มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 9 : Final walk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ม.ค. 59


Chapter 9: Final walk



งานแฟชั่นวีคจะเริ่มในสัปดาห์หน้าแล้ว ทุกคนในออฟฟิสงานล้นมือทุกคนง่วนกับการเตรียมงาน จนไม่มีเวลาแม้แต่จะคุยเล่นห่รือพักกินกาแฟกันเลย สเตล่าสั่งอาหารกลางวันให้สำหรับคนทั้งออฟฟิส เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงไปห้องอาหารแลต่อคิวซื้อให้วุ่นวาย ฉันก็งานล้นมือทั้งเตรียมความพร้อมงานและเตรียมชุดของตัวเองรวมทั้งการซ้อมเดินบนรันเวย์ด้วย

ไม่นึกว่าปีแรกของการทำงานฉันจะได้ทำครบทุกด้านทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังและงานดีไซน์

ฉันกับเจซไม่ได้ติดต่อกันอีกตั้งแต่วันที่ฉันเดินหนีมา ฉันว่าเขาคงไม่แคร์ฉันเท่าไร บางทีก็แอบหวังว่าเจซจะแคร์ฉันมากกว่านี้

" ทุกอย่างพร้อมไหมไอด้า วันนี้เธอเคลียร์งานและส่งต่อทั้งหมดให้ฮาน่าห์เลยนะ เพราะบ่ายเธอมีซ้อมเดินแบบแล้วก็คงมีเรื่องให้เตรียมตัวหลายอย่าง งานเบื้องหลังไว้แค่นี้ก็พอ "

ฉันพยักหน้าตอบตกลงกับสเตล่า " งานนี้ฉันเดินแค่สองชุด คุณจะให้ฉันกลับมามาช่วย หลังเวทีด้วยไหมคะวันงาน "

" ฉันว่าไม่ดีกว่าเราเตรียมความพร้อมไว้ดีแล้ว ฉันอยากให้เธอสวยอยู่หน้างานมากกว่า และฉันจะให้เธอเดินออกไปพร้อมฉันตอนปิดท้ายอีกทีในฐานะยังดีไซน์เนอร์ " สเตล่าตบไหล่ฉันเบาๆแล้วเดินไปสั่งงานลูกน้องคนอื่นๆต่อ

 

ฉันมาถึงที่จัดงานเพื่อซ้อมเดินแบบก่อนเวลานิดหน่อย โดยที่มีฮาน่าห์มาเป็นคนช่วยดูแล สถานที่จัดงานนั้นเป็นคอนเวนชั่นใหญ่ที่จุคนได้เป็นพันคน แค่วันซ้อมช่างภาพก็ล้นหลามด้านหน้า ทางเข้าที่เราลงจากรถกันเลย เมื่อเดินเข้ามาด้านใน นายแบบนางแบบที่มาร่วมเดินในครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่รวมดาวเด่นทั่วโลกก็ว่าได้ มีนางแบบคนดังและดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อมากันคับคั่ง จากหลายประเทศ ฉันเห็นเจซ ไทเลอร์ดาวเด่นของงาน ถูกรุมล้อมด้วยสื่อมวลชนอยู่ทางมุมทางเข้าด้านหน้า แม้ว่าจะมีนายแบบหน้าตาดีมากมายมายแต่เขาก็ยังคงโดดเด่นและเฉิดฉายที่สุด ด้วยโครงหน้าที่ได้รูป คิ้วโก่ง และตาสีดีฟบลูที่สวยงาม ไหนจะรูปร่างสูงและกล้ามเนื้อกำยำนั้นอีก มันยิ่งส่งเสริมให้เขาดูเพอร์เฟค และรูปงามกว่าใคร ฉันเผลอมองชื่นชมเจซนานเกินไปจนเขารู้ตัวและหันกลับมามองฉัน เจซส่งยิ้มทรงเสน่ห์และโบกมือให้ฉัน มันทำให้ฉันตกใจและหวั่นไหวเลยทีเดียว นี่เขาคิดอะไรกันมายิ้มโบกมือให้ฉันอย่างนั้นนักข่าวก็เต็มไปหมด

