มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 4 : เจ ไอ (J.I)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ย. 58

Chapter 4: เจ ไอ (J.I)



เช้าวันเดินทาง ฉันกับผู้ช่วยทั้งสี่คนรวมถึงทีมงานมาเตรียมงานกันแต่เช้า รวมถึงการประสานงานให้รถไปรับนายแบบแต่ละคนด้วย คงมีแต่เจซกับผู้จัดการส่วนตัวของเขาที่แจ้งเข้ามาว่าจะเดินทางไปเอง สถานที่ที่ทางทีมเลือกไปถ่ายแบบครั้งนี้เป็นเมืองเล็กๆเงียบๆติดชายทะเลชื่อ ร็อคพอร์ท (Rockport) ซึ่งอยู่ห่างจากบอสตันโดยขับรถไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ร็อคพอร์ทเป็นเมืองท่าตากอากาศและมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องกุ้งล็อปสเตอร์ซึ่งถ้ามาถึงเมืองนี้แล้วไม่ได้กินก็ถือว่ามาไม่ถึง เราวางแผนว่าจะค้างที่นี่หนึ่งคืนเผื่อว่าถ้าแสงไม่ดีก็จะได้ถ่ายเก็บเพิ่มเติมในช่วงเช้าของอีกวัน

เจซส่งข้อความหาฉันตั้งแต่เช้าว่าเขาต้องการให้ฉันไปพร้อมกับเขาแต่ฉันปฎิเสธ ฉันมีอะไรต้องจัดการมากมายกับทีมเพื่อเตรียมความพร้อม เขายอมโอเคกับคำขอของฉัน แต่ก็ยังคงยืนยันให้ฉันกลับพร้อมกับเขาตอนขากลับอยู่ดี ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับการชอบควบคุมของเขาเสียจริง เขาควรจะเข้าใจนะว่าฉันอยู่ในหน้าที่การทำงานไม่ได้มาเที่ยวเล่นกับเขา

แสงแดดอ่อนๆกับเมืองเล็กๆที่สวยงาม สีท้องฟ้าเข้มกับเวิ้งน้ำสีครามที่มีเรือลำน้อยใหญ่จอดเรียงราย ฉันชอบเมืองนี้จังทุกอย่างดูสวยสดชื่นและมีมนต์ขลัง ฉันยืนมองเจซและเพื่อนนายแบบโพสท่าถ่ายแบบ ตามที่ช่างภาพบอกแล้วก็เคลิบเคลิ้มกับวิวตรงหน้า หนุ่มหล่อกับท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ทุกอย่างลงตัวอย่างที่สุดเขาคือสิ่งมีชีวิตที่เพอร์เฟค ฉันหน้าแดงและรู้สึกร้อนผ่าวเมื่อต้องจ้องมองเขาอย่างนี้ เขาเป็นคนที่ไกลเกินเอื้อมของฉันจริงๆและไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาสนใจผู้หญิงอย่างฉัน ฉันเผลอจ้องเขาอย่างตาไม่กระพริบทุกท่วงท่าอริยาบทอย่างหลงใหลระหว่างที่เขาถ่ายแบบ แล้วสายตาฉันก็ไปสบกับเขาเมื่อเขาหันมาทางที่ฉันยืนอยู่  เจซส่งยิ้มมาให้โบกมือและส่งจูบให้ฉัน จนเรียกเสียงกรี๊ดจากทีมงานสาวๆ เขาทำให้ฉันยิ่งอายและหน้าแดงมากขึ้น 

ใจฉันเหมือนหลุดลอยไปอยู่กับเขา ฉันยิ้มให้เขาแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่นที่ไกลออกไปตามทางเดินที่ปูลาดยาวไปตามร้านค้าต่างๆ เจซเดินจูงมือฉันเดินเล่นบริเวณร้านค้าสองข้างทางและเดินเรียบชายฝั่งไปเงียบๆ เราทั้งคู่ต่างเดินแนบชิดกันและเราก็ปล่อยให้ความสวยงามและบรรยากาศยามเย็นพาให้เราผ่อนคลาย

