มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 13 : Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มี.ค. 59

Chapter 13: Again...


จบงานแฟชั่นวีค ชีวิตการทำงานของฉันกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เสียงตอบรับจากงานแชั่นโชว์คราวนี้ค่อนข้างดี บีบีแอนด์โคติดกระแสท๊อปฮิตของวงการขึ้นมาอย่างรวดเร็วผู้คนทั้งในและนอกวงการพูดถึงดีไซน์ใหม่ๆที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาโชว์ในงานนี้ และที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องของโคลตัน เจซและฉันที่ยิ่งช่วยโหมกระพือให้งานนี้ดังกระฉ่อน

พาดหัวข่าวภาพฉันกับโคลตันยังคงเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ภาพที่โคลตันดึงฉันมากอด ภาพที่เขามอบกุหลาบช่อใหญ่ให้ฉันนั้นโชว์หราของทุกหน้าสื่อและโซเชียลมีเดียต่างๆรวมถึงกอสซิปเพจตัวร้ายด้วย ใส่สีตีไข่กันซะกระจาย แม้แต่กระแสของฉันกับเจซก็แรงไม่แพ้กัน แต่เป็นในแนวข่าวลือแบบไม่มีภาพยืนยัน

            เจซเงียบหายไปตั้งแต่วันที่เสร็จงาน ฉันเดาว่าเขาคงโกรธทั้งฉันและสเตล่าอยู่ไม่น้อย แต่จะทำไงได้สถานการณ์มันบังคับทาง ส่วนเรื่องโคลตันนั้นฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเขาถึงมาพัวพัน กับเรื่องระหว่างฉันกับเจซบ่อยครั้ง แค่นี้เส้นทางรักระหว่างฉันกับเจซก็ยากที่จะราบรื่นแล้วฉันเว้นระยะไม่โทรหาเจซตั้งแต่วันที่เสร็จแฟชั่นวีค เพราะไม่อยากให้เขาคิดว่าฉันต้องการแก้ตัว และมันอาจจะทำให้เขาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ส่วนหนึ่งในใจฉันก็ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่ไม่โทรไปปรับความเข้าใจกับเขาให้เร็วกว่านี้

ยังไงก็ตามฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันคงต้องโทรไปง้อเขาก่อนซะ แล้วมือก็ไวเท่าความคิด ฉันหยิบโทรศัพท์โทรหาเจซในทันที รอสายไม่นานเขาก็รับสายด้วยน้ำเสียงที่เรียบขรึมอย่างเป็นทางการ

" ว่าไง... " ฉันอึ้งไปสามวิ กับน้ำเสียงที่แสนจะห่างเหินนั้น

" เอ่อ...ฉันเอง คุยได้ไหม "

" ผมประชุมงานอยู่ เรื่องด่วนหรือเปล่า " เขาเงียบไปพักนึงก่อนจะพูดต่อมาอีก 

" ผมจะโทรกลับแล้วกัน "

ไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร เขาก็วางสายไปแล้ว ฉันรู้สึกใจแป้วแล้วจ๋อยอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าเขาคงไม่ตัดฉันจากสารระบบแล้วนะ ใจฉันมันกระวนวาย ตาก็คอยมองโทรศัพท์ของตัวเอง ว่าจะมีข้อความหรือสายเข้าหรือเปล่า เจซไม่โทรกลับมา ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงแล้วก็ยังนิ่งอยู่ ฉันทำงานเสร็จไปหลายอย่างด้วยใจที่ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร รู้ตัวอีกทีก็ใกล้เวลาเลิกงาน

เฮ้อ... หวังว่าเราคงไม่ต้องเลิกกันเป็นครั้งที่สองอีกนะ ฉันคงทนไม่ไหวกับความรู้สึกนี้อีกแล้ว แค่คิดว่าจะไม่มีเขามันก็ทำให้หายใจติดขัด

