[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,458 Views

  • 201 Comments

  • 802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    146

    Overall
    7,458

ตอนที่ 14 : Chapter 13 Tell me, who hurt you? (Edit)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

Chapter 13

Tell me, who hurt you?


[Matthew]
แจสเปอร์กำลังจมอยู่ในโลกของตัวเอง เขาก้มหน้า ทิ้งสายตามองแก้วนมอุ่นที่ประคองไว้ในมือ ไร้คำพูดใด ผมเป็นห่วงเขา ในใจร้อนไม่ต่างกับไฟแต่ทำได้แค่เงียบ รอให้แจสเปอร์พร้อมเล่าทุกอย่าง ผมไม่เคยเห็นเขามีแววตาเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน ราวกับว่าคนตรงหน้าพร้อมแตกสลายหากผมแตะแม้เพียงแผ่วเบา

“แมท” ในที่สุดเขาก็เรียกผม

“ฉันอยู่นี่”

“ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ทุกอย่างในหัวมันยุ่งเหยิงไปหมด”

“งั้นฉันว่านายควรนอนพัก” ผมแสดงความคิดเห็น “รอให้ทุกอย่างในหัวนายเข้าที่เข้าทางค่อยเล่าให้ฉันฟัง นายก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้เร่ง”

“ใช่ ฉันรู้ แค่…” เขาเงียบ จากนั้นส่ายหัวไปมา “ตราบใดที่มันยังอยู่ในนี้” เขาวางแก้วนมลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วเคาะขมับตัวเองในขณะที่สบตาผมนิ่ง “ฉันไม่สามารถพักได้ แม้กระทั่งในความฝันมันก็ไม่ปล่อยฉันไป”

“งั้นก็นั่งอยู่แบบนี้” ผมเอนตัวพิงพนักโซฟา จ้องตาเขา “ฉันกับนาย อยู่แบบนี้ทั้งคืนจนกว่านายจะพร้อม ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นใส่ฉันแจสเปอร์ รู้นะว่าคิดอะไร และฉันขอบอกนายตอนนี้ว่าให้ลบความคิดนั้นทิ้งไปซะ”

ผมดักเมื่อโดนแจสเปอร์ขมวดคิ้วใส่ ผมไม่อยากให้แจสเปอร์เกรงใจหรือโทษตัวเองว่าเป็นเพราะเขาผมเลยต้องมาเดือดร้อนด้วย ทั้งที่จริงมันไม่ได้เข้าใกล้คำว่าเดือดร้อนสักนิด ถ้าการอยู่ข้างเขามันเดือดร้อน ผมไม่ให้แจสเปอร์มาอยู่ข้างตัวแบบนี้ตั้งแต่แรกหรอก

“นายรู้ทันฉันตลอดแมท”

“เหมือนกับที่นายรู้ทันฉัน” ผมยิ้ม แจสเปอร์แค่นหัวเราะเล็กน้อย เขาไม่ได้อยากหัวเราะหรอก แค่ทำไปเพราะไม่อยากให้บรรยากาศรอบตัวเราอึดอัด “พวกเราที่รู้ทันกันแบบนี้ก็ยุติธรรมดี นายคิดงั้นไหม?”

“แล้ว...นายอยากเดาไหม ว่าวันนี้ฉันเจออะไรมา”

“ฉันไม่กล้าเดา” ผมยอมรับตามตรง แจสเปอร์โคลงศีรษะ เขาเคาะนิ้วกับโต๊ะ ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น ฝนยังคงตกอยู่ เหมือนฝนในใจของแจสเปอร์ที่กำลังกระหน่ำท่วมความรู้สึกเขา

“แมท”

“อืม ฉันฟังอยู่”

“ตอนที่นายให้คุณซีมอนอุปการะฉัน เขาได้เช็กประวัติฉันมาก่อนแล้วใช่ไหม”

“ใช่” ผมพยักหน้ารับ

“แล้วนายรู้อะไรบ้าง” เขาถาม น้ำเสียงไม่ระบุอารมณ์ ผมจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของแจสเปอร์ “เกี่ยวกับครอบครัวของฉันน่ะ”

“แจสเปอร์”

“ไม่เป็นไร บอกมาเถอะน่า ฉันฟังได้” น้ำเสียงเขาติดรำคาญที่ผมเอาแต่ลังเล “เฮ้ จริงๆ นะ มันไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรมากกว่าเดิมหรอก”

“แม่นายเป็นผู้อพยพ พ่อนายเป็นช่างซ่อมรองเท้า ฝีมือไม่ดีไม่แย่แต่ก็พอมีลูกค้า” ผมสังเกตสีหน้าของแจสเปอร์ เขายังไม่แสดงอาการอะไรนอกจากสบตาผมตรงๆ “เดิมทีพ่อนายก็ติดเหล้าเข้าขั้นหนักอยู่แล้ว เงินที่ได้มาก็ลงกับขวด แต่มันหนักกว่าเดิมเมื่อเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเริ่มทำให้เขาใช้ความรุนแรงกับครอบครัว แม่ทิ้งนายไปตอนอายุสิบสี่ นายอยู่กับพ่อสองคน ไม่ได้เรียน โดนทำร้ายร่างกายหนักกว่าเดิมเกือบทุกวัน”

