[จบแล้ว] Fallen Angel เพลิงทัณฑ์ผลาญเทวา [Yaoi]

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 คำชวนและท่าทีที่ยากเกินคาดเดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 ก.ค. 59

บทที่ 8

คำชวนและท่าทีที่ยากเกินคาดเดา


ท่วงท่าการฟาดฟันดาบที่พลิ้วไหวราวกับการร่ายรำสะกดสายตาของผู้มองเอาไว้จนอยู่หมัด เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้วที่ฮอร์คอาศัยมุมอับด้านหลังบ้านตนเองในการแอบลอบมองเกเบรียล อสูรหนุ่มลงทุนตื่นแต่เช้ามืดตั้งแต่ที่รู้ว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เกเบรียลจะตื่นมาซ้อมดาบ มันอาจจะดูเป็นพฤติกรรมที่คล้ายจะเรียกได้ว่าโรคจิตนิดหน่อย แต่ฮอร์คก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาแอบดูเงียบๆ แบบนี้คงจะดีกว่าโผล่ไปตรงๆ แล้วทำให้เกเบรียลหนีไป

เจ้านกน้อยตัวนี้ชอบบินหนีเขาอยู่เรื่อย คิดแล้วก็หงุดหงิดชะมัด...

อสูรหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อย แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากร่างของเกเบรียลเลยสักนิด หากจะถามว่าเพราะอะไรเขาถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ฮอร์คคงตอบได้แค่ว่าเขาสนใจเกเบรียล มันเริ่มก่อตัวจากความรู้สึกเล็กๆ เมื่อวันที่เกเบรียลได้ช่วยเขาเอาไว้ในลานประลอง และเมื่อรู้ถึงความอ่อนแอภายในจิตใจของอีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องหรือทำอะไรบางอย่างให้เทวทูตตนนี้ยิ้มได้อีกครั้ง

แต่ก็นั่นแหละ ยิ่งเข้าหา เกเบรียลก็ยิ่งหนี สุดท้ายเขาเลยกลายมาเป็นไอ้โรคจิตที่ได้แต่ถ้ำมองอยู่ห่างๆ แบบนี้ไง คิดแล้วก็ได้แต่อนาถตัวเอง ฮอร์คส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองท้องฟ้าที่แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องก่อนจะตัดสินใจหันกลับเข้าบ้าน ทว่า...

“วะ เหวอ!

“เฮ้ย!

ฮอร์คพุ่งตัวออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วทันทีที่เห็นว่าเกเบรียลเสียการทรงตัวและทำท่าจะล้มลงเอาหน้าฟาดกับพื้น วงแขนแกร่งตวัดรวบรอบเอวของเกเบรียลไว้แล้วดึงขึ้นแนบกายตัวเอง เขาได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจจากคนข้างหน้า ก่อนที่วินาทีต่อมาใบหน้าที่แม้จะมีแผลเป็นขนาดใหญ่อยู่ข้างแก้มแต่กลับดูงดงามในสายตาของฮอร์คจะเอี้ยวกลับมามองเขาด้วยความตกใจ ดวงตาสีทองเบิกกว้าง ริมฝีปากเรียวเผยอเล็กน้อย พอเห็นว่าเป็นเขา เกเบรียลก็คล้ายจะอึ้งไปนิดหน่อย

“เจ้า...ทำไม?”

“ก็แค่เดินผ่านมาพอดี” ฮอร์คตอบกลับหน้าตาย เขาสบตากับเกเบรียลแล้วเอ่ยต่อ “เห็นนกปีกหักกำลังจะหน้าทิ่มดินเลยมาช่วยไว้”

“เจ้านี่นะ ทำดีได้ไม่เท่าไหร่ก็ปากร้ายใส่ข้าอีกแล้ว” เกเบรียลสบถด้วยความหงุดหงิดก่อนจะขยับตัวออกจากอ้อมกอดกลายๆ ของอสูรหนุ่ม ฮอร์คเองแม้จะยังไม่อยากปล่อยนกน้อยของตัวเองไป แต่ก็จำต้องยอมเมื่อไม่รู้จะหาเหตุผลข้อไหนมารั้งเอาไว้

“เมื่อกี้เป็นอะไร หน้ามืด?”

“อืม...”

