ตอนที่ 14 : บทที่ 13 I’m creeping in your heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    23 ส.ค. 59

บทที่ 13

I’m creeping in your heart

 

ใกล้วันงานประลองเข้ามาทุกที แต่แทนที่เกเบรียลจะมีสมาธิอยู่กับการฝึกซ้อม สมองเขากลับหวนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แม้จะล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้วแต่สัมผัสที่ฮอร์คทิ้งไว้บนริมฝีปากเขาราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้น เกเบรียลยังจำทุกห้วงอารมณ์และความรู้สึกในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี จำได้ดีจนโมโหตัวเองที่เอาแต่คิดเรื่องนี้

บ้าเอ๊ย!

ดาบพารีเชียนฟาดฟันลงบนหุ่นฟางตรงหน้าเพื่อระบายอารมณ์ที่ค้างคาภายในใจ ดวงตาสีทองหรี่ลงในขณะที่จินตนาการว่าหุ่นฟางคู่ซ้อมตอนนี้คืออสูรหนุ่มนามว่าฮอร์ค ฮึ! เจ้าอสูรบ้าตนนั้นทำให้เขาคิดมาก คิดจนไม่เป็นอันทำอะไรแบบนี้มันต้องโดนฟันให้แหว่งไปทั่วร่าง!

“ใส่อารมณ์กับหุ่นฟางขนาดนั้น หวังว่าเจ้าคงไม่ได้ใช้มันแทนตัวข้าหรอกนะ”

สุ้มเสียงแหบต่ำดังมาจากด้านหลัง ทำให้เกเบรียลเผลอชะงักไปจนใบดาบแฉลบปาดคอหุ่นฟางแทนที่จะทะลวงแทงเข้ากลางอกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เทวทูตหนุ่มหันขวับกลับมาจ้องมองใบหน้ายียวนกวนอารมณ์ของฮอร์คแล้วชี้ดาบใส่พร้อมประกาศกร้าว

“ถอยออกไปเลย ไม่งั้นข้าแทงเจ้าไส้ไหลแน่”

“ถ้าเจ้าแทงข้าแผลนึง หลังจากนั้นข้าจะแทงเจ้ากลับจนลุกไม่ขึ้นเลยเอาสิ” ฮอร์คเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในขณะที่ปากก็ยังคงพูดจาสองแง่สามง่ามต่อ “ดาบข้าใหญ่ซะด้วย เจ้าจะรับไหวไหมนี่”

“ไอ้อสูรบ้า พูดจาอะไรเลอะเทอะ!

“ถ้าเลอะเทอะอยู่บนตัวเจ้ามันก็...เฮ้ๆ ไม่เอาน่าเกล!” ฮอร์คชะงักปากที่กำลังเย้าแหย่อีกฝ่ายทันทีที่เกเบรียลพุ่งมาข้างหน้าแล้วตวัดดาบใส่เขาอย่างกะทันหัน อสูรหนุ่มหลบวูบได้อย่างเฉียดฉิวก่อนจะกางกรงเล็บสีดำยาวของตัวเองออกมารับใบดาบซึ่งถูกฟาดลงมาด้านข้าง “นี่เจ้าจะฆ่าข้าจริงๆ รึไงฮะ”

“วันนี้ข้าต้องได้เลือดเจ้ามาชโลมดาบข้า ไม่งั้นจิตใจข้าคงอยู่ไม่สงบสุขแน่ๆ”

เกเบรียลว่าพลางโหมรุกอีกฝ่ายไม่ยั้ง ใบดาบสีเงินสะท้อนแสงสว่างยามเช้าดูงดงาม ทว่าอีกนัยหนึ่งก็ชวนให้รู้สึกพรั่นพรึงยามที่มันตวัดฟาดฟันใส่คู่ต่อสู้ ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อย เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ระบายอารมณ์กับตัวจริงแบบนี้ได้รสชาติยิ่งกว่าไปจินตนาการกับหุ่นฟางแห้งๆ ไร้การโต้ตอบนั่นสุดๆ ช่วยไม่ได้ ฮอร์คมายั่วโมโหเขาก่อนเอง จะหาว่าเขาใจร้ายไม่ได้หรอกนะ

