หยูเหวินหยา อนุต้องสาป (สนพ.ปริ๊นเซส สถาพรบุ๊คส์)

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 719,415 Views

  • 4,286 Comments

  • 12,336 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    376,886

    Overall
    719,415

ตอนที่ 4 : หยูเหวินหยา ตอนที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3343 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

เกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนตัวมาพักยังโรงเตี๊ยมในยามค่ำคืน การเดินทางจากเมืองใต้สู่เมืองเหนือใช้เวลานานหลายวันเสียจนทุกชีวิตแสนเหนื่อยล้า กระทั่งในที่สุดเหวินหยาก็มาถึงยังหน้าจวนแม่ทัพ 


บานประตูแดงสองบานใหญ่โตเสียจนเซียงเซียงตะลึงค้าง แค่ลำพังเสาที่ใช้คำยันปากทางเข้าจวนก็มากถึงสิบเก้าต้น ด้านหน้าประดับโคมและหินแกะสลักเป็นรูปสัตว์มงคลคู่แสดงความมีอำนาจและขจัดปราณชั่วร้าย


ร่างทหารถมึงทึงสองนายที่ยืนอยู่หน้าด้ามจับหัวทองรูปพยัคฆินทร์ยืดแขนข้างที่ถือทวนกางไขว่กันขวางกั้นเป็นรูปกากบาท 


สาวใช้พลันรีบบอกความว่าหญิงนางที่นั่งในเกี้ยวคือคุณหนูหยูเหวินหยา ฮูหยินคนใหม่แห่งจวนแม่ทัพ 


ทว่าสีหน้าไร้อารมณ์ของทหารหาญกับตั้งตรงไม่แลเหลียวดุจรูปปั้นที่มีไว้ประดับจวนก็มิปาน เขามีหน้าที่รับคำสั่งโดยตรงจากผู้เป็นนายเพียงเท่านั้น


ร่างบางกระฟัดกระเฟียดหนักด้วยคนสกุลเหิงช่างไร้มารยาทกับสกุลหยูมาหลายครั้งหลายครา 


ขนาดคุณหนูจะมาเป็นฮูหยินของจวนนี้แต่กลับไม่มีการต้อนรับใดๆ แม้แต่จะเปิดประตูให้ก็ยังไม่ทำ ทั้งที่ความจริงบ่าวไพร่ในจวนควรจะมาตั้งแถวอย่างพร้อมพรั่ง


เซียงเซียงกระซิบสถานการณ์ให้เหวินหยาที่อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวฟัง นางพลันสะท้านสั่นไปทั้งขั้วใจ 


..นี่สินะความรู้สึกที่เหวินหยาคนเก่าได้รับ การดูแคลนและหยามเหยียดเสมือนนางมิใช่คน!


สองมือนางจับประสานและกำเกร็งอยู่บนหน้าตักแสดงความอึดอัดและเจ็บหนึบก่อนตัดสินใจเอื้อนเอ่ยความเพื่อถอยหนึ่งก้าว


นางมาในฐานะเจ้าสาวหากอยู่หน้าจวนนานและไม่มีผู้ใดต้อนรับย่อมสร้างชื่อเสียเป็นเท่าทวี ประกอบด้วยเวลานี้รอบเกี้ยวเริ่มมีชาวบ้านมารายล้อมหยุดยืนดูงานมงคลที่แสนพิสดาร ไร้เสียงดนตรี ไร้คนจวนตอนรับ ไร้เจ้าบ่าวเตะเกี้ยว 


เหวินหยาตระหนักในทันทีว่าตัวนางคงไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงยอมโอนอ่อนให้อำนาจสามีนางเช่นกัน


ขบวนเคลื่อนย้ายตามคำสั่งของเจ้าสาวไปยังประตูหลังของจวน เมื่อด้านหน้าไม่เปิดรับ นางก็จะยอมถอยหนึ่งก้าวเข้าด้านหลังเพื่อให้เรื่องราวยุติ 


