[Draco x Hermione] Contours

ตอนที่ 7 : Chapter SIX [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

Chapter SIX
Yeah and I would recommend that you live with no regrets, and even if it seems like the world is crashing on you, you shouldn't let it hold you down.

ดวงตาอันหนักอึ้งถูกบังคับให้ปรือขึ้นอย่างช้า ๆ จากเสียงรบกวนที่ดังผ่านเข้ามาในสมอง – เดี๋ยวนะ!?

เฮอร์ไมโอนี่เด้งตัวขึ้นจากเตียงในทันทีก่อนจะรีบกวาดตามองไปรอบตัว เพียงไม่กี่วินาทีเธอก็รู้สึกได้ว่าภายในของเธอกำลังสั่นเทิ้มด้วยความโกรธกรุ่นเมื่อจับได้แล้วว่าเสียงดังที่ปลุกเธอขึ้นมานั้นคือเสียงโทรทัศน์ของเดรโก ดวงตากลมตวัดมองนาฬิกาที่หัวเตียงแล้วกรีดร้องในลำคอ – ปัดนาฬิกาบอกเวลา 8 โมงครึ่งเท่านั้นเอง!

“มัลฟอย!” เธอกรีดเสียงอย่างโมโหก่อนจะมุดหัวลงไปใต้หมดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านั่นจะกันเสียงให้เธอได้ แต่โชคร้ายมันไม่ช่วยอะไรเลย “มัลฟอย!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องดังขึ้นอีก

เธอคำรามในลำคอและค่อย ๆ ลากตัวเองลงจากเตียง ก้าวเท้าปึงปังออกจากห้องนอน ซอยเท้าถี่ยิกลงบันไดไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งคู่หมั้นของเธอกำลังนอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟาพร้อมตักอาหารเช้าบนตักเข้าปาก ดวงตาของเราตรึงไว้กับจอโดยไม่ได้สนใจการมาเยือนของเธอเลยสักนิด

“มัลฟอย” เธอว่าซ้ำ “นี่มันแค่แปดโมงเองนะ” เธอบ่น ก่อนจะต้องถอนหายใจอย่างแรงเมื่อเดรโกไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิดและไวเท่าความคิดฝ่ามือเรียวฉวยเอารีโมตออกจากมืออีกฝ่ายแล้วกดเบาเสียงอย่างถือวิสาสะ

“นี่เธอทำอะไร ?” เดรโกเหลือบมองและคว้ารีโมตคืนพร้อมกับเพิ่มเสียงกลับไปยังระดับเดิม

เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าบึ้ง “ทำไมนายไม่ใช่คาถาสงบเสียง” ฟังเสียงดูก็รู้ว่าคนง่วงกำลังไม่พอใจ “ลองคิดถึงคนอื่นบ้างสิมัลฟอย ฉันแน่ใจว่ามันไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวในตึกนี้ที่ต้องการจะนอนหลับ”

“ฉันนอนไม่หลับ” เขาตอบ “แย่เลย”

“นี่นาย” เฮอร์ไมโอนี่กัดฟัน “อย่า ทำ ตัว เป็น เด็ก” พยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงออกถึงอารมณ์โกรธ และมันกำลังเป็นการพยายามที่ยากขึ้นและยากขึ้น

“ไม่รู้จักโต” เธอพึมพำเมื่อเดรโกไม่มีการตอบรับอะไรทั้งสิ้น แต่แล้วเมื่อรู้สึกว่าหาเรื่องไปก็ไม่ช่วยอะไรเธอจึงหย่อนตัวลงนั่งบนพนักวางแขน

“บ่ายนี้ว่างมั้ย ?” เธอถามขึ้น

เดรโกเมินเธออีกครั้ง

“มัลฟอย!” เธอเตะขาไปโดนเท้าเขาเบา ๆ แต่เขาก็ยังคงไม่สนใจ เธอเตะอีกด้วยความแรงที่มากขึ้น

ในที่สุดเดรโกก็ตวัดมามองพร้อมกับเอาฝ่ามือจับข้อเท้าของเธอเอาไว้ “นี่เธอทำอะไร” เขาตะคอกแล้วกดรีโมตหยุดหนังไว้ชั่วคราว “น่ารำคาญมาก ต้องการอะไร”

“ต้องการให้ปล่อยเท้าฉัน” เธอแหว “บางทีนะถ้าเสียงหนังของนายเบาลงบ้าง นายคงจะได้ยินที่ฉันพยายามพูดไปก่อนหน้านี้”

“ต้องการอะไร” เขาถามซ้ำไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอประท้วงสักนิด สีหน้าของเราแสดงออกถึงความรำคาญที่มีต่อเฮอร์ไมโอนี่อย่างชัดเจน

“เราต้องไปบ้านพ่อแม่ฉันวันนี้” เธอบอกหน้ามุ่ย “ต้องกินข้าวเที่ยงแล้วก็ดินเนอร์ด้วย ฉันจะได้อธิบายเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังสักที”

เดรโกทำเสียงในลำคอที่แสดงออกถึงความรังเกียจอย่างเปิดเผย

“มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ร้องขัดตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่เปิดปากพูด “นายต้องทำ ขนาดฉันยังต้องเอาชีวิตรอดจากครอบครัวนายเลยเรื่องนี้นายก็ต้องทำให้ฉันบ้าง”

“พ่อแม่เธอเป็นมักเกิ้ล” เดรโกแย้ง “เขาไม่สนใจหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ เธอจะไปบอกเรื่องที่เขาไม่จำเป็นต้องรู้ทำไม”

“พ่อแม่ฉันไม่ได้โง่นะ” เธอบอก “แม่ฉันแน่ ๆ ล่ะ ที่จะพยายามหาคำตอบถ้าหากฉันจะต้องแต่งงานหรือบ้าบออะไรก็ตามต่อให้พยายามปิดบังแค่ไหน –  มันดีกว่ามากถ้าหากว่าพวกเขาจะมางานแต่งงานของฉันแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องลวงโลกน่ะ”

เขาพ่นลมหายใจ “แล้วเธอวางแผนไว้ยังไงตอนที่จะบอกว่าพวกเขาว่าเธอกำลังจะหย่าน่ะ ?” เขาถาม “เธอจะบอกความจริงพวกเขาหรือว่าจะไปต่อกับการแต่งงานโดยไม่มีความรักล่ะ”

“แล้วนายมีเหตุผลที่ดีไหม ?” เธอโต้กลับ “หรือว่านายจะทำเป็นนอกใจภรรยาของนายแล้วขึ้นหน้าหนึ่งไปทุกหัวหนังสือพิมพ์ ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ได้อยู่นะ เพราะถ้านายนอกใจจริงทุกอย่างก็จะได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่านี้”

“อย่าทำเป็นเล่นไปหน่อย เกรนเจอร์ ฉันไม่เอาชื่อเสียงไปเสี่ยงกับการหาทางออกง่าย ๆ เรื่องหย่าหรอก” เดรโกกลอกตา

เขาเงียบอยู่นานก่อนจะถามขึ้น “พ่อแม่เธอเป็นไง ?” และสายตาแปลก ๆ จากเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เขารีบพูดต่อ “แค่หวังว่าพวกเขาจะไม่เหมือนลูกสาวก็เท่านั้น”

เดรโกไม่ได้รอให้เฮอร์ไมโอนี่ตอบอะไรเขาก็ย้ายความสนใจกับไปยังหนังบนจอทีวีอีกรอบ

เธอรีบคว้ารีโมตแล้วปิดโทรทัศน์ทิ้งให้จบความน่ารำคาญ

เดรโกเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะคว้ารีโมตกลับมาจากมือของเธอแต่นั่นมันยากขึ้นเมื่อเธอขยับตัวออกห่างและซ่อนรีโมตไว้ให้ไกลจากระยะคว้าของเดรโก

เอารีโมตมาเสียงของเขาฟังดูคุกคาม

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าอย่างดื้อรั้นและไม่ยอมหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่

“นี่เธอปิดทำไม ?” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเขาดังขึ้นขณะที่แขนยาวพยายามจะเอื้อมฉวยเอารีโมตในมือของคนที่พยายามเอนตัวแนบโซฟาและชูรีโมตให้ไกลที่สุด

ลักษณะที่ออกจะล่อแหลมทำให้เฮอร์ไมโอนี่พยายามจะผลักตัวอีกคนให้กลิ้งตกไปบนพื้นเพื่อไม่ให้ดูเหมือนเธอกำลังถูกเขาคร่อมอยู่ ความรวดเร็วที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองทำให้แทนที่คนตัวสูงจะร่วงจากโซฟาดังที่คาด กลับกลายเป็นเธอที่ตกลงไปกองอยู่กับพื้นร่วมกัน ท่าทางที่เปลี่ยนไปไม่ได้ช่วยให้ความล่อแหลมลดน้อยลง เฮอร์ไมโอนี่ที่คร่อมอยู่บริเวณเอวของเดรโกยังไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมกว่าเดิม เธอยังคงพยายามซ่อนรีโมตให้ไกลจากเขา

