ตอนที่ 8 : บทที่ 7 เจ้าของร้านดาบปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ก.ค. 59

บทที่ 7

เจ้าของร้านดาบปริศนา


เกเบรียลกระชับฮู้ดคลุมศีรษะตัวเองให้ลงมาปิดหน้าอีกเล็กน้อยเมื่อแสงแดดตอนเที่ยงเริ่มแรงจัดจนเขาแสบผิว ถึงจะอยู่แดนอสูรมานานพอดูแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับสภาพอากาศของที่นี่อยู่ดี คงต้องอยู่ต่อเป็นเดือนเป็นปีล่ะมั้งถึงจะชินได้ แต่ว่า...เขาคงจะไม่ได้อยู่ที่นี่จนถึงตอนนั้นหรอก ในเมื่อบางสิ่งยังค้างคาใจรอวันให้เขาไปสะสาง

“เกล”

“...ฮะ ว่าไง” เกเบรียลหันไปทางฮอร์คเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียก แต่พอหันไปแล้วกลับไม่ยอมพูดเสียอย่างนั้นจนเขาต้องเอ่ยถามซ้ำ “เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า เห็นเจ้าดูไม่สบายตัวเฉยๆ”

“ฮอร์คมันห่วงเจ้าแต่ไม่กล้าพูดตรงๆ น่ะ” เซ็ปเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ก่อนจะเงียบไปเมื่อโดนสายตาของฮอร์คตวัดมองราวกับถ้าจับเพื่อนยัดเข้าปากกินได้คงทำไปแล้ว

“ข้าไม่เป็นไร แค่ร้อน เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ถูกกับบรรยากาศบ้านเมืองเจ้าเท่าไหร่” เกเบรียลเอ่ย ก่อนที่วินาทีต่อมาแขนเขาจะถูกฮอร์คจับยึดเอาไว้แล้วพาเดินไปอีกทางแทน “เฮ้ เจ้าจะไปไหนน่ะ?”

“เที่ยงแล้ว แวะหาอะไรกินก่อนค่อยไปร้านดาบนั่นแล้วกัน”

“ข้ายังไม่หิวนี่”

“แต่ข้าหิว เพราะฉะนั้นเจ้าห้ามขัดคำสั่งข้า”

“อะไรของเจ้าเนี่ย ผีเข้าผีออก ข้าตามเจ้าไม่ทันแล้วนะ”

เกเบรียลแทบจะตะโกนออกมาถ้าไม่ใช่เพราะว่าตัวเองยังไม่อยากกลายเป็นจุดเด่นกลางสถานที่พลุกพล่านไปด้วยเหล่าอสูรนานาชนิดในตลาดมืดแห่งนี้ เทวทูตหนุ่มเม้มปากตัวเองแน่นด้วยความหงุดหงิด เสียงหัวเราะเบาๆ ของเซ็ปดังไล่หลังมาจนอยากจะหันกลับไปด่าว่าหัวเราะหาพ่อแม่พี่น้องที่ไหนหรือยังไง ให้ตายสิ ทำไมอสูรรอบตัวเขาถึงได้มีนิสัยชวนน่าปวดหัวขนาดนี้กันนะ

“นั่งนิ่งๆ แล้วทำตัวดีๆ”

“เจ้านั่นแหละที่ควรจะทำตัวดีๆ” เกเบรียลถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบ่นต่อ “มันเสียเวลาไหมเนี่ย แทนที่จะรีบทำธุระให้เสร็จจะได้รีบกลับ”

“ข้ามีเวลาให้เจ้าทั้งวันทั้งคืน คราวนี้เลิกบ่นซะ” ฮอร์คเอ่ยตัดบทในขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างเกเบรียลและกวักมือเรียกพนักงานร้านอาหารให้เข้ามารับรายการอาหารที่จะสั่ง เอาจริงๆ แล้วเขาไม่ได้หิวอย่างที่บอกเกเบรียลหรอก ก็แค่...