" เฮ้ ไอด้า " เจซส่งเสียงเรียกฉันด้วยน้ำเสียงสดชื่น เหมือนว่าเราไม่มีปัญหาใดๆ มันช่างต่างกับที่เราเจอกันครั้งล่าสุด ฉันทำท่าจะเดินหนีแต่เหมือนเจซจะพยายามบอกเลี่ยง นักข่าวและเดินมาหาฉัน " เฮ้...คนสวยรอผมด้วยซิ "

" ขอตัวก่อนนะครับ คำถามเพิ่มเติมไว้นัดผู้จัดการผมแล้วเรามาคุยกันอีกทีนะครับ ผมต้องไปซ้อมเดินละ "

" นางแบบคนนั้นใช่ ไอด้า นางแบบน้องใหม่ที่เป็นข่าวกับคุณหรือเปล่าคะ " นักข่าวคนนึงถามโพล่งขึ้นมา

" ครับ ขอตัวนะครับ พี่ๆ " เจซโปรยยิ้มหวานและรีบเดินหนีนักข่าวโดยเร็ว " อ๊ะ...เดี๋ยวซิคะเจซ " ยังคงมีเสียงนักข่าวร้องเรียกเขาตามหลังในขณะที่เขารีบเดินตามฉันมา " ไอด้า นี่คุณจะหนีผมไปถึงไหน ไม่ทักทายแถมทำเมินใส่อีก " เจซส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ รีบตามสาวน้อยมาโดยเร็ว ไม่รู้ทำไมเขาถึงแคร์ผู้หญิงคนนี้ได้มากมาย อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาคิดว่าตัวเองจะทำใจให้ห่างเธอได้ แต่ที่ไหนได้มันเป็นอาทิตย์ที่ทรมานและยาวนานอย่างที่สุด

เจซวิ่งตามมาและเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อหยุดเธอไว้ " ไอด้า รอก่อน "

" นี่เจซ คุณมีอะไรอีก คนเยอะแยะ ฉันไม่อยากให้ใครมองว่าฉันมาเกาะคุณดังอีก "

" ผมไม่สน เราต้องคุยกัน คุณจะเอาแต่หนีไม่ได้ ผมรู้ว่าวันก่อนผมพูดกับคุณไม่ดี ผมขอโทษ " สีหน้าของเจซแสดงออกชัดเจนว่าเขาเสียใจและรู้สึกผิด แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือเขาต้องการอะไรในเมื่อเขาก็ตัดฉันออกไปจากชีวิตเขาแล้วนี่ เจซจับมือฉันแน่นใช้สายตาวิงวอนฉันสุดๆแล้วเขาก็จูงให้ฉันเดินตามเขาไปทางด้านหลังที่เป็นห้องเก็บของ

" เจซ จะไปไหน เราต้องไปซ้อมเดินนะ ฮาน่าห์กับคาร่าต้องตามหาเราแน่ "

" ไม่ต้องห่วงน่า ยังไม่ถึงคิวเราหรอกให้พวกเด็กๆเริ่มไปก่อน "

ปล่อยฉันนะ คุณจะพาฉันไปไหน แค่นี้เรายังมีเรื่องไม่พอหรือไง ถ้าใครมาเห็นเข้าล่ะ "

เจซลากฉันเข้ามาในห้องและปิดล๊อคประตู " เจซ...อื้ม...." เขาจู่โจมทันทีที่ประตูปิดลง เจซดึงฉันเข้าไปใกล้และโน้มลงมาจูบปิดปากฉันอย่างเร่าร้อน ท่าทีของเขารุกเร้าและหื่นกระหายใส่ฉัน

ฉันพยายามขัดขืนและผลักดันเขาออกห่างแต่ไม่เป็นผล กลับเป็นเจซที่ผลักฉันให้หลังติดกำแพง และปล้นจูบจากฉันไม่เลิก เราหายใจหอบหนักและต่างคนต่างโหยหาและต้องการกันอย่างรุนแรง

