มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 7 : New Girl (คนใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ม.ค. 59


Chapter 7 : New Girl (คนใหม่)



 

ฉันมาถึงที่ทำงานอย่างไม่สดชื่นนัก สีหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่เดินเข้าออฟฟิส จนไม่มีใครกล้าทักทายฉันเลยซักคน ฉันเดินเรื่อยเฉื่อยเข้ามานั่งในคอกทำงานของตัวเอง

เปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มเช็คอีเมลอย่างใจลอย เมื่อคืนฉันแทบไม่ได้นอน เพราะในหัวมีแต่เรื่องของเจซวนเวียนเต็มไปหมด ฉันไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตตัวเองจะมีวันที่แย่ๆได้ขนาดนี้ ฉันไม่เคยร้องไห้หรือเสียใจกับ ความรักครั้งไหนเลย แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป มันทั้งสับสนและยังไม่เข้าใจกับความสัมพันธ์ของตัวเองมากนัก แต่ที่แน่ๆฉันหลงใหลเขาเข้าไปเต็มเปาจนถอนตัวไม่ขึ้นแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันจิตใจและร่างกายมันก็ปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก เจซไม่มีทั้งข้อความหรือโทรหาฉันอีกเลย ไม่รู้ว่าฉันคาดหวังอะไร คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องแคร์ผู้หญิงอย่างฉันมากมาย เขาสามารถเขี่ยฉันทิ้งได้อย่างง่ายดายด้วยซ้ำ


ที่ออฟฟิสเช้านี้ดูวุ่นวาย พนักงานเดินกันขวักไขว่อย่างกับว่าจะมีงานด่วนอะไรเข้ามาอย่างนั้นล่ะ เสียงโทรศัพท์และผู้คนตะโกนข้ามหัวฉันไปมาอย่างกับเราอยู่ในตลาดหุ้น และมีเสียงของสเตล่าตะโกนเรียกหาอะไรบางอย่างที่ฉันจับความไม่ได้เพราะไม่มีใจและสมาธิอยู่กับงานตรงนี้ ฉันมัวแต่เปิดอ่านหน้าเพจกอสซิปที่เจนนี่ฟอร์เวิร์ดมาให้อ่าน

ทุกหน้าข่าวบันเทิงและโซเชียลมีเดียต่างพาดหัวข่าวทำนองเดียวกันในประโยคทีว่า

 ' New Girl - เปิดตัวผู้หญิงของ Jess Tyler ' มันทำให้ทุกคนต้องอยากเปิดเข้าไปอ่าน เรียกได้ว่ากระแสตอบรับนั้นแรงมากและเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ได้ข้ามวันข้ามคืน ในหน้าข่าวนั้นยังคงเล่นรูปถ่ายของเจซที่เปิดประตูให้ฉันก้าวลงมาจากรถลีมูซีน และตามด้วยรูปที่เขาโอบเอวฉันถ่ายรูปตรงหน้าทางเข้า ฉันเปิดไล่ดูข่าวและอ่านข้อความทั้งหมดรวมถึงรูปที่เราถ่ายกันสามคนร่วมกับโคลตันด้านใน นี่ยังไม่รวมถึงรูปที่นักข่าวแอบถ่ายโดยไม่ขออนุญาตอีกซึ่งเป็นรูปที่ฉันนั่งดื่มและยิ้มหวานให้โคลตันที่หน้าบาร์และนักข่าววายร้ายยังอาศัยมุมภาพถ่ายตอนที่ฉันจะเดินตามโคลตันเพื่อไปดูส่วนอื่นของไนท์คลับให้ดูเหมือนเรากอดประคองและแนบชิดกันอีก มันแย่ที่สุดเลยที่เล่นข่าวกันขนาดนี้ ส่วนที่แย่ที่สุดคือเนื้อความของข่าว


' เจซ ไทเลอร์ควงคู่สาวน้อยปริศนาออกงานเปิดตัวไนท์คลับของเพื่อนรักมหาเศรษฐี โคลตัน แกรมป์ ข่าวว่าเป็นผู้หญิงใหม่ของเจซ แต่แล้วสาวน้อยก็ต้องคอตกไปซบอกโคลตันในคืนนั้น เพราะเจซไปควงคู่นักแสดงสาวสวย ไคลี่ เจนเซ่นคู่ขาเก่าอย่างไม่ไยดี งานนี้เหมือนสองหนุ่มเพื่อนซี้เพลย์บอยจะทำการแลกคู่แลกหญิงกันเชยชมอย่างที่ทำกันเป็นประจำ สุดท้ายก็ยังลุ้นกันอยู่ว่าสาวสวยปริศนาเป็นคู่ควงคู่ขาของหนุ่มไหนกันแน่ และเธอเป็นใครกัน งานนี้บอกได้เลยว่าไม่ว่าเธอได้ใครไป สาวๆทั้งประเทศก็อิจฉาเธอจนตาลุกเป็นไฟ '


