อยสิ” แมทธิวเรียกผม เขาพยักพเยิดใบหน้าไปทางกองอัลบั้มที่ถูกโละจากชั้นมากองบนพื้นเพื่อรอทำความสะอาด ผมคว้าผ้าเปียกเดินตรงไปหาพวกมัน นั่งลงกับพื้น หยิบอัลบั้มรูปเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนสุดมาเช็ดทำความสะอาดและเปิดดูข้างใน

อัลบั้มนี้รวมรูปสมาชิกตระกูลรอสซ์เอาไว้ ภาพขาวดำที่ขอบขึ้นสีเหลืองซีดบ่งบอกว่ามันผ่านกาลเวลามายาวนานมากแค่ไหน ตอนนั้นคุณซีมอนยังหนุ่มอยู่มาก น่าจะอายุประมาณยี่สิบกว่าเห็นจะได้ ผมพลิกไปจนหน้าสุดท้ายก่อนปิดมันลงและหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาทำความสะอาดต่อ

มันเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในอดีตผ่านอัลบั้มรูปภาพเหล่านี้ ภาพขาวดำแปรเปลี่ยนเป็นภาพสี บุคคลในรูปอายุเพิ่มมากขึ้นและแก่ตัวลง เมื่อถึงอัลบั้มถัดมาบางคนก็หายไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำและตัวตนในภาพถ่าย

อัลบั้มเล่มที่สี่ถูกเปิดออก ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนมาถึงทายาทรุ่นใหม่ของตระกูล เด็กทารกตัวน้อยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นพัฒาการและการเปลี่ยนเปลี่ยนในทุกๆ หน้าที่พลิกผ่าน

เซบาสเตียน รอสซ์ น้องชายของแมทธิวครอบครองพื้นที่เกือบครึ่งในอัลบั้มรูปเล่มนี้ ก่อนที่ช่วงหลังๆ จะเป็นเด็กชายอีกคน ไม่มีรูปยามแรกเกิดของเขา มีเพียงรูปวัยเด็กไม่กี่ใบก่อนข้ามมาเป็นช่วงวัยรุ่น

แมทธิว รอสซ์ เขาคือรอสซ์ที่ถูกตระกูลลืมเลือนจนต้องพิสูจน์ตัวเองในทุกๆ ทางเพื่อก้าวมายืนข้างหน้า คว้าอำนาจไว้ในมือเพื่อปรายตามองเหล่าคนที่เหยียดหยามเขาในภายหลัง

“ตอนเด็กนายน่าเกลียดจัง” นี่ไม่ใช่เสียงผม แต่เป็นเสียงของแมทธิว เขาชะโงกหน้าเข้ามามองรูปคู่ใบแรกระหว่างผมกับตัวเอง ใบหน้าผมนิ่งตึงไม่รับแขก ตัวสูงชะลูดเก้งก้าง ผมเผ้าไม่เรียบร้อย

“อืม น่าเกลียดจริงๆ นั่นแหละ” ผมลงความเห็นตามเขาอย่างไม่นึกโต้แย้ง

“ฉันจำได้ว่าภาพนี้กว่าจะบังคับให้นายมาถ่ายด้วยกันได้โคตรเหนื่อยเลย”

“ก็ฉันไม่ชอบถ่ายรูป”

“ส่วนฉันชอบถ่ายรูป”

“เราต่างกันมากจริงๆ นั่นแหละแมท” ผมหัวเราะ พลิกเปิดหน้าถัดมา ผมเห็นตัวเองเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของรอสซ์อย่างสมบูรณ์

“เพราะเราต่างกันนั่นแหละถึงดี” แมทธิวว่า เขาเกยปลายคางกับไหล่ผม เอียงใบหน้าจูบแก้มผมเบาๆ ทีหนึ่ง พอผมหันไปเขาก็ส่งยิ้มหวานมาให้ “เราถึงเติมเต็มกันได้ไงล่ะ”

“ใครสอนให้นายพูดอะไรแบบนี้” ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย

“แพท”

