[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,456 Views

  • 201 Comments

  • 800 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    144

    Overall
    7,456

ตอนที่ 12 : Chapter 11 Lips on Lips

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

Chapter 11

Lips on Lips



[Matthew]

สถานการณ์บนโต๊ะอาหารคืนนี้น่าสนใจมากสำหรับผม แม่นั่งอยู่ตรงข้ามพวกเรา หลังตรงคงไว้ซึ่งความสง่า เธอกำลังหั่นสเต็กในจานให้เป็นชิ้นพอดีคำ ในขณะที่ชวนคุยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เป็นคำถามทั่วๆ ไป…

...ที่แฝงความนัยทุกประโยค

“สบายดีกันเหมือนเดิมใช่ไหม?”

“ครับ เหมือนเดิม” ผมยิ้มตอบ แม่ตวัดสายตาขึ้นจากจานสเต็ก ดวงตาคมเฉี่ยวจ้องผม แววตาแม่ซุกซ่อนความนัยบางอย่างไว้ ริมฝีปากที่ทาเคลือบด้วยลิปติกสีแดงเข้มยิ้มรับ

“แม่นึกว่าไม่เหมือนเดิมซะอีก”

“เช่นอะไรครับ” ผมยังคงยิ้มรับ สบตาแม่ไม่ละไปไหน อยากรู้ว่าเธอกำลังจะเล่นเกมอะไร

“เช่นรอยแดงที่คอลูกล่ะมั้งแมท”

กึก!

เสียงใบมีดกดกระทบจานดังขึ้นจากคนข้างตัวผม แจสเปอร์กระแอม เขาวางมีดสีเงินลง แก้วน้ำถูกยกขึ้นดื่ม จบด้วยการหยิบกระดาษซับมุมปาก ผมอยากหัวเราะกับท่าทางของคุณหมีขี้โมโห ถ้าไม่ติดว่าแม่รอคำตอบจากผมอยู่

“ยุงที่นี่เยอะ แม่ว่าไหม?”

“คงเป็นยุงที่ตัวใหญ่น่าดู” แม่พยักหน้ารับ ผมเห็นเธอเหลือบมองแจสเปอร์และยิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่แม่มักใช้เวลาต้องการเชือดคอหรือกดดันใคราสักคน “หรือเธอว่ายังไงแจสเปอร์ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องยุงของที่นี่เท่าไหร่”

“ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้งครับ”

“เธอไม่มีความเห็นอื่นเหรอ น่าเสียดาย ฉันอยากรู้มุมมองเธอสักหน่อย”

แม่สบตาแจสเปอร์ ริมฝีปากแต้มรอยยิ้ม ผมเหลือบมองคุณหมีขี้โมโห สีหน้าเขาเรียบนิ่ง สบตาแม่ผมตรงๆ ไม่หลบ แจสเปอร์วางมีดหั่นสเต็กลง ผมได้ยินเสียงมันกระทบกับจานดังกริก เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“ถ้าคุณมาเรียอยากรู้ ผมเดาว่ายุงคงชอบอะไรหวานๆ” ดวงตาคมกริบตวัดมาทางผม แจสเปอร์หรี่ตาลง “บางทีนายอาจจะหวานทั้งตัวละมั้งแมทยุงถึงชอบกัดนายแบบนี้”

“โอ้ ว้าว :)”

ผมร้องออกมา นี่มันสนุกชะมัด ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผมรู้สึกถึงความร้อนที่สูบฉีดขึ้นใบหน้า แม่หรี่ตาลงเล็กน้อย มองสลับผมและแจสเปอร์ ผมยังคงยิ้ม ส่วนหมีขี้โมโหทำเป็นไม่สนใจแล้วจิ้มสเต็กเข้าปากก่อนจิบเครื่องดื่มอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“แมท…” แม่เรียกผมเสียงหวาน รอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก แต่สายตาทิ่มแทงจนผมตัวพรุน “ยุงมากัดลูกเอง หรือลูกเป็นคนเสนอตัวให้ยุงมันกินหืม?”

“ผมว่าผมก็อยู่เฉยๆ”

“แมท” คราวนี้แจสเปอร์เรียกชื่อผม “อย่าโยนความผิดให้ยุง”

“โอเคๆ” ผมยกสองมือยอมแพ้ทั้งที่ยังถือมีดและส้อมอยู่ “ผมเสนอตัวให้ยุงมันกินเอง พอใจทุกคนหรือยัง”

“แสดงว่าคบกันแล้ว?” แม่เลิกคิ้ว

“เราไม่คุยเรื่องยุงกันแล้วเหรอครับ?”

