มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 22 : เชื่อใจ(Trust)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ก.ค. 59

Chapter 22: เชื่อใจ (Trust)

 

อากาศที่หนาวเย็น ฝนตกหน้านาวนี่มันทั้งหนาวเหน็บและทำให้จิตใจขุ่นมัวได้มากกว่าที่คิด ยิ่งในยามที่เราอยู่ในอารมณ์เศร้าและเหงาหงอยแบบนี้ ฉันฝังตัวอยู่ในที่นอน ซุกตัวในผ้าห่มหนา ไม่รู้เวลาล่วงเลยมานานแค่ไหนแล้วที่ฉันมีน้ำตานองหน้าและขังตัวเองอยู่ในห้องแบบนี้

หลังเสร็จงานแฟชั่นโชว์ ฉันบอกฮาน่าห์ให้ดูแลส่วนที่เหลือต่อ แล้วฉันก็รีบเก็บของโบกแท๊กซี่กลับอย่างเร่งรีบฉันไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับทั้งเจซและโคลตันอีก ไม่รู้เมื่อไรเรื่องวุ่นวายระหว่างเราสามคนจะจบซะที และที่หนักใจไปกว่านั้นฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของเจซเลย เขามีท่าทางว่าห่วงหาและแคร์ฉัน แต่ทำไมเขาถึงหันหลังให้ฉันก่อน เขาจะมาแคร์เรื่องฉันกับโคลตันอีกทำไม

 

เสียงโทรศัพท์ของฉันดังตลอดตั้งแต่กลับมาถึงห้อง ทั้งสายเรียกเข้าและข้อความ ฉันกดปิดเสียงแต่มันก็ยังคงสั่นอยู่ ฉันอยากใช้เวลากับตัวเองและคิดว่าจะจัดการยังไงกับสิ่งที่โคลตันขู่ฉัน ฉันแค่ถอยมาตั้งหลัก ไม่ใช่ว่าจะไม่สู้กับเรื่องนี้ แต่ทั้งขึ้นทั้งร่องฉันเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

มีสายเรียกเข้าจากโคลตัน รวมแล้วกว่าสามสาย นับว่าเขาไม่ค่อยตื๊อเท่าไร และมีข้อความข่มขู่จากเขาอีกหนึ่งข้อความหลังจากฉันชิ่งกลับอย่างไม่บอกกล่าว ฉันว่าเขาคงโกรธฉันมากแน่นอน และคำขู่ของเขามันก็คุกคามใจฉันจริงๆ

' หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะหนี ไม่อย่างงั้นผมคงต้องทำอย่างที่เคยพูดไว้ '

ฮื้ย..คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ โคลตันคุกคามฉันไม่เลิก ถ้าเขาคิดว่าอยากได้ตัวฉันเขาก็ได้ไปแล้วจะเอาอะไรอีก

ฉันคิดอย่างขุ่นเคืองใจ

" ตื้ด...ตื้ด...." เสียงออดประตูด้านนอกดังขึ้นตามด้วยเสียงจากอินเตอร์คอมจากคนที่ฉันไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ส่งเสียงออกมา

" ไอด้า ไอด้า ผมรู้ว่าคุณอยู่บ้าน ช่วยเปิดประตูให้ผมหน่อยได้ไหม เราต้องคุยกัน ได้โปรด...

น้ำเสียงของเจซดูเศร้าหมองและกังวลมากมาย ฉันลังเลว่าควรจะเปิดให้เขาเข้ามาไหม แล้วฉันจะทำยังไงถ้าต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ฉันนิ่งเงียบไม่ตอบ และเขาเองก็เงียบอย่างรอคอย เสียงฝนตกอย่างหนักดังแทรกความเงียบสงัดระหว่างเราทั้งคู่ 

