儒文雅 หยูเหวินหยา อนุต้องสาป (สนพ.ปริ๊นเซส สถาพรบุ๊คส์)

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 669,976 Views

  • 4,106 Comments

  • 12,162 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    327,447

    Overall
    669,976

ตอนที่ 11 : หยูเหวินหยา ตอนสิบเอ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2760 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

ก่อนหลี่ซื่อจะกลับ เขาได้ขอเดินชมสวนของจวนเหิง ที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนเสียนานหลายปีให้หวนคิดถึงความหลัง 


ทว่าในเวลาเดียวกัน เหิงเจี้ยงที่ได้รับความจากทหารที่เฝ้าค่ายฝึก ว่ามีกลุ่มทหารฝ่าฝืนวินัยก่อการทะเลาะวิวาท ในฐานะนายใหญ่ เขาจึงต้องปลีกตัวไปตัดสินเรื่องราวในการดูแล โดยให้เพื่อนรักพักหย่อนใจตามอัธยาศัย


สองฮูหยินเดินชิดประกบหลังองค์ชาย หมายทำหน้าที่แทนสามี ใบหน้าพวกนางยิ้มหวาน เสียงขับขานแนะนำพื้นที่อย่างฉอเลาะ เสียจนข้ารับใช้ขององค์ชายต่างก้มหน้าแอบอมยิ้ม 


หากแต่ร่างใหญ่อยากระลึกความหลังเสียมากกว่ามาฟังเสียงเจื้อยแจ้วของสองฮูหยิน ที่พร่ำแต่เรื่องในครอบครัว จนเขาต้องเอ่ยตัดพ้อขอเดินเพียงลำพัง


หลี่ซื่อเดินปลีกกายชมสวนกว้างที่ตกแต่งหรูหราไม่ต่างจากวังหลวง เบื้องหน้ามีสะพานหินโค้งพาดจากธรณีด้านหนึ่งไปยังศาลาพักกลางสระน้ำ และทอดทางเดินยาวผ่านไปยังอีกฟากฝั่งของจวนใหญ่ องค์ชายตั้งใจเดินตรงไปหมายหวนคนึงถึงความหลัง


การฝึกทวนอย่างมาดมั่นอยากเก่งกล้าแข่งกับเหิงเจี้ยงที่อาจหาญมากความสามารถตั้งแต่วัยเยาว์ มันคือภาพความประทับใจหนึ่งที่ตราตรึงใจมิรู้หาย หากแต่วันคืนช่างผ่านไปรวดเร็วนัก จนเขาและสหายรักโตถึงวัยที่ต้องแยกตัวไปสร้างครอบครัวแสนสุข


ในขณะที่ร่างใหญ่อยู่ในความคิดหวนถึงความหลัง ทว่าอยู่ดีๆเสียงแว่วหวานก็ดังขับขานตามสายลม มันกังวาลราวกับสะกดใจผู้ฟัง ทั้งไพเราะและตรึงจิตจนยากจะสลัดความเคลิบเคลิ้ม


หลี่ซื่อหลับตาพริ้มฟังทำนองบรรเลงจากเครื่องดนตรีประหลาด เสียงเสนาะจับใจเช่นนี้เขากลับไม่เคยได้ฟังมาก่อน 


ร่างใหญ่มิอาจสลัดความฟุ้งซ่านสงสัย จึงเอี้ยวกายเดินตามทำนองเสียง พลันกงกงคนสนิทและผู้ติดตามเห็นเช่นนั้น จึงย่างเท้าก้าวเดินประชิดติดตามนายไปทันที


สองขายาวหยุดเดินอยู่หน้าประตูไม้ที่แสดงอาณาเขตของใครบางคนในจวนเหิง นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายแสงทอดมองป้ายไม้ที่ตวัดอักษรจีนว่าเรือนซุ่นซู บานประตูของเรือนเปิดกว้างมิได้แสดงว่าเป็นเขตต้องห้ามอันใด ร่างใหญ่จึงผันกายเข้าไปในฉับพลัน