" คุณชอบไหมไอด้า ผมว่าที่นี่อากาศดีทั้งกลางวันและก็ตอนเย็นเลยนะ ไปกินไอศกรีมกันไหม มีร้านอร่อยอยู่ข้างหน้า " ฉันพยักหน้าและยิ้มหวานให้เขาอย่างดีใจ " เยี่ยมไปเลย กำลังอยากได้ของหวานอยู่เชียว " เจซโอบไหล่ฉันและพาเดินไปร้านไอศกรีมน่ารักที่อยู่ไม่ไกลนัก มันเปํนร้านไอศกรีมน่ารักที่เป็นบ้านไม้หลังเล็กสีขาวที่มีระเบียงด้านหลังยื่นออกไปดูวิวโค้งอ่าวของร็อคพอร์ทที่สวยงามและเงียบสงบ เรานั่งกินไอศกรีมและชมวิวอ่าวที่มีเรือลำเล็กลำน้อยใหญ่จอดเรียงรายบนผิวน้ำ เจซมองมองหน้าฉันตลอดเวลาและสายตาที่เขามองฉันมันดูอบอุ่น " ชอบดูเวลาคุณทานจัง ดูน่าอร่อย "  

" ก็มันอร่อยจริงๆ นี่นา " ฉันมองหน้าเขาแล้วหัวเราะคิกคัก " ผมชอบเสียงหัวเราะคุณ มันสดใสและคุณน่าจูบมากรู้ตัวไหม " เขาทำให้ฉันเขินและทำตัวไม่ถูก ฉันทำไม่รู้ไม่ชี้รีบเปลี่ยนเรื่อง

" เรากลับกันเถอะ ฉันว่าดินเนอร์น่าจะพร้อมแล้วนะ เห็นสเตล่าว่าจะมีปาร์ตี้เล็กๆด้วย " เจซพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างามที่สุด แม้แต่สาวน้อยพนักงานในร้านไอศกรีมและลูกค้าคนอื่น ยังแอบมองเขาตลอด เขาเป็นสเป็คของผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ว่าได้

เจซเดินจูงมือฉันตลอดทางที่เราเดินกลับมาที่รีสอร์ท เขาส่งฉันที่หน้าห้องพักเพื่อให้ฉันแต่งตัวและเตรียมไปดินเนอร์คืนนี้ " ไปได้แล้วคุณ ไม่ไปอาบน้ำเตรียมตัวหรือไง " เจซทำท่าอิดออดดึงมือฉันขึ้นไปจูบ เขาใช้สายตาบ่งบอกว่าอยากเข้ามาในห้อง

" พอเลย ไม่ได้ๆ ถึงทีมงานจะรู้ว่าเราคบกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำแบบนี้นะ ฉันอยู่ในการทำงานนะคุณ " เจซดึงฉันเข้ามากอดและจูบที่หน้าผาก " โอเคๆ ยอมแพ้ก็ได้ แต่คืนนี้ไปค้างกับผมได้ไหมล่ะ " ฉันตีไหล่เขาเป็นการเตือน แล้วก็ต้องเผลอยิ้มกับท่าทีขี้เล่นซุกซนของเขา นี่เขาไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม " คุณนี่จริงๆเลย ฉันจะไปอาบน้ำละไม่อยากคุยกับเด็กพูดไม่รู้เรื่อง " เจซยิ้มอย่างล้อเลียนและยอมให้ฉันปิดประตูใส่หน้าเขา ฉันถอนหายใจและเดินมานั่งพักที่โซฟาที่หันหน้าออกระเบียง ฟ้าใกล้มืดแล้วและพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบเวิ้งอ่าว มีแสงสีส้มแดงกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า มันดูเป็นวิวที่โรแมนติกที่ฉันเคยฝันว่าจะได้ดูกับใครซักคน แม้ตอนนี้ฉันจะคบกับเจซ แต่ทุกอย่างมันก็ดูไม่ชัดเจน ฉันรู้สึกดีที่เขาชอบฉันและแสดงความจริงใจต่อฉัน และการคบกันของเราแต่ทุกอย่างมันก็ดูเกินจริงสำหรับผู้หญิงธรรมดาอย่างฉันและก็กลัวว่าความสุขที่มีมันจะหายไป

