คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #22 : Oh my lady !!!? 100%
Oh my lady !!!?
/ซีวอน เย็นนี้ฮีชอลออกไปข้างนอกได้ไหม/ เสียงหวานที่เต็มไปด้วยสำเนียงออดอ้อนส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวที่มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นจะรู้
ใบหน้าชายหนุ่มยิ้มกริ่มยามนึกถึงใบหน้าสวยรับกับดวงตากลมโตและกลิบปากอิ่ม “ฮีชอลจะไปไหนหรือครับ”
/ก็เพื่อนๆอ่ะ จัดงานเลี้ยงกัน ให้ฮีชอลไปนะ สัญญาว่าจะกลับไม่ดึก/
“ให้ซีวอนไปด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มละงานตรงหน้า มาสนใจเสียงหวานตามสาย ที่กำลังออดอ้อนไม่ต่างจากเด็กน้อยยามขอผู้ปกครองออกไปเที่ยว จนอดแกล้งเล่นไม่ได้
/อ่า...ไม่ต้องหรอก เพื่อนฮีชอล ซีวอนไม่รู้จักหรอก ตกลงให้ฮีชอลไปนะ/
เสียงดีใจออกมาขนาดนั้นแล้วมีใครที่จะใจแข็งได้อีก “ไม่ไปก็ได้ครับ งั้นให้ซีวอนไปส่งหรือเปล่า ไม่มีผู้ปกครองไปด้วย เดี๋ยวหลงทางไม่ได้เจอเพื่อนนะครับ”
/อื้ยยย ซีวอนหน่ะสิ ฮีชอลอยู่ที่นี้มาตลอดนะ ไม่เหมือนซีวอนที่ไปเรียนที่อื่นอ่ะ/
“หรอครับ แล้วใครกันนะที่วันก่อนโทรหาซีวอนร้องไห้ขี้มูกโป่งบอกว่าหลงทางให้ไปรับหน่อย เอ๋ ฮีชอลจำได้ไหมครับ” ปากกาในมือเคาะลงกับโต๊ะอย่างสบายใจ เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อน ที่คนรักหลงทาง จนต้องโทรให้ไปรับ
/ไม่คุยกับซีวอนแล้ว/
เสียงสะบัดขึ้นพาให้คนถูกงอนนึกถึงแก้มใสพองลม ปากมู่ กับดวงตาโตๆที่ขยันเขวี้ยงค้อนมาให้ “อย่าพึ่งงอนสิครับ เดี๋ยวขากลับไม่มีคนไปรับนะ”
/แล้วซีวอนจะปล่อยให้ฮีชอลกลับคนเดียวมืดๆหรอ/
“ใครจะยอมหล่ะครับ” เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมา ทำให้รู้ว่าตกหลุมคนน่ารักของเขาเข้าเสียแล้ว “ฮีชอลจะกลับตอนไหนก็โทรมาบอกซีวอนนะครับ จะได้ออกไปรับ”
/ อือ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฮีชอลจะได้ไปเปลี่ยนชุด เพื่อนมารออยู่ที่ข้างล่างคอนโดแล้วหล่ะ/
“ครับ แล้วอย่ากินหรือดื่มอะไรแปลกๆนะครับ ถึงเป็นเพื่อนแต่ก็อย่าประมาทนะครับคนเก่ง” เพราะเรื่องครั้งเก่าที่คนรักโดยวางยายังติดแน่นในความจำ ทำให้ชายหนุ่มอดเป็นห่วงไม่ได้
/คร้าบบบบ คุณพ่อ/
“ฮ่าๆๆๆ คนเป็นพ่อที่ไหนเขากอดจูบลูกกันหล่ะครับฮีชอล ซีวอนเป็นไม่ได้หรอก ไม่งั้นก็คงอดกินฮีชอลแน่ๆ”
/ซีวอนนนนนน ลามกอ่ะ ไม่พูดด้วยแล้ว แค่นี้นะ/
“ถึงลามกแต่ก็รักฮีชอลนะ แล้วก็อย่าอยู่ดึกครับนะ”
/ไม่ต้องเลย ไปแต่งตัวดีกว่า/
ชายหนุ่มยังคงยิ้มให้กับโทรศัพท์ แม้ว่าคนรักจะวางสายไปแล้ว แต่รูปหน้าจอที่ตั้งไว้ก็เป็นรูปของฮีชอล แลบลิ้นเล็กๆออกมาดูน่ารักน่าหมั้นเขี้ยว จนใจลอยอยากกลับไปหาคนตัวเล็กๆ ตาโตๆ เอวบาง เวลากอดแล้วนุ่มนิ่ม แต่เห็นทีวันนี้กลับไปคงเจอแต่เจ้าแมวตัวยักษ์แน่
เลยเวลาเที่ยงคืนมาได้สักระยะแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับยังไม่ได้รับสายจากร่างบางที่ขอออกไปเที่ยว จนเริ่มนั่งไม่ติดที่ คอยจ้องมองนาฬิกา และโทรศัพท์ ก่อนจะตัดใจโทรเข้าเบอร์ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
/หมายเลขที่ท่านเรียกอยู่ขณะนี้ ไม่สามารถใช้บริการได้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ/
“โธ่เว้ย” เสียงจืดชืดไร้อารมณ์พาให้อารมณ์ของชายหนุ่มพลุ่งพล่านขึ้นมา ทั้งโกรธ ทั้งเป็นห่วงที่อยู่ดีๆก็หายไปแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นแล้วจะติดต่อได้ยังไง
แมวตัวใหญ่ที่นอนอยู่บนตัก ตกใจกับเสียงดังที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง ตกใจกลัว รีบไปซุกอยู่ใต้โต๊ะตัวใหญ่ ดวงตากลมโตถอดแบบเจ้านายตัวเล็กมาไม่ผิดเพี้ยน “กลัวหรอ ฮีบอม ขอโทษนะ แต่ป๊ะป๋าเป็นห่วงคุณแม่ของฮีบอมก็เลยเผลอตวาดไป ไม่ต้องกลัวนะ”
มือหนาเอื้อมเข้าไปหมายจะลูบปลอบเจ้าแมวตัวใหญ่ใจเล็ก แต่กลับถูกกรงเล็บแมวข่วนเข้าจนรีบสะบัดออก จะตีสั่งสอนที่ทำแบบนี้ แต่ก็แพ้ให้กับดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยความกลัวที่เหมือนกับเด็กน้อยตาโตของเขา “ตามใจ เฝ้าบ้านไปหล่ะกัน”
ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถและโทรศัพท์มือถือ ตั้งใจจะตระเวนขับไปตามที่ต่างๆ อย่างน้อยก็ดีกว่ามานั่งรอคอยแบบนี้ เบอร์โทรศัพท์กี่เบอร์ๆ ที่พอจะรู้ก็กดหาไปทั่ว ด้วยใจกระวนกระวาย
ภาพเหตุการณ์ครั้งก่อนที่ร่างเล็กถูกมอมยายังฝังแน่น ครั้งนั้นเขาช่วยไว้ได้ แต่หากเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วช่วยไว้ไม่ทันหล่ะ....ฮีชอลจะเป็นอย่างไร....โลกที่เคยสดใสของคนรักเขาจะเป็นเช่นไรกัน
“อยู่ที่ไหนหน่ะฮีชอล ทำไมไม่เปิดเครื่อง เจอตัวเมื่อไหร่ จะตีโชว์ฮีบอมเลยคอยดูสิ ดื้อจริงๆ” เสียงทุ้มพึมพำกับโทรศัพท์ที่ยังคงไม่สามารถติดต่อได้
ซีวอนขับรถไปตามถนนที่โล่งว่าง แวะทุกร้านที่ยังคงเปิดอยู่เพื่อมองหาร่างเล็ก แต่กลับไร้ร่องลอย อะไรที่จะทำให้เบาใจได้เลยสักนิด
เกือบตีสี่ที่โทรศัพท์เครื่องหรูส่งเสียงร้องเรียกความสนใจจากเจ้าของ ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องดูชื่อคนโทรเข้า เพราะเพลงหวานรักซึ้งขนาดนี้มีเพียงคนเดียวที่เขาตั้งไว้ “ฮีชอลอยู่ไหนครับ”
/ซีฮึก....วอน...ฮึกๆๆๆ ฮีชอล....... ช่วยฮีชอลด้วย ฮึกๆๆๆๆ/
“ฮีชอล” เสียงหวานสะอื้นไห้อย่างหนักที่เขาได้ยินพาเอาหัวใจที่ลิงโลดหล่นต่ำไปสู่เบื้องล่าง ความเป็นห่วง กลบความโกรธจนมิ “เป็นอะไรครับคนดี เกิดอะไรขึ้น บอกซีวอนมาว่าอยู่ที่ไหนเดี๋ยวซีวอนไปหานะครับ”
/ฮีชอล ฮึก..... อยู่ที่xxx ฮีช...ฮึกๆๆๆ กลัว รีบมานะ...ฮึก.../
ชายหนุ่มฟังชื่อสถานที่แล้วโล่งใจไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยนั่นก็เป็นคอนโดที่มีความปลอดภัยในระดับที่น่าวางใจ หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องที่มันเลวร้ายหรอกนะ
ชายหนุ่มเดินไปตามทางหาหมายเลขห้องที่คนรักบอกมา แล้วลงมือกดกริ่งด้วยใจที่เต็มไปด้วยความกังวลและคาดหวัง
ใบหน้าคมเข้มที่ยิ้มกว้างกลับกลายเป็นบึ้งตึงเมื่อคนที่มาเปิดเป็นหญิงสาวในชุดนอนบางเบา ไม่ใช่คนที่ใจเขาเฝ้าคอยหา
“คุณชื่อซีวอนหรือเปล่า”
สาวหน้าแป้นที่พยายามส่งยิ้มยั่วยวนมาให้ พาให้ชวนมองอย่างดูถูก “ใช่แล้วฮีชอลอยู่ไหน”
“นั่งร้องไห้อยู่นู้น” หญิงสาวเบี่ยงตัวให้ด้วยท่าทีแช่มช้อย เปิดประตูกว้างขึ้น ต้อนรับชายหนุ่มเข้าไปในห้อง กัดริมฝีปากของตนอย่างถูกใจชายหนุ่มที่เดินเฉียดผ่านไป
“ฮีชอลร้องไห้ทำไมครับ คนดี เกิดอะไรขึ้นบอกซีวอนสิครับ” อ้อมแขนใหญ่ โอบรัดร่างเล็กเข้ามาแนบชิด กระซิบถามเสียงทุ้มข้างใบหูเล็ก สองมือลูบปลอบโยนให้คลายใจ
ฮีชอลฝั่งตัวเอกเข้ากับอกกว้างที่แสนอบอุ่น ร้องไห้อย่างขวัญเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตกใจไร้สติเกินกว่าจะตอบคำถามชอบคนรักได้ เอาแต่เกลือกใบหน้าลงกับเสื้อของคนรักที่กรุ่นกลิ่นหอมอันคุ้นเคย
ชายหนุ่มมองร่างบางในวงแขนด้วยความสงสารจนจับใจ ไม่เค้นถามเรื่องที่ทำให้คนรักเสียน้ำตามากขนาดนี้ หากแต่สายตาคมกร้าว ตวัดมองหญิงสาวเจ้าของห้องบีบเค้นให้เป็นฝ่ายเล่าออกมา
“ฉันก็ไม่รู้ ก็นอนด้วยกันดีๆ ตื่นมาก็เอาแต่ร้องไห้แบบนี้ นิฮีชอลนายเป็นผู้ชายนะ จะร้องไห้ทำไม ฉันสิที่ควรเสียใจ เลิกร้องไห้โวยวายได้แล้ว” สายตาของหญิงสาวทิ้งลงอย่างยั่วเย้า ก่อนตวาดลั่นด้วยความรำคาญคู่นอนข้ามคืนที่เอาแต่ร้องไห้
“คุณนั่นแหล่ะ หุบปากไปซะ ใช่ว่าคนอื่นเขาจะเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปรกติทั่วไปเหมือนผู้หญิงอย่างคุณนะ” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แม้จะเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ไม่พอใจที่คนรักถูกตวาดอย่างไร้ความอ่อนโยนเช่นนี้
ร่างบางได้ยินคำตวาดลั่นของเพื่อนสาวที่เขาพลาดล่วงเกิน ก็ยิ่งร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่กล้าสู้หน้าชายหนุ่มที่กำลังโอบกอดตนอยู่ รับรู้ได้ถึงอ้อมแขนที่สั่นเทา
ซีวอนเจ็บมากหรือเปล่า...ฮีชอลขอโทษ
“ไม่ร้องนะคนดี กลับบ้านเรานะครับ” ชายหนุ่มกระซิบอ่อนโยน ประคองร่างบางที่อ่อนล้าไว้แนบอก ปรายตามองเจ้าของห้องอย่างรังเกลียด ก่อนก้าวออกจากห้องแห่งนี้ไป
ซีวอนวางร่างเล็กลงบนเบาะ ก่อนที่จะเดินไปขึ้นอีกฝั่ง หากแต่ทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย น้ำหนักของหัวกลมมนก็ถูกทิ้งลงมาบนหน้าตัก เสื้อแถวๆหน้าท้องเปียกชุ่มบอกให้รู้ว่าร่างเล็กกำลังร้องไห้อยู่เงียบๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ร่างสูงใช้มือเพียงข้างเดียวในการบังคับรถความเร็วสูวไปตามท้องถนนที่โล่งว่าง มืออีกข้างคอยลูบไล้กลุ่มผมนุ่ม กล่อมให้ร่างบางได้หลับใหล ไม่ต้องทรมานกับความจริงที่เกิดขึ้น
ใช่ว่าความจริงจะไม่ทำร้ายเขา....ตอนนี้ชายหนุ่มเองก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าคนรัก...
.แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อรักคนนี้มากเกินกว่าจะยอมปล่อยไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เขาจะรั้งร่างบางนี้จนสุดแรงที่มี
ซีวอนรักฮีชอลนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไร เราก็จะรักกันแบบนี้ตลอดไป
ซีวอนวางร่างเล็กที่นอนหลับไปด้วยความเพลียลงกับที่นอนนุ่มอย่างแผ่วเบา มองใบหน้าสวยหวานที่เต็มไปด้วยคราบหยดน้ำ เปลือกตาทั้งสองข้าแดงก่ำและบวมเป่งจนน่าสงสาร
“อื้อออ” เสียงครางแผ่วในลำคอ ก่อนตามมาด้วยดวงตาที่เปิดกว้างขึ้น มองเห็นแผ่นหลังกว้างกำลังห่างออกไป สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้แค่ภาพธรรมดาที่เห็น กลายเป็นสิ่งที่ทำให้กลัวจนต้องร้องไห้ออกมาทั้งที่ก็แทบจะไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว “ซีวอนฮึก..... ซีวอนจะไปไหน ซีวอนจะหนีฮีชอลไปหรอ ซีวอน ซีวอน”
“คนเก่งเป็นอะไรไปครับ ไม่ร้องนะครับคนดีของซีวอน โอ๋ไม่ร้องครับไม่ร้อง” ซีวอนถลาตัวเข้ามาโอบกอดร่างที่กำลังสั่นเทาเข้าแนบอก รับรู้ถึงสภาพจิตใจที่อ่อนแอ “ซีวอนจะทิ้งฮีชอลไปไหนได้หล่ะครับ รักมากขนาดนี้” ชายหนุ่มก้มลงมอบสัมผัสหนักลงบนแก้มอุ่นที่เปื้อนด้วยหยาดน้ำ ยืนยันคำรักให้คนเปราะบางได้วางใจ
“ไม่ไปนะ ไม่ทิ้งฮีชอลจริงๆใช่ไหม” ฮีชอลถามย้ำด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความกลัวกับสิ่งที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ไปครับ ซีวอนแค่จะไปหาอะไรอุ่นๆมาให้ที่รักของซีวอนทานตอนตื่นเท่านั้นเอง อยากทานอะไรครับ” ใบหน้าคมยิ้มอ่อนโยนปลอบใจคนอ่อนแอที่รักที่สุดในชีวิต
ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาส่ายไปมาอย่าจนใจ นึกไม่ออกเลยว่าอยากจะเอาอะไรใส่ลงกระเพาะในเวลานี้
“ฮีชอลนึกไม่ออก งั้นทานโจ๊กนะครับ อย่าทำหน้าเบ้แบบนี้สิ ซีวอนเห็นซองโจ๊กสำเร็จรูปอยู่ รับรองว่าไม่แย่เหมือนทุกครั้งแน่ๆครับ เดี๋ยวซีวอนทำมาแล้วเราทานด้วยกันนะครับ” มือหนาลูบหัวเล็กๆพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ได้เห็นใบหน้าเหยเกของคนรัก
ทำหน้าแบบนี้ได้ แปลว่าเริ่มดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ
“ซีวอน” ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ยามเรียกชื่อคนรักที่กำลังก้าวออกจากห้องไปทำโจ๊ก “ฮีชอลอยากอาบน้ำ”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างจนเกิดเป็นรอยบุ๋มเล็กๆที่มุมปาก ดวงตาคมปรากฏรอยเจ้าเล่ห์ที่คนรักไม่มีทางตามทัน “อยากให้ซีวอนอาบน้ำให้รอครับ”
“เปล่า” ใบหน้าหวานส่ายไปมา พร้อมเสียงที่ยังคงสั่นเทา “ฮีชอลบอกซีวอนเฉยๆ ถ้าซีวอนหิวหรือง่วง จะนอนก่อนก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปอาบน้ำนะครับ เดี๋ยวซีวอนไปหาอะไรให้ทาน หรือถ้าฮีชอลอยากให้ซีวอนอาบน้ำให้ก็เรียกได้นะครับคนดี”
“อื้ออ” ใบหน้าติดเศร้าพยักรับ ก่อนคว้าเอาผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
หลังบานประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท ใบหน้าคมที่มีรอยยิ้มประดับค่อยๆเลือนหายไป หลงเหลือเค้าหน้าของความเจ็บที่ไม่กล้าให้คนรักได้เห็น
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซีวอนก็รักฮีชอลนะครับ........
ชายหนุ่มออกไปทำโจ๊กสำเร็จรูป สำหรับสองคนอยู่นานกว่าจะเสร็จด้วยความไม่ชำนาญ ก่อนจะยกกลับเข้ามาในห้องนอน แต่ในห้องกลับไม่มีเงาของร่างบางอยูเลย
“ฮีชอลครับ ฮีชอลยังอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่าครับ ฮีชอล ฮีชอล” ชายหนุ่มตะโกนถามหน้าห้องน้ำที่ไร้เสียง
ใบหน้าคมดูเครียดขึ้ง ความเป็นห่วงแล่นขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ กลายเป็นความกลัว
สำหรับเขาความผิดพลาดแค่นี้มันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความรักที่มีให้แคนรัก แต่เพราะดูแลฮีชอลมาแต่เล็ก ซีวอนจึงรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มันรุนแรงเกินความฮีชอลจะให้อภัยตนเอง
ชายหนุ่มกระแทกตัวเข้าใส่ประตูห้องน้ำหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่มันจะหลุดออก เปิดให้เห็นร่างคุดคู้อยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่
ใบหน้าสวยซุกซบอยู่กับขาเปลือยเปล่าที่ยกชันขึ้น สองแขนโอบกอดตัวเองไว้แน่น ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าร่างกายที่บอบบางสั่นสะท้านเพียงใด
“ฮีชอล” เสียงอุทานในลำคอด้วยความเป็นห่วงรีบเดินเข้าไปใกล้
“ซีวอน” ใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมา เปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่ปนเปกันของน้ำจากก๊อก และน้ำจากดวงตากลม
“ฮีชอลเป็นอะไรครับ เกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มค่อยๆรั้งไหล่เล็กที่ห่อกายออก เผยให้เห็นผิวกายที่แดงก่ำ บางส่วนมีรอยแดงปื้นเหมือนโดนสัมผัสอย่างแรง น้ำที่ไหลเอ่อล้นขอบอ่างออกมาร้อนจัดจนน่ากลัว
“ปล่อย .....ปล่อย ฮีชอลฮึก...จะล้างมันออก ฮีชอล....สกปรกจะถูมันออก” แขนเล็กที่อ่อนแรงดื้อดึงขัดลงบนผิวที่บอบบางอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นรอยแดงมากขึ้น
ดวงตาคมมองภาพที่เห็นอย่างร้าวราน จับสองมือเล็กไว้แน่น ก่อนยกร่างบางขึ้นจากน้ำที่ร้อนจัดด้วยความเป็นห่วง “ไม่เอานะครับฮีชอล แดงหมดแล้ว น้ำก็ร้อนมากด้วย”
“ไม่..ไม่ ฮีชอลจะอยู่ในน้ำ จะล้างมันออก ซีวอนออกไปก่อนนะ” ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาพูดด้วยความยากลำบาก ผลักไสชายหนุ่มด้วยแรงที่มี
“ไม่ครับฮีชอล ไม่ทำแบบนี้นะครับ ซีวอนเห็นฮีชอลเป็นแบบนี้ ซีวอนเจ็บยิ่งกว่าฮีชอล ยิ่งกว่าตอนที่ไปรับฮีชอลกลับมา ฮีชอลยอมให้ซีวอนเจ็บขนาดนั้นหรอครับ” ชายหนุ่มโอบรัดร่างบางไว้แน่นราวกับจะฝังลงบนอกหนาไม่ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก
“ซีวอน..ฮีชอลขอโทษ ฮีชอล...”