นัยน์ตาหลี่ซื่อทอดมองภายในที่ตกแต่งด้วยไม้ประดับและไม้ยืนต้นหลากหลาย แพรพรรณไม้ตัดแต่งงามจนน่าหลุมหลง สองเท้าชายยังก้าวย่างในยามอัสดง มวลผีเสื้อบรรจงโบยบินระรวยทาง ดอกไม้หลากสีสันแสนยั่วเย้า กลีบลำเภาเคล้ากลิ่นและเกสร ชื่นขจรหมื่นบุบผาแสนงามงอน หมู่ภมรระบำพราวสราญรมย์


เพลานี้หลี่ซื่อดุจย่างเข้าในแดนสวรรค์ ใจชายระทึกด้วยภาพดุจห้วงฝันตรงหน้า นัยน์ตาน้ำตาลพราวระยับด้วยแสงทองรำไพที่สาดลงอาณาบริเวณกว้าง 


“แม้กระทั่งผีเสื้อยังลุ่มหลง ข้าก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง แล้วจะไม่ให้ข้าหลงเพ้อฝันก็คงหาได้ไม่” เขาคิดพร้อมสอดส่ายสายตาหาต้นเสียงที่ดังราวกับสะกดจิต มันยั่วเย้าใจเขาจนไหวระส่ำ


ในที่สุดดวงตาชายก็หยุดนิ่ง เมื่อพานพบกับภาพหญิงตรงหน้า ที่รายล้อมด้วยผีเสื้อสีสันจับตาจำนวนมาก นางยกแขนสองข้าง ใช้ฝ่ามือจับสิ่งของประหลาดลงแตะเบาบนริมฝีปากที่แง้มออกจากผ้าสีชมพูอ่อนที่พันโพกเร้นทั้งศีรษะ 


นัยน์ตานางที่โผล่พ้นจากการถูกปกปิดดูคมหวาน ทั้งแพขนตาที่งอนยาวหนาดกดำดูมีมนต์ขลังจนสายตาชายละลงไม่ได้


“อุ้ย! ท่านเป็นใครกัน” เสียงสาวรับใช้ดังขึ้น หยุดเสียงดนตรีของเหวินหยา พาลพาองค์ชายสี่และมวลผีเสื้อหลุดจากภวังค์


“บังอาจ! พบองค์ชายแล้วยังไม่ถวายบังคม และยังกล้ามาเอ่ยวาจาห้วนๆอีก” กงกงที่ยืนข้างกายผู้มีศักดิ์พลันเอ็ดใส่เซียงเซียงและเหวินหยา จนสองนางรีบทำความเคารพในทันที


“ลุกขึ้นเถิด ข้าต่างหากเสียมารยาทเข้ามาในเรือนของเจ้าโดยพละการ มาทำลายเวลาส่วนตัวที่เจ้ากำลังเล่น..เอ่อ..เล่น” เสียงชายหยุดลง เพราะเข้าไม่รู้ว่าเครื่องดนตรีในมือหญิงตรงหน้าคือสิ่งใด นางจึงเอ่ยปากบอกต่อ


“ซวินเพคะ เป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ ปกติจะทำจากดินเผา หากแต่ซวินสือหลิวซิงของหม่อมฉันทำจากหินดาวตกเพคะ” เหวินหยาสำรวมคำ


“ซวิน อ๋อ! ข้าเคยร่ำเรียนมา แต่ไม่เคยได้ฟังเสียงมันมาก่อน แล้วซวินอันนี้ทำจากหินดาวตกเชียวรึ” เสียงใหญ่ถามไถ่อย่างใคร่รู้ ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องซวินในมือของเหวินหยา


“เพคะ! บิดาของหม่อมฉันได้มาด้วยความบังเอิญ และเห็นว่าหม่อมฉันเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เลยมอบให้ไว้เป่าคลายความเหงาเพคะ” 


หญิงสาวกล่าวเรื่องจริง ด้วยซวินชิ้นนี้เป็นของเหวินหยาคนก่อน นางมักนำมาเป่าเล่นเพราะต้องอยู่ลำพังในความอ้างว้างอย่างโดดเดี่ยว นางจึงมีเพียงเสียงเพลง หนังสือ การวาดภาพและงานเรือนเป็นเพื่อน ซึ่งวิญญาณดวงใหม่ของเหวินหยาได้เห็นมันผ่านความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้