ปิ๊บ..ปิ๊บ...เสียงจากการเรียกสายภายในดังขึ้นหน้าแป้นโทรศัพท์โต๊ะทำงานของฉัน มีไฟแดงเล็กกระพริบที่หน้าจอ มันเป็นสายเรียกจากเครื่องของประชาสัมพันธ์ ต้องเป็นเจนนี่แน่ๆ หวังว่าเธอคงไม่คิดชวนฉันไปปาร์ตี้ที่ไหนคืนนี้นะ เพราะฉันไม่อยากไป ใจมันไม่พร้อมและฉันกำลังรอสายสำคัญอยู่ 

" ว่าไง เจนนี่ "

" เฮ้ ไอด้าจะกลับหรือยัง " น้ำเสียงเจนนี่ดูตื่นเต้นและกระตือรือล้นสุดๆ 

" มีอะไร ทำเสียงอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าจะชวนไปปาร์ตี้ ไบลด์เดท (Blind date) อีก ฉันไม่เอานะ ฉันไม่อยากไปเจอผู้ชายที่จ้องแต่จะมาหาคู่พวกนั้น "

" ฮ่า...ฮ่า ไอด้าเธอนี่ตลกจัง ฉันเลิกไปแล้วย่ะ อีกอย่างถึงฉันจะชวนเธอไปไหนเธอก็คงไม่วางแล้วมั้ง "

" อะไรของเธอ มีอะไรก็ว่ามาเถอะฉันจะกลับแล้ว เดี๋ยวเจอกันข้างหน้าออฟฟิสเลย ยายบ๊อง โทรมาทำไมเนี่ย ฉันตัดสายของเจนนี่แล้วรีบเก็บของลงกระเป๋า


เมื่อเดินไปถึงด้านหน้าก็เจอยายเจนนี่ตัวแสบยืนยิ้มกริ่มอยู่ 

" อะไรของเธอ หน้าตามีพิรุธ จะให้ฉันไปไหนด้วยอีกละ " ฉันยิ้มให้เจนนี่และขำกับท่าทีเหมือนเด็กที่มีความลับ และตลกกับหน้าทะเล้นของเธอด้วย เจนนี่ยิ้มหวานตอบมาแล้วเบี่ยงตัวหลบพร้อมทำท่าพยักเพยิดไปด้านหลัง

ฉันมองตามเธอไป จนเห็นว่าใครที่นั่งอยู่อีกด้านของเคาน์เตอร์ของประชาสัมพันธ์ เจซนั่งอ่านนิตยสารอยู่ตรงที่นั่งรับแขกด้านหน้าทางเข้าออฟฟิส เขาโดดเด่นเหมือนมีออร่าอยู่รอบตัว 

แม้ว่าเขาจะมาในลุคเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์และสวมหมวกเบสบอลสีเข้ม ก็ไม่มีอะไรจะบดบังรัศมีความหล่อเหลาของเขาได้ ฉันยืนมองเขาด้วยใจเต้นรัวและตื่นเต้นจนพูดไม่ออก

" เป็นไงล่ะ ก็ฉันจะบอกเธอเรื่องนี้ล่ะ หมดหน้าที่ของฉันแล้วนะ บายไอด้า

ฉันยังยืนอึ้งในขณะที่เจนนี่ทำสีหน้ายิ้มกริ่มล้อเลียน

เจซเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือในมือพอดี เขามองหน้าฉันนิ่ง เราสบตากันและเขาก็ยิ้มให้ฉัน วางหนังสือลง ลุกขึ้นยืนและเดินตรงมาหาฉัน ไม่เห็นเขาหลายวันมันทำให้ฉันใจสั่นมากมาย ฉันคาดหวังแค่เขาโทรกลับมาเท่านั้น ไม่นึกว่าเขาจะมาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว 