“ฉันรู้ว่านายกำลังสนุก แต่พอสักทีน่าแมท” แจสเปอร์ส่ายหัว

“เป็นหมีขี้โมโหสมชื่อเลยนะ” ผมหัวเราะ หันกลับไปสบตาแม่แล้วพยักหน้ารับ “ครับ ผมกับแจสเปอร์คบกันแล้ว”

“คิดจะบอกแม่ตอนไหน”

“ก็วันนี้” ผมยักไหล่ “แต่แม่เปิดประเด็นก่อน ผมก็โอเคนะ”

แม่จ้องผม บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเปลี่ยนไปเมื่อถูกความเงียบครอบงำ มันหนักอึ้ง แต่ผมไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร ผมอายุจะเข้าเลขสามแล้ว เลยวัยที่แม่จะหวงหรือเข้ามากีดกันความสัมพันธ์ที่ผมเลือกเอง อืม...แม้ก่อนหน้านี้แม่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แจสเปอร์ไม่ตกลงใจกับผมสักทีก็ตาม

แต่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ผมเลยตีสีหน้าขรึมลง ขมวดคิ้วน้อยๆ ให้เหมือนมีเรื่องคิดในหัว แม้ความจริงแล้วผมกำลังนับถอยหลังให้แม่เริ่มเอ่ยปากพูดก่อนก็ตาม

ผมค่อนข้างสบายใจในระดับนึง แต่แจสเปอร์คงไม่คิดอย่างนั้น

เขาวางมือทาบมือซ้ายผม บีบกระชับเบาๆ เกลี่ยปลายนิ้วโป้งบนหลังมือ เมื่อผมหันไปก็พบกับดวงตาสีเข้มที่แฝงความเป็นห่วงเอาไว้

ผมยิ้ม ตอบรับความห่วงใยเขาผ่านสายตา ความรู้สึกของแจสเปอร์โอบล้อมตัวผมไว้ สร้างเป็นโลกอีกใบที่มีเพียงเราสองคน กระทั่งเสียงแม่ดังขึ้น กระเทาะเปลือกโลกบางๆ ของผมจนพังทลายลง

“คิดดีแล้วใช่ไหมแจสเปอร์”

“ผมคิดดีแล้ว” เสียงเขามั่นคงไม่สั่นไหว “อันที่จริง ผมใช้เวลาคิดมานานมากแล้วด้วยซ้ำ”

“เธอข้ามสิ่งที่อยู่ในใจได้แล้ว?”

“ยังไม่เท่าที่คุณต้องการ” แจสเปอร์บีบมือผม เขาหันมาสบตา ริมฝีปากขยับตอบแม่โดยที่สายตาเราไม่ละจากกัน “อาจยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่าแมทจะทำให้ผมผ่านไปได้...ให้เห็นค่าในตัวเอง เหมือนที่เขาเห็นค่าในตัวผม คุณไม่ต้องกังวลว่าผมที่ในใจไม่สมบูรณ์แบบจะรักเขาได้ไม่เต็มที่หรือทำให้เขารู้สึกเสียใจ เพราะสิ่งนึงที่ผมจะไม่มีวันทำคือทำให้แมทเสียใจครับ”

“แม่ครับ มันจะไปได้ดี เชื่อผมสิ” ผมหัวเราะ ผ่อนคลายบรรยากาศที่หนักอึ้ง สบตาแม่ที่มีร่องรอยความกังวลแฝงอยู่ “ผมรักเขา รักแจสเปอร์ที่เป็นแบบนี้ เขาไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นตัวเขาอย่างที่เป็นในตอนนี้ก็พอ”

“แม่อยากให้เขารักตัวเอง เห็นค่าในตัวเองก่อนจะไปรักลูก” แม่ถอนหายใจ “แม่อาจคิดมากไปว่าคนที่ไม่รักตัวเองจะมอบความรักให้คนอื่นได้ยังไง แม่กลัวลูกจะเสียใจแมท เรื่องเล็กๆ ที่เรามองข้ามมักนำไปสู่เรื่องใหญ่ยากแก้ไขเสมอ”

“เราเลยต้องแก้มันไปด้วยกันไงครับ”

“แมท…”

