[จบแล้ว] Fallen Angel เพลิงทัณฑ์ผลาญเทวา [Yaoi]

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 นิทานเรื่องหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

 บทที่ 11

นิทานเรื่องหนึ่ง


ฮอร์คเคยคิดว่ามีแต่สิ่งมีชีวิตเพศหญิงเท่านั้นที่เข้าใจยาก แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ในเมื่อสิ่งมีชีวิตเพศชายเองก็เข้าใจยากพอๆ กัน เผลอๆ อาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นนกน้อยจอมพยศแสนเย่อหยิ่งตนนั้น ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าก็ดูมีท่าทีปกติดีแท้ๆ อาจจะทำตัวแปลกๆ นิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับมึนตึงใส่เขา ทว่าหลังจากนั้นเกเบรียลกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่กันแน่?

ฮอร์คไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานไปมากกว่านี้ อสูรหนุ่มสาวเท้าเร่งเดินไปยังห้องของดัลลัซผู้เป็นน้องชายทันที ในเมื่อเจ้านั่นเป็นผู้ที่อยู่กับเกเบรียลเป็นคนสุดท้าย ฉะนั้นจะต้องรู้แน่ว่าเกเบรียลเป็นอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงมีท่าทีเฉยชาต่อเขาแบบนั้น และหากเขาคิดไม่ผิดไป ดัลลัซนี่แหละที่อาจจะเป็นต้นเหตุ!

“ดัซ เปิดประตูให้ข้า!

ฮอร์คว่าพลางเคาะประตูห้องอีกฝ่ายรัวๆ ด้วยความร้อนใจ อสูรหนุ่มได้ยินเสียงตะโกนมาจากข้างในก่อนที่วินาทีต่อมาประตูไม้บานใหญ่จะถูกเปิดออกพร้อมกับใบหน้าของดัลลัซที่ฉายแววหงุดหงิดใจ

“เจ้าจะพังประตูห้องข้าหรือไง”

“ข้าพังแน่ถ้าเจ้ายังยืนขวางประตูอยู่แบบนี้” ฮอร์คส่งเสียงสบถอยู่ในลำคอด้วยความหงุดหงิดแล้วแทรกตัวเข้าไปในห้องโดยที่อีกฝ่ายยังไม่อนุญาตเลยสักนิด “ถอย ให้ข้าเข้าไป”

“เฮ้ๆ แบบนี้มันรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวกันนี่”

ดัลลัซพยายามเอ่ยท้วง แต่สำหรับฮอร์คแล้วนั่นก็เป็นเพียงเสียงลมหวีดหวิวไร้ความหมาย อสูรหนุ่มยึดครองเก้าอี้หนังสัตว์ราวกับตัวเองเป็นเจ้าของห้องแล้วพยักพเยิดให้ดัลลัซมานั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อเตรียมเปิดบทสนทนา จนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วจึงได้เอ่ยขึ้นมา

“เกลเมินข้า”

“อ๋อ...งั้นเหรอ” ดัลลัซรับคำอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “นั่นก็เป็นเรื่องของเจ้าไม่ใช่หรือไง”

“ใช่ มันเป็นเรื่องของข้า ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนหน้านั้นเกลอยู่กับเจ้า” ฮอร์คหรี่ตาลงอย่างจับผิด “บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ เจ้าไปพูดอะไรให้หมอนั่นไม่สบายใจกัน”

“เดี๋ยวสิ อยู่ๆ เจ้าจะมาใส่ความข้าแบบนี้ได้ยังไง ดูเจ้ามั่นใจจังนะว่าข้าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกเบรียลเมินเจ้าน่ะ”

“ข้ารู้นิสัยเจ้าดีดัซ” ฮอร์คกดเสียงต่ำเป็นเชิงว่าเอาจริง เห็นดังนั้นดัลลัซถึงถอนหายใจเอามาเบาๆ แล้วยกสองมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ต่อท่าทีกดดันของผู้เป็นพี่ชาย

“ก็ได้ๆ ข้าแค่...พูดจี้ใจดำเขานิดหน่อยเอง”

“ดัซ...”

