[Draco x Hermione] Contours

ตอนที่ 8 : Chapter SEVEN [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 190 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

             Chapter SEVEN
"It's completely impossible to find a guy who won't ever hurt you. 
So go for the guy who will make the pain worth-while."

อ้อ เกือบลืมไปเลย เฮอร์ไมโอนี่ นี่เวสลีย์ แคร์โรว์ เป็นเพื่อนเก่าสมัยอยู่ฮอกวอตส์ คิดว่าเธอคงเคยเห็นเขาผ่าน ๆ สมัยเรียนเฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า แคร์โรว์ นี่คู่หมั้นของฉันอย่างที่นายรู้ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

หลังจากได้รับการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการแล้ว แคร์โรว์ก็ส่งยิ้มให้เฮอร์ไมโอนี่อีกครั้งแล้วจูบที่หลังมืออย่างสุภาพบุรุษ

ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ คุณเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

ยินดี

ท่ามกลางความเงียบหลายนาทีที่ผ่านไปไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกจากปากของเฮอร์ไมโอนี่และเดรโกที่นั่งอยู่เบาะหลัง ทั้งสองคนยังคงจับมือกันและกันเอาไว้แม้ว่าภายในใจจะภาวนาให้ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดโผล่ออกมาเสียทีก็ตาม

ไม่นานเกินรอปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา เวสลีย์เลี้ยวเข้าไปจอดที่จุดจำหน่ายน้ำมันทันที

“ตกใจเสียจนเกือบช็อคตอนที่ได้ยินว่านายกำลังหมั้นน่ะ เดรโก” เวสลีย์ทำลายความเงียบขึ้น “หมายถึงคุณด้วยนะ คุณเกรนเจอร์” เขาว่าต่อพร้อมกับหัวเราะคิกออกมาเบา ๆ “ผมคิดว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใครหรืออะไรที่มีความคล้ายกับคุณมัลฟอยผู้โด่งดังเสียอีก”

“ระหว่างฉันกับมิแรนด้ามันเป็นไปไม่ได้น่ะนะ” คำตอบของเขาถูกตอบออกมาพร้อมกับเสียงขม ๆ

เวสลีย์ส่ายหัว “จริง ๆ มันก็ไม่แย่นะ มิแรนด้าออกจะยอดเยี่ยมไม่ใช่หรือไง”

“นายเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว – นายเดทกับเธอนานกว่าฉัน”

-

“รู้อะไรไหมเกรนเจอร์ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะไปตอบตกลงทำไม” แพนซี่กรีดเสียงพยายามโวยวายให้เบาที่สุดขณะที่พาเฮอร์ไมโอนี่เดินไปทั่วห้างสรรพสินค้าของมักเกิ้ล มันเป็นฉากที่น่าประหลาดใจพอสมควรเมื่อแพนซี่ชวนเธอมาชอปปิ้งด้วยแทนที่จะเพื่อนซี้อย่างมิแรนด้าซึ่งเฮอร์ไมโอนี่คิดเอาเองว่านี่คงเป็นหนึ่งในความพยายามสันติของแพนซี่

“หมายถึงตกลงไปเที่ยวน่ะ – ที่จะไปชายหาดกัน”

ท่าทางของแพนซี่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องหยุดมองด้วยความสับสน นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติที่พวกเธอกำลังทำตัวช่างเม้ามอยเหมือนเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แม้ว่าการซุบซิบจะเป็นเรื่องปกติของพวกผู้หญิงแต่มันไม่ปกติแน่ในกรณีที่สองคนนั้นคือคนที่มีเรื่องขัดแย้งกันมาตั้งแต่เด็ก

“เอ่อ ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร” เฮอร์ไมโอนี่ตอบขณะที่สายตากวาดมองไปบนราวแขวนชุดว่ายน้ำ

“ฉันว่ามิแรนด้าก็แสดงเจตนาชัดเจนนะ” แพนซี่เกริ่นพร้อมกับนิ่วหน้า “ยายนั่นเป็นคนประเภทเถรตรงสุด ๆ ฉันมั่นใจเลยว่ายายนั่นชัดเจนนะว่าอยากได้เดรโกคืน ซึ่ง – ถ้าเป็นแบบนั้นอย่างน้อยเธอก็ควรจะรู้สึกว่าโดนคุกคามอยู่บ้างสิ” เจ้าของร่างสูงเพรียวส่ายหน้าระอาที่ต้องขยายความในเรื่องง่าย ๆ เธอไล่มือไปยังทูพีชสีดำก่อนจะชักสีหน้าไม่ชอบใจแล้วเปลี่ยนไปสนใจชุดอื่นต่อ “มิแรนด้าเหมือนมีโลกเวทมนตร์อยู่ในกำมือ อยากได้อะไรก็แค่โทรหา ป๊ะป๋า

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่แพนซี่พูด แต่พูดก็พูดเถอะการที่เธอตอบรับคำเชิญของมิแรนด้าก็เพื่อเปิดโอกาสให้ยายนั่นเข้ามาแย่งเดรโก มัลฟอยคืนไปนั่นแหละ เพราะเอาเข้าจริงเธอก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าสุดท้ายหมอนั่นจะไปตกลงตบแต่งกับใคร มันเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่เธอ

ตอนตกลงแต่งงานเธอก็ไม่คิดว่าชีวิตประจำวันของเธอจะต้องโดนเดรโกวุ่นวายขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องประจำวันแต่ทั้งงานและเพื่อนก็พากันยุ่งยากไปหมด เธอไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องมาเล่นบทคู่หมั้นที่สมจริงขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าตอบตกลงให้มีชื่อเธอกับเขาบนเดลี่พรอเฟ็ตแค่นั้นก็จบ

แต่นั่นผิดทั้งหมด

แพนซี่หยิบบิกินี่สีขาวออกมาดูไม่กี่วินาทีก็เก็บกลับเข้าราวแขวน “เธอคงกำลังสงสัยใช่ไหมว่าทำไมเดรโกไม่แต่งงานกับมิแรนด้าให้จบ ๆ ไป” แพนซี่หันกลับมาพูดด้วยสีหน้าเม้ามอยอีกครั้ง “เพราะเปลี่ยนเจ้าสาวครั้งนึงก็มากพอแล้วสำหรับเดรโก มัลฟอยและมันจะไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำอีกได้ ไม่อย่างนั้นพวกสำนักข่าวจะเริ่มขุดคุ้ยหาสาเหตุและทุกอย่างจะเริ่มไปกันใหญ่ แค่ยกเลิกการหมั้นกับแอสเทอเรียเพื่อมาหมั้นกับเธอนี่ก็มหันตภัยของวงศ์ตระกูลแล้ว ลองคิดดูนะถ้ามันเกิดขึ้นอีกรอบ – โอ้ย ฉันขนลุกไปหมดแล้ว – ประกาศแต่งงานรอบที่สามกับมิแรนด้าลูกสาวรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์เนี่ย”

“เขาแค่ยกเลิกกรีนกราสแล้วจบไม่ได้หรือไง” เฮอร์ไมโอนี่ถามต่อขณะที่แพนซี่หยิบเอาทูพีชอีกตัวมาทาบตัวเธอ “ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ของเขารู้เรื่องมิแรนด้าอยู่แล้วเหรอ ?”

แพนซี่ยักไหล่และเปลี่ยนเอาทูพีชอีกตัวมาทาบที่เฮอร์ไมโอนี่ “ด้วยความเป็นลูกสาวรัฐมนตรีอ่ะเนอะ ถ้าลูเซียสกับนาร์ซิสซารู้ก็คงจะรีบบังคับให้แต่งงานเลยล่ะ และแน่นอนว่ามิแรนด้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วเธอพยายามเกลี้ยกล่มให้เดรโกเปิดตัวเธอกับทางบ้านอยู่บ่อย ๆ แต่ทำไงได้ล่ะ – คนที่มีปัญหาคือเดรโก สุดท้ายก็จบลงที่ตีกันเป็นเด็กแล้วก็ต้องแยก”

“อ๋อ นี่คือเหตุผลที่เธอเลิกกับเขาสินะ ?” เฮอร์ไมโอนี่ทบทวนก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก “อ๋อ ใช่เธอพูดอยู่เหมือนกัน – เธอบอกว่าที่เธอตัดสินใจเลิกกับเดรโกก็เพราะเขากลัวการผูกมัด”

แพนซี่พยักหน้าหงึกหงักอย่างไม่ได้ใส่ใจนักเพราะเธอรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าก็คือชุดว่ายน้ำที่รายรอบอยู่ตอนนี้ มันควรจะมีสักตัวที่ถูกใจ