คำพูดของฮีชอลถูกกลืนหายลงไปกับการกระทำที่แสนอบอุ่นยามเมื่อริมฝีปากของซีวอนปิดสนิทลงบนกลีบปากอิ่ม ดูดซับความเศร้าโศกทั้งหมด ก่อนละออกอย่างแสนเสียดาย “ไม่พูดแล้วนะครับ ไม่ต้องขอโทษซีวอนแล้ว แค่ฮีชอลไม่ทำร้ายตัวเองแบบนี้ก็พอแล้วครับ คนดีของซีวอน”
ชายหนุ่มเอื้อมคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่อคลุมร่างเล็กที่แดงก่ำและหนาวสะท้าน ก่อนโอบอุ้มพาไปยังเตียงนอน จับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสบายๆ ห่มผ้าห่มผืนหนาปกป้องความหนาวเย็น
“ตัวแดงหมดเลย แสบหรือเปล่าครับฮีชอล” น้ำเสียงอ่อนโยนมาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น และความรักความห่วงใย
ฟันขาวขบกัดลงบนริมฝีปากของตนเอง ไม่กล้าสบสายตาคู่คม ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“ไม่กัดปากสิครับ คนดี” นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามริมฝีปากที่ถูกขบกัดอย่างแสนห่วง
“ทานโจ๊กนะครับฮีชอล” ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบ แต่หันไปคว้าชามโจ๊กที่เริ่มอุ่นมาเป่า ก่อนจ่อเข้ากับริมฝีปากแดงช้ำ “ทานนะครับฮีชอล ซีวอนตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ”
“ทานด้วยกันนะ” ดวงตากลมวาวน้ำใส ช้อนมองคนที่ถือช้อนจ่ออยู่กับปาก
“ก็ได้ครับ แต่คำแรกฮีชอลต้องทานก่อนนะครับ อ่า...อ่ามมม” ซีวอนลากเสียงยาวคล้ายหลอกล่อเด็กน้อย แต่มันก็ได้ผลกับร่างบางคนนี้เช่นกัน “อร่อยไหมครับฮีชอล”
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแค่ใบหน้าหวานที่พยักรับช้าๆ ก่อนเบือนหน้าหนีเมื่อไม่อาจฝืนเข้าไปได้อีกแล้ว
“อีกนิดไม่ได้หรอครับ ทานไปไม่เท่าไหร่เอง” เสียงทุ้มบอกอย่างใจเย็น มองโจ๊กที่เหลือเกินกว่าค่อนชาม
“ไม่เอาแล้ว ซีวอนทานเหอะ ฮีชอลไม่อยากทานแล้ว” เสียงหวานสั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องโผเข้าซบกับหน้าท้องของคนรัก
แววตาที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมด้วยความรักทอดมองร่างเล็กที่ซุกอยู่กับตัว ชามโจ๊กถูกวางลงข้างหัวเตียง มือหนาลูบไล้ที่หัวกลมเล็กอย่างอ่อนโยน รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเนื้อหา
“ฮีชอลเมา....ดื่..ฮึก...ดื่มแค่สอ..ฮึก แก้ว..แล้วก็...จำอะไรฮือออ ไม่ได้แล้ว ตื่นมาก็.....ก็...ฮืออออออ”
“ไม่ต้องเล่านะครับฮีชอล ไม่ต้องแล้ว” บนใบหน้าคมมีหยาดน้ำตาร่วมหลงลงมาไม่แพ้ร่างบาง มือหนายิ่งลงน้ำหนักให้ร่างบางได้อุ่นใจ ไม่จำเป็นต้องตอกย้ำความทรงจำร้ายๆอีก “ไม่ว่าจะเกิดอะไร ซีวอนก็รักฮีชอลเสนอนะครับ ใกล้สว่างแล้ว นอนดีไหมครับคนดี”
“ซีวอนจะอยู่กับฮีชอลไหม” ใบหน้าที่ออกห่างจากหน้าท้องแกร่ง เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ร้องถามชายหนุ่มด้วยความกลัว
“อยู่สิครับ จะนอนกอดไม่ปล่อยเลย จะเกงานด้วย จะมีใครอยากอยู่กับซีวอนทั้งวันไหมนะ”
“อยู่ๆๆ ซีวอนอยู่กับฮีชอลทั้งนั้นนะ อย่าทิ้งฮีชอลไป ฮีชอลกลัว” คนตากลมที่เปลี่ยนเป็นตาบวมรีบร้องบอก อ้อมแขนเรียวกอดร่างกายของคนรักไว้แน่น
“ครับ นอนกอดกันนะครับ ไม่ทิ้งไปไหนแน่ๆ อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไม่ไปไหน เชื่อซีวอนนะครับ”
“ครับบบ” รอยยิ้มแรกดูอ่อนแสง ปรากฏบนใบหน้าหวานที่ดูเหนื่อยล้า เปลือกตาช้ำค่อยๆปิดลง หากแต่อ้อมแขนที่กอดชายหนุ่มก็ยังไม่คลี่คลายออก
เวลา.....เครื่องมือรักษาจิตใจคนได้ดีที่สุด สิ่งที่ชายหนุ่มเชื่อมานาน และมันก็เป็นจริงในทุกครั้งที่ต้องฝันฝ่าปัญหาต่างๆ
เดือนกว่าที่ผ่านมา คนรักของเขาค่อยๆกลับมาเป็นฮีชอลคนก่อนที่น่ารัก ร่าเริง และอ่อนโยน รอยยิ้มกลับมาชัดบนใบหน้าสวย ให้ทุกคนได้เห็นต้องพลอยยินดีไปด้วย
“ซีวอนนอนอยู่จริงๆหรอ ตื่นเหอะนะ ไปเที่ยวกัน” เสียงหวานที่ดังเรียกอยู่ข้างหู พร้อมกับแรงสั่นน้อยๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องจำนนลืมตาขึ้นมา “ตื่นนานแล้วนินา แล้วไม่ยอมลุก”
“อะไรกันครับ เช้ามาก็บ่นเลย แม่ใครเนี่ย ฮีบอมก็ยังไม่โตเท่าไหร่ เท่าไมแม่ฮีบอมขี้บ่นจัง” แม้ปากจะว่า แต่สองมือก็ยังกอดเกี่ยวร่างบางเอาไว้แน่น
“ว่าฮีชอล ปล่อยเลยนะ ไม่ให้กอดแล้ว” มือเล็กๆออกแรงเต็มที่กับการพยายามต่อสู้กับมือใหญ่ให้ออกจากเอวของตนเอง แต่ก็สู้ไม่เคยได้เสียที
“ไม่เอาจะกอด จะหอมด้วย นี้นี้ๆๆๆๆ” ชายหนุ่มปล้ำหอมแก้มนวลจนแดงปลั่ง เป็นเสียงหัวเราะลั่นอยู่บนเตียง จนคนถูกหอมเหนื่อยหอบกับการหลบหนี
“ไม่เล่นแล้วนะ เหนื่อยอ่ะ ซีวอนขี้โกง ลุกไปอาบน้ำเลย”
“วันนี้ฮีชอลอยากไปไหนครับ”
“ต้องไปซื้ออาหารของฮีบอม แล้วก็ของเราด้วย เพราะหมดตู้แล้ว ที่ซีวอนเอาออกมาทำไหม้เมื่อวาน เป็นเนื้อหมูก้อนสุดท้ายของพวกเรา” คนพูดนึกไปถึงเนื้อหมูหนักเกือบกิโลที่ไหม้เกรียมเป็นสีดำอยู่ในกระทะ สภาพของมันช่างน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าแตะ แม้แต่คนทำ
“งั้นวันนี้เราทานข้าวนอกบ้านกันดีไหมครับ” ซีวอนยิ้มเจื่อนๆรับฟังข้อกล่าวหาที่ทำขึ้น ก่อนหาเรื่องมาไถ่โทษความผิดที่ทำให้หมูก้อนสุดท้ายต้องไหม้เกรียม
“ดีๆๆ อ่ะ โทรศัพท์มา” เสียงเพลงที่ตั้งไว้ดังขึ้นจากมือถือพาให้เจ้าของแปลกใจ ใครกันที่จะโทรมาป่านนี้
เจย์...ก็ไม่น่าใช้ ถ้าเป็นเจย์ก็ไม่โทรมาเช้าขนาดนี้
คุณลุงคุณป้า...ก็ยิ่งไม่น่าใช่ ถ้าจะโทรมา คงโทรเข้าเครื่องบ้านมากกว่า...แล้วเป็นใครกัน
มือหนาไม่ยอมละออกจากเอวเล็ก อยากรู้ก่อนไปอาบน้ำว่าใครกันที่โทรมาเวลานี้ แล้วโทรมาทำไมกัน....
.....จองอา....
ชื่อบนหน้าจอที่เหลือบมองเห็น พาให้คิ้วขมวดเข้าหากันนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่ารู้จักคนชื่อนี้ แล้วยังคนรักในอ้อมกอดที่ไม่ยอมกดรับ ก็ยิ่งพาให้แปลกใจ “ไม่อยากรับหรอครับ ซีวอนรับให้ไหม”
“ไม่ๆๆๆ ฮีชอลรับเอง” ร่างบางหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกดรับเจ้าโทรศัพท์ที่กำลังแผดร้อง
ซีวอนกอดจูบร่างเล็กที่สนใจอยู่กับโทรศัพท์ ก่อนรู้สึกได้ถึงความผิดสังเกตของคนในอ้อมกอด จากหน้าแดงปลั่ง กลายเป็นซีดขาว ส่ายไปมาเหมือนไม่ยอมรับสิ่งที่ได้ยิน ดวงตากลมที่มีแววของความร่าเริงค่อยๆกลายเป็นอ้างว้างและหวาดกลัว โทรศัพท์ที่ถืออยู่เลื่อนไถลลงมาตามหมอน
ซีวอนคว้าโทรศัพท์เครื่องเล็กเอาไว้ในมือ อยากต่อว่าคนที่โทรเข้ามา ว่าสิ่งที่เขากำลังพูดนั้นทำร้ายฮีชอลแค่ไหน แต่เพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู สิ่งที่เขาได้ยินกลับกระชากหัวใจทั้งดวงให้กระเด็นหายไป ไม่อาจทนฟังได้ต่อได้จนต้องกดวาง และยิ่งกอดร่างเล็กให้แน่นเข้า
อ้อมแขนใหญ่โอบกอดร่างบางให้แน่นยิ่งขึ้น กลั้นน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล ไม่ให้มันไหลออกมา เวลานี้เขาต้องเข็มแข็ง และพาคนรักออกจากเรื่องราวร้ายๆให้ได้ จะไม่ยอมให้อะไรต้องแยกเราให้ห่างกันอีก....แต่มันจะทำได้แค่ไหนกัน
/ฮีชอลฉันท้อง นิฟังอยู่หรือเปล่า ฉันบอกว่าฉันท้อง เดือนกว่าแล้ว ลูกของนายนะ ฮีชอล ฮีช้อลลล/
“อยู่บ้านกับฮีบอม อย่าร้องไห้ อย่าคิดมากนะครับ คนดีของซีวอน” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม หอมลงบนหน้าผากเนียน ปลอบโยนคนที่กำลังขวัญเสีย
“แต่....”
“ไม่มีแต่ครับฮีชอล เชื่อซีวอนนะครับ”
“แล้วเด็กหล่ะซีวอน เด็กคนนั้นเป็นลูกของฮีชอลนะ” ดวงตากลมที่กำลังคลอน้ำตาช้อนมองคนรักที่ตัวสูงกว่า ด้วยใจที่รู้สึกอัดแน่นด้วยความผิด
“เขาก็จะเป็นลูกของซีวอนด้วย ฮีชอลอย่ากลัวนะครับ แล้ววันพรุ่งนี้เราจะพาผู้หญิงคนนั้นไปหาหมอด้วยกัน” มือหนาช้อนจับใบหน้าเล็กขึ้นไว้ในอุ้มมือ ใช้นิ้วมือเกลี่ยน้ำใสให้จางหายไป
“ก็ได้” ปากอิ่มเล็กมู่เข้หากันอย่างยอมจำนน หมดทางที่จะคิดทำอะไรได้ต่อไป
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มจูบลงที่เปลือกตาบาง ที่บวมเป่งเพราะการร้องไห้ที่ยาวนาน “ที่รักของซีวอนต้องเข้มแข็งนะครับ”
“อือ”
“หอมแก้มซีวอนหรือยังครับ” ใบหน้าคมที่ยังมีรอยยิ้มออดอ้อนขอกำลงใจจากคนรักก่อนออกไปทำงาน เหมือนไม่สนใจเรื่องหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามา
ร่างบางยืดตัวขึ้นหอมแก้มสากๆของคนรักเบาๆ เก็บน้ำตาที่ทำท่าจะไหลให้กลับลงไปอีกครั้ง ก่อนรอรับรอยจูบหนักๆอีกครั้ง เพื่ออำลาในยามเช้า
ร่างสูงปิดประตูห้อง ภาพสุดท้ายที่ได้เห็น คือแววตาแสนเศร้าที่แบกรับเรื่องราวมากมายเอาไว้ ชายหนุ่มใช้เวลาตลอดเสาร์อาทิตย์เพื่อปลอบโยนจิตใจที่เสียขวัญ
ซีวอนจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายใจดวงเล็กๆที่เขาใช้ทั้งชีวิต ทุ่มเทความรักทั้งหมดเพื่อดูแล เขาอาจผิดที่ทำให้ฮีชอลกลายเป็นคนอ่อนแอ แต่มันจะแปลกอะไร ถ้าคนอ่อนแออย่างฮีชอลจะมีเขาเป็นผู้ปกป้อง ทุกเรื่องร้ายที่ย่างกรายเข้ามา เขาจะจัดการมันเอง
มือหนากดเบอร์โทรศัพท์ที่แอบเอามาจากมือถือของคนรัก รอเพียงไม่นานก็มีคนรับ “สวัสดี ผมชเว ซีวอน หวังว่าคุณยังจำได้”
/อ้อ คนที่มารับฮีชอลคืนนั้น โทรหาฉันมีอะไร/
เสียงแหลมสูงของผู้หญิงปลายสายทำให้ชายหนุ่มขยะแขยงเกินกว่าจะเสวนาหากไม่มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำเพื่อคนรัก “วันนี้ตอนเที่ยงคุณมาหาผมที่ร้านsweet homeด้วย”
/ทำไมฉันต้องไป/
ใบหน้าที่ฮีชอลเคยเห็นเพียงความอบอุ่น กำลังเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน สายตาคมที่จับจ้องอยู่ข้างหน้ากำลังลุกวาวด้วยความรังเกลียด “ผมรู้ ผู้หญิงอย่างคุณ คงไม่ได้ต้องการแค่ความรับผิดชอบจากพ่อของลูก ถ้าคุณอยากได้เงินก็มาตอนเที่ยง แต่ถ้าคุณไม่มา ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไร แม้แต่ค่าเลี้ยงดู”
/คิดว่าทำแบบนั้น แล้วฉันจะไม่มีปัญญาฟ้องร้องหรือไง แล้วมันต้องเสียยิ่งกว่าเงินอีกนะ คุณชายชเว/
“ก็คุณคิดว่าไงหล่ะ จะมีใครเชื่อไหม ว่าผู้ชายที่เมาหลับ จะทำให้ผู้หญิงท้องได้ ถ้าคุณไม่ข่มขืนผู้ชายคนนั้น แล้วที่นี้ชื่อเสียงของคุณก็จะยิ่งแย่นะ” ชายหนุ่มกรอกเสียงเย็นชาไร้ความเมตตาลงไป กับผู้หญิงแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีแม้แต่ความสังเวช
/ก็ได้ วันนี้ตอนเที่ยง ตอนฉันจะไป/
“ดีอย่าให้ผมต้องรอหล่ะ คุณคิม จองอา” ซีวอนกดวางโทรศัพท์ลงพร้อมๆกับที่ขึ้นมาบนรถ ถอนลมหายใจหนักๆออกมา อย่างเจ็บปวด
แม้ฮีชอลจะเป็นของเขา เป็น “ผู้ถูกรัก” มาตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ ...ฮีชอลเป็นผู้ชาย ให้กำเนิดเด็กได้ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไป
และเด็กนั่นก็อาจเป็นลูกของฮีชอล แม้ว่าฮีชอลจะไม่ใช่ฝ่ายเริ่มต้น
ประตูที่ปิดลงเหมือนกระชากแรงทั้งหมดที่มีให้หมดไปพร้อมกันๆ เมื่อสองขาไม่แข็งแรงพอจะทรงกายเอาไว้ได้ ร่างบางค่อยๆทรุดลงนั่งที่หน้าประตูห้อง พร้อมน้ำตาที่มีมาตลอดสองวัน
คนดีของซีวอน....
