หยูเหวินหยา อนุต้องสาป (สนพ.ปริ๊นเซส สถาพรบุ๊คส์)

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 704,746 Views

  • 4,214 Comments

  • 12,300 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    362,217

    Overall
    704,746

ตอนที่ 13 : หยูเหวินหยา ตอนสิบสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2227 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

 ดวงไถงผาดแสงเริ่มวันใหม่ เหวินหยาตระเตรียมกายพร้อมสำหรับเข้าวังหลวง 


นางผัดผ้าสีม่วงอ่อนเนื้อดีดูเรียบทว่าแฝงความสง่าหรู ไร้เครื่องประดับด้วยต้องคลุมปิดด้วยผ้าพันทับ นางยังคงซ่อนรูปงามอำพลางในความอัปลักษณ์ มีเพียงจี้หยกขาวที่เหน็บพกที่ชายเอวแต่พองามเท่านั้น


หญิงสาวเดินเคียงกับสาวใช้คนสนิทมายังหน้าเรือนใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่คนในจวนได้พบกับอนุต้องสาปผู้นี้ ทุกสายตาพลันจับจ้องและเดินหลีกหนี อากัปกิริยารังเกียจถูกแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งจนเซียงเซียงกัดเม้มริมฝีปากด้วยเดือดร้อนแทนคุณหนูที่รัก


“คุณหนูประเดี๋ยวข้าน้อยจะจัดการขี้ข้าพวกนี้ให้เจ้าค่ะ” สาวใช้เดือดดาล สายตาจ้องกวาดใส่คนใช้รอบด้านอย่างเอาเรื่อง หากแต่เหวินหยาได้กระซิบคำให้นางสงบลงเสียก่อน


买椟还珠 อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือฉันใด จงอย่าลดตัวไปต่อปากกับคนโง่จมปรักให้เสียศักดิ์ศรีฉันนั้น เข้าใจหรือไม่เซียงเซียง” เหยินหยาให้อุทาหรณ์สอนใจแก่สาวข้างกาย และตั้งใจเดินตรงไปจุดนัดหมาย ซึ่งเหิงเจี้ยง ชิงหนิง และวันเอ๋อได้รออยู่แล้ว


“คารวะท่านพี่และฮูหยินทั้งสอง” ร่างหนาย่อตัวอย่างมีมารยาท หากแต่คนที่ถูกทักกับนิ่งเฉย มีเพียงความเงียบที่สนองตอบเท่านั้น


“ท่านพี่ ขอน้องไปด้วยไม่ได้หรือ” สองฮูหยินอ้อนวอน ด้วยไม่เคยได้เข้าวังหลวงสักครา หากแต่ครั้งนี้มีเพียงเหวินหยาที่ถูกเชื้อเชิญ 


ร่างใหญ่ได้ยินคำขอพลันปฏิเสธอย่างไม่แยแส “พวกเจ้าอยู่จวนและคอยดูแลความสงบในจวนด้วย” เหิงเจี้ยงออกคำสั่ง 


สองนางพลางหมดความหวัง สายตาชิงหนิงและวันเอ๋อชำเลืองมาดร้ายใส่เมียใหม่ในทันที นางช่างโชคดีที่ได้ติดตามสามีเข้าวัง ทั้งที่ตลอดมาพวกนางไม่เคยได้รับโอกาสนี้ ยิ่งคิดสองสาวยิ่งเก็บงำความแค้น


ด้านเหวินหยาเพียงเห็นสีหน้าเมียทั้งสองก็เดาได้ทันทีถึงภัยร้ายที่รออยู่ นางจึงตัดสินใจใช้อุบายสาว


“ท่านพี่ ข้าขอไม่เข้าวัง แต่ขอให้ฮูหยินหญิงทั้งสองที่เป็นภรรยาใหญ่ไปแทนเถิด ข้าวิงเวียนศีรษะเจียนจะล้ม หากให้นั่งม้าไปถึงวังข้าเกรงจะไม่ไหว” 


เสียงเหวินหยาแผ่วบอกอย่างสิ้นแรง สองฮูหยินได้รับฟังพลันยิ้มดีใจ หากแต่เสียงใหญ่กลับแย้งกลับราวกับพยัคฆ์คำราม


“ไม่ได้! นี่คือรับสั่งขององค์ชายสี่ ต่อให้เจ้าตายกลางทาง ศพเจ้าก็ต้องเข้าวัง!” ใบหน้าชายถมึงทึงจนชิงหนิงและวันเอ๋อรีบหลุบสายตาหลบด้วยกลัวโดนหางเลขของอารมณ์ชาย


“แต่..” เหวินหยาเอื้อนต่อได้เพียงคำ ฝ่ามือใหญ่ก็กระชากแขนนางให้ถลาไปทางรถม้าหลังใหญ่ มันถูกเตรียมไว้เพื่อนางโดยเฉพาะ