“กระนั้นเจ้าก็คืออนุคนใหม่ของเหิงเจี้ยงสินะ” ชายหนุ่มย้อนถามด้วยน้ำเสียงตื่นใจ


“เพคะ หม่อมฉันนามว่าหยูเหวินหยาเพคะ” สองมือนางประสาน ศีรษะโน้มลงเล็กน้อยอย่างงดงาม


“อ๋อ! นามช่างไพเราะ แต่น่าเสียดายนักที่ต้องเกิดมามีทุกข์ด้านรูปกายเช่นนี้” น้ำเสียงเขาแสดงความเสียดาย สายตาแลดูสงสารนางอย่างชัดเจน


“ขอบพระทัยที่ทรงเข้าใจและไม่รังเกียจเหวินหยาผู้นี้เพคะ หากแต่หม่อมฉันต้องขอให้พระองค์รีบกลับเพคะ หม่อมฉันกลัวพระวรกายอันสูงส่งของพระองค์จะติดคำสาปร้ายของหม่อมฉัน” 


เสียงใสเอื้อนเอ่ยดุจคนซื่อ ทำเอาองค์ชายกลั้นความสำราญไม่ได้


“ฮ่าฮ่า! คำสาปตามคำลือ ข้าว่าคงไม่มีหรอกกระมัง เพราะขนาดผีเสื้อ สัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าอ่อนโยนและรักสงบ ยังโบยบินและเกาะตามกายเจ้ามากมายเพียงนี้ หากมีคำสาปจริงพวกมันย่อมตื่นตัวได้เร็วกว่ามนุษย์เป็นแน่” 


เสียงหลี่ซื่อเอ่ยคละขำเบาด้วยคิดเห็นแตกต่างจากคำเล่าอ้าง นัยน์ตาชายมองรอบกายหญิงตรงหน้าที่ยังคงหลงเหลือผีเสื้อเกาะตามร่างนาง


เหวินหยาได้ยินพลางใจเต้นแรง ด้วยทึ้งในความคิดและการวางตัวที่เป็นกันเองเสียจนนางเกือบลืมชนชั้นที่แตกต่าง หากแต่นางก็ไม่ได้บอกอุบายที่ตระเตรียมด้วยใจหมายจะยลพระพักตร์ให้องค์ชายตรงหน้าฟัง


“เหตุใดเจ้าจึงมิออกไปรับข้าเล่า อย่าบอกว่ากลัวเรื่องรูปลักษณ์และคำสาปอีกนะ” องค์ชายสี่ถามต่อ


“เพคะ หม่อมฉันคิดเช่นนั้นจริง เพราะทุกคนไม่ได้มีความคิดเปิดกว้างดังเช่นองค์ชายเพคะ หม่อมฉันถึงต้องปลีกตัวอยู่ลำพัง” เสียงเหวินหยาหมองเศร้าชวนหดหู่


“เฮ้อ! เหิงเจี้ยงนะเหิงเจี้ยง! ทำเจ้าทุกข์ใจโดยไม่รู้ตัวเข้าแล้ว อย่าถือสาเพื่อนข้าผู้นี้เลย นิสัยเช่นนี้เป็นมาแต่เด็กแต่เล็กแล้ว และอีกสองฮูหยินก็ไม่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากเจ้าเท่าไหร่นักหรอก เพียงแต่เจ้าต้องออกจากการเก็บตัวพยายามเข้าหาสามีให้มากกว่านี้” 


หลี่ซื่อสอนสั่งด้วยใจมุ่งดี เขารู้นิสัยสหายรักว่าแท้จริงแล้วมิได้เลวร้าย หากแต่เมินเฉยจนดูเย็นชาเท่านั้น


“ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงหม่อมฉันเพคะ แต่ความจริงยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้ หม่อมฉันรูปกายเช่นนี้แม้แต่เพื่อนยังไม่มี แล้วจะให้เข้าหาสามี หม่อมฉันเกรงเขาจะกลัว หม่อมฉันไม่อยากเห็นท่าทีเช่นนั้นเพคะ”


เหวินหยาทอดถอนใจ นางรำพันถึงแต่ก่อนที่ใบหน้าและร่างกายยังผิดรูป  นึกถึงสายตาและการถูกหยามเหยียดสารพัด แม้ตอนนี้รูปลักษณ์นางจะเปลี่ยน หากแต่นางก็ไม่ยินดีให้คนจิตใจคับแคบเหล่านั้นได้เห็น และไม่อยากถูกระรานจากสองฮูหยินที่เกรงกลัวนางจะแย่งสามี


