[Rainverse] November Rain #ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า ll Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,458 Views

  • 201 Comments

  • 802 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    146

    Overall
    7,458

ตอนที่ 11 : Chapter 10 Forever stand by me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

Chapter 10

Forever stand by me



[Jasper]

ผมยืนอยู่ในที่โล่งกว้าง น่าแปลกที่ผมรู้ว่าสถานที่นี้คือความฝัน หรืออาจไม่แปลกในเมื่อผมเผชิญหน้ากับมันบ่อยครั้ง มันคือความกลัวที่ฝังลึกในใจยากกำจัด

ผมได้ยินเสียงท้องฟ้าคำราม อีกไม่นานฝนเศษแก้วคงกลั่นตัวตกลงทิ่มแทงผม ไม่มีที่ให้หลบ เป็นอย่างนี้ตลอดมา ตัวผมสั่นแม้พยายามควบคุมเอาไว้ ผมบีบมือตัวเองแน่น รู้สึกว่าบางอย่างแปลกไป เมื่อก้มมองก็พบว่าฝ่ามือตัวเองเล็กลง แม้กระทั่งแขน ขา และส่วนสูง มุมมองที่เคยเห็นปกติถูกลดระดับลง ผมไม่เห็นตัวเอง แต่ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมกลับไปเป็นเด็กอายุสิบสี่อีกครั้ง

ช่วงเวลาที่อ่อนแอและไร้ทางสูง

ความหวาดกลัวในอดีตคล้ายเข้มข้นขึ้น มันรวมตัวเป็นก้อนความรู้สึกหนักๆ ทับผมเอาไว้ ผมสูดหายใจลึก เตรียมตั้งรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายกลายเป็นเศษแก้วบาดผิวเนื้อ ผมหลับตาแน่น ทว่าความเจ็บนั้นดำรงอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนหายไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

เท้าที่สวมรองเท้าหนังเหยียบเศษแก้วบนพื้นจนละเอียดเป็นผุยผง ผมไล่สายตาขึ้นเรื่อยๆ ผ่านกางเกงสแล็ค เสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมหน้าอกสองเม็ด ไหล่กว้าง ลำคอ และใบหน้าหล่อเหลางดงาม ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาจับจ้องผมนิ่ง มุมปากอมยิ้มเล็กน้อย เรือนผมสีเข้มทิ้งตัวปรกหน้าผาก เขาสูงกว่าผมจนต้องเงยหน้ามอง

และผมรู้แล้วว่าทำไมคราวนี้ฝนเศษแก้วถึงหายไปอย่างรวดเร็ว

เขาถือร่มดอกกุหลาบกางอยู่เหนือหัวผม การมาของเขาปกป้องผมจากความเจ็บปวดทั้งมวล

‘เฮ้’

‘นาย…’ ผมกลืนน้ำลาย ขยับเข้าหาเขา อีกฝ่ายโอบรับผมเอาไว้ กอดแน่น ผมซบหน้าผากกับไหล่เขา ‘แมท...ขอบใจ’

‘ฉันอยู่ตรงนี้กับนายเสมอ’

เสียงทุ้มกระซิบปลอบ ผมผ่อนคลายความตึงเครียด หลับตาลง…

...และตื่นขึ้นมาใหม่อีกครั้งในโลกแห่งความเป็นจริง

แมทธิวหลับสนิทอยู่ข้างๆ เขาตะแคงหันหน้ามาทางผม เส้นผมสีดำยุ่งเหยิงปรกหน้าผาก ผมจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้น ไม่แน่ใจว่านานเท่าไหร่ เสียงรอบตัวเงียบงัน ผมได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเขาเท่านั้น นาฬิกาบอกเวลาตีห้าครึ่ง ยังเช้าเกินกว่าพวกเราจะตื่นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน อีกอย่าง…

...เมื่อคืนกว่าผมจะปล่อยให้แมทธิวหลับ เขาก็เหนื่อยไปทั้งตัว

ไม่แน่ใจว่าวันนี้แมทธิวจะไปทำงานไหวไหม บางทีผมอาจต้องให้เขาหยุดดูอาการก่อน เพราะเมื่อคืนผมไม่ได้ออมแรงสักนิด ในเมื่อเจ้าตัวร้ายที่นอนอยู่ข้างๆ ยั่วกันหนักขนาดนั้น

ผมหลุดยิ้มออกมา เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าแมทธิวออก เจ้าเสือจากัวร์ตัวร้ายผิวขาวมาก มันตัดกับเส้นผมสีดำสนิทของเขาและดวงตาสีมรกตคู่สวยที่ฉายประกายเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลา แมทธิวเป็นคนมีเสน่ห์ และบางทีเสน่ห์ของเขาก็ทำให้ผมหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง

เวลาโดนเขาปั่นหัวจนเกือบตบะแตกเองก็ดี หรือเวลาที่เขาล่อลวงให้คนอื่นตกหลุมพรางเพื่อใช้ประโยชน์ก็ดี

โรเบิร์ตก็เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนแมทธิวหลอกใช้

ผมหงุดหงิดเมื่อนึกถึงตอนที่หมอนั่นคลอเคลียคนของผม แต่อีกใจก็สงสารเขาที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีค่าแค่เป็นเครื่องมือเดินเกมของแมทธิว แต่ช่างหมอนั่นไปก่อน ในเมื่อตอนนี้เสือร้ายเป็นของผมแล้ว ในเมื่อเขาไม่ชอบอิสระ โหยหาปลอกคอและกรงขัง อย่างนั้นผมก็จะให้เขา กักขังแมทธิวไว้ในกรงที่เรียกว่าคนรัก

ความคิดผมลอยไปไกลในขณะแตะปลายนิ้วกับผิวแก้มอีกฝ่าย ความอบอุ่นแทรกซึมผ่านปลายนิ้ว กระจายอาบย้อมทั่วร่างผม แมทธิวขยับตัวเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวน หัวคิ้วขมวดมุ่น ผมชะงักนิ้วที่เกลี่ยผิวแก้มเขา กระทั่งอีกฝ่ายนิ่งไปถึงได้สัมผัสต่อ

เปลือกตา

ปลายจมูก

ริมฝีปาก

แมทธิวช่างงดงามและสูงส่งในสายตาผม ไม่คิดว่าวันนึงตัวเองจะฉุดรั้งเขาลงมา คนที่เป็นยิ่งกว่าพระเจ้าผู้ให้ชีวิตใหม่ ในช่วงเวลาที่ผมจมดิ่ง ผมเคยอ้อนวอนต่อพระเจ้าให้ช่วยฉุดผมขึ้นไป วันแล้ววันเล่าทว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนอดคิดไม่ได้ว่าพระเจ้าคงเกลียดผม กระทั่งท่านส่งแมทธิวเข้ามาในชีวิต