“ความจริงเดรโกก็มีเหตุผลที่จะกลัวนะ เขาเพิ่งจะอายุ 18 ปี ถามจริงมีใครอยากแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดบ้าง ? เด็กผู้ชายก็อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองทั้งนั้น”

“แพนซี่ เดี๋ยว – นี่เราจะไปแค่วันเดียวนะ” เฮอร์ไมโอนี่ว่าเมื่อเห็นจำนวนชุดว่ายน้ำที่แพนซี่หอบเอาไว้ที่แขน “ฉันว่านี่มันมากไป”

แพนซี่เลิกคิ้วกังขา “เชื่อเถอะเราอยู่ที่นั่นเกินหนึ่งวันแน่ ๆ ยายนั่นไม่ได้บอกเหรอว่าปกติแล้วเราไปทริปกันเป็นสัปดาห์ – ไม่ก็มากกว่านั้น”

“แต่ฉันยังมีเรื่องต้องทำอยู่นะ” เธอค้าน “นี่ฉันคิดว่าใช้เวลาแค่วันอาทิตย์วันเดียว”

“เดี๋ยวฉันจะให้เบลสจัดการให้ หมายถึง – พ่อของเขาน่ะ” เธอบอก เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้แปลกใจนักเพราะอย่างที่รู้กันดีกว่าพ่อแม่ของเบลสมีตำแหน่งมีหน้ามีตาในสังคมลอนดอนและแน่นอนในสังคมโลกเวทมนตร์

“เกรนเจอร์เธอฟังฉันนะ มิแรนด้าคือเพื่อนสนิทของฉันและตอนนี้ก็ยังสนิทกันดี แต่ตั้งแต่เธอจากทุกคนไป – ใช่ – ตั้งแต่เลิกกับเดรโกนั่นแหละ ฉันก็รู้สึกจริง ๆ เลยนะว่าฉันอยากให้คนที่อยู่กับเดรโกเป็นเธอมากกว่ามิแรนด้า ดังนั้นอย่าทำให้ชีวิตเขายุ่งยากอีกได้ไหม”

เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าแพนซี่อย่างใช้ความคิดด้วยความรู้สึกตงิดใจแปลก ๆ จากคำพูดของเธอ “หมายความว่าเธออยากจะให้ฉันไปสู้รบตบมือกับมิแรนด้าเพื่อใครสักคนที่ฉันก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้นงั้นเหรอ ?”

“ใช่” คำตอบของแพนซี่ง่ายเหมือนไม่ได้ใช้ความคิดทบทวนสิ่งที่เธอพูด “ทำได้ไหมล่ะ ?”

-

“เกือบไม่เชื่อว่าที่นี่มีรีสอร์ทอยู่จริง ๆ” เฮอร์ไมโอนี่พ่นพึมพำออกมาขณะที่ใช้ดวงตาสอดส่องอาคารขนาดใหญ่เบื้องหน้า “แบบว่า – เคยอ่านเจอครั้งหนึ่งในนิยายพ่อมดแต่ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริง... นึกว่าพวกพ่อมดจะใช้บริการรีสอร์ทของมักเกิ้ลอย่างเดียวเสียอีก”

เดรโกแค่นหัวเราะหยัน “พ่อมดที่สามารถจ่ายเพื่อพักที่รีสอร์ทนี้ได้มีแต่เลือดบริสุทธิ์เท่านั้น เธอคงไม่คิดว่าพวกเขาจะอยากเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วอยู่ในรีสอร์ทมักเกิ้ลหรอกใช่ไหม” เดรโกเบ้ปากถามขณะที่เดินนำไปยังเคาท์เตอร์เพื่อเช็คอิน “พวกเขาคงจะคอมเพลนถึงรีสอร์ทเป็นล้านครั้งว่ารีสอร์ทนั่นสกปรกและทำให้มือของพวกเขาเปื้อนตลอดเวลา”

แม้ว่าจะรู้สึกฉุนขาดแต่เธอก็ทำได้แค่พยักหน้าอย่างเข้าใจอคติงี่เง่าของพวกเลือดบริสุทธิ์ “แล้วแพนซี่และธีโอดอร์จะมากับเราด้วยไหม ?”

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รีสอร์ทผู้วิเศษ ฉันซูซาน ไม่ทราบว่าฉันพอจะดูแลพวกคุณอย่างไรได้บ้างคะ ?” เสียงสดใสของหญิงสาวที่มีเส้นผมสีแดงและดวงตาสีฟ้าอ่อนทำให้เฮอร์ไมโอนี่คิดถึงจินนี่ขึ้นมาจับใจ รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนหน้าของเธอช่วยทำให้เธอดูมืออาชีพมากขึ้นพอ ๆ กับเส้นผมที่ถูกมัดรวบเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อยนั่น

“อ่าหะ ผมคิดว่าคุณคงจะช่วยเราเช็คการจองห้องในนามของมิแรนด้า คาลด์เวลได้”

ทันทีที่นามสกุลของมิแรนด้าหลุดออกจากปากของเดรโกดวงตาของซูซานก็เบิกกว้างและท่าทางของเธอก็ดูแข็งขันขึ้นกว่าเมื่อกี้เสียอีก

“เธอคงยังมาไม่ถึงใช่ไหม ?”

ซูซานพยักหน้าก่อนจะใช้น้ำเสียงเจื้อยแจ้วตอบ “ให้ฉันพาพวกคุณไปที่ห้องพักนะคะ คุณ – ”

“มัลฟอย” เดรโกตอบ “เดรโก มัลฟอย”

หน้าของซูซานแสดงออกว่าประหลาดใจเสียจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินนามสกุลของเขา “ทางนี้เลยค่ะ คุณมัลฟอย” เธอผายมือก่อนจะรีบเดินนำออกไป

“เดาว่าครอบครัวนายคงจะมีชื่อเสียงที่นี่พอสมควรสินะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงแผ่ว “เธอคงประหม่าน่าดู”

เดรโกพ่นลมหายใจทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “ประหม่าเพราะกลัวโดนไล่ออกน่ะสิ”

“นายจะทำให้ใครถูกไล่ออกมั่วซั่วไม่ได้ นั่นแย่มาก” เธอขมวดคิ้วบ่น

“อย่าเว่อ” เขาว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเหตุผลให้ทำแบบนั้นหรอก”

“เดรโก!” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจให้คนทั้งคู่หันมองต้นเสียงในทันทีก่อนจะพบกับร่างของมิแรนด้าที่อยู่ไม่ไกล

“ไง เฮอร์ไมโอนี่” เธอยกมือทักทายเมื่อเดินเข้ามาใกล้ “ดีใจที่พวกเธอหาทางมาที่นี่ถูก”

“เราใช้ผงฟลู มันจะไปยากอะไร” เดรโกตอบเรียบ ๆ

ซูซานกลับมาอีกครั้งพร้อมกับขวดเล็ก ๆ ในมือ “นี่นะคะ” เธอวางขวดลงบนเคาท์เตอร์ก่อนจะหยิบอีกเจ็ดขวดออกจากลิ้นชัก  “สี่ขวดนี้” เธอวางมือลงบนขวดที่เธอหยิบออกมาตอนแรกก่อนจะทำให้มันเปลี่ยนเป็นสีเขียวขมุกขมัว “คือห้องของพวกคุณ”

“ทราบมาว่าคุณคาลด์เวลขอห้องที่ดีที่สุดเอาไว้”

มิแรนด้าพยักหน้ายิ้มรับ

“และนี่คือกุญแจนะคะ” เธอวางมือลงบนขวดอีกเจ็ดขวด “เป็นการดีกว่าถ้าหากจะคุณดื่มมันจนหมดขวด ไม่อย่างนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องการเข้าออกห้องได้”

“กุญแจ ?” เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้ว

“ใช่ค่ะ กุญแจ หลังจากดื่มน้ำยาเหล่านี้แล้วห้องพักจะบันทึกเอาไว้ว่าใครเป็นเจ้าของห้องและจะไม่อนุญาตให้ใครก็ตามที่ไม่ใช่ นี่เป็นระบบความปลอดภัยของรีสอร์ทเราค่ะ – เพื่อลดอัตราการโจรกรรมและอาชญากรรมที่อาจเกิดได้” เธอตอบรวดเร็วพร้อมรอยยิ้มเหมือนเคยพูดประโยคนี้มาหลายร้อยรอบแล้ว “น้ำยาตัวนี้จะไม่มีรสชาติดังนั้นดื่มไม่ยากค่ะ คิดเสียว่าดื่มน้ำเปล่าก็ได้ – ไม่มีผลข้างเคียงและจะหมดฤทธิ์เมื่อคุณเช็คเอาท์ออกจากรีสอร์ทของเรา”

