มิสเตอร์เพอร์เฟค (Mr. Perfect)

ตอนที่ 10 : Love returns(อีกครั้ง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ม.ค. 59

Chapter 10: Love returns (อีกครั้ง)



 

ยานยนต์สุดหรู แอสตันมาร์ติน แวนเทจ สีดำมันทยานออกตัวไปด้วยความเร็วคงที่ เหมือนว่าคนขับไม่ได้รีบร้อนอะไร เจซชะลอความเร็วลงหลังจากการออกตัวแรงในตอนแรก เขายังคงเงียบเฉยและสายตายังคงแน่วแน่อยู่บนถนน การจราจรที่เริ่มหนาแน่นขึ้น ซึ่งมันเป็นปกติของบอสตันในช่วงเย็นที่ใกล้เวลาเลิกงานของออฟฟิสต่างๆ รถก็จะเริ่มติดและท้องถนนคราคร่ำไปด้วยรถและคนเดินขวักไขว่แทบจะชนกันบนทางเท้าเพราะทุกคนต่างมุ่งหน้ารีบกลับบ้านกันทั้งนั้น 

ไม่นานนักเจซก็พารถเลี้ยวเข้าเขต นอร์ท เอนด์ (North End) ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ที่เรียกว่า ลิตเติ้ล อิตาลี (Little Italy) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหาร ขนม เบเกอรี่และร้านกาแฟ บรรยากาศสองข้างทางดูน่าสนใจ เมื่อรถวิ่งผ่านเข้าถนนสายแคบที่ขนาบไปด้วยตึกเก่าโบราณที่เป็นสีแดงส้มและเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ สไตลอิตาเลี่ยน เรียกได้ว่าใครที่มาย่านนี้ก็เพราะต้องการมาลิ้มชิมรสอาหารอิตาเลี่ยนแท้กันทั้งนั้น ร้านต่างๆตกแต่งหน้าร้านที่อยู่ภายใต้ตึกโบราณได้อย่างน่ารักและมันก็ดูเหมือนเราหลุดมาเดินในตรอกของเมืองซักเมืองในอิตาลี 

     เจซชะลอรถลงและหยุดจอดริมถนนมุมนึงที่เป็นส่วนที่อนุญาตให้จอดรถได้ แต่ถ้าจะไปให้ถึงร้านต่างคงต้องเดินเบนถนนเล็กๆที่ปูทางด้วยอิฐก้อนแบบโบราณและถ้าจะหาร้านที่มีชื่อก็คงต้องเดินตามตรอกซอกซอยเพื่อเข้าไปหามัน เจซหันมามองฉัน ยิ้มหวานอย่างมีลับลมคมนัย

" เจซ คุณพาฉันมาแถวนี้ทำไม " ฉันหันไปถามเขาด้วยน้ำเสียงขุ่นทันทีที่เขาจอดรถเสร็จ 

" หาไรทานไง ผมหิวจะแย่แล้ว ตั้งแต่กลางวันยังไม่ได้กินอะไรเลย " เขาดึงหมวกแก๊ปสีดำที่อยู่ในเก๊ะหน้ารถมาสวม ยิ้มหวานให้ฉันอย่างร่าเริงแล้วลงจากรถเพื่อวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้ฉัน " เชิญครับ มาดาม "

" น่าเกลียดอย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ

ฉันก้าวลงจากรถไปยืนข้างเขา เจซปิดประตูรถแล้วดึงมือให้ฉันเดินตามไป ฉันเดินไปตามการจูงของเขา และก็อดไม่ได้ที่จะมองรอบตัวระหว่างที่เดินอย่างหวาดหวั่น ถ้าหากใครมาเห็นเราขึ้นมาเรื่องทั้งหมดมันจะเป็นยังไง

" เจซ คุณไม่กลัวมีใครมาเห็นเหรอ นี่มันที่สาธารณะนะ แถวนี้คนก็เยอะด้วย "