“อืม…”

เสียงครางเบาๆ ในลำคอตัดห้วงความคิดผมขาดลง ผมกะพริบตา มองใบหน้าแมทธิว เปลือกตาเขาขยับไหว ก่อนอีกฝ่ายจะลืมตาขึ้น เราสบตากัน เขาดูงุนงงในทีแรก นาทีต่อมาแววตาถึงกระจ่างใสขึ้น รอยยิ้มแต้มแต่งมุมปากในขณะส่งเสียงแหบพร่าทักทาย

“เฮ้”

“ฉันทำนายตื่นเหรอ” ผมถาม ลูบแก้มเขาแผ่วเบา แมทธิวขยับใบหน้าแนบฝ่ามือผม เขาส่งยิ้มหวาน

“เหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ”

“นายหลับต่อเถอะ ยังไม่ต้องรีบตื่น” ผมว่า ดึงผ้าห่มที่ร่นลงจนเห็นไหล่เขาขึ้นคลุมตัวอีกฝ่าย “ยังไม่หกโมงเช้าเลย หลับอีกสักชั่วโมงดีกว่า”

“นายดูแลฉันดีจังนะวันนี้”

“ปกติฉันไม่ดูแลนายหรือไง”

“แหงล่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นอยู่แล้ว” เขาหัวเราะ ดวงตาสีเขียวมรกตส่องประกายภายใต้แสงสลัวจากโคมไฟ แมทธิวแตะปลายนิ้วกับอกผม ลากลงเป็นเส้นตรงคล้ายจะหยอกเย้า “แค่ฉันรู้สึกว่ามันพิเศษกว่าเดิม”

“อยากให้ฉันพูดอะไรก็บอกมาตรงๆ”

“นายก็รู้นี่”

แมทธิวเลิกคิ้วใส่ เขาคว้ามือผมไว้ กดจูบเบาๆ ที่ข้อนิ้ว ไม่มีทีท่าจะหลับต่อเลยสักนิด ผมถอนหายใจ ดึงมือตัวเองออก ยื่นหน้าเข้าใกล้ จูบแก้มเขาเบาๆ เสือจากัวร์ตัวร้ายหายใจสะดุด ผมผละออก สบตาเขานิ่ง

“พิเศษสิ เพราะตอนนี้นายเป็นคนรักของฉันไงแมท”

แมทธิวครางเบาๆ ในลำคอ เขาซุกหน้าลงกับหมอนจนผมไม่สามารถเห็นสีหน้าเขาตอนนี้ได้ มีเพียงใบหูขึ้นสีแดงจัดที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย ผมยิ้ม เสือร้ายสิ้นฤทธิ์เข้าให้แล้ว

“ขี้โกงจริงๆ”

“นายต้องการแบบนี้เองไม่ใช่หรือไง” ผมจูบไหล่เขาผ่านผ้าห่ม มือสอดเข้าข้างใต้ ลูบไล้ผิวเนื้อบริเวณเอวของอีกฝ่าย ปัดป่ายผ่านกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แน่นตึง “หรือถ้ามากกว่านี้ นายอาจจะต้องลางาน”

“แจสเปอร์ หยุดเลย”

“เมื่อคืนนายเรียกร้องฉันทั้งคืน มาตอนนี้จะให้หยุด?”

“พระเจ้า” แมทธิวสบถปนหัวเราะ เขาเงยหน้าขึ้นจากหมอน สบตาผมผ่านแสงสลัว “เหมือนฉันไปเปิดสวิตช์ที่ไม่ควรเปิดของนายเข้าให้เลย”

“เสียใจไหมล่ะ?”

“อืม...แปลกใจนิดหน่อย” เขาจับมือผมไว้ไม่ให้เลื่อนต่ำลงกว่านั้น นิ้วมือสอดประสาน แมทธิวกุมกระชับมือผมเอาไว้ “แต่ไม่ ฉันไม่เสียใจ ฉันชอบนายแจสเปอร์”

“ชอบหรือรัก”

“โอเค” เขาหลบสายตาผม อมยิ้มจนต้องเม้มปากเบาๆ “ฉันรักนาย”

“ฉันก็รักนาย” ผมกระซิบตอบ

“รู้”

“งั้นเหรอ แล้วก่อนหน้านี้ใครชอบตัดพ้อน้อยใจอยู่บ่อยๆ”

“เฮ้ ไม่เอาน่า” แมทธิวเริ่มเฉไฉ “ยึดติดกับอดีตถือเป็นสัญญาณของคนแก่นะ”

“ถ้าฉันแก่นายก็แก่”

“ใจฉันยังหนุ่มอยู่เสมอน่า” เขาหัวเราะ เสียงของแมทธิวทำให้ผมหัวเราะตามอย่างช่วยไม่ได้

“นอนได้แล้ว”

“อีกชั่วโมงครึ่งก็ต้องตื่นอยู่ดี ตื่นตอนนี้เลยก็ไม่เลว”

“เชื่อฉันน่า” ผมดีดหน้าผากเขาไปทีนึง “นายเพิ่งจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมง”

“เพราะใครก็ไม่รู้สินะ”

“เพราะนายนั่นแหละ” ผมยื่นหน้าไปกดจูบบนริมฝีปากเขาหนักๆ หนึ่งที แมทธิวจูบตอบ ลมหายใจเราสอดประสานกัน แมทธิวกอดผม ผิวเนื้อพวกเราแนบชิดสนิทกัน แบ่งปันไออุ่นผ่านร่างกาย ก่อนที่โสตประสาทผมจะค่อยๆ เปิดรับเสียงอื่นรอบตัว

เริ่มต้นที่เสียงเข็มนาฬิกาข้างเตียง

เสียงนกร้องจากนอกหน้าต่าง

และเสียงเต้นของหัวใจที่ดังรัวอยู่ในอก

ฝนหยุดตกแล้ว

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของผมกับแมทธิวก็กำลังเริ่มต้นขึ้น

ในฐานะคู่รัก


“แมท”

“หืม” เขาขานรับในลำคอขณะก้าวเท้าเข้าบริษัท ส่วนผมเดินอยู่ข้างเขา เว้นระยะห่างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ไกลเกินไปนัก “ว่าไงแจสเปอร์”

“คอ”

“ทำไม?”