“น้อมส่งท่านพี่และน้องหญิงหยู” สองนางกลั้นใจ ถึงไม่อยากยินยอมก็ต้องยอม ด้วยเมื่อครู่สามีลั่นคำอย่างเดือดดาลทำเอาพวกนางหดหัวแทบไม่ทัน


เวลานี้ริมฝีปากบางภายใต้ผ้าคลุมเร้นพลางแย้มรอยยิ้ม นางมิได้สลดเศร้าที่สามีเอ่ยว่าแม้เพียงนิด หากแต่ดีใจเสียด้วยซ้ำ ด้วยนางตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น หมายให้ดูเสมือนนางจำใจเข้าวังด้วยถูกบังคับ เพียงแค่นี้ นางก็รอดปลอดภัยจากความวุ่นวายได้อีกครา

 

ระหว่างที่รถม้าเคลื่อนพาสองร่างไปวังหลวง บรรยากาศภายในแสนอึดอัดเสียจนเหวินหยาต้องเบี่ยงกายไปอีกด้านที่ตรงข้ามกับร่างใหญ่ 


รถม้าโคลงเคลงไปมาเล็กน้อยตามถนนที่ขรุขระราวกับเป็นเรื่องปกติ หากแต่อยู่ดีๆมันก็โคลงหนักขึ้นจนสองร่างสะเทือนไหว


ร่างหนาทว่าน้ำหนักเบาพลันยัั้งกายไม่อยู่ ถูกเหวี่ยงไปมาจนเซถลาและชนเข้ากับกายแกร่งของเหิงเจี้ยงที่นั่งอยู่เคียงข้าง 


ใบหน้าคมหันมองเข้มใส่นางจนนางรีบยันกายหลบหนี ทว่ามันกลับไม่เป็นผล เมื่อนางถูกเหวี่ยงจนเซไปชนเขาอีกครั้ง และครั้งนี้ร่างนางราวกับถูกยึดให้แน่นิ่งแนบชิดแผ่นอกกว้าง ด้วยเพราะแขนยาวกำยำได้เหนี่ยวโอบไหล่นางอย่างเหนียวแน่นจนร่างเล็กหยุดเคลงไหว


ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น” เหิงเจี้ยงตะโกนถามคนบังคับรถม้า


เขาได้รับคำตอบว่าเฟืองของวงล้อรถหลวมเพราะเมื่อครู่ตกหลุมระหว่างทางผ่าน จนทำให้รถม้าวิ่งสะเปะสปะเช่นนี้ เมื่อได้คำตอบร่างใหญ่พลันจ้องมองนางในอ้อมอก


เพราะน้ำหนักเจ้ามันหนักหนาเสียจนรถม้าย่ำแย่” 


ก้อนน้ำแข็งว่าใส่เหวินหยาอีกครั้ง ใจสาวจากที่แอบตื่นเต้นเมื่อครู่พลันสลายสิ้น ริมฝีปากบางเบ้ใส่อย่างหมั่นไส้ในทันที เขาใช้วาจาว่านางตัวหนัก แต่ความจริงนางตัวเบาเสียกว่าเขาด้วยซ้ำ เหวินหยาคิดอย่างน้อยใจ


ประตูบานใหญ่ยักต์อันโอ่อ่าของวังหลวงเปิดออก เบื้องหน้าคือทางเดินบนแผ่นหินกว้างสู่ตัวเรือนของตำหนักอันปราณีต หินสลักพยัคฆาตั้งสง่าน ขนานราวบันไดประดับมังกรหินเรียงลาดลั่นนำพาไปเบื้องสูง 


ทว่าเหิงเจี้ยงกลับนำพาหญิงข้างกายเดินลัดเลาะข้างตำหนักใหญ่ไปสู่สวนแมกไม้กว้าง ที่มีร่างสูงโปร่งขององค์ชายยืนรออยู่อย่างสงบ


เหวินหยาแสนตื่นตา วังหลวงอันลี้ลับที่เคยแต่ได้ดูภาพถ่ายผ่านอินเตอร์เน็ต ของจริงช่างดูมีมนต์ขลัง หญิงสาวหันซ้ายแลขวากวาดสายตาเก็บความทรงจำอย่างใจชุ่มชื่น 


นางย่อกายทำความเคารพองค์ชายผู้แสนดีตามธรรมเนียม ก่อนถูกเขาเชื้อเชิญให้เดินชมอาณาบริเวณของวังหลวงแห่งนี้ 


ด้านเหิงเจี้ยงหน้านิ่ว เขาแทบไม่ได้รับความสนใจจากเพื่อนหนุ่มดังเคย และยังต้องเดินตามทั้งสองร่างหัวเราะต่อกระซิกจนชวนอึดอัด


“ข้าเสียดายยิ่ง หากมีเสียงซวินของเจ้า สวนดอกไม้นี้คงน่าภิรมย์กว่านี้นัก” องค์ชายเผลอถอนใจ