การยื้อแย่งยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งเฮอร์ไมโอนี่สังเกตได้ว่าดวงตาสีซีดกำลังไล่มองร่างกายของเธออย่างสำรวจ ไม่ว่าเจ้าของดวงตาจะรู้ตัวหรือไม่แต่เธอไม่ชอบใจแน่ ร่างเล็กรีบกระโดดออกจากสงครามขนาดย่อมพร้อมดวงตาที่เจือแววตระหนก แต่เพียงไม่กี่วินาทีแววตาขี้เล่นก็หวนกลับมาอีก – เอาเป็นว่าการโดดออกจากสงครามนั้นเป็นเพียงการถอยมาตั้งหลักเท่านั้น

เรียวขายาวก้าวถอยหลังเร็ว ๆ ไปอีกฝั่งของห้องโดยที่ในมือยังกำรีโมตไว้แน่น เดรโกที่นอนอยู่บนโซฟาชะงักเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่าทางเหมือนเด็กของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เขาส่งสายตาเหนื่อยหน่ายออกไปแทนสายตาซุกซนเมื่อสักครู่ เขาลุกขึ้นจากพื้นและเดินตรงไปยังสเตอริโอเจ้าปัญหา เขากดเปิดมันและเร่งเสียงให้ดังขึ้นกว่าตอนแรก หนังที่ถูกปิดไปกลับมาเล่นอีกครั้งพร้อมกับฉากแอคชั่นถล่มทลาย และนั่นทำให้ลำโพงแผดเสียงดังลั่นจนห้องทั้งห้องสั่นเหมือนแผ่นดินไหวก็ไม่ปาน

เสียงที่ไม่เป็นมิตรต่อโสตประสาททำให้คนที่ไม่ชอบเสียงดังต้องยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วก่อนที่วินาทีต่อมาเธอจะระลึกได้ว่าเธอเองก็มีอำนาจที่จะควบคุมเสียงบ้านี่เหมือนกัน รีโมตในมือถูกจ่อไปยังช่องรับสัญญาณเพื่อสั่งให้ตัวเครื่องปิดลง

เดรโกไม่รอเวลาเขากดเปิดในแทบจะทันที

แน่นอนคนมีรีโมตก็กดเปิดทันควัน

เครื่องเล่นถูกเปิด ๆ ปิด ๆ อยู่เกือบห้านาทีก่อนเฮอร์ไมโอนี่จะเป็นฝ่ายหมดความอดทน เธอแผดเสียงแหลมออกมาอย่างยอมแพ้พร้อมกับกระทืบเท้าลงบนพรม

“ยังอยากจะเล่นเป็นเด็กอยู่อีกไหม ?” เดรโกถามด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

เฮอร์ไมโอนี่จ้องเขม็งไปที่เขาก่อนจะต้องทำหน้าสงสัยเมื่ออีกฝ่ายหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่มีเหตุผล แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่หญิงสาวผงะเสียสมาธิร่างสูงกว่าก็สบโอกาสเข้าโจมตีอย่างฉับพลัน เดรโกรุดเข้าหาเฮอร์ไมโอนี่ในขณะที่เธอได้สติและถอยกรูดทันท่วงที เธอวิ่งอ้อมมาที่โซฟาด้วยหวังว่าจะสามารถใช้มันเป็นที่กำบังไม่ให้เขาตามได้ทัน แต่เธอคิดผิดเสียถนัดเดรโกสาวเท้ายาว ๆ สองครั้งก็ตามเข้ามาชิด ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบกับโซฟา – หมดทางหนีโดยสิ้นเชิง รีโมตในมือถูกช่วงชิงไปอย่างง่ายดาย ทว่าก่อนจะพ่ายแพ้เต็มรูปแบบเฮอร์ไมโอนี่จ้องเขม็งไปที่เขาด้วยสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่มีทางยอมให้เขาชนะไปได้ เรียวขาเล็กตวัดถึงเอวชายหนุ่มก่อนจะออกแรงเพื่อพลิกอีกฝ่ายลง เดรโกสูญเสียกายทรงตัวชั่วขณะซึ่งเป็นขณะเดียวกันที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่สามารถชิงรีโมตคืนกลับมาได้ เธอชูมันไว้เหนือหัวและเขย่งเพื่อให้พ้นจากเขา

“นี่เธออายุกี่ขวบกันแน่ ?” เขาร้องถาม สีหน้าคับข้องใจเกินกว่าจะเชื่อในสิ่งที่เห็น พวกเขาทั้งคู่ตกอยู่ตรงกลางในพื้นที่เล็ก ๆ ระหว่างโต๊ะกาแฟและโซฟา “เธอต้องการอะไร ? แค่อยากให้ฉันปิดทีวีอย่างงั้นเหรอ ? โทษทีนะนี่มันแฟลตของฉัน และฉันมีสิทธิ์ – มีอิสระที่จะทำบ้าอะไรก็ได้ – เท่าที่ฉันต้องการในบ่ายวันเสาร์ วันหยุดแรกของสัปดาห์ซึ่งมันควรจะเป็นวันที่ฉันได้พักผ่อน”

เฮอร์ไมโอนี่กลอกตาก่อนจะปิดทีวีและเครื่องเสียงลงขณะที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของเดรโก เธอไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติของท่านั่งเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเธอวางรีโมตลงบนโต๊ะและหันกลับมาสบสายตาของคนหัวบลอนด์บนพื้น ความรู้สึกแปลก ๆ แล่นเข้ามาถึงกลางอก ที่คอจุกเหมือนมีก้อนบางอย่างกองแน่น ยิ่งทวีคูณเมื่อเธอพบว่าด้วตาสีซีดก็กำลังมองเชื่อมเข้ามาที่เธอเช่นกัน

เสียงกระแอมในคออย่างประดักประเดิดดังออกมาอย่างคนที่อยู่ด้านบนพร้อมกับดวงตาสีอัลมอนด์พยายามเสมองไปทางอื่น

“ต้องเตรียมตัวให้เสร็จก่อนบ่ายสามโมง” เธอพูดออกมาแกน ๆ “ถ้าได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนี้อีก ฉันสาบานว่าจะระเบิดมันให้เละจนนายจำมันไม่ได้แน่” เฮอร์ไมโอนี่คาดโทษก่อนจะจับโต๊ะกาแฟพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

เดรโกที่ถูกทิ้งให้นอนแหมะอยู่บนพื้นมองตามเธอไปพร้อมดวงตาที่แทบจะลุกเป็นไฟ “นี่มันบ้านฉันนะ!” เขาคำราม

“ฉันอยู่เป็นผู้อาศัยเหมือนกัน!” เธอเถียงกลับพร้อมกับมองค้อนวงใหญ่ “เผื่อลืมนะ ตอนนี้ฉันเป็นคู่หมั้นนาย!

 

 

“มัลฟอย นายเสร็จหรือยัง ?” เฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังพยายามผูกโบที่เดรสของตัวเองเอ่ยถามขณะที่เดินเข้ามาภายในครัว แต่คำถามกลับไร้คำตอบ เธอเงยหน้าขึ้นจากโบและพบว่าเดรโกยังคงอยู่ในชุดนอน

“นี่ตลกเหรอ ?” เธอเกือบจะกรีดเสียงออกมา “อีก 15 นาทีจะบ่ายสามแล้วนะ เวลาตั้งมากมายนายเอาไปทำอะไร ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก”

ร่างสูงในกางเกงนอนและเสื้อยืดสีขาวยักไหล่ใส่หญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสสีเขียวยาวเหนือเข่าพร้อมด้วยโค้ทสีขาวคลุมไหล่และรองเท้ารัดส้นสีดำ จากความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้ ดูก็รู้ว่ามีบางคนกำลังพยายามปั่นหัวใครบางคน

“ใจเย็น” เขาพูดเนิบ ๆ ขณะที่เทน้ำใส่แก้วแล้วเดินออกจากบริเวณนั้นไปโดยไม่ได้อธิบายอะไรสักคำปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่ฮึดฮัดอยู่คนเดียวอย่างหัวเสีย

เธอค่อนข้างกังวล – อันที่จริงยิ่งกว่ากังวลที่จะต้องแนะนำเดรโกให้พ่อแม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขายังคงทำตัวไร้สาระ ไม่สนใจโลกอยู่แบบนี้

สิบนาทีต่อจากนั้น เดรโกก็โผล่ออกมาจากห้องนอนพร้อมกับกางเกงสแล็คสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมทับด้วยเบลเซอร์สีเทาเข้ม

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิง เกรนเจอร์ – ผู้ชายที่ไหนจะไปใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพื่อแต่งตัวกัน”

เฮอร์ไมโอนี่มองเส้นผมที่ยังคงเปียกจากการอาบน้ำก่อนจะถอนหายใจและเดินตามเขาไปยังห้องนั่งเล่น

“จะไปกันยังไง ?” เขาถามขณะที่เดินเข้าไปยังเตาผิงเหมือนมีคำตอบในใจอยู่แล้ว “ผงฟลู ?”