...แวะเพื่อให้เกเบรียลหลบแดดก็เท่านั้น

อสูรหนุ่มสั่งรายการอาหารไปสองสามอย่างและตามด้วยเครื่องดื่มรสหวานอีกสามแก้ว ก่อนจะหันมองเทวทูตข้างกายที่ยังคงคลุมศีรษะด้วยฮู้ดไม่ยอมปลดออกสักที ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงฮู้ดของเกเบรียลลงมา ท่ามกลางเสียงโวยที่ดังขึ้นแทบจะในทันที

“ทำอะไรของเจ้าน่ะ!

“ในนี้ไม่มีแดด เจ้าไม่จำเป็นต้องปิดหัวปิดหน้าขนาดนั้นหรอก”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าฮะ”

“ข้าเห็นแล้วรำคาญตา” ฮอร์คยักไหล่ อสูรหนุ่มเหล่มองใบหน้าที่ฉายแววหงุดหงิดปนไม่มั่นใจของเกเบรียลก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง “หรือถ้ามันเป็นเพราะเจ้ากังวลกับแผลเป็นบนหน้า ข้าก็บอกเจ้าแล้วไงว่าไม่เป็นไร ไม่มีใครรังเกียจเจ้าหรอกน่า”

“ปะ เปล่านะ!” เกเบรียลปฏิเสธหน้าตาตื่น ก่อนจะทำหน้ามุ่ยเมื่อคราวนี้เซ็ปเองก็กล่าวสำทับ

“ที่แดนอสูร รอยแผลหมายถึงเกียรติยศ เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”

“ข้าแค่...ไม่ชินเฉยๆ” เกเบรียลพูดออกไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฝ่ามือยกขึ้นไล้แผลเป็นบนซีกแก้มซ้ายตัวเองเบาๆ แม้ว่ามันจะหายดีแล้วแต่เทวทูตหนุ่มกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดยามสัมผัสมัน ดวงตาสีทองหลุบลงต่ำในขณะที่เอ่ยปากพูดต่อ “เมื่อก่อนข้าน่ะ...หน้าตางดงามมากนะ แม้ว่าพูดแบบนี้จะดูหลงตัวเองไปหน่อยก็เถอะ”

“ตอนนี้เจ้าก็ยังงดงามเกล” ฮอร์คเอ่ยออกมา ก่อนจะชะงักไปคล้ายเผลอตัวพูด ดวงตาสีดำสนิทสบกับดวงตาสีทองซึ่งตวัดมามองด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนที่อสูรหนุ่มจะอ้อมแอ้มเอ่ยต่อ “...ในสายตาข้า เจ้าไม่ได้น่าเกลียดอะไรสักหน่อย”

“ข้าเห็นด้วยกับฮอร์คนะ เจ้ายังดูดีมีราศีอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

“...พวกเจ้าปลอบข้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”

“ก็แล้วแต่เจ้าจะคิด” ฮอร์คเอ่ยก่อนจะเอื้อมมือวางบนศีรษะเกเบรียลแล้วโยกเบาๆ “เลิกคิดมาเถอะ ข้าเห็นเจ้าทำหน้าแบบนั้นแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”

“เฮ้อ...พวกเจ้านี่น้า ทำอย่างกับอยู่กันแค่สองคน” เซ็ปเอ่ยเย้า ดวงตาสีเหลืองสดมองสลับทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้านี่มาเป็นส่วนเกินจริงๆ สินะเนี่ย”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว” ฮอร์คตอบกลับแทบจะทันที ส่งผลให้เซ็ปหัวเราะลั่น

“เอาเถอะ...ยังไงก็ขอบใจพวกเจ้าแล้วกันที่พยายามจะทำให้ข้ารู้สึกดี”

เกเบรียลคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่นั่นก็พอที่จะทำให้คนมองทั้งสองชะงักค้างไปกับรอยยิ้มที่ขับให้ดวงหน้าของเกเบรียลดูอ่อนโยนขึ้นมาทันตาเห็น ฮอร์คสะบัดศีรษะตนเองเพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไป ก่อนจะหันไปทางเพื่อนตัวดีที่มองเกเบรียลตาเยิ้มแล้วแอบเตะหน้าแข้งอีกฝ่ายใต้โต๊ะจนเซ็ปส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ทว่าเมื่อเห็นแววตาของฮอร์คแล้วก็พอจะเข้าใจ อสูรร่างใหญ่ที่ตอนนี้มีสถานะเป็นส่วนเกินแสร้งเบนหน้าไปทางอื่นก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิสำหรับเพื่อนเขาสินะ...