            ดินเนอร์เลี้ยงขอบคุณทีมงานจัดอย่างเรียบง่ายในส่วนห้องอาหารของรีสอร์ทที่อยู่ชั้นสอง มันเป็นห้องกระจกที่มีระเบียงกว้างยื่นออกไปในเวิ้งอ่าว และมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ฉันยืนจิบไวน์ขาวรสชาติดีอยู่ด้านนอกระเบียงหลังจากการอิ่มอืดกับกุ้งล๊อปสเตอร์ชั้นดี ทีมงานและสเตล่ารวมถึงเหล่านายแบบยังคงดื่มอยู่ด้านในและส่งเสียงคุยหัวเราะเสียงดัง เจซร่วมวงอยู่กับเพื่อนเขาและผู้จัดการส่วนตัวชื่อ คาร่า ทอมป์สัน ที่เฝ้าเขาแจอย่างกับแม่ไก่หวงลูก ฉันกับเจซไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยในช่วงมื้อค่ำ ระหว่างกินข้าวเราได้แต่มองสบตากันอยู่ไกลๆ จากคนละมุมของโต๊ะ ฉันว่าคาร่าดูไม่ชอบขี้หน้าฉันเท่าไรถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าเจซต้องการจะคบกับฉัน ฉันคิดว่าเธอคงห่วงภาพพจน์ของเขาและกลัวว่าฉันจะเป็นตัวถ่วงทำให้ความนิยมของนายแบบขายดีตกต่ำ

ยิ่งมองเขาห่างๆจากมุมนี้มันยิ่งตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หรือไปรอด ฉันเบือนหน้าหนีจากการเฝ้ามองเขาและหันกลับไปดูวิวทะเลมืดที่เห็นแค่แสงกระพริบของไฟจาก ประภาคารที่ห่างออกไป ถอยหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า สับสนกับความคิดของตัวเอง เจซมาหยุดยืนข้างฉันตรงระเบียงโดยที่ฉันไม่ทันสังเกตเพราะได้แต่เหม่อลอย " ไอด้า เป็นอะไรไป คุณดูไม่สดชื่นเลย " เจซยื่นไวน์ขาวที่เขาถือมาสองแก้วให้ฉันแก้วนึง 

" นี่ เรายังไม่ได้ดื่มด้วยกันเลย ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจก็บอกผมได้นะ " ฉันหันไปรับแก้วไวน์และพยายามฝืนยิ้มสดใสให้เขา

" ไม่มีอะไรที่คุณต้องกังวลหรอกเจซ ฉันโอเคดี " เจซเอื้อมมือมาโอบไหล่ให้ฉันตัวไปแนบชิดกับเขาและเราก็เหม่อมองวิวด้านหน้าไปด้วยกัน 

" ผมแคร์คุณนะ ถ้าคุณกังวลเรื่องของเรากับงาน ผมบอกได้เลยว่ามันไม่มีปัญหาแน่นอน เราจะไม่ก้าวก่ายเรื่องงานของกันและกัน " ฉันยิ้มให้เขาและเขาก็ดึงฉันไปจูบที่ขมับเร็วๆ ฉันว่าสายตาของทีมงานในห้องจัดเลี้ยงคงจับจ้องเราอยู่ เจซเลยดึงมือฉันให้เดินตามเขาไปตามระเบียงข้างและไปยืนตรงที่คนในห้องจัดเลี้ยงจะมองไม่เห็น " คืนนี้ค้างกับผมไหม " ฉันส่ายหัวปฏิเสธและยกมือขึ้นลูบไล้ที่สันกรามเขาอย่างปลอบใจ " ฉันว่ามันคงไม่เหมาะ ไว้เรากลับถึงบอสตันแล้วคุณค่อยไปหาฉันที่อพาร์เม้นท์ก็ได้ " เจซพยักหน้าอย่างเข้าใจและก้มลงมาจูบฉันนุ่มนวล " คุณจะกลับห้องเลยไหม ผมจะเดินไปส่ง " ฉันพยักหน้าตอบรับและเราก็เดินควงแขนกันเดินไปตามทางไม้ที่ทอดยาวเพื่อเดินกลับไปยังห้องพักของฉัน เจซส่งฉันที่หน้าห้องเราจูบกันอีกครั้ง และเขาทำหน้าเหมือนเด็กชายที่มีสายตาเว้าวอน จนทำให้ฉันขำกับสีหน้าของเขา ฉันโน้มคอเขาลงมาจูบอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกลา " ไอด้า คุณใจแข็งจัง ขอเข้าไปแป๊บเดียวไม่ได้เหรอ " ฉันหัวเราะคิกคักกับคำตัดพ้อของเขาและก็พยายามดันเจซออกห่าง เมื่อเห็นว่าเขาแกล้งดันประตูจะเข้ามา " อ๊ะๆ สุดหล่อ ไม่ได้ๆ เราตกลงกันแล้ว " เจซหัวเราะชอบใจยิ้มหวานให้ฉัน " ขอจูบอีกทีได้ไหมคนดี แล้วผมจะไป " ฉันยอมตามใจเขาและเขาก็จูบฉันเนิ่นนานกว่าที่ควรก่อนจะตัดใจและดันตัวเองออกห่างจากฉัน