ทางฝั่งของอสูรหนุ่ม เมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นคู่ซ้อมแบบจริงจังถึงขั้นอีกฝ่ายประกาศจะเอาเลือดเขาชโลมใบดาบแล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อนด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ฮอร์คตั้งสมาธิอยู่ที่การต่อสู้ตรงหน้า ปลายดาบสะบัดพุ่งวูบเข้าหาเขาด้วยความรวดเร็ว โจมตีทุกทิศทางราวกับว่าอีกฝ่ายสามารถพลิกแพลงวิถีดาบได้อย่างไร้ขีดจำกัด ชั่วขณะหนึ่งวิถีดาบฟาดลงจากด้านบน ก่อนที่วินาทีต่อมาใบดาบจะพลิกเปลี่ยนมาฟันฉับจากด้านข้าง เล่นเอาฮอร์คหัวหมุน ยกกรงเล็บตัวเองป้องกันการโจมตีมือเป็นระวิง

“ทำไมเจ้าเขินแล้วชอบทำตัวรุนแรงแบบนี้ฮะเกล”

“ข้าไม่ได้เขิน หุบปากเจ้าซะ!

...ปฏิเสธแบบนี้ เขินแน่ๆ

ฮอร์คคิดพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดู แต่ท่าทีของเขาคล้ายจะไปกระตุ้นต่อมโมโหของเกเบรียลให้ลุกโชนยิ่งกว่าเก่า อสูรหนุ่มสัมผัสได้ว่าแรงกดของดาบที่ฟาดมาหนักกว่าเดิม แถมการโจมตียังรุนแรงและรวดเร็วกว่าเก่า ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงในขณะที่ยังคงรับมือเกเบรียล เขาประเมินการต่อสู้ของอีกฝ่ายเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจเลิกตั้งรับอย่างเดียวและรุกคืนอย่างฉับพลัน

ปลายเล็บยาวแข็งแกร่งตวัดวิถีดาบของเกเบรียลที่ฟาดมาให้แฉลบไปด้านข้าง ก่อนจะอาศัยช่องโหว่ที่เทวทูตหนุ่มเผลอเปิดโดยไม่ทันระวังตัวพุ่งเข้าชิด เสียงหัวเราะเบาๆ ดังในลำคอก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าจุมพิตเบาๆ บนริมฝีปากเกเบรียลแล้วเบี่ยงตัวหลบใบดาบที่ตวัดมาภายในเวลาไม่ถึงวินาที

“ปากใครนะทั้งนุ่มทั้งหอม” เอ่ยเย้าอีกฝ่ายในขณะที่ตั้งรับใบดาบซึ่งโจมตีมาทางตัวเองรัวๆ เกเบรียลมองหน้าเขาด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ ทว่านั่นไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยสักนิดในเมื่อใบหน้าของเทวทูตหนุ่มแดงแจ๋แข่งกับแสงอาทิตย์ยามเช้าเช่นนี้

“เจ้ามันอสูรนิสัยไม่ดี!

“ข้าไม่เคยบอกว่าตัวเองดีนี่”

ฮอร์คยังคงลอยหน้าลอยตาตอบรับราวกับทุกคำพูดที่เกเบรียลด่าไปไม่ได้กระทบจิตใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีทองฉายแววหงุดหงิด เทวทูตหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น สัมผัสอุ่นแม้จะเพียงเสี้ยววิทว่ากลับติดแน่นตราตรึงอยู่บนเรียวปากเขา เกเบรียลสัมผัสได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนเห่อ และเขาภาวนาขอให้มันเป็นเพราะแสงแดดยามเช้าที่เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่าเป็นเพราะเขินที่โดนฮอร์คสัมผัส

เล่นกับความรู้สึกเขาแบบนี้มันน่าฟันให้หัวแบะ!