เหวินหยาเห็นร่างใหญ่ดูผิดหวังก็พลันกระตุกยิ้ม นางรู้ว่าองค์ชายชอบเสียงซวินนี้แค่ไหน นางจึงนำติดกายมาด้วย เวลานี้มือที่สวมถุงผ้าจับหยิบซวินขึ้นมาทาบริมฝีปากที่โผล่พ้นผ้าออกมาเล็กน้อย ลมถูกเป่าเป็นจังหวะสร้างท่วงทำนองเสนาะชวนเคลิ้มฝัน 


ทันทีที่หลี่ซื่อได้ยินเสียงที่เฝ้าคะนึง ร่างชายก็หันมาพร้อมใบหน้าแย้มยิ้มส่งให้แก่เหวินหยา


ด้านเหิงเจี้ยงที่ไม่เคยมีดนตรีในหัวใจพลันเกิดความรู้สึกประหลาด ด้วยเสียงนี้ช่างไพเราะดุจเสียงสวรรค์ บันดาลให้ใจชายดังเข้าสู่ภวังค์ เมื่อท่วงทำนองสิ้นสุด เขารีบสลัดความลุ่มหลงที่พลั้งเผลอทิ้ง 


นัยน์ตาชายทอดมองไปที่ร่างหนาผู้เป็นอนุ ภาพนางยิ้มและสอนองค์ชายที่เป็นเพื่อนรักจับเป่าเสียงจากเครื่องดนตรีชิ้นเล็กสะท้อนในแววตานิลขลับ ที่เวลานี้ดูวับวาวขุ่นหมองใจเล็กน้อย


ในจังหวะนั้น ท่ามกลางสองร่างที่ยืนหัวเราะฝึกเป่าซวินอย่างสนุกสนาน ก็ปรากฏร่างใหญ่ในชุดทองปักลายมังกรน่าเกรงขาม พระพักตร์อิ่มสุขผุดผ่อง 


เหิงเจี้ยงพลันรีบก้าวเข้าไปทำความเคารพ ทำให้สองหนุ่มสาวที่เมื่อครู่ไม่สนใจผู้ใดต้องหยุดความสนุกแล้วหันมาถวายบังคมต่อหน้าฮ่องเต้ผู้เรืองอำนาจ


“เจ้าคงเป็นภรรยาใหม่ของเหิงเจี้ยง แม่ทัพปกป้องดินแดนของเราสินะ” 


ใบหน้ากลมประดับหนวดเคราสีดำแซมขาวคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน หากแต่ไม่ทันที่เหวินหยาจะตอบสิ่งใด เสียงกงกงคนสนิทของฮ่องเต้ก็เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน


“ฝ่าบาท อย่าทรงใกล้นางพะยะฮ่ะ ประเดี๋ยวคำสาปร้ายของนางจะแผ่วพานใส่ฝ่าบาทนะพะยะฮ่ะ” ขันทีแก่จีบปากจีบคอเอ่ย เขารักและห่วงใยผู้เป็นนายจนหลุดปากพูดคำหมิ่นหญิงสาว


“กงกง! เจ้ากล้าดูหมิ่นเพื่อนข้ารึ!” องค์ชายเดือดเนื้อร้อนใจในทันที เขาถือมิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง


“เอาหน่า! พอเถอะ! เจ้าก็สงบปากเสีย เราเป็นผู้มีการศึกษายังไปงมงายในคำเล่าเกี่ยวกับคำสาปอีกรึ” ฮ่องเต้กล่าวกับบุตรชายและหันไปเอ็ดเบาใส่กงกงคนสนิท


เหวินหยาได้ยินคำพูดของคนเหนือคนตรงหน้า ในใจก็บังเกิดความเคารพในทันที ด้วยความคิดความอ่านและพระเมตตาช่างสูงส่งจนนางดีใจเหลือแสนที่มีบุญได้ย้อนมารู้จักพูดคุยกับผู้ยิ่งใหญ่คนนี้


“ข้าได้ยินเสียงซวินที่หาฟังยากยิ่ง จนอดเดินตามเสียงมาไม่ได้ แต่ก่อนข้าเคยได้ฟังท่านจีย่งหาร หัวหน้าดนตรีเล่นอยู่บ่อยครั้ง หากแต่ท่านจีก็สิ้นลมไป ทำให้ไม่ได้ฟังเสียงซวินแสนไพเราะอีก มาได้ยินครานี้ก็น่ายินดีนัก”


“ขอบพระทัยที่ทรงพระเมตตาเพคะ กระนั้นหม่อมฉันขอเล่นถวายฝ่าบาทสักเพลงนะเพคะ” เหวินหยากล่าวอย่างน้อมนอบ ก่อนจับเครื่องดนตรีชิ้นเล็กขึ้นเป่า


ชายทั้งสามและข้าราชบริพารพากันตั้งอกตั้งใจ เวลานี้เสียงซวินดังอีกครั้ง ปลุกใจผู้ฟังให้หลงใหล เสียงแว่วหวานขานก้องไกล ดึงดูดใจคนฟังดังต้องมนต์ตรา