" กู๊ดไนท์คนสวย เจอกันพรุ่งนี้ "

อากาศยามเช้าของร๊อคพอร์ทนั้นสดชื่นมากๆฉันเปิดม่านกว้างมองเวิ้งน้ำจากระเบียงหน้าต่างที่มีนกนางนวลตัวอ้วนขาวเกาะที่ขอบระเบียงยืนอย่างเป็นระเบียบเหมือนว่ามันก็มองวิวฟ้าและน้ำเบื้องหน้าเหมือนกับฉัน

ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวและแต่งหน้าบางๆเพิ่มความสดใส และเริ่มเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมตัวเองให้พร้อมออกเดินทางกลับวันนี้ ไม่นานก็มีเสียงเคาะที่ประตูหน้าห้องพักของฉัน เมื่อเปิดไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เทพบุตรสุดหล่อของฉันนั่นเอง 

" เจซ มาแต่เช้าเชียว " เขายิ้มกว้างให้ฉัน 

" ก็ผมคิดถึง คุณพร้อมยังเราไปทานอาหารเช้ากันเลยไหม เสร็จแล้วผมจะพาคุณไปเดินเล่นหมู่บ้านแถวนี้ มีร้านขายของกระจุกกระจิกน่ารัก ผมว่าคุณน่าจะชอบ " เจซยิ้มอย่างหล่อในขณะเล่าถึงแผนการที่เขาอยากพาฉันไปเดินเล่น ต่อให้เขาไม่ทำอะไรให้ฉันแค่เห็นหน้าเขาและสายตาที่ดูน่ารักซุกซนนั้นฉันก็พร้อมไปกับเขาแล้วล่ะ