“เออ ก็ไม่นิดหน่อยหรอก” ดัลลัซเปลี่ยนคำพูดเมื่อได้ยินเสียงเข้มๆ ของฮอร์ค เขาสบตากับอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะกลอกตาไปมาแล้วอ้อมแอ้มกล่าวต่อ “ข้าก็แค่อยากรู้ว่าเกเบรียลรู้สึกยังไงกับเจ้า เลยพูดจี้ใจให้เขาคิด แต่ดันเผลอไปพูดเรื่องเพื่อนในอดีตของเจ้าเข้าให้...”

“ดัลลัซ...” คราวนี้ฮอร์คถึงกับเอ่ยชื่อเต็มของอีกฝ่ายออกมา เป็นสัญญาณว่าเริ่มโมโหจริงๆ จังๆ เสียแล้ว “เจ้าไม่ควรพูดเรื่องนั้นออกไป ให้ตายสิวะ!

“ก็ข้าพลั้งปากนี่” ดัลลัซเถียง “ใครจะรู้ว่าเกเบรียลจะหงุดหงิดขนาดนั้น แค่ข้าบอกว่าไม่อยากให้เขาทิ้งเจ้าไปอีก ก็ดันคิดไปว่าความรู้สึกที่เจ้ามีให้เป็นเพราะเห็นเขาเป็นตัวแทนคนอื่น”

“ก็สิ่งที่เจ้าพูดมันน่าคิดไหมล่ะ!

“เออ ข้ารู้แล้ว ข้าขอโทษได้ไหมล่ะ” ดัลลัซเอ่ยเสียงห้วน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววหงุดหงิดไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ “ข้าแค่ไม่อยากเห็นเจ้าโดนทิ้งอีกนี่หว่า ถึงเจ้าจะปากเสีย บ้าพลัง ป่าเถื่อน หยาบคาย แต่ยังไงก็เป็นพี่ชายข้า ข้าก็ห่วงความรู้สึกเจ้าเหมือนกันนะเว้ย!

“ข้าคงจะซึ้งน่าดู ถ้าในความห่วงใยของเจ้าไม่แฝงคำด่าข้าเยอะขนาดนี้”

“อะไรกันเล่า มองภาพรวมสิ อย่าเจาะจงเฉพาะส่วนนั้น”

“เฮอะ...เอาเถอะ ข้าจะทำเป็นมองข้ามไปแล้วกัน” ฮอร์คว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อคาดคั้นเอาข้อมูลจากดัลลัซจนครบแล้ว “ข้าไปล่ะ ต้องรีบไปจัดการเรื่องที่เจ้าก่อเอาไว้”

“เดี๋ยวก่อน”

“อะไร”

“จริงๆ แล้วข้าเองก็มีเรื่องอยากคุยกับเจ้า” ดัลลัซโพล่งออกไปก่อนจะเงียบลงชั่วครู่เมื่อดวงตาคมกริบของฮอร์คตวัดมองมายังตนเอง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเรียกความกล้าในใจเพื่อเอ่ยต่อ “นอกจากท่านพ่อแล้วข้าเองก็...ก็อยากให้เจ้ากลับมาอยู่ที่นี่เหมือนกันนะ”

“นึกว่าเรื่องอะไร” ฮอร์คหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อคมเชิดขึ้นเล็กน้อย “ขอบใจ แต่ข้าคิดว่าตัวเองสุขสบายดีที่ได้อยู่ตัวคนเดียว”

“เรื่องมันก็นานมาแล้ว เจ้าควรให้อภัยตัวเอง”

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

“ไม่หรอก เรื่องนี้น่ะเจ้ารู้ดีที่สุด” ดัลลัซส่ายหัวยิ้มๆ ในขณะที่มองผู้เป็นพี่แล้วกล่าวต่อ “เพราะข้าเป็นเหมือนเครื่องย้ำเตือนความผิดในใจเจ้า เจ้าเลยทำใจไม่ได้สินะที่จะต้องมองหน้าข้าทุกวัน...”