ฉันเลื่อนอ่านข้อความอื่นผ่านๆก็เห็นว่าเป็นการไล่เรียงคู่ควงของเจซกับโคลตันว่าในอดีตเคยควงคู่ใครมาบ้าง คบๆเลิกๆกับสาวคนไหนมาบ้าง ประวัติของสองหนุ่มเรียกได้ว่าโชคโชนทีเดียว ยังมีอีกหลายคำวิจารณ์ด้านล่างที่ฉันไม่อยากจะอ่านให้รกสมองและหงุดหงิดไปมากกว่านี้ ฉันเลือกทีจะปิดหน้าเพจนั้นและลุกไปตามเสียงของสเตล่าว่าเธอต้องการอะไร ฉันต้องสลัดความขุ่นมัวทั้งหมดทิ้งและเผชิญกับความจริง ฉันควรจะมุ่งมั่นกับความฝันและงานของฉันมากกว่าที่จะปล่อยให้เรื่องรักใคร่ๆมาทำให้ความฝันของฉันพังทลาย ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปบอกสเตล่าว่าฉันไม่ต้องการเป็นนางแบบเพื่อรักษาชื่อเสียงของตัวเองหรือของใคร ฉันต้องการอยู่เบื้องหลังและทำงานของตัวเอง

ฉันไม่ได้แคร์คำขู่ของเจซ ไม่ว่าผลลัพท์จะออกมายังไงก็ตาม ถ้าสเตล่าไม่ส่งเสริมฉันในงานนี้ต่อไป ฉันคงต้องหางานใหม่ และเจซ! ฉันไม่อยากเจอหน้าเขาอีกด้วยซ้ำ หลังจากที่เขาหันหลังให้ฉันอย่างไม่ไยดี สเตล่ายิ้มให้ฉันขณะที่เธอยังยืนอยู่หน้าห้องทำงานตัวเอง น้ำสียงและสีหน้าของเธอดูเด็ดขาดและเหมือนรอรายงานจากผู้ช่วยซักคน


" ไง ไอด้า " สเตล่าส่งเสียงทักเมื่อฉันเดินมายืนตรงหน้าเธอ " สเตล่า ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะหรือเปล่า "

สเตล่ายิ้มหวานให้ฉันอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเข้ามาโอบไหล่ฉันและพาเดินออกไปจากตรงนั้น

" ที่รัก เวลานี้แหละเหมาะสุดแล้ว ฉันเตรียมอะไรไว้ให้เธอด้วยและอยากให้เธอเห็นเป็นคนแรก "

ฉันอดแปลกใจกับคำพูดของสเตล่าไม่ได้แต่ก็เดินตามการประคองของเธอไปโดยดี เราเดินผ่านส่วนห้องเก็บเสื้อผ้าและเข้าไปยังสตูดิโอที่อยู่ติดกัน ดูเหมือนว่าจะมีการเตรียมกันถ่ายแบบกันอยู่ แต่เอ๊ะ... ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ คอลเลคชั่นไหนกันแล้วทำไมฉันพลาดการช่วยเตรียมงานอีกแล้ว ฉันคิดอย่างไม่ค่อยยินดีนัก สเตล่าพาฉันเดินมาตรงส่วนแต่งตัวที่มีฉากขาวกั้นไว้

" นี่คอลเลคชั่นที่ฉันออกแบบไว้นานแล้วตั้งแต่ตอนที่เป็นดีไซเนอร์ เธอว่ามันดูเป็นยังไงบ้าง "

ฉันเดินไล่ดูตามราวเสื้อผ้าที่มีแขวนไว้กว่าสิบชุด มันเป็นเสื้อผ้าในโทนขาว-ดำ เรียบแต่มีการใช้ลูกเล่นและการตัดเย็บที่ทำให้ดูหรูหรามีสไตล์ และทุกชุดนั้นสามารถใส่ได้ในชีวิตจริง