 

หลังจากแวะทานอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วเซ็ปก็ขอตัวแยกจากไปโดยอ้างว่ามีธุระด่วนเพิ่งนึกขึ้นได้ แต่สำหรับฮอร์คแล้วรู้ดีว่าที่เพื่อนตัวเองยอมไปแต่โดยดีนั้นเพราะได้แกล้งเขาจนเต็มที่แล้วนั่นเอง ให้ตายสิ เรื่องของเขานี่จำเป็นต้องสอดรู้สอดเห็นขนาดนี้เลยหรือไงนะ ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองเทวทูตหนุ่มที่เดินเคียงอยู่ข้างกายก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

เอาเถอะ เจ้านั่นไปซะได้ก็ดี จะได้ไม่มีใครแย่งความสนใจจากเจ้านกน้อยนี่ไปจากเขา...

“ถึงหรือยังน่ะ”

“เลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็ถึงแล้ว”

ฮอร์คว่าพลางเร่งฝีเท้าเดินนำใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีพวกเขาทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านดาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง อสูรหนุ่มผลักประตูร้านแล้วเดินนำเข้าไปข้างในตามมาด้วยเกเบรียล สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาคืออาวุธนานาชนิดเรียงรายอยู่ตามชั้นวางสินค้า โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปที่อาวุธจำพวกดาบมากกว่าอาวุธชนิดอื่น

ดวงตาสีทองเปล่งประกายวาบเมื่อเห็นอาวุธที่ตัวเองต้องการมีให้เลือกเต็มไปหมด เกเบรียลเดินตรงดิ่งไปยังชั้นวางอาวุธแล้วเริ่มต้นพิจารณาดาบแต่ละเล่มด้วยดวงตาและสีหน้าจริงจังจนฮอร์คได้แต่ยืนกอดอกยิ้มเอ็นดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนที่อสูรหนุ่มจะละสายตาจากร่างของเกเบรียลเมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครเดินมาด้านหลัง เมื่อหันไปก็เห็นว่าเป็นชายวัยกลางคนร่างสูง ผมตัดสั้นสีเงินสว่างยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่

“ไม่เจอเจ้านานนะฮอร์ค”

“เช่นกันอาเมียร์” ฮอร์คส่งยิ้มตอบก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ดเวนน์เป็นยังไงมั่ง ข้าไม่ได้ข่าวตาแก่นั่นนานแล้วหลังจากที่เขายกร้านให้เจ้าดูแล”

“เขาสบายดี ดูเหมือนจะมีความสุขที่ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งเฝ้าร้าน” อาเมียร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะปรายตามองไปด้านหลังฮอร์ค ดวงตาสีทองสว่างหรี่ลงเล็กน้อย แววบางอย่างไหววูบก่อนจะหายไปในชั่วพริบตา “พาใครมาด้วยน่ะ?”

“นกน้อยของข้าน่ะ”

“นก?”

“นกน้อยจอมพยศเสียด้วย” ฮอร์คเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ แต่เมื่อเห็นว่าอาเมียร์มีสีหน้าเหนื่อยใจจึงเลิกเล่นแล้วบอกไปตามความจริง “เพื่อนข้าอยากได้ดาบคู่มือดีๆ สักเล่มสำหรับงานประลองรอบหน้า เจ้าพอจะแนะนำหน่อยได้ไหม”

“ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งแล้วนี่ ว่าดาบมักเลือกเจ้าของเองเสมอ” อาเมียร์คลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “แต่ถ้าจะให้แนะนำพอเป็นแนวทางก็ไม่มีปัญหาหรอก”

“งั้นข้ารบกวนเจ้าด้วยแล้วกัน” ฮอร์คว่าพลางก้าวเท้าเดินนำไปหาเกเบรียล ก่อนจะส่งเสียงเรียกคนที่สมาธิจมอยู่กับอาวุธตรงหน้า “เกล นี่อาเมียร์เจ้าของร้าน เจ้าต้องการดาบแบบไหนถามเขาได้เลย”