ไม่มีคำถามอะไรต่ออีกเฮอร์ไมโอนี่ค่อนข้างประหลาดใจกับระบบต่าง ๆ ของรีสอร์ทมันไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

ซูซานนำพวกเขาไปยังลิฟต์ซึ่งแดฟนี่ เบลส แพนซี่ และธีโอดอร์รออยู่ก่อนแล้ว

“เยี่ยมไปเลย” แพนซี่พูดออกมาขณะที่คว้าขวดน้ำยาไปจากมือของเดรโก สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงออกไปในทิศทางเดียวกับคำพูดสักเท่าไหร่ เธอคงจะแค่พูดอะไรออกมาไม่ให้มันเงียบจนเกินไปก็เท่านั้น

เมื่อลิฟต์เปิดออกอีกครั้งเดรโกก็สั่งให้เธอดื่มน้ำยาสีเขียวนั่นเข้าไปเหมือน ๆ กันกับคนอื่นที่ทำแบบเดียวกัน เพียงพริบตาเดียวกำแพงหินอ่อนเบื้องหน้าของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นประตูสีขาวสองบาน เดรโกเปิดประตูนำเข้าไปก่อน – ภายในห้องน่าประทับใจมาก กำแพงห้องสูงกว่ามาตรฐานห้องพักทั่วไปมันดูเหมือนห้องโถงใหญ่ ๆ มากกว่า เมื่อมองผ่านเตียงนอนออกไปห้องน้ำขนาดใหญ่ซ้อนตัวอยู่ที่นั่น

“ดูดีมากว่ามั้ย”

เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้สนใจ เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะที่ใกล้ที่สุดก่อนจะเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง “มีหนังสือด้วย!” เธอกรีดเสียงด้วยความตื่นเต้น

“ใช่ ห้องพักจะถูกจัดการให้ตรงกับความต้องการของผู้เข้าพัก” เดรโกตอบ “เธอควรจะไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว เราทั้งหมดจะต้องลงไปที่ชายหาด”

“งั้นนี่ก็คือผลของน้ำยาทั้งหมดเลยใช่ไหม” เฮอร์ไมโอนี่เกริ่นด้วยดวงตาเป็นประกาย “แล้วก็หมายความว่าจะมีแค่เราสองคนที่ผ่านประตูบานนั้นได้ ?”

เดรโกพยักหน้า “ใช่ แบบนั้นแหละ โชคดีหน่อยที่เราจะได้ไม่ต้องแกล้งทำตัวเป็นคู่รักในนี้ และนั่นก็เป็นเรื่องที่เธอควรจะคิดได้แล้วว่าจะต้องทำยังไงต่อไป”

เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าบูดพร้อมกับรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวเมื่อเดรโกส่งขยิบตาให้เมื่อจบประโยค เธอเบ้ปากก่อนจะรีบหันเข้าหาชั้นหนังสือ “หนังสือพวกนี้เป็นหนังสือที่ฉันอยากอ่านทั้งหมดเลย” เธอกลั้นหายใจอย่างควบคุมอาการตื่นเต้นที่มีต่อหนังสือเอาไว้ไม่อยู่ก่อนจะหยิบเอาหนังสือของเอียน แมคอีวานขึ้นมา “อย่างเล่มนี้ฉันอ่านเป็นร้อยครั้งแล้ว มันดีมากเลย”

“ก็คงเหมือนอีกหลาย ๆ คน” เขาว่าขณะที่เริ่มปลดกระดุมเชิ้ต “คลาสสิคดี”

ยี่สิบกว่านาทีผ่านไปก่อนที่เดรโกกับเฮอร์ไมโอนี่จะเดินไปถึงชายหาด ระหว่างทางเดรโกทำให้เฮอร์ไมโอนี่ตกใจนิดหน่อยเมื่อจู่ ๆ เขาก็คว้ามือเธอไปกุมเอาไว้ก่อนที่จะเดินไปเจอเบลสกับแดฟนี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวริมฝั่งทะเล

เดรโกนำเธอไปยังอีกฟากหนึ่งของโต๊ะแล้วดึงเก้าอี้ให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรษ “สวัสดีแดฟนี่ ไม่เจอกันนานเลยนะ” เขาเอ่ยทักด้วยท่าทางไม่เป็นมิตรนัก “พี่สาวเธอเป็นยังไงบ้าง ?”

แดฟนี่จ้องเขม็งเหมือนอยากจะพูดอะไรแรง ๆ สักอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป “แย่” ท่าทางของเธอผยองเหมือนทุกคนในครอบครัว “เหมือนกับทุกคนในครอบครัวนั่นแหละ”

เฮอร์ไมโอนี่เหลือบมองสีหน้าของเดรโกเล็กน้อยแล้วก็พบว่าเขาดูไม่ได้เดือดร้อนกับสถานการณ์วิกฤติที่แดฟนี่พูดถึงเลยสักนิดจนเธอต้องถองศอกเข้าที่ชายโครงของเขาเพื่อเตือนสติก่อนที่เขาจะพูดอะไรแย่ ๆ ออกไปอีก “ไม่ต้องพูดแล้ว”

แม้ว่าเดรโกจะไม่ได้สนใจเธอนักแต่ก็นับว่าโชคดีที่มันเป็นจังหวะเดียวกับที่แพนซี่และธีโอดอร์มาถึงพอดี พวกเขานั่งลงข้างเฮอร์ไมโอนี่และแน่นอนจึงเหลืออีกที่เดียวข้าง ๆ กับเดรโก

“ฮั้ลหลูวทุกคน” มิแรนด้าจีบปากจีบคอทักทายทุกคนก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เดรโก พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อยจากนั้นพวกเอลฟ์ประจำบ้านก็เริ่มปรากฎตัวขึ้นและลำเลียงอาหารและเครื่องดื่มในภาชนะเงินออกมา

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างปกติพวกเขาค่อย ๆ ละเลียดอาหารชั้นเลิศที่รีสอร์ทเตรียมเอาไว้ขณะที่เดรโกและเฮอร์ไมโอนี่ก็แสดงละครบทคนรักได้อย่างไม่มีข้อติ เดรโกกุมมือของเธอที่ใต้โต๊ะตลอดเวลา ในขณะที่เธอก็พยายามพูดจาอ่อนหวานและส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เขาเป็นระยะ พวกเขาทำแบบนั้นตลอดระยะเวลาอาหารกลางวันจนกระทั่งแพนซี่ประกาศจบมื้ออาหารหลังจากผ่านไปเป็นเป็นชั่วโมง

“ไปเล่นน้ำกันเถอะ!” แพนซี่คว้ามือธีโอดอร์และกึ่งลากกึ่งจูงให้ตามเธอลงไปในน้ำลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำลึกเลยอก

“มาเร็วแดฟ!” เบลสป้องปากเรียก

“ไปกันเดรโก”  ทันทีที่เดรโกกำลังจะพาเฮอร์ไมโอนี่ลุกจากโต๊ะมิแรนด้าก็ลุกตามเข้ามาติด ๆ ทำให้สุดท้ายเหลือเฮอร์ไมโอนี่อยู่ที่โต๊ะเพียงคนเดียว

เธอนั่งอยู่ที่นั่งและมองกิจกรรมของคนทั้งหกท่ามกลางทะเลที่ใสสะอาดเหมือนคริสตัลซึ่งยิ่งงดงามขึ้นไปอีกเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบกับคลื่นน้ำ เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ลงไปสนุกกับพวกนั้นเพราะใจเธอลอยกลับไปถึงหนังสือจำนวนมากในห้องพักแล้ว ความจริงเธอควรจะหยิบมันติดมาสักเล่มเผื่อจะช่วยฆ่าเวลาระหว่างนี้ได้บ้างแต่เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจึงลุกขึ้นจากโต๊ะและย่ำเท้าลงบนผืนทรายสีขาวนุ่ม ๆ ที่เฮอร์ไมโอนี่ตั้งใจจะฝังรางตัวเองลงที่นั่น

ขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดเอากลิ่นหอมของทะเลเข้ามาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจนเธอสะดุ้งโหยง

“รู้สึกจืดไปเลยใช่ไหมล่ะ” เบลสยืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พูดกลั้วหัวเราะ “ตอนอยู่ใกล้กับมิแรนด้าใคร ๆ ก็รู้สึกแบบนั้น”

เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะกลับไปแห้ง ๆ “นายคิดว่าฉันจะไม่รู้สึกแบบนั้นงั้นเหรอ” เธอเว้นวรรคเพื่อใช้ความคิดในการปั้นแต่งคำตอบออกไปอย่างระวัง “เธอเฉิดฉายส่วนฉันเหมือนพลอยเก่าเก็บ”