“อันที่จริง” แจสเปอร์กระแอม มุมปากเขากระตุกเป็นรอยยิ้มแต่แววตากลับว่างเปล่า “ฉันโดนพ่อซ้อม ‘ทุกวัน’ ต่างหากล่ะ”

เขาแก้ไขความเข้าใจผิดให้ผม

“ครึ่งปีหลังจากนั้นพ่อนายหายตัวไป นายถูกส่งตัวให้สถานสงเคราะห์”

“เป็นชีวิตที่เจออะไรๆ มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน นายว่างั้นไหม?” แจสเปอร์ถามผม แต่เขาคงไม่ต้องการคำตอบ เพราะอีกฝ่ายพูดต่อโดยไม่เว้นจังหวะให้ผมออกความเห็น “สิ่งที่นายรู้เกือบถูกทั้งหมดแมท แค่...ในแต่ละเรื่องมันมีรายละเอียดลงลึกมากกว่านั้น เช่น...ฉันเป็นเด็กที่เกิดจากการข่มขืน”

“...” ผมเงียบไปเมื่อแจสเปอร์พูดขึ้นมา

“มันเป็นเรื่องที่แม่เล่าให้ฉันฟัง ไม่เชิงเล่าหรอก แค่...เวลาที่แม่โดนพ่อทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจแต่ไม่สามารถสู้อะไรกลับได้เลยแม่จะเจ็บใจมาก มากจนหยิบเรื่องนี้มาก่นด่าให้ฉันฟังซ้ำๆ ทุกครั้ง ตอกย้ำว่าฉันไม่เคยเป็นที่ต้องการ แม่แค่ต้องการที่ระบายน่ะ...”

“แจสเปอร์…”

“แม่อพยพมาที่ประเทศนั้นคนเดียว เธอทำงานเป็นนักร้องร้านเหล้าใกล้กับร้านซ่อมรองเท้าของพ่อ พ่อถูกใจแม่แต่แม่ไม่เล่นด้วย ใครจะอยากใช้ชีวิตกับพวกไม่มีอนาคตแบบนั้น” ผมไม่อยากให้แจสเปอร์ย้อนกลับไปคิดถึงความทรงจำที่ทำร้ายเขา แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือนิ่งเงียบและฟังเขาเล่า “จนวันนึงก็เกิดเรื่องขึ้น พ่อฉุดแม่ เขาข่มขืนเธอ”

“แจสเปอร์พอเถอะ”

“แม่เกลียดพ่อยิ่งกว่าเดิม เธอจะแจ้งตำรวจแต่โดนพ่อขู่จะทำร้าย แม่ตัวคนเดียวไม่มีใครให้พึ่ง ทั้งระแวง ทั้งกลัวเลยจำเป็นต้องยอม”

“หลังคืนนั้นแม่พยายามป้องกันขั้นต้นไม่ให้ตัวเองท้อง แต่ฉันก็หัวแข็งเกินไป” เขาแค่นหัวเราะ น้ำเสียงแหบห้าวสะดุดไปครู่หนึ่ง แจสเปอร์สูดลมหายใจลึก เขาลูบหน้าตัวเองแรงๆ “กว่าแม่จะรู้ตัวว่ามีฉันก็ผ่านไปสามเดือนแล้ว เธอจะเอาฉันออก แต่พ่อไม่ยอม พ่อคิดว่าถ้ามีฉันไว้จะรั้งแม่ได้ เขาขู่ว่าถ้าแม่เอาฉันออกเขาจะฆ่าเธอ แม่ไม่มีทางเลือกนอกจากเก็บฉันไว้”

“ท้องแม่โตขึ้นทุกวันจนต้องพักงานเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับฉันที่อยู่ในท้อง เงินเก็บแม่ร่อยหรอลง พ่อบังคับให้แม่ย้ายไปอยู่ด้วย แม่จำเป็นต้องไป เธอเลี่ยงไม่ได้”

ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แจสเปอร์ไม่เคยพูดถึง เขาไม่เคยเจาะลึกเรื่องราวชีวิตตัวเองให้ผมฟัง แหงล่ะ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าพูดถึงสักนิด สิ่งที่ผมรู้คือแจสเปอร์เป็นเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่พร้อมจะมีลูกแต่กลับปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้กำเนิดหนึ่งชีวิตขึ้นมา ไม่คิดว่าความจริงมันจะโหดร้ายได้ขนาดนี้