“จัดคอเสื้อดีๆ” เสียงผมเข้มขึ้นกว่าเดิม หรี่ตามองรอยสีแดงที่โผล่วับๆ แวมๆ “มันเห็นรอย”

“ไม่ซีเรียสน่าแจสเปอร์” เขาหัวเราะ หันไปยิ้มให้พนักงานที่ก้มหัวและส่งเสียงทักทายตามรายทาง ไม่สนใจคำเตือนของผมสักนิด “ไม่มีใครเขามาสนใจหรอก”

“แต่ฉันไม่อยากให้ใครเห็น” ผมกระซิบเมื่อเดินเข้าใกล้เขา

“แล้วทำไม…”

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมองคนของฉัน” จังหวะการก้าวเดินของแมทธิวชะงักไปชั่วครู่ก่อนเขาจะเดินต่อ ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็นว่าอีกฝ่ายเสียอาการ “เพราะฉันหวง เข้าใจไว้ด้วยแมท”

“อา แจสเปอร์…” เขาลูบใบหน้าตัวเอง ฝีเท้าเร่งขึ้นเร็วอีกนิด แมทธิวหันมองผม เขายังคงมีรอยยิ้มมั่นใจประดับอยู่ที่มุมปาก แม้ใบหูจะแดงก่ำ “นายไม่เหมือนเดิมจริงๆ ด้วย”

“ต่อไปนายจะแปลกใจมากกว่านี้อีก”

“ว้าว อดใจรอไม่ไหวแล้ว”

“งั้นเหรอ” ผมเลิกคิ้ว รั้งแขนแมทธิวที่กำลังเปิดประตูห้องทำงานตัวเอง เขาหันมา เราสบตากัน ผมเอียงใบหน้ากระซิบชิดใบหูเขา “งั้นก่อนอื่น บังคับหูตัวเองให้ไม่แดงได้ก่อนนะ”

“ให้ตายสิหมีโง่!”

แมทธิวสบถก่อนผลุบหายเข้าไปในห้อง ผมมองบานประตูที่เขาปิดใส่หน้า เผลอหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรู้ตัวถึงกระแอมเบาๆ แล้วเดินกลับไปประจำโต๊ะทำงานตัวเอง กองเอกสารวางเป็นตั้ง ผมถอนหายใจ นวดขมับและเริ่มสะสางงานตรงหน้า

เวลาไหลผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ผมเงยหน้าขึ้นมาอีกทีเมื่อรู้สึกถึงเงาใครบางคนทาบทับลงมา

“ผมมาพบคุณแมทธิว”

“นัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าครับ” ผมลุกขึ้น ขยับตัวยืนบังหน้าห้องของเจ้าจากัวร์ตัวร้ายเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ผมยิ้มให้คุณโรเบิร์ต “ถ้าไม่ได้นัดล่วงหน้าผมคงต้องขอเชิญคุณไปรอที่ห้องรับรองก่อนนะครับ คุณแมทธิวยังไม่ว่างให้เข้าพบตอนนี้”

“เรื่องรอผมไม่มีปัญหาหรอกครับ”

“ได้ยินอย่างนั้นผมก็สบายใจครับ” ผมยิ้ม ผายมือเชิญอีกฝ่าย “ทางนี้ครับคุณโรเบิร์ต”

เขาพยักหน้ารับ เดินตามผมมายังห้องรับรองที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ กระทั่งเมื่อเขานั่งลงเรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายก็จ้องผมไม่วางตา ผมยิ้มรับ ไม่แสดงท่าทีอะไรมากไปกว่าการเป็นผู้ช่วยที่รู้งานของแมทธิว ไม่ใช่คนที่กระชากตัวเขาเหวี่ยงไปกระแทกผนังห้องน้ำแบบเมื่อคืน

โอ...เขาคงไม่เอาเรื่องผมหรอกใช่ไหม?

“ผมต้องรอนานแค่ไหนครับ”

“หนึ่งชั่วโมง หรืออาจเร็วกว่าถ้าคุณแมทธิวลัดคิวให้”

“งั้นผมหวังว่าเขาจะลัดคิวให้”

“ผมไม่รับปากนะครับ เขาค่อนข้างคาดเดายาก”

“เหมือนเมื่อคืนที่เขาทำท่าเหมือนสนใจผม แต่สุดท้ายก็ยอมถูกคุณลากไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือเปล่า” โรเบิร์ตจ้องตาผมนิ่ง เขายังคงยิ้มแม้ดวงตาจะไม่ยิ้มตาม มันดูท้าทาย ผมพยายามสะกดอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเอง ถ้าผมไม่ไว้หน้าเขา ไม่ใช่แค่ผมที่เสีย แต่มันจะส่งผลถึงแมทธิวด้วยเพราะผมเป็นคนของเขา

เป็นคนของรอสซ์

“เดี๋ยวผมจะให้คนยกกาแฟกับของว่างมาเสิร์ฟให้นะครับ”

พูดจบผมก็หันหลังเดินออกจากห้องรับรอง ในใจหงุดหงิดจนอยากเตะอะไรสักอย่างให้พัง แต่ความจริงทำได้แค่เก็บอารมณ์ กำหมัดแน่นแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของแมทธิวโดยไม่เคาะ

“แจสเปอร์ มีอะไร ทำไมไม่เคาะประตู”

แมทธิวเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร เขาถอดแว่นสายตาวางไว้บนโต๊ะ ผมเสียดายนิดหน่อย เวลาแมทธิวใส่แว่นแล้วมีเสน่ห์น่ามองดี

“ไปจัดการตัวปัญหาของนายเลย”

“ฮะ เดี๋ยวก่อน” เขายกมือห้ามผม “ไปหงุดหงิดอะไรมาครับคุณหมีขี้โมโห มาถึงก็ตีหน้าดุพูดจาจับต้นชนปลายไม่ได้ โอเค ฉันค่อนข้างฉลาด แต่นายคิดว่าฉันจะเข้าใจจริงๆ หรือไง?”

“โรเบิร์ต” ผมกลอกตา “เขามาหานาย ฉันพาไปทิ้งไว้ที่ห้องรับรอง”

“ทำไมนายไม่แจ้งฉันก่อน?” แมทธิวขมวดคิ้ว

“ก็แจ้งแล้วนี่ไง”

“ไม่สิแจสเปอร์ ฉันหมายถึง…” แมทธิวนวดขมับตัวเอง เขาหรี่ตามองผม เสียงทุ้มเอ่ยช้าๆ เน้นทีละคำ “นายควรแจ้งฉันก่อนว่าคุณโรเบิร์ตมาพบ แล้วจากนั้นฉันถึงค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะให้เข้าพบเลยหรือให้ไปรอที่ห้องรับรอง”

“ฉันข้ามหน้าข้ามตาอำนาจนายงั้นสิ?”