“ผมกับเขา” ผมหันไปสบตาแจสเปอร์ เขายังรักษาท่าทางเรียบนิ่งเอาไว้ แม้แววตาจะเจือความกังวล “ไม่ใช่แค่แจสเปอร์ที่ต้องพยายามเพื่อผม แต่ผมเองก็ควรอยู่ข้างเขา คอยช่วยจับมือเขาให้ก้าวผ่านสิ่งที่อยู่ในใจไม่ใช่เหรอครับ เราจะมีกันและกันไปทำไมถ้าไม่ช่วยเติมเต็มกัน”

“ขอบใจ แมท…”

แจสเปอร์ยิ้มออกมา ผมพลิกเป็นฝ่ายกุมมือเขาเอาไว้ บีบแน่น

“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นจูบหวานๆ ให้ฉันแทนได้ไหม”

“แมท…” แม่กดเสียงเรียก ผมหันมองเธอ อีกฝ่ายตีหน้าดุ “แม่ยังอยู่ตรงนี้นะ”

“ครับ ผมรู้”

“งั้นก็น่าจะรู้ว่าควรเกรงใจกันบ้าง”

“ทำยังไงดี ผมเป็นพวกชอบเปิดเผยซะด้วย”

“เฮ้ ไม่เอาน่า” แจสเปอร์ปราม เขากดเสียงเข้ม “เล่นให้น้อยๆ หน่อยแมท”

“อย่าดุกันน่าที่รัก”

“แมท…”

“เฮ้ ทำไมทุกคนชอบเรียกชื่อฉันกันจังเลย”

หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของแม่และแจสเปอร์พร้อมกัน แม่ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบก่อนวางลง เธอสบตาผมอยู่ครู่หนึ่ง

“แม่เคยคุยเรื่องนี้กับแจสเปอร์เมื่อปีที่แล้ว” แม่เริ่มเล่า ผมเงียบ รอฟังสิ่งที่ตัวเองคาดการณ์ไว้ “เราต่างก็รู้ว่าเขาเป็นยังไง แม่ไม่ได้อยากแทรกแซง แต่ก็นั่นแหละ แม่ห่วงลูกและอดเข้ามายุ่งไม่ได้ ที่แจสเปอร์ไม่ตกลงรับความรู้สึกลูกสักทีเป็นเพราะแม่บอกเขาให้เคลียร์ตัวเองให้ได้ก่อนรักลูก แม่อยากให้ความสัมพันธ์ของลูกและแจสเปอร์ไปต่ออย่างไม่มีอะไรค้างคาในใจ แม่คิดแทนลูกแมท คิดว่าลูกจะรู้สึกไม่ดีถ้าแจสเปอร์ยังเป็นแบบนี้”

“ผมเข้าใจแม่ ขอบคุณครับ”

“ผมก็จะพยายาม” แจสเปอร์พูดต่อ “เรื่องในอดีตสร้างแผลให้ความรู้สึกและมุมมองของผมในการใช้ชีวิต ผมยอมรับว่ามันแก้ไม่ได้ง่ายๆ แต่สักวันผมจะผ่านไปให้ได้ ผมจะไม่ทำให้แมทเสียใจหรือรู้สึกไม่ดีที่มารักคนอย่างผม”

“คนอย่างนายสมควรได้รับความรัก” ผมยิ้มให้เขา ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “นายต้องการมากเท่าไหร่ ฉันให้ได้มากกว่าที่นายต้องการ”

แจสเปอร์ไม่ได้ตอบผม เขาทำเพียงหัวเราะเบาๆ แล้วหันกลับไปสบตาแม่

“ไว้ใจให้ผมอยู่ข้างแมทนะครับคุณมาเรีย”

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าฉันยังขัดขวางคงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ร้ายกาจน่าดู” แม่หัวเราะ เธอส่ายหัว สบตาผมและแจสเปอร์ก่อนพยักหน้า “พวกเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม่เคารพการตัดสินใจครั้งนี้ หวังว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอจะราบรื่นเป็นไปด้วยดี”

“ขอบคุณครับแม่”

“ขอบคุณครับคุณมาเรีย”

ผมและแจสเปอร์พูดขึ้นพร้อมกัน แม่ยิ้ม ในแววตาคลายความกังวลลงจนเกือบจางหายไป แต่ผมรู้ว่าแม่ยังกังวลอยู่ลึกๆ เธอไม่สามารถทิ้งมันไปได้ในทันที แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

มื้อค่ำดำเนินต่อไป บรรยากาศกลับสู่ความปกติอีกครั้ง


แม่กลับไปนานแล้ว เธอจะอยู่ช้อปต่ออีกสองสามวันถึงบินกลับ ผมเลยจองคิวแม่ไว้หนึ่งวันสำหรับทำตัวเป็นลูกชายที่ดีพาแม่เที่ยวและช้อปให้หนำใจ