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ”

“ข้าแค่อยากบอกให้เจ้ารู้ ว่าที่ข้าทำไป ข้าไม่เคยเสียใจ” ดัลลัซลุกขึ้นยืนพลางสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฮอร์คแล้วตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ “เพราะเจ้าเป็นพี่ข้า เลิกเอาข้าไปถ่วงความรู้สึกตัวเองได้แล้ว ข้ามีความสุขดี และข้าก็อยากให้เจ้ามีความสุขเหมือนกัน”

“ข้าต้องร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจไหม?”

“แล้วแต่เจ้าจะกรุณา” ดัลลัซหัวเราะ “ไปเถอะ ไปง้อนกน้อยของเจ้าซะ ข้าทำเจ้าเสียเวลามามากแล้ว”

“รู้ตัวก็ดี” ฮอร์คยิ้มรับ ฝ่ามือใหญ่ตบบ่าน้องชายก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ดัลลัซมองตามหลังจนกระทั่งร่างสูงใหญ่หายลับสายตา พลันเสียงหัวเราะเบาๆ ก็ดังขึ้นจากผู้เป็นเจ้าของห้อง ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลง ในขณะที่มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

“อีกอย่าง...ถ้าเจ้ากลับมาอยู่ที่นี่ ข้าเองก็จะได้เห็นเรื่องสนุกๆ ทุกวันยังไงล่ะ”

 

การหาตัวเกเบรียลภายในอาณาบริเวณคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด แต่กระนั้นในที่สุดฮอร์คก็หาอีกฝ่ายเจอจนได้ อสูรหนุ่มทอดสายตามองร่างสูงโปร่งนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวภายในหอสมุดชั้นบนสุดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เมื่อคิดไปว่าหากเขาเข้าไปหาอีกฝ่ายตอนนี้ เกเบรียลจะหนีไปอีกหรือไม่ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก ฮอร์คจึงตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน เขาก้าวเท้าตรงไปยังโต๊ะตัวที่เกเบรียลนั่งก่อนจะทรุดตัวลงตรงข้ามอีกฝ่ายโดยไม่เอ่ยขออนุญาตสักนิด

“ไง หนีข้ามาอยู่ซะไกลเลยนะ” ฮอร์คเอ่ยทักออกไปเมื่อเกเบรียลเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาสีทองแฝงแววคุกรุ่น แต่ยังไม่ทันที่เทวทูตหนุ่มจะผุดลุกขึ้นเตรียมเดินหนี ฮอร์คก็รีบฉวยรั้งข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ “คุยกันก่อนสิ”

“ข้าไม่อยากคุยกับเจ้า”

“ถ้าเจ้าไม่คุยกับข้า แล้วข้าจะรู้ไหมว่าทำไมจู่ๆ เจ้าถึงมีท่าทีแบบนี้กับข้า”

“ข้าปกติดี”

“ถ้าเจ้าปกติดีป่านนี้คงหาเรื่องทะเลาะกับข้าต่อแล้ว” ฮอร์คหรี่ตาลงอย่างรู้ทันแล้วกล่าวต่อ “แต่นี่เจ้าเอาแต่หนีข้า ทำไมกัน? มีอะไรที่ทำให้เจ้าไม่กล้าสู้หน้าข้างั้นเหรอ”

“ข้า...”

“อย่างน้อยก็อยู่ฟังข้าเล่านิทานสักเรื่องเป็นไง” ฮอร์คเสนอ อสูรหนุ่มผุดรอยยิ้มมุมปากก่อนจะกล่าวต่อ “นิทานที่มีเทวทูตตัวน้อยกับอสูรเป็นเพื่อนกัน...”

“ข้า...ไม่อยากฟัง” เกเบรียลเม้มริมฝีปากแน่นพลางกระชากข้อมือตนเองออกจากการเกาะกุมของฮอร์ค ซึ่งคราวนี้อสูรหนุ่มเองก็ไม่ได้ออกแรงรั้งเอาไว้ด้วยเห็นว่าข้อมือขาวๆ ของอีกฝ่ายขึ้นรอยนิ้วมือแดงเถือก

“เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการแบบนี้”

“...”