“ฉันว่าแล้ว” ผมหลุดหัวเราะเมื่อแมทธิวเฉลยและมันตรงกับความคิดผมพอดี คำพูดคำจาแบบนี้มีแต่แพทริคแฟนของเซบาสเตียนเท่านั้นแหละ

“ช่วงนี้ฉันคุยกับเขาบ่อยๆ ให้เขาสอนเทคนิคมัดใจคนรัก”

“เซ็บยอมให้นายคุยกับแฟนเขาหรือไง” ผมถาม แสร้งทำไม่เห็นสายตาหวานเจือแววเจ้าเล่ห์ที่อีกฝ่ายส่งมาให้ “เห็นทำเป็นไม่สนใจ แต่ใครก็รู้ว่าเซ็บหวงแพทจะตาย”

“เซ็บก็มีหงุดหงิดใส่ฉันบ้าง แต่ใครสน” แมทธิวยักไหล่

“ฉันนี่ไงที่สน”

“หืม?”

“คนรักนายอยู่ตรงนี้ทั้งคน…” ผมจ้องสบเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวย ตรึงเขาไว้ด้วยสายตาที่ราวกับจะกลืนกินอีกฝ่าย “แต่นายกลับแบ่งเวลาไปคุยกับผู้ชายอื่น”

“ผู้ชายอื่นที่ว่าคือคนรักของน้องชายฉันนะ”

“แล้วฉันหวงไม่ได้?”

“โอ้ ฉันไม่คิดว่านายจะยิงตรงประเด็นแบบนี้นะ” แมทธิวดูอึ้งๆ ไป ผมไม่แปลกใจหรอก ถ้าผมเป็นเขาก็คงอึ้งหากคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของตัวเองจู่ๆ ก็พูดออกไปตามตรงแบบนี้ “จะว่ายังไงดีล่ะ ก็แพทน่ะน่ารักมากเลยใช่ไหม? เพราะแบบนั้นเซ็บถึงได้ทั้งรักทั้งหวง ฉันก็แค่...”

“นายอยากน่ารักเหมือนแพท?”

“ฟังดูแปลกไหม” แมทธิวย่นคิ้วเล็กน้อย “โอ้ ขอล่ะ ถ้านายจะบอกว่าแปลกก็ให้ฉันทำใจก่อนฟังนะ”

“เอาเป็น…” ผมแกล้งทำเป็นคิด “ฟังดูไม่เหมือนตัวนายเท่าไหร่ดีกว่า”

“ก็ไม่ต่างจากคำว่าแปลกนักหรอก”

“หึ” ผมแค่นหัวเราะ “นายอยากน่ารักเหมือนแพทให้ฉันชอบเหรอ”

“ฉันจะไม่พูดประเด็นนี้หรอกนะแจสเปอร์” ไม่บ่อยนักที่คนมีความมั่นใจสูงเสียดฟ้าอย่างแมทธิวจะเสียอาการปล่อยให้ตัวเองหน้าแดงจัดแบบนี้

“นายคิดว่าฉันชอบคนน่ารักงั้นเหรอ?”

“ใครๆ ก็ชอบคนน่ารัก”

“นั่นฉันก็ไม่ปฏิเสธ”

“เห็นไหมล่ะ”

“แต่ก่อนฉันจะชอบนาย นายก็ไม่ได้น่ารักนี่แมท”

“เจ็บๆ นิดหน่อยนะ” เขาขมวดคิ้วทำหน้าเบ้

“ที่ฉันจะบอกก็คือ” ผมกระแอม บางทีการพูดความรู้สึกออกมาตรงๆ ก็ยากในบางครั้ง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกและซับซ้อน บางทีเราก็อายในเรื่องที่ไม่ควรอาย “ฉันรักนายที่เป็นนาย เป็นจากัวร์ตัวร้ายที่ชอบปั่นหัวฉันแบบนี้มากกว่า จะพยายามเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นไปทำไม ฉันไม่ได้หมายความว่านาย ‘ไม่น่ารักเลย’ นะแมท แต่นายมีความน่ารักในแบบที่เป็นนายนั่นแหละ”

“ไม่หลอกให้ฉันดีใจเล่นนะ?”