“เจ้านี่มัน!” เกเบรียลชี้ปลายดาบที่สั่นระริกใส่หน้าฮอร์ค ทว่าอีกฝ่ายกลับหัวเราะร่ากลับมาเสียอย่างนั้น

“เอาน่าๆ ข้าแค่อยากเย้าเจ้าเล่นเฉยๆ เอง” ว่าพลางเหลือบตามองท้องฟ้าเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “แดดเริ่มแรงแล้ว เจ้าเลิกซ้อมเถอะ เข้าบ้านไปอาบน้ำอาบท่าแล้วทานอาหารเช้าซะเกล”

“เรื่องสิ ก็บอกแล้วไงว่าจะเอาเลือดเจ้ามาชโลมดาบข้า!

ในเมื่อพูดแล้วก็ต้องทำให้ได้อย่างที่พูด เกเบรียลไม่อาจทนมองตัวเองเสียสัจจะที่ได้ประกาศกร้าวไว้แต่ทีแรก เทวทูตหนุ่มอาศัยจังหวะที่ฮอร์คยังไม่ทันได้ระวังตัวพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย โดยมีเป้าหมายเป็นการฟันผิวเนื้อสักส่วนของเจ้านั่นให้พอเลือดออกซิบๆ แต่ว่าเรื่องกลับพลิกผัน ในเสี้ยววินาทีที่เกเบรียลเกือบเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายได้ สายลมวูบหนึ่งก็พุ่งปะทะใบหน้าของเขาจนต้องหลับตาปี๋ตามสัญชาติญาณ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

ดวงตาสีทองเขม่นมองปีกขนนกสีดำขนาดใหญ่ที่กางออกโดยไม่บอกไม่กล่าวด้วยแววตาตกใจ ก่อนที่ฮอร์คจะโผบินขึ้นบนอากาศหลบหนีการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที เกเบรียลรู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่ออ้อมแขนแกร่งโอบรัดเขาจากด้านหลัง ฝ่ามือหนึ่งบิดข้อมือเขาจนดาบพารีเชียนตกพื้นเสียงดังก้อง

“ข้าบอกให้เลิกซ้อม ดื้อเหลือเกินนะ”

“เอ๊ะ!

เทวทูตหนุ่มอุทานด้วยความตกใจเมื่อแรงกอดรัดแน่นกว่าเดิม แถมหัวไหล่ตัวเองยังถูกปลายคางของคนข้างหลังวางเกยอย่างถือวิสาสะอีกต่างหาก เกเบรียลได้ยินเสียงปีกกระพืออยู่ด้านหลังตนเอง ก่อนที่ปีกขนนกสีดำสนิทจะสะบัดมาโอบล้อมตัวเขาเอาไว้ ปิดบังผิวกายเขาให้พ้นจากแสงแดดจ้า

“แดดร้อนแล้ว ผิวเจ้าจะแสบเอานะถ้ายังไม่รีบเข้าบ้าน”

“ปะ ปล่อยข้าสิ...”

“สัญญากับข้าก่อนว่าถ้าปล่อยไปแล้วจะไม่หยิบดาบมาไล่ฟันข้า” ฮอร์คเอ่ยต่อรอง ก่อนจะคลี่ยิ้มได้ใจเมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเกเบรียลพยักหน้ารับอย่างจำยอม

“เออ ปล่อยได้แล้ว”

“เจ้านี่น่ารักที่สุดเลยเกล”

เสียงหัวเราะหึหึดังขึ้นที่ข้างหู เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ขนอ่อนทั่วกายของเทวทูตหนุ่มลุกชันด้วยความหวาดระแวง และลางสังหรณ์เขาก็เป็นจริงเมื่อฮอร์คจรดปลายจมูกเข้าที่ข้างแก้มแล้วสูดกลิ่นกายเขาเข้าปอดอย่างหน้าด้านๆ

“ฮอร์ค!