เธอส่ายหน้าแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือ “เราจะต้องขับรถไป”

เดรโกนิ่วหน้ามองอย่างกังขา “เธอจะขับรถไปที่บ้านพ่อแม่เธองั้นเหรอ ?” ในน้ำเสียงมีอาการไม่ยอมรับอยู่เล็กน้อย “ไม่มีทางที่ฉันจะนั่งรถที่เธอขับ”

เฮอร์ไมโอนี่มีสีหน้าบึ้งตึงไม่ได้ตอบโต้เขาเพราะยังคงควานหาพวงกุญแจอยู่

“ฉันมีใบขับขี่นะมัลฟอย ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตามฉันเป็นคนหนึ่งที่ขับรถได้ไร้ที่ติ”

เขาหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันระหว่างที่เดินลงไปยังถนนด้านล่างแฟลต เดรโกมองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ารถคันไหนเป็นของเธอ

“รถของเธอมีอยู่จริงหรือเปล่า เกรนเจอร์ ?”

เฮอร์ไมโอนี่ปรายตามอง ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากริมฝีปากสีสด เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ หวังเพียงว่าจะไม่มีมักเกิ้ลอยู่ในบริเวณนี้ ทันทีที่แน่ใจว่าปลอดภัยเธอก็หยิบเอาไม้กายสิทธิ์ออกจากกระเป๋าถือแล้วพึมพำคาถาสองสามคำจากนั้นบนถนนโล่ง ๆ ก็ปรากฏรถสปอร์ตคามาโรสีเงินขึ้นมา

“นี่รถเธอเหรอ ?” เขาถามกลั้วหัวเราะ

ลังเลเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับ “ของขวัญจากแฮร์รี่...” เสียงของเธอขาดช่วงและพยายามเลี่ยงการสบตากับคนถาม “หลังจากเรียนจบฉันสอบใบขับขี่ผ่าน ฉันชอบขับรถมากมันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องเครียด ๆ ช่วงนั้นแฮร์รี่กับรอนก็กำลังสนใจรถสปอร์ตของมักเกิ้ลพอดี – นายน่าจะได้เห็นว่าเขาซื้ออะไรให้ตัวเอง ถึงแม้ว่าจะซื้อเอาไว้ใช้เฉพาะโอกาสพิเศษก็ตามอ่ะนะ”

เฮอร์ไมโอนี่ไม่ต้องการจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อเธอจึงตั้งท่าจะเปิดประตูรถฝั่งคนขับเพื่อประจำที่ แต่เดรโกไม่ยอมให้เธอได้ทำเช่นนั้นเขาเข้ามาใช้แขนขวางกั้นเธอกับประตูรถเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มร้าย ๆ “ฉันขับเอง” พร้อมกับแบมือขอกุญแจ

“นี่มันรถฉันนะ” เธอท้วงและกำกุญแจแน่นขึ้น “ฉันขับได้ – ได้เป็นอย่างดีด้วย”

ฝ่ามือหนายังคงแบอยู่ตรงหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่พูดอะไรสักคำ

“นายไม่รู้ทางไปบ้านพ่อแม่ฉันสักหน่อย” เธอว่า

“เธอก็บอกทางสิ” เขาคว้ากุญแจไปจากมือเธอแล้วแทรกตัวเข้าไปในรถ เฮอร์ไมโอนี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรำคาญก่อนจะถอนหายใจเสียงดังและเดินอ้อมไปนั่งฝั่งผู้โดยสารอย่างเสียไม่ได้

เฮอร์ไมโอนี่มองเขาอย่างระแวดระวังขณะที่คาดเข็มขัดและปรับที่นั่งให้พอดี “อยู่ดี ๆ ก็จะขับรถงั้นเหรอนายน่ะ”

เดรโกหันมาพร้อมรอยยิ้มเหมือนกับตอนที่ขอกุญแจรถ “เธอคิดว่าฉันควรจะทำหน้ายังไงตอนที่พ่อแม่เธอเห็นว่าฉันให้คู่หมั้นขับรถให้ตัวเองนั่งเป็นผู้โดยสารล่ะ”

เฮอร์ไมโอนี่หมดคำจะเถียง เธอกลอกตาซ้ำอย่างรำคาญและหันไปสนใจนอกหน้าต่างแทน

“นี่นายรู้วิธีขับรถใช่ไหม” เธอโพล่งถามขึ้นมาพร้อมกับหันมองเมื่อจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าโดยปกติแล้วพวกพ่อมดขนานแท้นั้นแสนจะรังเกียจสิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ล “ฉันสงสัยจริง ๆ มัลฟอย ไม่ใช่ว่านายหันมาสนใจสิ่งประดิษฐ์มักเกิ้ลแล้วนะ”

เขายักไหล่ไม่ยี่หระ

“เขินที่จะพูดความจริงเหรอ ?” เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียงเย้าแหย่

อีกคนแปลกใจกับท่าทางของเฮอร์ไมโอนี่เล็กน้อยแต่ก็ยังคงทำหน้าตึงไม่แสดงความรู้สึกอะไรมากนัก “แพนซี่ – บางทีเธอก็ทำงานกับมักเกิ้ล เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอที่จะต้องสนใจโลกมักเกิ้ลบ้างเพื่อหาไอเดียใหม่ ๆ ธุรกิจของพวกพาร์กินสันขยายตัวมากขึ้นและค่อย ๆ รุดเข้าไปยังโลกของพวกนั้น ไม่แปลกที่เธอจะแนะนำฉันให้รู้จักชีวิตของมักเกิ้ลบ้าง”

เฮอร์ไมโอนี่ฟังอย่างตั้งใจขณะที่เขาพูด

“ถ้าจะต้องสารภาพฉันก็คงบอกได้ว่าบ่อยครั้งมันก็เป็นอะไรที่น่าลังเลที่จะลองในสิ่งที่แพนซี่แนะนำ แต่สุดท้ายฉันก็ค่อย ๆ ชอบมันขึ้นมา”

จบบทสนทนาที่ไม่มีใครสานต่อความเงียบที่น่าอึดอัดก็ดันตัวแทรกขึ้นมา ไม่มีใครจัดการกับมัน เดรโกยังคงขับรถต่อไปเงียบ ๆ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่พยายามลดความอึดอัดลงด้วยการเปิดวิทยุช่องที่เธอชอบและพบว่าตัวเองเผลอฮัมเพลงออกมาขณะที่เพลงเล่นซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เดรโกทำตัวหยาบคายด้วยการเปลี่ยนช่องกระทันหัน

“นี่นายทำอะไร” เธอร้องทักทันทีที่เพลงเฮฟวี่เมทัลดังขึ้นกระหึ่ม “เพลงบ้าอะไรของนายน่ะมัลฟอย ขยะหรือไง”

เดรโกหันมองพร้อมกับระบายยิ้มและเร่งเสียงให้ดังขึ้น “เรียกมันว่าเพลงสิคุณ” เขาแย้ง

อันที่จริงเดรโกเกลียดการฟังสิ่งบ้าบอที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้แต่สำหรับสถานการณ์ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือกัดฟันอดทนฟังมันไปเพราะอย่างถึงน้อยขยะบ้านี่จะทำหน้าที่เพลงที่ดีไม่ได้ แต่ก็ทำหน้าที่กวนประสาทหญิงสาวข้าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

เฮอร์ไมโอนี่เอื้อมมือไปเปลี่ยนสถานี “นี่ต่างหากเพลง” เธอขมวดคิ้ว

เดรโกไม่ยอมลดละเขาพยายามจะเอื้อมมือไปเปลี่ยนคลื่นแต่เฮอร์ไมโอนี่ฟาดมือเขาอย่างแรงก่อนจะจ้องเขม็ง

“ดูทางหน่อยสิ” เธอว่า “นายจะทำให้เราทั้งคู่ตายเพราะความเร็วในการขับรถของนายรวมทั้งความประมาทของนายด้วย!