ฉันรู้ตัวเองดีว่าคงไม่อาจต้านทานเขาได้เพราะฉันรักเขาเข้าแล้วแต่สำหรับเจซฉันไม่รู้ว่าที่เขาทำอยู่มันเป็นความรักหรือความใคร่กันแน่ ไม่นานนักเจซถอนจูบจากฉันและเขาก็กอดฉันไว้แทน เอามือลูบผมฉันอย่างปลอบประโลม ตอนนี้ฉันว่าใจฉันหลุดลอยไปแล้วและรู้สึกเหมือนเท้าไม่ได้แตะพื้น เป็นลูกโป่งลอยในอากาศที่เขายึดเกาะไว้ ฉันได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกับฉัน

" ไอด้า ผมไม่รู้จะทำยังไงให้คุณหยุดฟังผมได้ ผมต้องการคุณมากเหลือเกินและไม่อยากให้เราต้องเป็นแบบนี้ "

ฉันมองหน้าเขา เราสบตากันและฉันก็กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนและตกเป็นทาสเขา เจซใช้สายตาคมซึ้งสะกดฉันให้มองสบตาเขา เราต่างคนต่างนิ่งโดยหมือนสื่อสารกันทางสายตา  ฉันรู้ตัวดีว่าฉันแคร์เขามากแค่ไหน แต่อีกใจก็กลัวว่าตัวเองจะต้องเจ็บแล้วเจ็บอีก

" เจซ ฉันไม่เข้าใจ " ฉันถามเขากลับไปด้วยน้ำเสียงว้าวุ่น ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าเจซอยากให้เรื่องของเรามันเป็นยังไง แต่ไม่ทันที่เขาจะตอบอะไรกลับมา เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา " ไงคาร่า ใช่ผมอยู่กับเธอ ขอเวลาสิบนาที เจอกันที่สเตจเลย "

คาร่าคงหาเขาไม่เจอเลยต้องโทรตามและก็เหมือนเธอก็เดาถูกว่าเราต้องอยู่ด้วยกัน เจซกดวางสายและหันกลับมาหาฉัน " ไอด้า ไม่รู้ซิที่คุณพูดเมื่อวานน่ะ ผมจะพยายาม..." เขาดึงฉันเข้ามากอดและจูบที่ข้างแก้มอย่างอ่อนโยน " หมายความว่าไง คุณจะพยายาม "

" ใช่ไอด้า ผมจะพยายาม เรื่องของเราน่ะ แต่ว่าตอนนี้เราคงต้องรีบออกไปซ้อมเดิน  ก่อนจะมีคนสงสัยว่าเราหายไปด้วยกัน " เจซเปิดประตูห้องแล้วจูงให้ฉันเดินตามเขาไป สมองฉันยังไม่ทำงานดีเท่าไรหลังจากสิ่งที่เจซพูดออกมา

ฉันพร่าเบลอและพยายามแปลผลอยู่ มันหมายความว่าเราจะกลับมาคบกันเหรอ  เขาคิดว่าฉันเป็นคนที่รับกับอะไรได้เร็วหรือไง คิดจะคบก็คบคิดจะไปก็ไป ฉันแกะมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขา เจซมองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมปล่อยฉัน และให้ฉันเดินขึ้นหน้านำเขาเข้าไปในห้องซ้อมโดยไม่พูดอะไร ฉันเดินตรงไปหาฮาน่าห์ที่นั่งรอฉันอยู่ในห้องพร้อมกับป้ายเบอร์ห้อยคอที่ฉันต้องสวมในการซ้อมเพื่อเรียงลำดับคิวและชุดในการเดิน " ไปไหนมาเนี่ยไอด้า หวังว่าที่หายไปคงไม่ใช่เพราะเจซหรอกนะ "

" ก็ทำนองนั้นล่ะ " ฮาน่าห์ส่ายหัวทำสีหน้าเบื่อหน่ายและใช้สายตาดุฉันเหมือนบอกเป็นนัยว่า 'อย่าให้มีเรื่องล่ะ'