เบลสหัวเราะคิกคักขณะที่ทรุดตัวลงข้างเธอและเอนตัวลงให้แผ่นหลังแนบกับพื้นทราย “แต่หมอนั่นก็เลือกเธอแทนที่จะเป็นยายนั่น แสดงว่าต้องมีอะไรดี ๆ สักอย่างแหละ”

“ก็เพราะโดนทิ้งน่ะสิไม่ว่า” เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อถกเถียงขณะที่ไม่วางตาจากมิแรนด้าที่ปีนขึ้นบนบ่าของเดรโกเพื่อเล่นต่อสู้กับแพนซี่ที่อยู่บนบ่าของธีโอดอร์เช่นกัน นั่นทำให้เบลสต้องมองตามเธอไปก่อนจะหันกลับมาพูดต่อ

“ใช่ มีคนจากเราไป และเขาไม่เคยกลับมา”

-

ตอนนี้ลมทะเลเริ่มแรงขึ้นแล้วมันทำให้อุณหภูมิลดลงมากกว่าที่เธอจะทนไหวและเธอแน่ใจว่าคนอื่น ๆ ก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกัน เฮอร์ไมโอนี่ทอดอารมณ์เดินผ่านล็อบบี้ที่เริ่มเต็มไปด้วยแขกผู้เข้าพักคนอื่น ๆ ร่างเล็กภาวนาให้เธอกลับไปถึงห้องก่อนที่ทุกคนจะเลิกเล่นน้ำ

ขณะที่ใจลอยอยู่นั้นเธอก็ชนเข้ากับใครบางคนที่ทางเดินไปยังลิฟต์ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันได้มอง”

“ไม่เป็นไรเลย” เสียงที่ฟังดูคุ้นหูตอบกลับมา “มันไม่ใช่ความผิดของคุณนะ”

เฮอร์ไมโอนี่มองหาต้นเสียงก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีเขียวเหมือนเคยเห็นจากที่ไหนสักที่

“อ้าว คุณคือเพื่อนของมัล – เดรโกที่เจอกันคืนนั้นใช่ไหม”

เวสคลี่ยิ้มพยักหน้า “ใช่ครับ ผมเวส แคร์โรว” เขาตอบ “ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะคุณเกรนเจอร์ เอ... หรือต้องเรียกว่าคุณมัลฟอย ?

เธอส่ายหน้า “ยังใช้เกรนเจอร์อยู่ค่ะ เอ่อ... คุณมาพักผ่อนเหรอ”

เวสดูลังเลที่จะตอบขณะที่พวกเขากำลังเดินเข้าลิฟต์ “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ปกติผมมาที่นี่ช่วงสุดสัปดาห์น่ะ”

“อ๋อ ดีค่ะ” เธอตอบ “หมายถึงที่มีโอกาสมาที่นี่บ่อย ๆ ที่นี่น่าทึ่งมาก”

“ดีใจที่คุณชอบนะ” เขาตอบยิ้ม ๆ “ครอบครัวของผมเป็นเจ้าของรีสอร์ทนี่น่ะ ผมเลยต้องมาที่นี่ทุกสัปดาห์เพื่อดูแลความเรียบร้อย”

“อ๋อ เยี่ยมไปเลยนะคะ แล้วนี่กำลังจะไปไหนหรือเปล่า ?”

“ที่ล็อบบี้ดูเหมือนจะมีปัญหาระหว่างแขกกับพนักงาน” เขาตอบขำ ๆ “พวกเขาก็เลยเรียกผมไปจัดการน่ะ”

“พนันเลยว่าคุณเจอปัญหาทำนองนี้แทบทุกวันแหง ๆ” เธอหัวเราะ “เอาล่ะหวังว่าคุณจะจัดการทุกอย่างได้นะ ฉันขอตัวขึ้นไปที่ห้องพักก่อน”

เวสพยักหน้าขณะที่ลิฟต์กำลังจะปิด แต่ทันใดนั้นก็เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นได้เขาใช้แขนข้างหนึ่งกั้นประตูลิฟต์เอาไว้ไม่ให้มันปิดลง

“สนใจดินเนอร์ด้วยกันไหม ?” เขารีบถาม “ผมหมายถึงเผื่อว่าจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคู่หมั้นของเดรโก มัลฟอยให้มากยิ่งขึ้น – ในฐานะเพื่อนน่ะ”

เฮอร์ไมโอนี่ชะงักและไม่ได้ให้คำตอบในทันที สถานการณ์ประหลาดทำให้เธอไม่ค่อยไว้ใจรอยยิ้มทรงสเน่ห์นั่นสักเท่าไหร่ “คงให้คำตอบไม่ได้ ฉันต้องปรึกษากับเดรโกก่อนน่ะ”

“อ้าว เขาไม่ได้อยู่บนห้องหรอกเหรอ” เวสขมวดคิ้ว

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้า “ยังอยู่ที่ชายหาดน่ะ” คราวนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าควรตอบหรือไม่ควรตอบคำถามของคนตรงหน้านี้กันแน่ “พอดีเรามาที่นี่กับเพื่อนคนอื่น ๆ อีก – ไม่ใช่แค่เราสองคน”

“อ้อ อย่างนั้นนั่นเอง” เวสพยักหน้า “ยังไงถ้าสนใจเรื่องดินเนอร์ เรามาเจอกันสักสามทุ่มดีไหม ?”

“ฉันเองก็ให้คำตอบไม่ได้” เธอค่อย ๆ ให้คำตอบ “เอาเป็นว่าคุณอย่าเสียเวลารอจะดีกว่า”

เวสถอนเท้าออกห่างจากลิฟต์เล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เธอขณะที่ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนปิด

“ผมแน่ใจว่ามันคุ้มที่จะรอ”

 -

“ทำไมถึงรีบกลับมา ?” เดรโกที่เพิ่งจะกลับมาถึงห้องในช่วงค่ำเอ่ยถามขณะที่เดินผ่านเฮอร์ไมโอนี่ไปยังห้องอาบน้ำ ปลดเสื้อและกระโดดเข้าไปใต้ฝักบัว “เธอไม่ไปเล่นน้ำกับคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ”

เฮอร์ไมโอนี่ที่ฝังตัวอยู่กับโซฟาตัวโตพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาที่พันรอบตัวไว้อย่างดีละสายตาจากหนังสือบนตักแล้วตอบออกไปเนือย ๆ “โทษที อากาศเริ่มเย็นน่ะ ฉันไม่ค่อยชอบ” เธอพยายามพูดให้ดังพอที่จะทำให้เขาได้ยินผ่านประตูห้องน้ำได้แม้ว่าจะรู้สึกรำคาญใจอยู่ลึก ๆ ก็ตาม

มีเพียงเสียงน้ำที่ตอบกลับมาเท่านั้น เธอแน่ใจแล้วว่าเดรโกคงไม่ได้สนใจจะคุยอะไรต่ออีกเธอจึงกลับมาให้ความสนใจกับหนังสือต่อจนกระทั่งในที่สุดประตูห้องน้ำก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงและกางเกงสีดำอย่างเนี๊ยบ

“นายแต่งตัวจะไปไหนกัน ?”

“เราจะมีดินเนอร์กันในอีกไม่เกินสองชั่วโมงนี้” เขาตอบ “เธอก็ควรจะเริ่มแต่งตัวได้แล้ว หาอะไรที่ดูดีใส่หน่อยนะ”

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจและขมวดคิ้วก่อนจะวางหนังสือลงบนโต๊ะกาแฟเตี้ย ๆ ตรงหน้า ความจริงถ้าเธอเด็กกว่านี้คำพูดที่ไม่เข้าหูพวกนั้นคงทำให้เธอได้เปิดฉากต่อปากต่อคำสักหนึ่งยก แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาและเสียสุขภาพจิตมากกว่าเธอจึงจัดแจงที่จะอาบน้ำโดยง่าย

“อ้อ แต่ดูเหมือนแพนซี่จะส่งชุดมาแล้ว” เดรโกเพยิดหน้าไปทางชุดที่วางอยู่บนเตียง “รองเท้านั่นด้วย”

เธอใช้เวลาไม่นานก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มได้สำเร็จมันไม่ค่อยเข้ากับเธอนักในความคิดเธอ แต่เมื่อลองม้วนผมดูอีกสักหน่อยเธอก็รู้สึกว่ามันไม่แย่นัก

ก๊อก ก๊อก

เฮอร์ไมโอนี่และเดรโกชะงักมือจากสิ่งที่ทำอยู่ในเวลาเกือบจะพร้อมกัน มีใครบางคนเคาะประตูของพวกเขาก่อนจะตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่คุ้นเคย

“เฮ้ เดรโก เฮอร์ไมโอนี่อยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า ?”