“ฉันเคยหลอกนายหรือไง” ผมย้อนถาม “หรือถึงจะหลอก นายคิดว่านายจะไม่มีทางรู้งั้นเหรอแมท”

“บางทีฉันก็ไม่ได้รู้ทันไปซะทุกเรื่องหรอกนะ” เขาหัวเราะ มือพลิกอัลบั้มรูปไปหน้าอื่นเรื่อยๆ สายตาไล่มองรูปภาพในนั้นก่อนตวัดขึ้นสบตาผม “โดยเฉพาะกับนาย บางทีฉันก็พร้อมเชื่ออะไรก็ตามที่นายพูดมา”

ผมชะงักไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น แววตาแมทธิวทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นความจริง ไม่ได้แกล้งพูดเพื่อให้ผมตกใจเล่น

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขายกให้ผมมีอิทธิพลเหนือตัวเองขนาดนี้?

“พูดตามตรงนะแมท ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะมีอิทธิพลกับนายมากขนาดนั้น”

“ถ้าไม่คิดงั้นก็เริ่มคิดได้แล้ว”

“เฮ้ เอาล่ะ คืออย่างนี้นะแมท” ผมขยับนั่งหันหน้าเข้าหาเขาเต็มตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกตคู่สวย “ฉันว่านายกำลังทุ่มกับฉันมากเกินไป อย่าเพิ่งเถียง ฟังให้จบ” ผมขัดคนที่กำลังอ้าปากพูดแทรกจนเขาเม้มปากแล้วขมวดคิ้วแทน “ฉันอยากให้นายเป็นแบบเดิมนะ ไม่ต้องเชื่อทุกคำพูดของฉัน ไม่ต้องตามใจหรือปกป้องจนเกินไป ฉันรู้ว่านายหวังดี แต่ก็ไม่อยากให้นายทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อฉันขนาดนี้”

“ฉันไม่ได้อยากทิ้งความเป็นตัวเองหรอกแจสเปอร์” เขาส่ายหัว มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวมรกตหรี่ลง “นายต่างหากที่ทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง”

“ตอบแบบนี้ค่อยสมกับเป็นนาย” ผมกระตุกยิ้ม “พูดให้ดำเป็นขาว กลายเป็นฉันสินะที่เป็นต้นเหตุ นายไม่ได้ผิดสักหน่อย”

“อ่าฮะ เพราะฉะนั้นนายต้องโดนลงโทษ”

“ยังไงดีล่ะ” ผมยอมเล่นไปตามเกมเมื่อแมทธิวชะโงกหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม เขาเบี่ยงใบหน้ามากระซิบข้างใบหูผม

“อืม...ลองเปลี่ยนตำแหน่งบนเตียงบ้างดีไหม?”

“...”

“บางทีฉันก็อยากลองรุกนายบ้าง :)”

ผมหรี่ตาลงเมื่อได้ยินบทลงโทษของตัวเอง แมทธิวจูบแก้มผมอีกครั้ง คลอเคลียปลายจมูกโด่งกับซอกคอ เขาอ้าปากฝังฟันคมลงบนคอผมอย่างไม่แรงนัก ก่อนครูดมันกับผิวเนื้อเบาๆ

เสือจากัวร์ขี้แกล้งกำลังเล่นกับเหยื่อตัวเองก่อนจับกิน

“เอายังไงดีนะ?” ผมแกล้งรำพึง เอียงคอเปิดทางให้แมทธิวกดจูบได้ถนัดยิ่งกว่าเดิม

“ยอมฉันสิ”

“ฉันไม่ใช่พวกยอมใครง่ายๆ ซะด้วย”

“อืม...แย่เลย” แมทธิวพึมพำ เขาผละใบหน้าออกมา สบตาผมในระยะประชิด จูบปลายจมูกผมเบาๆ แล้วยิ้มหวาน “แบบนี้ฉันก็หลอกล่อนายได้ยากน่ะสิ”