" อย่ากลัวไปเลย คนเยอะซิดี ไม่มีใครสังเกตเห็นเราหรอก

เจซพาฉันเข้าไปในร้านอาหารอิตาเลี่ยนร้านนึงที่ด้านหน้าร้านเป็นกระจกสีเข้ม เขาเดินนำฉันตรงเข้าไปในร้านอย่างคุ้นเคย ฉันเห็นเด็กในร้านพยักหน้าให้เขาเหมือนว่ารู้จักกันมาก่อน แล้วก็เดินนำเราไปยังที่นั่งที่อยู่ในมุมเงียบด้านใน ภายในร้านตกแต่งสไตล์แอนทีค บรรยากาศเหมือนเข้าไปในปราสาทเก่าที่มีผนังเป็นอิฐและแสงสว่างในร้านนั้นมาจากเทียนที่จุดตกแต่งเป็นส่วนใหญ่ มันดูคลาสสิคและโรแมนติกในความรู้สึกของฉัน 

เจซดึงเก้าอี้ออกให้ฉันนั่งอย่างสุภาพ ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้พาฉันมาร้านแบบนี้ 

" ชอบไหมคนสวย ร้านนี้บรรยากาศดีและก็อร่อยทุกอย่าง

" ฉันไม่ใช่แฟนอาหารอิตาเลี่ยนน่ะ เลยไม่ค่อยรู้ว่าอร่อยเป็นไง อย่างมากก็แค่พิซซ่า "

ฉันยังคงทำสีหน้าเรียบเฉยและบึ้งตึงใส่เขา ตอบกวนๆขณะก้มหน้ามองเมนู ก็มันน่าโมโหนี่นา ที่เขาบังคับฉันมา 

" คนดี อย่างอนน่า ผมแค่อยากใช้เวลากับคุณและทานข้าวด้วยกันแค่นั้น เราไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แล้วนะ คุณต้องชดเชยให้ผมหน่อยซิ

เจซทำน้ำเสียงออดอ้อน ทำสีหน้าขี้เล่นแลดูเย้ายวนอย่างอารมณ์ดี 

" ไม่ต้องพูดเลย ก็เพราะใครล่ะ คุณทำเรื่องไว้แล้วก็หายไปเลย อย่าคิดว่าฉันจะหายโกรธง่ายๆเพราะคำว่า จะพยายามของคุณนะ บอกตรงๆฉันยังไม่เข้าใจอะไรเลย

เจซไม่โต้ตอบอะไรกลับมาเขาได้แต่มองหน้าฉันและยิ้มหวานแบบหน้าหมั่นไส้ บทสนทนาของเราไม่ได้เริ่มต่อเนื่องจากพนักงานเสริฟเข้ามารับออร์เดอร์

" รับเครื่องดื่มอะไรดีครับคุณไทเลอร์ "

พนักงานเสริฟรู้จักเขาและเรียกชื่ออย่างสุภาพ คงไม่ใช่ครั้งแรกของเขาซินะที่พาผู้หญิงมาดินเนอร์ที่นี่

" ดื่มไวน์ไหมไอด้า "

" แล้วแต่คุณเลยค่ะ ช่วยเลือกอาหารให้ฉันด้วยก็แล้วกัน

เจซยิ้มให้ฉันเป็นการตอบรับและหันไปสั่งอาหารกับพนักงานเป็นภาษาอิตาเลี่ยนอย่างกับเจ้าของภาษา ฉันพอจะเดาได้ว่าเขาสั่งอะไรไปบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเข้าใจทั้งหมดเพราะภาษาอิตาเลี่ยนที่เรียนมานั้นกระท่อนกระแท่นมาก ที่แน่ๆ เจซสั่งไวน์แดงมาทั้งขวดเลย 

" ไม่นึกว่าคุณจะพูดอิตาเลี่ยนได้คล่องขนาดนี้นะเจซ น่าประทับใจจัง "