“ฮ่าๆๆ ข้าไปรอเจ้าในบ้านแล้วกัน รีบตามมาล่ะ”

แรงกอดรัดคลายออก พร้อมๆ กับฮอร์คที่เดินผิวปากเข้าบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน เกเบรียลเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสีทองมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายในขณะที่ฝ่ามือก็กุมแก้มตัวเองซึ่งถูกอสูรบ้าลวนลามไปเมื่อคู่อย่างนึกเคือง นี่ฮอร์คเห็นเขาเป็นอะไรกัน ตอดเล็กตอดน้อยอยู่เรื่อย...

...ให้ตายสิ เขาไม่ใช่ของเล่นนะโว้ย!

 

โคตรน่าเบื่อ...

เกเบรียลคิดพลางมองออกนอกหน้าต่าง บรรยากาศมืดครึ้มแม้ว่ายังไม่ทันจะกลางคืน เสียงฟ้าร้องครืนครางดังคลอไปกับเสียงเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาจากฝากฟ้า แทนที่เขาจะได้ใช้ช่วงเวลานี้ออกไปซ้อมดาบต่อ กลับต้องมานั่งจมจ่อมอยู่ภายในห้องเสียอย่างนั้น จะซ้อมในบ้านก็ไม่ได้ เดี๋ยวเผลอไปทำข้าวของบ้านอสูรนี่พังมีหวังโดนเรียกร้องค่าเสียหายแน่ๆ

“เฮ้อ...”

เทวทูตหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพลิกตัวเอื้อมหยิบหนังสือที่วางไว้บนหัวเตียงขึ้นมาอ่านแก้เบื่อ อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากจะนั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ทว่าอ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มเบื่อ เกเบรียลปิดหนังสือเล่มนั้นลงแล้ววางไว้ที่เดิม ก่อนจะนอนหงายมองเพดานห้องนิ่งๆ แม้ว่าเสียงฝนตกจะทำให้รอบกายไม่เงียบสงบนัก แต่เมื่ออยู่คนเดียวแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้

นี่เขามาอยู่ที่แดนอสูรนานแค่ไหนแล้วนะ?

เกือบเดือนได้แล้วหรือเปล่าตั้งแต่ที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว และเกเบรียลก็พบว่าตัวเองรู้สึก...ชอบที่นี่  ก่อนหน้านี้เขาถูกปลูกฝังมาว่าแดนอสูรเป็นดินแดนโหดร้ายป่าเถื่อน ทว่าเมื่อได้มาสัมผัสกับตัวเองมันกลับไม่เป็นเหมือนที่ได้ฟังมา จริงที่บางสิ่งอาจคล้ายแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ความผูกพันก่อตัวขึ้นช้าๆ จนกระทั่งรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ส่งผลต่อความตั้งใจเดิมที่มีแต่แรกเริ่ม

หรือจริงๆ แล้วที่นี่อาจเหมาะกับเขาที่สุดแล้ว?

ดวงตาสีทองเหม่อมองไปไกลในขณะที่ฝ่ามือยกแตะรอยแผลเป็นบนผิวแก้มตนเองอย่างไม่รู้ตัว สัมผัสหยาบจากรอยแผลที่นูนขึ้นทำให้เกเบรียลหวนนึกถึงผู้ที่ลงมือกับตนเอง ความแค้นยังคงหลงเหลือค้างคาในใจจนทำให้แววตาเทวทูตหนุ่มแข็งกร้าว ก่อนจะฉายแววอ่อนลงเมื่อใบหน้ายียวนกวนประสาทของฮอร์คซ้อนทับขึ้นมา

เขากำลังลังเล แบบนี้ไม่ดีเลย...

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูทำให้เกเบรียลหลุดออกจากภวังค์ความคิด เทวทูตหนุ่มผุดตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาตออกไป ประตูห้องเขาก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ฮอร์คจะเดินอาดๆ เข้ามาราวกับว่านี่เป็นห้องของตัวเอง ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของอสูรหนุ่ม เกเบรียลคันปากจนอดเอ่ยจิกกัดออกไปไม่ได้

“คราวนี้ถึงจะมีมารยาทเคาะประตูห้อง แต่เจ้าก็ควรรอให้เจ้าของห้องอนุญาตก่อนไหมค่อยเปิดเข้ามาน่ะ”

“ที่นี่...”