“เฮ้ ไม่เอาน่าแจสเปอร์”

“ถ้าอยากเจอเขามากก็นู่น ห้องรับรอง เดินไปไม่ถึงสามนาที” ผมโคลงศีรษะ พยายามไม่เสียงแข็งหรือแสดงความไม่พอใจไปมากกว่านี้ มันงี่เง่า ผมไม่ชอบเวลาที่ตัวเองงี่เง่า แต่เพราะเป็นแมทธิวผมถึงเสียการควบคุมและไม่เป็นตัวของตัวเอง “ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ฉันให้เอมี่เอากาแฟกับของว่างไปเสิร์ฟแล้ว ดูแลแขกนายดียิ่งกว่าอะไร”

“นายกำลังโมโหฉัน”

“...”

“ปฏิเสธสิถ้าไม่ใช่”

“ไม่ใช่” เสียงผมห้วน สบตาคนที่ยิ้มกริ่มอย่างแมทธิว “ฉันหึง!”

“...”

คราวนี้กลายเป็นแมทธิวที่นิ่งเงียบไป เขามองผมด้วยสายตาประหลาดใจ เสือจากัวร์ตัวร้ายเสียกิริยาอยู่ไม่นานก็กลับมายิ้มหวานเอาใจ เขาลุกจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมาตรงหน้าผม ดวงตาสีเขียวมรกตแพรวพราวตรึงสายตาผมไว้ไม่ให้ละไปไหน แมทธิวโอบแขนรอบคอผม รั้งให้ขยับเข้าใกล้จนใบหน้าพวกเราแทบชิดกัน

“นายหึงฉัน” เขาทวนคำ เสียงหัวเราะทุ้มอยู่ในลำคอ “หมีโง่ขี้หึงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันหืม?”

“ตั้งแต่ได้นายเมื่อคืน”

“โอ้…”

“แล้วก็ตั้งแต่ที่นายเป็นคนรักของฉัน”

“พระเจ้า นายเปลี่ยนไปมากจริงๆ นั่นแหละ” แมทธิวขำทั้งที่ใบหน้าเริ่มเจือสีระเรื่อ เขาคลายมือจากคอผม ตบเบาๆ ที่ไหล่ทั้งสองข้าง ผมจับมือเขาเอาไว้ แมทธิวไม่ดึงออก เขาปล่อยให้ผมทำตามใจ

“มันดูงี่เง่าไหม”

“นายอยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ”

“แบบที่จริงใจ”

“ฉันชอบนะ”

“นายตอบไม่ตรงคำถาม”

“ก็ได้ๆ” แมทธิวยักไหล่ “ดูงี่เง่าไม่สมกับเป็นนายสักนิด แต่แล้วยังไงล่ะ ฉันชอบนะ เมื่อก่อนนายไม่ค่อยแสดงอารมณ์หรือความต้องการของตัวเองเท่าไหร่ แบบนี้ก็น่ารักดี”

“ฉันไม่ชอบที่ตัวเองงี่เง่าใส่นาย มันดูไร้เหตุผล”

“ความหึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นายไม่มีเหตุผล” เขายิ้ม สบตาผมนิ่ง “นายไม่ต้องคิดอะไรให้มากหรอกน่า จะเป็นแบบไหนก็คือตัวนาย ฉันชอบหมดนั่นแหละ”

“พูดมาก”

ผมจับใบหน้าเขาไว้ ไม่ให้แมทธิวตั้งตัวในขณะยื่นหน้าเข้าจูบเขา ผมชอบสัมผัสตอนที่ริมฝีปากเราประกบกันได้อย่างลงตัวและแนบสนิท ราวกับผมและเขาถูกสร้างให้คู่กัน

ไม่สิ พวกเราถูกสร้างให้คู่กันอยู่แล้ว ในเมื่อเราเป็นโซลเมตของกันและกัน

“อืม...แจสเปอร์” แมทธิวครางในลำคอ เขาพยายามเบี่ยงหน้าหนีเมื่อผมเริ่มดันเขาไปชิดกับขอบโต๊ะทำงานด้านหลังโดยที่ยังไม่ละริมฝีปากออกจากกัน “เดี๋ยวใครเข้ามาเห็น”

“ฉันล็อกห้องแล้ว”

ผมกระซิบตอบ ฝังใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น แหวกคอเสื้อเขาเพื่อดูดเม้มซ้ำรอยเดิมจากเมื่อคืน

“คุณโรเบิร์ตกำลังรออยู่นะ”

“ให้เขารอต่อไปสิ” ผมตัดบท “อย่าทำเป็นเห็นใจคนอื่นในขณะที่นายเอียงคอให้ฉันกัดแบบนี้”

“อ่อนโยนกับฉันหน่อยน่า”

แมทธิวพูดเจือหัวเราะ ผมไม่ตอบอะไร ดันจนอีกฝ่ายเอวชิดโต๊ะ เราจูบกัน แลกเปลี่ยนลมหายใจและสัมผัส ผมออกแรงดันแมทธิวให้ขยับขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล้วเข้าไปยืนแทรกกลางหว่างขาเขา แมทธิวโอบคอผมไว้ เบียดหน้าเข้าชิด เผยอริมฝีปากกัดปากล่างผมดึงเบาๆ

ทุกการกระทำของเขาปั่นหัวผมจนแทบบ้า

ผมดึงสูทตัวนอกเขาลงมากองที่ข้อศอก ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดุมเสื้อเชิ้ต มันไม่ยากเลยในการใช้มือเดียวปลดออก ผมแหวกสาบเสื้อไปด้านข้าง วางมือบนผิวเนื้อแน่นตึงของคนตรงหน้า แมทธิวส่งเสียงออกมาเบาๆ เมื่อผมคลึงปลายนิ้วโป้งกับยอดอกเขาจนมันชูชัน

“แจส...ที่นี่บริษัท”

“ฉันรู้ แล้วไง?”

“มันไม่เหมาะสมน่า อื้ม…” แมทธิวกระตุกเบาๆ เมื่อผมขย้ำหน้าอกเขาแรงๆ ผมชอบรูปร่างเขา สูงโปร่ง สัดส่วนแน่นเต็มไม้เต็มมือ “ไม่ยุติธรรมเลยเจ้าหมีโง่ ทำไมฉันต้องถูกนายถอดอยู่ฝ่ายเดียวด้วย”

แมทธิวบ่นในขณะหายใจหอบ เขาตวัดขาเกี่ยวรอบเอวผมจนช่วงล่างเราแนบชิด ตัวตนของพวกเราถูกปลุกเร้าขยับเสียดสีกันผ่านเนื้อผ้า ผมคำรามในลำคอเมื่อคนขี้ยั่วขยับสะโพกเสียดสีกันไม่หยุด ปรนเปรอและล่อลวงด้วยสัมผัสวาบหวามแต่กลับไม่ยอมให้กลืนกินทั้งตัว

“จะเอาหรือไง”

“กล้าก็เอาสิ” เขากระซิบเสียงพร่า ดวงตาสีมรกตหรี่ลง มุมปากเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ “เอาแรงๆ ให้ฉันขาดใจไปเลยเป็นไงแจสเปอร์ :)”

ผมกัดฟันแน่น

ในเมื่อแมทธิวท้าทายกันขนาดนี้ผมคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ หรอก

“อะ! เฮ้!”