เกี้ยวแดงถูกหามลัดเลาะไปตามข้างกำแพงสูง อาณาเขตจวนเหิงช่างกว้างขวางมีเวลานานเสียจนนางสามารถนั่งข่มใจตนจากเหตุการณ์เมื่อครู่ได้


ร่างหนาโอนเอนไปมาและหยุดลงเมื่อขบวนมาถึงยังที่หมาย เกี้ยวเจ้าสาวถูกวางลงพื้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างเซียงเซียงที่ยังคงกระซิบบอกเช่นเดิมว่าประตูหลังจวนปิด หากแต่ประตูนี้ไม่มีทหารคอยเฝ้า


“เคาะประตู” 


เหวินหยาออกคำสั่งแก่สาวใช้ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ความเดือดดาลที่สงบลงได้ในคราแรกถูกจุดขึ้นอีกครั้ง นางพยายามหลับตาแล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจ หมายให้อารมณ์ที่คุกรุ่นภายในเบาบาง


เซียงเซียงยักยิ้มในทันทีด้วยครานี้ได้ผล เมื่อประตูเล็กถูกเปิดออกปรากฏคนในจวนจำนวนมากที่ยืนเรียงราย 


อย่างน้อยคนในจวนก็ยังมาต้อนรับคุณหนูที่ประตูหลัง ร่างบางคิดอย่างชื่นมื่น หากแต่รอยยิ้มก็ต้องหายไป เมื่อหนึ่งในคนที่ยืนทอดกายเบื้องหน้าเอื้อนเอ่ยบางคำ


“มาผิดจวนหรือไม่! ที่นี่คือจวนแม่ทัพเหิง ไม่มีงานมงคลใด เหตุใดเกี้ยวเจ้าสาวจึงพยายามจะเข้าจวนนี้” เสียงจากฮูหยินใหญ่ นามว่าชิงหนิงกล่าวชัด


“ใช่! ท่านพี่กล่าวถูกต้อง นำขบวนกลับไปซะ” ฮูหยินรอง นามว่าวันเอ๋อเอ่ยเสริม


สองนางยืนแอ่นกายอรชรดุจเจ้าที่ๆหวงถิ่น ถ้อยคำข่มเจ้าสาวดังเสียจนเหวินหยาที่นั่งในเกี้ยวได้ยินชัดถ้อยชัดคำ 


นางหมดสิ้นความอดทนพลันดึงผ้าคลุมแดงออกเหลือเพียงผ้าที่พันเร้นใบหน้าเว้นไว้เพียงดวงตาให้มองเห็นภาพเบื้องหน้าเท่านั้น 


ร่างหนาย่างกายออกจากเกี้ยวหลังใหญ่ ความคับแคบพลางถูกสลัดทิ้ง เวลานี้นางเห็นผู้คนที่ยืนเรียงรายด้านหน้าอย่างชัดเจน และพอเดาได้ทันทีว่าใครมีอำนาจมากที่สุดในสถานการณ์นี้ 


ทั้งเครื่องแต่งกายสีสันจับตา ทั้งเครื่องประดับติดศีรษะลงมาถึงต่างหูระย้าที่มีทั้งเพชรทั้งพลอยหลากรูปลักษณ์ และหยกงามที่เหน็บพกข้างเอวซ้ายขวาหลากหลายแบบ แสดงความร่ำรวยของสองนางที่แข่งกันแต่งจนเหวินหยาอดคลี่ยิ้มบางขันในความอวดตัวของสองฮูหยินไม่ได้


ร่างหนาย่อตัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพ ด้านคนสกุลเหิงได้ประจักษ์เห็นหญิงชุดแดงร่างใหญ่ที่ก้าวออกจากเกี้ยวมงคลก็หวาดผวา เผลอก้าวถอยหลังแล้วเบี่ยงหน้าหลบอย่างเดียดฉันท์ เกรงในรูปลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าที่พันโพก


“ข้าหยูเหวินหยามาที่นี่เพราะสัญญาระหว่างแม่ทัพเหิงและท่านพ่อของข้า ว่าสองตระกูลจะเกี่ยวดองกัน ขอให้ทุกคนช่วยเปิดทางและนำพาข้าไปยังเรือนพักด้วย”