“บ้านเจ้า ทำไมเจ้าต้องทำแบบนั้นด้วย” เกเบรียลเอ่ยแทรกพร้อมแค่นเสียงเหอะอย่างรู้ทันจนฮอร์คถึงกับหัวเราะลั่น เกเบรียลปรายตามองอีกฝ่ายที่เดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆ เขาแล้วเอ่ยต่อ “ตลกตรงไหนฮะ แล้วเป็นบ้าอะไรมานั่งตรงนี้ ขยับออกไปเลยไป”

“เจ้ากลัวข้าทำอะไรงั้นเหรอ”

“กลัวว่าตัวข้าจะเอาดาบแทงอกเจ้านี่แหละ”

“เจ้าคงไม่ใจร้ายกับข้าขนาดนั้นหรอก” ฮอร์คว่ายิ้มๆ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเส้นผมของเกเบรียลยุ่งเหยิงไปหมด “นี่เจ้าทำอะไรกับหัวตัวเองเนี่ย ยุ่งเหยิงอย่างกับรังนก”

“ทีเจ้าปล่อยผมกระเซอะกระเซิงข้ายังไม่เคยยุ่งเจ้าเลยนะ” เกเบรียลว่าพลางลูบๆ เส้นผมตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหลุดอุทานออกมาเมื่อจู่ๆ ฮอร์คก็จับไหล่เขาบังคับให้หันหลัง “เฮ้ๆ จะทำอะไรของเจ้าน่ะ”

“แปรงขนให้นกแถวนี้”

“แปรงขนบ้าอะไรของเจ้าฮะ!

“เงียบน่า”

ฮอร์คเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะคว้าแปรงหวีผมบนโต๊ะใกล้ๆ กันมาถือไว้ในมือแล้วจัดการแปรงผมเกเบรียลตามที่ได้เอ่ยไว้แต่แรก เส้นผมสีเงินสวยยังคงลื่นมือเหมือนเคย แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนฮอร์คชักอยากจะจับอีกฝ่ายมาหอมซะให้หายอยากถ้าไม่ติดว่าหากทำแบบนั้นเกเบรียลคงได้ของขึ้นไล่ฟันเขาเหมือนเมื่อเช้าแน่ๆ

เจ้านกน้อยตัวนี้อันตรายจะตาย

“ข้าทำเองได้” เกเบรียลเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับจะขยับตัวหนี ทว่ากลับถูกฮอร์คยึดไหล่เอาไว้

“ข้าอยากทำ เจ้าอยู่นิ่งๆ ก็พอ”

“เจ้าคงไม่ได้เข้ามาในห้องข้าเพียงเพราะจะมาหวีผมให้ข้าหรอกใช่ไหม” เกเบรียลเอี้ยวหน้ามองฮอร์คด้วยสายตาจับผิดแล้วกล่าวต่อ “มีเรื่องอะไรจะพูดกับข้ากันแน่?”

“ก็แค่คิดว่าเจ้าคงเหงาเลยจะมาคุยเป็นเพื่อน ไม่ดีหรือไง”

“ใจดีจังนะ” เกเบรียลแค่นเสียงในลำคอแล้วกล่าวต่อ “เจ้าจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ อย่ายืดเยื้อเลย”

ฮอร์คชะงักไปเมื่ออีกฝ่ายกล่าวออกมาเช่นนี้ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองเส้นผมสีเงินในมือตนเองแล้วถอนหายใจเฮือก อสูรหนุ่มวางแปรงหวีผมลงข้างตัวแล้วเหลือบตามมองคนข้างกาย เกเบรียลใช้ดวงตาสีทองคู่สวยจ้องเขาอย่างค้นหา ฮอร์คเอื้อมมือวางแปะบนศีรษะอีกฝ่ายแล้วออกแรงโยกเบาๆ