เจ้าจากัวร์ตัวร้ายร้องออกมาเมื่อผมจับเขาพลิกนอนคว่ำหน้ากับโต๊ะ เข็มขัดกับกางเกงและชั้นในถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว ผมหรี่ตามองบั้นท้ายได้รูปที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า มันเขี้ยวจนเผลอฟาดมือลงไปแรงๆ

“โอ๊ย! แจสเปอร์นี่นาย…!?” แมทธิวสบถ เขากระตุกเบาๆ ผมเลยฟาดไปอีกที “เฮ้ มันเจ็บนะ!”

“แต่ดูนายชอบนี่”

“ฉัน...อึก!”

ผมโถมตัวไปข้างหน้า กดแผ่นหลังเขาไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมา ผมเอื้อมมือกอบกุมความอ่อนไหวที่แข็งขืนของเขา ขยับรูดรั้งด้วยจังหวะเนิบนาบแต่กลับทำให้เจ้าตัวร้ายกระตุกขยับสะโพกไหวตามมือผม

“ชอบล่ะสิ สะโพกนายแทบไม่อยู่นิ่งเลยนะ” ผมพูดยั่วอารมณ์เขา แมทธิวจะขึ้นง่ายกว่าเดิมเวลาผมพูดจาลามกใส่ เป็นรสนิยมที่น่าสนใจทีเดียว “ของนายขยายจนเต็มมือฉันไปหมดแล้วแมท”

“แจสเปอร์ อึก!” เขาหอบหายใจหนัก ซบหน้าลงกับกองเอกสาร สะโพกแอ่นไหวพยายามจะบดเบียดกับส่วนหน้าของผม “อย่าแกล้งกันน่า นายนิสัย อะ...ไม่ดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“นั่นสิ ตั้งแต่เมื่อไหร่”

ผมกดจูบบนท้ายทอยเขา ขยับมือเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกถึงน้ำหล่อลื่นที่เปียกเยิ้มตรงส่วนปลาย ผมกดปลายนิ้วโป้งลงไป บดคลึงแรงๆ กระทั่งแมทธิวหลุดเสียงครางเครือและปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือ ผมระวังไม่ให้มันเลอะเสื้อผ้าของเขา และใช้มันล่อลื่นช่องทางด้านหลังของแมทธิวอีกที

“จ...แจสเปอร์ อื้อ!”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเอานายแรงๆ แน่ แต่ต้องขยายช่องทางนุ่มๆ ของนายก่อน” ผมขยับนิ้วเข้าออก งอนิ้วและครูดผนังนุ่มด้านในจนฝ่ายโดนรุกรานต้องยกมือปิดปากกลั้นเสียงไว้ ส่วนทางกับสะโพกที่สั่นระริก “ไม่ต้องแอ่นให้ฉันขนาดนี้ก็ได้แมท”

เพียะ!

“อึก!”

ผมเพิ่มจำนวนนิ้วจนถึงสาม ช่องทางอ่อนนุ่มขยายตัวพร้อมรับผมเข้าไปแล้ว ผมปลดกางเกงตัวเอง จ่อความห้วงอารมณ์ที่อดกลั้นมานานเพราะต้องการแกล้งแมทธิวที่ปากทางเข้า ออกแรงดันไปจนสุดทาง ค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนขยับ แมทธิวบีบรัดผมแน่น ภายในตัวเขาอุ่นร้อนจนแทบหลอมละลายผมทั้งตัว

ผมจับบั้นท้ายเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แยกมันออกจนเห็นจุดเชื่อมต่อของเราทั้งสองคน และกระแทกเข้าไปแรงๆ ตามที่ถูกท้าทาย

เสียงเนื้อกระทบกันภายในห้องทำงานที่เงียบสนิท ผมได้ยินเพียงเสียงในลำคอของแมทธิวที่เขาพยายามกลั้นเอาไว้ มันน่าเสียดายนิดหน่อย ผมชอบเสียงเขา เสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์ที่พร้อมจะล่อลวงคนอื่นให้หลงเชื่อในคำพูดของตัวเอง

“อืม แมท!” ผมคำรามออกมา “นายรัดแน่นเกินไปแล้ว”

“อึก กะ ก็นาย…” เขาหอบแฮ่ก หันหน้ามาทางผมเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตฉ่ำเยิ้มแพรวพราว เขากัดริมฝีปากตัวเองกลั้นเสียงร้อง “ของนายมันใหญ่นี่ ฮ้า!”

“ฉันอยากได้ยินเสียงนาย” ผมหายใจหนัก

“อื้ม! ที่นี่ไม่ได้ เดี๋ยวข้างนอกได้ยิน”

“แม่ง!”

ผมสบถ ฟาดบั้นท้ายแมทธิวอีกทีจนผิวขาวขึ้นสีแดงเป็นรอยมือ กระแทกตัวใส่เขาแรงๆ จนกระทั่งแมทธิวเริ่มกลั้นเสียงไม่อยู่หลุดเสียงหวานๆ ออกมาเป็นพักๆ จังหวะสุดท้ายที่ผมโจนจ้วงเข้าไป แมทธิวก็กระตุกเฮือก ผมช่วยเขารูดรั้งจนถึงจุดหมาย ก่อนดึงของตัวเองออกจากความอ่อนนุ่มอันอบอุ่น รูดรั้งอีกสองสามครั้งก็ปลดปล่อยจนเลอะเต็มฝ่ามือผสมกับห้วงอารมณ์ของแมทธิวก่อนหน้านี้

ผมคว้าทิชชู่แถวนั้นมาเช็ดทำความสะอาดตัวเองขั้นต้นและแต่งตัว จากนั้นจัดการพลิกตัวแมทธิวที่ยังนอนคว่ำหอบหนักอยู่บนโต๊ะให้หันหน้ามา ผมทำความสะอาดให้เขาและจับอีกฝ่ายแต่งตัวจนกลับมาสภาพเหมือนเดิม

มั้ง...