ผมขยี้ผ้าเช็ดตัวกับเส้นผมที่เปียกชื้น กระชับเสื้อคลุมอาบน้ำให้เข้าที่เข้าทางขณะเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ยังไม่ทันได้เปิดหยิบชุดนอน ในหัวก็มีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาซะก่อนเมื่อเห็นเงาสะท้อนตัวเองกับกระจกที่ติดอยู่หน้าประตูตู้เสื้อผ้า ผมอมยิ้ม มองสภาพตัวเองที่สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำกับเส้นผมเปียกหมาดๆ

สภาพแบบนี้พอจะล่อให้หมีโง่ตบะแตกไหมนะ?

ผมหลุดหัวเราะกับความคิดตัวเองก่อนเดินออกจากห้อง ตรงไปยังห้องนอนของแจสเปอร์ เคาะประตูห้องไม่กี่ทีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมา

ประตูเปิดออก ผมเห็นคิ้วแจสเปอร์ที่ขมวดมุ่นเป็นอย่างแรก

“มีอะไรแมท?”

“ขอเข้าไปหน่อยสิ” ผมแทรกตัวเข้าไปในห้องเขาโดยไม่รอคำอนุญาต ถือคติว่านี่บ้านผม ผมมีสิทธิ์ ฟังดูนิสัยไม่ดีแต่ก็...อืม ผมก็นิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ :)

“แมท ฉันยังไม่อนุญาต” แจสเปอร์บ่นไล่หลัง “แล้วทำไมไม่แต่งตัวให้มันดีๆ สวมแค่เสื้อคลุมเดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก”

“เฮ้ นอกจากเป็นหมีโง่ หมีขี้โมโห นี่นายจะเป็นหมีขี้บ่นอีกอย่างด้วยใช่ไหม?”

“แมท…”

“โอเคๆ” ผมยกสองมือยอมแพ้ในขณะทิ้งตัวนั่งบนเตียงเขา ส่งยิ้มหวานๆ ไปเอาใจคนหน้าดุที่ยืนกอดอกจ้องผมเขม็ง “กำลังจะแต่งตัว แต่คิดถึงนายซะก่อนเลยมาหา”

“งั้นเห็นหน้าฉันแล้วก็กลับไปแต่งตัวแล้วนอนซะแมท”

“เฮ้แจส” ผมเรียกชื่อเล่นเขา หัวเราะเมื่ออีกฝ่ายขมวดคิ้ว แจสเปอร์ไม่ชอบให้เรียกชื่อเล่นเท่าไหร่ “น้ำผึ้งอยู่ตรงหน้า นายอย่าโง่ผลักไสมันไปที่อื่นสิ”

“นายไม่ควรเปรียบตัวเองเป็นน้ำผึ้งทั้งที่รู้แก่ใจว่าเป็นยาพิษ”

“พูดเกินไปหน่อยไหมเนี่ย”

“เฮ้อ…” แจสเปอร์ถอนใจ เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนออกมาชุดหนึ่งโยนใส่ผมที่ยกมือรับได้พอดีก่อนมันจะตกคลุมหัว “ถ้าขี้เกียจกลับห้องนักก็เอาชุดฉันไปใส่”

“ใจดีจังเลย”

“ถ้าอยากให้ฉันใจดีกว่านี้ก็อย่าดื้อนัก”

“อยากเรียกร้องความสนใจจากนายไง”

“ฉันสนใจนายน้อยเกินไป?”

“อืม…” ผมแกล้งทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนยิ้มตาวาว “ก็ใช่ ฉันอยากได้มากกว่านี้”

“จากัวร์ตัวนี้นี่โลภจังนะ”

“ใส่เสื้อให้หน่อย” ผมสบตาเขา ริมฝีปากคลี่ยิ้มหวาน เท้ามือกับเตียง ตวัดขานั่งไขว่ห้าง ชายเสื้อคลุมขยับแยกออกจากกันเล็กน้อย ถ้าจะให้พูดกันตามตรงคือผมจงใจ

“ใส่เองไม่เป็นหรือไง”

“อยากให้นายใส่ให้” ผมไม่สะเทือนกับแววตาดุๆ ของแจสเปอร์ เขารู้ว่าผมกำลังหาเรื่องสนุกทำและต้องการปรามทางสายตา แต่ขอเถอะ อย่างกับว่าผมกลัวเขานักล่ะ “หรือไม่กล้า?”