“พอฉันเกิดมา ตั้งแต่จำความได้แม่ก็เย็นชาใส่ฉันตลอด เธอดูแลฉัน ใช่ แต่ก็เป็นเพราะหน้าที่แม่ แม่ไม่ได้รักฉัน พ่อเห็นความจริงข้อนี้ เขารู้แล้วว่าถึงมีฉันก็รั้งแม่ไว้ไม่ได้ เขาหงุดหงิดที่ทำยังไงก็ไม่ได้ใจแม่ พ่อเริ่มทุบตีแม่ทุกครั้งเวลาเมาหรือไม่พอใจ มันหนักขึ้นทุกวัน ฉันเองก็โดนลูกหลงทุกครั้งที่เข้าไปห้าม จนพ่อเริ่มเสพยาทุกอย่างก็ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม หลังจากนั้นก็อย่างที่นายรู้ แม่ทนไม่ไหว เธอหนีไป ทิ้งฉันเอาไว้ พ่อเป็นสติแตกไปเลยล่ะ” แจสเปอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายกมือลูบลำคอตัวเอง ข้างที่มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่าน “และโคตรโชคร้ายเลยที่ฉันหน้าเหมือนแม่”

“พอ ฉันไม่อยากฟังแล้วแจส”

ผมแทรกขึ้น รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้น ผมไม่อยากให้แจสเปอร์ย้อนกลับไปหาความทรงจำแย่ๆ

“เฮ้ ไม่เอาน่าแมท” แจสเปอร์หัวเราะฝืดๆ เขาสบตาผม “นายจะปลอบฉันด้วยคำไหนก็ช่างเถอะ แต่ขออย่างเดียว เก็บสายตาแบบนั้นไปซะ ฉันเห็นแล้วสมเพชตัวเอง ฉันไม่อยากให้ใครมาสงสาร มันทำให้ฉันรู้สึกอ่อนแอ”

“มันไม่ผิดถ้านายจะรู้สึกอ่อนแอ”

“ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยชอบความรู้สึกนั้นเท่าไหร่” เขาส่ายหน้า “อย่างที่นายรู้แมท ฉันพยายามข้ามอดีตพวกนี้ให้ได้ คิดว่าเวลาที่ผ่านมาเป็นสิบๆ ปีจะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น ฉันแก้อดีตไม่ได้ แค่อยากอยู่กับมันโดยไม่ให้มันทำร้ายฉัน ก็เหมือนกับแผลเป็นบนตัว มันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้แต่ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนตอนที่แผลสดใหม่”

“แต่นายก็ยังจำความรู้สึกตอนแผลพวกนั้นเพิ่งเกิดได้”

“ใช่ ฉันจำได้”

“นายไม่มีทางย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองเจ็บแน่ๆ” ผมจ้องหน้าเขานิ่ง พยายามจับความรู้สึกบนใบหน้าเรียบเฉยนั้น “มันต้องมีอะไรสักอย่างกระตุ้นให้นายกลับไปนึกถึงเรื่องพวกนี้ ฉันพูดถูกไหม”

“นายไม่เคยเดาผิดสักอย่าง”

“ใครทำให้นายเป็นแบบนี้” ผมพยายามข่มความไม่พอใจที่ผุดขึ้น ไม่ว่าใครก็ตามไม่มีสิทธิ์ทำให้แจสเปอร์เจ็บปวดอีก แม้กระทั่งผมเองก็ตาม

แจสเปอร์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาบีบมือตัวเองแน่น ไหล่กว้างแข็งเกร็ง ดวงตาคมจ้องเขม็งที่มือตัวเองก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นมา แววตาที่เคยเรียบนิ่งฉายประกายเหนื่อยล้า

“แม่”

“อะไรนะ?”

“แม่…” เขากลืนน้ำลาย เสียงแหบแห้งและแผ่วปลาย “แมท ฉันเจอแม่”

“ที่ไหน” ผมถาม “เจอที่ไหนแจสเปอร์ เธอพูดอะไรกับนาย”

“บ้านของเจสสิก้า...โรส มอร์ริส เธอเป็นแม่เลี้ยงของเจสสิก้า แถมแม่ยังมีลูกใหม่อีกคน เด็กคนนั้นชื่อเจมมี่ เรียนอยู่เกรดเจ็ด”

คำตอบที่ได้รับทำผมเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง เคยได้ยินว่าโลกกลม แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่างนี้ แจสเปอร์แค่นหัวเราะอีกครั้ง

“ครอบครัวใหม่ของแม่โคตรอบอุ่นเลยแมท เจสสิก้ากับเจมมี่ก็โตมาอย่างดี แววตาพวกเขาสดใสซะขนาดนั้น ก่อนแม่จะรู้ว่าฉันเป็นใครเธอยังยิ้มยังหัวเราะในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นอยู่เลย แต่พอเธอรู้...รอยยิ้มแม่ก็หายไป เป็นเพราะฉันแมท เพราะฉันเป็นอดีตที่เธออยากลืมแต่ฉันกลับเดินเข้าไปในชีวิตใหม่ของแม่อีกครั้ง”

“...”

