ตอนที่ 6 : บทที่ 5 คำท้าที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    26 ก.ค. 59

บทที่ 5

คำท้าที่มาพร้อมกับการตัดสินใจ

 

เกเบรียลอยากจะบ้าตาย...

เทวทูตหนุ่มนั่งชันเข่าอยู่บนเตียง ใบหน้าซุกลงแนบหัวเข่าจนผมสีเงินยาวสยายปิดล้อมกรอบหน้าไปหมด สาเหตุที่ทำให้เขาอยู่ในสภาพนี้ก็ไม่ใช่เพราะใคร แต่เป็นเพราะตัวเขาเองนั่นแหละ ทั้งๆ ที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่แสดงด้านที่อ่อนแอของตัวเองออกมาเด็ดขาด แต่เมื่อคืนกลับโดนบรรยากาศพาไปจนเผลออ่อนแอต่อหน้าอสูรป่าเถื่อนนั่นจนได้ แล้วคราวนี้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก ป่านนี้เจ้านั่นไม่หัวเราะเยาะเขาแล้วหรือ?

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นไม่กี่ทีก่อนที่มันจะถูกเปิดเข้ามา เกเบรียลเงยหน้าขึ้นพลางหันไปมองผู้เข้ามาเยือนอย่างหวาดระแวง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นอิลคิก็เผลอผ่อนลมหายใจออกมา

“ถึงเวลาอาหารแล้วหรือไง...” เกเบรียลว่าก่อนจะชะงักไปเมื่อไม่เห็นถาดอาหารที่อิลคิมักจะถือเดินเข้ามาบริการเขาในห้องนอนทุกเช้า “วันนี้จะให้ข้าอดอาหารรึ?”

“เปล่าขอรับ แต่ท่านฮอร์คบอกให้ข้ามาเชิญท่านออกไปทานอาหารร่วมโต๊ะกับท่านฮอร์คขอรับ”

ดวงตาสีทองเบิกกว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนที่จะหรี่ลงราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่างในใจ จู่ๆ ทำไมฮอร์คถึงอยากให้เขาออกไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยถ้าไม่ได้มีอะไรแอบแฝง หรือว่าเจ้านั่นอยากเห็นสีหน้าของเขาว่าจะเป็นเช่นไรหลังจากแสดงความอ่อนแอออกไป

นี่คงกะสมน้ำหน้าเขาเต็มที่เลยล่ะสิ?

เทวทูตหนุ่มหน้าหงิกเมื่อคิดไปเช่นนั้น ก่อนที่วินาทีต่อมาจะกอดอกแล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมปฏิเสธเสียงแข็งจนอิลคิเผลอถอนหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยกับเทวทูตอารมณ์แปรปรวนเช่นเขา

“บอกฮอร์คว่าข้าไม่ไป ข้าชินที่จะทานอาหารในห้องนี้แล้ว”

“แต่...”

“ข้าบอกว่าไม่ไง เจ้าไปยกถาดอาหารมาให้ข้าตามปกติเถอะอิลคิ”

เมื่ออีกฝ่ายยืนยันเสียงหนักแน่นเช่นนั้นอิลคิจึงจำใจถอยออกไปตามที่เกเบรียลว่า โดยตัดสินใจไม่บอกว่าฮอร์คฝากมาบอกว่าอะไรหากเทวทูตตนนี้ไม่ยอมออกไปตามคำเชิญแต่โดยดี เอาเถอะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเจ้านายดีกว่า อสูรรับใช้อย่างเขาทำตามคำสั่งอย่างเดียวก็พอแล้ว

ทางด้านเกเบรียลเมื่อเห็นว่าอิลคิยอมจากไปแต่โดยดีแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่จริงก็รู้หรอกนะว่าเขาจะหลบหน้าฮอร์คไปตลอดแบบนี้ไม่ได้ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เขาไม่พร้อมพบหน้าอีกฝ่ายนี่นา ไว้ทำใจได้แล้วค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน ส่วนตอนนี้...