“เพราะถ้าเจ้าเลือกที่จะไม่รับฟังตอนนี้ ต่อให้ในอนาคตเจ้าเอาดาบมาจ่อคอข้า ข้าก็จะไม่ปริปากพูดเรื่องนี้อีก”

ฮอร์คเอ่ยราวกับจะวัดใจ หลังจบประโยคนั้นเกเบรียลก็ดูนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด เขาลอบพิจารณาท่าทีของเทวทูตตรงหน้า เกเบรียลก้มใบหน้าลงต่ำจนเส้นผมสีเงินทิ้งตัวละข้างแก้ม แพขนตาหลุบลงปกปิดความรู้สึกในดวงตาคู่สวย แม้กระทั่งริมฝีปากที่เคยเอาแต่โวยวายใส่เขาบัดนี้ก็ถูกเม้มแน่น ช่วงเวลาอันแสนน่าอึดอัดใจดำเนินไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นแต่สำหรับพวกเขาแล้วมันดูยาวนานจนแทบขาดใจ

“...ว่ามา”

ประโยคแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเกเบรียล ก่อนที่ดวงตาสีทองจะตวัดขึ้นสบกับเขา ฮอร์คคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีราวกับนกน้อยพองขนนั่น เขาโคลงศีรษะเป็นเชิงให้เกเบรียลนั่งลงที่เดิมก่อนจะเริ่มต้น นิทานของตัวเองด้วยประโยคสุดแสนธรรมดา

“นานมาแล้ว ตอนที่ข้ายังเป็นอสูรเด็กวัยกำลังซน...” ฮอร์คเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีต น้ำเสียงแหบต่ำแฝงแววคิดถึงอย่างเห็นได้ชัดจนคนฟังรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน “วันนั้นข้าจำได้ว่าตัวเองหนีไปเล่นอยู่ในป่าดอกแสงจันทร์ แต่จู่ๆ ก็มีนกยักษ์ตัวหนึ่งบินพุ่งมาชนข้าจนกลิ้ง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินไปหมด ข้าโกรธมาก กะจะจับเจ้านกนั่นถอนขนแก้แค้นสักหน่อยแต่เมื่อมองดีๆ แล้วสิ่งที่ข้าคิดว่าเป็นนกยักษ์ตัวนั้นดันเป็นเทวทูตน้อยตนหนึ่งแทน”

“อ้อ...งั้นเหรอ” เกเบรียลตอบรับไปตามมารยาท ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นฮอร์คยิ้มแย้มมีความสุขยามกล่าวถึงเพื่อนในอดีต

“เจ้าดูหงุดหงิดนะ” ฮอร์คเอ่ยเย้า และไม่เปิดช่องว่างให้เกเบรียลได้ด่าเขากลับ อสูรหนุ่มก็เริ่มเล่าต่อ “เทวทูตตนนั้นมีปีกสามคู่ แต่ปีกข้างหนึ่งคล้ายจะบาดเจ็บ ข้าเลยพาเขากลับมารักษาตัวอยู่ที่คฤหาสน์นี่ เขาบอกข้าว่าแอบหนีพี่ชายมาเที่ยวเพราะเบื่อ แต่บังเอิญโดนอสูรตนหนึ่งบินเฉี่ยวจนเสียการควบคุมพุ่งหลาวลงมาชนข้านั่นแหละ หลังจากนั้นพวกเราก็กลายเป็นเพื่อนกัน เจ้านั่นปักหลักอยู่บ้านข้าเป็นเดือนจนข้างเองก็ชักสงสัยว่าเขาจะกลับเมื่อไหร่ แต่พอถามไปก็เอาแต่บอกว่าถ้าจะกลับ เขาจะมาบอกข้าเป็นคนแรก แต่ก็...”

“เขาทิ้งเจ้าไป” เกเบรียลเอ่ยขึ้นมา แล้วชะงักไปคล้ายเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอพูด

“ใช่ จะเรียกแบบนั้นก็ได้ จู่ๆ เขาก็หายตัวไป ไม่มีแม้กระทั่งจดหมายลา” ฮอร์คหัวเราะออกมาเบาๆ “ข้าโกรธมาก ทั้งๆ ที่สัญญากันไว้ดิบดีว่าจะบอก กลับจากไปเงียบๆ แต่ก็นะ...สุดท้ายแล้วข้าก็เจอเขาอีกครั้ง”