“แม่พูดอะไรกับฉันงั้นเหรอ?” แจสเปอร์ลูบหน้าตัวเอง เขายกมือปิดหน้าไว้ แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงงองุ้มลง เส้นผมทิ้งตัวปรกหน้าผาก แจสเปอร์ดูแย่มาก มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองโดนบีบรัดจนเสียดไปทั้งช่วงอก “เธอบอกฉันว่าตอนนี้ทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว บอกฉันว่าอย่าพังทุกอย่างของแม่ ครอบครัวของแม่ เราไม่ควรกลับมาเจอกันอีก แมท ฉันน่ะ…”

“พอแล้วแจสเปอร์ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ผมลุกจากที่นั่งตรงเข้าไปกอดเขาไว้แน่น แจสเปอร์ซบหน้ากับไหล่ผม ผมได้ยินเสียงเขาถอนหายใจแล้วกอดตอบ

“ไม่ต้องยอมรับกันก็ได้” เสียงแหบห้าวสั่นเครือ ผมกระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว “แค่อย่าไล่กันไม่ได้เหรอแมท ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายใครเพราะฉันรู้ดีว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง”

“ฉันอยู่นี่แจสเปอร์” ผมกดจูบหนักๆ ข้างขมับเขาสลับกับลูบแผ่นหลังอีกฝ่าย “ฉันจะไม่ปลอบนายด้วยคำว่าไม่เป็นไร เพราะมันเป็นแน่ๆ แหงล่ะ เรื่องมันหนักหนาสาหัสกับนายขนาดนี้ แต่แจสเปอร์ นายควรรู้ตัวเอาไว้ว่านายเข้มแข็งมาก มากจนฉันอยากให้นายอ่อนแอแล้วพึ่งพิงฉันบ้าง”

“ฉันกำลังอ่อนแอ” เขาหัวเราะเบาๆ

“จริงหรือเปล่า?”

“อืม” เขาขานรับ จูบไหล่ผม “ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ชะมัด”

“แต่ฉันชอบนาย” ผมแทรกเขาแทบจะทันที “ขอบใจที่นายเกิดมาแจสเปอร์ ไม่ว่าใครจะว่ายังไงแต่การมีตัวตนของนายบนโลกนี้มีความหมายกับฉัน ขอบคุณที่เข้มแข็งมาตลอด ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันดูแลนายบ้าง นายแบกรับทุกอย่างมานานแล้วคนเก่ง”

“เกลียดคำที่นายเรียกฉันชะมัด”

“งั้นเรียกที่รักแทน?”

“ไม่เอาน่า” แจสเปอร์หัวเราะอีกครั้ง คราวนี้เสียงหัวเราะของเขาไม่หดหู่อีกต่อไป “ไม่รู้สึกขนลุกบ้างหรือไง”

“ไม่นี่ นายขนลุกหรือไง?”

“นิดหน่อย”

“งั้นต่อไปจะเรียกบ่อยๆ จะได้ชินดีไหม?” ผมผละตัวออก กวาดสายตามองสีหน้าของแจสเปอร์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม แม้ดวงตาจะฉายแววเหนื่อยล้าจากการร้องไห้ก็ตาม “ที่รัก”

“เอาหน้าออกไปห่างๆ เลย” เขาผลักหน้าผมไปอีกทาง

“ทำไม” ผมแกล้งว่าเสียงยียวน “กลัวฉันเห็นหรือไงว่านายหน้าแดง”

“เพราะหงุดหงิดนาย ไม่ได้เขิน”

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่านายเขิน”

“แมท” แจสเปอร์กดเสียงต่ำ ผมหัวเราะ ยื่นหน้ากดจูบบนริมฝีปากเขาทีนึง “ไม่ต้องมาอ้อน”

“ก็ได้” ผมโคลงหัว “รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”

“ดีกว่าเดิม” เขาพยักหน้า

“แสดงว่ามันยังกวนใจนายอยู่”

“นายทำให้มันหายไปเลยไม่ได้หรอกแมท” เขาสบตาผม ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ความรู้สึกที่ฝังในหัวฉันว่าเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการน่ะ…”

“นายรู้อะไรไหม”

“อะไร?”