“นั้นข้าจะเป็นเพื่อนเจ้าเอง!” องค์ชายหนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้ม ทำเอาเหวินหยาใจชุ่มชื้นที่ไม่โดนรังเกียจ


ร่างหนาชี้ไปยังกรงนกที่แขวนไว้ด้านข้าง มันถูกจัดเตรียมโดยคำสั่งของนางที่ให้เซียงเซียงไปหามา พร้อมกับดอกไม้และผีเสื้อจำนวนมาก


“องค์ชายทอดพระเนตรในกรงนี้สิเพคะ หม่อมฉันก็เสมือนดังนกในกรงนี้ อยากจะมีเพื่อนก็คงมีไม่ได้ ถึงองค์ชายจะลดพระเกียรติมาเพียงใด หม่อมฉันก็มิอาจไขว่คว้า” เสียงเล็กตัดพ้อใส่ตนเอง


หลี่ซื่อได้ฟังยิ่งสังเวช เขาพลันเคลื่อนกายใหญ่เข้าใกล้กรงนก สองมือขาวเอื้อมยกเปิดประตูกรงนั้นในทันที เขาหมายให้นกที่ถูกจองจำโบยบินเป็นอิสระ ดังจะสื่อให้เหวินหยาก้าวออกจากการเก็บตัวเป็นอิสระดังนกนั้น ทว่านกตัวน้อยกลับไม่ขยับ มันเพียงจ้องมองประตูกรงที่เปิดอยู่ หากแต่ไม่ยอมโบยบิน


“ทำไมกัน” เสียงใหญ่อุทานด้วยความสงสัย เหวินหยาพลันขยับกายเข้าใกล้ นางโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยบอก


“นกตัวนี้ก็เหมือนหม่อมฉันเพคะ ถึงจะมีประตูกว้างให้ออกไป ทว่ารูปลักษณ์พิกลพิการมิอาจโบยบินไปสู่ฟ้ากว้าง ดังหม่อมฉันมิอาจออกไปสู่สาธารณะ ด้วยเกรงจะทำชื่อตระกูลเหิงเสื่อมเสียเพคะ”


องค์ชายรับรู้ได้ถึงความระทมที่แอบแฝงอย่างท่วมท้นในตัวหญิงนางนี้ นัยน์ตาน้ำตาลทอดมองร่างเหวินหยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอีกครั้ง 


ภาพหญิงที่พันหุ้มด้วยผ้าปิดทั้งศีรษะไม่เห็นแม้เรือนผม มีเพียงดวงตาที่อ่อนโยนและริมฝีปากที่พ้นผ้ามาเพียงนิด ทั้งร่างกายแขนขาลำตัวของนางดูหนาใหญ่จนเกินหญิง ใจเขาพลันเวทนาในความอาภัพของนางยิ่ง


“หากเจ้าออกไปไม่ได้ นั้นคราวหน้าข้าจะมาหาเจ้าเอง ข้าตกลงปลงใจว่าต่อไปเจ้าคือเพื่อนของข้า หยูเหวินหยา” 


เสียงใหญ่เอื้อนบอกหนักแน่นและยิ้มอย่างไมตรี ทำใจเหวินหยาเต้นแรงอีกครั้ง ขนาดนางปฏิเสธทุกหนทางแต่เขายังคงหยิบยื่นมิตรภาพและบอกจะมาหาอีกโดยไม่คิดรังเกียจ


ริมฝีปากบางพลันคลี่ยิ้มด้วยความดีใจ หากเป็นได้นางอยากให้ชายตรงหน้าเป็นสามีมากกว่าก้อนน้ำแข็งไร้ใจเสียอีก

 


ยามอุสราลับดับแสง นภามือมัวประดับดาราพราวระยับดาษดื่น ภายในเรือนซุ่นซู เหวินหยานั่งบนเก้าอี้ไม้ แขนนางเอื้อมจับพู่กันตวัดลายเส้นเป็นภาพวาด 


คราก่อนนางเคยวาดภาพเซียงเซียงที่เป็นสาวใช้และเป็นเสมือนเพื่อนเพียงคนเดียวที่นางมี ครานี้นางบรรจงสรรค์สร้างภาพเพื่อนใหม่อีกคน นั้นคือองค์ชายสี่หลี่ซื่อ


ปึงงง...!!!! 