“สูทฉันยับ” แมทธิวนิ่วหน้า “เชิ้ตด้านในก็ด้วย”

“ไม่มีใครสังเกตหรอกน่า”

“แล้วถ้าสังเกตล่ะ”

“ก็บอกไปว่านายเพิ่งมีเซ็กส์กับฉัน” ผมตอบหน้าตาย แมทธิวหรี่ตาใส่ผมก่อนเหวี่ยงขาเตะผมไปทีนึง

“นายนี่มันจริงๆ เลยแจสเปอร์”

“ก็นายท้าทายฉันก่อน”

“ไม่คิดว่านายจะเล่นด้วยนี่” เขาส่งเสียงงึมงัมในลำคอ “เมื่อก่อนยั่วแทบตายไม่เคยจะสนใจกัน”

“งั้นนายก็ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่” ผมขยับปกเสื้อเขาให้เข้าที่ ปัดมือกับไหล่รีดรอยยับของเสื้อให้หายไป เราสบตากันอีกครั้ง “เพราะต่อไปนี้ถ้านายยั่วฉัน ฉันก็จะจัดการนายให้สาสม เข้าใจไหม?”

“จะเก่งไปได้สักเท่าไหร่กัน”

“ก็ต้องลองพิสูจน์ดู”

“ฉันจะไปหาคุณโรเบิร์ต นายตามมาด้วย” แมทธิวเปลี่ยนเรื่อง เขาตวัดสายตามองผมแล้วเหยียดยิ้ม “เพราะฉันกลัวหมีขี้โมโหแถวนี้จะหึงจนหน้ามืดตายก่อนฉันจะคุยกับเขาเสร็จ”

ผมกลอกตา ยักไหล่เบาๆ แล้วเดินหนีไปล้างมือชำระล้างคราบอารมณ์ที่ยังเหลือจากการเช็ดทำความสะอาด ได้ยินเสียงแมทธิวไล่หลังมา

“ทำเป็นเก่งไปเถอะ ฉันจะทำให้นายหลงฉันจนโงหัวไม่ขึ้นเลยแจสเปอร์”

หึ…

ผมคิดว่าแมทธิวคงไม่รู้ เพราะแค่นี้ผมก็แทบไปไหนไม่ได้แล้ว


“ขอโทษที่ให้รอนานนะครับคุณโรเบิร์ต”

แมทธิวยิ้มหวานทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง ผมเดินตามเขามาติดๆ ยืนนิ่งอยู่ข้างโซฟาตัวที่แมทธิวทรุดนั่ง โรเบิร์ตเหลือบตามองผมเล็กน้อยก่อนเบนกลับไปหาแมทธิว รอยยิ้มเขาฝืดกว่าเดิม

“ขอคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?”

“ถ้าเรื่องงานผมจำเป็นต้องให้ผู้ช่วยผมอยู่ด้วยครับ” แมทธิวตอบพร้อมรอยยิ้ม “เพราะบางทีผมก็ชอบพลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แจสเปอร์ช่วยผมจุดนี้ได้มากทีเดียว”

“แล้วถ้าผมบอกคุณว่าไม่ได้มาเรื่องงานแต่เป็นเรื่องส่วนตัวล่ะ” โรเบิร์ตสบตาแมทธิวนิ่ง “คุณจะยอมให้เขาออกไปไหม?”

“ถ้าเรื่องส่วนตัวผมคงต้องเชิญคุณออกไปแทน”

“คุณแมทธิว” อีกฝ่ายกดเสียงเข้ม เขาไม่พอใจ ผมมองออก “แบบนี้จะไม่เป็นการหักหน้าคู่ร่วมธุรกิจเกินไปหน่อยหรือครับ”

“ก่อนอื่นนะครับคุณโรเบิร์ต” แมทธิวประสานมือ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าเคลือบริมฝีปาก เป็นรอยยิ้มที่มีมารยาทกำลังพอดี ไม่มากไปจนดูไม่จริงใจ และไม่น้อยไปจนดูไม่ใส่ใจ “ถ้าคุณมาพบผมเพื่อคุยเรื่องงานที่บริษัทพวกเราร่วมทุนกัน การที่ผมไล่คุณนับว่าเสียมารยาทและหักหน้าอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ในเมื่อคุณมาด้วยเรื่องส่วนตัวในเวลาทำงานของผม การเชิญคุณออกไม่นับว่าเป็นการหักหน้าหรือไม่ให้เกียรตินะครับ ด้วยความเคารพ”

ผมลอบยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบของแมทธิว เขาเก่งเรื่องการเลือกใช้คำพูดและการเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้เสมอ คู่สนทนาของเขาขมวดคิ้วแน่น รอยยิ้มเจือจางลงกว่าทีแรก

“ไม่ยักรู้ว่าคุณสามารถบอกปัดได้ไร้เยื่อใยขนาดนี้”

“ขอบคุณสำหรับคำชม ผมขอรับไว้ด้วยความเต็มใจ”

“แมทธิว คุณก็น่าจะรู้ดีว่าผมมาด้วยเรื่องอะไร” ดวงตาอีกฝ่ายตวัดสบผม ผมมองตอบ สีหน้าเรียบนิ่งไม่ระบุอารมณ์ใดๆ “แต่ถ้าคุณต้องการให้ผมพูดเรื่องนี้ต่อหน้า ‘คนของคุณ’ จนพวกคุณอาจทะเลาะกัน ผมก็ไม่ขัดหรอกนะครับ”

“ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเราจะไม่ทะเลาะกันครับ” แมทธิวยิ้มรับ เขาผายมือเล็กน้อย “โอเค ผมอนุโลมให้คุณเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน พูดธุระของคุณได้ครับ ผมกำลังรอฟังอยู่”

โรเบิร์ตเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจ้องหน้าแมทธิวนิ่ง

“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมสนใจคุณ”

“เพราะผมเป็นรอสซ์ นักธุรกิจไฟแรงที่เข้ามารับช่วงต่อจากซีมอน รอสซ์ชื่อดังและประสบความสำเร็จพอๆ กับพ่อตัวเองใช่ไหมครับ โปรไฟล์แบบนี้ อาจดูหลงตัวเอง แต่ผมก็คิดว่ามันน่าสนใจจริงๆ นั่นแหละ”

“ไม่เอาน่าแมท คุณรู้ว่าผมสนใจคุณแบบไหน”

“ฮะๆ ครับ ก็พอดูออก แล้วยังไงครับ?” แมทธิวเอนตัวพิงพนักโซฟา เขากอดอกตวัดขานั่งไขว่ห้าง เอียงศีรษะเล็กน้อยยามมองตรงไปยังคู่สนทนา

“เมื่อคืน”

“ครับ ผมฟังอยู่”

“คุณกำลังเล่นตลกกับผมอยู่นะแมทธิว” เสียงของโรเบิร์ตเข้มขึ้น ความไม่พอใจเจืออยู่ในนั้น “คุณทำเหมือนสนใจผม เชิญชวนกันแต่สุดท้ายก็หักหน้า ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณนะคุณรอสซ์”