“ขออภัยนะเจ้าหญิง ต้องการให้กระหม่อมขับช้าลงหรือ ?” เขาแกล้งทำเสียงอินโนเซนส์

“แน่นอนว่าใช่” เฮอร์ไมโอนี่ตะคอก

“โทษที กระหม่อมเกลียดการขับช้า” เขายิ้มพรายเมื่อพบว่าสามารถปั่นประสาทเฮอร์ไมโอนี่สำเร็จอีกครั้งและเปลี่ยนสถานี

เฮอร์ไมโอนี่แทบจะกรี๊ดออกมาก่อนจะพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ “ทำไมนายฟังทุกอย่างเสียงดังไปหมด หูตึงหรือไง”

“อยากให้เสียงดัง ๆ มันทำให้เธอพูดน้อยลงบ้างไงล่ะ”

เฮอร์ไมโอนี่กดปิดเสียงทุกอย่างลงอย่างแรงด้วยความโมโหทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น นี่เขาพูดออกมาได้ยังไง

เดรโกมองเธออย่างเซอร์ไพรส์ “นั่นทำอะไรน่ะ ?”

“พอกันทีกับเสียงเพลง” เธอบอกพร้อมกอดอก “เดี๋ยวเราก็ทะเลาะกันอีก”

“เราจะไม่ทะเลาะกันถ้าเธอไม่ดื้อขนาดนี้นะ” เขาพึมพำในลำคอ

“เลี้ยวตรงนี้” เธอใช้เสียงปกติ พยายามรวบรวมสติให้กลับมาเสถียรหลังจากที่ตั้งใจว่าจะยุติการทะเลาะลง “ขับไปเรื่อย ๆ แล้วจะเจอถนนลูกรังซ้ายมือ”

รถทั้งคันตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งมีเพียงเสียงบอกทางของเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้น เพียงสามสิบนาทีต่อจากนั้นในที่สุดเดรโกก็นำรถเข้าจอดที่สนามขนาดใหญ่ของบ้านสีขาวที่ดูสะอาดสะอ้านล้อมรอบเอาไว้ด้วยรั้วดอกไม้อย่างสวยงาม

“บ้านใหญ่นี่” เขาว่าขณะที่ก้าวออกจากรถ

เฮอร์ไมโอนี่กระชับเสื้อโค้ท “แต่ก่อนเคยมีหลาน ๆ อยู่ที่นี่ด้วย” เธออธิบาย “พวกเขามาเรียนอยู่ที่โรงเรียนใกล้ ๆ นี่ คุณป้าก็เลยให้มาอยู่ด้วยกันเลยดังนั้นเราจึงต้องมีพื้นที่เยอะหน่อย”

เดรโกไม่ได้สนใจนัก พวกเขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปยังประตูหน้าก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะจรดนิ้วลงบนกริ่งสีขาวและเสียงระฆังใส ๆ ก็ดังขึ้นภายในบ้าน

ไม่นานนักลูกบิดประตูก็ขยับและนั่นเป็นสัญญาณที่ทำให้เดรโกรีบสอดแขนไปกระชับรอบเอวคอดบางเพื่อรอทักทายกับเจ้าของบ้านที่อยู่เบื้องหลังประตู

“แม่คะ!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องอย่างดีใจพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกอดหญิงวัยกลางคนเอาไว้ “พ่อคะ” และเช่นกันเดียวกับพ่อของเธอ

“เฮอร์ไมโอนี่” คนเป็นแม่ต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง “ดีใจที่ได้เจอกันนะจ๊ะที่รัก เห็นว่ายุ่ง ๆ จนแทบไม่มีเวลาจะแวะมาเลย”

เธอจูงมือลูกสาวเข้ามาในบ้านขณะที่คนเป็นพ่อปลดเสื้อโค้ทออกจากบ่าให้

“นั่นใครกันล่ะ ?” แม่กระซิบถามขณะที่มองไปยังเดรโก

“โอ้ แม่คะ พ่อคะ” เฮอร์ไมโอนี่เริ่มพูดด้วยความประหม่าและจับมือเดรโกเอาไว้หลวม ๆ “นี่ – นี่คือ... เดรโก” เสียงของเธอขาดห้วง พยายามมองหน้าเขาเพื่ออะไรบางอย่าง “เอ่อ...มัลฟอย”

“เดรโก มัลฟอยค่ะ” เธอจบประโยคของตัวเองในที่สุด

เดรโกยิ้มกว้างค้อมหัวเล็กน้อยและเข้าไปจับมือกับพ่อแม่ของเธออย่างสุภาพ “ยินดีที่ได้พบครับคุณและคุณนายเกรนเจอร์”

“สองคนคบกันอยู่เหรอจ๊ะ ?” ดวงตาที่ชราหากแต่มีแววสดใสเหล่มองมือที่จับกันอยู่แล้วถามขึ้น

ลมหายของเฮอร์ไมโอนี่สะดุดเล็กน้อยกับคำถามนั้น เธอกลั้นใจก่อนจะพยักหน้าอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “ค่ะแม่ จริง ๆ แล้วเรา... เอ่อ – เรากำลังจะแต่งงานกันค่ะ”

จบคำเสียงต่าง ๆ ก็ราวจะเงียบดับไปเธอได้ยินเพียงเสียงธรรมชาติที่ดังหวิวจากนอกบ้านเท่านั้น ไม่มีใครพูดอะไรต่ออย่างที่คิดเอาไว้ ยิ่งใบหน้าซีดเผือดของคุณเกรนเจอร์และเสียงอึกอักจากคุณนายเกรนเจอร์แล้ว เธอยิ่งแน่ใจว่านี่คือสถานการณ์ที่ได้คาดคิดเอาไว้

“ต – แต่งงาน?” เสียงของคุณนายเกรนเจอร์แสดงถึงการปฏิเสธที่จะเชื่อ

“แม่คะ... คือ จะดีกว่าไหมถ้าเราเข้าไปคุยเรื่องนี้กันในห้องนั่งเล่น” เสียงของเฮอร์ไมโอนี่เต็มไปด้วยความกังวล แม้ว่าจะเตรียมใจมารับสถานการณ์นี้บ้างแล้วก็ตาม

คุณเกรนเจอร์ทำเสียงฮึมฮัมเล็กน้อยเมื่อได้สติกลับคืนมาก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่ ซีเลีย ผมคิดว่าเราควรจะหาที่นั่งคุยเรื่องนี้”

ทันใดนั้นเดรโกก็รู้สึกว่าเฮอร์ไมโอนี่บีบมือเขาแรงขึ้นเป็นสัญญาณว่าตอนนี้ความกังวลของเธอนั้นมากเกินจะควบคุมได้แล้ว เดรโกจึงกระชับมือให้แน่นขึ้นด้วยหวังว่ามันจะช่วยทำให้เธอตั้งสติอยู่ได้และในทางกลับกันเขาเองก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างประหลาด แต่น่าผิดหวังที่ความรู้สึกภายในไม่ได้ฉายความเท่ ความมั่นใจ หรืออะไรพวกนั้นออกมาเลย เขาดูกังวลเหมือนกับเฮอร์ไมโอนี่เป๊ะ – หรือไม่อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

เดรโกเดินเข้าไปใกล้เฮอร์ไมโอนี่ตามสัญชาตญาณและค่อย ๆ เดินตามโดยทิ้งระยะห่างเล็กน้อยระหว่างที่พวกเขาย้ายเข้าไปยังห้องนั่งเล่น

เดรโกและเฮอร์ไมโอนี่ฝังตัวเองลงบนโซฟาขณะที่พ่อกับแม่นั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมเบื้องหน้าพวกเขา

“แล้ว...” ซีซิเลีย เกรนเจอร์เกริ่นเพื่อลบความเงียบ “แต่งงานงั้นเหรอ ?”

“ใช่ค่ะ...” เฮอร์ไมโอนี่พักหายใจ “เอิ่ม... ใช่ค่ะแม่ เรา – ” เธอกุมมือของเดรโกที่วางอยู่บนเก่าข้างขวาแน่น “เรากำลังจะแต่งงานกัน”

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านของตัวเอง การจะพูดให้จบแต่ละประโยคมันช่างยากเย็นเฮอร์ไมโอนี่แค่นยิ้มด้วยหวังว่ามันจะช่วยกลบเกลื่อนสีหน้ากังวลลง

“แม่ – แม่ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าทั้งสองคนเดทกัน” ซีซิเลียออกความเห็น “แล้ว – แล้วเพื่อนลูกล่ะจ๊ะ ? โรนัลด์น่ะ”

เดรโกที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นตัวเองอย่างมากเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมาเสียงดังซึ่งนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องออกแรงบีบมือเพื่อเตือน

“หนูบอกไปหลายรอบแล้วไงคะว่ายังไงกับโรนัลด์ก็ไม่เวิร์ค” เธอบอก “เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพื่อนจริง ๆ”

“ผมชอบโรนัลด์นะ” เดวิด เกรนเจอร์ลงความเห็นบ้างขณะที่มองหน้าภรรยา “เป็นเด็กที่สัมมาคารวะดีทีเดียว เขาน่ะ”

“แต่เราเป็นได้แค่เพื่อนไงคะ” เฮอร์ไมโอนี่หลุดใช้เสียงก้าวร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนก่อนจะพูดต่ออย่างลังเล “เดรโกกับหนู... เราคบหาดูใจกันมาสักพักแล้วค่ะ หนูรู้นะคะว่ามันดูรีบร้อนไปหน่อยและหนูไม่ได้คาดหวังว่าพ่อกับแม่จะโอเคในตอนนี้ แต่ว่า...”