“ข้าว่าแล้วว่าสักวันร่างกายเจ้าต้องรับไม่ไหว” ฮอร์คได้ทีก็เริ่มเอ่ยปากบ่นโดยมีเกเบรียลยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงหน้า “ฝืนตื่นแต่เช้ามืดมาซ้อมดาบทั้งๆ ที่ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องมาเกือบอาทิตย์แบบนี้ ร่างกายเจ้ารับไหวก็แปลกเกินไปหน่อยแล้ว”

“เจ้า...”

“อะไร จะเถียงข้าหรือไง” ฮอร์คจ้องหน้าเกเบรียลด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ

“เปล่า ข้าแค่จะถามว่าเจ้ารู้กิจวัตรประจำวันของข้าละเอียดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ดวงตาสีทองหรี่ลงอย่างจับผิด แล้วเอ่ยลองเชิงออกไป “เจ้าคงไม่ได้ทำพฤติกรรมโรคจิต แอบดูข้าทุกวันหรอกใช่ไหม?”

“จะ เจ้าจะบ้าหรือไง” ฮอร์คแทบจะกัดลิ้นตัวเองเมื่อประโยคที่ปฏิเสธออกไปนั้นตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด “หลงตัวเองเกินไปหน่อยแล้วมั้งเจ้าน่ะ”

“ข้าก็แค่ถามดูเฉยๆ เจ้าจะขึ้นเสียงใส่ข้าทำไมล่ะ” เกเบรียลขมวดคิ้วใส่อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยตัดบท “เอาเถอะๆ ยังไงก็ขอบใจที่ผ่านมาช่วยข้าพอดีแล้วกัน งั้นข้าขอตัวก่อน...”

“เดี๋ยว!

“ฮะ อะไรอีก?”

“ข้า...” ฮอร์คเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้นก็เงียบไป ความจริงแล้วเขาแค่ยังไม่อยากให้เกเบรียลหนีไปไหนก็แค่นั้น อย่างน้อย...อย่างน้อยก็ควรคุยกันนานกว่านี้หน่อยไหมล่ะ?

“วันนี้เจ้าแปลกๆ นะฮอร์ค” เกเบรียลนิ่วหน้าด้วยความสงสัย “ถ้าเจ้าไม่สบายล่ะก็ กลับไปนอนต่อดีกว่ามั้ง”

“เปล่า ข้าสบายดี”

“แหม...ถ้าเจ้าไม่บอกข้าคงไม่รู้นะเนี่ย” ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อยยามเอ่ยวาจาจิกกัดเบาๆ ก่อนที่เทวทูตหนุ่มจะถอนหายใจเฮือกแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง “ข้าไปล่ะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่มีอารมณ์มาเล่นกับเจ้าหรอกนะ”

ฮอร์คได้แต่กะพริบตาปริบมองตามแผ่นหลังเกเบรียลที่เดินฉับๆ จนเกือบจะถึงประตูบ้านอยู่แล้ว ภายในหัวของอสูรหนุ่มเริ่มทำงานอย่างเร็วจี๋ในการคิดหาเหตุผลรั้งเกเบรียลเอาไว้ ก่อนจะโพล่งพูดประโยคหนึ่งออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว

“เจ้า...ไปบ้านข้าไหม”

“ฮะ?” เกเบรียลหันกลับมาพร้อมสีหน้าสงสัย

“ข้าจะกลับบ้านใหญ่ เจ้าสนใจจะไปกับข้าหรือเปล่า”

“หมายถึงบ้านพ่อเจ้า?”

“ใช่”

“นี่เจ้าชวนข้าไปพบพ่อเจ้างั้นเหรอ” เกเบรียลถามด้วยน้ำเสียงติดจะสูงเล็กน้อย คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจกับท่าทีของอสูรตรงหน้า จู่ๆ ก็มาชวนไปบ้าน เกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาล่ะเนี่ย?

“ตกลงจะไปไม่ไป” ฮอร์คไม่ตอบ แต่ดันคาดคั้นกลับ เกเบรียลเบ้หน้าแล้วตอบกลับไป

“ถ้าข้าบอกว่าไม่ เจ้าก็จะจับข้ายัดใส่รถม้าแล้วพาข้าไปบ้านเจ้าอยู่ดี”

“รู้ก็ดีแล้ว”

“ธุระเจ้ามีแค่นี้ใช่ไหม” เกเบรียลถอนหายใจ เทวทูตหนุ่มกลอกตาก่อนจะกล่าวต่อ “งั้นคราวนี้ข้าไปได้แล้วสินะท่านจอมเผด็จการ”