เมื่อเข้าสู่ยามอู่ (11.00-12.59 .) ก็ถึงเวลาที่เหวินหยาจะเดินทางกลับจวนเหิง 


วันนี้คือวันที่สนุกที่สุดในชีวิตของการเป็นเหวินหยา ฮ่องเต้แสนเกษมสำราญจากบทเพลงที่นางบรรเลงให้ เขาเลยเอ็นดูนางยิ่งนักจนประทานอักษรด้วยลายพระหัตถ์ลงบนป้ายไม้พกว่า ฮุย' แปลว่าสว่างและสดใส ให้แก่เหวินหยา โดยเปรียบว่านางพรั่งพร้อมด้วยความสดใสชี้นำคนรอบกายให้ใจเบิกบานตาม


นัยน์ตาหวานทอดมองแผ่นไม้ที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ ใจนางแสนสุขจนริมฝีปากบางภายใต้ผ้าคลี่ยิ้มไม่หุบ ด้วยความรู้สึกนางเหมือนได้รับความรักจากบิดามารดาไม่ผิดเพี้ยน 


ความเอ็นดูที่ได้รับสะท้อนกลับเข้าใจดวงน้อยให้หวนคิดถึงครอบครัวที่จาก ทั้งพ่อ แม่ และเพื่อนรักอีกหลายคน ความคิดถึงจับขั้วหัวใจจนภายในอกของนางบีบรัดอยากกลับไปภพก่อน 


ถ้าเลือกได้อีกครั้ง วันนั้นนางคงเลือกเมินเฉย ไม่กระโดดลงไปช่วยหญิงปริศนานางนั้นแน่ ความใจดีกลับย้อนมาเล่นงานตัวนางเองเสียแล้ว 


นัยน์ตาหวานเลื่อนลอยไปบนท้องนภาสีคราม ฉับพลันผีเสื้อสีเหลืองก็โบยบินผ่านหน้านาง จนประกายตาใสต้องชายตาตามหา


ผีเสื้อขยับพลิ้วแผ่วลม นั่งชมพฤกษาในสวนกว้าง แล้วใยใจข้าถึงอ้างว้าง สั่นสะท้านเรือนจิตคิดหวนคืน” 


เสียงใสเผลอเอ่ยรำพันจนหลี่ซื่อที่ยืนเคียงบังเอิญได้ยิน เขารับรู้ได้ทันทีว่านางคงคิดถึงบ้าน คิดถึงบิดาที่ต้องจาก หากแต่เขาไม่รู้ว่าทุกอย่างที่เหวินหยาคิดถึงนั้นล้วนแล้วแต่อยู่อีกภพทั้งสิ้น


ผละจากองค์ชาย เหิงเจี้ยงก็นำพาเหวินหยาเดินออกจากอุทยานหลวง  ในใจชายที่ขุ่นข้องกับภาพศรีภรรยาในนามหน้าชื่นตาบานหัวเราะต่อกระซิกกับองค์ชายยังติดตา แถมยังถูกใจฮ่องเต้จนมอบลายพระหัตถ์ให้อีก 


วันนี้นางกล้าแสดงตัวพูดคุยระรื่นกับชายอื่น หากแต่กับเขา นางกลับเอาแต่หลบอยู่ในเรือน แถมซวินที่นางเล่น หากไม่มาอยู่กับองค์ชาย เขาคงจะไม่มีทางได้ฟังเป็นแน่ ยิ่งคิดใจชายยิ่งเคืองขุ่น


“เจ้านี้ช่างมากเล่ห์ ทำองค์ชายหลงใหลถึงขนาดนัดหมายพาเข้าวัง แม้กระทั่งฮ่องเต้ก็ยังไม่เว้น ตอนนี้เจ้าจับข้าได้แล้ว หรือหมายจะไปจับคนยศสูงกว่าอีก ดีนะที่เจ้าเกิดมาอัปลักษณ์ ไม่เช่นนั้นคงใช้ร่างไตร่เต้าขึ้นเป็นพระชายาหรือพระสนมไปแล้วกระมัง” 


คำชายถากถางจนรอยยิ้มเหวินหยาพลันเลือนหาย เขาประชดคำใหญ่ใส่อย่างไม่พึงใจ โดยไม่แยแสถึงใจผู้ฟังสักนิด


“ท่านพี่หมายความเช่นไร” เสียงเล็กหมองใจ


“ข้าเอ่ยสิ่งใด เจ้าย่อมรู้ดี เป็นสตรีมีสามีแต่ไปประชิดจับต้องถึงตัวกับชายอื่น แล้วยังเป็นถึงองค์ชายและฮ่องเต้อีก หากเจ้าไม่อัปลักษณ์ข้าเกรงว่าคงกลายเป็นหญิงงามเมืองไปเสียมากกว่าเป็นอนุข้า”