ภายในห้องรอที่เป็นด้านหลังของเวทีที่เราต้องใช้เป็นที่แต่งตัววันงาน คราคร่ำไปด้วยนายแบบนางนางแบบชั้นนำของเสื้อผ้าหลายแบรนด์ สายตาทุกคนดูไม่เป็นมิตรต่อฉันเลย เดาไม่ยากก็คงเพราะฉันเป็นน้องใหม่และแปลกหน้าในวงการ นี่มันเป็นงานแรกของฉนนี่นาและอีกอย่างคงเป็นเรื่องข่าวฉันกับเจซ ทีมงานจัดคิวให้เรานั่งรอตามลำดับและฉันก้เหมือนดดเดี่ยวท่ามกลางสาวงาม ไม่มีใครที่ยิ้มเป็นมิตรและคุยกับฉันแม้ว่าฉันจะยิ้มให้เหล่านางแบบสาวสวยยามเมื่อเธอมองมาและบังเอิญสบตากับฉันโดยตรง สุดท้ายก็ได้รับแต่สายตาดูแคลนและสะบัดหน้าเลิศเชิดหยิ่งไปคุยหัวเราะกันต่อ

เจซยืนอยู่อีกมุมของห้องห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนนายแบบ ท่าทางเขาดูสบายๆไม่เกรงและคุยกับคนโน้นนี้ หยอกล้อกันเสียงดัง เขาเป็นดาวเด่นที่นางแบบสาวๆแอบลอบมองอยากจะสบตาด้วยตลอดเวลา

เจซมองมาที่ฉัน เราสบตากันและไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นสายตาที่อบอุ่น มองฉันอย่างเป็นห่วง

ฉันก้มหน้าเช็คเมลในมือถือต่อระหว่างรอเวลา โดยตัดความคิดที่จะสนใจหรือเป็นมิตรกับคนรอบข้าง

 

เวลาผ่านไปไม่นานก็ใกล้จะถึงคิวฉันที่ต้องซ้อมเดิน ฉันยืนรออยู่ปากทางที่จะออกไปยังสเตจ ที่เป็นรันเวย์ยาวอย่างหายใจไม่ทั่วท้อง ฮาน่าห์ยืนดูฉันอยู่ข้างเวทีและส่งยิ้มอย่างให้กำลังใจ และแล้วก็เป็นคิวฉันที่จะต้องเดิน เดิน...เดิน โพส..โพส หมุนตัวกลับ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับรอบแรก แต่ทุกย่างก้าวใจฉันก็สั่นรัวเป็นกลองทีเดียว สุดท้ายทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ฉันกลับมาหลังเวทีก็เห็นเจซนั่งยิ้มอยู่ที่ม้านั่งยาวที่ฉันเคยนั่งอยู่ก่อนหน้า เขายิ้มหวานให้ฉันและมันดูอบอุ่นจริงใจ ไม่รู้อะไรทำให้ขาฉันก้าวไปและเดินลงไปหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ฉันยิ้มให้เขาอย่างคนที่โล่งใจ เหมือนปลดของหนักออกจากบ่าและคลายความตื่นเต้นลง ฉันหยุดยืนตรงหน้าเขาและก็เป็นเขาที่ยื่นมือมาจับแขนฉันให้ไปนั่งข้างๆ เจซไม่พูดอะไรเรานั่งไหล่แนบชิดติดกันหัวพิงกำแพงในท่าผ่อนคลายและเขายังคงจับมือฉันไว้อย่างนั้น

ทุกคนในห้องต่างแอบมองเราแต่ทั้งฉันและเจซก็ไม่ได้สนใจอะไร " เป็นไงน้องใหม่  คุณทำได้ดีเลยนะไอด้า "