“แคร์โรว” เดรโกบ่นพึมพำก่อนจะตอบกลับไป “นายต้องการอะไร ?”

หัวใจของเฮอร์ไมโอนี่แอบเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยตอนที่ได้ยินเสียงที่เดรโกตอบกลับไป ฟังเอาจากโทนเสียงของเขาก็พอจะเดาได้ว่าเขาน่าจะไม่ค่อยชอบแคร์โรวอะไรนี่สักเท่าไหร่

“ฉันแค่มาดูให้แน่ใจว่าเฮอร์ไมโอนี่จะอยากไปดินเนอร์กับฉันไหม” น้ำเสียงของแคร์โรวฟังดูละมุนละไมกว่าเดรโกอยู่พอตัว “แต่อยากให้ไปจริง ๆ นะ”

เดรโกเหยียดริมฝีปากหยันเมื่อเวสคลี่ยิ้มกว้างน่าหมั่นไส้ “ไว้ฉันจะกลับมาใหม่แล้วกัน” เวสไม่ได้รอให้เดรโกพูดเขารีบสรุป

เฮอร์ไมโอนี่ที่เงี่ยหูฟังอยู่ในห้องตั้งแต่แรกหลุดหัวเราะออกมาเมื่อในหัวของเธอมีความคิดตลก ๆ อย่างการรู้สึกว่าบทสนทนาเมื่อครู่นั้นคับคล้ายคับคลายบทสนทนาของคุณพ่อดุ ๆ ที่กำลังฟังหนุ่ม ๆ มาขอลูกสาวออกเดท

“อันที่จริงเธอมีแผนสำหรับคืนนี้แล้ว” เดรโกตอบเสียงเรียบ “เราได้รับคำเชิญสำหรับมื้อค่ำนี้จากมิแรนด้า”

ทันทีที่ได้ยินว่าเจ้าของนัดดินเนอร์เป็นใครเฮอร์ไมโอนี่ก็รีบลุกจากที่นั่งแล้วปราดไปยังประตู เธอเบื่อการเข้าสังคมของเธอคนนั้นเหลือเกินและถ้าหากจะมีอะไรเกิดขึ้นเธอจะต้องไม่ใช่คนเดียวที่ถูกทิ้งให้นั่งอมอากาศ

“คุณไปกับเราก็ได้นะ” เฮอร์ไมโอนี่เสนอ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้คิดทบทวนแม้แต่น้อย

“ฉันแน่ใจว่ามิแรนด้าคงจะไม่ถือสาถ้าหากเราจะเชิญเพื่อนของคุณไปร่วมโต๊ะด้วย ใช่ไหมเดรโก”

คนฟังแอบขบกรามเบา ๆ เขาใช้ดวงตาสีซีดจ้องไปยังใบหน้าที่แสร้งทำเป็นไร้เดียงสาอย่างหงุดหงิด

“ดีเลยสิ” เวสฉีกยิ้ม

“ใช่ เยี่ยมไปเลย” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “เดี๋ยวขอเวลาฉันสักครู่ จากนั้นเราจะได้ลงไปพร้อมกัน”

-

“ผมคงยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าคืนนี้คุณดูน่าทึ่งมาก” เวสโน้มตัวเข้าไปกระซิบกับเฮอร์ไมโอนี่ที่อยู่ใกล้กัน “ถ้าให้พูดตามตรง คุณทำให้ผมรู้สึกอิจฉาเดรโกเลยทีเดียว”

เดรโกเหลือบมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อของเธอขณะที่ชักสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง เอาเข้าจริงมันเป็นความคิดที่ไม่ดีเอาเสียเลยที่เธอเชิญหมอนั่นมา

“ว่าแต่เดรโก เฮอร์ไมโอนี่” เวสเกริ่นอีกรอบ “งานแต่งจะมีขึ้นเมื่อไหร่ล่ะ”

คำถามที่ไม่มีใครอยากตอบดังขึ้นพร้อมกับที่พวกเขามาถึงสถานที่ดินเนอร์ แน่นอนว่ายังไม่มีใครมาถึงนอกจากพวกเขาทั้งสามคนดังนั้นต่อให้ไม่อยากตอบคำถามแต่สถานการณ์ก็ไม่เอื้อให้เขาได้ทำอย่างที่หวัง

เดรโกตัดสินใจตอบแทนที่จะปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนตอบ “อีกสักปี หรือไม่ก็นานกว่านั้น” เขาว่า “ช่วงฤดูร้อน – ยังต้องผ่านการพูดคุยกันมาก เพราะแม่ฉันคงอยากได้งานแต่งที่ใหญ่โตหน่อยในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่คงอยากจัดเล็ก ๆ แบบส่วนตัวมากกว่า”

“เอาจริง ๆ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเดรโก มัลฟอยจะมีภรรยาตั้งแต่อายุยี่สิบ” เวสพูดแกมหยอก “คนที่กลัวการผูกมัดอย่างเขาในที่สุดก็อยากผูกมัดกับใครสักคนเข้าจนได้”

เดรโกทำหน้าบึ้งตึง คำพูดของเวสไม่เคยเข้าหูเขาเลยสักคำ

“พนันได้เลยว่าเธอคงเป็นคนที่วิเศษมาก ๆ”

“ใช่” เสียงขื่น ๆ ของเดรโกทำให้เฮอร์ไมโอนี่ถึงกับกระแอมเบา ๆ และเตะขาใต้โต๊ะเพื่อเตือนไม่ให้เดรโกแสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงมากนัก

ดวงตาสีบลอนด์ซีดตะหวัดมองอย่างข่มอารมณ์ขณะที่เขาพยายามสูดลมหายใจแล้วพูดอะไรสักอย่างเพื่อแก้สถานการณ์ “ฉันโชคดีมาก นายว่าไหม ?”

ไม่ว่าเปล่าเขายังรั้งเอวเธอเข้ามาแนบชิดและฝังจมูกลงที่แก้มอย่างแผ่วเบาเป็นการแกล้งแสดงความรักที่สมบูรณ์แบบที่สุดในความคิดของเขา

เฮอร์ไมโอนี่ตัวแข็งทื่อเหมือนโดนคำสาปเมดูซ่า ไม่นึกจริง ๆ ว่าเขาจะจู่โจมเธอแบบนี้ – มันมีวิธีทางตั้งหลายสิบทางที่จะแสดงให้เนียน แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะเข้าถึงตัวเธอแบบนี้

ขณะที่เฮอร์ไมโอนี่นิ่งงันพูดอะไรไม่ออก เวสก็พูดต่อ “จริง โชคดีที่สุดเลย – อ้าว พวกเขามาแล้ว”

เดรโกหันไปยังผู้มาใหม่ก่อนจะชักแขนกลับมาเปลี่ยนเป็นกุมมือของคู่หมั้นเอาไว้แทนที่จะกอดเอวอย่างเดิม

“เวส แคร์โรว ?” แพนซี่ร้องถามเสียงแหลมเมื่อเห็นว่าใครอยู่ที่นั่น เธอเดินเข้ามาที่เข้าอี้ข้างเขาก่อนจะพูดต่อ “หายหัวไปตั้งแต่เรียนจบ นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก”

“น่าตลกที่เขาไม่เคยคิดจะบอกอะไรเราสักคำ” เบลสสำทับด้วยน้ำเสียงเหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยพวกเขาอยู่ปี 3

ธีโอดอร์แค่นหัวเราะเย้ย “แถมไม่คิดจะบอกด้วยว่าจะโผล่หัวมา” เขาเสริม

มิแรนด้าหยิบผ้าเช็ดปากบนจานสะบัดเล็กน้อยแล้ววางลงบนตัก เธอไม่ได้อยากสนใจแขกที่ไม่ได้รับเชิญนัก ร่างบางในชุดเดรสสั้นสีแดงคล้ำมองไปทั่วโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทักอย่างเสียไม่ได้ “ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นหน้าเขาเหมือนกัน – ในรอบสี่ปี ไม่ก็นานกว่านั้น จำไม่ได้ละ”

เวสขำคิก “ได้ข่าวว่าเธอก็หายหัวเหมือนกันไม่ใช่เหรอ มิแรนด้า – เรามันพวกเดียวกันนี่”

มิแรนด้ากระตุกปากเบ้ “ฉันมีเหตุผลกว่านายก็แล้วกัน”

“แล้วอะไรทำให้เธอคิดว่าฉันไม่มีเหตุผลกันล่ะ ?” เวสสวนกลับพร้อมรอยยิ้มที่เดรโกชักจะรำคาญเต็มทน “แต่ยังไงก็ตามแต่ ดีใจที่ได้เจอพวกนายทุกคนอีกครั้งนะ”

แพนซี่ถอนหายใจแรง ๆ หนึ่งครั้ง “ฉันคิดว่าเขาก็คงมีเหตุผลที่ดี หรือไม่อย่างน้อยที่สุดเขาก็มีเหตุผล เธอว่ามั้ย” ดวงตาเรียวของแพนซี่จ้องเขม็งก่อนจะหันไปรอบ ๆ โต๊ะ  “ว่าแต่เราสั่งอาหารกันหรือยัง ?”