“งั้นเหรอ...” เกเบรียลเอ่ยรับโดยพยายามควบคุมน้ำเสียงให้อยู่ในโทนปกติ “แล้วได้ถามไหมล่ะว่าทำไมจู่ๆ ถึงทิ้งเจ้าไป”

“ข้ากำลังจะถามอยู่นี่ไงล่ะ” ฮอร์คว่าพลางจ้องตาเกเบรียลนิ่งโดยไม่ละไปไหน ดวงตาสีดำขลับฉายแววจริงจังจนเทวทูตหนุ่มไม่กล้าหลบสายตา ก่อนที่น้ำเสียงแหบต่ำจะเอ่ยต่อช้าๆ ราวกับต้องการให้ทุกถ้อยคำซึมซับเข้าสู่สมองของเขา “เจ้าทิ้งข้าไปทำไมเกเบรียล...”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร” เกเบรียลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อถูกถามเช่นนั้น เทวทูตหนุ่มเม้มปากแน่นในขณะที่ดวงตาสีทองฉายแววโกรธเคือง “ข้าไม่ใช่เพื่อนเจ้า ข้ากับเทวทูตตนนั้นไม่ได้มีอะไรคล้ายกันเลยแม้แต่นิดเดียว ข้าไม่ใช่ตัวแทนใครนะ พอกันที! ข้าไม่ต้องการอยู่ให้เจ้าหยอกเล่นบ้าๆ แบบนี้อีกแล้ว!

เกเบรียลทุบโต๊ะระบายอารมณ์เสียงดังลั่นก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้แทบจะในทันที ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เดินหนีอีกฝ่ายดั่งใจคิด ฮอร์คก็ตรงเข้ามารวบแขนเขาเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวจนเกเบรียลปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง

“ข้าสิที่เป็นฝ่ายโดนเจ้าหยอกเล่น!” ฮอร์คกดเสียงต่ำ ดวงตาสีดำสนิทฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “ให้ตายสิวะ นี่เจ้าจำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งทำกันแน่!

“ข้าไม่เคยรู้จักเจ้ามาก่อน แค่เพราะข้ากับเพื่อนของเจ้าเป็นเทวทูตเหมือนกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะเอาไปโมเมว่าข้าคือคนในอดีตของเจ้าสักหน่อย!

“เทวทูตตนนั้นชื่อเกเบรียล!

“แค่เพราะชื่อเหมือนกันเนี่ยนะ?!” เกเบรียลตวาดใส่ด้วยความโมโห เทวทูตหนุ่มดิ้นหวังจะหลุดออกจากพันธนาการของฮอร์ค ทว่าอีกฝ่ายกลับโอบรัดเอวเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม “บนแดนน่านฟ้า เทวทูตชื่อซ้ำกันเยอะแยะ เจ้าอย่าเอาหัวข้อนี้มาอ้างหน่อยเลย”

“งั้นเจ้าบอกข้ามาสิ ว่าในบรรดาเทวะขัตติยะปีกสามคู่ มีใครอื่นที่ชื่อเกเบรียลนอกจากเจ้าบ้าง!

“อะ...”

เกเบรียลชะงักไปเมื่อเจอคำถามนี้ ซึ่งท่าทีของเทวทูตหนุ่มก็อยู่ในสายตาของฮอร์คทั้งหมด และนั่นแสดงให้เห็นว่าในบรรดาเหล่าเครือเทวะขัตติยะคงไม่มีตนใดที่มีชื่อว่าเกเบรียลอีกนอกจากเทวทูตจอมพยศในอ้อมกอดของเขา

“ไม่มีใช่ไหมล่ะ ทีนี้เจ้าจะเชื่อได้หรือยังว่าข้าไม่ได้โมเมคิดเอาเจ้าเป็นตัวแทน”

“แต่ข้า...ข้าจำไม่เห็นจะได้ว่าเคยลงมาที่แดนอสูร”

ท่าทีสับสนที่เกเบรียลแสดงออกมานั้นทำให้ฮอร์คเชื่อจริงๆ ว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก แต่เขาเองก็ไม่อาจตอบอีกฝ่ายได้เช่นกันว่าทำไมเกเบรียลถึงได้จำเรื่องราวต่างๆ ที่พวกเขาเคยมีร่วมกันเมื่อวัยเด็กไม่ได้

“มันนานมากแล้ว เจ้าคงจำไม่ได้...”