“แต่ถ้านายมีความพยายามสักนิด” ผมหัวเราะหึๆ แตะปลายคางเขาเชยขึ้นรับจูบ ขบเม้มดูดดึงริมฝีปากเสือร้ายจนอีกฝ่ายครางอือในลำคอแล้วผละออก “บางทีฉันอาจลองเก็บไปคิดดู”

จากัวร์ตัวร้ายตาโตก่อนหรี่ตาลง เขาเหมือนนักล่าที่กำลังหวาดระแวงกับก้อนเนื้อชิ้นโตซึ่งดูท่าจะได้มาโดยง่าย ผมหัวเราะท่าทางของเขา เบี่ยงตัวคว้าอัลบั้มรูปที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยมาถือไว้และลุกขึ้นยืน

“ทำงานต่อได้แล้ว อย่าลืมว่านายบอกเองว่าจะทำความสะอาดทั้งบ้าน นี่ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”

“หลบเลี่ยงเก่งชะมัด”

“เรียนมาจากนายทั้งนั้นแหละแมท”

ผมหัวเราะ เดินหนีไปจัดการทำความสะอาดห้องอื่นต่อ ทิ้งแมทธิวเอาไว้ด้านหลัง ได้ยินเสียงเขาสบถตามหลังมาเบาๆ



“ให้ตาย เหนื่อยชะมัด!”

แมทธิวทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างแรงหลังผ่านการทำความสะอาดบ้านมาทั้งหลัง มันกินเวลามากกว่าที่คิดไว้ กว่าจะเสร็จก็บ่ายแก่ๆ เข้าไปแล้ว

“ความคิดใครล่ะ” ผมนั่งข้างเขา หยิบรีโมตมากดเปิดจอทีวี

“โอเค ความคิดฉันนี่แหละ” เขายกสองมือยอมแพ้

“งั้นก็เลิกบ่นได้แล้วน่า”

แมทธิวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเขาจะสะกิดผมให้ละสายตาจากจอทีวีตรงหน้าไปมอง

“เฮ้”

“ว่าไง?”

“ตั้งเตาทำบาบีคิวกันไหม?”

“นายว่าอะไรนะ?” ผมเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“ตรงสนามหน้าบ้านน่าจะเหมาะ” เขาว่าก่อนผุดลุกเดินลิ่วไปหน้าบ้าน เร็วจนผมรั้งไม่ทัน “ฉันไปดูก่อนว่าสนามยังเปียกอยู่ไหม เมื่อคืนฝนตกหนักเกือบทั้งคืนแน่ะ”

ผมได้แต่ลุกเดินตามแมทธิวไปหน้าบ้าน ทันพอจะรั้งแขนเขาเอาไว้ไม่ให้เดินลงไปยังสนามหญ้า แมทธิวหันกลับมา เราสบตากัน เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาราวกับจะถามว่าผมห้ามเขาทำไม ผมส่ายหัว

“พอแล้วน่าแมท ขอบใจ”

“หืม?”

“ฉันรู้ว่านายกำลังทำอะไร เหมือนกับที่นายรู้ตัวเองดี” ผมตอบ เห็นประกายวาววับในแววตาของแมทธิว เขายิ้มเล็กน้อย พยักหน้าคล้ายจะให้ผมพูดต่อ “นายไม่ชอบงานบ้าน นายเกลียดขี้ฝุ่น นายเหม็นควันพวกอาหารปิ้งย่าง ทุกอย่างที่นายกำลังทำตอนนี้เป็นสิ่งที่นายไม่ชอบ แต่นายก็ยังทำเพราะไม่อยากให้ฉันมีเวลาว่างไปคิดเรื่องของแม่กับครอบครัวใหม่ของเธอ”

“แล้วได้ผลไหม?”