" มันดูดีมากค่ะสเตล่า คุณจะใช้ในงานแฟชั่นวีคหรือเปล่า " สเตล่ายิ้มอย่างพอใจให้ฉันและพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ

" แน่นอนอยู่แล้ว และฉันอยากให้เธอเป็นคนใส่มันด้วย " ฉันมองหน้าสเตล่าแล้วก็พูดไม่ออก จนสเตล่าเอื้อมมือมาตบไหล่ฉันเบาๆและเลือกเดรสสีดำตัวนึงยื่นมาใส่ในมือฉัน

" เอ่อ...ฉันคิดว่า ฉัน...อยากบอกว่าฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันคงรับข้อเสนอของคุณไม่ได้ ฉันอยากเป็นแค่ผู้ช่วยสไตลิสและดีไซเนอร์คนนึงเท่านั้น ขอบคุณจริงๆค่ะสเตล่าที่คุณเสนอโอกาสที่ดีให้ฉัน แต่ฉันว่าฉันพอใจกับจุดนี้แล้ว "

สเตล่าเลิกคิ้วและส่ายหน้าแบบว่ารำคาญใจเล็กน้อย เธอไม่มีท่าทีโกรธฉันแต่ทำหน้าแบบว่าเหนื่อยที่จะอธิบายต่อ

" ฉันรู้... สาวน้อย คิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องปฏิเสธ เธอกับเจซนี่ดื้อพอๆกันเลยรู้ไหม ตานั่นโทรมาโวยวายเรื่องเธอตั้งแต่เมื่อวานแล้วพาลรวนจะไม่ยอมทำงานให้บีบีเลยล่ะ จนคาร่าปวดหัวไปตามๆกัน ถ้าเธอกังวลว่าเจซจะโกรธน่ะนะ ลืมไปได้เลยตาเนี่ยลืมง่ายจะตาย "

" ยังไงก็ตามฉันว่าคุณเลือกนางแบบซักคนมาใส่คอลเลคชั่นนี้เถอะค่ะ เป็นฉันคงไม่เหมาะ " ฉันส่งชุดเดรสในมือคืนให้สเตล่าไป " ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติฉันใส่เสื้อผ้าคอลเลคชั่นของคุณ แต่ว่าฉันคงรับไม่ได้ ฉันอยากทำในสิ่งที่ฉันตั้งใจไว้น่ะค่ะ หวังว่าคุณคงเข้าใจและให้โอกาสฉันร่วมงานต่อ "

สเตล่ายังคงยัดเยียดชุดนั้นใส่มือฉัน

" ไปลองชุดนี้ซะไอด้า ให้ตายซิ! อย่าดื้อไปหน่อยเลย " น้ำเสียงของสเตล่าเข้มขึ้นมาและพูดเชิงบังคับและออกคำสั่ง ฉันไม่มีโอกาสได้ตอบอะไรเธอก็พูดต่อมาอีก

" เด็กดี เชื่อฉันนะไอด้า ฉันเตรียมทุกอย่างไว้ให้เธอหมดแล้ว ไหนเคยรับปากว่า ถ้าฉันให้ช่วยงานเบื้องหน้าบ้างเธอจะช่วยไง ฉันไม่เห็นว่าใครจะใส่ชุดที่ฉันออกแบบได้ดีกว่าเธอแล้วนะ ช่วยฉันหน่อยนะ เอาว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจซก็ได้แต่ฉันอยากได้นางแบบหน้าใหม่สำหรับคอลเลคชั่นนี้ละกัน โอเคไหม " สเตล่าเล่นเอาฉันไปไม่ถูกพูดไม่ออกกันเลย เธอเตรียมแผนสองมาและก็กะมัดมือชกกันเลย

" สเตล่า คุณทำให้ฉันลำบากใจนะคะ ฉัน..."