“อ๊ะ...ท่าน?” เทวทูตหนุ่มชะงัก ก่อนจะหันมาทางอาเมียร์ พลันในใจก็รู้สึกคุ้นเคยกับชายตรงหน้าอย่างประหลาด ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป อาเมียร์ก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“ข้าว่าดาบที่ท่านดูอยู่ไม่เหมาะเท่าไหร่นะ” ว่าพลางหรี่ตาพิจารณาดาบเล่มที่เกเบรียลกำลังถืออยู่ในมือ “ดูจากลักษณะแล้วท่านคงจะเป็นสายต่อสู้ด้วยความเร็ว เหมาะกับดาบน้ำหนักเบา รูปร่างเพรียวมากกว่า ถ้าท่านไม่รังเกียจข้าขอแนะนำดาบทางด้านนี้...”

อาเมียร์ว่าพลางผายมือ ก่อนจะเดินนำเกเบรียลมายังชั้นจัดแสดงดาบอีกด้านหนึ่งแทน ซึ่งดาบที่จัดแสดงในส่วนนี้จะเห็นได้ชัดว่ามีรูปร่างเพรียวบางกว่าชั้นก่อนหน้ามาก อาเมียร์เลื่อนประตูกระจกใสออก แล้วพยักพเยิดศีรษะให้เกเบรียลเข้ามาดูใกล้ๆ

“ใบดาบนี่ทำจากอะไร?”

แร่พารีเชียน แร่ที่พบได้ตามตอนเหนือของแดนอสูร มีน้ำหนักเบากว่าเหล็กแต่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นเหนือชั้นกว่ามาก” อาเมียร์อธิบายสรรพคุณสินค้าอย่างคล่องแคล้วแล้วตบท้ายรอยยิ้มการค้า “เพราะฉะนั้นราคาจึงสูงใช่เล่น แต่ก็นั่นแหละนะ คุณภาพก็สูงสมกับราคานั่นแหละ”

“ที่ท่านว่าราคาสูง สูงขนาดไหน?” เกเบรียลเอ่ยถามออกไปด้วยยังไม่เข้าใจระบบราคาสินค้าในแดนอสูรเท่าไหร่ ทว่าราคาที่อาเมียร์ตอบกลับมากลับทำให้เทวทูตหนุ่มตาโต

“ก็...สูงพอที่จะทำให้กระเป๋าเจ้าฉีกแล้วกินแต่ผักไปสักเดือนนั่นแหละ”

“งะ งั้นข้าไม่เอาแล้ว”

“เจ้าจะบ้าหรือไง ข้าไม่ได้พาเจ้าออกมาเพื่อให้เจ้ากลับบ้านไปมือเปล่าหรอกนะ” ฮอร์ครั้งไหล่เกเบรียลเอาไว้เมื่อเห็นเทวทูตหนุ่มทำท่าจะวิ่งหนีออกจากร้านไปเมื่อได้ฟังราคาของดาบเจ้าปัญหา

“เจ้าอยากกระเป๋าฉีกกินแต่ผักไปทั้งเดือนหรือไงฮะ!?”

“ในสายตาเจ้าข้าดูไม่มีอันจะกินขนาดนั้นเลยหรือไง” ฮอร์คย่นคิ้วด้วยความหงุดหงิดใจ ยังไม่ทันที่เกเบรียลจะได้เถียงกลับ เสียงหัวเราะจากอาเมียร์ก็ทำให้ทั้งคู่เลิกทะเลาะกันไปชั่วครู่ เจ้าของร้านดาบหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ทำให้เกเบรียลขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“เจ้าไม่ต้องห่วงกระเป๋าหรือปากท้องของฮอร์คมันหรอก เจ้านี่เป็นถึงลูกชายคนโตของผู้ปกครองเขตสาม ซื้อดาบพารีเชียนให้เจ้าสักสิบเล่มขนหน้าแข้งยังไม่ร่วงเลย”

“ผู้ปกครองเขตสาม?”