" หวัดดี เจซ ฉันรอสายคุณอยู่นะ ฉันพูดแซวเขายิ้มๆกวนๆ 

" บังเอิญว่าผมไม่ชอบคุยโทรศัพท์ " เขายิ้มมุมปากและตอบกลับฉันกวนๆอย่างรับมุข

" พร้อมจะไปไหมคนสวย

เขาเลิกคิ้วให้ฉันยิ้มกระชากใจแล้วดึงแขนฉันให้เดินตามเขาออกไป เมื่อมาถึงที่จอดรถ เจซก็เปิดประตูให้ฉันเข้าไปในรถ เขาเปลี่ยนรถอีกแล้ว วันนี้มันเป็นเชฟโรเลท คาเมโร (Chevrolet Camaro) สีดำที่สามารถเปิดประทุนได้ ฉันยิ้มให้เขาแล้วก้าวขึ้นรถ 

" รถสวยอีกแล้วนะ ฉันชอบคันนี้นะมันค่อยดูเข้ากับเราหน่อย

ฉันแกล้งพูดแหย่เขาขำๆเรื่องรถ เพราะปกติเขาจะขับรถหรู สปอร์ตคาร์หรือซุปเปอร์คาร์ที่ไม่ว่าจะไปไหนก็เป็นจุดเด่นจนมีคนสังเกตได้ง่าย แต่วันนี้เป็นแค่รถซิ่งราคาแพงแบบคนมีตังค์ทั่วไป

" โถ่ คุณ ผู้ชายกับรถอ่ะนะเป็นของคู่กัน มันก็ต้องมีหลายสไตล์บ้างซิ แล้วอย่างผมนี่เป็นกูรูเรื่องรถ คงไม่แปลกที่จะมีของสะสมที่หลากหลายรสนิยม

เจซเสียงใสหัวเราะร่าเริงและตอบฉันอย่างอารมณ์ดี พอเป็นเรื่องรถ ผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นเด็กหนุ่มขี้อวดทันที 

" หายโกรธแล้วใช่ไหม อารมณ์ดีเชียว "

เจซดึงฉันเข้าไปกอดและจูบที่หน้าผากอย่างเคย เขากอดฉันนิ่งนาน 

" โกรธมาก! โกรธจนไม่รู้ว่า ต้องจัดการคุณยังไงเลยล่ะไอด้า " 

เจซพูดเสียงทุ้มเบากระซิบข้างหูและไล่จูบมาที่ข้างแก้มอย่างนุ่มนวล สายตาเขาที่มองฉันเหมือนคนรู้สึกผิดแต่ก็ปนไปด้วยความน้อยใจเล็กๆ เขาไล่จูบมาถึงริมฝีปากและฉันก็จูบตอบเขาอย่างไม่ต้องคิดอะไร เจซจูบฉันอย่างหิวกระหาย เขาครางเบาๆอย่างพอใจที่ฉันจูบตอบและยอมให้เขาจูบเนิ่นนาน แล้วไม่นานเขาก็ปล่อยให้ปากฉันเป็นอิสระและดึงฉันเข้ามากอดแทน 

" ผมคิดถึงคุณรู้ไหม ผมควรจะจัดการคุณยังไงดี รู้อย่างนี้น่าจะขังเอาไว้ไม่ให้ไปเจอใครเลย "

" น้อยๆหน่อยสุดหล่อ คุณต่างหากที่น่าถูกขัง "

" ยังจะมาพูดดีอีก เอาเถอะ...ผมว่าเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า วันนี้คุยงานกับเอเจนซี่ยาวมากเลย ทั้งเบื่อทั้งเพลีย เราจะไปไหนกันดี "

" ฉันว่าเราหาอะไรง่ายๆกินดีไหม คุณจะได้รีบกลับไปพักผ่อนไง "

" เอางั้นก็ได้ พิซซ่าไหวไหม เราซื้อพิซซ่ากับเบียร์ไปกินที่ห้องกัน " ฉันยิ้มพยักหน้าให้เขาอย่างเห็นด้วย