" ขอบคุณสำรับคำชมนะครับ ผมไม่ได้แค่พูดสั่งอาหารได้นะ แต่ผมบอกรักเป็นภาษาอิตาเลี่ยนได้ด้วย "

เจซส่งสายตาหวานเชื่อมให้ฉันขณะที่พูด เขาหมายความตามนั้นจริงและดึงมือฉันขึ้นไปจูบอย่างรักใคร่

เขากลับมาเป็นเจซคนเดิมอีกแล้ว มันทำให้ฉันปั่นป่วนไปหมด เสน่ห์ของเขา สายตาที่เขามองมา มันทำให้ฉันอยากจะยอมแพ้และลืมความขุ่นเคืองของเรา ฉันรีบดึงมือออกและถามเขาถึงเมนูอาหาร ไม่อยากให้เขาทำให้ฉันไขว้เขวอีก 

" คุณสั่งอะไรไปบ้างน่ะ บอกหน่อยซิว่ามีอะไรที่ฉันกินได้บ้างไหม "

" คุณจะรักอาหารอิตาเลี่ยนแน่ๆหลังจากวันนี้ มันเป็นเมนูโปรดผมหมดเลย และอร่อยมากๆด้วย

เขายังคงโอ่ไม่เลิก ไม่รู้มีหุ้นที่ร้านนี้หรือเป็นญาติเจ้าของร้านถึงได้โปรโมทนัก 

" เอิ่ม... ผมสั่งวีล มาซาลา (Veal marsala) เป็นเนื้อลูกวัวราดน้ำเกรวี่ซอสเห็ดผัดและก็ราวีโอลี่ไส้กุ้งราดซอส (Ravioli with Prawn Bisque Sauce)ตามด้วยพิซซ่าอีกหนึ่งถาดและไวน์อีกหนึ่ขวด

ฉันตกใจกับเมนูทั้งหมดที่เขาสั่ง จนเผลออุทานออกไปเสียงดัง 

" จะบ้าเหรอคุณ! เรามากันแค่สองคน สั่งอาหารมากมายขนาดนี้จะกินกันหมดได้ไง แล้วคุณไม่ต้องคุมน้ำหนักหรือไง จะถึงแฟชั่นวีคอยู่แล้ว

เจซฟังฉันพูดจบเขาก็ปล่อยหัวเราะออกมาเสียงดัง

" ผมไม่มีปัญหาเรื่องนั้นอยู่แล้ว อีกอย่างผมออกกำลังกายทุกวัน แต่ถ้าคุณกลัวใส่ชุดไม่สวยก็ไม่ต้องทานเยอะก็ได้

เขาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี มันทำให้ฉันอดยิ้มตามกับสีหน้าขี้เล่นและเป็นกันเองนั้นไม่ได้ ฉันพยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาตลอดเวลาแม้ว่ามันจะยากมากก็ตามและวางตัวอย่างเพื่อนให้มากที่สุด ความสัมพันธ์ครั้งนี้ที่ดูท่าว่าเจซจะสานต่อกับฉันนั้นยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร เมื่ออาหารเริ่มลงเสริฟและไวน์แดงชั้นนำของอิตาลีถูกเปิดเพื่อเทลงแก้วให้เรา มันก็เหมือนกับการดื่มให้กันเพื่อเริ่มความสัมพันธ์ของเราอีกครั้ง เราทั้งคู่ต่างลิ้มชิมรสอาหารและไวน์ และมันก็จริงอย่างเจซว่า ' มันอร่อยทุกอย่างเลย '

เราคุยกันเรื่องงานเดินแบบและการเตรียมการงานแฟชั่นวีคของฉันเป็นส่วนใหญ่ และเจซก็เล่าประสบการณ์งานแฟชั่นวีคของเขาที่ผ่านมาเพื่อให้ฉันเข้าใจและไม่เกร็งเมื่อถึงวันงานจริง

เราคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เจซยังคงตลกและมีเสน่ห์อย่างเคย ยิ่งมองหน้าเขาและเห็นรอยยิ้มนั้นใจก็สั่นแล้ว

" เป็นอะไรไป ไอด้า อยู่ดีๆคุณก็เงียบไป " ฉันรีบสั่นหน้าปฏิเสธและยิ้มให้เขาเพื่อกลบเกลื่อน

" ป่าวค่ะ แค่คิดอะไรเพลินๆนิดหน่อย "

" ก็คุณจ้องหน้าผมแล้วครุ่นคิดน่ะคนสวย ยังกังวลเรื่องของเราอีกเหรอ "

เจซเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้และรูปหลังมืออย่างอ่อนโยน " ไม่เอาน่า เริ่มต้นกันใหม่ดีไหม ผมรู้ 

ว่าผมมันงี่เง่าเองน่ะ ไม่รู้ซิ ผมไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังกับใครมันเลยทำให้ผมสับสนไปหน่อย "

" ฉันเองก็สับสนตัวเองมาตลอดตั้งแต่เจอกับคุณ แล้วเรื่องของเรามันยังไง เราจะคบกันลับๆเหมือนเดิมใช่ไหม แม้ว่าฉัน...

ฉันหยุดพูดไปเฉยๆโดยที่พยายามกลั่นกรองคำพูด ไม่ใช่ว่าฉันหลงตัวเองและคิดว่าเมื่อฉันก้าวเข้ามาในวงการแล้วจะยกตัวเองไปเทียบชั้นกับเขาได้ เขาควรเปิดเผยเรื่องที่เราคบกันไหมฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของเราครั้งนี้ก็ไม่รู้จะยืดยาวหรือเปล่าเพราะเจซก็พูดเองว่าเขาไม่เคบคบใครจริงจัง

" ที่รัก เราต้องใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน ไม่ใช่ว่าผมอยากปิดเป็นความลับนะ แต่จริงๆแล้วผมคิดว่าถ้าผมจริงจังกับใครซักคนมันควรเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า

เจซยังคงมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ดูจริงใจเหมือนจะสื่อว่าที่เขาพูดนั้นมาจากใจจริง เขายังคงจับมือฉันไว้และบีบกระตุ้นเหมือนจะบอกว่าให้เชื่อใจเขา 

" แล้ว...ที่คุณว่าคุณไม่จริงจังกับคนในวงการล่ะ ในเมื่อฉันเข้ามาแล้ว คุณจะว่าไง "

เขายิ้มให้ฉันด้วยสายตากรุ้มกริ่มแล้วมองฉันนิ่ง 

" ผมว่าคำถามนี้คงไม่จำเป็นต้องตอบมั้ง ไม่งั้นเราคงไม่มาอยู่ตรงนี้หรอก แต่ถ้าคุณอยากได้ยินผมก็จะพูด

เจซมองหน้าฉัน และใช้สายตาที่คมซึ้งของเขาสะกดฉันไว้อีกรอบก่อนที่จะอธิบายต่อ 

" เฮ้อไอด้า จะบ้าตาย คุณไม่เหมือนใครและผมก็รู้แล้วว่าคงขาดคุณไม่ได้ เพราะงั้นช่างหัวเรื่องที่ผมเคยพูดกับคุณไว้เถอะนะ! ผมแคร์คุณและจะคบกับคุณไม่ว่าคุณจะอยู่นอกหรือในวงการก็แล้วกัน พอใจไหมคนสวย "

ฉันมองสบตาเขาอมยิ้มอย่างพอใจและก็ค่อนข้างเขินกับคำพูดของเขา หัวใจของฉันพองโตคำพูดของเขามันเหมือนคำสารภาพรักชัดๆ 