“อิลคิบอกเจ้าไม่ยอมออกไป อยากเรียกร้องความสนใจจากข้าว่างั้น?”

เสียงแหบต่ำดังขึ้นขัดความคิดของเทวทูตหนุ่ม ดวงตาสีทองเบิกกว้างแล้วสะบัดหน้าหันไปมองตามเสียง ก่อนจะพบเรือนร่างสูงใหญ่ของฮอร์คยืนกอดอกพิงกรอบบานประตูห้องเขาอยู่ เกเบรียลเผลออ้าปากหวอจนเสียกิริยา จะ เจ้านี่มายืนอยู่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?!

“เจ้า...ทำไมไม่เคาะประตูฮะ!” เกเบรียลไม่รู้จะตอบเช่นไรจึงได้แต่เฉไฉทำโวยวาย

“ทำไมข้าต้องเคาะด้วย ในเมื่อนี่มันบ้านข้า” ฮอร์คเลิกคิ้วในขณะที่ใบหน้าหล่อเข้มฉายแววกวนอารมณ์ “อีกอย่างเจ้าเองก็เสียมารยาทที่ไม่ตอบรับคำเชิญข้าก่อนนะ”

“ก็ข้าไม่อยากร่วมโต๊ะกับเจ้านี่”

“งั้นร่วมเตียงแทนเป็นไง”

“พูดบ้าอะไรของเจ้าฮะ!

เกเบรียลเบิกตากว้างพร้อมกับตะโกนออกไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคสองแง่สองง่ามจากปากของอสูรหนุ่ม ยิ่งฮอร์คสาวเท้าเข้ามาใกล้ เกเบรียลก็ยิ่งตื่นตระหนก เทวทูตหนุ่มถดตัวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชิดกับผนังเตียง แต่ยิ่งเขาหนีหรือแสดงท่าทีตื่นตระหนกมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าฮอร์คจะชอบใจมากขึ้นเท่านั้น อสูรหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอในขณะที่คุกคามเขาไว้ด้วยเรือนกายสูงใหญ่

“อ้าวๆ ทีอย่างนี้ล่ะเงียบเชียวนะ”

“เจ้าจะเล่นอะไร ออกไปเลยไป” เกเบรียลพยายามเชิดหน้าสู้ ทว่าเมื่อใบหน้าคมคร้ามโน้มลงมาเกือบชิดก็เผลอย่นคอหนีเรียกเสียงหัวเราะจากฮอร์คได้เป็นอย่างดี

“ท่าทางแบบนี้ เจ้าคิดอะไรของเจ้ากันฮึเกล”

“เจ้านั่นแหละเป็นบ้าอะไร ออกไปจากเตียงข้าได้แล้ว”

“ข้าไม่ออก” คำปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำดังออกจากปากของฮอร์ค ใบหน้าสูรหนุ่มฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ริมฝีปากจะกระตุกรอยยิ้ม “ก็บอกแล้วไงว่าจะร่วมเตียงกับเจ้าแทนร่วมโต๊ะ”

“ขะ ข้าไม่ได้พิศวาสเจ้านะไอ้อสูรบ้านี่!

ทันทีที่เกเบรียลหลับตาปี๋แล้วตะโกนออกมาเช่นนั้น ฮอร์คก็ไม่สามารถบังคับตัวเองให้กลั้นหัวเราะไว้ได้อีกต่อไป อสูรหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะลั่นก่อนจะถอยออกมาโดยไม่ลืมที่จะดีดหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงเอ็นดู ตอนนั้นเองที่ประตูห้องถูกเคาะและเปิดเข้ามา อิลคินำถาดสำรับอาหารสองชุดเข้ามาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงเกเบรียลก่อนจะหลบฉากออกไปโดยไม่พูดอะไร ทิ้งให้เทวทูตหนุ่มกะพริบตาปริบมองอย่างไม่เข้าใจ ฮอร์คเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงได้แต่กล่าวเฉลยกลั้วเสียงหัวเราะ

“ก็เจ้าไม่ร่วมโต๊ะกับข้าไง ข้าเลยจะมาร่วม ทานอาหารบนเตียงกับเจ้าที่นี่แทน”

“อะ...”