" ไอด้า เอาเป็นว่าฉันขอให้เธอเป็นนางแบบชั่วคราวให้ฉันหน่อย แล้วพอจบแฟชั่นวีคแล้ว เธอตัดสินใจเอาเองละกันว่าจะเอายังไงต่อ ถ้าเธอคิดว่ามันไม่โอเคจริงๆฉันจะไม่วุ่นวายกับเธอเลย ว่าไง! "

ฉันนิ่งเงียบไปครู่นึง พยายามจะคิดไต่ตรองให้ดี แต่สมองฉันก็ตื้อเกินกว่าจะเข้าใจ ว่าสรุปแล้วทั้งหมดนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ มันใช่เรื่องปัญหาระหว่างฉันกับเจซไหม สเตล่าให้เวลาฉันไม่นานเธอก็ผลักดัน และตะโกนเรียกช่างแต่งหน้าทำผมรวมถึงฮาน่าห์

ให้มาเอาฉันไปแปลงโฉม โดยไม่รอคำตอบชัดเจนจากฉันเลย ทุกคนมะรุมมะตุ้มฉันอย่างกับว่าฉันจะต้องเตรียมตัวไปงานสำคัญอะไรซักอย่าง ฉันยอมโอนอ่อนตามโดยดีเพราะคิดว่าขัดขืนคงไม่มีประโยชน์ เจ้านายตัวแสบของฉันเล่นไม้แข็งแล้วด้วยซิ

ไม่นานนักสเตล่าก็เดินมาหาฉัน เพื่อดูผลงานตัวเองขณะที่ฉันกำลังทำผมอยู่ เธออมยิ้มและมีสีหน้าพึงพอใจ

" แค่จบงานแฟชั่นวีคเท่านั้นนะคะ " ฉันทำเสียงขู่สเตล่าไปอย่างเคืองๆ

" แน่นอนสาวน้อย ฉันจะทำให้เธอดังเป็นพลุแตกแค่โชว์ตัวไม่กี่งานเลยล่ะ " สเตล่าหัวเราะเสียงใสอย่างถูกใจ

" อ้อเรื่องเจซน่ะเดี๋ยวฉันจัดการเอง " ฉันส่ายหน้าให้เธอและแววตาเศร้าของฉันก็ปิดไว้ไม่มิดอีกต่อไป

" คุณไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอกค่ะ ฉันคิดว่าเขาเลือกที่จะทิ้งฉันแล้วล่ะ "

สเตล่าลูบหลังฉันขึ้นลงเป็นการปลอบใจ

" เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันรู้จักเจซดี เขาก็แค่ขู่ เขาหวงเธอน่ะรู้ไหม ฉันรู้ว่าจะจัดการพ่อหนุ่มวายร้ายนี้ยังไงนะไอด้า ทำหน้าตาให้สดชื่นนะคนเก่ง คิดซะว่ามันเป็นงานที่จะให้ประสบการณ์ที่ท้าทายอีกด้าน แล้วก็ทำให้ดีที่สุด "

ฉันพยักหน้าและพยายามจะยิ้มให้ดูสดชื่นอย่างธรรมชาติให้สเตล่าแต่มันก็ฝืนมากๆในความรู้สึก ความคิดของฉันสับสนอย่างที่สุด ฉันแค่ต้องการทำในสิ่งที่ตัวเองรักและรักษาความสัมพันธ์กับผู้ชาย ที่ฉันหลงใหลแค่นั้น แต่กลายเป็นว่าฉันตกเป็นหมากในเกมส์และผู้ชายที่ฉันแคร์ เขาแคร์ฉันน้อยกว่าที่ฉันคิด มันช่างน่าน้อยใจจริงๆ ระหว่างแต่งหน้าทำผมฉันก็ขบคิดแล้วว่าถ้าเจซคิดจะทิ้งฉันแค่เรื่องนี้ มันคงเห็นแก่ตัวไปหน่อย ฉันอดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นข้ออ้างที่เขาจะสลัดฉันทิ้งหรือเปล่า เพราะระยะเวลาที่เราคบกันมันก็ใกล้จะสามเดือนเต็มที และทุกเรื่องมันก็มาประจวบเหมาะให้ง่ายขึ้น


" ยิ้มหน่อยคนสวย ฉันไม่อยากแต่งหน้าให้คนที่กำลังอมทุกข์แบบนี้นะ ถ้าเธอไม่แฮปปี้ฉันแต่งยังไงเธอก็ไม่ออกมาสวยหรอกนะ " ช่างแต่งหน้าประจำสตูดิโอเอ่ยขึ้นมาลอยๆหยุดความฟุ้งซ่านของฉัน