            หลังจากปรับความเข้าใจกันจนเคลียร์แล้วเราก็ออกมาจากร้านอาหาร เจซยังคงยืนยันว่าจะต้องพาฉันไปชิมขนมและดื่มกาแฟที่ร้านเก่าแก่ร้านนึงในย่านนี้ให้ได้ ความจริงฉันอิ่มมากจนจุกเลยที่เดียวแต่ก็ไม่อยากขัดใจเขาและอยากจะใช้เวลาด้วยกันอีกซักหน่อย

เราเดินต่อมาตามทางเดินเล็กๆอีกไม่นานก็เจอกับร้านกาแฟเก่าแก่ที่เจซคุยโอ่ว่ามันเป็นคาเฟ่ร้านแรกในย่านนี้เลยและเมนูเด็ดก็คือ กาแฟร้อนหอมกรุ่น Lavazza  ที่ขึ้นชื่อของอิตาลีและขนมแคนโนลี่ (Cannoli) ที่เป็นแป้งกรอบม้วนสอดไส้ครีมที่มีทั้งครีมช๊อคโกแลตและครีมวนิลาให้เลือก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเค้กทีรามิสุที่ขึ้นชื่ออีกด้วย เรานั่งดื่มกาแฟกินขนมอย่างอ้อยอิ่ง คุยกันเหมือนไม่สนใจเวลาที่ผ่านไปและต่างคนต่างยังไม่อยากจากกัน เจซโอบไหล่ฉันขณะที่เรานั่งจิบกาแฟ

เขาเป็นคนลุกมานั่งข้างฉันเองหลังจากที่ทั้งกาแฟขนมถูกเสริฟเรียบร้อยและทิ้งให้เราอยู่ในมุมเงียบของร้าน เจซดึงฉันมาจูบที่ขมับ โอบไหล่ฉันจากด้านข้างให้มาแนบชิดเขาไว้ 

" วันนี้ผมมีความสุขจัง "

" ฉันก็เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับอาหารและขนมอร่อยๆนะคะ " 

ฉันเอียงคอและซบศีรษะไปพิงที่ไหล่ของเขาและเขาก็ลูบผมฉันอย่างนุ่มนวล มันอบอุ่นและมีความสุขอย่างประหลาด อยากให้เวลาหยุดไว้ตรงนี้จริงๆและทิ้งความวุ่นวายต่างๆไว้ข้างหลัง มีแค่ฉันและเขาในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป




 Let's chat :) 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ขอโทษทีที่หายไปหลายวันช่วงนี้อากาศเปลี่ยนคนเขียนก็เลยอ่อนแอ^___^

บทนี้อาจจะสั้นไปหน่อยเพราะเขียนเพิ่มมาเอาใจตัวเองนิดนึง คืออยากให้เจซได้ออกโรงหลังจากห่างหายจากนางเอกของเราไป ขอสวีทหวานนิดๆแถมด้วยของกินที่ทำให้อ่านไปหิวไป

ขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยนะคะ มาลุ้นกันหน่อยว่าหลัง return จะมีอะไรมาป่วนคู่นี้กันอีกไหม


พีต้า


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #8 MoMMaM6006 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 21:18
    แอบลุ้นตลอดเลยค่ะ. #ทีมไอด้า 👍🏻
    #8
    1
    • #8-1 peetashila (@peetashila) (จากตอนที่ 10)
      24 มกราคม 2559 / 11:27
      ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
      ^___^
      #8-1
  2. #7 เกียรติ์ (@iamkuslin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 16:42
    ชอบจังเลยค่ะ แบบเนื้อหาดูธรรมชาติ ไม่เวอร์เกินไป อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าเข้าถึงจริง ๆ ชอบบอสตันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และพอมีฉากเป็นบอสตันก็ชอบเข้าไปใหญ่
    ถ้าส่งสนพ.ขอให้ผ่านพิจารณานะคะ เนื้อเรื่องสนุกค่ะ บรรยายก็ดี 
    #7
    1
    • #7-1 peetashila (@peetashila) (จากตอนที่ 10)
      24 มกราคม 2559 / 11:26
      ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้มากๆเลย
      #7-1