เสียงประตูห้องถูกเปิดอย่างแรงทำเอาเหวินหยาถึงกับตกใจ ยั้งปลายพู่กันแล้วทอดสายตาอย่างสงสัยในต้นเสียง


“คุณชาย” เซียงเซียงอุทานเรียกผู้มาเยือนดังพายุด้วยความตื่นตระหนก


ร่างใหญ่ของเหิงเจี้ยงเคลื่อนเข้ามาอย่างอุจอาจ ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงอย่างเด่นชัด เขาก้าวไปหาเหวินหยาด้วยโทสะแรงกล้า


ด้านเหวินหยาได้ยินเสียงเซียงเซียงอุทานว่าคุณชาย นางก็พอเดาได้ว่าคงเป็นเหิงเจี้ยงมาเยือน นางรีบวางพู่กันและขยับกายมาด้านข้างโต๊ะ ยืนในอาการสงบเพื่อรอพบสามีตน 


แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง หากแต่ในใจเหวินหยากลับเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่คือครั้งแรกที่อนุผู้นี้จะได้ยลโฉมสามี ด้วยครั้งก่อนนางอยู่ใต้ผ้าคลุมมงคลทำให้เห็นได้เพียงเค้าร่างจากนั้นก็สลบเพราะพิษไข้ไปเสียก่อน


ทันทีที่ร่างใหญ่เผยตัว นัยน์ตาหวานก็เบิกโตอย่างตกใจ รูปร่างชายตรงหน้าช่างสูงตระหง่าน แขนขาเรียวยาวดูกำยำ เรือนผมสีดำสนิทดุจพลอยนิล คิ้วเรียวเข้มสมส่วนกับโครงหน้าเรียว จมูงโด่งสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป และนัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้น เพียงแรกพบสบตา นางก็จำได้ทันทีว่าเขาคือชายในฝันที่นางเฝ้าถวิลหา


ใจสาวเต้นถี่ขึ้น ร่างนางเกร็งไปทั้งตัว เหตุใดสามีนางถึงมีหน้าตาราวกับพิมพ์เดียวกับชายในฝันของนางไม่ผิดเพี้ยนเช่นนี้ หากแต่ยามนิมิตริมปากหยักนั้นจะยิ้มละมุนเสมอ ดวงตาคมจะทอแสงแห่งรักทุกครั้ง ทว่าชายตรงหน้ากับบึ้งตึง แถมนัยน์ตายังฉายแววเย็นชา เพียงแค่ปรายตามองก็ทำให้รู้สึกถึงความกดดันมหาศาล


“เจ้านี่เจ้าเล่ห์เสียจริง กล้ามากถึงขนาดใช้เหลี่ยมจิ้งจอกหลอกหล่อองค์ชายสี่” ร่างใหญ่แผดเสียงเข้ม หัวคิ้วขมวดชนแสดงความโกรธ


เหวินหยาตกใจในคำที่ได้ฟัง มันรุนแรงจนนางใจชา และที่หน้าตื่นใจไปกว่านั้น นั่นคือแม้กระทั่งน้ำเสียงที่เปล่งออก ยังเหมือนกับเสียงของชายในนิมิตราวกับเป็นคนเดียวกัน ภาพความหวานปนซ่านความอบอุ่นถูกฉีกด้วยภาพปีศาจตรงหน้า


“ท่านพี่เอ่ยสิ่งใดหรือ ข้าไม่เข้าใจ” หญิงสาวสะกดกั้นใจ พยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากแต่เขากลับฟังแล้วเสมือนนางยอกย้อนแสร้งทำไม่รู้


“เจ้าหลอกล่อองค์ชายมาเรือนนี้ แล้วใช้เล่ห์ขอให้พระองค์เป็นเพื่อนและยอมรับปากพาเจ้าไปเที่ยวในวัง เจ้าจะบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้รึ” 


ร่างใหญ่ใบหน้าตึงเครียด หากนางอยู่สงบเขาก็รับได้ ถึงแม้คนอื่นจะกล่าวกันเรื่องคำสาปก็ตาม แต่นางกลับกล้ายั่วยุให้องค์ชายพาเข้าวังหลวง หญิงแบบนี้ที่เขาแสนเดียจฉันท์