“จริงๆ แล้วข้าแค่อยากใช้เวลาอยู่กับเจ้า” ว่าพลางมองสบเข้าไปในดวงตาสีทองที่ฉายแววงุนงง “เผื่อว่าความสัมพันธ์ของพวกเราจะคืบหน้า เจ้าอาจจะยอมรับข้าแล้วล้มเลิกความตั้งใจแต่แรก”

“เรื่องที่ข้าจะกลับแดนน่านฟ้าน่ะเหรอ”

“ใช่” ฮอร์คว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนกล่าวต่อ “ข้าไม่อยากให้เจ้ากลับไปที่นั่นเลย อยู่ที่นี่เจ้าก็ดูมีความสุขดีไม่ใช่หรือไง ข้า...อยากให้เจ้าลืมอดีตไปซะ ทิ้งมันไปแล้วอยู่กับข้าที่นี่ไม่ดีกว่างั้นเหรอ”

“ถึงเจ้าจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ให้ข้าลืมคนที่ทำร้ายข้าไปง่ายๆ มันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก”

เกเบรียลแกล้งเอ่ยออกไปแบบนั้นเพื่อดูท่าทีฮอร์ค โดยที่ไม่ยอมบอกว่าเขาเองก็เริ่มจะรู้สึกลังเลกับความตั้งใจของตัวเองแล้วเช่นกัน ทันทีที่เอ่ยออกไปเช่นนั้นอสูรหนุ่มก็มีสีหน้าคล้ายกับสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่โดนเจ้านายดุ ใบหน้าคมเข้มดูหงอยลงไปถนัดตาจนเกเบรียลอดยิ้มไม่ได้

“เจ้ายังจะยิ้มได้ลงคอนะเกล”

“เพราะท่าทางเจ้าเหมือนน่าตลกไงล่ะ”

“ความรู้สึกข้ามันน่าตลกตรงไหนฮะ” ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทฉายแววหงุดหงิด อสูรหนุ่มเชิดใบหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังตกเป็นของเล่นให้กับเทวทูตข้างกาย “ข้าจริงจังนะ จริงจังมากด้วย เจ้าเองก็ควรจะให้คำตอบข้าดีๆ ไม่ใช่พูดจาเฉไฉแบบนี้”

“เฮ้อ...เจ้าจะมาเร่งรัดเอาคำตอบจากข้าตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ” เกเบรียลเม้มริมฝีปากด้วยความอึดอัดใจแล้วเบนหน้าหนีสายตาของฮอร์ค “ใช่...ข้ามีความสุขดีที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องกังวลใจหรือแบกรับความรู้สึกหนักอึ้งอะไรเหมือนเมื่อก่อน แต่ว่านะ...ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะดีมาก แต่ลึกๆ ในใจข้ามันก็ไม่สามารถปล่อยวางความแค้นได้ในทันทีทันใด ความรู้สึกนี้มันฝังรากหยั่งลึกในใจข้ามาเป็นสิบปีจนแม้แต่ความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับมาตอนนี้ก็ไม่อาจจะขจัดมันได้หมด”

“แม้กระทั่งความรู้สึกที่ข้าให้เจ้าก็ไม่อาจแทนที่ความแค้นในใจเจ้าได้เลย?”

เกเบรียลเงียบไปเมื่อฮอร์คเอ่ยออกมาเช่นนี้ เขาหันมองใบหน้าของอสูรหนุ่ม ฮอร์คดูจริงจังและคล้ายจะคาดหวังในคำตอบเขาเสียเหรอเกิน เกเบรียลหันหน้ากลับมา เสียงในใจกระซิบบอกเบาๆ ว่าเพราะความรู้สึกของฮอร์คนั่นแหละที่ทำให้เขาลังเล แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เอ่ยออกไป เขายังไม่อยากให้ความหวังอีกฝ่ายในเมื่อตัวเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจริงๆ แล้วต้องการอะไรกันแน่

“ไว้ข้ามั่นใจอะไรดีแล้วข้าจะให้คำตอบกับเจ้า”

“เมื่อไหร่ล่ะ”

“ข้าตอบไม่ได้”