ที่รักของซีวอน.....
แล้วดูสิ่งที่เขาทำมันลงไป คนดี ที่รัก ที่ไนบ้างที่ทำให้คนที่รักมากที่สุดต้องเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้...ต่อให้ต้องพูดคำว่า ขอโทษ อีกกี่หมื่นล้านครั้ง มันก็คงไม่เพียงพอ
คราวนั้น เพียงแค่คิดไปเองว่าซีวอนจะมีคนอื่น โลกทั้งโลกก็แทบสบายจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้...สิ่งที่ซีวอนต้องเจอมันหนักกว่านั้นมาก
ฮีชอลขอโทษ...
ฮีชอลพยายามเค้นความคิดไปถึงคืนวันนั้น แต่สิ่งที่มีอยู่หลงเหลือในสมองมันกลับไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
หลังจากที่ถูกบังคับให้ดื่มไปสองแก้ว ก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว รู้อีกครั้งก็เห็นแต่ภาพผู้หญิงเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า
มือเล็กทุบหน้าผากตัวเองแรงๆ พยายามเค้นความจำออกมาให้หมด แต่ก็มีเพียงภาพเดิมที่ฉายวนไปกองเสื้อผ้าที่ถูกโยนไปทั่วพื้นห้อง กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดจนแสบจมูก และร่างกายของผู้หญิง
ร่างกายที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มีเนินเนื้อนูนเด่นที่ทับปิดลงมา
ผิวขาวที่ขาวจนน่ากลัว
ความแนบชิดที่น่ารังเกียจ....
“อึก...” ความขยะแขยงทำให้ของที่อยู่ในกระเพาะตีขึ้นมาจนต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทั้งที่อ่อนแรง น้ำขมขื่นไหลออกมา ทำให้แสบคอแต่ก็หมดแรงไปแล้วจริงๆ จึงได้แต่นั่งกับพื้นหลังพิงชักโครก ดวงตาโตปิดแน่น น้ำตาหยดเล็กๆก็ยังดื้อดึงที่จะไหลออกมา
ซีวอนจะร้องไห้แบบฮีชอลอยู่หรือเปล่า.....
“คุณมาสายนะ” ประโยคแรกของการทักทายที่ชายหนุ่มมีให้กับหญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปที่ไม่เหมาะกับคนท้อง สายตาคมกล้ามองขึ้นลงอย่างดูแคลน
“อะไรกัน ฉันเลทแค่15นาที มันคงไม่ทำให้คุณเสียเวลามากนักหรอก เข้าเรื่องเลยดีกว่า คุณเรียกฉันมามีอะไร หรือว่า....” ใบหน้าที่ถูกจัดแต่งจนเกินงามมองใบหน้าหล่อคมอย่างมีความหวัง “คุณสนใจฉันหรือไง แต่ขอโทษนะ ฉันมีสามีแล้ว”
“ไม่ละ ผมไม่ชอบใช้ของโหล” ใบหน้าคมสันเต็มไปด้วยประกายแห่งความเหยียดหยาม จ้องมองหน้าสวยพลาสติคที่บิดเบี้ยวอย่างพอใจ ก่อนพาเข้าเรื่องที่ต้อง “คุณต้องการเงินเท่าไหร่ ในการออกไปจากชีวิตของฮีชอล”
“แล้วคุณเป็นอะไรกับสามีฉันไม่ทราบ ถึงคิดจะไล่ฉันออกไปจากชีวิตเขา”
“สามีคุณเป็นภรรยาผม แค่นี้พอไหม”
“อี้~” ริมฝีปากแดงแบะออกอย่างรังเกียจ สายตาที่มองชายหนุ่มตรงหน้าจากยั่วยวนกลายเป็นขยะแขยง “ร้อยล้านวอน แล้วฉันจะไม่ยุ่งกับฮีชอลของคุณอีก แถมเอาเด็กออกให้ด้วย”
ดวงตาคมเปิดกว้างอย่างคาดไม่ถึง ความใจร้ายของผู้หญิงคนนี้มีมากเกินไป แม้แต่ลูกตัวเองก็ยังคิดจะเอาออก หากฮีชอลรู้คงต้องเสียน้ำตาอีกมาก แล้วเขาจะยอมให้เป็นเช่นนั้นหรือ “ไม่ ผมไม่ยอมให้คุณเอาเด็กออก”
“แล้วคุณจะให้ฉันเก็บมันทำไม ฉันก็ไม่อยากได้ พ่อมันก็...สกปรก”
ซีวอนแกล้งเมินผ่านถ้อยคำเสียดสี ยกยิ้มเล็กๆที่มุมปากด้วยความพึ่งใจ อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้คงไม่คิดจะจับฮีชอลเอาไว้ “ผมไม่ยอมให้คุณเอาเด็กออก เด็กคนนั่นเป็นลูกของฮีชอล”
“งั้นฉันคิดว่าร้อยล้านวอนคงไม่พอมั้ง”
“ผมให้คุณสองร้อยล้าน คุณจะยอมไหม” ซีวอนรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ต่างจากการอยู่ในงานประมูล แต่การประมูลครั้งนี้ เขาต้องทุ่มเพื่อสิ่งล้ำค่าสำหรับคนที่เขารัก
“ก็....น่าจะพอมั้ง สำหรับค่าเสียเวลาตั้งเก้าเดือน แล้วต่อจากนั้นหล่ะ” คิม จองอา รู้ว่ากำลังเป็นต่อ ครั้งนี้ไม่ว่าเธอจะเรียกเท่าไหร่ก็คงได้
“เราจะเลี้ยงแกเองหลังจากที่คุณคลอด ”
“ฮึ! คิดจะเอาแต่ลูก แล้วแม่มันหล่ะ”
“ผมจะให้เงินคุณอีกก้อน พอใจคุณหรือยัง” คิ้วเรียวสวยเลิ่กขึ้น รู้สึกรังเกียจผู้หญิงคนนี้มาขึ้นทุกนาที
“ตกลง”
“ดี พรุ่งนี้ผมกับฮีชอลจะพาคุณไปหาหมอ” ชายหนุ่มหยิบเช็คขึ้นมา กรอกตัวเลขตามที่หญิงสาวเรียกร้อง ยื่นส่งให้ แต่กลับชะงัก เมื่อมันกำลังจะถูกยื้อไป “เลิกใส่รองเท้าส้นสูงและเสื้อผ้าที่มันรัดรูปด้วย”
“เรื่องของฉัน อย่ามายุ่ง” จองอลุกขึ้นยืนเตรียมคว้าเช็คมูลค่าสูง แต่กลับถูกชะงัก ขึ้นเสียงสูงด้วยความหงุดหงิด
“แต่ผมเป็นนายจ้างของคุณ หากเกิดอะไรขึ้นกับเด็ก คุณคงรู้ว่าจะเป็นยังไง” สาวตาคมกร้าวขึ้น จนคนมองอดหวาดหวั่นไม่ได้
“......” มือเล็กกระชากกระดาษใบยาวออกมาอย่างโมโห เดินลงส้นหนักออกจากร้านโดยไม่ห่วงถึงชีวิตเด็กในท้องเลย
“อย่าเดินแบบนั้น มันอันตรายกับเด็กรู้ไว้ด้วย” ซีวอนบอกอีกครั้งอย่างไม่พอใจ โกรธเคืองที่เธอทำเหมือนไม่เห็นค่าของชีวิตน้อยๆในครรภ์เลย แต่อีกคนคงไม่คิดเช่นนั้น....
ฮีชอลครับ...ซีวอนทำดีที่สุดเพื่อฮีชอลนะครับ ที่รัก
“ซีวอน ฮีชอลต้องทำอะไรบ้าง” เสียงใสถามในขณะที่พยาบาลพาหญิงสาวเขาไปในห้องตรวจปล่อยให้สองชายหนุ่มนั่งรออยู่ด้านนอก
ซีวอนมองร่างเล็กข้างกายที่ดีขึ้นกว่าวันก่อนๆ คงเพราะในใจก็คงอยากได้เลี้ยงลูกตัวน้อยๆ “ก็นั่งรอกับซีวอนตรงนี้ไงครับ หรือว่าฮีชอลอยากให้หมอเขาตรวจด้วย เผื่อฮีชอลจะท้องอีกคน”
“อึ้ย ไม่เอาด้วยหรอก ซีวอนหลอกฮีชอลอีกแล้ว” ดวงตากลมส่งค้อนให้คนรัก แต่เมื่อเห็นหญิงสาวแม่ของลูกเดินออกมาจากห้องตรวจ ก็เดินเข้าไปช่วยพยุงอย่างกลัวๆ
หญิงสาวนั่งลงข้างร่างบาง ความนิ่งเงียบเข้าครอบงำ จนคนที่พึ่งทำใจให้ดีขึ้น เกือบปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมา หากไม่มีมือหนาที่คอยรั้งหัวเล็กให้หันไปเอียงซบบนไหล่กว้าง “ไม่เป็นไรนะครับคนดี ซีวอนอยู่ตรงนี้กับฮีชอลนะ”
“คุณคิม จองอา เชิญที่ห้องตรวจด้วยค่ะ”
ซีวอนยอมปล่อยให้คนรักเข้าไปพร้อมกับหญิงสาวตามลำพังอย่างที่ฮีชอลต้องการ แต่รอเพียงไม่นาน คนที่เป็นห่วงเหลือแสนก็เดินกลับออกมา พร้อมใบหน้าหม่นเศร้า
“ซีวอน ฮีชอลจะย้ายไปอยู่กับจองอา วันนี้ช่วยฮีชอลเก็บของนะ”
“ฮีชอลหมายความว่าไงครับ...” เขาคงตวาดเสียงดังกว่านี้หากไม่เห็นน้ำตาคลอในดวงแก้วคู่โต “ทำไมหล่ะครับฮีชอล เกิดอะไรขึ้น”
“ก็....”ร่างบางโผซบเข้าหาอกกว้างที่แสนอบอุ่น ไม่สนใจหญิงสาวที่ตนต้องย้ายไปอยู่ด้วย หรือนางพยาบาลที่มองมาพร้อมคำพูดซุบซิบมากมาย “จองอา..”