สิ้นคำของเหวินหยา ชิงหนิงก็ตอบโต้ในทันที สาสน์ในกระดาษม้วนเล็กแนบติดกับขานกพิราบที่โบยบินมาจากแดนไกลได้บอกเล่าเรื่องราวทุกอย่าง หากแต่นางหารับได้ไม่ ด้วยเกรงในความกาลกิณีของเหวินหยาจะทำจวนแม่ทัพมีโชคร้าย นางจึงกีดขวางด้วยการแสร้งไม่รู้ไม่เห็น


“ข้าไม่ได้รับแจ้งข่าวใดจากท่านพี่สักเพียงนิด เจ้าจะมาแอบอ้างเช่นนี้คงไม่เหมาะสมนัก เพราะท่านพี่ข้าไม่มีทางตาต่ำถึงขนาดเอาหมีควายอัปลักษณ์อย่างเจ้ามาทำเมียหรอกนะ หึหึ!” 


ร่างบางพูดพลางหันไปหัวเราะต่อกระซิกกับวันเอ๋ออย่างหยามเหยียด


ฝ่ามืออวบอูมของเหวินหยากำแน่นจนชุดเจ้าสาวสีแดงขึ้นรอย ริมฝีปากบางภายใต้ผ้าคลุมขบเม้มเข้าหากัน ด้วยความเจ็บใจท้ายที่สุดนางก็ถูกกลั่นแกล้งและไม่เป็นที่ต้อนรับตามที่คาดการณ์ 


วิญญาณใหม่ที่ฟื้นคืนพลันยิ่งสงสารเหยินหยาคนก่อนที่ดับม้วยไปยิ่งนัก หากแต่เวลานี้ นางได้กลายเป็นเหวินหยาผู้ต้องสาปไปเสียแล้ว ดังนั้นเรื่องใดที่เกิดกับร่างนี้จึงเป็นเรื่องของนางทั้งสิ้น


“แต่ข้ามีหน้าที่มาทำตามสัญญา หากแม่ทัพเหิงกลับมาทุกคนในจวนก็จะรู้แจ้ง” ร่างหนากล่าวยืนยัน


“หากเจ้าดึงดันเช่นนั้นก็แล้วแต่หนา ทว่าข้าคงให้เจ้าพักที่จวนไม่ได้หรอก ถ้าเจ้ายืนยันจะรอสามีข้ากลับมาก็ไปนอนรอในเกี้ยวเจ้าสาวของเจ้าเถิด หึหึ!” ชิงหนิงซ้ำเติม


ในใจเหวินหยาตระหนักได้ หากนางจะถอยกลับไปบ้านสกุลหยูในดินแดนใต้ก็คงไม่ได้รับการต้อนรับ เพราะหยูเกาผู้เป็นบิดาได้ออกคำสั่งไว้ ว่าหากกลับไปจะตัดพ่อตัดลูก นางจำได้ชัดเจนจากภาพความความหลังที่ร่างนี้ทิ้งไว้


“นั้นข้าจะรอ” 


คำของเหวินหยาทำเอาสองฮูหยินและคนในจวนตะลึงค้าง ด้วยไม่คาดคิดว่าหญิงตรงหน้าจะกล้าบอกว่าขอรอทั้งที่ถูกแกล้งขนาดนี้


กายมหึมาย่อตัวทำความเคารพอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นไปบนเกี้ยวเจ้าสาว ฉับพลันประตูจวนก็ถูกปิดลง ทิ้งให้เจ้าสาวหม้ายไร้เจ้าบ่าวไร้ที่พึงพิง 


ถึงแม้วิญญาณใหม่ของเหวินหยาจะอายุเพียงสิบเจ็ด หากแต่นางก็ฉลาดเฉลียวและมีความเป็นผู้ใหญ่พอตัว ด้วยต้องเข้าวงการรับผิดชอบงานแสดงหลากหลายมาตั้งแต่เจ็ดขวบ ดังนั้นนางจึงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ๆบิดาของร่างนี้ย้ำบอก