“ฉันเองก็เคยมีความคิดแบบนั้น” ผมยักไหล่ “นายก็น่าจะรู้ดีว่าแผนผังครอบครัวฉันยุ่งเหยิงขนาดไหน พ่อกับแม่ที่รักกันแต่ไม่ได้เป็นโซลเมตกัน พ่อต้องแต่งงานกับโซลเมตตัวเอง...น้าเบลแม่ของเซ็บเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ น้องชายฉันกลายเป็นผู้สืบทอดหลัก ส่วนฉันถึงจะเกิดก่อนแต่สิทธิ์และอำนาจก็รองจากเขา ฉันในตอนนั้นเป็นรอสซ์ก็เหมือนไม่เป็น รอสซ์ที่เกิดจากภรรยานอกสมรสน่ะ ไม่สมควรจะถูกเอามาเชิดหน้าชูตาหรอกนะ”

“นิสัยแบบนายไม่ยอมเป็นรองง่ายๆ หรอก” แจสเปอร์เลิกคิ้ว ส่วนผมยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ฉันเป็นรอสซ์ที่ไม่มีใครเห็นหัวหรือต้องการ วิธีแก้มันก็ง่ายนิดเดียว” ผมสบเข้าไปในดวงตาสีเข้มของแจสเปอร์ หวังแม้เพียงเล็กน้อยว่าจะจุดประกายความหวังในตาเขาได้ “ทำให้พวกเขาเห็นว่าตัวเองเข้าใจผิด ตบหน้าพวกเขาด้วยความสำเร็จของตัวเอง พอถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงรู้สึกแบบ ให้ตายสิ ฉันนี่มันโง่จริงๆ ที่ไม่เห็นความสามารถในตัวเด็กคนนี้”

“นายกำลังจะให้ข้อคิดฉันผ่านการชมตัวเอง?”

“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไง”

“เชื่อนายเลยแมท” แจสเปอร์ส่ายหัว มุมปากกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง

“นายแค่อยู่ผิดที่ผิดทางแจสเปอร์ ทำให้แม่นายเห็นสิว่าถึงเธอจะทิ้งนายไปแต่นายไม่ได้เป็นเด็กไร้อนาคตอย่างที่เธอคิด ให้เธอเห็นตัวนายตอนนี้แล้วคิดว่า ให้ตายเถอะ! เด็กที่ฉันทิ้งไปวันนั้นเข้มแข็งกว่าที่คิด เอาให้เธอเสียใจที่ทิ้งนายไปเลย”

“น่าสนใจ แต่ฉันคงไม่ไปให้เธอเห็นหน้าอีกหรอก”

“ถูกของนาย นายไม่จำเป็นต้องมีเธอก็อยู่ได้ เธอไม่ได้เป็นทุกอย่างสำหรับนาย อย่าให้เธอสำคัญตัวผิดไป”

“แล้วถ้าเกิดว่าแม่สำคัญตัวถูกล่ะ ถ้าจริงๆ แล้วสุดท้ายฉันเองก็อยากมีแม่เหมือนคนอื่นๆ?”

“นายก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง” ผมสบตาเขานิ่ง “กับคนที่ไม่เห็นค่าเรา พยายามให้ตายก็เหนื่อยเปล่า นายควรทิ้งความคาดหวังนี้ไปซะ มันยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อถึงจุดนึงที่นายพอกับมันจริงๆ สิ่งที่เคยรู้สึกมากในอดีตก็จะกลายเป็นแค่เรื่องเฉยๆ ในปัจจุบันรวมถึงอนาคต”

“หวังว่าอย่างนั้น”

แจสเปอร์ยักไหล่ เขาเอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลง

“อย่าไล่ตามคนที่ไม่เห็นนายในสายตาแจสเปอร์”

ผมกดจูบลงบนเรียวปากเขา ขบเม้มหยอกเย้าให้อีกฝ่ายคลายกังวล เจ้าหมีโง่เอียงหน้าจูบตอบ เขาวางมือบนท้ายทอยผม ออกแรงกดให้ใบหน้าผมขยับเข้าใกล้และแนบชิดริมฝีปากเราทั้งสองคนมากกว่าเดิม รู้ตัวอีกทีผมก็พบว่าตัวเองปีนมานั่งคร่อมบนหน้าตักของแจสเปอร์เข้าให้แล้ว

“หนัก”

“หยาบคายจังนะ” ผมหัวเราะ ไม่ได้ใส่ใจกับคำบ่นของเขา “ทั้งที่มือนายบีบก้นฉันอยู่แท้ๆ”

“เดี๋ยวนายตกลงไปไง”

“ดีใจชะมัด นายเป็นห่วงฉันขนาดนี้” ผมเบียดตัวเข้าใกล้ แตะปลายนิ้วกับคางเขาเชยขึ้นให้ได้องศาสบตากันชัดๆ ผมหรี่ตาลง มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อแววตาของแจสเปอร์คลายความเศร้าลงแล้ว “เฮ้…”

“ว่าไง”

“ฉันรักนายนะ”

“บอกเนื่องในโอกาสอะไร” เขาขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย ผมส่ายหน้า