คำเย็นชากรีดลึกสร้างแผลใจให้เหวินหยาในฉับพลัน เขาว่านางไม่สำรวมตนจนกระแนะกระแหนไปถึงว่าโชคดีที่นางเกิดมาอัปลักษณ์ แถมยังลั่นคำหนักว่านางเป็นหญิงคณิกา 


ทั้งที่นางก็พยายามวางตัว แค่สอนซวินด้วยหมายอยากตอบแทนองค์ชายที่ดีกับตนเอง นางแค่ใกล้หากแต่ไม่ได้ชิดแนบให้เสื่อมเสีย หญิงสาวคิดด้วยอัดอั้น 


นิ้วเรียวภายใต้ถุงถือนุ่มพลันเกร็งเหยียดแล้วกำแน่น ดวงตาพริ้มเอ่อล้นน้ำใส หากแต่มันถูกปกปิดไว้ภายใต้ผ้าอันมิดชิด



บรรยากาศในรถม้าช่างน่าอึดอัดเสียมากกว่าตอนขามาเป็นเท่าทวี ร่างใหญ่ที่คุกรุ่นด้วยไม่พึงใจในท่าทีเมียตนต่อชายอื่น เขาตระหนักดีว่านางนั้นอัปลักษณ์คงไม่ต้องกลัวเรื่องบัดสี ทว่ายังไงนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนของเขา ถึงแม้จะอัปลักษณ์แต่เขาก็ไม่ชอบให้ใครมาถึงตัวใกล้ชิดกับหญิงของตน ส่วนเหยินหยายิ่งช้ำหนัก คำที่เขาว่านางยังก้องในหูไม่เลือนหาย


หลังจากกลับถึงจวน เหวินหยาที่ไม่สบายใจด้วยความรู้สึกถูกเกาะกินเพราะคำร้ายของเหิงเจี้ยง ยกมือน้อยจับพู่กันเตรียมลงลายอักษรในกระดาษว่างเปล่า


“คุณหนูจะทำสิ่งใดเจ้าค่ะ” เซียงเซียงเอ่ยทัก เพราะดูสีหน้านายหญิงหมองเศร้าหนัก


“ข้ากำลังเขียนหนังสือหย่า ข้าจะหย่า ข้าทนไม่ไหวแล้ว” เสียงใสสั่นเครือ ด้วยภายในใจกั้นความรู้สึกไม่ไหว มันเอ่อล้นทะลักไหลออกมา 


ด้านสาวรับใช้ได้ยินคำว่าจะหย่า นางพลันตกใจรีบถามกลับอย่างพัลวัน “เกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะคุณหนู”


“เขาดูแคลนข้า หากแต่ข้าก็ทำนิ่งเฉยเรื่อยมา แต่วันนี้ข้าไม่ไหวแล้ว คำเขาหนักเกินข้าจะรับไหว” มือน้อยที่จับพู่กันไหวหนัก ภายในใจเจ็บหนึบ


“คุณหนูใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ อย่าทำตามอารมณ์ คุณหนูเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นานก็หย่าเสียแล้ว แล้วจะกลับไปบอกนายท่านหยูอย่างไรเจ้าคะ” คำของเซียงเซียงเรียกสติเหวินหยา


ร่างบางหลับตาหมายสงบใจที่ดังมีไฟสุ่มให้มอดดับ สาวรับใช้เอ่ยตรง เพราะหากรีบหย่าเร็วขนาดนี้ มีหวังคงถูกครหานินทา จนพาลพาให้ครอบครัวของเหวินหยาคนก่อนเดือดร้อนแน่ 


เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางพลันลืมตาและวางพู่กันลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาใสลุกวาวด้วยโทสะ หากอยู่สงบก็ยังหนีไม่พ้นมีเรื่องให้ทุกข์ใจ นั้นต่อไปข้าก็จะทำตามแต่ใจตนบ้าง นางคิดด้วยใจมุทะลุ


....................

ชี้แจงทีเดียวค่ะ

นางเอกอายุสิบเจ็ด เป็นช่วงวัยรุ่น อารมณ์จะขึ้นลงง่าย ทำนองเอาแต่ใจแบบวัยรุ่นทั่วไปแหละค่ะ ช่วงวัยนี้จะอารมณ์อ่อนไหวง่าย ดีก็ดีสุดใจ ชอบอะไรก็รั้นชนฝา ไม่ชอบก็ชังไปเลย รักหรือหลงได้ง่าย บางที่ดูเข้มแข้ง บางทีก็กลายเป็นอ่อนไหว sensitive ไวต่อแรงจูงใจและแรงกระตุ้น (ส่วนมากนะคะ ตามทฤษฏีของวัยรุ่นเลยค่ะ

ไรท์คลุกคลีกับเด็กวัยนี้แทบจะทุกวัน แล้วเยอะด้วย พูดว่าห้อมล้อมเลยค่ะ ดังนั้นจึงเห็นพร้องว่าสาวหรือหนุ่มวัยนี้จะเลือดร้อนง่ายค่ะ

