คู่มือการทำหนังสืออินดี้สำหรับนักเขียนอินดี้ by peecee

ตอนที่ 3 : เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการพิมพ์หนังสือ โรงพิมพ์ และต้นทุน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 เม.ย. 56

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการพิมพ์หนังสือ โรงพิมพ์ และต้นทุน

 

 

ก่อนที่เราจะคิดพิมพ์หนังสือเอง เราต้องมาดูกันก่อนว่า มันมีขั้นตอนแห่งความยุ่งยากยังไงบ้างในการพิมพ์

การทำหนังสือปกตินั้น หนังสือจะถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ Offset (ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่โตโอลิมปิกมากมากครับ) ซึ่งจะต้องมีการทำเพลทและฟิล์มหน้าปก มันพิมพ์ได้เร็ว ถูกต้อง และสวยงาม ทั้งยังทำให้ต้นทุนต่อเล่มเหลือเพียงไม่กี่บาท กระนั้นเลย จะต้องสั่งจำนวนพิมพ์เป็นจำนวนเยอะพอสมควร โรงพิมพ์ถึงจะยอมพิมพ์ให้ (พิมพ์น้อยมันไม่คุ้มครับ เพราะแค่ค่าเพลทก็ปาไปเป็นหมื่นแล้ว) แต่ถ้าเป็นสำนักพิมพ์ที่เขาพิมพ์อย่างน้อยก็ 3,000 เล่มแล้ว ถ้าหนังสือเล่มหนึ่งขนาดประมาณ 250 หน้า ต้นทุนก็แค่ประมาณ 60-70 บาทเท่านั้น (ทั้งนี้จำนวนที่โรงพิมพ์ยอมพิมพ์ให้ ระยะปลอดภัยก็ประมาณ 500 เล่ม แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสนิทชิดเชื้อกันกับโรงพิมพ์ด้วย เพราะถ้าสนิทก็คุยกันได้ ผมพิมพ์หนังสือเรื่อง PIERRE DE MUSTIN ด้วยเครื่องพิมพ์ Offset จำนวน 250 เล่มครับ)

ฉะนั้นแล้ว นักเขียนอินดี้ที่คิดจะพิมพ์หนังสือเอง แต่มีงบลงทุนไม่มากจึงพิมพ์จำนวนได้น้อย ก็ต้องหันมาใช้เครื่องพิมพ์ดิจิตอล (เป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขนาดประมาณเครื่องซีรอกซ์) หรือที่เรียกว่า การพิมพ์แบบ On demand การพิมพ์แบบนี้ ต้นทุนต่อเล่มจะมีราคาที่คงที่ สั่งพิมพ์แค่ไหนก็ราคาเดียว คุณภาพก็ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์ของโรงพิมพ์นั้นๆ แต่โดยรวมก็ได้คุณภาพเกือบเทียบเท่าเครื่องพิมพ์ Offset อาจจะด้อยกว่าในเรื่องสีเป็นต้น

ท่านนักเขียนอาจจะถามว่า แล้วเลือกพิมพ์แบบไหนดีกว่ากันสำหรับนักเขียนอินดี้ ผมก็จะสรุปให้ดังนี้

 

 

Offset

On demand

รูป

 

คุณภาพ

คุณภาพดี หน้าปกสีตรงกับที่ออกแบบในคอมพิวเตอร์

คุณภาพดีใกล้เคียงกัน หน้าปกสีมีโอกาสเพี้ยนสูง

ต้นทุน

ต้นทุนต่อเล่มต่ำ ยิ่งพิมพ์มากยิ่งถูก

ต้นทุนต่อเล่มคงที่เท่ากันทุกปริมาณ

จำนวนที่พิมพ์

ต้องพิมพ์จำนวนมากในระดับหนึ่ง

พิมพ์จำนวนขั้นต่ำสุดได้ 1 เล่ม

ระยะเวลาในการพิมพ์

(เทียบระยะเวลาต่อเล่ม)

พิมพ์เร็ว

พิมพ์ช้า

เคลือบด้าน

ได้

ได้

เคลือบ Spot UV

ได้

ได้ (ตำแหน่งมีสิทธิ์เพี้ยนสูง)

ปั้มนูน

ได้

ได้ (ตำแหน่งมีสิทธิ์เพี้ยนสูง)

การพิมพ์ซ้ำ

สั่งปริมาณเท่าเดิม แต่ถูกลง เพราะตัดค่าเพลทออกไป

ราคาเท่าเดิม

ความเสี่ยง

ถ้าไม่มีฐานคนอ่านพอสมควร มีความเสี่ยงที่จะประสบกับภาวะขาดทุนสูง

ส่วนใหญ่เป็นการสั่งแบบ Pre-Order อัตราการขาดทุนจึงไม่มี เพราะขายหมดแน่นอน

 

เห็นได้ชัดว่า รูปแบบการพิมพ์แบบ On demand มักจะเป็นรูปแบบที่นักเขียนอินดี้ส่วนใหญ่จะนิยมมากกว่า เพราะไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะขาดทุน ทุนที่นำมาพิมพ์ก็รอให้ผู้อ่านที่สั่งจองไว้โอนเงินมาก่อน ซึ่งทำให้ท่านนักเขียนหมดภาระเรื่องเงินทองไปโดยปริยาย

ส่วนการพิมพ์แบบ Offset นั้นมีเป็นส่วนน้อย มักจะเป็นนักเขียนมือเก่าที่เคยมีผลงานตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มาก่อน ไม่ก็เป็นคนที่มีเส้นสายในร้านหนังสืออย่างซีเอ็ดกับนายอินทร์หรือสายส่ง ก็จะสามารถขายคืนทุนและได้กำไรภายในระยะเวลาไม่นาน แต่สำหรับคนที่ไร้เส้นสาย มีแต่ตัวกับหัวใจ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยงขาดดุลและไม่สามารถถอนทุนคืนได้เป็นอย่างมาก เพราะการจะฝากสายส่งไปยังร้านหนังสือใหญ่ๆ นั้นค่อนข้างซับซ้อน จ่ายแพง และมีโอกาสโดนโก่งราคาสูงด้วย) ถึงกระนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าท้าทายดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะการต้องทำการตลาดเอง ก็ให้ประสบการณ์ที่ท่านนักเขียนไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ทั้งการฝากขายต่างๆ หรือการโฆษณา เหมาะสำหรับคนไม่รู้จักพอแบบผมมากๆ (สามารถศึกษาเรื่องการฝากขายได้เพิ่มเติมในบท ว่าด้วยเรื่องการวางขายในร้านหนังสือ และ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:เรื่องของสายส่ง)

ดังนั้น ผมจึงบอกไม่ได้ว่าท่านนักเขียนควรเลือกแบบไหนกันแน่ ถ้าให้ปลอดภัยและประหยัดงบก็เลือกพิมพ์แบบ On demand แต่ถ้าอยากทำให้หนังสือสามารถเผยแพร่ไปในวงกว้างได้ ก็เลือก Offset แล้วแต่สไตล์ของเราเลยครับ

 

อ่านต่อเรื่อง การคำนวณราคาและต้นทุนในการพิมพ์

ในบท เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการพิมพ์หนังสือ โรงพิมพ์ และต้นทุน [2]

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #6 Minniewon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 17:07
    โฮ ท่าจะยากน่าดู T_T
    #6
    0