“ทำไม คุณทำไม” เสียงทุ้มจัดหันไปถามหญิงสาวที่ยืนยิ้ม สองมือคอยลูบปลอบหัวกลมที่ซุกอยู่
“ก็ท้องฉันไม่แข็งแรงไง..หมอเลยบอกว่าจำเป็นต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด สามีก็เลยต้องมาดูแลภรรยาและลูกของเขา ส่วนคนอื่นก็คง....”
“เธอ....” ซีวอนกดเสียงลงต่ำสบถด่าถ้อยคำหยาบคายในใจ จ้องมองหญิงสาวราวกับจะฆ่าให้ตาย หากแต่ยังคงมอบความอบอุ่นและอ่อนโยนให้คนในอ้อมกอดเสมอ “ฮีชอลครับ เราจ้าคนดูแลได้นะครับ ฮีชอลไม่ต้องไปดูแลเองก็ได้ เชื่อซีวอนนะ”
“ไม่เอา ฮีชอล...เป็นพ่อ ฮีชอลต้องดูแล ฮีชอลโตแล้วนะซีวอน ให้ฮีชอลได้ทำเถอะนะ” ใบหน้าหวานที่ผละออกห่างจากอกอุ่น ขอร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“ครับ... ถ้าฮีชอลอยากทำ ซีวอนจะไม่ขัดใจ แต่ฮีชอลรู้ใช่ไหมครับ ว่าหัวใจของซีวอนอยู่ที่ฮีชอล” ซีวอนเกลี่ยหยดน้ำบนแก้มนวลออก ยิ้มเจือจางให้คนรักที่ตนไม่เคยขัดใจได้สักครั้ง
“ขอบคุณนะซีวอน ขอบคุณ”
ฮีชอลโตพอแล้ว และฮีชอลต้องดูแลเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง...ฮีชอลขอโทษนะซีวอน
ฮีชอลรักซีวอนที่สุด
รัก....
และจะรัก...ตลอดไป
“ฮีชอลทำอะไรอยู่ครับ” น้ำเสียงทุ้มกดเก็บความเศร้าหมองให้หายไป คงเหลือเพียงความอบอุ่นถ่ายทอดถึงปลายสาย ที่ทำได้เพียงพูดคุยผ่านโทรศัพท์
สามวันแล้วที่ซีวอนทำได้เพียงโทรศัพท์หาร่างบางที่คิดถึงจนหมดใจ ทุกเวลาว่างที่ มือหนาจะเพียงต่อสายถึงคนรักที่ย้ายออกไปจากห้องแสนสุข เพื่อดูแลผู้หญิงอีกคนที่อ้างว่าตนกำลังอุ้มท้องลูกน้อย...เวลาไม่กี่นาทีสั้นๆ จึงเป็นความสุขเดียวในชีวิตที่หลงเหลืออยู่
/กำลังทำอาหารเตรียมไว้ให้จองอา แล้วซีวอนทานข้าวเที่ยงหรือยัง/
แม้ว่าจะไม่พอใจกับการที่คนรักที่เขาเคยดูแล กลับต้องไปดูแลคนอื่น แต่เสียงใสๆที่ตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มเบาใจ ที่ฮีชอลยังคงมีความสุข “ทานแล้วครับ”
/แล้วอร่อยไหม/
เสียงใสแว่วเสียงหัวเราะเบาๆทำให้คนได้ยินอดยิ้มตามไม่ได้ “ก็เหมือนทุกวัน แต่คงอร่อยกว่านี้ถ้าฮีชอลจะมาป้อน”
/อืมมมมม ซีวอน/
เสียงใสที่แปรเปลี่ยนเป็นหม่นเศร้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิด ที่เผลอไปสะกิดความรู้สึกที่ต่างคนต่างเก็บมันเอาไว้ จนต้องเปลี่ยนเรื่องที่ไกลห่างกับความรู้สึก “แล้ว ฮีชอลทานอะไรหรือยังครับ”
/ทานแล้ววว...ซีวอน../
“ครับ ฮีชอล” ชายหนุ่มรับคำปลายสายที่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็หายเงียบไป
/ซีวอน...ฮีชอล.ฮึก..ฮึก คิด..ฮึก..ถึงงงง/
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นผ่าลงที่กลางใจคนฟัง คำว่าคิดถึงที่ได้ยิน มันไม่ทำให้ดีใจขึ้นเลย หากว่าคิดถึงแล้วทำให้ฮีชอลต้องร้องไห้เสียใจ ชายหนุ่มยอม...ยอมที่จะให้ฮีชอลลืมเขาไป เผื่อจะได้ไม่ต้องเศร้าแบบนี้
“ให้ซีวอนไปหานะครับ อย่าร้องไห้ เดี๋ยวซีวอนไปหานะ” ชายหนุ่มอยากจะแล่นไปหาในทันใด ไปคว้าร่างเล็กเข้ามากอดปลอบไว้แนบอก กระซิบข้างหูเบาๆว่า ซีวอนอยู่นี้แล้ว ไม่ให้จากไปไหนอีกแล้ว
/ม่ะ..ฮึก..ไม่มา...ซีวอนอย่า..ฮึก.มานะ /
“แต่”
/รักซีวอนนะ..../
สัญญาณถูกตัดขาด แต่คำว่ารักยังคงก้องอยู่ในหูซึมซาบในหัวใจ น้ำตาเม็ดเล็กไหลออกมาโดยไม่รู้สึกตัว โทรศัพท์เครื่องเล็กค่อยเลื่อนออกห่างจากหู งานตรงหน้าไม่อาจร้องเรียกความสนใจได้อีกแล้ว
อยากไปหาเหลือเกิน..ทำไมฮีชอลต้องห้ามด้วยหล่ะครับ....
ชเว ซีวอนเปิดประตูห้องที่เต็มไปด้วยความมืด ไม่มีคนตัวนุ่มตาโตนั่งยิ้มให้เขาอย่างที่เคยเป็นมา มีเพียงแมวตัวโตนอนหงอยอยู่บนโซฟาที่รอเขากลับมาด้วยความเหงา
มือหนาเอื้อมมือไปเกาคางให้หัวเล็กกลมๆนั่น เสียงร้องเครือเมี้ยวๆ ที่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่มันช่างโหยหวนเหมือนกำลังร้องเรียกบางคนให้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง “คิดถึงแม่หรือไง ฮีบอม ฮีชอลก็คงคิดถึงเจ้าแมวตัวอ้วนกลมนี้เหมือนกันแหล่ะ ฉันสัญญานะว่าจะพาฮีชอลกลับมาให้ได้”
“เมี้ยวววววววววว”
เสียงร้องลั่นเหมือนเป็นคำตอบรับของความยินดี ดวงตาของแมวเป็นประกายของความดีใจทำให้นึกถึงคนที่มีดวงตาโตแก้มป่องเหมือนลูกแมว จนอดไม่ได้ที่จะโทรหาเพื่อระบายความคิดถึงที่การคุยโทรศัพท์ไม่อาจชดเชยได้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้พูดคุยบอกรักกัน
/ฮัลโหล ซีวอนน ถึงบ้านแล้วหรอ/
เสียงใสที่ได้ยินเป็นเหมือนน้ำฝนที่ตกลงบนอันแห้งแล้งช่วยลดความเศร้าลงไป “ครับ ถึงแล้ว แล้วฮีชอลหล่ะครับ ทำอะไรอยู่ ทานข้าวหรือยัง ให้ซีวอนไปรับแล้วเราไปทานข้าวกันไหมครับ” ชายหนุ่มหาหนทางให้ได้พบเจอ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆของมื้อเย็นก็ยังดี
/อื้ออ ไม่ต้องหรอก ฮีชอลทานข้าวแล้ว นี้ก็กำลังล้างจานอยู่ ซีวอนยังไม่ได้ทานอะไรหรอ ได้ไปซื้ออะไรมาติดตู้เย็นไว้บ้างหรือเปล่า ไม่ใช่ว่ามีแต่กระป๋องเบียร์หรอกนะ/
เสียงหวานสะบัดขึ้นสูง ทำให้ซีวอนต้องยิ้มกับตัวเอง ใบหน้าหวานๆตอนนี้คงกำลังพองลมอยู่แน่ๆ “เปล่าสักหน่อย มีอาหารของฮีบอมอยู่ด้วยตั้งหลายกระป๋อง ฮีชอลอย่าใส่ความซีวอนสิ ละเลยเขาแล้วยังมาใส่ความอีก แม่ฮีบอมใจร้ายจัง เนอะฮีบอมเนอะ”
/ใจร้ายตรงไหนกัน เดี๋ยวบอกให้ฮีบอมสั่งสอนเลย แล้วฮีชอลไม่ได้ละเลยซีวอนสักหน่อย คิดถึงซีอวนตลอดเลยรู้ไหม อยากกลับไปหา ไปกอดซีวอน/
เสียงหวานสั่นเครือ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่พูดคุยกัน ความรัก ความคิดถึง มักจะทำร้ายกัดกร่อนความเข้มแข็งให้หายไป อยากเหลือเกินที่จะปลอบคว้าเข้ามาใกล้แล้วบอกกับคนดีว่าอย่าร้องไห้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้ก็เพียงแค่ชักจูงให้หลุดจากความโหยหา “อยากกอดซีวอน หรืออยากโดนซีวอนกอดกันแน่นะ”
/ลามก อ่ะ/
/เพล้ง...........โอ้ยย/
“ฮีชอล ฮีชอล เป็นอะไรครับ ได้ยินซีวอนหรือเปล่า ฮีชอล..” เสียงดังที่ลอดเข้ามาในโทรศัพท์ทำให้ชายหนุ่มตกใจ ร้องเรียกชื่อคนรัก แต่กลับไม่มีเสียงตอบ อะไรเลย
/ฮีชอลนายทำอะไรของนาย มัวแต่คุยโทรศัพท์กับผู้ชาย ไปบอกใครเขาจะเชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แล้วดูสิเนี่ย จานฉันแตกหมดแล้ว รีบเก็บให้หมดเลยนะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าคุยกันอีกนะ จะบ้าตาย ฉันคิดผิดใช่ไหมที่เอาพวกผิดเพศมาเป็นพ่อของลูก เก็บให้หมดเลยนะ/
/ขอล้างแผลก่อนไม่ได้หรอมัน...เจ็บบบ/
/ไม่ต้องมาสำออยเลยนะ ฉันไม่ใช่ไอ้น้องชายของนาย เก็บให้หมดอย่าเหลือให้มันมาบาดฉัน/
/แต่โอ้ยยยย จองอาปล่อย เจ็บนะจองอา/
เสียงตอบโต้กันไปมาของคนปลายสาย แล้วตามด้วยเสียงหวานที่ร้องลั่นด้วยความเจ็บและความกลัว กระตุกความยับยั้งสุดท้ายให้หายไป ซีวอนกดโทรศัพท์ทิ้งก่อนออกจากห้องไปทั้งที่พึ่งกลับมาถึง
รถที่ว่าวิ่งด้วยความเร็วสูง ปาดหน้าใครหลายคนให้โดนด่าส่ง แต่มันก็ช้ากว่าหัวใจที่โบยบินไปหาเจ้าของ ด้วยความเป็นห่วงเหลือแสน ทั้งที่เขารักแลดูแลไม่เคยทำร้าย แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครถึงได้ทำร้ายคนที่เขารักแบบนี้
“เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มมาหยุดยืนหน้าประตูห้องที่เขารังเกียจอีกครั้ง มือหนาทุบมันลงไปแรงๆ หากชักช้าไม่ทันใจ เขาคงจะพังมันเข้าไปเพื่อไปหาคนรัก