" โถ่ แมรี่ คุณเป็นสุดยอดฝีมือด้านนี้ยังไงคุณก็ต้องเนรมิตให้ฉันดูดีขึ้นมาจนได้ล่ะค่ะ ความจริงฉันก็ไม่ใช่คนสวยอยู่แล้วซิ " ฉันพูดหยอกเย้าและยิ้มหวานให้เธอและก็รู้สึกว่าตัวเองจะอารมณ์ดีขึ้น เอาก็เอาวะ! ฉันจะลองดูซักตั้ง ฉันจะไม่คิดเรื่องของเจซและทำให้มันเป็นงานที่ฉันทำได้ดี และคนอย่างเขาต้องยอมรับความสามารถของฉัน ไม่ใช่คิดว่าฉันจะหลงแสงสีเหมือนสาวๆทั่วไป อีกอย่างเขากล้าดียังไงมาทิ้งฉันก่อนเนี่ย ฉันคิดกับตัวเองในใจแล้วก็เกิดฮึดขึ้นมาว่าอยากจะเอาชนะผู้ชายคนนี้ ฉันแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันน่าจะเป็นคนที่เขี่ยเขาทิ้งมากกว่านะ จะได้ล้างชื่อเพลย์บอยอย่างเขาไปเลย


" อารมณ์ดีขึ้นแล้วซิ ยิ้มอย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย สเตล่าอยากให้คุณพร้อมในอีกสิบห้านาที แล้วเราจะเริ่มถ่ายภาพพีอาร์คุณ เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเจอที่สตูดิโอเลยนะ มาริโนกับทีมช่างภาพรออยู่แล้ว

" อะไรนะคะ ฉันคิดว่าเราจะถ่ายภาพนิ่งฉันเก็บเป็นประวัตินางแบบในสังกัดแค่นั้น "       

แมรี่ยักไหล่แล้วตอบเสียงเรียบ " ไม่รู้ซิ เธอคงต้องไปถามสเตล่าเองแล้วล่ะ "


เมื่อออกไปด้านนอกและเข้าไปในสตูดิโอถ่ายภาพ ฉันก็เห็นทีมงานเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว มาริโนช่างภาพใหญ่และผู้ช่วยกำลังจัดแสงและไฟกันอยู่ มาริโนหันมาหาฉันเมื่อฉันเข้าไปยืนใกล้ทีมงาน

" ไฮ ไอด้า ผมยินดีมากที่จะได้ร่วมงานด้วยกัน ผมว่าสเตล่าดูคนไม่ผิดจริงๆ " ฉันยิ้มหวานให้มาริโนอย่างขอบคุณ

" ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่ช่วยสเตล่าชั่วคราวเท่านั้น "

" คุณเป็นคนมีเสน่ห์ไอด้า ผมหวังว่าจะได้เป็นคนถ่ายภาพคุณหลายๆครั้งนะ เอาล่ะถ้าคุณพร้อมเราเริ่มกันเลยดีไหม " พอมาริโนพูดจบ สเตล่าก็เดินมารวมกลุ่มกับเราพอดี เธอมองฉันหัวจรดเท้าใช้สายตาปะเมินฉันอย่างอ่านไม่ออกแต่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

" โอเค ลงตัว ไอด้าเราเริ่มถ่ายเลยละกัน ฉันอยากให้เธอทำตัวสบายๆ ยิ้มให้เป็นธรรมชาติแค่นั้น " ฉันพยักหน้าตอบรับทั้งที่ไม่เข้าใจเท่าไรนัก และเดินไปยืนที่หน้าสกรีนขาวอมเทา ซึ่งมีแสงไฟแรงจ้าที่ทำให้ฉันตาพร่าและตื่นกลัว ฉันได้ยินเสียงมาริโนบอกให้ฉันผ่อนคลาย ยิ้มหวานให้เขา ปล่อยตัวและเปลี่ยนท่าท่าตามที่เขาบอก ฉันเริ่มทำตามแต่ก็ยังคงเกร็งอยู่ จนมาริโนเดินเข้ามาหาฉันที่ฉาก และช่วยจัดท่าทางให้

" คนสวย สบายๆนะ คุณชอบเพลงแนวไหน " ฉันยิ้มให้กับคำถามและรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร มาริโนมักจะใช้เพลงเพื่อให้ตัวเขาและนางแบบผ่อนคลาย ขณะถ่ายแบบ

" แนวที่คุณเปิดประจำ ฉันก็ชอบนะคะ เลือกมาให้ฉันซักเพลงละกัน " เขาพยักหน้าตอบรับแล้วเดินกลับไปหลังกล้อง แล้วเริ่มเลือกเพลงจากเครื่องเสียงด้านข้าง ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ มาริโนเลือกเพลง Fly me to the moon ในเวอร์ชั่นของโทนี่ เบนเนต (Tony Bennett) มันเพราะละเข้าถึงอารมณ์มากมาย  ฉันเริ่มผ่อนคลายและทำตามที่บอกได้ง่ายดาย และความมั่นใจของฉันก็เริ่มทวีขึ้น มาริโนสั่งฉันน้อยลง ช่วงหลังมีแต่คำว่า