“นี่เจ้าไม่ได้บอกเขางั้นเหรอฮอร์ค”

“เจ้ากำลังทำเรื่องให้มันยุ่งยากนะอาเมียร์” ฮอร์คถอนหายใจพลางเหลือบตามองใบหน้างุนงงของเกเบรียลซึ่งมองแล้วก็น่าเอ็นดูไปอีกแบบ ถ้าไม่ติดว่าอาเมียร์กำลังหาเรื่องยุ่งยากมาให้ ป่านนี้คงได้แกล้งเย้าแหย่เจ้านกน้อยของเขาไปสักนิดสักหน่อยแล้ว

“เดี๋ยวนะ นี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันน่ะ ผู้ปกครองเขตสามนี่ใคร แล้วเจ้า...?” เกเบรียลเอ่ยถามเป็นชุดด้วยความงุนงง ก่อนที่อาเมียร์จะเป็นฝ่ายเอ่ยเฉลยข้อข้องใจให้

“แดนอสูรแบ่งเป็นสี่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก ทิศที่พวกเราอยู่กันนี้คือทิศใต้ ซึ่งแยกออกเป็นสิบเขต แต่ละเขตจะมีผู้ปกครองที่เรียกได้ว่าเป็นผู้นำสูงสุดในเขตนั้นๆ ซึ่งเจ้าฮอร์คนี่ก็เป็นลูกชายคนโตของผู้ปกครองเขตสามไงล่ะ ข้าถึงบอกว่าไม่ต้องห่วงกระเป๋าเงินเจ้านี่หรอก ทำตัวยาจกแต่จริงๆ แล้วรวยเป็นอันดับต้นๆ ของเขตด้วยซ้ำ”

“จะ เจ้า...”

“หยุดนะ ห้ามเจ้าโวยวายอะไรเด็ดขาด” ฮอร์คชิงเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นเกบรียลตั้งท่าจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง “ข้าไม่ได้ปิดบังอะไรสักหน่อย เจ้าไม่ได้ถามเองต่างหาก”

“ข้า...ยังไม่ได้จะว่าอะไรเจ้าสักหน่อย” เกเบรียลกะพริบตาปริบก่อนจะหรี่ลงต่ำ “อะไรกัน ร้อนตัวอะไรขนาดนั้น ข้าจะว่าเจ้าทำไม ก็แค่เจ้าเป็นลูกผู้ดีมีอันจะกินแต่ทำตัวโสโครก ซกมก ป่าเถื่อน เผด็จการ ชอบใช้กำลังแค่นั้นเอง”

“เดี๋ยวนะ...นี่เจ้าด่าข้าอยู่หรือเปล่า”

“เปล่านี่” เกเบรียลแสร้งมองอีกฝ่ายตาใส ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจพิจารณาดาบพารีเชียนตรงหน้าต่อ “เห็นเจ้ากระเป๋าหนักแบบนี้ข้าก็เบาใจ จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดสักเท่าไหร่”

“ฮะ...”

“งั้นข้าเอาเล่มนี้” ว่าพลางเลือกหยิบดาบพารีเชียนขึ้นมาเล่มหนึ่ง และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าดาบเล่มนี้ฝังอัญมณีสีขาวปลอดและตกแต่งลวดลายอ่อนช้อยยิ่งกว่าเล่มอื่นๆ อีกด้วย

“ตาแหลมไม่เบา” อาเมียร์หัวเราะหึหึในลำคอเมื่อเห็นกำไรก้อนโตลอยอยู่ตรงหน้า “เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่นตรงที่ฝังอัญมณีเวทย์รอบโครงดาบ เสริมทักษะและแรงปะทะให้เพิ่มมากขึ้น”

“ราคาคงสูงขึ้นน่าดู” เกเบรียลรำพึงพลางปรายตามองไปทางฮอร์คซึ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีอยู่ข้างๆ ดวงตาสีทองฉายแววระริกก่อนจะคลี่รอยยิ้มหวานยามเอ่ยประโยคต่อมา “แต่คงไม่ต้องกังวลกระมัง ในเมื่อเจ้ากระเป๋าหนักจะตาย เนอะ...”

“นี่เจ้า...”