“ไม่มีโอกาสอะไร แค่อยากบอก” ผมแค่อยากให้เขารู้ว่าตรงนี้ยังมีผมคนนึงที่พร้อมให้ความรักกับเขา แจสเปอร์สบตาผม ตอนแรกผมคิดว่าเขาจะถามอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ แจสเปอร์แค่ยิ้ม

“เอาเถอะ ยังไงฉันก็ขอบใจนาย” แจสเปอร์เลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นโอบเอวผมไว้แล้วออกแรงกอดจนร่างกายเราทั้งสองแนบชิดกันไปทุกสัดส่วน “ตกใจไหม จู่ๆ เห็นฉันเป็นบ้าแบบนี้”

“โคตรจะตกใจ” ผมยอมรับตามตรง “ตอนได้ยินเสียงนายแบบนั้นฉันแทบจะบ้าให้ได้”

“ขอโทษแล้วกัน ไม่ได้อยากให้นายตกใจ แต่ตอนนั้นมันไม่ไหวจริงๆ”

“จะไหวหรือไม่ไหวฉันก็พร้อมอยู่ข้างนายน่า”

“ทำตัวน่ารัก อยากได้อะไร?”

“อืม…” ผมแสร้งทำเป็นคิด ก่อนยื่นหน้าไปใกล้แล้วคลี่ยิ้ม “จูบอีกสักทีได้ไหมล่ะ?”

แจสเปอร์ไม่ได้ตอบว่าได้หรือไม่ได้ แต่เขาขยับหน้าเข้ามาบดเบียดริมฝีปากตัวเองกับริมฝีปากผม ฝ่ามือเขาตรึงท้ายทอยผมเอาไว้แน่น เราจูบกันด้วยความรู้สึกที่มากขึ้นกว่าเดิม เสียงลมหายใจดังผสานเป็นหนึ่งเดียว แจสเปอร์เก็บเกี่ยวทุกตารางนิ้วบนริมฝีปากผมด้วยสัมผัสของเขา ฟันคมขบกัดสลับกับเรียวลิ้นที่ตวัดเลีย เขาสอดแทรกความอ่อนนุ่มที่ร้อนผ่าวเข้ามาข้างใน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นของผมที่ซุกซนไม่ยอมจำนนกับรสจูบเขา

เสียงเฉอะแฉะดังก้องในโลกที่เงียบสนิท ผมชอบเวลานี้ เวลาที่มีแค่เราสองคนในโลกทั้งใบ

ผมหอบหายใจหนักเมื่อแจสเปอร์ผละริมฝีปากออก เพิ่งรู้ตัวตอนนี้ว่าโดนแย่งชิงลมหายใจไปมากแค่ไหน และก็เพิ่งรู้ตัวอีกเหมือนกันว่าแจสเปอร์ปลดกระดุมเสื้อผมจนหลุดรุ่ยไปหมด

“อื้ม แจส…” ผมครางออกมาเมื่อเจ้าหมีเริ่มหิวกระหายมากกว่าเดิม เขาซุกใบหน้ากับลำคอผม ดูดเม้มขบกัดเบาๆ พอให้จั๊กจี้ ลมหายใจร้อนเป่ารดผิว ผมรู้สึกเหมือนทั้งตัวกำลังละลาย “รอยจะไม่หายสักทีเพราะนายขยันทำมันนี่แหละ”

“งั้นก็ต่ำลงมาหน่อยเป็นไง?”

คล้ายจะถามความคิดเห็นกันแต่ก็ไม่ แจสเปอร์ลดใบหน้าลงต่ำ กดจูบที่หน้าอกผมก่อนครอบครองส่วนที่ชูชันล่อตา

“อะ...อ๊ะ เฮ้ แจส อื้ม!”

ปลายลิ้นอุ่นนุ่มตวัดโลมเลียยอดอกผม แจสเปอร์รัวลิ้นจ้วงแทงมันอย่างไร้ความปรานีสลับกับตวัดปลายลิ้นและดูดกลืนมันเหมือนลูกแมวกำลังดูดนมจากเต้า ผมจิกปลายนิ้วกับไหล่กว้าง ขบฟันแน่น เผลอแอ่นตัวรับสัมผัสด้วยท่วงท่าที่น่าอายสุดๆ

“ฮึ่ม!” เจ้าหมีตัวร้ายครางเสียงต่ำเมื่อผมดันไหล่เขาหนักๆ ให้ผละออก

“พอก่อน ฉัน...อึ่ก!”

“ทำตัวน่าเอาแล้วจะให้ฉันหยุด ฝันไปหรือไง?”