ใช่...ฝนตกด้านนอก ฉันเริ่มใจอ่อนและหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองให้เปิดประตูให้เจซ คิดได้ดังนั้นฉันก็กระโจนหยิบเสื้อคลุมชุดนอนมาสวมและวิ่งออกไปด้านนอกเผื่อเปิดประตูด้านล่างให้เขาเข้ามาในทันที รอไม่นานนักเจซก็ขึ้นมาถึงที่หน้าห้อง ฉันได้ยินเสียงเคาะเบาๆสองครั้งและฉันก็เปิดมัน

เจซ อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ สวมทับด้วยแจ๊คเก็ตลำลองสีเทา เนื้อตัวเปียกปอน เขายังคงสวมหมวกเบสบอลสีดำอย่างเคยเหมือนที่เราพบกันครั้งแรก เราสบตากันและใจฉันเต้นแรง อย่างห้ามไม่ได้ เขามีเสน่ห์ดึงดูดและทุกครั้งที่มองก็แทบลืมหายใจ เจซก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว เขายิ้มมุมปากให้ฉัน ส่งสายตาที่แสนจะเซ็กซี่มา " คิดว่าคุณจะไม่เปิดให้เข้ามาซะแล้ว ข้างนอกหนาวมากเลยรู้ไหม " ฉันยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กให้เขาเช็ดผม ไม่พูดอะไรและหมุนตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์ในครัวเพื่อต้มน้ำชงชา เจซยังคงเดินตามมาเหมือนแมวเชื่อง เขาดูทำตัวไม่ถูกและเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง เก้กัง คงเป็นเพราะท่าทีหมางเมินของฉันด้วย ที่ดูไม่ต้อนรับเขาเท่าไร 

" กาแฟหรือชาดี " ฉันถามเขาไปด้วยเสียงราบเรียบ พยายามข่มใจ และปรับสีหน้าให้ดูไม่ประหม่าต่อหน้าเขาจนเกินไป

" กาแฟดีกว่าครับ "

" นั่งรอที่โซฟาก่อนดีไหมคะ คุณทานอะไรมาหรือยัง "

เจซพยักหน้าและเดินกลับไปในส่วนรับแขกโดยดี ฉันมองตามเขาไปรู้สึกทั้งใจสั่นและโหยหาเขามากมาย อย่าว่าแต่เขาเลยฉันเองก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องอยู่กับเขาสองคนแบบนี้

            ใช้เวลาไม่นานฉันก็ยกกาแฟกับน้ำชาร้อนเดินไปที่โซฟาที่เจซนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาถอดเสื้อแจ๊คเก็ตพาดไว้ และก็นั่งรออย่างที่ฉันบอก ฉันนั่งลงที่โซฟาตัวยาวข้างเขาแต่เว้นระยะห่างกันพอสมควร ก่อนจะส่งแก้วกาแฟให้เจซ เขาเอ่ยขอบคุณและยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน 

" ขอโทษที่มารบกวนตอนค่ำนะ ผมรู้ว่าคุณคงไม่อยากพบผมซักเท่าไร

เจซมองหน้าฉัน เราสบตากันและสายตาเขาช่างดูเว้าวอนและมีแววเศร้าหมอง ฉันเกลียดช่วงเวลานี้จริงๆและเกลียดตัวเองที่แค่เพียงสบตาสีฟ้าเข้มของเขาก็ใจสั่นระรัว ความกล้าความโกรธหรือเสียใจจากเขามันก็พร้อมจะหายไป เจซวางแก้วกาแฟลงและเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้

" อย่าทำแบบนี้เจซ คุณมีอะไรก็ว่ามา "

" ผมอยากให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าเมื่อไรผมก็แคร์คุณเสมอ บอกได้ไหมว่าระหว่างคุณกับโคลตันมีอะไร คุณร้องไห้และมีสีหน้าหวาดกลัวมัน "

" ช่างมันเถอะเจซ มันไม่มีอะไรที่คุณต้องห่วงหรอก เราแค่อย่าใกล้ชิดกันก็พอ " ฉันแกะมือตัวเองออกจากเขา แล้วขยับตัวออกห่าง เจซยังคงดึงรั้งไว้และด้วยแรงของเขาก็ยิ่งดึงให้ฉันเข้าไปใกล้มากขึ้นไปอีก