และไรท์เชื่อว่าทุกคนในวัยนี้ต้องเป็นเหมือนกันค่ะ เพียงแค่ต่างเรื่องราว ต่างการรับมือ ต่อหน้าอาจเข้มแข็ง แต่ภายในเวลาที่อยู่คนเดียวจะไม่หวั่นไหวเลยก็ไม่ใช่มนุษย์แล้วค่ะ 

เบื้องหน้าคนอาจแข็งแกร่ง แต่จุดหนึ่งในตัวทุกคนเวลาอยู่ลำพัง หรืออยู่กับคนที่ไว้ใจได้ จะแสดงความอ่อนแอโดยไม่ตั้งใจค่ะ 

นิยายเรื่องนี้ถ่ายทอดผ่านนางเองเป็นตัวหลัก จึงอาจมีอารมณ์หลากหลายค่ะ  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.227K ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #4178 150221 (@150221) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:15
    แค่นี้ยังน้อยนะโดนว่าขนาดนั้นพระเอกไรท์ปากร้ายใจแคบมาก
    #4178
    0
  2. #4129 NTKGGY (@NTKGGY) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 17:20
    แล้วยุคที่นางเอกจากมา นางอายุเท่าไหร่ ทำไมมันแลดูขัดๆกันจริงวุ้ย
    #4129
    0
  3. #3952 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 05:32

    เครื่องดนตรีที่ชื่อซวิน ที่ไรท์ใส่ไว้ในเรื่อง เป็นเครื่องดนตรีที่คนไทยไม่คุ้นเคย (หรือจะมีเราไม่คุ้นคนเดียว) ก็เลยต้องไปหาข้อมูลเพื่อทำความรู้จัก ขออนุญาตแนะนำนะคะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านในคราวต่อไป ถ้าหากบรรยายถึงสิ่งที่แปลกใหม่ หากไรท์นำรูปมาประกอบให้พวกเราเห็นด้วย ก็จะเป็นพระคุณค่ะ ยังเป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ

    #3952
    1
    • #3952-1 โยนาริ (@peekhong) (จากตอนที่ 13)
      17 เมษายน 2562 / 08:04
      พอจะรู้แล้วว่าเป็นใคร สำนวนแบบนี้น่าจะใช่ ขอบคุณนะคะที่แนะนำ ก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่าจะต่อท้ายดีไหม แต่อัพไปแล้วก็ลืมไปเลย
      #3952-1
  4. #3752 Horizon_right (@Horizon_right) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 12:14
    เราเข้าใจในตัวนางเอกนะ เราว่าถ้านางยิ่งแรงสถานการณ์ในจวนตอนนี้นางคงแย่กว่านี้ ยอมรับ และนับถือเลย อีกนางก็เป็นคนมีโมโห โกรธ เสียใจ เป็นธรรมดา อีกอย่างภพก่อนที่นางจะมา มันต่างจากภพ ไม่แปลกใจ สู้ๆนะคะ ทั้งนางเอก และคนเขียนนน เยิฟๆ
    #3752
    1
    • #3752-1 โยนาริ (@peekhong) (จากตอนที่ 13)
      13 เมษายน 2562 / 21:32
      ขอบคุณนะคะ น่ารักมากๆเลยค่ะ เลิฟๆ