เป็นเสียงเจซที่พูดกับฉันแผ่วเบาให้ได้ยินกันสองคนและเขาก็บีบมือฉันอย่างให้กำลังใจ 

" ขอบคุณนะเจซ ถึงคุณจะว่าฉันไม่ได้เรื่อง ฉันก็ไม่สนหรอก ฮ่าๆ " ทั้งฉันและเขาก็หลุดหัวเราะขำกันเสียงดัง มันทำให้บรยากาศเงียบสงบและความตึงเครียดของเราลดลง ฉันว่าที่ฉันอึดอัดใจไม่ใช่อะไรเพราะฉันกังวลกับการอยู่เบื้องหน้าแบบเขา และการที่เจอกันโดยเรื่องของเรามันกำกวมทำให้ฉันเกร็งไปหมด " ฮ่าๆ คนสวย ผมรู้ว่าคุณน่ะเก่ง มันทำให้ผมทึ่งจริงๆ เดินรอบสองนี่คุณต้องใส่อารมณ์นิดนึงนะ ปล่อยไปตามเพลงบ้าง "

" ชิ นี่คุณหลอกด่าฉันว่าเดินทื่อเป็นผีดิบหรือเปล่า " เจซหัวเราะร่าและยังคงหยอกเย้าฉันไม่เลิก เราคุยกันเล่นกันเหมือนไม่แคร์สายตาใครที่อยู่แถวนั้น และฉันคงได้ถูกสาวๆที่คลั่งไคล้เขาหมั่นไส้อีกเพียบ

ฉันเองก็ลืมว่าเราขุ่นเคืองกันและก็คุยเล่นเหมือนเขาเป็นเพื่อนสนิทคนนึง แต่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งอยากสัมผัส มันห้ามใจยากจริงกับความรู้สึกที่อยากจะแตะต้องหนุ่มเจ้าเสน่ห์คนนี้

            การเดินรอบสองเป็นไปด้วยดี ฉันเดินลงจังหวะมากขึ้นและก็เข้าก็เพลงที่เปิด การโพสการหมุนของฉันเป็นธรรมชาติมากขึ้นและก็เดาว่าคงถูกใจทีมงาน ถึงได้ปรบมือชมฉันเกรียวกราวสำหรับน้องใหม่หัดเดิน ต้องขอบคุณเสตล่าที่เทรนฉันมาอย่างดีทำให้ไม่ขายหน้าและเป็นตัวถ่วงกับทีมที่ดูแลการซ้อมใหญ่วันนี้

การเดินของนางแบบคอลเลคชั่นผู้หญิงจะเสร็จก่อนสำหรับการซ้อมรอบสุดท้ายซึ่งจะเหมือนกับวันจริง

เลยทำให้ฉันได้มีโอกาสยืนดูยอดฝีมืออย่าง เจซ ไทเลอร์ที่ข้างเวที แม้ว่าเขาจะอยู่ในชุดลำลองเสื้อเชิ๊ตปล่อยชายกับกางเกงยืนเข้ารูป มันก็ดูเหมือนว่าเขาโฆษณาชุดที่ใส่อยู่

เจซมีท่วงท่า สง่างามปนเซ็กซี่ในรูปร่างและหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายนั้น ดวงตาที่ปนเจ้าชู้แต่ทว่าอบอุ่นและยิ้มหวานละลายใจขณะที่เดินมาหยุดอยู่ปลายเวทีก่อนจะหมุนตัวกลับนั้นมันช่างเป็นอะไรที่เกินบรรยาย มันมากกว่าคำว่าหล่อ รูปร่างเขามันเกินกว่าคำว่าหุ่นดี พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมที่มอบทุกสิ่งอย่างที่แสนจะเพอร์เฟคประกอบกันเป็นตัวเขา แค่มองจากด้านล่างเขาก็ทำให้ฉันร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก มันคงไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่คนไหน ก็พร้อมจะพลีร่างให้เขาแม้ว่ามันจะแค่ชั่วคราวเท่านั้น

หลังเสร็จการซ้อม ฉันไม่ได้รอเจอเจซอีก เพราะต้องคิดว่าจะกลับไปช่วยฮาน่าห์เตรียมความพร้อมสำหรับงานแฟชั่นโชว์ เราจึงออกมารอแท๊กซี่ที่อยู่ไม่ห่างจากตึกคอนเวนชั่นนัก