ฮอร์คไม่ได้ตอบกลับไปเป็นคำพูด เขาทำเพียงพยักหน้าเบาๆ ให้อีกฝ่ายเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเขาอนุญาต เกเบรียลก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้ฮอร์คยืนกุมขมับอยู่ลานหลังบ้านคนเดียว ให้ตายสิ! ความจริงเขาไม่ได้กลับบ้านใหญ่มาหลายปีแล้ว แต่เพราะต้องการหาเรื่องรั้งเจ้านกน้อยนั่นเอาไว้เลยเผลอพูดมั่วๆ ออกไปซะได้

“...ข้าอยากจะบ้า”

ณ ตอนนี้ ฮอร์คทำได้เพียงแค่สบถพึมพำกับตัวเองเท่านั้น...

 

ตอนนี้เกเบรียลยืนอยู่หน้าบ้าน...ไม่สิ แม้ว่าฮอร์คจะเรียกมันว่าบ้าน แต่ในสายตาของเทวทูตหนุ่มตอนนี้กลับเห็นเป็นคฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่าตั้งอยู่ตรงหน้าแทนเสียอย่างนั้น ประตูรั้วขนาดใหญ่ทำจากโลหะที่ดูแล้วท่าจะราคาสูงใช่ย่อย ซ้ำยังประดับด้วยลวดลายอ่อนช้อยที่น่าจะออกแบบโดยช่างฝีมือดี มิน่าล่ะ อาเมียร์คนนั้นถึงบอกว่าต่อให้เขาถลุงเงินฮอร์คต่อเจ้านี่ก็ไม่มีวันขนหน้าแข้งร่วง อืม...หรืออาจจะไม่กระดิกเลยด้วยซ้ำ

“คุณชายใหญ่! ทะ ท่าน...!

เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเกเบรียลเงยหน้ามองตามเสียงก็พบกับอสูรวัยกลางคนตนหนึ่งกำลังยืนอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างมองมาที่ฮอร์คอยู่ภายในเขตคฤหาสน์ โดยมีรั้วกั้นระหว่างพวกเขาเอาไว้

...ว่าแต่ไอ้สรรพนามคุณชายใหญ่นี่มันอะไรกัน ฟังแล้วจั๊กกะจี้หูชะมัด

“ไม่เห็นจะต้องตกใจขนาดนั้น” ฮอร์คถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเอ่ยต่อ “ยังไม่รีบมาเลื่อนประตูเปิดให้ข้าอีก เดี๋ยวสั่งตัดเงินเดือนซะนี่”

“ขะ ขอรับคุณชายใหญ่”

อสูรตนนั้นที่เกเบรียลสังเกตดูแล้วน่าจะมีตำแหน่งคล้ายๆ พ่อบ้านรีบลนลานตะโกนเรียกอสูรรับใช้ตนอื่นๆ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันนั้นให้มาเปิดประตูให้ฮอร์คอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูเปิดออกฮอร์คก็เดินอาดๆ นำเข้าไปทันที จนเกเบรียลต้องรีบสาวเท้าตามไปให้ทัน ทันใดนั้นเสียงตะโกนลั่นราวกับฟ้าฝ่าก็ดังขึ้นจนทำเอาเขาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

“ฮอร์ค!!!

“จะเสียงดังให้ได้อะไรฮะท่านพ่อ!

“นะ ในที่สุดเจ้าก็กลับบ้านเรา เจ้าจะมารับตำแหน่งต่อจากพ่อแล้วใช่ไหม!

“เลิกคิดเองเออเองได้แล้วท่านพ่อ” อสูรหนุ่มพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าแสดงชัดถึงความเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาสีดำสนิทปรายตามองผู้เป็นพ่อที่โผเข้ามากอดเขาแน่นแล้วเอาแต่คร่ำครวญด้วยแววตาเรียบนิ่ง “อีกอย่าง...ปล่อยข้าได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะกลับจริงๆ ด้วย”

“แต่ข้าคิดถึงเจ้านี่” อสูรร่างใหญ่ที่เกเบรียลดูแล้วดูอีกก็พบว่าอีกฝ่ายหน้าตาคล้ายฮอร์คราวกับแกะ ต่างกันตรงที่ดูอายุมากกว่าเท่านั้นพึมพำอย่างน่าสงสารจนไม่สมกับตัวใหญ่ๆ น่าเกรงขามนี่เลยแม้แต่น้อย

“ข้าพูดจริงนะ ท่านก็รู้”

“...ก็ได้” ว่าพลางทำสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทเหมือนกับผู้เป็นลูกจะเบนมาสบกับเกเบรียลที่ยืนนิ่งมานานอยู่ข้างๆ ฮอร์ค คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป “แล้วนี่ใครเนี่ย เพื่อนเจ้าเหรอ?”