" ห้องผมนะ โอเคไหม คุณต้องค้างด้วย เดี๋ยวเราแวะไปเอาของที่ห้องคุณก่อน "

เจซบึ่งรถออกไปทันที่โดยที่ไม่ได้รอคำตอบจากฉัน ฉันไม่ได้โต้แย้งอะไรนอกจากปล่อยให้เขาพาฉันไปเอาของที่อพาร์ทเม้นท์ แค่คิดว่าเขายังต้องการฉันอยู่และเรื่องของเรานั้นก็ดูไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องพูดถึงฉันก็ดีใจมากมายแล้ว

เจซพาฉันขับรถมาสั่งพิซซ่าแบบไดร์ฟ ทรู (Drive Thru) ที่อยู่ไม่ไกลอพาร์ทเม้นท์เขานักแล้วเราก็เลยไปร้านลิคเคอร์(Liquor) ที่เป็นร้านขายแอลกอฮอล์ทุกชนิด ฉันนั่งรอในรถขณะที่เจซลงไปซื้อเบียร์ ฉันเห็นเขากลับขึ้นรถมาพร้อมเบียร์สองแพคที่เป็นแพคแบบหกขวด ฉันยิ้มให้เขาอย่างรู้ทันและอดที่จะหยอกเย้าเขาไม่ได้ 

"  นี่เจซ คุณไม่ต้องใช้เบียร์ขนาดนี้เพื่อมอมฉันหรอกนะ ยังไงฉันก็ไปไหนไม่รอดอยู่แล้วล่ะ "

" ผมว่าเท่านี้จะไม่พอน่ะซิ ผมชอบเวลาคุณเมา ดูเร่าร้อนดี "

" เดี๋ยวเถอะคุณ ทะลึ่งตลอดเลย "

เจซดึงมือฉันขึ้นไปจูบ สีหน้าเขาตอนนี้มันเซ็กซี่จนฉันเองอยากเข้าไปจูบเขา แล้วลืมเรื่องของกินทั้งหมดไว้ก่อนเลยล่ะ ผู้ชายอะไร มีสีหน้าแล้วแววตาที่เซ็กซี่ปลุกเร้าได้ขนาดนี้ แค่มองตาสีน้ำเงินเข้มของเขา ฉันก็มัวเมาจะแย่แล้ว  

" อย่ามองผมอย่างนั้นซิคนสวยเดี๋ยวเราก็กลับไม่ถึงห้องหรอก

เสียงเจซกระตุ้นให้สติฉันกลับมาหลังจากกระเจิดกระเจิงไปไกล ฉันยิ้มให้เขานิดนึงก่อนจะหลบตาและหันมองไปทางหน้าต่างด้านข้าง เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปจากลานจอด

            ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเราก็มาถึงอพาร์ทเม้นท์ของเขา คงต้องเรียกว่าเพนท์เฮ้าท์มากกว่า เพราะห้องของเขาอยู่ชั้นบนสุดของตึกแถมยังมีดาดฟ้าเป็นของตัวเองที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวได้เลยจากในห้อง เจซส่งฉันด้านหน้าทางเข้าเพื่อแยกเดินเข้าไปไม่ให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย ฉันเดินขึ้นลิฟท์จากด้านหน้าด้วยคีย์การ์ดที่เขาให้ไว้ ส่วนเขานั้นเข้าไปจอดรถทางด้านหลัง และจะขึ้นลิฟท์จากตรงนั้น ฉันขึ้นมาถึงห้องเขาก่อนไม่นานเจซก็ตามขึ้นมาพร้อมอาหารที่เราซื้อ เจซดูคล่องแคล่วเมื่ออยู่ในครัว การหยิบจับอะไรของเขาดูเหมือนคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ และทำอะไรเองได้หมด เขาทำให้ฉันแปลกใจว่าเขาไม่มีแม้แต่แม่บ้านมาช่วยทำความสะอาด เพนท์เฮ้าส์ที่ใหญ่โตนี้ และให้เหตุผลว่าชอบความเป็นส่วนตัว เขาชอบดูแลบ้านและจัดเก็บของเอง มันทำให้ฉันทึ่งที่เขาดูติดดินและเป็นพ่อบ้านและมันเป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้ว่า เจซ ไทเลอร์ ผู้โด่งดังๆจริงๆแล้วเป็นคนอย่างไร