“ครับ มาเปิดแล้วครับ โอ้ยย”
เสียงที่คุ้นเคยจากอีกฝากของประตูทำให้ใจที่ร้อนลุ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว เหลือแต่ความโกรธเกลียดเจ้าของห้อง
“อ่ะ ซีวอน” บานประตูเปิดออก เห็นเป็นชายหนุ่มร่างสูงที่หัวใจคุ้นเคย ความคิดถึงผลักดันให้ตัวลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอุ่นโดยไม่รู้ตัว “คิดถึงซีวอนที่สุดเลย”
สองแขนหนาโอบรัดร่างบางแน่น เกลือกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมกลิ่นหอมที่หายไปแต่ไม่เคยลืมเลือน “ซีวอนก็คิดถึงฮีชอลครับ”
“เข้าไปข้างในก่อนนะ” ร่างเล็กผละออกจากอ้อมอกหนา ใช้มือซ้ายข้างที่ไม่ถนัดฉุดรั้งมือใหญ่ให้ตามเข้ามา รอยยิ้มพราวขึ้นเต็มใบหน้า
ความดีใจที่ได้เจอปลิวหายไปทันที เมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับผ้าพันแผลสีขาวที่พันรอบมืออย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่า ฮีชอลเป็นคนทำแผลให้ตัวเอง เพราะแม้จะพันอย่างเป็นระเบียบ แต่การมัดแบบหลวมๆเป็นปมใหญ่ เป็นฝีมือฮีชอลที่เขาจำได้ไม่ผิดเพี้ยน
แล้วคนที่อยู่ร่วมห้องไปไหน....ทำไมไม่ช่วยทำแผลให้
“ฮีชอลครับ เจ็บไหม” เมื่อถูกกดให้นั่งลงกับโซฟาชายหนุ่มก็คว้าเอามือขวาที่เรียวบางขึ้นมา ลูบไล้ที่ผ้าพันแผลอย่างแผ่วเบา สบสายตากับเจ้าของมือด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เจ็บแล้ว ทำแผลแล้วนี้ไง” ปากอิ่มแย้มยิ้มปลอบใจคนรัก โชว์มือที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวซึมรอยสีแดงจากเลือดให้คนรักดู พยายามจะบอกว่าไม่เจ็บแล้ว ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่
“ครับ ไม่เจ็บแล้วก็ได้ แต่ซีวอนมัดปมผ้าให้ใหม่นะครับ แล้วนี้จองอาไม่อยู่หรอครับ””
“อือ ไม่อยู่หรอก” ใบหน้าหวานพยักหน้าขึ้นลง แววตาเต็มไปด้วยความดีใจ เกือบอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอ ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นแบบนี้ มองดูมือหนาที่พันผ้าและจัดใหม่ให้เป็นระเบียบก่อนขมวดมัดให้สวยงามและสะดวกในชีวิตประจำวัน “ขอบคุณครับ คุณซีวอน”
“ไม่เป็นไรครับ คุณฮีชอล” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อหัวเราะรับอย่างอารมณ์ดีก่อนเล่นตามที่คนรักเล่นมา แต่แล้วสายตาคมก็ปปะทะเข้ากับรอยแดงเป็นปื้นที่บวมเห่อเป็นจุดอย่างตกใจ คว้าข้อมือเล็กเข้ามาดูชัด แล้วถามด้วยเสียงเครียด “นี้อะไรฮีชอล ไปโดนอะไรมา”
“อ่ะ ไม่มีไรหรอกซีวอน อย่าทำหน้าเคร่งแบบนั้นสิ คิดถึงซีวอนจังเลย มาให้ฮีชอลกอดหน่อยนะ” ร่างบางโถมตัวเข้าหาชายหนุ่มเลี่ยงตอบเรื่องรอยแดงปื้นใหญ่ที่อยู่บนข้อมือ
“ฮีชอล” ซีวอนเรียกชื่อคนรักด้วยเสียงเรียบจัด เบี่ยงตัวหนีอ้อมแขนเล็กๆ รู้ทันว่านี้คงเป็นการแกล้งเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะคว้าข้อมือซ้ายขึ้นมาดูอีกข้าง และมันก็แดงไม่ต่างกัน “ไปโดนอะไรมา ตอบซีวอนมานะครับ”
ใบหน้าหวานบูดบึ้ง ก้มหลบสายตาคมที่จ้องมองเขม่ง ขบกัดริมฝีปากตัวเอง หาคำตอบที่จะทำให้ชายหนุ่มพอใจ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งอับจนหนทาง “ก็...เอ่อ...”
“ตอบครับ ฮีชอล”
ร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบสายตา สะดุ้งสุดตัวยามได้ยินน้ำเสียงเรียบจัดอยากจะชักมือทั้งสองข้างออกก็ไม่ได้ สุดท้ายก็จำต้องตอบตามความจริง “ผงซักฝอกมันกัด แต่มันคงไม่ได้ตั้งใจหรอก อย่าโกรธมันเลยนะ” ปลายเสียงลงท้ายออดอ้อนหวังว่าจะทำให้ชายหนุ่มคลายความโกรธลง
“ไม่ตลกนะฮีชอล อยู่กับซีวอนทำไมไม่เคยเป็น แล้วรู้ว่าตัวเองแพ้ทำไมยังจะไปโดนจนมันแดงปื้นแบบนี้” ชายหนุ่มมองข้อมือแดงก่ำที่คงแสบไม่น้อยด้วยความเป็นห่วง และเพราะเป็นห่วงมากถึงได้ทำให้รู้สึกโกรธคนที่เขาดูแลมาตลอดกลับไม่ดูแลตัวเอง
“ก็...เสื้อผ้าของเราฮีชอลซักเครื่องนิหน่า”
“ที่นี้ก็มีเครื่องซักผ้า” ชายหนุ่มหันไปมองเครื่องซักผ้าที่ตั้งหลาอยู่
“มันก็ใช่...แต่เสื้อผ้าบางชุดมันต้องซักมือ” ร่างบางตอบคนรักเสียงแผ่ว พยายามจะดึงข้อมือให้หลุด แต่มือที่จับไว้ก็แน่นเกินกว่าจะจับไว้ได้
“ชุดใคร”
คำถามสั้นๆที่เหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ทำให้ฮีชอลไม่กล้าตอบ เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากพี่น้อง จนกลายเป็นคนรัก มีหรือที่จะไม่รู้จักนิสัยของซีวอนดี แม้จะเป็นคนใจดี แต่ถ้าลองเป็นแบบนี้ แม้แต่ตัวฮีชอลเองก็อาจโดนดุไปด้วย
“ซีวอนถามให้ฮีชอลตอบ ไม่ใช่ให้เงียบแบบนี้”
“ชุดของจองอา”
“ก็แล้วทำไมเขาไม่ซักเอง แล้วดูมือของฮีชอลสิ ทำไมครับที่ซีวอนดูแลฮีชอลเพราะผมไม่อยากให้ฮีชอลเจ็บ แต่ทำไมฮีชอลไม่ดูแลตัวเองเลย”
นั่นไงหล่ะ ซีวอนคนที่เคยเป็นน้องชายตัวแสบ เริ่มบทเทศน์ขึ้นมาแล้ว คนอย่างฮีชอลคงได้แต่ก้มหน้าแก้ตัว หาทางผ่อนคลายอารมณ์กรุ่นๆนี้ “อื้ยยย ใครว่า ฮีชอลทายาแล้วนะ อีกสองสามวันก็หาย คราวที่แล้วยังหายไวเลย”
“คราวที่แล้ว?” ชายหนุ่มกดเสียงหนัก จ้องมองใบหน้าที่ก้มต่ำ “แล้วฮีชอลก็ยังทำให้เขาอยู่แบบนี้หรอครับ กลับบ้านกับซีวอนเดี๋ยวนี้”
“ไม่ได้ ฮีชอลไม่กลับนะ” มือเล็กบิดสุดแรงดิ้นรนให้พ้นจากมือหนาที่แข็งเสียยิ่งกว่าเหล็ก
“ฮีชอล อย่าดื้อกับผมนะ”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปบ่งบอกอารมณ์ที่ร้อนจัดจนใกล้ปะทุ แต่ฮีชอลก็ยังพยายามบิดมือออก จนมือหนาเลื่อนลงมาบีบแน่นตรงข้อมือที่แดงเถือก “อื้ยย เจ็บ”
เพราะเสียงร้องที่บอกว่าเจ็บทำให้ชายหนุ่มยอมปล่อยมืออก ข้อมือเล็กแดงก่ำทั้งจากที่ถุกผงซักฟอกกัด และแรงจับของตนเอง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา แต่เมื่อมองดวงตากลมที่มีแววของความดื้อรั้นความโกรธก็เข้ามาแทนที่
ดวงตาโตมองใบหน้าคมที่นิ่งเฉยแต่ก็ยังไม่กล้าจะสบสายตา ความเงียบกำลังกดดันบีบรัดเข้ามา คิดอยู่ว่าต้องทำยังไงให้คนที่กำลังโกรธจัดหายโกรธ แต่ยังไม่ทันนึกออก ร่างสูงก็ลุกขึ้นออกไปจากห้อง พร้อมเสียงประตูดังสนั่น
“ซีวอน...” ฮีชอลทำได้เพียงครางร้องเรียกชื่อคนรักอยู่ในห้องที่เงียบสนิท น้ำตาเม็ดเล็กจวนเจียนจะไหลออกมา รู้ตัวว่าผิด แต่ที่ทำไปก็เพราะมีเหตุผล อยากจะทำให้คนรักได้รู้เบาใจว่าสามารถดูแลตัวเอง และผู้หญิงพร้อมลูกในท้องได้
ร่างบางรีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนขนาดเล็กที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพียงห้องเก็บของ คว้าโทรศัพท์กดหาคนที่จากไปพร้อมอารมณ์กรุ่นร้อน แต่สัญญาณรอสายก็ดังนานจนกระทั่งมันตัดไป เป็นแบบนี้อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงตอบรับบอกว่า เจ้าของเบอร์ปิดเครื่องไปแล้ว
“ฮีชอลขอโทษ ซีวอนอย่าโกรธฮีชอลเลยนะ”
ชายหนุ่มเดินออกจากห้องด้วยความโกรธจัดอย่างที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อนกับคนรักของเขา
ทั้งที่รักมาก ดูแลมาก แต่กลับต้องมายอมให้คนอื่นมารังแก ทั้งที่เป็นห่วงเหลือแสน แต่เจ้าตัวกลับทำดื้อรั้น ยอมอยู่เพื่อจะถูกทรมานอยู่แบบนี้ ไม่รู้หรือไงว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน แบบนี้ก็เท่ากับว่าความเป็นห่วงของเขามันไร้ค่า....