ขบวนเจ้าสาวย้ายเข้าพักที่บ้านไม้เล็กๆที่ติดกับหลังจวนแม่ทัพ มันตั้งตระหง่านอยู่ในระยะสายตาที่สามารถสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของคนในจวนได้ 


นางใช้เงินที่มีซื้อบ้านหลังนั้นต่อจากหญิงชราด้วยจำนวนมหาศาลจนหญิงผมขาวโพลนรีบโค้งคำนับยิ้มรับแล้วย้ายข้าวของออกอย่างเร็วรี่


ตั้งแต่วันนี้นางปณิธานกับตนเอง จะตั้งหลักปักฐานเพื่อรอการกลับมาของเจ้าบ่าวจากชายแดน 


ไม่ว่ายังไงนางจะเอาชนะสองฮูหยินที่พยายามกีดขวาง และเอาชนะชายใจเหี้ยมที่ทอดทิ้งนางอย่างไม่แยแส โดยการให้เขาออกมาน้อมเชิญนางกลับเข้าจวนด้วยตัวเองให้ได้


เหวินหยาสลัดชุดเจ้าสาวแล้วผลัดเปลี่ยนด้วยผ้าเหลืองเนื้อดีสมกับเป็นคุณหนูจากตระกูลที่ร่ำรวย เพราะการรอคอยสามีตามคำสั่งบิดามีท่าทีจะนานเป็นแรมเดือน 


คนแบกหามเกี้ยวและขบวนติดตามอำลากลับสกุลหยู เหลือเพียงตัวนาง เซียงเซียงและคนใช้อีกสามคนในบ้านหลังเล็ก หากแต่ยังดีที่เรือนไม้พอมีห้องหับให้คุณหนูได้พักเป็นการส่วนตัว


ร่างหนาทอดกายบนพื้นห้อง หลังตั้งตรงเชิดไหล่และใบหน้าเล็กน้อยสมดังกิริยาของคุณหนูตระกูลดัง จนหญิงรับใช้สังเกตทีท่าคุณหนูว่าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน 


แต่ก่อนนางเสมือนหมดอาลัยตายอยาก จับสิ่งใดทีก็ถอนหายใจที ยิ่งให้ส่องคันฉ่องยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะนางเกรงภาพที่สะท้อนกลับมาจนไม่เคยคิดจะแตะต้องแม้เพียงนิด ในห้องหับที่พักจึงแทบจะไม่มีของสิ่งใดที่สะท้อนภาพได้ประดับห้องตามคำสั่งคุณหนูสักชิ้น


ทว่าเวลานี้ คุณหนูของนางกำลังนั่งจับเลื่อนคันฉ่องที่สั่งให้ซื้อมา ให้ตรงกับใบหน้าตน นัยน์ตานางทอดมองไปยังเงาที่สะท้อนเห็นตุ่มไตอันน่าสะพรึง 


ปลายนิ้วนางเลื่อนลูบไล้หมายสำรวจนับตุ่มหนองนั้น หากแต่มันเยอะจนนับไม่ถ้วน นางจึงหลับตาสงบใจที่ว้าวุ่น แล้วตัดสินใจลุกขึ้น เดินทอดกายออกจากตัวบ้าน


“คุณหนูจะไปไหนเจ้าคะ” เซียงเซียงรีบถามไถ่


“ข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย อยู่แต่ในห้องมาสองวัน รู้สึกอึดอัดจะแย่แล้ว เซียงเซียง! เจ้าไม่ต้องตามมา อยู่ที่นี่ช่วยเฝ้าข้าวของเถอะ”