ด้านเหวินหยาในใจหน่วงหนัก นางแค่อยากยลพระพักตร์องค์ชาย ไม่ได้คิดหลอกล่อแต่อย่างใด ทั้งไม่เคยขอให้พระองค์เป็นเพื่อนด้วยซ้ำ และไม่ได้ขอให้พาไปเที่ยวที่ใดทั้งสิ้น แต่สามีนางกลับมาพูดเองเอ่อเองฝ่ายเดียว แถมยังว่านางใช้เล่ห์จิ้งจอกอีก ความรู้สึกนางทั้งเจ็บหน่วงและปวดหนึบ


หญิงสาวขบริมฝีปากอย่างอัดอั้น นางนับหนึ่งถึงสิบในใจก่อนตัดสินใจเอ่ยคำต่อ


“ข้าไม่เคยขอให้องค์ชายพาไปที่ใด ส่วนเรื่องเพื่อนนั้น องค์ชายเป็นฝ่ายเอ่ยเอง ข้าเป็นเพียงแค่หญิงศักดิ์ต่ำ เป็นแค่อนุลับๆของท่านพี่ แล้วข้าจะเอาอำนาจใดไปจูงใจองค์ชายผู้มากด้วยอำนาจบารมีได้ ท่านพี่เอ่ยเช่นนี้ไม่ยุติธรรมแก่ตัวข้าเลย 


ข้าก็ถือว่าเป็นภรรยาท่าน ถึงเพียงแค่ในนามแต่ตัวข้าก็หวังอยู่อย่างสงบ ไม่แม้แต่จะออกไปสร้างความเดือดร้อนให้คนในจวน และยิ่งไม่เคยเตร็ดแตร่ไปมาให้คนเสียขวัญเสียด้วยซ้ำ แค่นี้ข้ายังแสดงความจริงใจไม่พออีกหรือ”


มือนางสั่นเทาเล็กน้อย ด้วยกำลังสะกดกั้นความรู้สึก กั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต่อหน้าชายใจน้ำแข็งผู้นี้ เพราะหากเขาเห็นน้ำตา เขาคงหาว่านางใช้เล่ห์จิ้งจอกเรียกร้องความสงสารอีกเป็นแน่


เหิงเจี้ยงถอนหายใจยาว ใจเขาสงบลงบ้างเมื่อได้ฟังความจากปากภรรยา ทว่าอีกใจก็ยังเคลือบแคลงในตัวนางอยู่ดี เพราะนางเคยใช้เล่ห์ทำให้เขายอมลดตนออกไปรับนางเข้าจวนด้วยตัวเองมาแล้ว จึงพอรู้ว่านางฉลาดหลักแหลมเพียงใด


“ขอให้เป็นดังเช่นที่เจ้าว่าจริงแล้วกัน หากไม่เช่นนั้นข้าคงเฉยไม่ได้ เพราะข้าเกลียดหญิงมากเล่ห์เรียกร้องความสนใจเป็นที่สุด” ร่างใหญ่ลั่นคำหนัก แล้วจากไปอย่างหุนหันราวกับพายุดังเช่นตอนมา


ทันทีที่ร่างใหญ่ลับสายตา เหวินหยาพลันทรุดกายลงบนพื้นในทันที ความเจ็บหน่วงกลางใจที่ได้รับทำนางลุกขึ้นไม่ไหวจนเซียงเซียงต้องเข้าพยุง มือเล็กแกะผ้าพันใบหน้าออก เปิดเผยน้ำตาที่ท่วมท้นทะลักไหล


“คุณหนู! อย่าร้องอีกเลยเจ้าค่ะ” มือเล็กของสาวใช้จับผ้าเช็ดซับหยาดน้ำใสที่รวยรินจากเบ้าตาหวาน 


ใจนางเจ็บไม่แพ้คุณหนู เพราะนางได้ยินและรับรู้เรื่องราวทุกสิ่ง รวมถึงรู้ด้วยว่าคุณหนูไม่ได้เอ่ยขอสิ่งใดกับองค์ชายสักอย่าง นางจึงเข้าใจความรู้สึกที่กล่ำกลืนนี้ของคุณหนูเป็นอย่างดี