“ว่าแต่ร้านท่านรับลงเวทย์พิทักษ์หรือเปล่า?” เกเบรียลทำเมินคำพูดของฮอร์คแล้วหันไปคุยกับอาเมียร์แทน ในขณะที่ยื่นดาบที่ตนเองเลือกให้เจ้าของร้านรับไป

“ไอ้รับก็รับ แต่ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นนะ”

“เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วงหรอก” เกเบรียลยิ้มหวานจนดวงตาสีทองหยีลงเป็นจันทร์เสี้ยว “ก็ท่านบอกเองว่าฮอร์คของข้ากระเป๋าหนัก เขาคงไม่มีปัญหาหรอกถ้าข้าจะถลุง... หมายถึงขอหยิบยืมเงินทองเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดาบเล่มนี้”

“ให้ตายสิเกล ถ้าเจ้าโกรธข้าก็พูดมาตรงๆ ได้ไหม อย่าแก้แค้นข้าด้วยวิธีนี้เลย”

ในที่สุดฮอร์คก็ทนไม่ไหว อสูรหนุ่มโอดครวญเสียงดังอย่างไม่อายอีกต่อไป แม้ว่าการที่เขาทำเช่นนี้จะทำให้อาเมียร์หัวเราะลั่นอย่างชอบใจก็ตาม ทว่าคนที่เขาเอ่ยด้วยกลับแสร้งตีหน้าใสซื่อ ดวงตาสีทองมองเขาราวกับนกน้อยไร้พิษภัย แต่ฮอร์ครู้ดีว่ามันไม่ใช่

หมดตัวแน่ ขืนทำให้เจ้านกจอมดุนี่โกรธอีกนิดมีหวังเขาได้หมดตัวจริงๆ แน่!

“เจ้าพูดอะไรน่ะฮอร์ค ข้าบอกว่าไม่ได้โกรธก็ไม่ได้โกรธสิ”

“แต่...”

“ก็ข้าไม่ได้ถามเจ้าเองว่าเจ้าเป็นใคร ข้าโง่เองที่ไม่สังเกต อสูรธรรมดาๆ จะมีปัญญาจ้างอสูรรับใช้ไว้ใช้งานภายในบ้านได้ยังไง” พูดมาถึงตรงนี้ดวงตาสีทองก็เบิกกว้างแล้วแสร้งทำเป็นตกใจ “อ๊ะ เปล่านะ ที่พูดแบบนี้ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอก”

“เอาเถอะ เอาเป็นว่าข้าขอโทษแล้วกัน เจ้าเลิกทำร้ายกระเป๋าเงินข้าสักที”

ฮอร์คเอ่ยต่ออย่างจนมุม ถึงเขาจะเป็นลูกชายคนโตของผู้ปกครองเขตสามอย่างที่อาเมียร์ว่า แต่ทุกวันนี้เขาก็ใช้เงินที่หามาได้จากการขึ้นประลองและค้าขายผลผลิตจากสวนที่บ้านทั้งนั้น ถามว่าทรัพย์สินส่วนตัวมีไหม ตอบเลยว่ามี แถมยังมากจนถมหัวได้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะใช้สักเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

“ฮ่าๆๆ งั้นพวกเจ้าสองคนนั่งรอข้าที่นี่ก่อนแล้วกัน ใช้เวลาลงเวทย์พิทักษ์ครู่เดียวเท่านั้นแหละ” อาเมียร์เอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะพลางผายมือไปยังโต๊ะไม้รับรองชุดหนึ่งซึ่งตั้งเยื้องอยู่ข้างๆ “อ้อ...หวังว่าพวกเจ้าคงไม่ทะเลาะกันจนร้านข้าพังหรอกใช่ไหม?”

“ข้าไม่ทำอย่างนั้นหรอก ท่านสบายใจเถอะ” เกเบรียลยิ้มรับก่อนจะเป็นฝ่ายเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ตามด้วยฮอร์คที่เดินตามมาติดๆ

“ได้ยินแบบนั้นข้าก็สบายใจ” อาเมียร์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินหายเข้าหลังร้านไป

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง เกเบรียลไม่เอ่ยอะไรและเอาแต่มองพิจารณาดาบซึ่งเรียงรายอยู่บนชั้นแสดงสินค้าข้างกายราวกับสนใจนักสนใจหนา บรรยากาศอึดอัดเสียจนฮอร์คจำต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบจนได้

“เกล”

“อะไร”