" ทำไม! ทำไมเราจะใกล้กันไม่ได้ โคลตันมันสั่งห้ามใช่ไหม มันขู่คุณใช่ไหม บอกมาเดี๋ยวนี้นะไอด้า ผมต้องจัดการเรื่องนี้ "

" เจซ! คุณจะบ้าหรือไง เราจบกันแล้ว คุณจะมาสนใจอะไร มันเป็นปัญหาของฉัน "

" ไม่ ไอด้า ผมไม่จบ และเราจะต้องเคลียร์เรื่องนี้ไปด้วยกัน "

" หมายความว่ายังไง คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ เจซ! คุณทำฉันสับสนไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะยืนตรงไหนกันแน่ พอเถอะ...เจซฉันคงรับมันไม่ไหวอีกแล้ว "

เจซมองหน้าฉัน ทั้งแววตาและสีหน้าเขาเหมือนรู้สึกผิดกับฉันเต็มที่ เราสบตากันไม่นานเจซก็เป็นฝ่ายดึงฉันเข้าไปกอด ใจฉันสั่นระรัว ทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก

ฉันคิดถึงเขา คิดถึงอ้อมกอดและทุกสัมผัสของเขา มันทำให้ใจเต้นแรงเสมอ แต่ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาต้องการอะไรจากฉัน ปากคอฉันแห้งผากไม่แม้แต่จะมีเสียงไปพูดโต้แย้งอะไร

" ผมขอโทษ...ทุกอย่างเลย ผมผิดเอง ที่เห็นแก่ตัวและคิดไปเองว่าถ้าปล่อยคุณไปทุกอย่างมันจะดีขึ้น "

เจซยังคงกอดฉันและกระซิบคำขอโทษที่ข้างหู ใจฉันอ่อนไหวกับคำพูดของเขาเต็มร้อย น้ำตาไหลซึม ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจที่เขาบอกฉันอย่างนี้ 

" ฉันไม่เข้าใจเลย เจซ คุณจะให้ฉันทำยังไง "

" ไอด้า ได้โปรด เชื่อมั่นในตัวผมอีกสักครั้ง ผมจะแก้ไขมันเอง เรื่องโคลตัน มันจะต้องจบ ผมจะไม่ให้มันรังแกคุณได้อีก

ฉันดันตัวออกจากการเกาะกุมของเจซ  

" ฉันนอนกับโคลตัน! คุณก็รู้ เจซอย่าฝืนเลย คุณรับมันไม่ได้ไม่งั้นเราคงไม่มาถึงจุดนี้

เจซมีสีหน้าตกตลึง เหมือนไม่คาดคิดว่าฉันจะโพล่งมันออกไป แต่เขาก็ยังคงรั้งข้อมือฉันไว้และดึงให้ฉันเข้ามาอยู่ในออ้อมกอดเขาอีก ฉันซบหน้าบนไหล่ตามแรงโน้มของเขาที่รั้งฉันไว้ ฉันปล่อยร้องไห้โฮอย่างคนที่อัดอั้นมันไว้อย่างไม่อายใครอีกต่อไป เจซไม่พูดอะไรต่อจากนั้นเขานิ่งเงียบและเพียงแค่กอดและรูปผมฉันอย่างปลอบโยน มันเนิ่นนานและอบอุ่น และช่วยซึมซับความเศร้าหมองของฉันไปได้มาก 

" ฉันไม่กล้าขอให้คุณให้อภัย และรู้ว่าคุณเองก็คงไม่อยาก..."

" อื้อ..อื้ม..."

คำพูดของฉันถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของเจซเมื่อเข้าปิดปากฉันด้วยการจูบอย่างดูดดื่ม มันนุ่มนวล เรียกร้องและปรนเปรอให้ฉัน ใจฉันโหยหาเขา แม้มันจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ มันก็สร้างความสุขใจให้อย่างประหลาด 

" อื้อ...เจซ อย่าทำแบบนี้ " เจซถอนจูบจากฉันโดยดี แต่สายตาที่มองฉันนี่ซิมันช่างเว้าวอน 

" ผมต้องทำยังไงถึงจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ บอกมาซิไอด้า คุณต้องการผมหรือโคลตันกันแน่

ฉันอึ้งไปกับคำพูดของเขา สับสนกับความคิดตัวเอง นี่ฉันกลายเป็นผู้หญิงหลายใจที่ต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครไปแล้วรึเนี่ย ฉันส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

 ฉันบอกเขาไปได้ไหมว่าฉันรักเขาแคร์เขากว่าใคร แต่ไม่รู้ว่าเจซจะคิดอย่างเดียวกับฉันไหม ระหว่างฉันกับเขามันเรียกว่ารักได้หรือยัง ซึ่งเจซก็ไม่เคยพูดมันให้ชัดเจน เรื่องของฉันกับเขามันกำกวมตลอด

" ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้จักฉันดีนะ "

" ไม่ ไอด้า ถ้าคุณไม่พูดมันออกมาผมไม่มีทางเข้าใจ คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนหลงทางตลอดเวลา และ...ผมต้องการคุณ " เจซมองหน้าฉัน เราสบตากันอย่างตรงไปตรงมา หัวใจฉันสั่นไหว ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา ฉันยอมรับกับตัวเองในใจว่าฉันก็คิดเหมือนเขาและขาดเขาไม่ได้เช่นกัน ฉันโผเข้าอ้อมกอดของเจซแทนคำตอบเรากอดกันและเขากอดกระชับฉันแน่นอย่างคนที่โหยหากันมากมาย 

เจซจูบฉันที่ข้างแก้ม ปาดเช็ดน้ำตาและกระซิบที่ข้างหูฉัน " อยู่กับผมนะคนดี ผมจะไม่ทิ้งให้คุณต้องเผชิญมันลำพังอีกต่อไป " ฉันพูดอะไรไม่ออกได้แต่พยักหน้างึกงักอยู่ในอ้อมกอดเขา ฉันคิดถึงเขาเหลือเกิน ถ้าขาดเขาฉันคงหลงทางเช่นกัน และเหมือนว่าฉันรอคำพูนี้ของเขามาแสนนาน คำพูดที่ต้องการให้ฉันกลับไป

      

                                      

          ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอยู่รอบตัวอย่างประหลาด ฉันไม่อยากลืมตาเลย เพราะกลัวว่าฝันดีนี้จะหายไป มีเสียงกระซิบอบอุ่นแผ่วเบาอยู่ข้างหู กระตุ้นปลุกให้ฉันลืมตา

" อื้อ...ขอนอนอีกหน่อยน่า

ฉันพลิกขยับตัวหนี แต่ก็ถูกอ้อมแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อรั้งให้กลับมาอยู่ดี 

" ตื่นได้แล้วคนดี ถ้าไม่ตื่นผมคงต้องใช้วิธีอื่นปลุกล่ะนะ " และแล้วเสียงที่เข้ามาในโสตประสาทของฉันก็ทำให้ต้องสะดุ้งโหยงลืมตาขึ้นในทันที ฉันฝันไปหรือเปล่า เจซ...เขาอยู่ที่นี่ เรากำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียงในห้องของฉัน 

" ผมคงอยู่นานไม่ได้นะไอด้า ถ้าสายเกินไปข้างล่างคนเยอะมาก เราจะตกเป็นเป้าสายตา คุณอาบน้ำแล้วเราออกไปหาอาหารเช้ากินกัน วันนี้วันเสาร์ด้วย เราขับรถไปนอกเมืองดีไหม