“เอาล่ะคุณโรเบิร์ต ก่อนอื่นผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี” แมทธิวถอนหายใจเบาๆ ผมเหลือบมองเขา เจ้าตัวแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ซึ่งผมรู้ดีว่าเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ หรอก เขาไม่เคยมีความเสียใจให้กับเหยื่อที่เลือกใช้ “ผมไม่รู้ตัวสักนิดว่าแสดงท่าทีแบบไหนที่ทำให้คุณเข้าใจผิดไปเองแบบนั้น แต่ผมไม่เคยบอกสักคำว่าผมสนใจคุณลึกซึ้งในทำนองนั้น อาจจะผิดที่นิสัยผมเองที่ค่อนข้างเทคแคร์มากเกินไป”

คำตอบของแมทธิวปัดเลี่ยงความผิดออกจากตัวเองไปจนหมด ผมเห็นโรเบิร์ตกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสัน เขาพยายามระงับอารมณ์โดยการสูดหายใจลึกก่อนเหยียดยิ้ม

“โอ้ เฮ้ จริงด้วย คุณไม่เคยพูดจริงๆ นั่นแหละ” เสียงหัวเราะเขาฟังดูหงุดหงิดมากกว่าขำ แต่ผมไม่แปลกใจที่เขารู้สึกแบบนี้ การโดนแมทธิวปั่นหัวโคตรจะตลกร้ายเลย “ผมผิดเองที่สนใจคุณจนลืมระวังตัวว่าคุณร้ายกว่าที่ผมคิด”

“คำว่าร้ายเป็นคำชมสำหรับรอสซ์นะครับ คุณชมผมบ่อยเกินไปแล้ว”

“มันจะเกินไปหน่อยไหม?!”

“รบกวนเชิญคุณนั่งที่เดิมด้วยครับ” ผมขยับตัวเข้าขวางเมื่อโรเบิร์ตผุดลุกทำท่าจะเข้าหาแมทธิว เขาชะงัก จ้องหน้าผมนิ่ง ดวงตาวาวโรจน์แต่สุดท้ายก็ยอมกลับไปนั่งตามเดิม ผมขยับกลับมายืนที่เก่า เหลือบตามองแมทธิวอีกครั้ง เขายังนั่งยิ้มอย่างสบายใจ

เพราะแมทธิวรู้ดีว่าผมจะไม่ปล่อยให้ใครเข้าประชิดตัวเขาได้ง่ายๆ

“ไม่เป็นไรแจสเปอร์ คุณโรเบิร์ตไม่ทำอะไรฉันหรอก”

“แต่เขา…”

“เขาคงไม่เสี่ยงให้เราแตกหักกัน” แมทธิวสบตากับโรเบิร์ตอีกครั้ง เขายิ้มหวานในขณะที่อีกคนหน้านิ่งตึง “ใช่ไหมครับ? เรายังต้องร่วมงานกันอีกนาน คุณคง...ไม่เสี่ยงทำอะไรให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทคุณกับรอสซ์แตกหักหรอก”

“ทั้งที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มเนี่ยนะ?”

“อันที่จริง” แมทธิวกระแอม จากัวร์ตัวร้ายเหยียดยิ้ม “คุณคิดเองเออเอง”

“นี่คุณ…!”

“รอสซ์เป็นฝ่ายเลือก เราเลือกร่วมลงทุนกับคุณทั้งที่มีอีกหลายบริษัทอยากร่วมงานกับเรา เพราะฉะนั้นนะครับคุณโรเบิร์ต ผมคงต้องบอกคุณว่าเรามีตัวเลือกอีกหลายที่ ถ้าคุณไม่พอใจผมด้วยเรื่องส่วนตัวจนไม่อยากร่วมงานด้วย คุณจะยกเลิกตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ ในเมื่อเรายังไม่ได้เซ็นสัญญากันจริงจัง มีแค่สัญญาใจปากเปล่า” แมทธิวโคลงศีรษะ เขาโน้มตัวประสานมือบนตัก รอยยิ้มทางธุรกิจประดับริมฝีปาก “คุณถอนตัวได้เสมอ ผมไม่รั้งครับ ร่วมงานกันไปคงไม่สบายใจเปล่าๆ”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

อันที่จริง...แมทธิวไม่ได้หมายความตามนั้นทุกคำพูดหรอก แต่เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยากับโรเบิร์ตอยู่ ผมรู้เพราะผมเป็นผู้ช่วยของแมทธิวและเข้าถึงรายละเอียดโครงการต่างๆ ได้มากพอกับเขา บริษัทของโรเบิร์ตเป็นที่ที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดและมีศักยภาพมากกว่าคู่แข่งเจ้าอื่น ถ้าต้องยกเลิกสัญญากับเขาเพราะเรื่องส่วนตัว แมทธิวนั่นแหละที่จะมีปัญหาตามมาทีหลัง

แต่ทักษะการแสดงของแมทธิวแนบเนียน และการเลือกใช้คำพูดให้ตัวเองดูเหนือกว่าเป็นจุดแข็งของเขา คู่สนทนาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายรู้สึกไม่มั่นใจและรู้สึกสูญเสียทั้งที่มีแต้มต่ออยู่ในมือไม่น้อยไปกว่าเรา

“ผมแยกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับงานออก” เขาเสียงแข็ง

“เยี่ยม ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะ” แมทธิวหัวเราะเบาๆ

“หวังว่าคุณจะไม่ใช้ผมเป็นเครื่องมือทำให้คู่ตัวเองหึงอีกนะครับ” โรเบิร์ตผุดลุก เขาเหลือบมองผมและหันกลับไปทางแมทธิว ยกนิ้วแตะเบาๆ ที่ต้นคอตัวเอง “เผื่อคุณไม่สังเกต ปิดหน่อยก็ดี ผมขอตัวก่อน คงไม่รบกวนคุณไปมากกว่านี้”

โรเบิร์ตเดินออกจากห้องรับรองแขกไป แมทธิวเลิกคิ้ว เขาแตะคอตัวเองก่อนหยิบจอโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่อง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาเรียวคมตวัดจ้องผม

“แจสเปอร์”

“ก็บอกตั้งแต่เช้าแล้วว่าให้จัดเสื้อผ้าดีๆ”

“นายเห็นว่าฉันโง่ขนาดไม่รู้หรือไงว่านี่เป็นรอยใหม่” เขาหรี่ตาจ้องผม กดเสียงเข้ม “ที่นายเพิ่งทำก่อนหน้านี้”

“แล้วไงล่ะ” ผมยักไหล่ “ฉันพูดออกไปตรงๆ กับคุณโรเบิร์ตได้ไหมว่านายเป็นคนของฉัน ไสหัวไปเลิกมายุ่งได้แล้ว? ก็ไม่ไง”

“ให้ตายสิแจสเปอร์”

“ไม่ใช่นายที่วางแผนเป็นคนเดียว” ผมตบไหล่เขาเบาๆ “มาเถอะ ไปจัดการงานนายต่อซะ งานล้นมือไม่ใช่หรือไง บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ทำโอทีนะวันนี้”

“จริงสิแจสเปอร์”

“ว่าไง?” ผมมองคนที่รั้งข้อมือตัวเองเอาไว้ แมทธิวเงยหน้ามองผม เขายิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ค่อยน่าวางใจเท่าไหร่

“เย็นนี้แม่จะมาทานข้าวที่บ้านเรา”

“แล้วยังไง?”