“ยังไม่หายโกรธข้าหรือไง”

“ข้าไม่ได้โกรธเจ้านี่” เกเบรียลว่าพลางหลุบตาลงต่ำ “ก็บอกแล้วไง ยังจะเซ้าซี้อยู่ได้”

“นี่ขนาดเจ้าไม่โกรธนะ ยังเล่นเอากระเป๋าข้าแทบฉีก” ฮอร์คหัวเราะก่อนจะเอื้อมมือไปเชยคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมองตนเอง ทันทีที่สบกับดวงตาสีทองฉายแววหงุดหงิด อสูรหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับปรับน้ำเสียงตัวเองให้อ่อนลง “ขอโทษที่ไม่ได้บอก ข้าไม่คิดว่าตำแหน่งที่ข้ามีมันสำคัญอะไร”

“ไม่ใช่ว่าอยากแกล้งข้าหรือไง” เกเบรียลสะบัดใบหน้าตนเองออกแล้วเชิดหน้าขึ้น

“มันเกี่ยวกับแกล้งเจ้าตรงไหนกันเนี่ย?” ฮอร์คเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เกเบรียลเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตีหน้าบึ้งแต่ก็ยอมอธิบายความคิดของตนเองออกไป

“แสร้งทำตัวว่าเป็นพวกหาเช้ากินค่ำ แถมยังลากข้าไปใช้แรงงานทุกวัน” เกเบรียลว่าพลางจ้องหน้าฮอร์คเขม็ง “ที่ปิดบังข้าเพราะถ้าข้ารู้ว่าเจ้าเป็นพวกมีอันจะกิน เจ้าก็จะหาข้ออ้างมาให้ข้าช่วยเจ้าทำงานไม่ได้อีกใช่ไหมล่ะ เพราะถึงข้าไม่ช่วยงานเจ้า เจ้าก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ เจ้าแกล้งข้า ข้าอยากจะทุบเจ้าสักพันหนจริงๆ ให้ตายเถอะ”

“เจ้าคิดเองเออเองไปหมดแล้ว” ฮอร์คว่ายิ้มๆ “แถมยังเข้าใจผิดไปซะเยอะ”

“งั้นเจ้าก็อธิบายมาสิ”

“เฮ้อ...ก็จริงที่ข้าเป็นลูกชายคนโตของผู้ปกครองเขต แต่ใช่ว่าข้าจะชอบสักหน่อย พ่อข้าหมายมั่นปั้นมือจะจับข้าสืบทอดตำแหน่งเขาตั้งแต่ข้าเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น แต่ข้าไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบน่าอึดอัดนั่นเลยแยกตัวออกมา ข้าหาเงินใช้เองจากการขึ้นลานประลองบวกกับรายได้จากการทำสวนผักอย่างที่เจ้าเห็น และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ข้าจะไม่แตะทรัพย์สินในส่วนของครอบครัวหรอก ไม่งั้นพ่อข้าคงได้ข้ออ้างจับข้าไปสืบทอดตำแหน่งแน่ๆ โทษฐานใช้เงินที่ได้จากตำแหน่งนี้ไปกับค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล”

“งั้นก็เท่ากับว่าพ่อเจ้าถีบหัวส่งเจ้า?”

“ข้านี่แหละที่ถีบตัวเองออกมา” ฮอร์คหัวเราะเบาๆ “ตาแก่นั่นอยากจับข้ากลับบ้านใหญ่เต็มแก่ จริงๆ ก็ตั้งแต่ตอนที่น้องชายข้าพิการ พ่อข้าก็วิตกจริตจนข้าเครียดกว่าเดิม”

“เจ้าไม่ลองคุยกับเขาดูล่ะ บอกว่าเจ้าไม่อยากสืบทอดตำแหน่ง”

“พูดจนปากจะเปื่อยแล้ว เคยฟังข้าเสียที่ไหนล่ะ”

“หึ...เจ้านี่ตลกดี” เกเบรียลหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ความหงุดหงิดเริ่มสลายออกจากดวงตาสีทองสวย “ใครๆ ก็อยากได้อำนาจ แต่เจ้ากลับปฏิเสธมัน”

“ถ้าอำนาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบบนบ่า ข้าปฏิเสธดีกว่า ข้ารู้ตัวดีว่าไม่สามารถแบกรับอะไรเทือกนั้นได้หรอก”

“ดีนะ ผิดกับบางคนที่ข้ารู้จัก” เอ่ยมาถึงตรงนี้น้ำเสียงของเกเบรียลก็เปลี่ยนไป มันราบเรียบและเย็นชาจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเสียงของคนคนเดียวกัน “กระหายอำนาจจนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา”

“เจ้ากำลังพูดถึง...”