คำตอบที่บอกว่าอยู่แต่ในห้องมาสองวัน รู้สึกอึดอัดจะแย่แล้ว ทำสาวใช้แสนฉงน 


พฤติกรรมคุณหนูเปลี่ยนไปจนนางสับสน ด้วยเพราะแต่ก่อนคุณหนูเคยอยู่แต่ในห้อง ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ใด ก็สามารถอยู่มาได้ถึงสิบเจ็ดปี หากแต่ตอนนี้แค่สองวันผ่าน คุณหนูกลับบอกว่าอึดอัด และยังขอไปเดินเล่นซึ่งไม่ใช่วิสัยคุณหนูที่นางรู้จักสักนิด

 

เหวินหยาเดินทอดกายมาเรื่อยจนหยุดอยู่บนเนินเขาเขียวชอุ่ม บนนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่หยั่งรากลึกแผ่กิ่งก้านเป็นแผงกว้าง ลำต้นสีเข้มบ่งบอกว่ายืนหยัดมานานชั่วอายุคน เงาไม้ร่มรื่นจนชวนให้นางอดทอดกายพาดพิงอิงแอบไม่ได้


เวลานี้ร่างหนาทิ้งตัว ทิ้งภาระ ทิ้งความเศร้า และความทุกข์จนหมดสิ้น 


นัยน์ตาใสค่อยๆหลี่ลงจนกระทั่งปิดสนิท นางผ่อนคลายจนเผลอหลับใหลไปใต้ร่มเงาระรวยรื่น ยามใบไม้ลู่สายลมเกิดเสียงราวกับเครื่องดนตรีบรรเลงไหว นำพาสติเหวินหยาค่อยๆดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความฝัน


นางเห็นอดีตกาลของเนินเขาลูกที่นางเหยียบย่ำหากแต่ตรงนั้นยังไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่นางได้อิงแอบและพักพิง 


ทิวทัศน์โดยรอบมีเพียงป่าไม้และพฤกษาชาตินานาพันธุ์ไร้ซึ่งตัวเรือนและถนนหนทาง มันสวยจับตาและหอมชื่นจับใจเสียจนพาให้นางเคลิบเคลิ้ม


นางนอนทอดกายแผ่บนพื้นหญ้า สายตาทอดมองนภากว้าง ใบหน้าเอียงไปด้านข้างจ้องมองร่างใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่เคียงกัน 


นัยน์ตาหวานสะท้อนภาพใบหน้าคมคาย ดวงตานิลขลับของเขาจ้องกลับมายังนางอย่างอ่อนโยน 


คิ้วดกดำเรียงตัวอย่างสละสลวยได้รูป จมูกโด่งขึ้นสันรับกับริมฝีปากหยักงามราวเทพบุตรในฝัน ใบหน้านั้นแย้มรอยยิ้มละมุนจนนางรับรู้ได้ถึงกลิ่นไอแห่งความรักที่คละคลุ้งไปรอบร่างทั้งสอง


ฉับพลันกายใหญ่เท้าศอกแกร่งเพื่อค้ำยันร่างตน เขาเอี้ยวตัวขนาบนางที่นอนเคียงข้าง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมจับลูบเส้นผมสีดำสลวยอย่างรักใคร่ สร้างความรู้สึกอบอุ่นละมุนละไมแผ่ซ่านมาร่างเล็ก นัยน์ตาทั้งสองจับจ้องกัน ราวกับต้องมนต์เสน่ห์แห่งรักของอีกฝ่าย


“ข้ารักเจ้าเหลือเกินอี้หลิน นางฟ้าของข้า” เสียงทุ้มนุ่มสะท้อนก้องในใจของหญิงสาว 


ริมฝีปากหยักเรียวสัมผัสลงหน้ามนอย่างทะนุถนอม หัวใจดวงน้อยพลันเต้นแรงตอบรับรักชายผู้นั้น


และแล้วเหวินหยาก็หลุดจากความฝันตื่นขึ้นด้วยความฉงน สมองน้อยตรึกตรองภาพที่ยังตรึงตรา หัวใจดวงเล็กทบทวนความรู้สึกที่ยังตรึงใจ 