ซีซิเลียถอนหายใจหนักหน่วงแทรก “พ่อหนูกับแม่แค่ตกใจน่ะ – เท่านั้นเอง” เธออธิบาย “ไม่รู้กี่ครั้งที่หนูบอกเราว่าไม่ได้วางแผนที่จะแต่งงานเพราะหนูยังสนุกกับการใช้ชีวิตและแน่นอนว่าหนูเพิ่งจะอายุ 19 เท่านั้นเอง พระเจ้าช่วย”

เฮอร์ไมโอนี่ขบริมฝีปากด้วยความกลัว

“มันคงจะดีกว่าถ้าหนูเรียงลำดับความสำคัญของอะไร ๆ ให้ดีเสียก่อนจะคิดเรื่องแต่งงาน” เดวิดเสริม “เรารู้ว่าหนูเป็นเด็กฉลาด หนูเป็นอย่างนั้นเสมอและหนูเลือกสิ่งที่ดีที่สุด – ”

“นั่นคือเหตุผลที่พ่อกับแม่ไม่เคยบังคับให้หนูทำอะไรทั้งนั้น” ซีซิเลียว่าต่อ

“อยากจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ใช่ไหม ลูกรัก” เดวิดถาม “ทำเหมือนว่า...ว่าคู่หมั้นของลูกไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น และบอกเรามาตามตรงไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใด – อยากแต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม”

เฮอร์ไมโอนี่รู้ดีว่าสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการโกหก เพราะคำตอบที่แท้จริงคือ ไม่ เธอไม่ได้ต้องการที่จะทำมัน ไม่ได้อยากแต่งงาน และแน่นอนที่สุดว่าเธอไม่ได้ต้องการจะมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับพวกมัลฟอย แต่ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองต้องเผชิญกับคลื่นลูกใหญ่ที่โถมเข้ามาพร้อมจะพัดพาเธอไปและเธอไม่มีทางหนีมันได้

“ค่ะ” นั่นคือคำตอบที่เบาหวิวที่สุด “หนูอยากแต่งงานกับเขา”

เพียงอึดใจคนเป็นแม่ก็คลี่ยิ้มให้กับคำตอบของลูกสาว “อย่างนั้นเราก็จะสนับสนุนหนูนะจ๊ะ” เธอว่าขณะที่หันไปทางเดรโก – ว่าที่ลูกเขยของเธอ “ส่วนเดรโก – ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ? ทำงานอยู่ไหม ? ทำงานที่ไหนน่ะจ้ะ”

เดรโกสูดหายใจเรียกความมั่นใจก่อนจะตอบ “ครับ ทำงานอยู่ครับ เป็นธุรกิจของครอบครัว – ดูแลกิจการต่อจากพ่อน่ะครับ”

“แล้วธุรกิจที่ว่าคืออะไรล่ะ ?” เดวิดถามต่อ

คำถามนั้นทำเอาเฮอร์ไมโอนี่หันขวับไปทางเดรโกเพราะระลึกได้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาทำงานอะไร หรืออยู่บนโลกนี้ได้ยังไง

เดรโกไม่ได้สนใจท่าทีตื่นตูมของเฮอร์ไมโอนี่ เขายิ้มออกมาอย่างสุภาพก่อนจะตอบคำถามอย่างฉะฉาน “เราทำหลายอย่างครับ ส่วนมากบริษัทของเราจะทำในส่วนของการติดต่อสื่อสารเพราะในโลกของเราการสื่อสารยังคงเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อย และเร็ว ๆ นี้เราเพิ่งจะขยับขยายลงไปในฟิลด์อื่นเพื่อเพิ่มโอกาสครับ”

“ฟังดูค่อนข้าง...มั่นคงเลยนะ” เดวิดพยักหน้าอย่างยอมรับ “ถ้าเข้าใจไม่ผิดนี่คงเป็นทางเลือกสุดท้ายในชีวิตแล้วหรือเปล่า ? – ดูแลธุรกิจของพ่อต่อน่ะ”

เดรโกลังเลเล็กน้อยที่จะตอบเขากระชับมือหามือทั้งสองข้างของเฮอร์ไมโอนี่และสอดนิ้วเข้าไว้ด้วยกัน “เมื่ออะไร ๆ เข้าที่เข้าทางแล้วผมตั้งใจจะหยุดพักอย่างน้อยหนึ่งปีครับเพื่อหาอะไรอย่างอื่นทำบ้าง จริง ๆ ผมเริ่มทำงานหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน มันค่อนข้างยากโดยเฉพาะเมื่อผมอายุเพียง 20 ปี และตอนนี้มันก็มากมายเสียจนผมแทบจะไม่มีเวลาหยุดพัก”

เดวิดพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ “ขอถามได้ไหมว่าทั้งสองคนวางแผนจะจัดงานแต่งงานกันเมื่อไหร่ ?”

“ภายในหนึ่งหรือสองปีนี้ครับ” เขาตอบแข็งขัน “เราอยากจะรอจนอายุยี่สิบเอ็ดเสียก่อน”

“ฟังดูสมเหตุสมผลนะ” ซีซิเลียว่าพลางพยักหน้า “งั้นตอนนี้เราก็เข้าใจกันแล้วนะ เฮอร์ไมโอนี่ – มาช่วยแม่เตรียมอาหารเถอะ แม่ว่าลูกคงยังจำวิธีทำสตรอว์เบอร์รี่พายได้อยู่” คนเป็นแม่ลุกขึ้นพร้อมกับยื่นมือให้ลูกสาว

“ไม่มีทางลืมค่ะแม่” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มก่อนจะปล่อยมือเดรโกไปคว้ามือแม่เอาไว้แทน

การเตรียมอาหารค่ำผ่านไปอย่างรวดเร็วแม้ว่าช่วงแรก ๆ เฮอร์ไมโอนี่จะเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้งเพราะรู้สึกกระวนกระวายที่จะทิ้งเดรโกเอาไว้กับพ่อตามลำพัง เธอไม่รู้เลยว่าเดรโกจะประพฤติตัวดีไหม หรือพ่อของเธอทำให้เดรโกลำบากใจไหม เธอกลัวว่าเดรโกจะรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะต้องเจอสถานการณ์อะไรก็ตามที่บ้านของเธอ แต่ในที่สุดเธอก็บอกตัวเองว่าจริง ๆ เธอไม่จำเป็นจะต้องแคร์ขนาดนั้น

ทว่าไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามเฮอร์ไมโอนี่พบว่าตัวเองแอบมองออกไปนอกประตูห้องครัวอยู่บ่อยครั้งโดยไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองมองหาอะไร

ซีซิเลียไม่ได้พยายามถามหรือคุยอะไรเกี่ยวกับเดรโกอีก เธอถามลูกสาวถึงเรื่องงาน เรื่องอนาคตในหน้าที่การงาน เรื่องเพื่อน – แฮร์รี่ รอนและจินนี่ – และหลีกเลี่ยงที่ได้รู้ได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับเดรโกในมุมของเฮอร์ไมโอนี่แม้ว่าจริง ๆ แล้วมันจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรรู้ก็ตามที ทุกอย่างผ่านไปโดยง่ายและเฮอร์ไมโอนี่เองก็กังวลมากจนเกินไปเพราะเอาเข้าจริงถ้าหากว่าแม่ของเธอไม่ชอบใจการแต่งงานในครั้งนี้ มันก็จะเป็นการง่ายที่จะหย่าในตอนท้าย

แม้ว่าจะเลี่ยงการพูดถึงเดรโกมาตลอดแต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอจำเป็นที่จะต้องพูดถึงว่าที่ลูกเขยและการแต่งงานสายฟ้าแลบของลูกสาว

“เดรโกดูดีนะ” ซีซิเลียเอ่ย “ถึงจะประหลาดใจไปหน่อย แต่ลูกก็ดูเข้ากันดี”

เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยแววตาประหลาดใจ ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ “หนูไม่ค่อยเข้าใจที่แม่พูดเลยค่ะ”

“ก็...” ซีซิเลียยิ้มกว้าง ลดแขนที่กอดอกลงเล็กน้อย “ดูจากที่ใครบางคนกระวนกระวายใจมาก ๆ ตอนที่ห่างจากเขาไงล่ะ”

เฮอร์ไมโอนี่มีสีหน้าแตกตื่นกับสิ่งที่แม่พูด

“อย่าทำไก๋ไปหน่อยเลย เฮอร์ไมโอนี่ แม่เห็นน้า...ว่าลูกเอาแต่มองออกไปที่ห้องนั่งเล่นตอนที่เราทำอาหารกัน แม่กล้าพูดเลยว่าตอนนี้แม่เปลี่ยนใจแล้ว – แม่ว่าหนูดูดีตอนที่อยู่กับเขามากกว่ากับโรนัลด์”

เฮอร์ไมโอนี่เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง “อะไรกันคะแม่” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ขบขัน แค่นึกว่าหากเดรโกมาได้ยินสิ่งที่แม่พูดก็ตลกแล้ว

“อย่าเข้าใจผิดนะ ลูกกับรอนก็ดูสบาย ๆ ต่อกันดี ก็เกือบเหมือนแม่กับพ่อนั่นแหละ ทั้งสองคนตกอยู่ในวงโคจรของกันและกัน อยู่ในชีวิตประจำวันของกันและกันเสมอ จนเหมือนจะเข้ากันได้ดีเหมือนเป็นคนรักกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วความรักมันต้องการมากกว่านั้น” สีหน้าของซีซิเลียเต็มไปด้วยความคิดและความหลงใหล “ซึ่งเมื่อมองดูลูกกับเดรโกแล้ว – สิ่งที่มากกว่านั้นมันอยู่ระหว่างทั้งสองคนนั่นแหละ นี่สิที่ควรจะเรียกได้ว่าความรัก”

คราวนี้เฮอร์ไมโอนี่ถึงกับอดไม่ได้ที่จะพ่นลมออกมาเฮือกใหญ่ขณะที่จัดโต๊ะไปพลาง

“แม่อาจจะเป็นแค่อาจารย์มหาวิทยาลัยนะ แต่แม่ก็รู้ว่าอะไรคือความรัก – ลูกน่ะเสียอาการอยู่ตลอด แม่ดูออก” เธอบอก “อันที่จริงมันก็ยากที่จะบอกว่าสิ่งที่ดูเข้ากันดีระหว่างลูกกับเดรโกคืออะไร แต่สิ่งที่ลูกทำกับเดรโกมันต่างจากที่เคยทำกับโรนัลด์โดยสิ้นเชิง มันเหมือนแบบว่าสปาร์คกัน” ซีซิเลียอมยิ้ม

“ก็สปาร์คล่ะมั้งคะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดและหันไปมองเดรโกที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้า “แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวว่ารักหรือไม่รักใครหรอกค่ะ” เธอพึมพำในลำคอเพื่อให้ไม่ดังเข้าหูคนเป็นแม่

“แล้วเรื่องบนเตียงเขาเป็นยังไงล่ะ ?” ซีซิเลียถามขึ้นอย่างนึกสนุก

เฮอร์ไมโอนี่สนุกเล็กน้อยก่อนจะแสดงสีหน้าแขยงออกมาอย่างไม่ทันระวัง “แม่คะ!” เธอกรีดเสียง

“อะไรจ๊ะ” แม่ถามกลั้วหัวเราะ “โถ่เอ้ย เฮอร์ไมโอนี่ ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ ไม่ใช่เด็กแล้ว แม่คิดว่าเราคุยเรื่องนี้กันได้แล้วนะ ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ ?”

“ไม่ค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบฉะฉานพร้อมส่ายหน้า “ไม่ และไม่ ในอีกล้านปีเราก็จะไม่คุยเรื่องนี้กันค่ะ”

ซีซิเลียระบายยิ้มเย้ย “งั้นแม่คงคิดว่าคำตอบของคำถามเมื่อกี้คือ ใช่ ล่ะนะ”

“แม่!” เฮอร์ไมโอนี่กรีดเสียงอีกรอบ “เราแค่เรียกพ่อกับเดรโกมาเลยได้ไหมคะ เราจะได้เริ่มมื้อค่ำกันเสียที”

หลังจากสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เฮอร์ไมโอนี่ก็เดินออกจากห้องอาหารไปยังห้องนั่งเล่นและหยุดยืนข้าง ๆ เดรโก และเอื้อมมือไปดึงเขาขึ้นมาจากโซฟา 

 “มื้อค่ำ” เธอยิ้ม “ดูเหมือนว่านายกับพ่อจะเข้ากันดี”

เดวิดลุกขึ้นยืนและปิดโทรทัศน์ เขาตบบ่าเดรโกสองสามทีพร้อมกับพยักหน้า “ต้องรักษาเขาไว้ให้ดีเชียวล่ะ”

“งั้นเหรอ ?” เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้วถามเดรโกด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“สเน่ห์แบบมัลฟอยใช้ได้ดีเสมอ” ริมฝีปากของเขาบิดยิ้มอย่างยโสเหมือนกับที่พวกมัลฟอยชอบทำอยู่เสมอ

เฮอร์ไมโอนี่อดไม่ได้ที่จะกลอกตาอย่างรำคาญขณะที่พวกเขามุ่งหน้ากลับไปยังห้องอาหารด้วยกัน

“เมื่อกี้เอะอะอะไรกัน ?” เดรโกเอียงตัวเข้ามากระซิบถามที่หูของคนตัวเล็กอย่างสงสัยที่อยู่ดี ๆ ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้สองสาวในครัวก็ส่งเสียงดังออกมา

ใบหน้าสวยบูดบึ้งทันทีที่ได้ยินคำถาม เธอส่ายหน้าเบา ๆ ในขณะนั้นเองเดรโกรู้สึกได้ว่าจมูกของเขาได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยอวลอยู่ใต้จมูก อาจเป็นกลิ่นผม – อาจเป็นกลิ่นของเธอ

“ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสบอารมณ์นะ” เขาว่าต่อโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าริมฝีปากกำลังแนบชิดไปที่ใบหูของเธอแล้ว “คุยเรื่องอะไรกันมา ?”

เฮอร์ไมโอนี่หมดความอดทนลงในที่สุด “แม่ถามว่าเรื่องบนเตียงนายเป็นยังไง” เธอแหวตอบเสียงเบา

และนั่นทำให้เดรโกชะงักฝีเท้าและทำหน้าหงิก – เธอคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนั้นถึงได้พยายามที่จะไม่ตอบ แล้วสุดท้ายเป็นยังไง

มื้อค่ำผ่านไปอย่างเรียบร้อยดี เดรโกปั้นหน้า ปั้นตัวให้สุภาพกว่าที่เคยเห็นมาตลอดชีวิตนักเรียนและในท้ายที่สุดเมื่อจบมื้ออาหารเฮอร์ไมโอนี่ก็พบว่าตัวเองไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าผู้ชายคนนี้มีสเน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้จริงๆ

ความมืดของราตรีโรยตัวปกคลุมท้องฟ้าจนเป็นสีเข้มสนิท มีเพียงแสงดาวพราวระยับที่คอยประดับฉากระหว่างที่พวกเขาค่อย ๆ เดินกลับมายังรถที่จอดไว้

“รู้สึกดีกว่าที่คิดไว้นะ” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “ทุกอย่างออกมาดี”

 “พ่อแม่เธอก็ดี” เขาเสริม “คงต้องบอกว่านี่ทำให้ฉันรู้สึกผิดนิดหน่อยที่การพบพ่อแม่ของเราสองคนเกิดความไม่เท่าเทียมกันแบบนี้”

เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะคิก “ความจริงการไปเจอพ่อแม่นายก็ไม่ได้ยากไปกว่าที่คิดและออกจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ ถึงจะดูออกว่าพ่อกับแม่นายจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับฉันก็ตามแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีมารยาทที่ดี”

พูดจบเธอก็นั่งลงบนเบาะผู้โดยสารพร้อมกันกับที่เดรโกปิดประตูฝั่งคนขับ ชายหนุ่มเร่งเครื่องยนต์แล้วค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากบริเวณบ้านมุ่งตรงเป็นทางยาวเพื่อกลับไปยังแฟลต

“แม่เธอดูเป็นขี้เล่น” เขาออกความเห็น “ดูไม่เหมือนผู้สูงอายุเลย”

เธอหัวเราะขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง “ความจริงอายุกับวุฒิภาวะของเธอสวนทางกัน แต่นั่นมันก็ดีนะ พ่อจะได้ไม่เบื่อ”

เดรโกแอบเห็นด้วยลึก ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ บทสนทนายาว ๆ ที่เต็มไปด้วยสันติระหว่างพวกเขายังคงเป็นเรื่องแปลกเกินกว่าจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งอยู่ดี เขาทิ้งให้ความเงียบจับจองทุกช่องว่างภายในรถและแม้ว่าความเงียบนั้นจะน่าอึดอัดเสมอแต่ในจังหวะหนึ่งพวกเขากลับรู้สึกว่าความเงียบครั้งนี้กลับเรียกได้ว่าสงบสุขแทน

พวกเขานั่งคู่กันผ่านความมืด ผ่านทิวทัศน์ยามรัตติกาลไปอย่างแช่มช้า ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการแกล้งเปิดเพลงเสียงดัง มีเพียงพวกเขาและเวลาที่กำลังผ่านพ้นไป

“แต่ฉันคิดว่าพวกเขาคงไม่ค่อยโอเคกับการตัดสินใจของฉันเท่าไหร่” เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นเบา ๆ หลังจากความเงียบที่ยาวนาน “พวกเขาแค่พยายามจะไม่แสดงออก พนันได้เลยว่าตอนนี้แม่คงกำลังเครียดที่ฉันกำลังจะติดสินใจแบบผิด ๆ”

“ฉันคิดว่าพวกเขาอนุญาตแล้วเสียอีก”

“ก็ใช่ พวกเขาก็แค่รู้ว่าควรทำอะไรเพื่อไม่ให้สถานการณ์มันแย่ลงเท่านั้น โชคดีที่พวกเขาเป็นนักคิด พวกเขามีเหตุผล”

เดรโกผ่อนลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเว้นระยะให้ความเงียบทำหน้าที่แทนครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

“ขอโทษนะ” เขาพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและเหลือบมองเธอที่ดูจะสับสนเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน เขามองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้าแล้วพูดต่อ “ขอโทษที่ทำให้ชีวิตเธอยุ่งยาก พวกเขาพูดถูก – ใช่ไหมล่ะ พ่อแม่เธอพูดถูกต้องที่สุด เธอไม่ควรจะต้องมาตั้งงานตั้งแต่อายุเท่านี้ ยิ่งกับอย่างฉันด้วยแล้ว...”

“คนอย่าง...นาย ?”

“ฉันคงทำให้ชีวิตเธอตกต่ำลงเรื่อย ๆ เกรนเจอร์” ขณะที่พูดเขาขบกรามแน่น แม้จะไม่อยากยอมรับแต่สุดท้ายสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริงที่สุด “มันคงไม่ใช่ตอนนี้ แต่สักวันในสักปี – ปีหน้าที่เราจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีข้อแม้ ในตอนนั้นฉันคงทำให้เธออยากตาย”

เฮอร์ไมโอนี่พ่นลมหายใจพร้อมสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่เดรโกพูด เธอรู้และสัมผัสได้ถึงความเครียดที่เจืออยู่ในทุกคำแต่โดยส่วนตัวแล้วเธอไม่เชื่อว่าจะมีอะไรทำให้เธออยากตายได้ และต่อให้มีเธอก็ไม่คิดว่าเธอจะจบมันด้วยการตาย “ไม่ต้องห่วงฉันหรอกมัลฟอย ตราบใดก็ตามที่เราทำตามแผนและกฎของเราพวกเราก็จะผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...” เขาแย้ง “ฉันก็ต้องขอโทษอยู่ดี ขอโทษที่เห็นแก่ตัว ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว”

ประโยคนั้นทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างขี้เล่นอีกครั้ง “รู้ก็ดีแล้ว”

เดรโกรู้สึกว่าความเงียบกำลังจะกลับมาอีกครั้งและนั่นน่าแปลกที่สมองของเขากำลังพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อหาเรื่องคุย แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากเฮอร์ไมโอนี่ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นแทน

“นายดูนั่นสิ” เธอชี้ไปที่นาฬิกาดิจิตอลตรงหน้าพวกเขา “สี่ชั่วโมงผ่านไปอย่างสันติ ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีการเถียงกัน”

เขาหัวเราะ “ใครจะไปคิดว่าเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เลิกเป็นเด็กอมมือแล้ว” และหัวเราะดังขึ้นหลังพูดจบ

ยังไม่ทันจะหัวเราะจนสุดเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างดีมาตลอดก็เริ่มชะลอตัวก่อนจะหยุดลงอย่างสมบูรณ์แบบ นี่ถ้าหากไม่สังเกตเห็นท่าทางลุกลนของคนขับคงนึกว่าเดรโกตั้งใจหยุดรถเองแน่ “บ้าอะไร – ” เขาสบถออกมาก่อนจะฟาดมือลงบนพวงมาลัยอย่างหงุดหงิด

“เยี่ยมเลย” ฝ่ามือหนาเหวี่ยงขึ้นเหนือหัว “น้ำมันหมด”

เฮอร์ไมโอนี่ครางในลำคอพร้อมกับทิ้งตัวลงพิงกับเบาะรถอย่างหมดอารมณ์เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด “นายต้องล้อฉันเล่นแน่ๆ ให้ตาย เรามาไกลจากบ้านมากแล้วนะ”

“เพราะแบบนี้ฉันถึงไม่เคยเชื่อในสิ่งประดิษฐ์มักเกิ้ลไง” เขาคำรามด้วยความหงุดหงิด

“ทำไมนายไม่เช็คก่อนเราจะออกจากบ้านล่ะ” เธอแหว “นายเป็นคนขับนะมัลฟอย นายต้องรับผิดชอบเรื่องพวกนี้”

“นี่มันรถของเธอนะ” เขาโต้กลับเสียงต่ำน่ากลัว “เธอควรจะรู้ว่าน้ำมันของเธอมีพอที่จะไป – กลับไหม”

“ถ้านายยอมให้ฉันขับแต่แรกก็ไม่มีปัญหาหรอก” เธอไม่ยอมแพ้แม้ว่าดวงตากลมจะจ้องมองออกไปนอกรถอย่างไม่กล้าสบสายตาของเขาก็ตาม “ฉันหมายถึง เอาจริง ๆ ใครจะมาสนใจว่าผู้หญิงหรือผู้ชายจะเป็นคนขับรถ ?”

ด้วยความหงุดหงิดทั้งกับรถและกับคู่หมั้นตัวเอง ชายหนุ่มจึงปลดสายนิรภัยออกแล้วเปิดประตูออกจากรถไป “ปั๊มที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน ?” เขาถาม “เราหายตัวไปแถวนั้นก็ได้”

“นี่มันโลกมักเกิ้ลนะ มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ตอบขณะที่ออกมายืนนอกรถเช่นกัน “เราจะโดนเห็นได้ถ้าเราหายตัวสุ่มสี่สุ่มห้า”

“...”

“ที่ปั๊มน้ำมันมีกล้องวงจรปิด”

“แล้วจะให้ทำยังไง” เขาร้องถาม

“คงต้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน”

“พอตเตอร์กับวีสลีย์ก็คงมีรถล่ะ ใช่ไหม?”

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะเอียงตัวพิงรถเล็กน้อย “พวกนั้นไปต่างประเทศเพื่อทำอะไรสักอย่าง – งานของกระทรวงน่ะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่จินนี่มาหาฉันคืนนั้น เธอเบื่อที่แฮร์รี่ไม่อยู่บ้าน”

เดรโกไม่ได้สนใจว่าใครจะมาใครจะไปเพราะอะไร เขาสนใจแค่ว่าสุดท้ายเพื่อนสองคนของเธอก็ใช้การอะไรไม่ได้ในเวลาคับขันเช่นนี้

“แพนซี่มีรถ” เขาพึมพำก่อนจะส่ายหัว “ช่างเถอะ แพนซี่ใช้ไม่ได้เรื่องหรอก – ไม่มีทางที่ยายนั่นจะออกมารับเรา”

“ทำไมล่ะ ?” หญิงสาวขมวดคิ้วจนเป็นปมเมื่อได้ยินเขาพูดคนเดียว

“บางทีแพนซี่ก็ชอบทรมาณฉันเล่น และสำหรับสถานการณ์แบบนี้เธอคงอยากจะทิ้งฉันไว้มากกว่า”

“งั้นเราคงต้องเดิน เลือกมาจะไปซ้ายหรือไปขวา”

“นี่เธอจะให้เราเดินไปปั๊มงั้นเหรอ” ถามซ้ำอย่างไม่อยากยอมรับในสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ

“มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าไหมล่ะ” เธอแหวอีก “เลือกเลย”