“อยากรู้จังว่าเจ้าคิดไปถึงไหนกันนะ”

ดวงตาสีดำสนิทฉายประกายระยับยามจ้องมองใบหน้าของเกเบรียลที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเขิน แต่ฮอร์คเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะเขินเสียมากกว่า ส่วนเกเบรียลเองเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไปไกลก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาแก้ตัวดี แต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดเขาสักหน่อย ถ้าอสูรบ้านี่ไม่พูดจาสองแง่สองง่ามแบบนี้เขาจะคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลหรือไง

อสูรบ้าเอ๊ย!

“เงียบไปเลย!

“เจ้านี่ดุจริงๆ” ฮอร์คส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยกจานอาหารยื่นให้เกเบรียล เมื่ออีกฝ่ายรับไปแล้วจึงเอื้อมหยิบของตัวเองมาถือเอาไว้โดยไม่ยอมลุกออกจากเตียงของเกเบรียลเลยแม้แต่น้อย “เอ้าๆ กินได้แล้ว อย่าลืมว่าเจ้ายังต้องกินยาสมุนไพรหลังอาหารเช้าอีก”

“ทำไมเจ้าต้องมานั่งในห้องข้าด้วย” เกเบรียลตักอาหารเข้าปากไปก็อดเอ่ยถามไม่ได้ ดวงตาสีทองหรี่ลงจ้องหน้าฮอร์คอย่างจับผิด แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับเพียงสั้นๆ

“ข้าอยาก ก็แค่นั้น”

“ไม่ใช่ว่าเพราะเจ้าอยากล้อเลียนข้าหรือไง”

“ล้อเลียนอะไรของเจ้า?”

“ก็...” เกเบรียลชะงักไป แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกมาตรงๆ “ล้อเลียนที่ข้าแสดงท่าทีอ่อนแอต่อหน้าเจ้าเมื่อคืนไง”

“บางทีเจ้าก็มองข้าในแง่ร้ายไปนะ” ฮอร์คถอนหายใจ

“เชื่อเถอะว่านี่ข้ามองเจ้าในแง่ดีสุดๆ ที่พอจะมองได้แล้ว”

ฮอร์คเงียบไปเมื่อเกเบรียลเอ่ยออกมาเช่นนั้น คิ้วเข้มขมวดมุ่น ยอมรับว่าออกจะไม่พอใจนิดหน่อยที่ในสายตาเกเบรียลเขาดูร้ายกาจขนาดนั้น แถมพอพูดออกมาแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไม่ยอมสบตาเขาสักนิด นี่ไม่เท่ากับว่าร้ายเขาแล้วปัดความรับผิดชอบทิ้งอย่างนั้นเหรอ? อสูรหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ที่จริงตอนแรกเขาก็ทำตัวไม่ดีกับเทวทูตนี่จริงๆ แหละ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะคิดร้ายกับอีกฝ่ายนี่

“ข้าใจดีกับเจ้าขนาดนี้ยังกล้าว่าข้าได้ลงคอนะ”

“อะไรที่เจ้าว่าใจดีกันฮึ” เกเบรียลเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารพลางหรี่ตามองใบหน้าของอสูรหนุ่ม “เจ้ามันปากร้ายกับข้าตั้งแต่แรกพบ แล้วจะให้ข้าไว้ใจได้เหรอว่าพอเจ้าเห็นข้าอ่อนแอแบบนั้นปากร้ายๆ ของเจ้าจะไม่สำแดงเดชอีกน่ะ”

“เจ้าอยากให้ข้าพูดดีๆ กับเจ้าว่างั้นเถอะ?”

“ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น” เกเบรียลชะงักแล้วเบนหน้าไปอีกทางหนึ่ง เทวทูตหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะหึหึดังจากอสูรตรงหน้า ก่อนที่ประโยคต่อมาของฮอร์คจะทำให้ใบหน้าเขาร้อนวูบด้วยความอาย

“งั้นเอาเป็นว่าข้าห่วงเจ้ามากนะเกล เจ้าคงอยากได้ยินแบบนี้มากกว่าใช่ไหม?”