- CUT -

ฉากคัทอ่านได้ในธัญวลัยนะคะ บทความเดียวกับเรื่องคุณผู้มากับสายฝนเลยค่ะ

หรือถ้าเสิร์ชไม่เจอ เข้าไปหาในแท็กทวิตเตอร์ #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ได้ค่ะ เดี๋ยวเราลงลิงก์ไว้ให้



“นายไม่ใส่ถุงยาง”

“งั้นคราวหลังก่อนที่นายคิดจะยั่วฉันก็เตรียมถุงยางไว้ให้หน่อยแล้วกัน”

ผมจิปาก ขยับตัวจะลุกแต่ก็ถูกกดหลังเอาไว้ แวบแรกผมคิดว่าแจสเปอร์จะต่ออีกยก แต่แล้วความคิดนั้นก็ตกไปเมื่อเขาหยิบกระดาษชำระมาเช็ดทำความสะอาดคราบเปื้อนให้ผม แถมยังล้วงเอาน้ำรักที่ค้างอยู่ข้างในออกให้อีกด้วย

“เฮ้...ถ้านาย ยะ ยังขยับนิ้วควานอยู่แบบนั้น ฉันจะแย่เอานะ”

“มีอารมณ์อีกหรือไง” เขาถามเจือเสียงหัวเราะ ผมแค่นเสียงเหอะ

“แหงล่ะ...” ผมรู้ตัวเลยว่าคงจะแอ่นบั้นท้ายให้แจสเปอร์กระแทกอีกครั้งแรงๆ โดยที่เขาไม่ต้องร้องขอสักนิด

“เสร็จแล้ว เลิกโวยวายสักทีน่า”

ผมขยับลุกขึ้น กระชับเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ เผลอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นกระดุมเม็ดนึงขาดออกจากตัวเสื้อ แจสเปอร์นะแจสเปอร์ เสื้อแบรนด์นี้มันแพงนะ!

“นายจะยืนโตงเตงแบบนี้อีกนานไหม ใส่กางเกงซะ”

ผมยักไหล่ คว้าบ็อกเซอร์มาสวมเพียงตัวเดียว

“เดี๋ยวก็ต้องอาบน้ำ” ผมบอกเมื่อเห็นแจสเปอร์เลิกคิ้วใส่ “อาบด้วยกันไหม”

“ยังมีแรงเหลือว่างั้น?”

“อืม...ก็ต้องลองดูนะ” ผมขยิบตายั่ว

“หึ เจ้าจากัวร์ตัวร้าย”

“หมีโง่แถวนี้พอตบะแตกก็ร้ายพอกันนั่นแหละ” ผมก้มลงเก็บกางเกงขึ้นพาดบ่า ทิ้งสายตาและรอยยิ้มยั่วเย้าให้เจ้าของดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง “ว่าไง จะอาบน้ำด้วยกันไหม”

“ปฏิเสธนายได้ที่ไหนล่ะ”

เขาส่ายหัวแล้วเดินมาโอบเอวผมไว้ ผมหัวเราะ เราเดินเคียงกันไปยังห้องน้ำ

“เฮ้ ฉันทำเพื่อนายอยู่นะ”

“อันที่จริง ฉันคิดว่านายทำเพื่อตัวเอง ส่วนฉันเป็นเหยื่อที่หลงนายจนโงหัวไม่ขึ้นมากกว่า”

“มีเซ็กส์ช่วยให้ไม่เครียดนะ” ผมโคลงศีรษะ ตะปบมือของแจสเปอร์ที่เลื่อนต่ำลงมาขย้ำบั้นท้ายผม “ดูสิว่าฉันทำเพื่อนายมากแค่ไหนแจสเปอร์”

“อือฮึ เข้าใจแล้วว่านายทำเพื่อฉันมากแค่ไหน” แจสเปอร์กลอกตา

“เอาน่า เชื่อใจกันหน่อยที่รัก”

“ฉันเคยไม่เชื่อใจนายหรือไง?”

แจสเปอร์ย้อนถาม ผมสบตาเขา กระตุกยิ้มอย่างชอบใจก่อนชะโงกหน้ากดจูบหนักๆ ให้รางวัลอีกฝ่าย

“เด็กดี”

ผมดึงแจสเปอร์กลับมาจากอดีตได้อีกครั้ง และหวังว่าจะไม่มีอะไรหรือใครทำให้เขาเจ็บปวดอีก แจสเปอร์เป็นคนของผม เป็นของรอสซ์ ใครก็ตามที่ทำให้เขาเจ็บปวดผมไม่ปล่อยเอาไว้แน่ ถึงจะเป็นแม่ของแจสเปอร์ก็ตาม

ผมเหยียดยิ้ม สัมผัสได้ว่าแววตาตัวเองเย็นชามากแค่ไหน

ถ้าโรส มอร์ริสทำลายแจสเปอร์ลงอีกครั้ง ผมก็จะไม่ลังเลที่จะทำลายเธอเช่นกัน การกำจัดใครสักคนสำหรับผมง่ายเพียงแค่ดีดนิ้ว ผมไม่ใช่คนดี ไม่เคยเป็น แต่สิ่งที่ผมเป็นคือผู้ชายคนนึงที่พร้อมใช้อำนาจในมือปกป้องคนที่ตัวเองรัก