      #3752-1
  5. #3161 0824614948 (@0824614948) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 02:28
    สนุกมากเลยรีบมาอัพนะค่ะสู้ๆ
    #3161
    0
  6. #2832 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 16:36
    ขอพูดครั้งเดียวเลยละกัน เราอาจจะอ่านนิยานจีนที่แต่งโดยคนไทยมาไม่มาก แต่เรื่องนี้เราว่าทำได้ดีในระดับนึง หลายคนอาจไม่ถูกใจนางเอกว่าทำไมต้อง ยอมๆๆๆๆๆ ยอมตลอด ยอมไรนักหนาวะ ทำไมไม่หย่าหรือเอาเงินไปตั้งตัวเองล่ะเพราะนางโคตรรวยอยู่แล้ว เราจะบอกว่าที่เราคิดแบบนี้เพราะเป็นความคิดของคนใน ศ.21 แบบเราๆ ที่ผู้หญิงแบบเราคิดได้ มีสิทธิ์ทำอะไรหลายๆอย่าง เท่าเทียมกับผู้ชาย ซึ่งขนาดมาได้ขนาดนี้แล้วนะ แต่ในหลายประเทศเช่นโลกอาหรับ เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ยังมีกระแสรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมสตรีกันอยู่เลยเพราะผู้หญิงในประเทศเหล่านี้ยังขาดสิทธิอีกหลายอย่าง (เช่นแคมเปญ me too ในเกาหลีใต้) แต่!!!!!! เรื่องนี้มันย้อนกลับไปสมัยจีนโบราณนะ ไม่ต้องเป็นพันปีหรอก เอาแค่ 200-400 ปีที่แล้วพอ คิดดูว่าผู้หญิงจะถูกกดขนาดไหน ในนิยายจีนหลายๆเรื่องที่ผู้หญิงเทพทรู เก่ง บลาๆๆ อันนี้เว่อร์กว่าอีกเพราะมันเป็นไปไม่ได้!!! สังคมกดผู้หญิงขนาดนั้นจะยอมให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาทำไรแบบนี้หรอ เก่งเกินผู้ชายเป็นไปได้หรอ นางเอกย้อนมาจากอนาคตก็จริง แต่ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้านางไปทำเจ๋ง ทำอะไรเอง พึ่งพาตัวเองแบบที่ผู้หญิงในยุคนี้คิด นางจะได้เกิดมั้ยถามจริง ไม่ใช่ว่าโดนขัดแข้งขัดขาหรอ ไรต์แต่งบนพื้นฐานของความคิดของผู้คนในสมัยนั้นจริงๆ แต่งให้นางเอกที่ย้อนยุคไปพยายามวางตัวปรับตัวแบบผู้หญิงสมัยนั้น คิดแบบที่ว่าถ้าเป็นผู้หญิงสมัยนั้นต้องทำยังไง เป็นยังไง ไม่ได้ติดนิสัยตัวเองจากโลกนี้ไป ซึ่งเราอ่านๆแล้วก็โอเคนะ มันก็สมเหตุสมผลดี อาจดูน่ารำคาญในสายตาคนยุคเราๆ แต่นี่มันจีนโบราณที่ไรต์วางฐานมาแบบนี้ซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไรแถมค่อนข้างตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นด้วย แล้วสังเกตว่านางจะคิดว่ามันมีผลต่อครอบครัวมั้ยตลอด สิ่งที่นางทำ นางยอม ก็คือเพราะครอบครัว อย่าเอาคนในสมัยนี้ไปคิดแบบสมัยก่อน มันเทียบกันไม่ได้ คิดแทนกันไม่ได้ แล้วไรต์เค้าวางฐานมาแบบนี้ก็คือแบบนี้ (เราก็หงุดหงิดนางเอก เพราะเราไม่ใช่คนยอมคน แต่การที่อ่านแล้วมีคนมาตำหนิไรต์เรื่องนางเอกทำไมยอมตลอดเราว่าก็ไม่ยุติธรรมกับไรต์เท่าไหร่) ถ้าจะมีคนติว่ามันเป็นนิยาย จะยึดตามความจริงไปทำไม รู้หรอกว่าจีนโบราณผู้หญิงยังเป็นช้างเท้าหลัง แต่นางเอกนี่ย้อนยุคไปนะต้องคิดแบบคนปัจจุบันสิ บลาๆ เราก็จะตอบว่าให้ย้อนกลับไปอ่านที่เราเขียนใหม่นะ
    อันนี้คือประเด็นนี้ ส่วนเรื่องเนื้อหาหรืออะไรที่ยังแอบมีช่องโหว่ก็แก้ๆกันไป
    #2832
    1
    • #2832-1 namjai2533 (@namjai2533) (จากตอนที่ 13)
      5 เมษายน 2562 / 16:42
      ชอบคร่า....รออยุ่นะคะ
      #2832-1
  7. #1683 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 16:29
    คนแต่งป.ญ.อ.หรอ
    #1683
    18
    • #1683-17 TGTJ (@TGTJ) (จากตอนที่ 13)
      3 เมษายน 2562 / 21:24
      "ไม่ชอบก็ไม่ได้กราบตีนให้อ่านนะครับ"
      #1683-17
    • #1683-18 J.JINA (@jirajira) (จากตอนที่ 13)
      9 เมษายน 2562 / 21:03
      เกินไปนะคะคุณ มารยาทหน่อยมั้ยคะ
      #1683-18
  8. #1369 BuaNim96 (@BuaNim96) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:33
    สู้!ๆๆ
    #1369
    0
  9. วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 16:08
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ อ่านเพลินมาก
    #1242
    0
  10. #826 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 20:32
    คือนางเอกที่จากโลกนั้นมาก็อายุสิบเจ็ดหรอครับ คนที่วิญญาณคนอื่นเขามาอยู่ ไม่น่าจะไรเดียงสาขนาดนางเอกนะ เหมือนคนแต่งจงใจให้นางเอกเจ็บปวดตลอดเลย แถมเจ็บปวดแบบไม่มีเหตุผลด้วยซ้ำ ที่เป็นแบบนี้เพราะรักเขาก็ว่าไปอย่างไหม ยอมใก้เขาดูถูกอยู่ ทันจะนางเอกละครน้ำเน่าเมืองไทยเกินไปรึเปล่า
    #826
    2
    • #826-1 โยนาริ (@peekhong) (จากตอนที่ 13)
      20 มีนาคม 2562 / 20:46
      แจ้งไว้แล้วในตอนต้นๆ ค่ะสำหรับเรื่องอายุ/////////สำหรับเรื่องความรู้สึกแล้วแต่คิดค่ะ
      #826-1
    • #826-2 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 13)
      28 มีนาคม 2562 / 16:29
      เหรอ ป.ญ.ค
      #826-2
  11. #823 passapron1312 (@passapron1312) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 15:14
    น้องหยูหาผัวใหม่เลยลูก แม่สนับสนุน!! -สามีหูเบา โง่เง่าไม่ต้องไปแคร์มัน!
    #823
    0
  12. #816 YyiinnggPPCHK (@YyiinnggPPCHK) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:14
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #816
    0
  13. #646 Melinda (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 17:51