' ดีมาก...เยี่ยม ' ไม่นานการถ่ายภาพนิ่งก็สิ้นสุดลง สเตล่าให้ฉันไปเปลี่ยนชุดและพักผ่อนก่อนที่จะเรียกทีมประชุมอีกทีช่วงบ่าย

            ช่วงพักกลางวันที่แสนจะวุ่นวาย พนักงานออฟฟิสเหมือนนกแตกออกจากรัง เดินกันขวักไขว่เพื่อออกไปกินอาหารกลางวัน เจนนี่ชวนฉันออกมาหาเบอร์เกอร์กิน แถวย่านถนนนิวบุรี่ (Newbury Street) เพื่อกินเบอร์เกอร์ที่เชคแชค (Shake Shack) ร้านเบอร์เกอร์ดังที่กำลังนิยมอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าต้องต่อแถวซื้อกันเลยทีเดียว เจนนี่ยืนยันว่าเธออยากกินและเพื่อฉลองที่ฉันจะได้เป็นนางแบบหน้าใหม่และคงไม่มีโอกาสได้กินจังค์ฟู้ด (junk food) แบบนี้ด้วยกันอีก ความจริงฉันเป็นคนไม่ชอบรอหรือไปเข้าคิวอะไรที่คนกำลังนิยมกันแบบนี้ แต่ก็ทนรบเร้าของเจนนี่ไม่ไหวจนต้องยอมมายืนต่อแถวเพื่อซื้อเบอร์เกอร์ที่เขาว่าอร่อยมากกันอยู่ เรากลับเข้ามาในออฟฟิสพร้อมน้ำผลไม้อีกคนละขวดเผื่อต้องเติมพลังช่วงบ่าย ต้องยอมรับว่าฉันอิ่มจนตาแทบปิดเพราะเบอร์เกอร์ที่ชิ้นใหญ่มากแต่รสชาติของมันดีอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันกินหมดเกลี้ยงและเดินกลับออฟฟิสมาอย่างมึนๆ ต้องยอมรับคว่าคนรักษาหุ่นและผอมบาง อย่างเจนนี่ก็กินเก่งใช่ย่อย และต้องขอบคุณเจนนี่ที่ชวนฉันคุยจนฉันลืมเรื่องขุ่นมัว ในใจของตัวเอง ไปได้ชั่วคราว


" เอ้า สาวๆ ถ้าพร้อมแล้วเข้าประชุมด่วนเลยนะเรามีงานอีกเยอะ ไอด้าโทรตามทีมพีอาร์ให้ลงมาประชุมได้แล้ว "  ฉันรับคำสเตล่าแล้วรีบเข้าไปในคอกโต๊ะของตัวเองเพื่อตามพีอาร์ทีมตามที่สเตล่าบอก


เมื่อเข้าไปในห้องประชุมก็เห็นคนส่วนใหญ่พร้อมกันอยู่แล้ว ไม่นึกว่าจะมีการนัดประชุมทีมใหญ่อย่างกับจะมีงานสำคัญกันขนาดนี้ พอทุกทีมนั่งกันพร้อม สเตล่าก็พูดทักทายทุกคนและเกริ่นเข้าเรื่องตามด้วยการแนะนำตัวฉันตามมา ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ช่วยของเธออีกต่อไป ฉันยิ้มทักทายทุกคนอย่างรู้สึกผิด ว่าทำไมถึงถูกตามตัวประชุมกันด่วนขนาดนี้และก็คาดว่าทุกคนคงรู้เรื่องคร่าวๆมาจากสเตล่าและข่าวกอสซิปที่โด่งดังตอนนี้ สเตล่าสั่ใงห้พีอาร์เตรียมปล่อยข่าวเปิดตัวฉันพร้อมกับรูปถ่ายที่ถ่ายไปวันนี้ และให้ประโคมข่าวว่าฉันเป็นนางแบบน้องใหม่ที่จะร่วมเดินแบบงานแฟชั่นวีคเข้าไปด้วย