“ก็...อืม เพื่อนข้า”

“เจ้ามีเพื่อนเป็นเทวทูตตั้งแต่เมื่อไหร่ เอ๊ะ จะว่าไปแล้ว เมื่อก่อน...”

“เลิกพูดมากได้แล้วท่านพ่อ”

“เฮ้ ไม่เอาน่า” เกเบรียลดึงแขนอสูรหนุ่มเอาไว้เมื่อเห็นว่าฮอร์คเอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งใส่ผู้เป็นพ่อตนเอง เทวทูตหนุ่มตีหน้าดุ ก่อนจะหันไปทางผู้อาวุโสหนึ่งเดียวในที่นี้แล้วเผยรอยยิ้มก่อนจะกล่าวทักทาย “ข้าชื่อเกเบรียลขอรับ ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องนิดหน่อย แต่ฮอร์คมาช่วยข้าไว้ ตอนนี้ข้าเลยอาศัยอยู่กับเขาชั่วคราว จะเรียกว่าเป็นเพื่อนกันอย่างที่ท่านว่าก็คงจะได้ขอรับ”

“พูดจาฉะฉาน ผิวพรรณดูดีมีสกุล เจ้าไม่น่ามาคบกับลูกชายข้าเลย” อสูรอาวุโสแอบจิกกัดลูกชายตนเองเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวแนะนำตัว “ข้าชื่อฮารัส เจ้าจะเรียกข้าว่าท่านลุงฮาร์นก็ได้”

“ขอรับท่านลุงฮาร์น”

“พูดกันเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วก็เข้าข้างในได้แล้ว” ฮอร์คว่าพลางใช้ฝ่ามือรุนหลังเกเบรียลให้ก้าวเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ลืมที่บ่นทิ้งท้าย “ก็รู้ตัวว่าสู้แดดไม่ได้ ยังยืนอยู่นั่นแหละ เจ้าทำข้าหงุดหงิดชะมัด”

“ก็ข้าคุยกับพ่อเจ้าอยู่นี่”

“คุยข้างในก็ได้ไหมล่ะ”

“เฮ้อ...เอาเถอะๆ” เกเบรียลถอนหายใจออกมาเบาๆ ยิ่งอธิบายฮอร์คก็ยิ่งทำตัวเป็นตาแก่ขี้บ่น เทวทูตหนุ่มจึงแสร้งเปลี่ยนเรื่องแทน “ว่าแต่พ่อเจ้านี่อัธยาศัยดีจังนะ เจ้าไม่น่าทำตัวไม่ดีใส่ท่านเลย”

“ช่างข้าเถอะน่า”

“แล้ว...”

“อา ขอโทษที่ข้าต้องขัดจังหวะพวกเจ้านะ” ฮารัสเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่อสูรอาวุโสจะเบนหน้าไปทางฮอร์คแล้วเอ่ยต่อ “ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าเยอะทีเดียว ยังไงก็ช่วยสละเวลาเล็กๆ น้อยๆ คุยกับข้าหน่อยได้ไหม?”

“ข้าเป็นเรื่องตำแหน่งนั่น ข้าบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าข้าไม่รับ”

“ไม่ใช่เรื่องตำแหน่งสักหน่อย”

“ท่านอย่ามาเล่นลิ้น”

“นี่เจ้าเห็นพ่อเจ้าเป็นคนยังไงกันฮึ” ฮารัสถอนหายใจ “เอาน่า ตามข้ามา รับรองว่าใช้เวลาแป๊บเดี๋ยวถ้าเจ้าไม่เฉไฉบ่ายเบี่ยงละก็นะ”

“ข้า...”