“นายก็รู้ใช่ไหมแมทว่าฉันไม่หลงกลมุกยั่วยุท้าทายห่วยๆ แบบนี้”

“แย่จัง งั้นฉันควรทำยังไงดีล่ะ?”

“อยู่เฉยๆ เถอะนายน่ะ” แจสเปอร์กลอกตา เขาเสยผมตัวเอง ถอนหายใจออกมาอีกครั้งและคว้าชุดนอนตัวเองไปจากมือผม “ถอดเสื้อคลุมออกสิ”

“ชอบน้ำเสียงนายตอนสั่งให้ฉันถอดจริงๆ”

ผมแกล้งเย้าเขาเล่นก่อนได้รับสายตาอ่อนอกอ่อนใจกลับคืนมา แจสเปอร์เป็นหมีขี้โมโห ผมเลยชอบแกล้งเขาเพื่อเฝ้าดูปฏิกิริยาตอบโต้ของอีกฝ่าย มันน่าสนใจมากทีเดียวเวลาสีหน้าของแจสเปอร์แสดงอารมณ์หลากหลายกว่าหน้านิ่งๆ เบื่อโลกอย่างนั้น

แจสเปอร์มองผม เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเมื่อไหร่จะเริ่มถอด นอกจากเป็นหมีขี้โมโหแล้วก็เป็นหมีใจร้อนด้วยอีกอย่าง ผมหัวเราะ ค่อยๆ กระตุกคลายปมแถบผ้าผูกเอว สายตามองสบกับแจสเปอร์ ตรึงเขาเอาไว้ไม่ให้ละหนีไปไหน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ผมปล่อยให้มันร่วงหลุดจากไหล่ ตกลงกองกับเตียง เปิดเผยเนื้อตัวอย่างไม่ปิดบัง

“เสียดายไหมที่ฉันใส่บ็อกเซอร์ไว้ข้างใน” ผมแกล้งถามเมื่อดวงตาคมหลุบมองส่วนกลางตัวของผมซึ่งถูกสวมทับด้วยบ็อกเซอร์แนบเนื้อสีดำสนิท “หรือนายคิดว่าฉันมาแบบมีแค่เสื้อคลุมตัวเดียวจริงๆ”

แววตาแจสเปอร์วาววาบ เขาหรี่ตาลง ไม่พูดไม่จาแต่เดินมาทรุดตัวตรงหน้าผม กางเกงนอนถูกหยิบมาเป็นสิ่งแรก แจสเปอร์เงยหน้า เราสบตากัน เสียงเข้มออกคำสั่งสั้นๆ

“ยกขาหน่อย”

ผมยกขาตามคำขอ สอดปลายเท้าเข้าไปในกางเกงด้วยท่วงท่าเชื่องช้า แอบขยับขาแยกออกกว้างกว่าที่ควร เน้นย้ำให้เขาเห็นสัดส่วนร่างกายกึ่งเปลือยของผม หมีโง่พยายามไม่มองแต่ผมก็เห็นเขาปรายตามองตรงนั้นของผมเป็นระยะ ผมขยับสะโพกเมื่อแจสเปอร์ดึงขอบกางเกงขึ้นมาที่เอว ปลายนิ้วเขาปัดผ่านผิวเนื้อบริเวณนั้นทิ้งสัมผัสร้อนผ่าวจนผมขนลุกซู่ ดวงตาสีเข้มตวัดขึ้นสบ ผมเห็นความร้ายกาจที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน

เสื้อนอนถูกหยิบขึ้นเป็นอย่างต่อมา แจสเปอร์ขยับตัวลุก เขาตวัดเสื้ออ้อมหลังผม ใบหน้าผมอยู่ในระดับเดียวกับหน้าท้องเขา มันทำให้ผมนึกถึงเมื่อคืนที่เรามีเซ็กส์กัน และกล้ามหน้าท้องของแจสเปอร์ก็โคตรน่ากัดให้เป็นรอย

เราอยู่ใกล้กันกว่าเดิมเมื่อแจสเปอร์ทิ้งตัวนั่งบนเตียงข้างกัน ผมหันหน้าหาเขา สอดมือเข้าแขนเสื้อก่อนอีกฝ่ายจะเริ่มติดกระดุมให้ ไล่ตั้งแต่เม็ดสุดท้ายขึ้นมาเม็ดบนสุด

ผมค้นพบว่าเจ้าหมีโง่ร้ายกาจกว่าที่คิดเมื่อปลายนิ้วเขาปัดผ่านจุดอ่อนไหวผมบนแผ่นอกซะหลายรอบจนไม่คิดว่าเป็นความบังเอิญ กระทั่งติดเสร็จแล้วก็ยังอ้อยอิ่งอยู่อย่างนั้น