ฉันยังไม่มีโอกาสได้เห็นรูปของตัวเองและคงไม่มีสิทธิ์ในการช่วยเลือกรูป สเตล่าคงจะเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด เราใช้เวลาประชุมต่อไม่นาน ทุกคนก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง สเตล่าให้ฉันตามเธอไปที่ห้องเพื่อคุยงานต่อพร้อมกับฮาน่าห์

" ไอด้า หลังจากนี้เธอคงวุ่นวายเพิ่มขึ้นและงานจะเป็นสองเท่าของคนอื่น ฉันอยากให้เธอพักเรื่องการเตรียมงานแฟชั่นวีคไว้ก่อน อะไรที่ทำค้างไว้ก็ให้ฮาน่าห์ช่วย "

" ทำไมล่ะคะ ฉันคิดว่างานที่ฉันรับผิดชอบจะคงอยู่เหมือนเดิมซะอีก "

" เธอจะไม่ว่างขนาดนั้นน่ะซิ ช่วงนี้ฉันอยากให้เธอรับงานเพื่อโปรโมทตัวเองก่อนถึงงานแฟชั่นวีค "

ฉันหน้าเสียกับสิ่งที่สเตล่าบอก มันคงไม่ใช่สิ่งที่ฉันคาดว่าจะได้ซะแล้ว

" สเตล่า คุณก็รู้ว่าฉันอยากเรียนรู้งานแฟชั่นวีคครั้งนี้แค่ไหน ฉันไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรคอะไร " สเตล่ามองฉันและส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

" ไม่มีทางไอด้า เธอไม่สามารถที่จะเป็นทั้งคนเตรียมงานและคนที่อยู่หน้างานได้พร้อมๆกันแน่ ฉันอยากให้เธอทำงานเบื้องหน้าให้เต็มที่ก่อน และอีกอย่างฮาน่าห์จะช่วยดูแลเป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัว ให้เธอชั่วคราวจนกว่าเราจะหาคนที่เหมาะสมมาดูแลได้ " ฮาน่าห์หันมายิ้มให้ฉันและมองหน้าฉันเหมือนเข้าใจในความคิดของฉัน

" สเตล่า! ฉันคิดว่าฉันทำได้ ฉันไม่อยากทิ้งงานที่ฉันอยากทำ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันว่างานนี้ฉันไม่รับดีกว่า " ฉันเผลอขึ้นเสียงกับสเตล่าอย่างดื้อดึง และรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เจ้านายของฉัน มาบังคับและตัดบทบาทงานของฉันออก ถ้าไม่ได้ทำงานแฟชั่นวีคครั้งนี้ฉันก็ไม่รู้จะต้องรอโอกาสเรียนรู้งานถึงเมื่อไหร่ สเตล่ามองหน้าฉันแบบอ่อนใจและลุกขึ้นเดินเข้ามาหาฉันที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามกัน

" ไอด้า ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ แต่คนเราถ้าจะทำให้ดีมันต้องทีละอย่าง "

" ถ้าอย่างนั้นฉันเลือกที่จะเป็นผู้ช่วยคุณดีกว่าค่ะ " ฉันตอบกลับเธอไปอย่างไม่ต้องคิด

" เฮ้อ...ฉันไม่อยากเถียงกับเธอตอนนี้นะ มีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย เอาเถอะงั้นเธอก็ดูแลงานในส่วนของเธอเหมือนเดิม และก็คอยรับงานใหม่จากฉันด้วย ฮ่าน่าห์จะช่วยเธอเอง บอกไว้ก่อนนะสาวน้อย งานนี้ห้ามทำฉันขายหน้าเด็ดขาด " สเตล่ายอมอ่อนข้อให้ฉันและทำน้ำเสียงขู่ในตอนท้าย เธอโบกมือไล่ฉันกับฮาน่าห์ออกไปจากห้อง ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจแต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรมาก

            ไม่นานเกินรอ ด้วยความโปรเฟสชั่นนอลและความเก่งกาจรวดเร็วของทีมงาน เช้าวันรุ่งขึ้นภาพการพีอาร์ข่าวเปิดตัวว่าฉันเป็นนางแบบคนใหม่ในสังกัดของ แบรนดี้-เบรตันแอนด์โคก็โชว์หราในหน้าข่าวบันเทิงและแฟชั่นรวมถึงโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ สร้างกระแสฮือฮาอย่างต่อเนื่อง พาดหัวข่าวบันเทิงและกอสซิปเพจก็ตามมาอย่างไม่ขาดสาย มีทั้งเสียงตอบรับที่ดีและการคาดการว่าจะมีการสร้างกระแสแฟชั่นวีคให้ดูน่าสนใจและการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฉันกับเจซก็มีตามมามากมายทีเดียว แต่โดยสรุปแล้วฉันก็เป็นข่าวฉาวในหัวข้อว่า นิวเกิร์ล (New Girl)