“ไม่...ข้า ข้าไม่ได้จำไม่ได้แบบนั้น แต่มัน...” เกเบรียลเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายคิดหาคำพูด ก่อนที่เทวทูตในอ้อมกอดจะเงยหน้าสบตากับเขา “มันเหมือนกับไม่เคยมีความทรงจำเรื่องนี้อยู่ในหัวข้าเลยสักนิด”

“ช่างเถอะ ตอนนี้เจ้ากลับมาหาข้าอีกครั้งก็พอแล้ว”

“ตั้งแต่ตอนไหน...” จู่ๆ เกเบรียลก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียอย่างนั้น อสูรหนุ่มก้มหน้ามองแล้วขานรับ

“หืม?”

“ตั้งแต่ตอนไหนที่เจ้ารู้ว่าข้า...?”

“ตอนแรกข้าก็ไม่มั่นใจ” ฮอร์คว่าพลางลูบเส้นผมยาวสลวยของคนในอ้อมกอดเบาๆ ในขณะที่กล่าวต่อ “ตอนที่ข้าเก็บเจ้ามา ตอนนั้นข้าก็แค่คิดถึงเพื่อนข้า แต่พอจัดการทำความสะอาดหน้าเจ้าจนหายมอมแมมแล้วข้าก็ชักจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าแปลกๆ ประจวบเหมาะกับที่ข้าเห็นบาดแผลด้านหลังของเจ้าว่าก่อนหน้านี้เจ้ามีปีกสามคู่ จนกระทั่งเจ้าฟื้นและบอกว่าเจ้าชื่อเกเบรียลนั่นแหละ ข้าเลยมั่นใจตั้งแต่ตอนนั้นว่าเจ้าคือเกเบรียลที่ข้าเคยรู้จัก แต่น่าเสียดายที่เจ้าทำเหมือนกับไม่เคยรู้จักข้าเลยแม้แต่น้อย”

“ก็ข้าจำไม่ได้...”

“งั้นนี่ก็ถือว่าข้าเตือนความจำให้เจ้าแล้วกัน” ฮอร์คเอ่ยยิ้มๆ ก่อนที่วินาทีต่อมาจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเกเบรียลแล้วเอ่ยต่อเบาๆ “คราวนี้เลิกน้อยใจได้แล้ว เจ้าไม่เคยเป็นตัวแทนใคร แต่คนที่ข้าคิดถึงอยู่เสมอก็คือเจ้า...”

“ข้า...ข้าไม่ได้น้อยใจ” เกเบรียลเถียงด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนจะใช้ฝ่ามือดันแผงอกฮอร์คไว้เมื่อชักจะเริ่มรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างพวกเขามันเหลือน้อยลงทุกที “ปล่อยข้าได้แล้ว!

“แล้วถ้าข้าไม่ปล่อยล่ะ?” ฮอร์คยิ้มกริ่ม ซ้ำยังกระชับวงแขนรอบเอวเกเบรียลดึงเข้าชิดมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงแหบต่ำแฝงแววเจ้าเล่ห์เอ่ยออกมาราวกับจะหยอกเย้า “เจ้าก็รู้แล้วนี่ว่าข้ารู้สึกกับเจ้ายังไง แล้วคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ โดยไม่หากำไรให้ตัวเองหน่อยหรือ?”

“ฮอร์ค ปล่อย! อย่าคิดทำอะไรแปลกๆ กับข้าเชียวนะ!” เกเบรียลเริ่มโวยวายอีกครั้ง เทวทูตหนุ่มดิ้นรนพยายามจะเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ทว่าฮอร์คกลับใช้ฝ่ามืออีกข้างล็อคท้ายทอยเขาไว้แล้วออกแรงดันให้เกเบรียลเงยหน้าขึ้น

“ใจเย็นๆ น่า ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้าสักหน่อย”

“ข้าไม่เล่นนะฮอร์ค!