" เบียร์เลยไหม ไอด้า "

" ดีค่ะ คุณจะว่าอะไรไหมถ้าฉันขอไปอาบน้ำก่อน ขอห้านาทีพอ คุณทานก่อนได้เลย "

" โอเค ผ้าเช็ดตัวอยู่ตู้ซ้ายมือข้างกระจกนะที่รัก "

ฉันยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ และก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เขาเรียกฉันว่า ' ที่รัก ' และมองกลับมาด้วยสายตาอบอุ่น ฉันว่าฉันยอมตายได้เลย กับสายตาและสีหน้าของเขาแบบนั้น และก็ไม่อยากให้ใครได้เห็นมัน นอกจากฉันคนเดียว 

     ฉันก็ออกมาด้วยเสื้อยืดนอนสีขาวและกางเกงผ้าขาสั้น เจซมองหน้าฉันและมองไล่ตั้งแต่ช่วงขาของฉันขึ้นมาอย่างมีเลศนัย เขานั่งที่พื้นพรมด้านหน้าโซฟาในส่วนขอโซนนั่งเล่น เจซเปิดช่องข่าวทิ้งไว้แต่สายตาเขาไม่ได้อยู่หน้าจอเลยด้วยซ้ำเมื่อฉันเดินเข้าไป เขาใช้สายตาเร่าร้อนมองฉัน สำรวจทุกอย่างจนฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ฉันส่งยิ้มเขินอายให้เขาและก็ไม่รู้ว่าตัวเองหน้าแดงแค่ไหนตอนนี้ 

พอฉันเดินเข้าไปใกล้เขาก็เอื้อมมือมาฉุดฉันให้ลงไปนั่งบนตัก เจซสวมกอดฉันที่ด้านหลังและจูบที่ซอกคอ  มันทำให้ฉันรุ่มร้อนไปทั้งตัวกับสัมผัสนั้น 

" กินคุณก่อนเลยดีไหม " ฉันหัวเราะเบาๆและพยามจะเบี่ยงตัวออกจากตักเขา 

" คุณควรจะให้ฉันอิ่มท้องก่อนนะ " ฉันตอบกลับเขาไปขำๆ เจซจับฉันซึ่งนั่งอยู่บนตักเขาหมุนให้หันหน้ามาเผชิญกับเขาแล้วเริ่มจูบฉันที่แก้ม แล้วไล่พรมจูบมาที่ริมฝีปาก เขาบดเบียดและเริ่มเร่าร้อนขึ้น จนฉันต้องประคองใบหน้าเขาไว้ และดึงให้ถอนจูบจากฉัน 

" อื้ม... ไปอดอยากมาจากไหนกันนะ ทำเป็นเด็กหนุ่มรุ่มร้อนไปได้ "

" เห็นคุณทีไรมันอดไม่ได้ทุกที ความจริงผมอยากใช้เวลากับคุณแบบนี้ตั้งแต่เสร็จงาน

แฟชั่นแล้วนะ "

เจซทำสีหน้าแง่งอน และมันออกแนวประท้วงเล็กๆ เขาผละออกจากฉันอย่างไม่เต็มใจนัก เขาอุ้มยกฉันทั้งตัวลงจากตักให้ลงมานั่งที่พื้นพรมข้างเขา แล้วก็เอื้อมมือไปหยิบเบียร์ที่เปิดขวดไว้แล้วส่งให้

" เอ้าดื่ม... วันนี้เมาให้หลับไปเลยนะ ฉลองหลังเสร็จงานใหญ่กันดีไหม "