ดวงตาสีทองเบิกกว้าง ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะยกนิ้วขึ้นแคะหูตัวเองสักรอบเผื่อเมื่อกี้จะฟังผิดไปว่าฮอร์คเอ่ยกับตัวเองเช่นไร เกเบรียลมองหน้าอสูรหนุ่มด้วยสีหน้าอึ้งปนไม่เชื่อหูตัวเอง ดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายมองสบเขาโดยที่มุมปากประดับรอยยิ้มเล็กๆ พลันในใจของเทวทูตหนุ่มก็เริ่มรู้สึกแปลกไป แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้นก่อนที่อิลคิจะเปิดเข้ามาเมื่อฮอร์คตอบอนุญาตไป

“ท่านเซ็ปมาหาท่านฮอร์คขอรับ” อสูรรับใช้เอ่ยรายงานก่อนจะเดินถือถ้วยยาสมุนไพรมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงของเกเบรียล

“คงมาเรื่องค่าเดิมพันเมื่อคืน” ฮอร์คเอ่ยออกมาแล้วสั่งอิลคิต่อ “เจ้าอยู่ดูแลเกลที่นี่ ไว้ข้ามีอะไรจะเรียก”

“ขอรับ”

“ส่วนเจ้า” คราวนี้ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทตวัดมองมาทางเกเบรียลก่อนจะเอ่ยย้ำ “ทานยาให้หมด แล้วก็อย่าดื้อเข้าใจไหม”

“ข้าไม่ใช่เด็กเล็กให้เจ้ามาชี้นิ้วสั่งนะ”

“ก็ข้าห่วงเจ้านี่”

ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำเอาเกเบรียลปั้นหน้าไม่ถูก ยิ่งเห็นสายตาอิลคิที่มองมาก็ยิ่งไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เทวทูตหนุ่มเม้มปากแน่น เจ้าอสูรนั่นจงใจแกล้งเขาแน่ๆ ทำให้เขาอับอายต่อหน้าอิลคิ เหอะ! อย่าให้เขามีโอกาสนะ จะเอาคืนเสียให้เข็ด

“พวกท่านดูเข้ากันได้ดีนะขอรับ”

“เจ้าอย่าคิดอะไรแปลกๆ เชียวอิลคิ” เกเบรียลรีบเอ่ยดักเอาไว้ ดวงตาสีทองสบกับอีกฝ่ายก่อนจะเสไปทางอื่นแล้วกล่าวต่อ “นายของเจ้าก็แค่อยากแกล้งข้าเท่านั้นแหละ ปกติเขาก็แกล้งข้าปล่อยๆ เจ้ายังไม่ชินหรือไง”

“แต่ครั้งนี้ข้าว่า...”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เกเบรียลตัดบทก่อนจะส่งจานอาหารให้อิลคิ “ข้าอิ่มแล้ว เอายามาสิ”

“ขอรับ”

เกเบรียลเอื้อมมือรับถ้วยยาจากอสูรรับใช้ก่อนจะกลั้นใจกรอกมันเข้าปาก รสชาติขมปนฝาดที่ไม่ว่าจะดื่มอีกสักกี่ทีก็ไม่อาจรู้สึกชินได้เลยสักนิด เทวทูตหนุ่มเบ้หน้าก่อนที่อิลคิจะรีบหยิบแก้วน้ำเปล่าส่งตามมาให้อย่างรู้งาน หลังจากดื่มน้ำล้างคอเรียบร้อยแล้วเกเบรียลก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เขาอ้าปากจะพูดบางอย่างกับอิลคิ ทว่าเสียงเข้มงวดดุดันจากนอกห้องกลับทำให้ชะงักไป

“ข้าไม่อนุญาต!