มื้อค่ำดำเนินไปอย่างรวดเร็วพวกเขาทานอาหารที่สั่งมาก่อนจะปิดท้ายด้วยของหวานตามพิธี ตลอดระยะเวลาอาหารพวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องธุรกิจ เรื่องเก่า ๆ ที่โรงเรียน รวมไปถึงเรื่องของเพื่อนเก่าด้วย แดฟนี่เจื้อยแจ้วที่สุดในกลุ่มรองลงมาเป็นเบลส พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรสตามประสาคนบ้านสลิธีรินโดยมีเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งฟังไปเรื่อย ๆ ด้วยความเบื่อหน่ายบ้าง ตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้อะไรที่ไม่เคยรู้บ้าง

ส่วนเดรโกทำได้ดีในแง่ของการเล่นละครเป็นคู่หมั้นที่ดีซึ่งแย่หน่อยที่เวสก็ดันทำได้ดีเช่นกัน เฮอร์ไมโอนี่เริ่มรู้สึกว่ามีการต่อสู้บางอย่างเกิดขึ้นโดยมีเธออยู่ระหว่างกลางโดยที่เธอไม่ได้อยากจะเข้าไปอยู่ตรงนั้นแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดรโกพยายามจะเดิมน้ำใส่แก้วให้กับเธอ เวสก็จะพยายามตักอาหารให้ หรือไม่ก็ส่งผ้าเช็ดปาก หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่สนใจน้ำดื่มของเดรโก

เฮอร์ไมโอนี่รู้ว่าเดรโกไม่ชอบใจมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากระซิบที่ข้างหูของเธออย่างเอาแต่ใจ “ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมฉันไม่ชอบหมอนี่” ท่าทางของเขาออกจะไม่พอใจจนเห็นได้ชัด เฮอร์ไมโอนี่เตะที่ขาของเขาเบา ๆ เพื่อให้เขาหยุดแสดงพฤติกรรมแบบนี้เสียที

เมื่ออาหารทั้งหมดผ่านพ้นไปแพนซี่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วประกาศว่าเธออิ่มจนอืดไม่ไหวก่อนจะหันมาหาเฮอร์ไมโอนี่ที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนจากการเป็นคนตรงกล่าวระหว่างสงครามขนาดย่อมตลอดมื้ออาหาร

“เกรนเจอร์ รบกวนหน่อย ออกไปเดินเป็นเพื่อนฉันที” แพนซี่ไม่ได้ขอความร่วมมือแต่สายตาของเธอที่ส่งมาให้เฮอร์ไมโอนี่คือการบังคับ

“ฉันไปกับแพนซี่ แล้วเราค่อยไปเจอกันข้างบน โอเคไหม ?” เฮอร์ไมโอนี่บอกเดรโกขณะที่ลุกยืนขึ้น

เดรโกส่ายหน้า “ไว้ฉันตามไปด้วยดีกว่า” เขาตัดสินใจแทนก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกและยื่นให้คู่หมั้นกำมะลอ

เฮอร์ไมโอนี่มองเสื้อในมืออย่างตั้งคำถาม แต่ก่อนจะได้ถามอะไรออกไปเขาก็พูดแทรกขึ้น “เอาไปสิ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ไม่ชอบไม่ใช่หรือไง”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแก้มมันแข็งไปหมดจนหุบยิ้มไม่ลงขณะที่รับเสื้อคลุมมาคลุมทับไหล่ที่เปลือยเอาไว้ก่อนจะถูกแพนซี่ตะโกนมาจากที่ที่เธอเดินนำออกไป

“เกรนเจอร์” แพนซี่เรียก

“ไว้เจอกัน”

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เฮอร์ไมโอนี่ตั้งใจว่าจะจูบลาที่แก้มของเดรโกเพียงเล็กน้อยพอเป็นพิธีเพื่อการแสดงเป็นคู่หมั้นอย่างสมจริงแต่ทว่าความจริงมันกลับไม่ใช่แบบนั้น ริมฝีปากบางประทับเข้ากับริมฝีปากของเขาเพียงเวลาสั้น ๆ อย่างไม่ตั้งใจ รวดเร็ว และแผ่วเบา มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นแต่ทำให้สมองเธอโล่งเสียยิ่งกว่ากระดาษคำตอบเกรดโทรลล์เสียอีก กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เสียงผิวปากของเบลสดังเข้ามาแทรกพร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะโห่ร้องของธีโอดอร์

เดรโกผละออกก่อนและปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่เป็นอิสระ

สมองโล่ง ๆ จำอะไรไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ เธอมาเดินอยู่กับแพนซี่ตั้งแต่เมื่อไหร่และเท้าของเธอกำลังย่ำลงบนพื้นชายหาดตอนไหน จุมพิตเพียงสั้น ๆ นั้นอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับใครก็ตามแต่สำหรับเธอในฐานะที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเดรโกเลย นี่มันเรื่องใหญ่นะ

“มิแรนด้าเกรี้ยวกราดน่าดู” แพนซี่ชวนคุย “ดีแล้วที่ทำแบบนั้น”

เธอพูดเหมือนมันคือแผนการ แต่บอกได้เลยว่าไม่ใช่อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่แผนการของเธอแล้วคนหนึ่ง

แพนซี่ชวนให้เธอถอดรองเท้าออกและก้าวย่างไปบนผืนทรายแห้ง ๆ ที่ทอดยาวตลอดแนวหาด

“เธอรู้ไหมจริง ๆ แล้วมันแย่มาก” เฮอร์ไมโอนี่เป็นฝ่ายเกริ่นขึ้นก่อนบ้างหลังจากทบทวนอยู่ภายในใจเป็นเวลาพักใหญ่ “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังแทรกกลางระหว่างมิแรนด้ากับเดรโก”

ทันทีที่ได้ฟังคำนั้นแพนซี่ก็ระเบิดหัวเรา “เดรโกก็คงยังมูฟออนจากยายนั่นไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ แต่เขาคงไม่โง่พอที่จะเอาหัวใจตัวเองไปให้ใครทำลายซ้ำซากหรอก”

“...”

“กลับกันฉันเองก็รู้สึกว่าอีตาปรินซ์ชาร์มมิ่งก็น่าจะรู้สึกอะไรสักอย่างกับเธอด้วยแหละ เฮอร์ไมโอนี่” แพนซี่กระเซ้า “ส่วนเดรโกก็ดูไม่พอใจตอนที่หมอนั่นมาตอแยเธอ”

เสียงพูดของแพนซี่ดูเหมือนพวกกอซซิบเกิร์ลแบบที่เฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยเป็นมาก่อน คำพูดเพ้อเจ้อนั่นดูไร้สาระในสายตาเธอพอสมควร

“ฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาดูเป็นคู่แข่งอะไรทำนองนั้นกันมาตั้งแต่แรกมากกว่า” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “เขาไม่สนใจหรอกว่าฉันจะมีความสัมพันธ์กับใครตราบใดก็ตามที่มันไม่ทำให้แผนเขาล่ม”

“ก็ถูกส่วนหนึ่ง” แพนซี่พยักหน้า “รู้ไหมทำไมเดรโกถึงดูไม่ชอบขี้หน้าเวสขนาดนั้น”

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้า ความจริงเธอไม่ได้อยากรู้และไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้

“เราทั้งหมดเคยเป็นเพื่อนสนิทกันสมัยเรียน มีเดรโก เวส และเบลสแต่อยู่ดี ๆ บางอย่างก็เปลี่ยนไปเพราะมิแรนด้า มิแรนด้ากับเวสคบกันตั้งแต่ปีสี่จนถึงช่วงฤดูร้อนก่อนขึ้นปีเจ็ด”