“ข้าก็ไม่ได้เล่นนี่” อสูรหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วก้มหน้าลงไปใกล้จนเกเบรียลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวหน้า “เจ้านี่ทำตัวเหมือนลูกนกขี้กลัวจริงๆ เห็นแบบนี้ข้าก็ชักจะสงสาร เฮ้อ...เห็นแก่เจ้า งั้นข้าทำแค่นี้แล้วกัน”

ฮอร์คว่าพลางเคลื่อนสายตาจากเป้าหมายเดิมซึ่งก็คือริมฝีปากบางสวย ไปยังผิวแก้มข้างซ้ายที่มีรอยแผลเป็นประทับ และถึงแม้เกเบรียลจะบอกว่ามันน่าเกลียด แต่สำหรับเขาแล้วทุกอย่างที่เป็นเกเบรียลไม่มีสิ่งไหนน่าเกลียดสักนิด

อสูรหนุ่มประทับริมฝีปากลงบนแผลเป็นนั้นอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการจะทะนุถนอมอีกฝ่ายไว้ให้ได้มากที่สุด เขาสัมผัสได้ว่าเกเบรียลเกร็งจนตัวแข็งทื่ออยู่ภายในอ้อมกอดตนเอง อีกทั้งสาบเสื้อเขายังโดนอีกฝ่ายขยุ้มแน่น ฮอร์คส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจ กลิ่นกายหอมของเทวทูตหนุ่มทำให้เขากดจูบย้ำซ้ำๆ อยู่บริเวณเดิมจนผิวแก้มเกเบรียลร้อนเห่อแล้วจึงเอียงหน้ากระซิบเข้าที่ข้างใบหูแดงเรื่อ

“ข้ามัดจำเจ้าไว้แค่นี้ก่อน แต่ต่อไปริมฝีปากเจ้าไม่รอดข้าแน่”

และคำตอบที่ฮอร์คได้รับกลับมาก็คือกำปั้นที่ซัดเข้ากลางอกเน้นๆ จนอสูรหนุ่มจุกไปอีกหลายวินาทีเลยทีเดียว

-----------------------------

แจ็ค ทอร์ค

แวะมาอัพประเดิมวันแม่ค่ะ ในที่สุดนุ้งเกลก็รู้สักทีว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร ว่าแต่...ทำไมกลับจำไม่ได้ซะนี่? มีซัมติงอะไรกันนะ...

บทนี้เขียนเองก็เขินเองค่ะ แงงงง แค่หอมแก้มก็เขินได้ เอาแค่นี้ไปก่อนนะท่านฮอร์ค เดี๋ยวคืนกำไรให้บทถัดไปนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้น้าาา ตอนนี้ใกล้เขียนจบแล้วค่ะ ปัจจุบันกำลังปั่นบทที่ 18 อย่างเมาเมา อีกประมาณห้าบทก็จบแล้ว และคาดว่าจะยัดตอนพิเศษอีกสักสองสามตอน แต่ขอดูก่อนนะคะ สุดท้ายนี้ บ๊ายบายค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #151 mehmehmeh (@mehmehmeh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 09:55
    คุณ​น้องชายก้ร้ายใช่เล่นนะเนี่ยย คู่ข้าวใหม่ปลามันก้น่ารักไปอีกกกกก
    #151
    0
  2. #132 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 11:41
    อ่อ.. แบบนี้นี่เอง เกลอาจถูกลบความทรงจำออกไปก็ได้นะ ดัซนี่ค่อนข้างแตกต่างจากที่เราคิดนะ ตอนที่เซ็ปเล่า เราคิดว่าดัซจะเป็นอสูรน้อยน่ารักซะอีก ซึ่งความจริงมันแตกต่างโดยสิ้นเชิง 555
    #132
    0
  3. #104 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 21:41
    ในที่สุดก็ได้รู้แล้ว
    #104
    0
  4. #84 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 14:00
    เขินนนนน
    #84
    0
  5. #72 eveATK (@evezaka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 14:52
    หวานนนนนนนนนน
    #72
    0
  6. #23 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 12:16
    งืออออ จะจบเร็วมาก อยากอ่านต่อไปเยอะๆเลย เกลน่าเอ็นดู
    #23
    1
  7. #17 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 08:42
    หื้ออออ น่ารักง่าา ทำไมจำไม่ได้ล่ะ
    #17
    0