“นายเจ้าเป็นอะไรน่ะ เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน” เกเบรียลว่าพลางลุกจากเตียงตั้งท่าจะเดินออกไปดู ทว่าอิลคิกลับขวางเขาไว้ ใบหน้าอสูรรับใช้มีท่าทีอึดอัดใจแต่ก็กล่าวห้ามเขาจนได้

“ข้าว่าท่านอยู่นี่ดีกว่าขอรับ ให้ท่านฮอร์คจัดการไป...”

“อะไรของเจ้ากันฮึ เอ้าหลบหน่อยสิ”

เกเบรียลไม่ฟังคำห้ามของอิลคิเลยแม้แต่น้อย เทวทูตหนุ่มสาวเท้าเดินออกจากห้องก่อนจะเดินตรงมายังห้องรับแขกของตัวบ้าน ณ ที่ตรงนั้นเขาเห็นฮอร์คมีสีหน้าเคร่งเครียดยืนประจันหน้ากับเซ็ป อสูรร่างใหญ่ที่เขาเจอเมื่อคืนในงานประลอง ใบหน้าของเซ็ปฉายแววหนักใจจนเขาต้องเอ่ยทักออกไปแม้จะรู้ตัวว่าเสียมารยาทที่เอ่ยขัดระหว่างคนอื่นคุยกันก็ตาม

“เป็นอะไรกันน่ะ เสียงดังไปถึงข้างใน”

“ก็ข้า...” เซ็ปอ้าปากจะพูด แต่ฮอร์คกลับเอ่ยขัด

“เจ้าน่ะหุบปากไปเลย” สุ้มเสียงแหบต่ำฉายแววน่ากลัว ก่อนที่ฮอร์คจะหันมาทางเกเบรียลแล้วเอ่ยสั่ง “ส่วนเจ้ากลับเข้าห้องไปได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

“อะไรของเจ้ากันเนี่ย” เกเบรียลอดแปลกใจไม่ได้เมื่อฮอร์คมีท่าทีจริงจังผิดกับก่อนหน้านี้ แต่แล้วก็ได้รับคำตอบจากเซ็ป

“ไม่เกี่ยวอะไรกันล่ะ เรื่องนี้เกี่ยวกับเจ้าเต็มๆ เลยเทวทูต”

“กลับห้องเจ้าซะเกล”

“ชื่อเกลงั้นเหรอ” เซ็ปเลิกคิ้วก่อนจะกล่าวต่อโดนไม่สนใจเลยว่าฮอร์คมีสีหน้าน่ากลัวแค่ไหน “เรื่องเมื่อคืนที่เจ้ายื่นมือเข้าไปยุ่งการประลองของฮอร์คน่ะเกล อสูรตนนั้นแค้นเจ้าน่าดู โวยวายว่าถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าสอดมือเข้าไปยุ่งป่านนี้คงชนะฮอร์คไปแล้ว”

“แล้วยังไง เจ้านั่นจะตามมาฆ่าข้ารึไง” เกเบรียลถามกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“เปล่า มันจะท้าเจ้าประลองรอบหน้าแทนน่ะสิ”

“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนกันล่ะ” เกเบรียลเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ เจ้าอสูรนั่นท้าเขาประลองแค่นี้ แล้วทำไมฮอร์คต้องโวยวายเหมือนใครจะมาถล่มบ้านเผาเมืองด้วย เขาเองก็ผิดที่ยื่นมือเข้าไปสอดจริงๆ แหละ อสูรตนนั้นจะรู้สึกเสียหน้าจนพาลมาท้าเขาสู้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“ร่างกายเจ้าหายดีแล้วหรือไง!” ฮอร์คกระชากเสียงตอบเขาพร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจ

“เฮ้ ข้ารู้ขีดจำกัดตัวเองดี เจ้าอย่ามาทำเหมือนข้าบอบบางขนาดนั้นได้ไหมฮะ” อดีตแม่ทัพอย่างเขาหรือจะกลัวกับอีแค่งานประลอง ถึงร่างกายจะไม่เหมือนเดิม แต่เกเบรียลมั่นใจว่าวิชาดาบของตนเองไม่ได้เสื่อมถอยลงไป

“เออ! อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าเจ้าคิดว่าความเห็นข้ามันน่ารำคาญนักล่ะก็”

ปัง!