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.76K ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #3982 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:20
    เปลี่ยนกันได้ไหมกับองค์ชายสี่
    #3982
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #3734 Tewaik (@pattawarin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:56
    งืออ สงสารนาง
    #3734
    0
  4. #3387 fly_hi (@fly_hi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:05
    ขออนุญาตตกใจเม้นบางคน พูดแรงจนน่ากลัว5555555555
    #3387
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #3276 Fougerefurn (@furnfern712) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:59
    เอาจริงๆปะ นางเอกดูอ่อยองค์ชายสี่มากอะ
    #3276
    0
  7. #3266 Corona_Borealis (@Corona_Borealis) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 14:34
    โง่บักคัก

    เฮ้อ
    #3266
    0
  8. #3243 BG3031 (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:30
    พระเอกหูเบาเนอะ ใครเป่าหูอะไรนิดหน่อยก็เชื่อ ไม่สืบความซักนิด
    #3243
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #2112 IsadaBewbam (@IsadaBewbam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 19:11

    หงุดหงิดพระเอกอ่ะ

    #2112
    0
  12. #2070 DA2681 (@DA2681) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 12:25
    อีหยังของนางเอกว่ะ??
    #2070
    0
  13. #1613 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:35

    ไม่ขอก็เหมือนขอ ควรระมัดระวังการกระทำมากกว่านี้ เคยอยู่จุดสูงๆมากก่อนก็จริง ควรปรับตัวตามสถานภาพที่เป็น คุณอ้างไม่ได้หรอก

    #1613
    0
  14. #1603 SomponratMalasut (@SomponratMalasut) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:04
    แล้วจะดื้อเข้ามาเป็นอนุเขาทำไม สมบัติที่พ่อให้มาก็ตั้งเยอะ รูปร่างหน้าตาก็สวยแล้ว แล้วทำไมไม่เอาไปตั้งตัว
    #1603
    1
    • #1603-1 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 11)
      3 เมษายน 2562 / 17:09
      ยุคนั้นมันไม่ใช่สมัยนี้ไง ถ้าทำได้น้องทำไปแล้วจร้า
      #1603-1
  15. #1440 Phiyarat (@Phiyarat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 06:09
    สงสารนางอ่ะ จิครายยยย
    #1440
    0
  16. #1368 BuaNim96 (@BuaNim96) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:21
    รำคาญสาวใช้...นางตะโกนเก่งเกินไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็จะ "คุณหนู!!!!!!"
    #1368
    0
  17. วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:52
    แอบสงสารคงผูกพันจากความฝันและคำมั่นสัญญาสินะ
    #1240
    0
  18. วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:51
    องค์ชายสี่คือดีมากทั้งความคิดและทุกอย่าง แต่พระเอกเราเนี่ยสิ มุทะลุปากร้ายมีอคติ
    #1239
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #708 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:24
    ใจร้ายอ่ะ ฮือ บอกตรงๆว่าแอบหวั่นไหวกับองค์ชายสี่ครั้งแรกเลยที่หวั่นไหวกับชายคนอื่นนอกจากพระเอก 55 คือแบบเหมือนรับความใจร้ายมาตลอดและมาเจอคนที่อ่อนโยนแบบนี้
    #708
    0
  22. #628 4444jjjj (@4444jjjj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:09
    รักเร็วเพราะคำมั่นสัญญา จะรัก จะรอ เป็น1000 ปี ไม่น่าเลยนังหนู เจ็บปวดมั้ย 5555555
    #628
    0
  23. #589 PraRTit (@PraRTit) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:47
    ไม่ชอบนางเอก
    #589
    0
  24. #498 ja-phusanisa (@ja-phusanisa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 10:10
    นางเอกอ่อยชายสี่นี่คือความรู้สึกที่เราได้อ่าน
    #498
    5
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #498-5 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 11)
      3 เมษายน 2562 / 17:12
      เคยคิดว่าน้องต้องการเพื่อนที่จะค้ำจุนบ้างมั้ยคะ นั่นแหละ

      ไม่น่าเชื่อ รี้ดหลายคนตัดสินว่าน้องเหยาอ่อยชายสี่ เพื่อ...
      #498-5
  25. #458 Darlene❤ (@iiizo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:30
    เรารำคาญนางเอกอ่ะ ขอโทษนะคะไรท์ แงงงง
    #458
    0