“ฮะ”

“ฉันถามว่า…” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ สะกดผมไว้ด้วยใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์และดวงตาคู่สวยเป็นประกาย “ทั้งหมดที่ฉันทำลงไปได้ผลไหม ในหัวนายเลิกคิดถึงเรื่องพวกนั้นหรือเปล่าตอนที่ฉันบังคับให้นายปัดกวาดเช็ดถูทั้งบ้านน่ะ”

“แหงล่ะ” ผมแค่นเสียง “นายเล่นใช้งานฉันหนักขนาดนั้น จะมีเวลาไปคิดเรื่องอื่นได้ยังไง”

“งั้นก็ถือว่าคุ้มค่า” เป็นอีกครั้งที่แมทธิวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “นายบอกใช่ไหมว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบ แต่เพราะนายคือคนที่ฉันชอบ ฉันเลยทำสิ่งที่ไม่ชอบทั้งหมดนี้เพื่อนายได้ ขอแค่ให้นายไม่ต้องกลับไปคิดเรื่องพวกนั้น ต่อให้หัวฉันจะเหม็นควันบาบีคิว แต่แล้วไงล่ะ ฉันไม่สนใจมันหรอก”

“นายนี่มันจริงๆ เลยแมท”

ผมส่ายหัว ทรุดนั่งลงบนบันไดชานพักหน้าบ้าน ทอดสายตามองไปข้างหน้า สนามหญ้าสีเขียวชุ่มฉ่ำกว่าเดิมจากสายฝนที่เทกระหน่ำเมื่อคืน ไอชื้นลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นฝนที่ผสานรวมกับกลิ่นดินกลิ่นหญ้า ไม่ใช่กลิ่นที่หอมอะไรแต่กลับทำให้ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“แจส...” แมทธิวนั่งลงข้างผม เขาเท้าสองแขนกับพื้นชานบ้าน เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนเอี้ยวใบหน้ามามอง ผมสบตาเขา “ย้ายกลับไหม”

“นายหมายถึงอะไร”

“กลับบริษัทสาขาใหญ่เหมือนเดิม นายกับฉัน”

“แล้วที่นี่ล่ะ”

“ยกให้อาบรูคจัดการ” เขายักไหล่ “ไม่ก็เบรย์เดนที่อยากกลับมาทำตำแหน่งเดิมเต็มแก่ ช่างพวกเขาเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก พ่อส่งฉันมากู้สถานการณ์บริษัท ฉันก็ทำเสร็จแล้ว ที่อยู่ต่อแค่อยากยั่วโมโหพวกโรเซนท์เท่านั้น”

“ถ้าเบรย์เดนก่อเรื่องอีกล่ะ” ผมถาม แมทธิวยักไหล่

“คงไม่กล้าแล้วล่ะ รอสซ์ไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง หรือถ้ากล้า ฉันคิดว่าพ่อมีวิธีจัดการพวกเขาอย่างสาสม”

“ถึงอย่างนั้น...นายเป็นถึงรองประธาน นึกจะไปก็ไปได้หรือไง”

“นายเคยเห็นฉันทำอะไรไม่ได้บ้างล่ะ” เขาถาม ผมเงียบไป พยายามนึกหาคำตอบ แต่ก็นึกไม่ออก แมทธิวเลยหัวเราะ เขาตบไหล่ผมเบาๆ “ลองคิดดูก่อนก็ได้ ฉันไม่ได้บังคับนาย”

“เหมือนหนีปัญหา นายคิดอย่างนั้นไหม” ผมถามความเห็นเขา แมทธิวเงียบไปครู่หนึ่ง

“แล้วแต่มุมมอง” เขาตอบรับสั้นๆ

“แล้วมุมมองนายคิดว่ายังไง”

“มุมมองฉันงั้นเหรอ” แมทธิวทวนคำถาม ผมมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา อีกฝ่ายทอดสายตามองสนามหญ้าหน้าบ้าน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนหันมาสบตาผม “หนีปัญหา อืม...ก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ แต่คำว่าหนีไม่ได้ไม่ดีเสมอไปไม่ใช่หรือไง? มันไม่ใช่คำที่ทำให้รู้สึกว่าอ่อนแอหรือขี้ขลาดนะ ก็แค่...อยู่ตรงนี้มันเป็นมลพิษกับนาย นายรู้ตัว แล้วก็อยู่ที่ว่านายเลือกจะรับพิษต่อไปให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ หรือพาตัวเองไปอยู่ที่ที่ดีกับตัวนายกว่านี้”