เราใช้เวลากับอาหารเช้าไม่นาน และไม่ทันที่ทีมงานจะเข้ามากินอาหารกันจบครบ เจซก็พาฉันจูงมือเดินออกไปด้านหน้ารีสอร์ท " ไฮ เจซ ไอด้า สองคนจะไปไหนกันแต่เช้าเนี่ย " คาร่าเอ่ยทักเมื่อเราบังเอิญสวนกันระหว่างทาง " เดินเล่นแถวนี่ล่ะคาร่า ไม่ต้องห่วงเรากลับมาทันแน่นอน เช้านี้ไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ " คาร่ามีสีหน้าแบบไม่ค่อยพอใจอย่างชัดเจน " ก็ไม่มีอะไร แต่เจซ... คิดดีแล้วเหรอที่ทำแบบนี้ " คาร่ามองหน้าเจซแล้วนิ่งไปแบบขอคำตอบจากเขา และในเมื่อเจซไม่พูดอะไร เธอก็พูดต่อ " เฮ้อ เอาล่ะไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องส่วนตัวเธอนะ แต่ระวังพวกปาปารัสซี่หน่อยก็ดี ฉันไม่อยากแก้ข่าว " เจซยิ้มให้คาร่าและตบไหล่เธอเบาๆ " คาร่าอย่าคิดมาก ผมไม่สนใจข่าวพวกนั้นหรอกและคุณไม่ต้องแก้ข่าวอะไรทั้งนั้นถ้ามันเกิดขึ้น เพราะเรื่องผมกับไอด้ามันเป็นเรื่องจริงและผมก็ยินดีจะตอบคำถามด้วย " คาร่ามองหน้าฉันแบบวิเคราะห์สำรวจตั้งแต่หัวจดเท้า สายตาของเธอช่างไม่เป็นมิตรเอาซะเลย " ตามใจเจซ! มันไม่ใช่แค่เธอนะ แต่เธอพร้อมจะให้นักข่าวขุดคุ้ยประวัติของไอด้าด้วยรึป่าว เอาล่ะ.. ยังไงมันก็เป็นเรื่องของพวกเธอนะ " คาร่าพูดจบก็เดินผ่านพวกเราไปอย่างโกรธๆ เจซมองหน้าฉันยิ้มอย่างให้กำลังใจก่อนที่จะยกมือฉันขึ้นไปจูบ " อย่าสนใจเลยไอด้า คาร่าเป็นคนจริงจังมากเกินไป " เราเดินจูงมือกันโดยที่มีเจซเดินนำฉันก้าวนึง เพราะเขาเป็นคนที่รู้ทาง เรามาหยุดยืนอยู่หน้าร้านที่ขายเครื่องประดับแฮนด์เมดร้านนึงที่หน้าร้านเป็นบ้านชั้นเดียวและมีกระจกกว้าง เจซเดินจูงฉันเข้าไปในร้านที่ตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะสีน้ำมันเป็นรูปสถานที่ในเมืองนี้ และภาพถ่ายของร๊อคพอร์ทตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีทั้งภาพถ่ายขาวดำในอดีตและภาพสีสดใส มันทำให้รู้ว่าเมืองนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปมากและยังคงความสวยงามของเมือง บ้านเรือนและธรรมชาติไว้อย่างอนุรักษ์ ฉันเดินไล่ดูภาพวาดและภาพถ่ายที่ติดบนผนังสีขาวในร้าน ที่จัดแสดงเหมือนแกลลอรี่งานภาพถ่ายอย่างเพลิดเพลินโดยมีเจซยืนข้างฉันและเรายังคงจูงมือกันไว้

" มันน่าทึ่งจริงๆ เป็นภาพถ่ายที่สวยและคลาสสิคมาก "

" ผมดีใจที่คุณชอบนะ ผมชอบร้านนี้เหมือนกันแต่มีอีกอย่างที่อยากให้คุณดู " เขายิ้มขี้เล่นให้ฉันทำสีหน้าแบบเด็กที่ปิดความลับไว้ไม่อยู่และอยากบอกฉันเต็มที ฉันอดหัวเราะคิกคักกับท่าทางของเขาไม่ได้เลย เขาพาฉันเดินไปตรงตู้เครื่องประดับที่มีเจ้าของร้านเป็นหญิงชราหน้าตาใจดียืนยิ้มต้อนรับเราอยู่ " สวัสดีเจซ ไม่เจอกันนานเลยนะ " หญิงชราเอ่ยทักเจซและท่าทางทั้งคู่ดูสนิทสนมกัน เจซเข้าไปสวมกอดเธออย่างรักใคร่

" นี่ไอด้า แฟนผมเอง ไอด้านี่มิชเชลเธอเป็นเจ้าของร้านนี้และเป็นช่างภาพขาวดำที่คุณดูเมื่อกี้ด้วย " ฉันยิ้มให้เธอและยื่นมือให้จับตามธรรมเนียม " รูปของคุณสวยมากเลยค่ะ เอ๊ะ แล้วคุณเป็นคนถ่ายภาพสีที่เป็นภาพปัจจุบันด้วยไหมคะ " มิชเชลยิ้มอย่างอบอุ่นและมีสีหน้าเอ็นดูฉันก่อนตอบคำถาม " ลูกชายฉันเป็นคนถ่ายน่ะ แต่มีอยู่ภาพนึงที่เจซเป็นคนถ่ายและมอบให้ที่ร้านนะสาวน้อย เธอลองเดินไปดูแล้วทายว่าภาพไหนนะ " ฉันค่อนข้างแปลกใจและหันไปมองหน้าเจซ " คุณถ่ายรูปเป็นด้วเหรอ ฉันคิดว่าคุณโพสท่าเป็นอย่างเดียวซะอีก "