เก้าอี้ไม้เนื้อแข็งถูกเตะระบายอารมณ์จนเนื้อไม้แตก เกเบรียลได้แต่ยืนนิ่งมองฮอร์คที่ออกอาการฉุนเฉียวสาวเท้าเดินออกจากตัวบ้านไปโดยไม่ลืมกระแทกประตูปิดดังปังใหญ่ จนกระทั่งทุกอย่างอยู่ในความสงบเกเบรียลจึงหันมาทางเซ็ปซึ่งยืนถอนหายใจอยู่ข้างๆ ก่อนจะผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่เหลือในขณะที่ตัวเองก็นั่งลงตรงข้ามอีกฝ่ายแล้วเอ่ยต่อ

“ข้าฝากเจ้าไปบอกอสูรตนนั้นว่ารับคำท้า ว่าแต่งานประลองรอบถัดไปจัดขึ้นวันไหนล่ะข้าจะได้เตรียมตัวทัน”

“อีกสองอาทิตย์หลังจากนี้” เซ็ปว่าพลางจ้องหน้าเกเบรียล “ว่าแต่เจ้าจะไม่ไปตามง้อฮอร์คมันหน่อยเหรอ”

“เจ้านั่นไร้เหตุผล ทำไมข้าจะต้องไปง้อด้วยในเมื่อไม่ผิด”

“เหตุผลของมันก็คือห่วงเจ้ายังไงล่ะ” เซ็ปเอ่ยออกมาโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเกบรียลชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น “จะว่าไปแล้วเคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเมื่อนานมาแล้ว”

“เจ้าหมายถึงอะไร?”

“ไม่บ่อยนักที่ฮอร์คจะพลาดปล่อยให้ตัวเองเกือบโดนโจมตีที่จุดอ่อน ตอนนั้นดัซ ข้าหมายถึงน้องชายของฮอร์คน่ะ เจ้านั่นเห็นว่าฮอร์คจวนตัวจะโดนโจมตีที่ขา ซึ่งจุดนั้นมันอาจทำให้พิการได้ ดัซเลยยื่นมือเข้าไปช่วยทำให้คู่ต่อสู้ของฮอร์คพลาดไป แม้วาฮอร์คจะชนะในการประลองครั้งนั้น แต่ก็ไม่ใช่ชัยชนะที่พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าใสสะอาด”

“อสูรตนนั้นเลยท้าประลองน้องชายของฮอร์คเพื่อล้างอายให้ตัวเอง...ข้าเดาถูกไหม”

เซ็ปพยักหน้า ก่อนจะเล่าต่อ

“ใช่ แต่เดิมทีดัซไม่ใช่สายต่อสู้ เพราะงั้นก็ไม่แปลกที่จะโดนจน...พิการ”

 “ข้า...ไม่รู้นี่”

เกเบรียลเอ่ยออกมาได้แค่นั้นก็เงียบไป ดวงตาสีทองหลุบลงต่ำ เพราะเหตุนี้สินะฮอร์คถึงได้มีท่าทีที่รุนแรงเช่นนั้น เพราะว่ากลัวเขาจะซ้ำรอยเดิมกับน้องตัวเองงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นนี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับเหตุผลที่เขายื่นมือเข้าไปช่วยอสูรนั่นเมื่อคืนสักนิด

เพราะความหวาดกลัวที่ตามหลอกหลอนอยู่ภายในจิตใจ...