“มันก็จริงอย่างที่นายว่า…” ผมพยักหน้ารับ จมลงในภวังค์ความคิดตัวเองชั่วขณะหนึ่ง

“หลังเรื่องแย่ๆ มักจะมีเรื่องดีเสมอน่า”

“แพทสอนพูดมาอีกแล้วใช่ไหม?” ผมถาม แมทธิวโคลงหัว เขาไม่ตอบอะไรนอกจากพยักพเยิดไปทางสวนหน้าบ้าน ผมขมวดคิ้ว “ทำไม?”

“เมื่อคืนพายุฝนเข้า อากาศเลยแปรปรวนรุนแรงไม่คงที่เหมือนอารมณ์ของนายเมื่อวาน แต่ดูนั่นสิ…”

“หญ้า?”

แมทธิวพยักหน้ารับคำตอบกึ่งคำถามของผม

“ใช่ เพราะมันได้น้ำฝนเมื่อคืน วันนี้ถึงได้ชุ่มชื้นและเขียวสดกว่าที่เคย”

“...”

“บางเรื่องผ่านเข้ามาเพื่อสอนอะไรบางอย่างกับเราและทำให้เราเข้มแข็งขึ้นแจสเปอร์” แมทธิวลูบหลังคอผมเบาๆ ก่อนออกแรงให้ผมเอนศีรษะลงซบไหล่ตัวเอง เขาวางมือบนหัวผม ลูบเบาๆ “นายเข้มแข็งแจสเปอร์ ฉันเชื่อว่านายจะผ่านมันไปได้ทุกเรื่องนั่นแหละ เหมือนกับหญ้าต้นเล็กๆ ที่ผ่านพายุฝนกระหน่ำและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง”

ผมหลุดยิ้มกับคำเปรียบเปรยนั้น ยกศีรษะขึ้น ยื่นหน้าจูบแก้มแมทธิวเบาๆ

ถ้าผมเป็นต้นหญ้า

ถ้าปัญหาและรอยแผลในอดีตเป็นพายุฝนกระหน่ำ

แมทธิวก็คงเป็นดิน

ดินที่โอบอุ้มต้นหญ้าอย่างผมให้มีหลักยึด ยืนหยัดต่อสู้กับพายุฝนเพื่อเติบโตและแข็งแกร่งกว่าเดิม

“ขอบใจแมท”

“เคยบอกแล้วไงว่าเต็มใจอยู่แล้ว :)”

-----------------------------

กลับมาอัปแล้วค่า วันนี้เรามีเรื่องมาแจ้งเล็กน้อยค่ะ นั่นคือเราจะพักการอัปนิยายเรื่องนี้ไปสักพักเนื่องจากต้องเร่งปิดต้นฉบับนิยายสามเรื่องซึ่งเดดไลน์กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ไม่อยากให้มองว่าเราทิ้งเรื่องนี้นะคะ ยังคงจะเขียนต่อให้จบค่ะ แต่งานรุมเร้าเหลือเกินเลยต้องเลือกงานที่มีเดดไลน์เอาไว้ก่อน หลังเคลียร์เสร็จแล้วเราจะกลับมาอัปนะคะ หรืออาจจะแวบมาอัปเป็นบางครั้งถ้าปั่นงานเดดไลน์ได้เสร็จเร็วกว่าที่คำนวณไว้