“หมีโง่” ผมเรียกเขา

“หืม” แจสเปอร์ขานรับ ปลายนิ้วโป้งกดคลึงยอดอกผมผ่านเนื้อผ้า ดวงตาสีเข้มตวัดขึ้นสบ ผมเห็นประกายในดวงตาคู่นั้น ดวงตาสีดำสนิทที่เปล่งประกายแพรวพราว “ว่าไงคุณจากัวร์ตัวดี”

“นายกำลังกระตุ้นอารมณ์ฉันอยู่นะ”

“เหมือนที่นายยั่วฉันก่อนหน้านี้ไง”

เขาวางมืออีกข้างบนหน้าขาผม ลูบไล้ฟอนเฟ้นไปมาและลากสูงขึ้น ปลายจมูกโด่งซุกเข้ากับซอกคอผม สูดดมและขยับปากกดจูบผิวเนื้อบริเวณนั้น เม้มเบาๆ พอให้ผมรู้สึกกระสับกระส่ายทว่าไม่สร้างรอยใดๆ เพิ่มเติม

“แล้ว…” ผมลากเสียง หลุดครางแผ่วเบาเมื่อปลายนิ้วแจสเปอร์กดขยี้เบาๆ ที่แผ่นอกทิ้งท้ายก่อนผละออก “จะต่อไหมล่ะ”

“ทำแบบนั้นคงสมใจนาย” เขาขบเม้มติ่งหูผม เป่าลมร้อนใส่คล้ายจะแกล้งกัน

“นายไม่อยากให้ฉันสมใจเหรอ”

ผมกระซิบเสียงพร่า เราสบตากัน ก่อนแจสเปอร์จะคลี่ยิ้มส่งมา

“ไม่”

แล้วเขาก็ผละออกไป ทิ้งผมให้ค้างเติ้งกับห้วงอารมณ์ที่อีกฝ่ายแกล้งปลุกปั่น ผมกัดริมฝีปาก หรี่ตาจ้องแผ่นหลังกว้างที่เดินไปเปิดโทรทัศน์ก่อนกลับมาทิ้งตัวนั่งเหยียดยาวพิงพนักเตียงอย่างสบายอารมณ์

“เฮ้!”

“ไม่เอาน่าแมท” แจสเปอร์ออกปากเมื่อผมโถมตัวทับเขาแรงๆ “นายกำลังจะทำให้ฉันจุกตายนะ”

“ทำไมเป็นหมีนิสัยไม่ดีแบบนี้กันฮะ?!”

“พูดอย่างกับนายนิสัยดีนักงั้นแหละ” เขาแค่นเสียง ตวัดมือรวบเอวผมเอาไว้แล้วกอดแน่นไม่ให้ผมขยับร่างกายทำร้ายเขาไปมากกว่านี้ “อยู่นิ่งๆ”

“ฉันไม่รับคำสั่งจากนาย”

“แน่ใจ?”

“นายสิต้องรับคำสั่งจากฉัน” ผมขยับตัวให้ใบหน้าเราอยู่ในระดับเดียวกัน แจาเปอร์ละสายตาจากหน้าจอทีวีมาสบตาผม เขาเลิกคิ้วขึ้น “เพราะฉันเป็นพระเจ้าของนาย”

“ชักอยากกบฏซะแล้วสิ มีพระเจ้าเอาแต่ใจแบบนี้”

“แจสเปอร์ แจสเปอร์” ผมกดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากเขาตามจำนวนครั้งที่เรียกอีกฝ่าย หมีโง่ไม่หลบเลี่ยงหนี แถมยังจูบตอบให้ผมอมยิ้มอย่างชอบใจ “ถ้านายกบฏฉันจะตามล่านาย”

“เจ้าคิดเจ้าแค้นเกินไปหน่อยหรือเปล่า”

“รักมากก็แค้นมากเป็นธรรมดา”

“ตามล่าฉันเสร็จแล้วยังไงต่อ” เขาถาม แววตาเป็นประกายคล้ายกำลังสนุก มือที่โอบเอวผมคลายแรงออกเปลี่ยนเป็นลูบช่วงเอวผมไปมาเบาๆ แทน

“จับนายมาขังไว้” ผมยักไหล่ “ขังไว้ในโลกของฉัน เป็นสมบัติของรอสซ์”

“ทำอย่างกับตอนนี้ไม่ได้ขัง”