เจซดึงฉันเข้าไปใกล้เขาพูดจบก็โน้มมาจูบฉัน ยิ้มหล่อกระชากใจทำให้ฉันใจเต้นแรงอีกแล้ว แสงแดดที่ลอดช่องหน้าต่างเข้ามาสะท้อนกับสีผมและสีตาของเขา มันดูมีประกายออร่าเหมือนเทพบุตรลงมาจุติ ฉันยิ้มหวานให้เขาและขำกับความโชคดีของตัวเอง ในที่สุดมิสเตอร์เพอร์เฟคก็ยังคงเคียงข้างฉัน ถ้ามันเป็นฝันฉันก็ไม่อยากตื่นเลยจริงๆ เราปรับความเข้าใจกันเมื่อคืนโดยใช้เวลาไม่นานเพราะเราต่างต้องการกันและกันอยู่เป็นทุนเดิม แต่ช่วงเวลาเลวร้ายที่ห่างกันนี่ซิมันช่างสร้างรอยร้าวในใจนานเกินทน ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไรนอกจากฉวยความสุขตรงหน้าเอาไว้แค่นั้น 

เจซอยู่ในชุดเดิมที่เขามาเมื่อคืน และเดาว่าเขาคงอาบน้ำเรียบร้อย เขาหันมามองฉันด้วยสายตายียวน เมื่อเห็นฉันยังนั่งงัวเงียอยู่บนเตียง

" ให้เวลาสิบห้านาทีนะคนสวยไม่งั้นผมจะอาบน้ำให้คุณเอง "

ฉันขำกับท่าทีของเขา สุดหล่อ ขี้เล่นของฉันคนเดิมกลับมาแล้ว ฉันปาหมอนใส่เขา เขาหัวเราะลั่นทำท่าจะเข้ามาอุ้มฉัน แต่ฉันไวกว่ากระโดดลงจากเตียงและวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 

            เราหยุดยืนอยู่หน้าร้านไดเนอร์ ที่เป็นร้านอาหารที่ให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้เป็นเวลาเช้าและร้านนี้ก็มีเบรคฟาสท์ที่แสนอร่อยและเซ็ทใหญ่อลังการ เราเป็นคิวที่สองนับจากครอบครัวข้างหน้าเราที่มาต่อคิวก่อน ร้านนี้ค่อนข้างฮิตในย่านนี้ แค่เดินเรียบสวนสาธารณะที่เรียบฝั่งแม่น้ำชาร์ล (Charles River) ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของบอสตัน และไม่ห่างจากที่พักของฉันนัก ปกติฉันกับเพื่อนๆมักจะเดินเรียบแม่น้ำข้ามสะพานมา มันเหมือนได้ออกกำลังกายยามเช้าที่ต้องเดินมาเพื่อกินอาหารเช้าแสนอร่อยในวันหยุด

ฉันกับเจซได้โต๊ะสำหรับสองคนในมุมในสุดติดหน้าต่างซึ่งสามารถเห็นวิวแม่น้ำที่สวยงาม เจซสั่งอาหารให้ฉันอย่างรู้ใจ เขารู้ว่าฉันไม่ชอบกินไข่ แต่ชอบเบคอนกับแพนเค้กเป็นอาหารเช้า รวมถึงกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ฉันยิ้มให้เขาอย่างล้อเลียน ทำหน้าทะเล้นใส่ที่เขาบังอาจมาเดาใจฉันถูกว่าจะสั่งอะไร เราสลับกันสั่งอาหารให้กันและกัน ฉันรีบแย่งสั่งสแครมเบิลเอ๊กที่หน้าตาเหมือนไข่คนกับเฟรนซ์โทสหรืขนมปังฝรั่งเศสที่หั่นเป็นชิ้นและอบจนหอมกรุ่นให้เจซ และแน่นอนเราสองคนชอบกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำความหอมและรสชาติของกาแฟได้เต็มที่

กาแฟดำเป็นอะไรที่คลาสสิคมากๆ ฉันกับเจซมีความเห็นตรงกันเรื่องนี้ เราชอบเวลาที่กาแฟดำมันเปลี่ยนรสชาติในปากของเรา เวลาเริ่มจิบมันจะขม จนกว่าเข้ามาอยู่ในปากสัมผัสกับลิ้นของเราแล้วมันจะเปลี่ยนเป็นความหวานที่ลงตัว

ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่คืนเดียวกลับทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นได้ไม่ยาก มันเหมือนไม่มีอะไรที่เจ็บช้ำระหว่างเรา เหมือนคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นแต่เข้าใจกันและกันมากขึ้น ยิ่งฉันเห็นเขายิ้ม สายตาที่อบอุ่น ขี้เล่นที่มีให้ฉนคนเดียวมันก็ทำให้ใจฉันเบิกบาน ฉันรักทุกอย่างที่เป็นเขา และยิ่งรักมากขึ้น แค่ฉันไม่กล้าพอที่จะพูดมันออกมาดังๆเท่านั้น เจซ ไทเลอร์ ผู้ชายที่เพอร์เฟคไปทุกอย่างก้าว ไม่ว่าอะไรที่ทำให้เขายังคงอยู่กับฉัน ไม่ว่าเราจะผ่านบททดสอบกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราก็ยังคงข้ามผ่านมันไปได้

" เฮ้...คนสวย นั่งยิ้มอะไรอยู่นเดียว " เจซส่งเสียงแซวฉันในขณะที่ฉันกำลังฟุ้งซ่านกับตัวเอง

" ไม่มีอะไร ก็แค่เห็นคุณกินเก่งชะมัด แถมโม้ไม่หยุดอย่างกับว่าไม่มีใครให้คุยด้วยมานาน "

เจซหัวเราะถูกใจกับคำพูดของฉัน " ก็มันจริงนี่ ตั้งแต่คุณไม่อยู่ ไม่มีใครให้ผมคุยโม้ได้อย่างนี้เลย "

เขาเอื้อมมาจับมือฉันและดึงขึ้นไปจูบด้วยสายตาออดอ้อนและน้ำเสียงที่น่าหมั่นไส้จริงๆ

" ชิ! งั้นเหรอรูปหล่อ เห็นคุณเปลี่ยนสาวกินข้าวไม่ซ้ำหน้า จะดูรูปไหม หัวเราะตอกกระซิกกับผู้หญิงตลอดเวลา ยังจะบอกม่ได้คุยกับใคร " ฉันแกล้งทำหน้าแง่งอนใส่เขา

" โถ่...ไอด้า อย่างอนเลยน่ะ มันเป็นแค่การแสดง ผมไม่ได้คุยกับสาวๆพวกนั้นเหมือนเวลาคุยกับคุณหรอกน่า แค่แกล้งทำเป็นสนุกเวลาอยู่กับพวกเธอแค่นั้น "

" รวมถึงเรื่องบนเตียงด้วยไหมที่ว่าแกล้งทำเป็นสนุกน่ะ " ฉันยังคงพูดตอกใส่เขาไม่หยุด ก็มันน่าหมั่นไส้จริงๆ ช่วงเวลาที่ฉันเสียใจระทมทุกข์กลับเห็นเขาหน้าระรื่นออกข่าวทุกวัน

" ที่รัก ผมไม่ได้นอนกับพวกเธอซักคน เราอย่ามาพูดเรื่องนี้ให้เช้าที่สดใสต้องหม่นหมองเลย " เจซขยับมานั่งเบียดฉันเอามือโอบไหล่อย่างรักใคร่ ฉันเอียงคอซบหัวไปบนไหล่เขาจิบกาแฟและมองวิวแม่น้ำชาร์ลทีสวยสงบข้างหน้าอย่างหมดข้อโต้เถียง

ปล่อยให้วิวของสายน้ำ ต้นไม้และเป็ดป่าที่อยู่ตามธรรมชาติแวกว่ายอวดโฉมยามเช้าในแม่น้ำ ช่วยทำให้จิตใจของเราเบิกบานพร้อมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

    


Let's chat :)

สวัสดีค่ะ เพื่อนนักอ่าน มาอัพให้ตามสัญญาค่ะ ช่วงนี้หายนานนิดนึงค่ะกำลังต่อสู้กับอาการหวัดที่งอมแงม อย่าเพ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ รับรองว่าความเข้มข้นกำลังมา

ขอบคุณที่ติดตามเสมอนะคะ

^_________^

พีต้า


13 ความคิดเห็น