“เจ้าไปคุยกับพ่อเจ้าเถอะฮอร์ค” เกเบรียลเอ่ยแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าฮอร์คทำท่าจะปฏิเสธ “นานๆ ทีเจ้าจะกลับบ้านนี่ พ่อเจ้าคงคิดถึงเจ้าน่าดู”

“แล้วเจ้าล่ะ จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้คนเดียวเนี่ยนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ข้าจะให้สาวใช้พาเพื่อนเจ้าไปรอที่ห้องรับรอง” ฮารัสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะหันมาทางเกเบรียล “เจ้าจะต้องชอบขนมหวานกับชาสูตรพิเศษของตระกูลเราแน่ๆ เกเบรียล”

“คงต้องรบกวนท่านแล้วท่านลุงฮาร์น”

“ฮ่าๆๆ ไม่หรอก” ฮารัสว่าพลางกวักมือเรียกสาวใช้ที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยสั่งงานเธอจนเรียบร้อย ดวงตาสีดำสนิทมองส่งจนกระทั่งเกเบรียลเดินหายลับไปกับสาวใช้ แล้วจึงหันมาทางฮอร์คซึ่งยืนหน้าตาบูดบึ้งไม่รับแขกอยู่ก่อนเอ่ยต่อ “ไปคุยกันที่ห้องทำงานข้าแล้วกัน”

“ข้ายังไงก็ได้ แค่ท่านรีบๆ พูดธุระของท่านให้จบก็พอ”

“ยังใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าน่ะ”

ฮอร์คไม่ตอบอะไร อสูรหนุ่มทำเพียงแค่เดินตามผู้เป็นพ่อไปยังห้องทำงานของอีกฝ่ายเงียบๆ ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นในหัวระหว่างเดินไปตามทางที่คุ้นชินเมื่อครั้งยังเยาว์วัย แม้กาลเวลาจะผ่านมานานแล้วแต่ทุกอย่างภายในคฤหาสน์กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ราวกับกลัวว่าหากเขากลับมาอีกครั้งจะหลงลืมความทรงจำต่างๆ ณ ที่แห่งนี้ไป

“มีอะไรก็ว่ามาเถอะ”

ฮอร์คกล่าวขึ้นมาเมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องทำงานของฮารัสเรียบร้อยแล้ว อสูรหนุ่มทรุดนั่งลงบนเก้าอี้บุกำมะหยี่หนานุ่มโดยไม่รอให้ใครเชื้อเชิญ ฮารัสมองท่าทีของลูกชายแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับฮอร์ค

“เจ้ายังขึ้นลานประลองนั่นอยู่ใช่ไหม”

“ไม่เอาน่า อย่าถามอะไรที่ท่านรู้ดีอยู่แล้วเลย” ฮอร์คแค่นหัวเราะอย่างรู้ทัน พ่อเขากว่าจะเข้าเรื่องหลักชอบพูดเรื่องอื่นไปเรื่อยตลอด

“ก็ได้” ฮารัสยักไหล่แล้วกล่าวเข้าประเด็นทันที “จู่ๆ ทำไมกลับบ้านล่ะ แถมยังพาเทวทูตตนนั้นมาด้วย”

“ก็แค่อยากกลับ ถ้าท่านจะถามแค่นี้ข้าขอตัวดีกว่า ไร้สาระ”

“เฮ้ๆ ไร้สาระตรงไหนฮึ เรื่องนี้มันน่าแปลกใจจะตาย” ฮารัสหรี่ตามองฮอร์ค ดวงตาสีดำสนิทเป็นประกายก่อนจะเอ่ยข้อสันนิษฐานของตัวเองออกไป “ไม่ใช่ว่าเกเบรียลเป็นคนพิเศษของเจ้า แล้วเจ้าอยากพาเขามาพบข้าหรอกเหรอ”

“นั่นมัน...” ฮอร์คขมวดคิ้วมุ่น อสูรหนุ่มตั้งท่าจะปฏิเสธทว่ากลับไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมานอกจากนั้น เข้าทางฮารัสที่คอยจ้องจับผิดอยู่แล้ว อสูรอาวุโสตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ พร้อมเอ่ยออกมาเสียงดัง

“ข้าว่าแล้ว แสดงว่าเซ็ปไม่ได้หลอกข้า เจ้าอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ด้วย”

“เจ้าเซ็ปปากมากนั่น” ฮอร์คขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววหงุดหงิด คาดว่าหากพรุ่งนี้กลับบ้านไปสิ่งแรกที่เขาจะทำคือการเข้าไปอัดเจ้าเพื่อนปากมากนั่นสักสามสี่หมัด

“สรุปคือเรื่องจริงสินะ เจ้าพาเขามาแนะนำตัวกับข้า?”