“ฉันยังให้อิสระนายอยู่ ว่ากันตามตรง”

“อือฮึ”

“แจสเปอร์” ผมเรียกเขาอีกครั้ง ขยับตัวพลิกนั่งข้างกันแล้วหันมองเขา แจสเปอร์หันมา ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้ม “จริงจังเลย ฉันโคตรรักนาย ที่บอกว่าถ้านายหนีฉันไปฉันจะตามล่านาย ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ”

“ฉันรู้” แจสเปอร์ยิ้ม “ฉันอยู่กับนายมาทั้งชีวิต คิดว่าจะไม่รู้นิสัยของนายหรือไง”

“อย่าทิ้งฉันไปเข้าใจไหมหมีโง่”

“บอกแล้วไง” เขากดจูบบนหน้าผากผมแล้วผละออก ดวงตาสีเข้มฉายประกายจริงจัง “ฉันเป็นคนของรอสซ์ เป็นคนของนาย”

“ทำให้มั่นใจมากกว่านี้อีกสิ” ผมร้องขอ

“เอาแต่ใจ”

เขาบ่น แต่ก็ประคองใบหน้าผมไว้แล้วกดจูบลงมา ผมหลับตาลง ยามที่ริมฝีปากสัมผัสกัน ความรู้สึกเราหลอมเป็นหนึ่ง ผมรักรสจูบเขา รักเวลาที่ใบหน้าและผิวเนื้อริมฝีปากเราแนบชิดกัน เมื่อเรียวลิ้นสอดประสาน แลกเปลี่ยนความชุ่มชื้น ผมโอบกอดร่างกายของแจสเปอร์ไว้แน่น เอียงหน้าให้สัมผัสแนบชิดขึ้นกว่าเดิม

ความรู้สึกของแจสเปอร์ส่งถึงผมผ่านริมฝีปากที่ขยับไหว เขาที่กำลังสัมผัสผมแบบนี้ ไม่มีทางเลยที่ความรู้สึกจะเป็นอื่น และเมื่อผมลืมตา มองจ้องเข้าไปในดวงตาเขาที่สวยงามยิ่งกว่าห้วงอวกาศสีเข้ม แววตาแจสเปอร์ก็ไม่โกหกผมเช่นกัน

สายตาของเราทั้งคู่อัดแน่นด้วยความรัก

ผมเคลื่อนมือลงจากไหล่กว้าง วางทาบกับอกข้างซ้ายของแจสเปอร์ สัมผัสหัวใจเขาที่เต้นถี่ มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของผม ราวกับร่างกายเราเชื่อมกัน สายสัมพันธ์บางอย่างแม้มองไม่เห็นแต่กลับสัมผัสได้

“แมท”

“อืม” ผมครางรับเสียงเรียก เอียงใบหน้ากดจูบบนปลายคางของแจสเปอร์ ตอหนวดสากครูดกับริมฝีปากผม มันให้ความรู้สึกไม่เลว “ว่าไงครับคุณหมีขี้โมโหของผม”

“ที่นายถามฉันว่าต้องการความรักจากนายมากเท่าไหร่”

“อาฮะ นายต้องการเท่าไหร่ล่ะ” ผมยิ้ม อารมณ์ดีเมื่อได้รับสัมผัสจากคนที่ตัวเองรัก “ฉันให้นายได้มากกว่าที่นายต้องการ บอกแล้วไง แค่นายขอมา”

“ตลอดไป”

“หืม?”

“ต้องการให้นายรักฉันตลอดไป” เสียงทุ้มแหบพร่ายามกระซิบชิดใบหู แจสเปอร์โอบกอดผมเอาไว้ เขาซุกใบหน้าลงบนไหล่ผม กดจูบหัวไหล่ผ่านเนื้อผ้า ทิ้งสัมผัสร้อนผะแผ่วเจือจาง “คำขอของฉันมากเกินไปไหม?”

“ตลอดไป” ผมทวนคำ หัวเราะออกมา “นายหมายถึงตลอดชีวิต?”

“ดูผูกมัดเกินไปหรือเปล่าล่ะ”

“ฉันชอบให้นายผูกมัด”

“แล้วคำตอบ?”

“ตลอดชีวิต ฉันชอบคำนี้” ผมยิ้ม ลูบหลังคนที่กอดผมเอาไว้แน่น แจสเปอร์ภายนอกแข็งแกร่งแต่ภายในกลับอ่อนไหว ผมคิดว่าเขาเหมือนดอกกุหลาบ หนามแหลมคือความแข็งกร้าว มันปกป้องตัวตนกุหลาบที่บอบบาง “ได้สิแจสเปอร์ ฉันจะรักนายไปตลอดชีวิตของฉัน”

“สัญญา?”