สุดท้ายนี้ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันมาเสมอนะคะ แล้วเราจะกลับมาเจอกันอีกครั้งค่ะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #201 guitar1746 (@guitar1746) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 10:09
    ไรท์แต่งดีมาก อินกับความรัก ความรู้ทัน ความเอาใจใส่ของเค้าสองคนมาก
    #201
    0
  2. #200 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 08:26
    มีใครให้มากกว่านี้ไหม เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ คือเขาเทคแคร์กันได้ดีมากเลยอ่ะ คอยสังเกต คอยปลอบใจ เขาเติมเต็มกันได้ดีจริงๆ ถ้ามีแบบนี้ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรแล้วนะ
    #200
    0
  3. #196 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:02
    เฮ้อออ ผ่านปัญหาต่างๆไปด้วยกันเนอะ ^^
    #196
    0
  4. #193 prakairungppw (@prakairungppw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:56

    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png

    #193
    0
  5. #192 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:59

    โอ้ยยยยย งื้อออออ ชอบจังเลยค่ะ มันดูอบอุ่นมากๆเลย

    รอได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ

    #192
    0
  6. #189 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:36
    แมทน่ารักมากๆนะ ก็อย่างที่แจสเปอร์บอกว่าเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ก็น่ารักพอแล้ว รู้สึกถึงความใส่ใจในตัวแจสเปอร์ของแมทเลย

    ส่วนที่คุณบอกว่าจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อนนั้น บอกได้เลยว่าไม่เป็นไรค่ะเรารอได้พร้อมมาอัพเมื่อไหร่ค่อยมาก็ได้ค่ะเราเข้าใจ555 สู้ๆนะพักผ่อนบ้างนะคะ เลิ้ฟยู้วววว
    #189
    0
  7. #185 theskyandsea (@thesky13) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 08:47
    ลอยคอรอคอยได้เสมอเลยค่ะ ตอนนี้คืออบอุ่นมากๆ ชอบมุมมองแมทมากๆ เหมือนเป็นแสงสว่างของแจสจริงๆ ฉุดแจสขึ้นมาจากอดีตให้ก้าวเดินต่อไป ดีมากๆ เลยค่ะ
    #185
    0
  8. #184 ภาสุร (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 08:32

    เป็น บทที่น่าอ่านอีกบทครับ ได้ข้อคิดดีๆ ผ่านตัวละคร เพื่อนสาววาย เปรยว่า งานเขียน ของคุณแจ็ค มีความหลากหลาย บางเรื่อง ดู รั่ว ไร้สาระสุดๆ(แต่ คนตามอ่านแยะมากๆ) บางเรื่อง น่าอ่านมาก อ่านได้หลายๆรอบ. ผมตอบพวกเธอว่า ที่จริง อยู่ที่ มุมมองและความชอบส่วนตัวมากกว่า เรื่องที่ถูกใจเรา เราก้อ บอกว่าสนุกมาก น่าอ่าน แต่ถ้าเป็นแนวที่เราไม่ชอบ เราก้อ บอกว่าไม่สนุก คนใกล้ตัวผมบอกว่า เรื่องนี้ กับเรื่องน้องเฟน ถ้าไม่เห็นชื่อผู้แต่ง ไม่เชื่อว่าเป็นคนๆเดียวกัน

    ผมและเหล่านักอ่านเงา แก๊งโต ยังติดตามเรื่องราวของ หนุ่ม คู่นี้นะครับ ขอให้คุณแจ็คสนุกกับงานที่ทำทุกเรื่อง ครับ

    #184
    0
  9. #183 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:28
    อบอุ่นมากๆค่ะ เหมือนถูกแมทสอนไปด้วยเลย 555++
    //รอได้ค่า ขอให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นนะคะ :)
    #183
    0
  10. #182 HyeMin9795 (@joiizpilkyo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:22

    จะรอไรท์นะคะ แมทกับแจสน่ารักมากกกกก

    #182
    0
  11. #181 PangJi09 (@pangrmp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:58
    นานแค่ไหนก็จะรอค่าไรท์ ยังไงก็สู้ๆนะคะ เป็นกลจ.ให้🕺🏻(ปอลอลิง: ขอบคุณที่อัพตอนนี้+รีไรท์สองตอนที่ผ่านมานะคะไรท์ ไปตามอ่านมาแล้วค่ะ ไรท์เหนื่อยแย่เลย ขอบคุณที่ทำงานหนักนะคะะะ)😄
    #181
    0