ตอนนี้ความรักความอบอุ่นที่คละคลุ้งจากในฝันยังไม่เลือนหาย ทั้งใบหน้า ทั้งน้ำเสียง และสัมผัสจากชายผู้นั้นยังทำใจนางเต้นระส่ำ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.343K ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #3950 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 03:54
    ถ้าเป็นเหวินเหยานะ โดนทำขนาดนี้จะหอบสินสอดหนีไปตั้งหลักปักฐานเองเลย มีเงินตั้งมากมาย อยากทำอะไรก้อได้
    #3950
    0
  2. #2575 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 16:17
    พล็อตเรื่องแบบนี้ยึดเอาความเชื่อทัศนคติจารีตประเพณีเก่าแก่โบราณที่กดขี่เหยียบย่ำเพศหญิงมาเป็นแกนหลัก จีนปัจจุบันยังดีคือมีแบบนี้น้อยลงแต่ผู้หญิงในอีกหลายชาติต้องคำสาปซวยมีกรรมตั้งแต่เกิดเป็นผู้หญิงแล้ว สวยก็มีโอกาสเคราะห์ดีมากขึ้น

    เกิดเป็นหญิงในยุคคศ.20นี่ละโชคดีสุดแล้ว ถึงขี้เหร่ก็มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเพราะพ่อแม่ให้โอกาสมีการศึกษา
    #2575
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #1859 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:53
    ต้นไม้แปลกดี
    #1859
    0
  6. #700 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 14:20
    แค้นใจแทนจริงๆ ไม่ว่าท่านแม่ทัพจะเป็นใคร แต่อย่างน้อยให้เกียรติกันสักนิดก็ยังดี
    #700
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #474 Tiramisu cake (@Than-thara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 21:08
    สะดุดตรงคำว่า...หนา
    มันไม่ควรมีน่าาาา
    #474
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #156 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:09
    อยากให้เหวินหยาสวยมากๆ

    และเอาคืนยัยฮูหยินใหญ่

    ยัยฮูหยินรอง

    และเหิ่งเจี้ยง
    #156
    0
  11. #19 Nemo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:45

    ท่านพ่อนี่ก็แปลกๆนะรู้ว่าฝ่ายชายไม่เอาลูกตัวเองปฏิเสธชัดเจนยังจะบังคับให้ลูกสาวต้องเข้าบ้นฝ่ายชายให้ได้ จะด้วยฐานะอะไรก็แค่ขอให้เข้าไปไม่กลัวลูกสาวโดนรังแกเลยเหรอ โดนรังแกจนตายก็เท่ากับเสียลูกไปทั้งคนเลยนะ เสียทรัพย์สินเสียลูกสาวเสียชื่อเสียงเพราะฝ่ายชายไม่เอา มีแต่เสียกับเสีย สงส่ารนางเอกจะทำอะำรคามใจตัวเองก็ไม่ได้ อยากให้พ่อนางคิดได้เร็วๆจะได้เทเจ้าบ่าวคนนี้ไปหาผู้คนใหม่ซบ

    #19
    0
  12. #18 Phoomnguenpoon (@Phoomnguenpoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:22
    รอนะคะ
    #18
    0
  13. #17 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46

    รอจ้าอยากรู้จังว่าใครน่าสงสารนางเอกจัง

    #17
    0
  14. #16 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44

    ดีท่ีเหวินผยาคนใหม่ไม่ท้อแท้ปักหลักสู้ อยู่บ้านใกล้กันยังไงก็ต้องเห็นกัน ขออย่าให้ถูกกลั่นแกล้งโดยให้โจรเข้ามาบุกปล้นทรัพย์สินเงินทอง ไม่งั้นชีวิตจะยิ่งลำบากหนัก ถ้าเป็นเนื้อคู่กันมาแต่อดีตแล้วอย่างไรก็คงได้เคียงคู่กันอีกแน่นอน

    #16
    0
  15. #15 wawa_tt (@wawa_tt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:20
    ชอบค่ะ เอาคืนให้ได้นะหนูหยู ว่าแต่ฝันนี้มีเงื่อนงำอะไร รอๆจ้า
    #15
    0