“ก็แค่ผลพลอยได้” เดิมทีเขาก็แค่หลุดปากพูดไปงั้นๆ แต่ไหนๆ ก็พามาแล้ว งั้นก็ถือโอกาสนี้แนะนำเกเบรียลกับครอบครัวเขาเลยก็แล้วกัน

“เจ้านี่ปากแข็งจริงๆ” ฮารัสหัวเราะแล้วเอ่ยถามต่อ “ว่าแต่เกเบรียลคนนี้ใช่....?”

“ใช่ เขานั่นแหละ”

“แต่ดูเหมือนเขาจะจำข้าไม่ได้เลยนะ” ฮารัสเลิกคิ้วเล็กน้อยในขณะที่ใบหน้าฉายแววสงสัย

“อย่าว่าแต่จำท่านไม่ได้เลย กับข้าเองเขาก็จำไม่ได้เหมือนกัน” ฮอร์คถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าท่านไม่มีอะไรจะพูดแล้วข้าขอตัว”

“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งๆ” ฮารัสรับเอ่ยห้ามเมื่อเห็นฮอร์คทำท่าจะเดินออกจากห้อง “เจ้าคงจำไม่ได้ แต่วันนี้น่ะเป็นวันรวมญาติพอดี คืนนี้จะมีงานเลี้ยง เพราะฉะนั้นเจ้าอยู่ค้างที่นี่สักคืนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยกลับ”

“ท่านว่าไงนะ?”

“งานรวมญาติไง น่า...ไหนๆ ก็กลับมาได้จังหวะแล้วก็อยู่ต่อเสียหน่อยเถอะ ถือว่าข้าขอร้องแล้วกัน”

“ข้าว่า...”

“น่าๆ เห็นแก่ข้าสักครั้งเถอะ” ฮารัสเอ่ยตื๊อพลางทำสีหน้าเว้าวอนที่ฮอร์คเห็นแล้วรู้สึกขนลุกซู่ ก่อนท้ายที่สุดจะจำยอมตกลงไปจนได้

“ก็ได้ แค่นี้ใช่ไหม ข้าขอตัวล่ะ”

“โอ้...เชิญๆ” ฮารัสหัวเราะร่าเมื่อความต้องการได้รับการตอบรับในที่สุด “เจ้าคงอยากไปหาเกเบรียลเต็มแก่แล้วสินะ”

ฮอร์คไม่ตอบ และยิ่งไม่ได้หันกลับไปมองเลยสักนิดเมื่อเดินจากมา เสียงหัวเราะดังไล่หลังอย่างน่าหงุดหงิด เขาไม่ชอบตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรองแบบนี้เลยสักนิด ฮอร์คไม่ชอบมีจุดอ่อน ยิ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เขาสูญเสียความแข็งแกร่งยิ่งไม่ชอบ แต่ตอนนี้คงต้องยอมรับ...

เกเบรียลกลายเป็นจุดอ่อนขนาดใหญ่สำหรับเขา

 

“ฮ่าๆ ท่านพี่เกล ผมท่านสวยจัง”

เสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วเข้าหู ก่อนที่มันจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฮอร์คเดินเข้าไปใกล้ห้องรับรองมากยิ่งขึ้น ทันทีที่โผล่หน้าเข้าไปก็เห็นเกเบรียลนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นซึ่งปูด้วยพรมสีขาว ผมยาวสีเงินแผ่สยายเต็มแผ่นโดยมีเด็กสาวตัวน้อยอายุราวสิบสามสิบสี่กำลังยืนถักเปียให้อยู่ด้านหลัง ใบหน้าเกเบรียลฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ฮอร์คไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอยืนจ้องอีกฝ่ายนานไปหน่อยก็ตอนที่ดวงตาสีทองเบนมาสบนั่นแหละ

“ฮอร์ค?”

“อ้อ...เอ่อ” อสูรหนุ่มแสร้งกระแอมไอ ก่อนจะทำทีเอ่ยออกไป “เซเรีย เจ้าทำอะไรกับผมเพื่อนข้าเนี่ย”

“ถักเปียไงคะ”เซเรียตอบกลับพลางหัวเราะคิกคัก เธอมีเส้นผมตรงสีทองยาวประบ่า บนศีรษะมีเขาสั้นๆ สีดำสนิท ใบหน้ากลมแป้นดูน่ารักน่าชัง ดวงตาสีเขียวมรกตเป็นประกายระยับยามจ้องหน้าคนเป็นพี่

“ไม่ยักรู้ว่าเจ้ามีลูกพี่ลูกน้องด้วย” เกเบรียลเอ่ยขึ้นมาในขณะที่นั่งนิ่งยอมให้เซเรียเล่นผมตัวเอง