เสียงเพลงหวานซึ้งดังขับขานจากมือถือเครื่องเล็ก ที่ไม่ต้องดูก็รู้ว่าใครโทรเข้ามา แต่ซีวอนรู้ดีว่าอารมณ์ตอนนี้ร้อนจัดเกินกว่าจะพูดกันรู้เรื่อง จึงปล่อยให้เสียงเพลงมันดังอยู่อย่างไม่สนใจจะรับ
เสียงเพลงดังขึ้นอีกสองสามครั้งขัดสมาธิที่จดจ่ออยู่กับท้องถนน มิสคอลที่ทิ้งไว้ก็มีเพียงเบอร์เดียวของคนเดียวในหัวใจ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินกดปิดเจ้าอุปกรณ์สื่อสารราคาแพงที่ทำหน้าที่ได้ดีเกินไป
รถคันสวยจอดสนิทอยู่หน้าผับหรูที่เปิดเพลงเพียงแผ่วเบา ที่น่าจะช่วยดับอารมณ์ร้อนเกินกว่าจะกลับไปอยู่คนเดียวมองแมวที่ถอดสายตากลมๆโตๆจากแม่ของมันมาแบบเป็นพิมพ์เดียวกัน
ซีวอนเลือกที่นั่งด้านในสุด มีเพลงบรรเลงหวานเศร้าแผ่วเบา โต๊ะที่ไม่ห่างกันออกไป เป็นผู้ชายที่คงมีเรื่องทุกข์อยู่ในใจไม่ต่างจากเขา
เพราะไม่อยากเมาชายหนุ่มจึงเลือกสั่งน้ำเปล่ามาดื่มพร้อมของกินเล่นไม่กี่อย่าง ปล่อยให้เพลงเบาๆที่เปิดคลอพาให้ใจสงบ แต่ความตั้งใจกลับเปลี่ยนไป เมื่อผู้หญิงที่คุ้นตาปรากฏตัวขึ้น
ฮึ! เนี่ยหรอที่คนท้องเขาทำกัน
“จองอา ทำไมคุณใส่ส้นสูงแบบนี้ เกิดล้มไปขึ้นมาจะทำยังไง”
น้ำเสียงเป็นห่วงอย่างมากที่ซีวอนฟังออกด้วยความแปลกใจ แต่มันคงไม่เข้าสู่การรับรู้ของผู้หญิงที่ไร้ความเป็นแม่อย่างจองอา เลยสักนิด
“เรื่องของฉันหน่า นายเรียกฉันออกมาทำไม แทนที่ฉันจะได้เที่ยวสนุกๆ น่ารำคาญ”
“เรื่องของคุณคนเดียวที่ไหนกัน เด็กในท้องคุณเป็นลูกของผ...”
“หยุด ฉันบอกให้หยุด”
เสียงสูงขัดประโยคที่ซีวอนตั้งใจฟัง มือหนากำหมัดแน่น แม้จะยังไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของใครแต่เขาก็มั่นใจว่า ไม่ใช่ลูกของคนรักแน่นอน....
“ไม่ ผมไม่หยุด ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ เด็กคนนี้ต้องมีพ่อ แต่คุณกลับ~”
“ใช่เด็กคนนี้ต้องมีพ่อ แต่พ่อของเด็กคนนี้ชื่อ ฮีชอล หลานชายของประธานชเวกรุ๊ป ไม่ใช่พนักงานต๋อกต้อยอย่างนาย”
ใบหน้าคมขึ้นสันกรามชัดเจน เหมือนจะฉลาดที่คิดหาพ่อให้ลูกด้วยวิธีนี้ แต่ผู้หญิงคนนี้พลาดที่เลือกฮีชอล เขาไม่มีทางยอมให้ฮีชอลถูกผู้หญิงคนนี้ทำร้ายอีกแล้ว
“แล้วจำไว้ด้วยนะ ว่าคนอย่างนาย อย่าคิดมายุ่งกับฉันอีก แค่สนุกกันครั้งสองครั้ง อย่าคิดจะมาผูกมัดฉันได้”
หญิงสาวท่าทางมั่นใจก้าวเดินออกไปจากร้านไม่สนใจใคร แม้แต่ผู้ชายที่เธอพึ่งมาจากมาพร้อมถ้อยคำแสนทำร้าย หรือแม้กระทั่งผู้ชายที่นั่งฟังและจำทุกคำพูดอยู่ที่โต๊ะไม่ห่างกัน
ความรักใครต่อใครต้องการ...แต่เธอกลับปฏิเสธเพื่อแลกกับเงินทอง โดยไม่สนใจเลยว่าหนทางนี้จะทำร้ายใครบ้าง
“สวัสดีครับ ผมชื่อ ชเว ซีวอน นี้นามบัตรผมครับ ขอนั่งด้วยคนนะครับ” ซีวอนเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งเศร้า ก่อนแนะนำตัวพร้อมยื่นนามบัตรให้
ชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความสิ้นหวังรับนามบัตรมาดูพร้อมความเคลือบแคลง ก่อนสะดุดที่ตำแหน่งต่อท้าย ‘รองผู้บริหารชเวกรุ๊ป’ “เชิญครับ ผมชื่อ ซอง อิลกุก ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”
“เช่นกันครับ ผมต้องขอโทษที่เสียมารยาท แต่เมื่อสักครู่ผมได้ยินคุณพูดกับผู้หญิงคนนั้นเรื่องเด็กในท้องของเธอ ผมเป็นทั้งน้องชายและคนรักของฮีชอล คนที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเป็นพ่อของลูก ไม่ทราบว่าคุณ~”
“ไม่จริง เด็กคนนั้นเป็นลูกของผม” อิลกุกรีบพูดขัดขึ้นตั้งแต่ยังฟังไม่จบ ลูกของเขาจะต้องมีเขาเป็นพ่อเพียงเท่านั้น
ซีวอนยิ้มพอใจเมื่อได้ฟังคำยืนยันจากของผู้ชายตรงหน้า ความดีใจฉายชัดออกมา เขาไม่สนใจว่าเพราะอะไรผู้หญิงคนนั้นถึงต้องยัดเยียดลูกของคนอื่นให้กับฮีชอล แต่เขาจะไม่มีวันยอมเสียฮีชอลให้กับใครไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็ตาม “คุณแน่ใจใช่ไหมว่าเด็กเป็นลูกของคุณ”
“ผมแน่ใจ”
แววตาที่บอกชัดความแน่ใจได้มากกว่าคำพูด แต่บางครั้งความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ “ถ้าผมจะตรวจดีเอ็นเอ คุณจะมีปัญหาหรือเปล่า”
“ได้เสมอ ขอเพียงแค่ผมได้ลูกคืน”
“ดี งั้นวันพรุ่งนี้ตอนหกโมงครึ่งพบกันที่ล็อบบี้คอนโดของจองอา คุณจะได้ลูกและภรรยาของคุณคืน ส่วนผมก็จะได้คนรักของผมคืนเหมือนกัน” รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม พรุ่งนี้เขาจะกระชากหน้ากากของผู้หญิงคนนี้ และทวงคนรักของเขาคืน
“ขอบคุณนะครับ คุณซีวอน”
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ที่ผมทำไปก็เพื่อคนรักของผมเท่านั้น พรุ่งนี้เจอกันครับ” ชายหนุ่มวางเงินลงบนโต๊ะของตนเอง เดินออกจากผับแห่งนั้นด้วยความดีใจ นึกถึงวันพรุ่งนี้ที่เขาจะได้คนรักกลับมาอยู่เคียงข้างอีกครั้ง
มือหนากดส่งข้อความไปหาคนที่คงยังตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เขาทำเมื่อตอนหัวค่ำ.....ขอโทษนะครับคนดี นอนหลับฝันดี ซีวอน
“นี้ ทำไมเสื้อฉันเป็นแบบนี้ นายซักภาษาบ้าอะไรของนายห่ะ”
“อื้ยยย”
“โอ้ย นี้กล้าทำแบบนี้กับฉันหรอ ฮีชอล ถ้าฉันล้มไปลูกนายที่อยู่ในท้องฉันไม่รอดแน่”
“ก็ถ้าลูกจะเป็นอะไร ก็เพราะเธอออกไปเที่ยวกลางคืนทุกคืนนั่นแหล่ะจองอา โอ้ย เจ็บนะ เจ็บนะจองอา”
เสียงคุ้นเคยดังลอดออกมาจากห้องที่เขาไม่มีวันมาเหยียบอีกต่อไปนับจากคืนนี้ ทำให้ชายหนุ่มรีบวิ่งนำหน้าอีกหนึ่งคนที่ตามมา มือหนาตบประตูห้องดังลั่นด้วยอารมณ์โกรธไม่รู้ว่าภายในเกิดอะไรขึ้น แต่แน่ใจได้ว่า ฮีชอลของเรากำลังถูกทำร้าย
“โอ้ยจะเสียงดังไปไหน ไม่รู้จักมารยาทหรือไง” เสียงที่ตะโกนออกมาจากข้างใน พาให้ชายหนุ่มยิ่งกระหน่ำแรงลงไปบนประตูไม้ ไม่สนใจว่าใครอื่นจะหนวกหูแค่ไหน
“คุณ...นาย!”
“ซีวอน”
ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงจากหญิงสาวที่มาเปิดประตู กลับเดินชนหญิงสาวอย่างตั้งใจเพื่อเข้าไปหาร่างบางที่ทรุดอยู่กับพื้น ในดวงตากลมมีหยาดน้ำใสคลอ “ฮีชอลเป็นอะไรครับ ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรฮีชอล”
ร่างบางซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ส่ายหน้าไปมา ไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรออกมา ไม่สนใจสายตาเบิกกว้างของชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่หน้าห้อง หรือสายตาดูถูกของหญิงสาวที่เป็นแม่ของลูก
“ไม่ต้องร้องนะครับคนเก่ง ไม่ต้องร้อง ซีวอนมารับฮีชอลแล้ว” ซีวอนปลอบร่างเล็กที่กำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมกอด มือหนาลูบไล้ท่อนแขนเล็กเห็นรอยแดงจางอยู่บนต้นแขนเรียว
“ฮึ คนเก่งบ้าอะไร ทำเสื้อฉันขาดแบบนี้ มีดีแต่อ่อยผู้ชายหล่ะสิไม่ว่า”
เสียงกระแทกกระทั้นพร้อมสีหน้ารังเกียจจากหญิงสาวยิ่งทำให้ซีวอนที่กำลังเก็บความโกรธลงไป ยิ่งโกรธมากขึ้น จนไม่คิดจะเก็บอารมณ์อีกต่อไป ทั้งที่ยังมีร่างบางอยู่ในอ้อมกอด ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้า ฮีชอลกำลังร้องไห้อย่างหนัก แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ควรชดใช้
ซีวอนผลักร่างเล็กออกห่าง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมจ้องที่หญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนฝาดมือหนาหนักขึ้นตบใบหน้าที่แสนน่ารังเกียจด้วยแรงเพียงนิด แต่ก็มากพอสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง
“ซีวอน..../คุณ” สองเสียงประสานกันขึ้นในทันทีเมื่อเสียงลั่นระหว่างเนื้อที่ปะทะกันอย่างรุนแรง
ดวงตากลมมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ไม่เคยเห็นคนรักเป็นแบบนี้มาก่อน ทั้งที่กลัวมาก แต่กลับถลาเข้าไปหา กอดเอวหนาหวังคลายอารมณ์รุนแรงให้อ่อนลง
ซองกุกถลากายเข้ารองรับร่างหญิงสาวที่เขารักในทันที ก่อนผลักหญิงสาวที่ใบหน้าบวมเป่งไว้ด้านหลัง เผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า
“โดนแค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งเธอทำ” สายตาคมจัดที่หากเป็นมีดคงแหลมทิ่มแทงหญิงสาวจนเลือดอาบ มือที่ทิ้งข้างลำตัวกำแน่น แต่อีกข้างก็โอบรอบเอวบางที่สั่นเทาด้วยความกลัว ก่อนกระซิบที่ข้างหูเล็กด้วยความอบอุ่นเหมือนเป็นคนละคน “อย่ากลัวซีวอนนะครับ ที่รัก”
“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
จังหวะที่เงยหน้าขึ้นจากร่างเล็ก หมัดใหญ่ลอยเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ซีวอนก็เร็วพอที่จะเบี่ยงตัวคนรักไปด้านหลัง แต่มันไม่เหลือเวลาให้หลบ หมัดนั้นจึงปะทะเข้ากับมุมปากแบบเต็มๆ
มือหนาปาดเลือดที่มุมปาก สายตาจ้องมองผู้ชายที่ต่อยเขาก่อนเลยไปยังผู้หญิงที่กำลังยืนตัวซีดสั่นอยู่ด้านหลัง “ผมไม่โกรธที่คุณต่อยผม และผมก็ยังจะพูดคำเดิมว่านั่นมันน้อยไปกับสิ่งที่เขาทำกับฮีชอล จองอาเธอมีคนที่รักเธอมากขนาดนี้ แล้วทำไมยังต้องยัดเยียดเด็กคนนั่นมาให้ฮีชอลอีก”
“ซีวอนหมายความว่าไง” เสียงหวานจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มต้องส่งยิ้มหวานให้
“ก็หมายความอย่างที่ซีวอนพูดไงครับ” สายตาคมกลับมาจับจ้องหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวอีกครั้งด้วยความโกรธเกลียด “เด็กในท้องของผู้หญิงคนนี้เป็นลูกของผู้ชายคนนั่น ไม่ใช่ของฮีชอล”
“ไม่จริง คุณพูดอะไร” เสียงกรีดแหลมของหญิงสาวดังขึ้น กราดเกรี้ยวกับสิ่งที่ซีวอนพูดออกมา
“ฉันพูดความจริงไงหล่ะ ถ้าเธอท้องไม่มีพ่อ ฉันยังพอสงสารได้ แต่ทั้งๆที่พ่อของเด็กก็รักเธอแบบนี้ แล้วทำไมยังต้องยัดเยียดเด็กคนนี้ให้คนอื่น”
“ไม่จริง เด็กนี้เป็นลูกของฮีชอล นายก็รู้ใช่ไหมฮีชอล ใช่ไหม” หญิงสาวจ้องสายตาไปยังชายหนุ่มร่างบางที่ยืนห่างออกไป ไม่สนใจผู้ชายอีกสองคนในห้อง
“เอ่อ...คือ..” ฮีชอลอึกอักที่จะพูด ในสมองแทบจะไม่มีความจำในคืนนั้นเลย รู้เพียงแค่ถูกส่งแก้วให้ดื่ม แล้วมารู้สึกอีกครั้งก็เมื่อเจอตัวเองเปลือยกายอยู่ข้างเพื่อนสมัยมหาลัยคนนี้
“กล้าที่จะตรวจดีเอ็นเอไหมหล่ะ”
“เอ่อ..คือ..”