“สัญญา”

ผมยิ้มรับ ให้คำสัญญาโดยไม่เสียเวลาคิด ไม่จำเป็นต้องคิดอีกต่อไป ผมใช้เวลาคิดเรื่องของเรามานานเกินพอ ผ่านมาทุกความรู้สึกตั้งแต่สับสนในตัวเอง สับสนในความสัมพันธ์และสถานะของแจสเปอร์ที่อยากให้อยู่ข้างตัวผม กระทั่งทุกอย่างแจ่มชัดว่าผมต้องการเขามากจริงๆ และไม่อาจปล่อยผ่านได้ก็เกือบสายเกิน ผมเกือบเสียแจสเปอร์ไป

เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมามีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปรวมถึงความรู้สึกของผม เมื่อก่อนผมให้คำนิยามโซลเมตว่าเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นบัดดี้ที่รู้ใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไป โซลเมตสำหรับผมคือโซลเมต คู่ชีวิตที่จะไม่ยอมปล่อยมือเขาให้ใครเด็ดขาด!

“ขอบใจแมท” แจสเปอร์ยิ้มรับ ผมได้ทีเลยรีบอ้อน

“งั้น...คืนนี้ฉันนอนด้วยนะ”

“อยากได้คำตอบแบบไหน?”

“คำตกลง”

“อืม…” เขาลากเสียง ฉุดผมลงนอนแล้วพาดมือบนเอวดึงเข้าไปกอด ใบหน้าแจสเปอร์ขยับเข้าใกล้ กดจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากผมอีกครั้ง “ก็ได้ ตกลง”

ถ้าถามผมว่าแจสเปอร์ใจดีแค่ไหน

ก็คงมากพอจะบ่นทุกครั้งแต่ก็ตามใจผมทุกรอบนั่นแหละ

---------------------

พาคุณแมทกับคุณหมีขี้โมโหมาเสิร์ฟแล้วค่า แงงง ช่วงนี้งานเยอะมากเลย เลยเขียนได้วันละหน้าสองหน้า จริงๆ เขียนตอนนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่ต้องตบให้เข้าที่เข้าทางกับปรับสำนวน เราเลยมาอัปให้วันนี้แทนค่ะ มาเรื่อยๆ เรียงๆ แต่จะไปให้จบนะคะ เราอยากรับผิดชอบกับงานของตัวเองให้ถึงที่สุดค่ะ

กับคุณแม่ก็เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ไฟเขียวสามผ่าน แม้ว่ายังจะมีห่วงอยู่บ้างแต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี หวังว่าแมทธิวจะเยียวยาแจสเปอร์ให้ข้ามผ่านแผลใจในอดีตได้นะคะ มาเอาใจช่วยพวกเขากันค่ะ

แล้วเจอกันตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #197 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:40
    อันนี้คือตอนจบแล้วใช่ไหม อะไรจะแฮปปี้ขนาดนั้น 555 รักกันมากเกินไปอ่ะ ใจละลายหมดละ
    #197
    0
  2. #151 jc.cj (@galaxy_fanfannn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    ผ่านคุณแม่ไปได้แล้ว หวานขึ้นเยอะๆเลยนะเจ้าหมี อยากเห็นแมทแล้ว
    #151
    0
  3. #148 JSantaRedHat (@JSantaRedHat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:05
    งื้อออออ ละมุนมากกกกกก
    #148
    0
  4. #147 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:38

    รักพวกเขาจังเลยค่ะ คุณแม่น่ารักกกก

    ละมุนๆกันแบบเซ็กซี่555555

    #147
    0
  5. #146 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:24
    คุณมาเรียให้ผ่านแล้ว เย้~~ ขยับไปอีกขั้น แล้วก็ค่อยๆหวานกันมากขึ้นถึงคุณหมีเค้าจะบ่นแต่ก็ยอมตามใจตลอดเลยเนอะ ^^
    #146
    0
  6. #145 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:40
    จุดพลุฉลอง!! ปุงๆ 🎉🎊🎉🎊🎉🎊
    #145
    0
  7. #144 goldenstars (@nuttats) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12
    ยินดีด้วยนะคับ แจสเปอร์กับแมท♡
    #144
    0
  8. #143 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12
    รักกันตลอดไปเลยเนอะ ><
    #143
    0