“ญาติข้าเยอะจะตาย บอกให้เจ้าฟังทั้งวันยังไม่หมดตระกูลย่อยเลยมั้ง”

“ท่านพี่จำญาติๆ ตัวเองได้ด้วยเหรอคะ” เซเรียหันหน้ามองพี่ชายตาใส ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเกเบรียลหลุดหัวเราะออกมา “แยกตัวออกไปอยู่คนเดียวตั้งหลายปีไม่เคยโผล่กลับมาจนข้าลืมหน้าพี่ไปแล้วนะเนี่ย”

“เซเรีย เจ้าเด็กแสบ ระวังเถอะข้าจะตีเจ้าสักวัน”

“เฮ้ ไม่เอาน่า เซเรียก็แค่พูดความจริง” เกเบรียลหัวเราะจนดวงตาหยี “เนอะเซเรียเนอะ”

“ใช่เลยค่ะท่านพี่เกล”

“เฮ้ เจ้าสองคนนี่ยังไม่ทันไรก็จับมือกันรุมข้าแล้วนะ” ฮอร์คหรี่ตาลงก่อนจะหันไปทางเซเรียที่กำลังหยิบริบบิ้นมาผูกเป็นโบว์บริเวณปลายเปียของเกเบรียล แล้วเอ่ยออกไป “ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่ หนังสือหนังหาไม่ไปเรียนหรือไง”

“ช่วงนี้ปิดเทอมนี่คะ อีกอย่างวันนี้เป็นวันรวมญาติพอดี” เซเรียตอบกลับเสียใสแจ๋ว แล้วเอียงคอมองใบหน้าฮอร์คด้วยแววตาใสซื่อ “นี่ท่านไม่รู้จริงๆ หรือแค่ไม่มีอะไรจะพูดกันคะท่านพี่ อย่าบอกนะว่ากลับมาทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันเป็นวันรวมญาติน่ะ”

...อันที่จริงก็เพิ่งรู้ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีนี่แหละ

ฮอร์คคิด แต่ไม่ได้กล่าวออกไป

“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังนะเซเรีย พี่เจ้าค่อนข้างบื้อไปหน่อย มีดีก็แค่พละกำลัง” เกเบรียลเอ่ยผสมโรงอย่างนึกสนุก

“เกล เจ้านี่มัน...!

“อ๊ะ พี่ๆ คุยกันไปก่อนนะคะ” เซเรียว่าพลางเงยหน้ามองนาฬิกาเรือนใหญ่ซึ่งแขวนอยู่บนผนังห้องแล้วกล่าวต่อ “ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาที่ท่านแม่นัดข้าเอาไว้แล้ว ไว้เจอกันในงานคืนนี้นะคะ”

กล่าวจบเธอก็สาวเท้าเดินจากไปทันที ทิ้งให้เกเบรียลกับฮอร์คอยู่กันตามลำพัง ก่อนที่เทวทูตหนุ่มจะลุกขึ้นจากพื้นแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หนังเนื้อนุ่มตัวยาวใกล้ๆ กันนั้นแทน

“สรุปแล้วเจ้ารู้หรือเปล่าเนี่ยว่าวันนี้เป็นวันรวมญาติ” เกเบรียลเลิกคิ้วถามฮอร์คซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ตนเองด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะกล่าวต่อตามความคิดตนเอง “ข้าว่าเจ้าลืมแหง ไม่งั้นคงไม่พาข้ามาด้วยหรอก”

“ก็ใช่ ท่านพ่อเพิ่งบอกข้าเมื่อครู่นี่เอง”

“เอาจริงสิ เจ้าลืมจริงๆ งั้นเหรอ” เกเบรียลเบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะออกมา “แต่ให้ตายสิ เจ้าดันมาได้จังหวะพอดีเลยแฮะ”

“ก็ถือซะว่าพาเจ้ามาเปิดตัว...” ฮอร์คเอ่ยงึมงำกับตัวเองจนเกเบรียลนิ่วหน้าเพราะไม่ได้ยินจนต้องถามซ้ำ

“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ”

“ข้าบอกว่าคืนนี้คงต้องค้างคืนที่นี่” ฮอร์คเฉไฉไปเรื่องอื่น “ท่านพ่อบังคับให้ข้าร่วมงานเลี้ยงน่ะสิ”

“อ้าว...แล้วข้าล่ะ เสื้อผ้าข้าไม่มีมาเปลี่ยนนะ”

“ไว้เดี๋ยวข้าจัดการเอง” อสูรหนุ่มเอ่ยปัดก่อนจะเอื้อมมือมาจับเส้นผมของเกเบรียลซึ่งถูกถักเป็นเปียเดี่ยวหนา “เจ้าทำผมแบบนี้แล้วข้าไม่ชินเลยแฮะ”

“ก็เรียบร้อยดีออก ฝีมือน้องสาวเจ้าไม่เลวนะ”

“แต่ข้าชอบตอนผมเจ้าสยายเต็มแผ่นหลังมากกว่า...”