“จากนั้นมิแรนด้าก็เปลี่ยนมาคบกับเดรโก ตอนนั้นเราต่างรู้ดีว่าเวสอยากจะเอามิแรนด้ากลับคืนไปอย่างกับอะไรดีและแน่นอนว่าหลายทีเขาก็ทำสำเร็จด้วย ธีโอดอร์กับฉันจับได้ว่าสองคนนั้นแอบเข้าไปในตู้เก็บไม้กวาดก่อนวันจบการศึกษาไม่กี่วัน – แต่นั่นเราไม่เคยบอกเดรโกหรอกนะ”

“เราพยายามหาทางอื่นที่จะทำให้เขาได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่บางทีเดรโกก็เหมือนอิฐเหมือนปูน ไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักอย่าง” แพนซี่กลอกตา “จากนั้นเวสก็หายไป ไล่เลี่ยกันกับที่มิแรนด้าจากเราไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ บางคนลือกันว่าเวสไปอยู่กินกับมิแรนด้าที่ฝรั่งเศส”

สาวร่างเล็กหัวเราะอย่างเวทนา “และก็ตลกนะที่ต่อให้ข่าวลือนั่นจะดูไม่จริงเอาเสียเลย แต่สุดท้ายสองคนนั้นก็ดันปรากฎตัวกลับมาพร้อม ๆ กัน”

เรื่องที่แพนซี่เล่ามันออกจะรัวและรวบรัดไปหน่อยสำหรับคนบ้านกริฟฟินดอร์อย่างเฮอร์ไมโอนี่ เดิมทีเรื่องของพวกสลิธีรินก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอชื่นชอบสักเท่าไหร่อยู่แล้วและยิ่งกลายเป็นเรื่องเบื้องลึกเช่นนี้มันยิ่งเข้าใจยากเข้าไปใหญ่

“คือ... เธอจะบอกว่าเธอคิดว่ามิแรนด้ากับเวสมีอะไรบางอย่างต่อกันงั้นเหรอ”

แพนซี่ไหวไหล่ขณะที่ทั้งคู่นั่งลงที่ใดสักที่ริมทะเลเพื่อเฝ้ามองเกลียวคลื่นซัดใส่ชายฝั่งซ้ำไปมา

“ไม่รู้สิ มิแรนด้าคาดเดาอะไรไม่ได้ด้วยความเยอะของเธอน่ะนะ” หญิงสาวสลิธีรินพูดต่อ “มิแรนด้ากับฉันความจริงก็เรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน เธอเป็นสายปาร์ตี้ตัวยงและฉันก็เป็นคนที่จะต้องตามล้างตามเช็ดตามส่งยายเจ้าหญิงกลับให้ถึงบ้าน ฉันรู้สึกว่าฉันต้องรับผิดชอบชีวิตของเธอถึงจะไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมถึงต้องทำขนาดนั้นก็ตามน่ะนะ”

“แม้กระทั่งสุดท้ายยายนั่นจะทำร้ายเดรโก แต่ฉันก็ทิ้งเธอไม่ลงจริง ๆ”

“นั่นก็เลยทำให้เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้น่ะเหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ตั้งคำถาม “เธอเลือกอะไรไม่ได้สุดท้ายก็เลยทำได้แค่ยืนมองมิแรนด้าทำร้ายเดรโก ?”

แพนซี่พ่นลมหายใจอย่างรำคาญ “เธอจะบ้าหรือไง รู้ไหมว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฉันคบกับธีโอก็มาจากการที่ฉันให้สองคนนั้นช่วยจัดการหลาย ๆ อย่างนั่นแหละ มิแรนด้าสร้างปัญหาให้กับทุกคนโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เบลสกับธีโอต้องคอยดึงเดรโกเอาไว้ส่วนฉันก็จัดการยายนี่”

เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้สนใจความสัมพันธ์สับสน ๆ ที่แพนซี่พยายามพูดนัก “แต่จะว่าไปมิแรนด้าไม่ได้รักเขาเหรอ เธออยากจะแต่งงานกับเขานี่ และตอนนี้ก็คงจะอยากอยู่เหมือนเดิม”

แพนซี่ยักไหล่ “พอดีว่าเวสเพิ่งจะเข้าเป็นผู้เสพความตายได้ไม่นาน แล้วมิแรนด้าเองก็เป็นลูกสาวรัฐมนตรี เธอรู้สึกไหมว่ามีอะไรผิดปกติ ?”

“คือจะบอกว่าเธอใช้เดรโกเป็นเครื่องมือบังหน้าเหรอ ?” เฮอร์ไมโอนี่ถาม มันมีเรื่องราวเกี่ยวกับเวสและมิแรนด้ามากมายที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่เรื่องราวที่ได้ฟังจากแพนซี่ตอนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกเห็นใจเดรโกอย่างช่วยไม่ได้ดูเหมือนเขาจะเป็นคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย

“แล้วทำไมต้องเป็นเดรโก ?” เธอถาม “มีคนรวย ๆ อีกตั้งมากมายทำไมต้องเป็นเขาด้วย”

“ถามได้ดีนี่ คุณเกรนเจอร์” แพนซี่ว่าขณะที่ขยับเข้ามาใกล้เพื่อให้ง่ายต่อการกระซิบ “บางทีเธอน่าจะลองคิดให้ออกก่อนที่เธอจะทำให้เราต้องเป็นบ้ากันหมด” จบคำแพนซี่ก็ลุกขึ้นโบกมือให้กับสมาชิกที่เหลือซึ่งกำลังเดินมาและปรี่เข้าไปคล้องแขนเข้ากับธีโอพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

เดรโกที่เดินตามมาทีหลังปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อนเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เธอและวินาทีถัดมาเข้าก็โน้มตัวเข้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง ดวงตาของเฮอร์ไมโอนี่เบิกกว้างนี่เป็นครั้งที่สองของวันแล้วที่หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก

“พวกนั้นกำลังจับตาดูเรา” เสียงกระซิบของเขาดังระหว่างที่ริมฝีปากกำลังอ้อยอิ่งอยู่กับริมฝีปากของเธอ ข้ออ้างนี้ทำให้เฮอร์ไมโอนี่อยากจะกรี๊ดนี่เธอจะต้องเปลืองตัวขนาดนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน

ผ่านไปครู่ใหญ่ก่อนเดรโกจะถอนริมฝีปากออกและมองออกไปนอกชายฝั่ง

ความเงียบทำให้เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกอึดอัด เขาทำแบบนี้กับเธอเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ จู่โจมจูบแล้วก็ปล่อยให้งงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะวางตัวถูกหรือไม่ถูกยังไง

“นายสนิทกับแพนซี่ไหม” เธอเลือกจะทำลายความเงียบลง อย่างน้อยก็น่าจะทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดลงได้บ้าง

เดรโกเหลือบมองพร้อมกับสีหน้าตั้งคำถามแต่ยอมตอบแต่โดยดี “สนิท”

“แล้วเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว” เธอกำลังสงสัยว่าแพนซี่พูดเรื่องจริงทั้งหมดไหม ขณะที่ดวงตาเหลือบไปเห็นเวสและมิแรนด้าที่กำลังเดินเลียบชายฝั่งกันอยู่สองคน เวสม้วนพับขากางเกงขึ้นเพื่อให้มันไม่เปียกน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาที่มือของเขามีรองเท้าของเขาเองและของมิแรนด้าซึ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่แอบขมวดคิ้วสงสัย

“ตั้งแต่ช่วงกลางเทอมแรกของฮอกวอตส์” เดรโกตอบ “ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ถามขึ้นมา แพนซี่พูดอะไรหรือไง ?”