' นิวเกิร์ล ไอด้า ม้ามืดคนสวยสาวปริศนา เปิดตัวแล้ว ไม่ใช่แค่คู่ควงของหนุ่มหล่อสุดฮอตเท่านั้น บีบีแอนด์โคยังชิงตัวเปิดซิงสาวน้อย ปลุกกระแสแฟชั่นวีค หลายกระแสคาดว่าปีนี้รันเวย์คงจะร้อนเป็นไฟแน่ๆ ' 


ช่วงสายมีบทสัมภาษณ์ของเจซและโคลตันเกี่ยวกับฉัน เมื่อกระจอกข่าวกอสซิปตัวแสบยิงคำถามทั้งคู่ในงานเปิดตัวนาฬิกาแบรนด์ดังเมื่อตอนสายหลังจากที่ข่าวนิวเกิร์ลแพร่สะพัด เจซไทเลอร์ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า

' ผมยินดีครับ ที่จะร่วมเดินแฟชั่นกับคนรู้จักในงานแฟชั่นวีคที่จะถึงนี้ แม้ว่าไอด้าจะเป็นน้องใหม่ในวงการแต่ผมว่าบีบีแอนด์โคคงเทรนเธอมาดีถึงให้ลงสนามใหญ่ในครั้งแรก'


ฉันดูคลิปสัมภาษณ์นี้แล้วก็ใจกระตุกวาบ เจซตอบสีหน้าขี้เล่นเรียบเฉย เขาเก็บอารมณ์และแสดงออกเหมือนว่าเราแค่คนรู้จักกัน เมื่อนักข่าวยิงคำถามต่อเรื่องความสัมพันธ์ของเรา เขาก็เลี่ยงตอบได้สวยงามและบอกทุกคนเหมือนว่า ฉันก็เหมือนผู้หญิงสวยทั่วไปที่เขาควงออกงานน่ะหล่ะ สุดท้ายกอสซิปเพจก็สรุปว่า เพลย์บอยหนุ่มยังคงรักษาความโสดไว้อย่างเหนียวแน่น มันคงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วสำหรับเรื่องของเรา ฉันกับเขาไม่ได้พิเศษอะไรไปกว่านั้น เวลาโปรโมชั่นของฉันคงหมดแค่นี้ ฉันเลื่อนดูคลิปถัดมาที่นักข่าวยิงคำถามเดียวกันกับโคลตันซึ่งเขาตอบได้สละสลวยในมาดนักธุรกิจและมีสีหน้าที่ดูจริงใจกับความรู้สึกจนทำให้ฉันรู้สึกดีกับเขามากแม้จะคุยกันแค่ไม่นาน


' ผมดีใจนะครับที่เห็นข่าวว่าไอด้าคนสวยอยู่สังกัดบีบีแอนด์โคและจะร่วมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย ความจริงเราทำความรู้จักกันน้อยมากและคืนนั้นเธอก็เป็นแขกของผมที่น่าประทับใจ ผมว่าบีบีแอนด์โคมองการณ์ไกลครับ และต้องเห็นความสามารถในตัวเธออย่างมาก ผมไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเรื่องของผมกับเจซเป็นส่วนผลักดันข่าวในเรื่องนี้แต่อยากให้มองที่การทำงานและพิสูจน์กันที่ผลงาน '


เมื่อนักข่าวถามคำถามเดียวกันเรื่องความสัมพันธ์ว่ามีโอกาสเป็นไปได้ไหม โคลตันยิ้มทรงเสน่ห์และตอบเสียงอารมณ์ดีว่าเขาก็อยากให้มีโอกาสนะถ้าคนสองคนรู้จักกันลึกซึ้งพอและเข้ากันได้ดี ไม่รู้ทำไมฉันถึงหน้าแดงกับคำตอบนั้นและมันทำให้ฉันใจสั่นขึ้นมา เจซทำให้ฉันรู้สึกว่างโหวงเหวงเหมือนถูกลอยแพและอกหักอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ในทางกลับกันโคลตันทำให้ฉันรู้สึกถึงว่าเราอาจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน



                                          

13 ความคิดเห็น