ไม่ว่าเปล่า ฮอร์คยังดึงรั้งสายริบบิ้นเส้นน้อยจนปมคลี่ออกจากกัน ส่งผลให้ผมสีเงินสวยซึ่งถูกถักไว้คลายตัวออก อสูรหนุ่มใช้ปลายนิ้วทั้งห้าสางเส้นผมของเกเบรียลช้าๆ สัมผัสนุ่มลื่นไหลผ่านตามร่องนิ้วจนรู้สึกจั๊กกะจี้ ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะจับปลายผมสีเงินขึ้นมาจรดริมฝีปากตนเองเบาๆ โดยที่ดวงตาสีดำสนิทไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเทวทูตหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

เกเบรียลสบตากับอีกฝ่ายนิ่งด้วยทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าฮอร์คเป็นอะไร รู้แต่ว่าระยะหลังๆ มานี้อีกฝ่ายมีท่าทีแปลกๆ แต่ก็ไม่นึกว่าจะแปลกจนถึงขั้นที่ใช้แววตาหวานละมุนแฝงแววเจ้าเล่ห์มองเขาแบบนี้

“เจ้าเป็นอะไร...?”

“ลองเดาสิ”

ฮอร์คเอ่ยออกมาสั้นๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก และเกเบรียลก็ทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบมองหน้าอีกฝ่ายเท่านั้น เขาไม่อาจเดาได้เลยว่าอสูรตนนี้ต้องการจะสื่ออะไรกับตนเอง

...ช่างเป็นอสูรที่เข้าใจยากจริงๆ

----------------------------

แจ็ค ทอร์ค

บทหน้าเปิดตัวน้องชายสุดหล่อของฮอร์คค่ะ ตื่นเต้นจัง ฮ่าๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #166 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 16:38
    นึกหน้าคนเถื่อนๆทำหน้ากลุ้มกริ่มแล้วจั๊กกะจี้จัง
    #166
    0
  2. #149 mehmehmeh (@mehmehmeh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:54
    หูยยยหวานเบาๆเขินจุงงง
    #149
    0
  3. #129 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 09:41
    มีความลวนลามผมเขาไปอีก ว่าแต่อยากรู้จังน้าาาาาาาา ว่าในอดีตสองคนนี้เจอกันได้ยังไง แล้วทำไมถึงแยกกันไป น่าจะรู้จักกันดีเลยแหละ
    #129
    0
  4. #101 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:43
    ฉากจูบผมคือแบบบบ พี่อสูรคะะะะะะะะะ เราก็ผมยาวนะ มาหาเราบ้างงงง ปล.เราว่าคู่นี้น่าจะเคยเจอกันแล้ว รวมถึงครอบครัวของพี่อสูรและอาเมียร์ด้วย แต่เกลน่าจะถูกลบความทรงจำ หรือไม่ก็สูญเสียความทรงจำเพราะอะไรสักอย่สง
    #101
    0
  5. #70 eveATK (@evezaka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 14:42
    ชอบฉากจูบผมถ้าเป็นเราคงเขิน
    #70
    0
  6. #20 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 12:04
    โอ๊ยยยยยยยยยยเขินนนน เกลก็ซึนเหลือเกิน พ่ออสูรก็รุกแบบมึนๆ เคยเจอกันมาก่อนและแอบชอบมานานแล้วสิท่า
    #20
    0
  7. #12 lukiaจัง (@0864098761) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:48
    อ่านรวดเดียวเลยค่ะ หนุกมากกกกกก ติดตามๆ^ ^
    #12
    1
  8. #11 เอเรียล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:55
    ทไมบ้านพระเอกดูท่าทางจะใจดีกันทุกคนเลย แอบสงสัยว่าทำไมเกลจำใครไม่ได้ เนื้อเรื่องน่ารักดีค่ะ
    #11
    1