“เจ้านั่นหวังดีกับเจ้า ข้าเองก็ไม่ได้จะบังคับให้เจ้ารับคำท้าอะไร เพียงแค่มาส่งข่าวเฉยๆ แต่เจ้านั่นดันโวยวาย” เซ็ปถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ข้าไปล่ะ ส่วนเจ้าก็อย่าลืมไปง้อมันเสียหน่อยแล้วกัน”

เกเบรียลไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำเพียงแค่พยักหน้าให้เซ็ปเบาๆ ก่อนจะนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงประตูเปิดก่อนจะถูกงับปิดเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเซ็ปได้จากไปแล้ว ตอนนั้นเองที่เกเบรียลหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบเพียงชั่วครู่ก่อนที่เกเบรียลจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินออกไปนอกตัวบ้าน ตรงไปยังทิศทางที่เห็นอสูรวิหคตนนั้นกระฟัดกระเฟียดจากไป

เกิดมาไม่เคยได้ง้อใคร เห็นทีฮอร์คคงได้เป็นรายแรกที่ถูกเขาง้อนี่แหละ!

 

ด้วยความช่วยเหลือจากอิลคิ ในที่สุดเกเบรียลก็หาฮอร์คเจอจนได้ ดวงตาสีทองทอดมองแผ่นหลังกว้างนั่งหันหลังให้ตนเองอยู่บริเวณริมท้องทุ่งติดกับชายป่าไม่ไกลจากบ้านของเขาเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะลังเล แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างๆ อีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ สายลมพัดหวีดหวิวราวกับจะเร่งให้เกเบรียลเอ่ยอะไรสักอย่างออกมาให้ได้ เทวทูตหนุ่มเหลือบมองอสูรข้างกายเล็กน้อยก่อนจะกระแอมแล้วจึงเปิดปากพูดในที่สุด

“เซ็ปเล่าให้ข้าฟังหมดแล้วเรื่องน้องของเจ้า...”

“แล้วไง เจ้าคิดอะไรได้งั้นเหรอ” ฮอร์คกล่าวโดยไม่มองหน้าเกเบรียลแม้แต่น้อยก่อนจะแค่นยิ้มแล้วเอ่ยต่อ “ถ้าเจ้ายังคิดอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องมาคุยกันหรอก”

“ข้ารู้ว่าที่เจ้าห้ามข้าเพราะไม่อยากให้เหตุการณ์มันซ้ำรอยเดิม” เกเบรียลกล่าวอย่างใจเย็น “แต่เจ้าอาจจะลืมไป ข้าเคยเป็นแม่ทัพของกองกำลังน่านฟ้า ฝีมือข้าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอสูรเช่นพวกเจ้าหรอกนะ”

“ขนาดไม่ด้อยเจ้ายังถูกรุมเกือบตาย ถ้าข้าไม่เก็บเจ้ามาป่านนี้จะเป็นยังไงฮะ” ฮอร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะหันหน้ามามองเกเบรียลในที่สุด “หรือถึงแม้ฝีมือเจ้าจะโดดเด่น แต่ช่วยสำนึกหน่อยเถอะว่าร่างกายเจ้ามันไม่ได้สมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว”

“เจ้ากำลังดูถูกข้านะฮอร์ค” ดวงตาสีทองหรี่ลง เกเบรียลพยายามควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้เผลอตวาดใส่หน้าอสูรบ้าเอาแต่ใจตนนี้จนเสียงานเสียการ “เจ้าควรจะใจเย็นกว่านี้ ไม่งั้นคงคุยกันไม่รู้เรื่อง”

เกิดเสียงฮึดฮัดด้วยความขัดใจดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ฮอร์คจะหลับตาแล้วรวบรวมสติตนเองกลับคืนมา ถูกอย่างที่เกเบรียลว่า ที่เขาเป็นถึงขนาดนี้เพราะมันทำให้นึกถึงเรื่องของดัซ น้องชายของตัวเองซึ่งพิการจากการประลอง และตอนนี้เหตุการณ์นั้นกำลังจะเกิดขึ้นกับเกเบรียล เขาไม่อาจช่วยดัซได้ แต่กับเกเบรียลเขาจะไม่ยอมทนเห็นอีกฝ่ายเป็นอะไรไปโดยที่เขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

“ข้า...ไม่ได้จะดูถูกเจ้า”