“ข้าไม่อยากรอแบบไร้จุดหมายหรอกนะ” ฮอร์คเอ่ยสวนด้วยน้ำเสียงกึ่งๆ ไม่ค่อยพอใจเขาเท่าไหร่นัก “หลังงานประลองจบลงเจ้าต้องให้คำตอบข้าเกล”

“เอาแต่ใจ”

“เพราะนั่นเป็นเรื่องของเจ้าไง” ฮอร์คยิ้มรับคำบ่นนั้นก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้เกเบรียล “เพราะเจ้าทำให้ข้าใจร้อนกว่าเดิม อ่อนแอกว่าเดิม และเสียการควบคุมจนไม่น่าให้อภัย”

“...เอาหน้าเจ้าไปห่างๆ ข้าเลย”

“แล้วถ้าไม่ล่ะ เจ้าจะเอาดาบมาแทงข้างั้นเหรอ?”

เงียบ...ไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ แต่ในความเงียบนั้นก็ถือเป็นคำตอบอีกรูปแบบหนึ่งที่เกเบรียลมีให้กับฮอร์ค เทวทูตหนุ่มเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางเสตาไปทางอื่นเมื่อดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายจ้องสบเขาด้วยแววตาที่ราวกับจะกลืนกินไปถึงจิตวิญญาณ ลมหายใจอุ่นปะทะใบหน้าเมื่อฮอร์คเคลื่อนเข้ามาใกล้ และทั้งๆ ที่สามารถต่อต้านหรือขัดขืนได้แต่เกเบรียลกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาหลับตาลงและปล่อยให้เรียวปากตัวเองถูกครอบครองด้วยสัมผัสวาบหวามซึ่งสั่นคลอนความรู้สึกภายในใจจนแทบพังทลาย

ฮอร์คเป็นอสูรร้าย...

...อสูรร้ายที่คืบคลานยึดครองหัวใจเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้

--------------------------------

แจ็ค ทอร์ค

จริงๆ ว่าจะมาอัพเย็นวันศุกร์ค่ะ แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ทำให้แจ็ครู้สึกว่าวันนี้ซ๊วยซวย เลยมาอัพนิยายแก้ซวยสักหน่อย หวังว่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย //ปาดน้ำตา

บทนี้เป็นบทที่แต่งแล้วสนุกดีค่ะ ใต้ความเขินแรงของนุ้งเกล และใต้ความพูดจาสองแง่สามง่ามของฮอร์ค สองคนนี้เคมีเข้ากันดีแท้ มาลุ้นไปด้วยกันนะคะว่าเกลจะตัดสินใจยังไง ลูกอ้อนของฮอร์คจะได้ผลหรือไม่ หรือว่าเกลจะใจแข็งยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อทำความต้องการเดิมของตัวเองให้สำเร็จ

ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกยอดวิว และทุกแอดแฟนนะคะ กำลังใจดีๆ ทั้งนั้นเลย ><///

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #134 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 13:01
    เริ่มลังเลแล้ว มันก็น่าจะมีวันที่ปล่อยวางได้แหละ แต่เอาจริงๆเราก็ไม่ได้อยากให้เกลปล่อยวางซะทีเดียว เพราะสิ่งที่ซาฮาลทำมันควรได้รับโทษบ้างอ่ะ จะไม่ทำไรเลย มันก็ดูไม่โอเค แต่ลำพังตัวเกลเองเราก็มองไม่ออกว่าจะเอาคืนยังไง บินก็ไม่ได้แล้ว แถมได้ชื่อว่าเป็นกบฏอีก
    #134
    0
  2. #106 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 13:35
    หวานๆ น้องเกลอน่ากลับไปแก้แค้นเลย อยู่ที่นี่กับพี่อสูรเถอะ
    #106
    0
  3. #86 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 14:26
    เอ้า กวานกันเข้าไป เดี๋ยวเราจะเขินอยู่นอกจอเอง >///<
    #86
    0
  4. #29 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 08:38
    หวานละมุนมาก ชอบๆพี่อสูร
    #29
    0