เจซและมิชเชลหัวเราะลั่นกับคำถามเหน็บแนมของฉัน " แน่นอนคนสวย มันเป็นสิ่งที่ผมชอบอีกอย่าง ไว้ผมจะถ่ายรูปคุณละกันนะ " เจซหันไปทางมิชเชลและเหมือนสองคนจะมีอะไรที่ตกลงกันไว้แล้วเพราะแค่มองตากัน มิชเชลก็พยักหน้าแล้วยิ้มให้เจซพร้อมทั้งก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างในตู้ด้านล่างแล้วส่งให้เขา มันเป็นกล่องกำมะหยี่ยาวสีม่วงเข้ม เจซยิ้มให้มิชเชลเขารับกล่องมาแล้วยื่นให้ฉัน " นี่ของคุณ " ฉันรับกล่องมาด้วยสีหน้ามึนงง และเปิดออกดู ก็เห็นสร้อยข้อมือเป็นโซ่ถักเส้นบางๆที่ทำจากพิ้งโกลด์ มันเป็นสร้อยข้อมือเส้นบางที่เป็นงานแฮนด์เมดและมีแผ่นพิ้งค์โกลด์เล็กเป็นหัวใจจุ๋มจิ๋มเชื่อมกับตัวสร้อยและในแผ่นหัวใจก็มีอักษรย่อ J.I (เจ ไอ) มันหมายถึงชื่อของฉันกับเขาใช่ไหม " ให้ฉันเหรอคะ มันสวยมาก "

" มีเส้นเดียวในโลกด้วยเพราะผมให้มิชเชลทำให้คุณเป็นพิเศษ " เจซดึงข้อมือฉันมาแล้วสวมสร้อยข้อมือน่ารักนั้นให้ฉัน แล้วก็จูบที่หลังมือฉันเมื่อสวมมันเสร็จ " ขอบคุณค่ะ แต่มันเนื่องในโอกาสอะไรคะ " เจซก้มมาจูบข้างแก้มและกระซิบที่ข้างหูฉันให้ได้ยินกันสองคน " ก็ในโอกาสที่ต่อไปนี้คุณจะเป็นของผมคนเดียวไง " " นี่คุณ จะบ้าเหรอ " ฉันตีที่ไหล่เขาเบาๆอย่างหยอกล้อ แล้วเจซก็ดึงฉันเข้ามากอดอีกที " มิชเชลครับถ่ายรูปให้เราหน่อยซิ ผมอยากได้แบบขาวดำ แล้วคุณช่วยอัดใส่กรอบส่งไปให้ผมด้วยนะ " มิชเชลยิ้มให้เจซและเดินไปหยิบกล้องโบราณตัวเก่งของเธอขึ้นมาแล้วก็จัดแจงให้เราไปยืนที่ระเบียงหลังร้านซึ่งมองเห็นวิวอ่าวร๊อคพอร์ทและประภาคารที่เป็นสัญลักษณ์ เธอกดชัตเตอร์ถ่ายเราแค่สามช๊อตก็มีสีหน้าพึงพอใจอย่างมาก " เธอทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมากเลยนะ ไอด้าหนูถ่ายรูปขึ้นมากเลย หนูเป็นนางแบบด้วยหรือเปล่า ฉันยิ้มขอบคุณมิชเชลและส่ายหน้าปฏิเสธเธอว่าฉันไม่ได้เป็นนางแบบ ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยสไตลลิสตัวเล็กๆคนนึงเท่านั้น มิชเชลบอกว่าจะจัดการเรื่องรูปและส่งไปให้เจซที่บอสตัน เราเดินเล่นดูของกระจุกกระจิกในร้านอีกไม่นานก็กล่าวลามิชเชลและเดินออกมาจากร้าน

" เจซ ขอบคุณนะคะ คุณไม่จำเป็นต้องให้อะไรฉันก็ได้ "

" ผมอยากให้ พอรู้ว่าต้องมาที่นี่ผมก็โทรมาสั่งมิชเชลไว้ก่อนเลย ผมอยากให้มีอะไรเป็นที่ระลึกระหว่างเรา "

เจซมองหน้าฉันด้วยสายตาเซ็กซี่แต่ทว่าอบอุ่น เขาก้มลงมาจูบฉันอย่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน สิ่งที่เขาทำให้และการแสดงออกของเขามันเหมือนฝันและเหนือการคาดหมาย


                                                            

13 ความคิดเห็น