" โนๆ เลยคนสวย ห้ามหลับเรามีภารกิจต่อจากนั้น ผมว่าคุณรีบกินให้อิ่มดีกว่าเพราะคืนนี้มันอาจยาวมากๆ "

เจซมองหน้าฉันด้วยสายตาหวานเยิ้ม พูดน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมันดูมีความหมายซ่อนอยู่ ดูซุกซนและหื่นสุดๆไปเลยก็ว่าได้ จนฉันอดหัวเราะเสียงดังกับท่าทางและน้ำเสียงของเขาไม่ได้

เราทั้งคู่นั่งดูทีวี ดื่มเบียร์และกินพิซซ่ากันไปเรื่อย ฉันเริ่มมึนจากเบียร์ที่ดื่มไปหลายขวด และเริ่มซบที่ไหล่ของเขา เจซโอบไหล่ฉันไว้และกอดประคองฉันอย่างนุ่มนวล กลิ่นของเขาอ้อมกอดและทุกอย่างมันยั่วยวนใจ เขาลูบฉันที่ต้นแขนเบาๆอย่างปลุกเร้า แล้วไม่นานเราก็หันมามองหน้าสบตากัน เจซวางขวดเบียร์ในมือแล้วโน้มมาจูบฉันแผ่วเบา ฉันหลับตาเคลิ้มกับสัมผัสนั้นและปล่อยให้เขาค่อยๆรุกเร้า ทุกอย่างดูนุ่มนวล แผ่วเบาแต่ทว่าอบอุ่น

การเริ่มต้นของเขาไม่ใช่เซ็กที่เร่าร้อนหิวกระหายเหมือนสายตาที่เขาส่งมา แต่ครั้งนี้มันแตกต่างและเปลี่ยนเป็นทะนุถนอมผสมกับปรนเปรอให้เราทั้งคู่มีความสุขยิ่งขึ้น

ฉันรักทุกการสัมผัสจากเขาและก็หลงใหลในสิ่งที่เขามอบให้ ฉันเหมือนล่องลอยอยู่บนที่สูง ทั้งเสียวซ่านและอิ่มเอมจนยากจะบรรยาย และฉันก็แน่ใจในตัวเองว่าฉันหลงรักเขามากมาย รักเกินกว่าจะกล้าพูดมันออกไป เสียงเจซครางอย่างสุขสม เขาจูบฉันที่หน้าผากนุ่มนวล ฉันรู้สึกว่าเขากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูแต่มันก็แผ่วเบาเหลือเกิน สติฉันหลุดลอยและมึนเมากับความสุขจนไม่สามารถแปลผลมันได้อย่างชัดจนและก็รู้สึกว่าตัวเองถูกกอดกระชับแน่น กล่อมให้หลับใหลไปพร้อมกับความสุขที่เปี่ยมล้น


                                     



Let's chat :)

ไม่ได้ทักทายเพื่อนนักอ่านมาสองตอนแล้วนะคะ ปล่อยให้ฟินๆสปอยล์ๆกันไปก่อน

ช่วงนี้ใกล้เทศกาลแห่งความรัก เลยขอให้คู่นี้เขาจิ้นกันอีกซักหน่อย ยิ่งรักยิ่งหลงมัวเมาในกันและกัน บอกเรย...ว่าอิจฉา ^ __ ^ ไอด้ามาก.....ถึงมากที่สุด เป็นไปได้อยากจะรวบเจซไว้เองเลย 

ฝากติดตามผลงานกันต่อด้วยนะคะ ถ้าเพื่อนๆชอบกันก็ฝากแชร์ ฝากติชมกันต่อๆไปด้วยค่ะ

ปล. เจอกันหลัง Valentine เลยนะคะ  Happy V day กันล่วงหน้าเลยค่ะ

รักทุกคน


พีต้า 

13 ความคิดเห็น