ซีวอนมองท่าทางอึกอักอย่างพอใจก่อนปรากฏรอยยิ้มของผู้ชนะออกมา มือหนาเกาะกุมมือเล็กที่ยังคงยืนนิ่งไม่เข้าใจเรื่องราว “ฮีชอลกลับบ้านเรากันเถอะครับ”
“จะไปไหน นายจะพาฮีชอลไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ฮีชอลต้องอยู่ที่นี้จนกว่าฉันจะคลอด แล้วเราจะไปตรวจดีเอ็นเอ” หญิงสาวรีบพาร่างเข้าขวางทาง ไม่ยอมให้ฮีชอลไปไหน แม้แผนที่วางไว้จะผิดไป แต่อย่างน้อยจนกว่าจะคลอดก็มีคนคอยรองมือรองเท้าให้สบาย
“ไม่ต้องหรอกมั้ง” ซีวอนล้วงหยิบกระดาษเอสี่ที่ถูกพับออกมาจากกระเป๋ากางเกง โยนใส่หน้าหญิงสาว “ พอดีว่าโรงบาลที่เธอไปตรวจมันเป็นของเพื่อนฉัน และถ้าไม่โง่เกินไปก็คงรู้นะว่าอายุครรภ์ของเธอกับวันที่อ้างว่ามีอะไรกับฮีชอลมันไม่ตรงกัน เงินที่ได้ไปฉันไม่เอาคืนเพราะถือว่าทำบุญกับเด็ก ส่วนคุณก็จัดการผู้หญิงคนนี้ให้ดีอย่ามายุ่งอะไรกับครอบครัวของผมอีก”
ซีวอนจูงฮีชอลผ่านร่างของหญิงสาวท้องอ่อนที่ยืนนิ่งพาออกไปนอนห้องไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แม้แต่สายตางงงันของร่างบาง
“กรีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
ซีวอนยิ้มเหยียดให้กับเสียงกรีดร้องจากในห้องดังไล่หลังออกมา แต่ก็ต้องชะงักขาเมื่อรู้สึกได้ว่าถูกมือเล็กกระตุกเบาๆ “ครับฮีชอล”
“งง ไม่เข้าใจ อธิบายให้ฮีชอลฟังหน่อยสิ”
เสียงหวานใสและดวงตาใสซื่อทำให้ชายหนุ่มมีความสุขได้ทุกครั้งแม้จะพึ่งผ่านเรื่องเครียดมา “ไม่บอกดีไหมหนา เด็กดื้อคืนนั้นก็เตือนแล้วว่าห้ามดื่ม แล้วมีอะไรก็ให้โทรหา”
“อือออไม่ได้ดื้อสักหน่อย แต่โดนเพื่อนแกล้งต่างหาก บอกเถอะนะ นะ ” จากที่กุมมือกันอยู่ เปลี่ยนเป็นแขนเรียวกอดท่อนแขนใหญ่ซุกหน้าลงไปพร้อมกับแก้มใสที่พองลม หากอยู่ด้วยกันสองคนคงไม่แคล้วพาตัวขึ้นมานั่งตักออดอ้อนเป็นแน่
“บอกก็ได้ครับ แต่ฮีชอลต้องปลอบใจซีวอนก่อน รู้ไหมว่าซีวอนนะตกใจขวัญหายหมดเลย” สายตาคมแกล้งไม่รู้ไม่เห็น ถอยห่างร่างเล็กเมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์ที่เพียงแค่สองคน
“โอ้ๆๆ ขวัญมานะครับ น้องซีวอน” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครร่างเล็กจึงเขย่งตัวขึ้นนิด ริมฝีปากนาบลงกับแก้มสากของคนตกใจขวัญหาย
“อะไรแค่นี้เองหรอ ไม่หายตกใจหรอก มันต้องตรงนี้” นิ้วชี้ไปยังตรงนี้ที่ว่า มันคือริมฝีปาก
“อึ้ย ที่แก้มไม่พอหรอ” เสียงใสต่อรอง
“ไม่พอหรอกครับ ไหนจะตกใจ ไหนจะเหนื่อยที่ต้องพาคุณซองกุกไปขอใบตรวจ”
ร่างเล็กฟังคำพูดของคนรัก กัดปากครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจนายริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะถอยห่างอย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้าเกินไปเมื่อมือหนารั้งท้ายทอยเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แม้ประตูลิฟต์จะเปิดออกแล้ว
“ซีวอนแกล้งอีกแล้ว” ฮีชอลกะเง้ากะงอดเดินตามการจูงของคนรักไปขึ้นรถคนหรูที่จอดอยู่ไม่ห่าง
“แกล้งตรงไหนกัน ออกจะรักมาขนาดนี้ งอนแบบนี้ไม่อยากฟังหรอครับ” รอยยิ้มกริ่มปรากฏขึ้นเมื่อเปิดประตูรถให้คนขี้งอนเข้าไปนั่ง
“ก็แล้วจะเล่าไหมหล่ะ” เสียงหวานเชิดสูงเบือนหน้าหนี หันไปมองอีกทาง จนชายหนุ่มเดินอ้อมมาขึ้นรถฝั่งคนขับ
“เล่าสิครับ ฮีชอลหน่ะไม่ได้นอนกับผู้หญิงคนนั่น และก็ไม่ได้เป็นพ่อของใคร พอใจหรือยังครับคุณแม่ของฮีบอม”
“ซีวอนอ่ะ แต่ก็แปลว่า ฮีชอลไม่ได้มีอะไรกับจองอาใช่ไหม”
“ครับผม” ซีวอนยิ้มรับให้กับน้ำเสียงร่าเริง และความสดใสที่กลับมาของคนรัก ละมืออกจากพวงมาลัยมารั้งหัวเล็กให้ซบอยู่กับบ่าอย่างมีความสุข
“ดีจังเลยเนอะ ฮีชอลรักซีวอนที่สุดเลย”
“ซีวอนก็รักฮีชอลที่สุดเหมือนกันครับ”
ในห้องนอนแสนอบอุ่นที่ไม่ได้กลับมานาน ฮีชอลกำลังทำแผลมุมปากที่ถูกต่อยให้คนรัก มือบางกดน้ำหนักลงไป ตั้งใจให้ชายหนุ่มเจ็บตัว
“โอ้ย ฮีชอลเบาๆสิครับ ซีวอนเจ็บนะ” มือหนารวมมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สอดประสานสายตาคู่กลม
“สม ซีวอนตบหน้าจองอา แล้วยังทำหน้าดุมากด้วย คราวหลังจะเกิดอะไรขึ้น ก็ห้ามทำแบบนี้อีกนะ ไม่ดีเลยเป็นผู้ชายแต่ทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ ฮีชอลยังกลัวเลยรู้ไหม” ร่างบางอดไม่ได้ที่จะเตือนคนรัก
“ฮีชอลไม่ต้องกลับซีวอนหรอกนะครับ แต่ผู้หญิงคนนั้นโดนแค่นี้มันน้อยไปจริงๆ เขาหลอกลวงฮีชอล ทำร้ายฮีชอลคนที่ซีวอนรัก” ซีวอนจุมพิตแผลบนฝ่ามือเล็ก ลูบไล้รอยแดงบนแขนผ่อง ยิ่งเห็นก็ยิ่งเกลียดผู้หญิงที่มาทำร้ายคนที่เขาถนอมตลอดมา
ร่างบางเข้าซุกในอ้อมแขนกว้าง เก็บก้อนสะอื้นของความดีใจเอาไว้ข้างใจ “ขอบคุณนะที่รักฮีชอล ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน ฮีชอลก็รักซีวอน ถ้าไม่มีซีวอน ฮีชอลก็อยู่ไม่ได้ อย่าทิ้งฮีชอลนะ”
“ครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซีวอนจะไม่ทิ้งฮีชอล จะรัก และดูแลแบบนี้ตลอดไป”
(ของแถม...เล็กๆ)
“ฮีชอลนี้อะไรครับ” ในสายของวันหนึ่ง ซีวอนเดินซองฟลอยสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เจอมาจากกระเป๋าตังค์คนรัก เขามาถามเจ้าของถึงในครัว
“อะไร” ดวงตากลมละจากอาหารในหม้อซุปมามองสิ่งของในมือชายหนุ่มแล้วก็ต้องหน้าแดงกล่ำ “ก็...ถุงยางไง”
“แล้วฮีชอลพกทำไมครับ”
“ก็แบบบ..เพื่อ...แบบคืนนั้นอะ...ฮีชอลจะได้ ป้องกันได้ไง” หน้าคนตอบแดงก่ำ กัดปากเอาไว้กว่าจะหลุดออกมาได้แต่ละทีช่างยากลำบาก
ซีวอนจะถามทำไมก็ไม่รู้......
“อ่ะ... ซีวอนไปไหน วางลงก่อน ฮีชอลทำซุปอยู่นะ” ร่างเล็กร้องลั่นเมื่อถูกอุ้มขึ้น ทิศทางที่ถุกพาไปแน่ใจว่ามันคือห้องนอนแน่ๆ
“ช่างซุปมันเถอะครับ ซีวอนจะพาฮีชอลไปใช้เจ้านี้ไงครับ” ซีวอนเองก็กัดปากพูด แต่ไม่ใช่เพราะความเขินอาย มันเป็นเพราะทนความน่ารักของคนรักไม่ได้อีกแล้ว
แล้วอย่าหวังจะเพื่อไปใช้ป้องกันกับใครเลย คนดีของซีวอน.......
Talk
จบแล้วคะ จบแบบไร้สติ(เหมือนเดิม) อย่าหาความสมจริงเลยนะคะ เอาแค่ความมั่วและรั่วก็พอ เจอกันที่ฮวาคืนชีพนะคะ
ขอบคุณทุกคอมเม้มท์นะคะ
Dr. Fu
ความคิดเห็น