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าดิก “ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากรู้”

บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงอีกครั้งโดยที่เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกว่าการคุยกับเดรโกไม่ได้น่าสนใจไปกว่าการเฝ้ามองมิแรนด้าและเวสที่เดินคุยกันไปเรื่อย ๆ ใต้แสงจันทร์

“เกรนเจอร์” ความเงียบถูกทำลายลงอีกครั้งโดยเดรโก

“อื้อ” เธอขานรับโดยที่ยังให้ความสนใจกับเวสและมิแรนด้าอยู่ ความจริงเธอพยายามจะอ่านปากพวกเขามาพักใหญ่แล้วแต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเธอเท่าไหร่ “ว่าไง พูดมาสิ”

เดรโกสูดหายใจก่อนจะเอนกายลงกับผืนทราย “อยู่ให้ห่างจากแคร์โรว”

คำพูดของเขาทำให้เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก นี่เขาเป็นเด็กเอาแต่ใจจริง ๆ หรือมีอะไรที่เธอยังไม่รู้กันแน่

“ทำไมเหรอ มีอะไรที่ฉันควรรู้ไหม ?” เธอถาม “เขาก็ดูนิสัยดีนี่”

สีหน้าของเขาบอกอารมณ์ไม่เอ็นจอยอย่างเห็นได้ชัด “แค่ทำตามที่บอกก็พอ” เขาพูดเสียงแผ่ว “เธอจะไม่ได้อะไรจากเขานอกจากความประสาทเสียหรอก”

“ขอบใจที่เป็นห่วงแล้วกันมัลฟอย แต่ฉันคิดฉันว่าดูแลตัวเองได้” ความดื้อรั้นปรี่ล้นออกมาในทุก ๆ ถ้อยคำ “ความจริงถ้านายลองให้เหตุผลที่น่าสนใจสักหน่อยฉันคงจะเชื่อนายมากกว่านี้”

เหตุผลก็เป็นไปได้หลายทาง อาจจะเป็นเพราะเขากลัวการสูญเสีย บางทีเขาอาจจะไม่ได้หูหนวกตาบอดอย่างที่แพนซี่คิด เขารู้ว่ามีอะไรบางอย่างระหว่างเพื่อนรักของเขาและแฟนสาวอย่างมิแรนด้า หรือไม่เขาก็อาจจะแค่วิตกกังวลไปก่อนกาล หรืออะไรก็ตามแต่

เดรโกถอนหายใจ “เขาจะเอาเธอไปจากฉันไม่ว่ายังไงก็ตาม” เขาคายคำพูดนั้นออกมา

“เหมือนกับที่เคยทำมาตลอด”

 

- talk -


สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับกลับมานะคะ ขอโทษที่หายหัวเก่งมากนะคะ

ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกก็ตกใจตัวเองเหมือนกันที่บอกว่าจะอัพรัว ๆ ตั้งแต่ปี 61 จน 63 แล้วก็ยังไม่ถึงไหนเลย /เขกหัว

ขอบคุณที่ยังรอและยังให้การสนับสนุนอยู่เสมอเลยนะคะ เราอ่านทุกคอมเม้นแล้วแต่อาจจะยังไม่ได้ตอบกลับ

เพราะเรายังสลัดความเนกาทีฟออกจากตัวเองไม่ได้เลย ไม่อยากให้รู้สึกหม่น ๆ ไปกับเราน่ะค่ะ

ขอบคุณจริง ๆ นะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยทุกคอมเม้นมีความหมายกับเรามาก ๆ ขอบคุณที่เชื่อมั่นในการเขียนของเรานะคะ

หลัง ๆ มานี้เราไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่เลยรู้สึกเหมือนทำได้ไม่ดีสักที แต่จะพยายามเยอะ ๆ เลยค่ะ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับสิ่งที่เราเรียบเรียงออกมานะคะ

/โมนิค

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 190 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

298 ความคิดเห็น

  1. #296 yonoop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:03

    แพนซี่เรื่องนี้นางน่ารักนะ

    เฮอร์กับเดรจุ๊บกันสองรอบละ

    #296
    1
  2. #269 635aer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 17:12
    เรารอคอยเสมอนะคะ ขอแค่อย่าทิ้งกันไปเลยค่า แงงงง ฟิคดีมากจริงๆ ดีมากจริงๆ ฮืออ
    #269
    0
  3. #266 Ororite (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:52
    สนุกมากเลยค่ะ
    #266
    0
  4. #262 ieeeeeee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:17

    อยากจะไปฉุดเฮอร์ออกมา แค่สถานการณ์ตอนนี้ก็ปวดหัวละ แต่เชื่อว่าเฮอร์คือหนึ่งในทรีโอที่ต้องผ่านมันไปให้ได้ละนะ

    #262
    0
  5. #260 Moo_pam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:36
    หวงเขาอ่ะป่าวเดรก พูดความจริงไปสิ5555
    #260
    0
  6. #259 misakikawaichi68 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 17:21

    เดรกน่าจะรู้แหละว่าเวสกับมิเรนด้าเป็นยังไง แต่ก็เพราะรักเลยทำหูหนวกตาบอด == แอบสงสารเฮอร์ที่ต้องมาวังวนกับยัยมิเรนด้ากับตาเวส

    #259
    0
  7. #257 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:26

    หวงเขาก็บอกสิ ถถถ //เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #257
    0
  8. #256 plo-yploy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:11

    เป็นกำบังใจให้ค่ะ
    #256
    0
  9. #255 passy-pas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:44
    เห็นไรต์อัพก็ชื่นใจ ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ ภาษายังดีเหมือนเดิมไรต์อย่าเสียความมั่นใจไปเลย
    #255
    0
  10. #254 bamboosaza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:16
    เป็นลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ภาษาดีเหมือนเดิม สู้ๆค่ะ
    #254
    0
  11. #253 Jaisanicegirl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 05:24
    เวสชอบแย่งของอะไรที่เป็นของเดรโกป่ะ อารมณ์คู่แข่ง
    #253
    0
  12. #252 misakikawaichi68 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 22:37

    เฮอร์ใช่ว่าจะจืดชืดที่ไหน >0< อย่าให้ได้แต่งตัวนะสวยกว่ายัยมิแรนด้าอะไรนั่นแน่ๆ

    #252
    0
  13. #251 passy-pas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:03
    เวสนี่มาแปลกๆ ไม่รู้สนใจเฮอร์หรือแค่อยากยุแยง
    #251
    0
  14. #250 Tarantallegra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:02

    ว้าววว มีหนุ่มเดินหน้าจีบหนูเฮอร์จริงจัง ใครบอกว่าหนูเออร์จืดชืด ไม่จริงงง สวย เก่งขนาดนั้น

    #250
    0
  15. #249 bamboosaza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 11:02
    น้องเฮอร์ต้องสู้ยัมิแรนด้านะลูกก
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ สู้ๆค่ะะ
    #249
    0
  16. #248 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:56

    เอาแล้ววว เดรต้องมาตามแล้วมั้ย รออ่านต่อนะคะไรท์
    #248
    0
  17. #246 635aer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:40
    คิดถึงนะคะ
    #246
    0
  18. #244 ieeeeeee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 01:26

    เฮอร์หนึ่งแต้ม! คือแพนซี่ยังวอนให้อยู่กับเดรโกอ่ะ มิแรนด้านี่คงสุดจริง

    #244
    0
  19. #242 i-wonder (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 23:28
    ชอบโมเม้นเพื่อนสาวของเฮอร์ไมโอนี่กับแพนซี่มากก แบบสาวๆเม้ามอยย / มาเป็นกำลังให้เฮอร์ไมโอนี่สู้กับมิแรนด้าค่ะ!

    เป็นกำลังใจให้นะคะ : )
    #242
    0
  20. #240 misakikawaichi68 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:18

    รวมหัวจมท้ายไล่ส่งยัยมิรินด้า>๐

    #240
    0
  21. #239 Moo_pam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:56
    แพนซี่กับเฮอร์ม เข้ากันได้อยู่นะ เย้ๆๆ ดีใจจักลับมาแล้ว ขอบคุณนะคะ
    #239
    0
  22. #238 Tarantallegra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:23

    ความสัมพันธ์หนูเฮอร์กะแพนซี่คือดี ตลกตรงคำว่ามหันตภัยวงษ์ตระกูล คือเห็นภาพมากๆค่ะ 55555

    #238
    0
  23. #236 DaisySelvin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:41
    เฮอร์ไมโอนี่กับแพนซี่ ดูประหลาดดีนะ แต่น่ารักอ่ะ 55+

    ดีใจที่กลับมาอัพค่ะ ส่งกำลังใจให้นะคะ
    #236
    0
  24. #235 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:53

    ไรท์กลับมาแล้ว เย้ๆ รออ่านต่อเลย เป็นกลจให้นะคะ
    #235
    0
  25. #234 kynpsw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:23

    คุณณณณ ดีใจมากเลยที่เห็นคุณอัพเพราะหายไปนานมากกก :-(

    เป็นห่วงนึกว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า


    btw ยังรักภาษาของคุณมน.เสมอเลยค่ะ : )

    #234
    1
    • #234-1 pedhui(จากตอนที่ 8)
      13 พฤษภาคม 2563 / 00:35
      ขอบคุณนะคะคุณ ขอโทษที่ตอบช้าด้วยนะคะ เราเองอ่านข้อความของคุณแล้วใจฟูมาก ๆ เลยแต่ก็ยังสลัดความเนกาทีฟออกจากตัวเองไม่หมด เลยยังไม่ได้ตอบไปในทันทีแบบว่าอยากจะตอบคุณด้วยถ้อยคำดี ๆ น่ะค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงและขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงด้วยนะคะ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วน่าจะกลับมาให้เห็นหน้ากันบ่อยขึ้น ♥
      #234-1