“ฉันจะบอกเธอว่าคบกับนายแล้ว นายจะว่าอะไรไหม อึดอัดหรือเปล่า”

“ไม่ ทำไมฉันต้องอึดอัด”

“เพราะฉันเดาว่าแม่ฉันก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นายลังเลที่จะคบฉัน” เขามองผมด้วยสายตารู้ทัน “ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นแจสเปอร์ ฉันแค่คาดเดา ไม่ได้รู้ลึกอะไรขนาดนั้น”

“เธอแค่เป็นห่วงนาย”

“ฉันรู้” เขายิ้ม “ฉันถึงรอได้ไง”

“รอได้ของนายคือขยันยั่วฉัน สร้างสถานการณ์เร่งรัดให้ได้ผลลัพธ์เร็วกว่าเดิม” ผมหัวเราะหึ ดึงคอเสื้อเขาขึ้นปิดรอยแดงที่ผมทำเอาไว้ “นายมันเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการแมท ปากนายบอกว่ารอได้ แต่การกระทำนายไม่ใช่”

“นายรู้จักฉันดีจัง”

“ไม่งั้นจะอยู่ข้างนายได้นานขนาดนี้หรือไง”

“งั้น…” แมทธิวดึงมือผมเข้าไปจูบ สัมผัสอุ่นบนหลังมือทำให้ผมเผลอหายใจสะดุด กระทั่งดวงตาสีเขียวมรกตช้อนขึ้นสบ “...ช่วยอยู่ข้างฉันไปเรื่อยๆ ได้ไหม”

ผมพลิกเปลี่ยนเป็นกุมมือเขาไว้

“จนกว่านายจะไม่ต้องการฉัน”

“งั้นคงตลอดไป”

“ตลอดไป” ผมทวนคำ ห้ามริมฝีปากไม่ให้ยิ้มไม่ได้ “ฟังดูน่าสนใจดีแมท”

---------------------------

ขอบคุณที่ยังติดตามเรื่องนี้นะคะ แจสเปอร์เป็นพวกขี้หวงค่ะ เมื่อก่อนคือกดความรู้สึกเอาไว้หนักมาก แต่พอปลงใจกับแมทแล้วนิสัยขี้หวงก็โผล่อย่างเห็นได้ชัดกว่าเดิม ส่วนแมทนี่ก็เป็นไทป์ที่น่าตีเพราะขี้แกล้ง ขี้ยั่ว อย่างที่แจสเปอร์บอกนั่นแหละค่ะ แมทไม่ใช่คนที่นิสัยดีเท่าไหร่ หลอกใช้คนอื่นก็เท่านั้น เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ และผลประโยชน์มาที่หนึ่ง แต่แจสเปอร์เป็นข้อยกเว้นทั้งหมดของเขา หวังว่าทุกคนจะเอ็นดูตัวละครสีเทาๆ อย่างทั้งคู่ด้วยนะคะ

ปล.ลืม cut แต่เบาๆ คง...ไม่เป็นไรมั้งคะ ;-; มั้ง...

#ฤดูฝนที่ยี่สิบเก้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #191 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:07
    มันจะเกินไปแล้วนะ จะหวานกันขนาดนี้ไม่ได้ สงสารใจคนอ่านบ้าง ละลายไม่ไหวแล้วววว // แถมความหื่นนี่แบบกรี๊ดมากกกก ชอบฉากเอ็นซีของไรท์มากเลย คือสื่อออกมาได้เป๊ะมากกกก อ่านแล้วฟิน
    #191
    0
  2. #142 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:38
    พอทั้งคู่ตกลงคบหากันแบบคนรักกันแล้ว แจสเปอร์ ก็แสดงอารมณ์ออกมามากขึ้น เราชอบสองคนนี้มากๆเลยนะความคิดเค้าทันกันดี ชอบความเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการของแมทธิวมากๆด้วย ร้ายกาจสุดๆ สนุกมากๆค่ะ
    #142
    0
  3. #138 jike2 (@Jike) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13
    น่ารักมากกก ชอบมากๆค่ะ ชอบภาษาที่ไรท์บรรยายออกมามันทำให้ทุกอย่างดูเข้ากันไปหมด ชอบตัวละครชอบทุกอย่างเลยค่ะ โง้ย ยิ่งอ่านยิ่งชอบยิ่งติด ดีมากๆเลยค่ะ ถ้ามีเล่มสัญญาว่าจะซื้อเลยค่ะ
    #138
    0
  4. #135 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:23

    น่ารักอะไรกันขนาดนี้~~~~~~

    #135
    0
  5. #134 Yunau (@Yunau) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:01
    ถึงแมทธิวจะร้ายยังไงก็แพ้เจ้าหมีโง่อยู่ดี 555555
    #134
    0
  6. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:44
    คถ เรื่องนี้มากเลยย
    #133
    0
  7. #132 totwo.22 (@mamameaww) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:38
    พี่หมีก็ขี้หึง เจ้าเสือตัวร้ายตัวนั้นก็ขี้ยั่วเหลื้ออเกินนนนนน
    #132
    0
  8. #131 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:44
    หมีขี้หสงมากกกกก. แต่ชอบหมีเวอร์ชั่นนี้มากเลย
    #131
    0
  9. #130 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:43

    เสือร้ายจากัวร์กลายเป็นแมวน้อยขี้ยั่วใส่คุณแจสทุกเวลาเลย 555 คุณแจสเปอร์ก็หึงเก่งงง 😂😂
    #130
    0
  10. #129 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:42

    เสือร้ายจากัวร์กลายเป็นแมวน้อยขี้ยั่วใส่คุณแจสทุกเวลาเลย 555 คุณแจสเปอร์ก็หึงเก่งงง 😂
    #129
    0
  11. #128 goldenstars (@nuttats) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:39
    ในที่สุดเจ้าหมีโง่ก็หึงแล้ว เย้!!
    #128
    0
  12. #127 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:13
    เหมาะสมกันมากค่ะคู่นี้ 555++
    #127
    0