ปิ้น..ปิ้น... เสียงแตรจากรถสปอร์ตสุดหรู แอสตันมาตินสีดำเรียบหรูมาจอดเทียบด้านหน้าทางเท้า และก็ไม่ใช่ใคร เจซ เปิดกระจกและส่งยิ้มหวานให้เราทั้งคู่ ฉันกับฮาน่าห์มองหน้ากันอย่างไม่มีคำตอบ

" ขึ้นมาเลยสาวๆ ให้ผมไปส่ง "

" อย่าเลยค่ะ เรามีงานต่อไม่อยากให้คุณเสียเวลา " ฉันรีบตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบ

" ไอด้า อย่าดื้อน่า แค่ไปส่งคุณกับเพื่อนมันไม่เสียเวลาหรอก คุณจะกลับออฟฟิสใช่ไหม 

ผมต้องคุยกับสเตล่าอยู่แล้ว งั้นเราก็ทางเดียวกัน " เจซยิ้มและโบกมือให้เราขึ้นรถ

ฮาน่าห์เป็นฝ่ายเปิดประตูแล้วผลักฉันให้รีบเข้าไป แล้วก็ปิดประตูทันที " เธอกลับไปพักเถอะไอด้า ไม่ต้องเข้าออฟฟิสหรอก ให้เจซไปส่งละกัน พอดีฉันเพิ่งนึกได้ว่าต้องซื้อของก่อนกลับน่ะ "

พูดจบเธอก็หันไปยิ้มหวานให้เจซ " ฝากด้วยนะเจซ ส่งให้ถึงบ้านล่ะ อย่าให้เป็นเรื่องอีก "

เจซยิ้มรับคำฮาน่าห์และรีบออกรถเหมือนกลัวว่าฉันจะโดดลงซะก่อน สองคนนี้นี่จริงๆอย่างกับว่าเตี๊ยมกันมาเลย " ไปไหนดีคนสวย คุณอยากจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า "

" ไม่อ่ะ ฉันว่าคุณส่งฉันที่ป้ายรถเมลข้างหน้าก็พอ ฉันกลับเองได้ "

เจซดึงมือฉันขึ้นไปจูบขณะที่อีกมือก็จับพวงมาลัย " ได้ไง คืนนี้คุณต้องอยู่กับผม ผมบอกแล้วไงว่าจะพยายาม เราคงต้องรื้อฟื้นกันยาว! " 



Let's chat :)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ขอแทนตัวเองว่าพีต้านะคะ

ขอบคุณมากๆเลยที่ช่วยอ่านเรื่องนี้ เป็นกำลังใจที่ดีงามมากๆ ให้มีแรงกำลังในเขียนต่อ

ความจริงเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่มาโพสให้เพื่อนๆลองอ่านดู เห็นนิยายของคนอื่นมีการคุยกันระหว่างคนเขียนและคนอ่านเยอะแยะก็เลยอยากจะลองทักทายกันดูบ้าง  ต้องออกตัวก่อนว่าเป็นคนคุยไม่เก่งเขียนอะไรตอบใครก็ได้แต่สั้นๆเหมือนถามคำตอบคำ ก็มีแต่นิยายนี่ล่ะที่พรำ่เพ้อได้เป็นหน้าๆ แต่ก็อยากมีเพื่อนนะค้า...หากเพื่อนๆมีคำติชมหรือข้อแนะนำอะไรก็บอกได้นะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันด้วยใจจริง จุ๊บๆ  ^____^ 

พีต้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #4 เกียรติ์ (@iamkuslin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 15:17
    ชอบนางเอกค่ะ เป็นคนเก่งมากเลย เดินแบบก็ได้ ออกแบบเสื้อผ้าก็ได้ 
    #4
    1
    • #4-1 peetashila (@peetashila) (จากตอนที่ 9)
      14 มกราคม 2559 / 13:42
      ขอบคุณค่ะ :)
      #4-1