“แล้วถ้าผิดทางล่ะ”

“งั้นเราคงดวงซวย มหาซวยแล้วล่ะ”

เขาถอนหายใจพรืดใหญ่ “ขวา”

พวกเขาเริ่มเดินไปตามถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำภายในใจได้แต่ภาวนาให้มีปั๊มอยู่ใกล้ ๆ นี้ เสียงรอบข้างเงียบสนิทมีเพียงเสียงรถจากที่ไกลและเสียงเท้าของพวกเขาดังกระทบกับพื้นถนน ยี่สิบนาทีผ่านไปอย่างสูญเปล่าแม้ว่าพวกเขายังคงเดินอย่างต่อเนื่องแต่ดูเหมือนว่านอกจากความมืดแล้วพวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย

“สิ้นหวังจริง” เธอพูดอย่างท้อแท้ “เรากลับที่บ้านดีกว่าไหมเผื่อว่าพวกเขาจะพอมีน้ำมันเหลือ”

“นี่เธออ่าน – ”

“รถคันนั้นกำลังจะจอด...” เฮอร์ไมโอนี่ชี้ไปยังรถสปอร์ตสีดำที่ค่อย ๆ  เคลื่อนมาใกล้พวกเขา แสงจากไฟหน้ารถสาดส่องทาบทับคนทั้งคู่จนต้องยกมือขึ้นบังดวงตา ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นมันก็ดับลงตามด้วยเครื่องยนต์ที่เงียบเสียงไป ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับชายร่างสูงในชุดสูทอย่างเนี้ยบก้าวขาลงมา มือข้างหนึ่งล้วงอยู่ภายในกระเป๋ากางเกง ที่น่าแปลกคือเขาคนนั้นส่งยิ้มกว้างให้กับเดรโก

“แคร์โรว์” เดรโกเอ่ยเรียกเมื่อระลึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

“เดรโก” ชายตรงหน้าทักทายพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนกับที่เดรโกชอบทำ “เมอร์ลิน เกือบจำไม่ได้ว่าเราเจอครั้งสุดท้ายตอนไหน”

“นั่นสิ” เขาตอบเรียบ ๆ “สักพักแล้ว”

“พวกนายสองคนต้องการคนไปส่งไหม ?” แคร์โรว์ถามเมื่อสำรวจดูแล้วไม่เจอรถหรือพาหนะอะไรใกล้ ๆ กันนี้ “กำลังจะกลับบ้านพอดี”

“ไปส่งปั๊มที่ใกล้ที่สุดก็พอ” เดรโกพยักหน้าตอบ

แคร์โรว์ไม่ขยับแต่กลับเบนความสนใจจากเดรโกไปยังหญิงสาวข้างกายของเขาแทน “ว่าแต่” เขาปั้นยิ้มทรงสเน่ห์ “นั่นเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ใช่ไหม”

เฮอร์ไมโอนี่มองมือที่ยื่นออกมาครู่หนึ่งก่อนจะจับมือเขาอย่างสุภาพแม้ว่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าก็ตาม

“ได้อ่านเรื่องของพวกนายจากเดลี่ พรอเฟ็ตน่ะ ดังน่าดู”

“อ้อ – เกือบลืมไปเลย เฮอร์ไมโอนี่ นี่เวสลีย์ แคร์โรว์ เป็นเพื่อนเก่าสมัยอยู่ฮอกวอตส์ คิดว่าเธอคงเคยเห็นเขาผ่าน ๆ สมัยเรียน” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า “แคร์โรว์ นี่คู่หมั้นของฉันอย่างที่นายรู้ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์”

หลังจากได้รับการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการแล้ว แคร์โรว์ก็ส่งยิ้มให้เฮอร์ไมโอนี่อีกครั้งแล้วจูบที่หลังมืออย่างสุภาพบุรุษ

“ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ คุณเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์”

“ยินดี”

 

 

 - TBC -

 


เรื่องนี้น่าจะอัพได้เรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ หวังว่าเราจะสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอสักที

และหวังว่าโรคพิมพ์ผิด พิมพ์ตกจะหายด้วยเหมือนกัน ท้อใจมาก แก้ไม่เคยหายเลย แงแอ 

(ถ้ามีเวลามากกว่านี้อยากจะเก็บไว้อ่านทวนหลายๆ รอบก่อนอัพบ้างเหมือนกัน แต่เวลาไม่เคยพอเลย ฮือ ขอโทษนะคะ)


warning: หลังจากอ่านจบเรารู้สึกว่า เรื่องนี้โดยรวมอาจจะไม่ค่อยโอเคในความ OOC ของเฮอร์ไมโอนี่นะคะ


             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

298 ความคิดเห็น

  1. #295 yonoop (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 20:10

    ทะเลาะกันมาตลอดทาง แต่จบลงด้วยดี

    คุณพ่อคุณแม่น่ารักมากๆ

    #295
    0
  2. #276 emmusic (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:44

    คนอื่นรูั คนอื่นเห็น คนอื่นดูออก ว่าสองคนนี้เคมีดีแค่ไหนแต่ปากแข็งรักศักดิ์ศรีทั้งคู่

    #276
    0
  3. #237 Tarantallegra (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:20

    ดีใจจังเลยค่ะะะะ ได้อ่านแล้วววว แต่แคร์โรว์อาจจะเป็นตัวป่วยก็ได้น้แบบมาเฟลิทๆ หนูเฮอร์ให้เดรโกประสาทเสียเล่น

    #237
    0
  4. #225 misakikawaichi68 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 08:10

    คู่กัดคู่รักจริงๆคู่นี้ 5555

    #225
    0
  5. #220 DaizyDuck (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 12:50
    บทหน้าต้องเจอคนขี้หึงหนึ่งอัตราแน่ๆ
    #220
    0
  6. #215 Jaisanicegirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 21:58
    ชอบบบบบบ เพื่อนเดรโกน่าจะมีอะไรบางอย่าง จีบเฮอร์?
    #215
    0
  7. #214 ieeeeeee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:52

    ดีกันไม่ทันขาดคำ วิต่อมาทะเลาะกันละเหมือนเด็กจริงๆ เอ็นดูวววววว

    #214
    0
  8. #213 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:36
    เพื่อนเดรโกคนนี้จะมาเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องไรมั้ยน้าาา ลุ้นๆๆๆ
    #213
    0
  9. #212 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:14
    กรี๊ดดด รอมาต่อนะคะ
    #212
    0
  10. #211 sirikanda16 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 10:36
    ชอบความเคมีตรงกันมากอะ
    #211
    0
  11. #210 passy-pas (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:39
    เย้ๆๆ ในที่สุดก็ได้อ่านเรื่องนี้ต่อ อัพยาวๆเลยนะคะ ชอบมากเลย
    #210
    0
  12. #209 ieeeeeee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:32

    แม่ถามตรงมากกกกกก คู่นี้เค้าชอบกัดกันค่ะแม่

    #209
    0
  13. #208 Moo_pam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:28
    กลับมาแล้วววว เย้ๆ
    #208
    0
  14. #207 Zameaom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:06
    เย้ ไรท์มาอัพแล้วว
    #207
    0
  15. #206 Jaisanicegirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 02:12
    ดีจายยยยย ไรท์กลับมาแล้วววว
    #206
    0
  16. #190 065104 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 14:38
    เมื่อใหร่จะมาล้ะเนี้ยยย55
    #190
    0
  17. #189 honneygreen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 03:53
    รออ่านอยู่นะคะ ฮือออ
    #189
    0
  18. #186 P0857596515 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 00:18
    ง่าาาา ตีกันตล๊อดเลยน้าา
    #186
    0
  19. #183 permo12 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 11:45
    ทะเลาะทุกวันลูกดกแน่นอน5555
    #183
    0
  20. #182 ieeeeeee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:30

    ทะเลาะกันเก่งแบบนี้ ขังคู่ไปเลยจ้าาาาส

    #182
    0
  21. #181 kynpsw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:52

    แอ้กกกก ทะเลาะกันเก่งจังเลยยย!!!

    #181
    0
  22. #179 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 14:09
    ทะเลาะกันจริงงง จับมัดแพ็กคู่เลยดีมั้ย555555
    #179
    0
  23. #178 maleen031309 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 13:54
    อย่าทะเลาะกันนนน โว้ยยย จะรอดมั้ยเนี่ยคู่นี้ มีหวังฆ่ากันตายก่อนงานแต่งแน่ๆ
    #178
    0
  24. #177 2477 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 13:14
    ชอบอ่านที่ไรท์แปล ดีใจที่ไรท์กลับมาต่อ
    #177
    0
  25. #176 pitchayathida (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 08:59
    สู้ๆนะไรท์
    #176
    0