“และข้ากับน้องเจ้าคือคนละคนกัน” เกเบรียลเอ่ยต่อ “เจ้าต้องการแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองในอดีตโดยมีข้าเป็นเครื่องมือ และถ้าให้ข้าเดา เรื่องที่เจ้าเคยพูดว่าเจ้าแก้แค้นใครบางคน ใครคนนั้นคงเป็นอสูรตนที่ทำร้ายน้องเจ้าสินะ”

“หึ...แต่ถึงอย่างนั้นดัซก็ไม่อาจเป็นเหมือนเดิม”

คำตอบกลายๆ ดังมาจากปากของฮอร์ค เกเบรียลถอนหายใจก่อนจะยื่นมือไปกุมมือของอีกฝ่ายไว้แล้วบีบเบาๆ อสูรหนุ่มหันหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เกเบรียลเองก็ไม่อาจอธิบายได้

“งานประลองรอบหน้าอีกตั้งสองอาทิตย์ ถึงตอนนั้นร่างกายข้าก็หายดีแล้ว อีกอย่างข้าก็ผิดจริงๆ ที่ยื่นมือเข้าขวางการประลองของเจ้า เพราะฉะนั้นให้ข้าได้รับผิดชอบมันเถอะ”

“แล้วถ้าเจ้าลงเอยไม่ต่างจากน้องข้า...”

“ข้าเพิ่งรู้นะว่าเจ้าเป็นพวกขี้กังวลขนาดนี้น่ะ” เกเบรียลเอ่ยเย้า ก่อนจะหัวเราะร่วนแล้วตบไหล่อีกฝ่ายราวกับจะปลอบใจ “เชื่อเถอะว่าตำแหน่งแม่ทัพของข้าไม่ใช่ตำแหน่งที่ใช้ทรัพย์สินมีค่าซื้อมาประดับอวดบารมีหรอก”

“เจ้าจะไม่ยอมเปลี่ยนใจ?”

“ข้าก็มีศักดิ์ศรีของข้า”

“งั้นข้าขออะไรเจ้าอย่างนึง” ฮอร์คเอ่ยออกมา แม้ว่าเกเบรียลจะแปลกใจแต่ก็ถามกลับไป

“ขออะไร?”

“ถ้าข้าเห็นท่าไม่ดี ข้าจะเข้าไปขวาง แม้ว่าเจ้าจะคิดว่านั่นเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของเจ้าก็ตาม”

ดวงตาสีดำสนิทฉายแววจริงจังจนเกเบรียลเงียบไป เขามองสบตากับฮอร์คเพียงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่วินาทีต่อมาเทวทูตหนุ่มจะคลี่รอยยิ้มที่ทำเอาคนมองเผลอเคลิ้มไป

“ก็ได้ แต่ข้าไม่มีทางพลาดง่ายๆ หรอกนะ”

--------------------------

แจ็ค ทอร์ค

แก้ไขเรื่องดัซ ตอนแรกเขียนให้ฮีตาย ไปๆ มาๆ สงสารค่ะ ประชากรหน้าตาดีควรใช้ให้คุ้มค่า เลยเปลี่ยนให้กลายเป็นพิการแทนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #164 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:43
    คุ้นเคยกันมากขึ้นแล้วสินะ
    #164
    0
  2. #148 mehmehmeh (@mehmehmeh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:19
    น่ารักกกกกก
    #148
    0
  3. #126 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 22:28
    ความเป็นห่วงเป็นใยนี้ โถ น่ารักจังเลย ว่าแต่เกลนี่มองโลกในแง่ร้ายจังเลยนะ
    #126
    0
  4. #118 Titlekaitod (@montawat10) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:42
    ฟินมากกกก
    #118
    0
  5. #98 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 12:57
    ละมุนตุ้นมากกกก ดีอะฮืออออออ พี่อสูรน้องเกล คุยดีกันแล้วน่ารักอะ
    #98
    0
  6. #81 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 12:00
    แหม่...เป็นห่งเป็นห่วง
    #81
    0
  7. #8 0984359329 (@0984359329) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 18:24
    หนุกค่า
    #8
    1