 “ทั้งหมดราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นเจ็ดพันคอร์น ข้าลดให้เหลือหนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันคอร์นแล้วกัน...” ยังไม่ทันที่ฮอร์คจะได้เอ่ยอะไร เสียงของอาเมียร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านก็ขัดคำพูดเขาเอาไว้เสียก่อน “...นี่ข้าเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?”

“เปล่าหรอก พวกเราคุยกันเสร็จพอดี” เกเบรียลยิ้มรับ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับดาบพารีเชียนที่อาเมียร์เก็บใส่ฝักดาบหนังตกแต่งลวดลายสวยงามสมราคามาถือไว้แล้วหันไปพยักพเยิดให้ฮอร์คมาทำหน้าที่จ่ายเงินค่าสินค้า “อ้าว มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม จ่ายเงินเร็ว ข้าอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว”

“เฮ้อ...เจ้านี่จริงๆ เลยเกล”

ฮอร์คบ่น แต่ก็ยอมเดินไปจัดการจ่ายค่าดาบกับอาเมียร์แต่โดยดี เกเบรียลยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหลุบตาลงมองดาบในฝักหนังบนมือตนเอง ดวงตาสีทองหรี่ลงเมื่อสัมผัสไอพลังบางอย่างได้ ไอพลังบางอย่างที่มีเฉพาะในสายเวทย์ของเผ่าพันธุ์เทวทูตเท่านั้น คำถามหนึ่งผุดขึ้นในใจ

อาเมียร์เป็นใครกันแน่ ทำไมไอเวทย์ถึงมีกลิ่นอายเฉพาะของเทวทูตได้...

-------------------------

แจ็ค ทอร์ค

อัพแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ แจ็คอ่านทุกเม้นเลยค่ะ เป็นกำลังใจดีๆ อีกหนึ่งช่องทางเนาะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #128 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 23:14
    แดนอสูรท่าทางจะเป็นที่ทิ้งขยะสำหรับแดนสวรรค์จริงๆนะ ดูๆแล้วน่าจะมีเทวทูตอยู่ที่นี่หลายคน // จะบอกว่าตั้งแต่อ่านมาเกลไม่ได้ให้อารมณ์แบบผู้อาศัยเลย คือมาอยู่มากินฟรี แต่ก็ดื้อ กับฮอร์คตลอดอ่ะ จริงอยู่ว่าประเด็นนี้มันไม่สำคัญ เพราะเกลมาแต่ตัว แต่เวลาอ่านมันก็อดคิดไม่ได้อ่ะ 555
    #128
    0
  2. #119 Titlekaitod (@montawat10) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 18:48
    พี่ฮอร์คสายเปย์นี่หว่าา55555555 เดล้อาให้หมดตัวเลยลูกกก หลงหัวปักหัวปำแล้ว
    #119
    0
  3. #100 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:18
    ป๋าขาาาา ป๋าอสูรของน้องงงงง หล่อ เท่ เถื่อน แถมยังสายเปย์อีก กี๊สๆ
    #100
    0
  4. #69 eveATK (@evezaka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 14:36
    ทำไมเป็นเสี่ยงี้
    #69
    0
  5. #19 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 12:00
    พ่ออสูรน่ารักจริงๆ ดูแลอย่างดีแถมเปย์ไม่อั้นอีกนะ 555
    #19
    0
  6. #10 เอเรียล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:09
    น่าสงสัยจริงๆค่ะว่าเกลเคยเห็นอาเมียร์ที่ไหนมาก่อน ได้ดาบแล้วเกลน่าจะประลองได้ดีขึ้นนะคะ พระเอกแอบรวยนะเนี่ย
    #10
    0