ก็แค่นั้น :)

-----------------------------

13/03/2019

เข้ามาอีดิทเนื้อหาเพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากเรานับ ทล.อายุตัวละครผิดเลยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาและเพิ่มตัวละครเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา ขอบคุณคุณภาสุรมากค่ะที่ช่วยชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดครั้งนี้ ใครเข้ามาอ่านตอนนี้แล้วงงกับตัวละครและเนื้อหาที่ปรับเปลี่ยนสามารถย้อนกลับไปอ่านตอนก่อนหน้าได้นะคะ เพราะเราแก้ไขบทที่ 12-13 เนื่องจากเนื้อหามันเชื่อมโยงกันค่ะ


-----------------------------

มาอัปดึกมาก พอดีมีเรื่องนิดหน่อยค่ะ ฮ่าาาา บทนี้พูดถึงปูมหลังชีวิตในวัยเด็กของแจสเปอร์นะคะ เขียนไปแล้วก็อยากจับคุณหมีมาโอ๋มากอด ปกติแล้วเราไม่ค่อยได้เขียนโทนเรื่องที่ดราม่าเท่าไหร่ แต่พอลองเขียนดูแล้วคิดว่าท้าทายดีมากเลยค่ะ รู้สึกสนุกไปกับการเขียนอะไรที่ไม่เคยลอง หวังว่าจะชอบกันนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #199 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 17:10
    น้ำตาซึมไปเลยกับตอนนี้ นั่งอ่านอยู่หน้าร้าน กลั้นน้ำตาแทบแย่ สงสารแจสอ่ะ ปัญหาของผู้ใหญ่แท้ๆ ทำไมต้องมาลงที่เด็กที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย แต่ก็อย่างที่แมทบอก แจสต้องยอมรับความจริง มันอาจจะยาก แต่แจสต้องทำได้ // แล้วก็ฉากเอ็นซีอีกแล้ว ชอบมากกก อ่านแล้วฟินมากอ่ะ มันเรียลมากเลยประหนึ่งดูหนังอยู่ มันก็เป็นการปลอบใจกันอย่างหนึ่งอ่ะเนอะ
    #199
    0
  2. #195 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 11:07
    ไม่ว่าจะอ่านซ้ำอีกกี่รอบ ก็ไม่สามารถหยุดเขินได้เลย 😂😂
    #195
    0
  3. #188 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:11
    จากหน่วงๆในใจ เจอวิธีโอ๋ปลอบใจแจสเปอร์ของแมทเข้าไปเปลี่ยนโหมดแทบไม่ทัน คิกค้ากกก สมกับที่ถูกเรียกว่าจากัวร์ตัวร้ายสุดๆเลย ร้ายกาจมากกกกก
    #188
    0
  4. #175 jike2 (@Jike) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:42
    แมทดีมากก งื้ออ
    #175
    0
  5. #174 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:50

    แมทน่ารักกกกกก

    แจสเปอร์สู้เขานะลูก

    โรสน่าสงสารจริงๆแหละ คือก็เข้าใจ แต่ก็สงสารแจสเพราะแจสก็ไม่ได้ผิดที่เกิดมาอ่ะ โดนพูดอย่างนั้นใส่มันแย่มากจริงๆ

    #174
    0
  6. #173 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:28
    เจ้าจากัวร์ตัวร้าย คิคิ
    #173
    0
  7. #171 jc.cj (@galaxy_fanfannn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 12:48
    อยากมีแมทเป็นของตัวเอง.__.
    #171
    0
  8. #170 Bevip Nong Pim (@pimypapa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 01:27
    "ตบหน้าพวกเขาด้วยความสำเร็จของเรา" คมมากค่ะไรท์
    #170
    1
    • 13 มีนาคม 2562 / 02:27
      เราชอบโควทนี้มากค่ะ จียงบิ๊กแบงเคยพูดเอาไว้ แล้วเราก็ใช้แนวคิดนี้มาตลอดตั้งแต่นั้นเลยค่ะ
      #170-1
  9. #169 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 01:17
    คุณหมีดีขึ้นแล้วเนอะ :)
    ตามที่แมทว่านั่นแหละ กับคนที่ไม่เห็นค่าเรา พยายามไปก็เหนื่อยเปล่า.
    #169
    0
  10. #168 PeachyJMl (@vskbn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:48

    แมทคือดียยยยย์

    #168
    0
  11. #167 Ben285-vip (@wannaporn-285) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:41
    มีลางว่าแจสจะได้พังอีกรอบ แล้วคราวนี้แมทจะจัดการยัยแม่!!! //ตอนนี้เขินมากเลยเจ้าค่ะ
    #167
    0