    เปลี่ยนจากเขียนหนังสือหย่าเป็นเขียนด่าทอสามีระบายอารมณ์ดีกว่ามั้ยคะไรท์เพราะตอนจะแต่งให้เขาก็ทั้งอึดและทนลงทุนอดทนไปเยอะมากกกกไม่แน่นางเอกของเราอาจมีความดันเหมือนรีด

    ดันทุรังน่ะ55555สู้ๆค่ะไรท์

    #646
    0
  14. #640 panaratburanachonapa (@panaratburanachonapa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:23
    เป็นอนุไม่ต้องมีหนังสือหย่าก็ได้นี่คะ แค่ออกมากฺจบ
    #640
    0
  15. #508 ไปวิ่งสดุดมดมา (@nun2246) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 21:52
    นางเอกนี่เคยเป็นดารามาก่อนจริงหรอคะ ทำไมนางดูอ่อนแอจังคือยังไงภพก่อนนางก็ต้องถูกกระแสแอนตี้บ้างแหละ แต่ดูแบบโดนด่าว่าก็แทบจะอดทนไม่ได้แล้ว

    ปล.พูดเฉยๆค่ะ แต่ก็จะติดตามนะคะ
    #508
    1
    • #508-1 โยนาริ (@peekhong) (จากตอนที่ 13)
      15 มีนาคม 2562 / 22:52
      นิยายเรื่องนี้ถ่ายทอดผ่านนางเองเป็นตัวหลัก จึงอาจมีอารมณ์หลากหลายค่ะ เบื้องหน้าคนอาจแข็งแกร่ง แต่จุดหนึ่งในตัวทุกคนเวลาอยู่ลำพัง หรืออยู่กับคนที่ไว้ใจได้ จะแสดงความอ่อนแอโดยไม่ตั้งใจค่ะ

      ขอบคุณนะคะ ยินดีรับฟังคอมเม้นท์ค่ะ
      #508-1
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #460 Darlene❤ (@iiizo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:36
    นี่นางเอกมาจากปัจจุบันจริงป่ะเนี่ย ทำไมเหยาะแหยะจังง่ะ
    #460
    0
  18. #452 Monky.d (@beboypop) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 02:08
    ถามจริง ก่อนแต่งยังดื้อด้านจะเข้าจวนเขาให้ได้แม้รู้ว่าเขาใจร้ายขนาดไหน พอตอนนี้โดนเขาด่าแค่นี้ทำมาเป็นจะหย่า ความอดทนตั้งแต่แรกหายไปไหน โง่แต่งเข้ามาเองอะ
    #452
    0
  19. #427 mtpply (@mtpply) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:17
    หย่าเถอะ พลีสสสสส
    #427
    0
  20. #362 เหม่ยฟางเซียน (@3NBA) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 11:39

    ใจเริ่มรักเเต่ยังปากร้ายไง อิพระเอก

    #362
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #299 Rlompapai (@rlompapai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:52
    หย่า เท่านั้นคือคำตอบ
    ปากร้ายนัก
    แล้วนะ สาวยุคใหม่ไม่ใส่ใจขี้ปากคน
    ตัวเองก็รู้อยู่ว่าตัวผอมตัวสวย แล้วจะสนทำไมกับ-ๆ
    #299
    0
  23. #266 Naruthaik1972 (@Naruthaik1972) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 18:49
    หย่าเลยค่ะถ้าสามีเห็นหย้านางแล้วมาตกหลุมรัก นางที่มาจากยุค2019คงรู้ใช่มั้ยว่าสามีรักเพราะหน้าตา นอกจากหูเบาแล้วจิตใจยังคับแคบดูถูกคนอื่นอีก เฮ้อทำไมเกลียดพระเอก
    #266
    0
  24. #127 Alay-Okt (@Alay-Okt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 18:24
    รอค่ะะะ
    #127
    0
  25. #126 Nemo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 16:36

    หย่าเลยจะวนใจทำไมเอาจริงหย่าช้าหรือเร็วล้วนเสียชื่อไม่ต่างกัน ทนอยู่กันอีกสิบปีแล้วหย่าตอนหย่าชื่อเสียงก็เน่าเหมือนกัน

    #126
    0