[Draco x Hermione] Contours

ตอนที่ 5 : Chapter FOUR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    16 ม.ค. 62

Chapter FOUR
she's an artist 
a painter actually; 
see that 'smile' on her face? 
well it's her most famous piece


เช้าวันต่อมานาร์ซิสซาและลูเซียสก็มานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารอย่างที่เคยทำมาในทุก ๆ เช้าตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ภาพในเดลี่พรอเฟ็ตในมือลูเซียสเคลื่อนไหวไปมาเหมือนกันกับแม่มดรายสัปดาห์ในมือของนาร์ซิสซา พวกเขากินอาหารเช้าอย่างเงียบเชียบด้วยความรู้สึกที่ว่าความเงียบนั้นคือการอยู่ร่วมกันที่ดีที่สุดระหว่างพวกเขาทั้งคู่แล้ว

แต่กระนั้นความเงียบทั้งหมดก็ถูกแทรกเข้าด้วยเสียงตะโกนดังแว่วจนทำให้สองสามีภรรยาต้องเงยหน้าขึ้นมองเพดาน

“สองคนนั่นทำอะไรกัน ?” นาร์ซิสซาบ่นขณะที่คิ้วโก่งเริ่มขมวดเป็นปม นี่เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ไม่น่าอภิรมย์เสียจริง

ลูเซียสส่ายหน้าก่อนจะหยิบส้อมขึ้นมากินอาหารตรงหน้าต่อ “อย่างที่คุณรู้ เทียบกับวัยเดียวกันแล้วเดรโกยังค่อนข้างเอาแต่ใจ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “และจากที่ได้ยินเด็กเกรนเจอร์นั่นก็คงจะหัวรั้นไม่แพ้เขา”

“ฉันคิดว่าคุณจะไม่พอใจที่เขาไปคว้าเธอมาแทนที่จะเป็นแอสเทอเรียเสียอีก” นาร์ซิสซาเปิดประเด็นเพราะไหน ๆ ความเงียบของเช้านี้ก็ได้ถูกทำลายลงหมดแล้ว “สารภาพเลยนะว่าเธอมีคุณสมบัติบางอย่างที่น่าขนลุก ผมของเธอนั่นก็น่าขนลุก เธอไม่เหมาะสมสำหรับตระกูลเรา แต่เดรโกแข็งข้อเหลือเกิน”

“ผมไม่ได้ไม่พอใจที่เป็นเธอ ที่ไม่พอใจน่ะเรื่องที่เธอเป็นมักเกิ้ลเสียมากกว่า” สีหน้าของลูเซียสเจือเอาไว้ด้วยความเครียดอย่างปิดไม่มิด “ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่เห็นว่าเสียหายใจอะไร เธอทำให้ผมนึกถึงคุณสมัยก่อน – มีอุดมการณ์และไหวพริบที่ดี”

หลังจากแต่งงานกันมากว่า 20 ปีมันค่อนข้างน่าตกใจนิดหน่อยสำหรับนาร์ซิสซาที่ลูเซียสพูดถึงอดีตของพวกเขาออกมาได้อย่างสบาย ๆ แม้ว่าความจริงมันจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคู่รักคลุมถุงชนแล้วนี่ก็น่าขนลุกนิดหน่อย

“พวกเขาควรจะลงมาได้แล้ว” เมื่อตกอยู่ในความเงียบลูเซียสก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที เขาเองก็รู้สึกเขินอายกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไป

“อย่างนั้นน่ะสิ” ดวงตาสวยของนาร์ซิสซาจ้องเขม็งไปยังบันไดหินอ่อนอย่างมุ่งมาด

-

“แก้คาถาเดี๋ยวนี้ เกรนเจอร์” เดรโกออกคำสั่งจากอีกฝากหนึ่งของเตียงที่กั้นระหว่างพวกเขา ฝ่ามือหนาปัดเส้นผมสีบลอนด์ที่ยาวเป็นเกลียวให้พ้นใบหน้าอย่างเกรี้ยวกราด ความจริงมันมีสีอื่น ๆ เปลี่ยนไปมาตลอดเวลาไม่ใช่แค่สีบลอนด์เพียงอย่างเดียว

“เล่นอะไรเป็นเด็ก” เขาตวาด

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าดิกขณะที่ตัวเองก็ดูแย่ไม่ต่างกัน ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้าซีดและเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีแดงสด

“เปลี่ยนฉันกลับเป็นเหมือนเดิมก่อน!” เสียงโต้ตอบดังข้ามเตียงอย่างไม่ยอมขณะที่หยิบผมตัวเองขึ้นมาดูแล้วทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ “ฉันไม่รู้ว่านายใช้คาถาอะไร ให้ตาย ฉันดูเหมือนพวกตัวตลกเลย”

“แล้วฉันไม่เหมือนหรือไง ?” เขาเถียงและชี้ไปที่ผมตัวเองที่กำลังเปลี่ยนสีอีกรอบ “เปลี่ยนฉันกลับก่อน! เธอเป็นคนเริ่มนะ”

เฮอร์ไมโอนี่กลอกตาพร้อมกับครางในลำคออย่างหงุดหงิด “มัลฟอย ดูสิ – เราทำตัวอย่างกับเด็ก นายก็แค่เปลี่ยนฉันกลับฉันจะได้ไปทำอะไรต่ออะไรต่อสักที” เธอพยายามอย่างหนักที่จะขอร้องอย่างใจเย็นแต่แน่นอนว่ายังไม่ยอมเป็นฝ่ายแก้คาถาก่อน “นี่เราไม่ได้อยู่ฮอกวอตส์แล้วนะ นายเบื๊อกเอ้ย”

“ก็เธอเริ่มก่อน” เขาพึมพำในลำคออย่างดื้อรั้นขณะที่เฉไฉเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมหน้าตาบูด ๆ

ร่างเล็กกรีดร้องออกมานิดหน่อยอย่างหัวเสีย เธอกัดปากตัวเองเอาไว้เหมือนพวกเด็กดื้อก่อนจะเดินตึงตังไปคว้าไม้กายสิทธิ์มาชี้ไปที่หัวของเดรโกก่อนที่เขาจะได้เข้าไปในห้องน้ำ

“อยู่นิ่ง ๆ เลย” เธอสั่ง “ถ้าพลาดฉันไม่ทำให้ใหม่แน่”

ทันทีที่เธอโบกไม้กายสิทธิ์เส้นผมของเดรโกก็ค่อย ๆ กลับไปเป็นทรงเรียบแปล้สีบลอนด์อย่างที่เคย เดรโกถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เปลี่ยนฉันกลับได้แล้ว”

เดรโกเหลือบมองเฮอร์ไมโอนี่พร้อมกับคลี่ยิ้มร้าย “จริง ๆ ฉันว่าเธอเหมาะกับลุคตัวตลกมากกว่านะ” เขากอดอกและพิงผนังห้องน้ำด้วยท่าทางของผู้อยู่เหนือกว่า

เฮอร์ไมโอนี่แทบจะกรี๊ดออกมาทันทีที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ “ฉันสาบานเลยมัลฟอย ถ้านายไม่เปลี่ยนฉันกลับเดี๋ยวนี้ ฉันจะสาปให้นายกลายเป็นชักโครกไปตลอดกาล!

คนฟังหัวเราะพร้อมกับอมยิ้มและยังไม่ยอมขยับเขยื้อน

“พ่อแม่นายรอให้เราลงไปกินข้าวอยู่นะ เปลี่ยนฉันกลับเดี๋ยวนี้เลย”

เดรโกส่ายหน้าและยิ้มยวน “ฉันไม่คิดว่าฉันจะจำคาถานั่นได้แหะ” เขาเปิดประตูห้องนอนก่อนจะหันกลับมา “และจะว่าไปก็จริงอย่างที่เธอพูด พ่อแม่ฉันรออยู่”

เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูแต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดจนสุดเฮอร์ไมโอนี่ก็ตวัดไม้กายสิทธิ์ปิดล็อคประตูไม่ยอมให้เขาออกไป

“แก้คาถาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของเธอเข้มต่ำ น่าจะกำลังโมโหเรียบร้อยแล้ว “หรือไม่ก็ไม่ต้องมีใครได้ออกจากห้องนี้ บอกไว้เลยว่าฉันไม่มีทางออกไปทั้งสภาพนี้แน่”

“สีฟ้าดูเหมาะกับเธอดีออก” เดรโกแกล้งยั่วโมโหด้วยรอยยิ้มที่กว้างจนเกือบถึงรูหู ดูเหมือนคุณชายจะไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเตือนเลยแม้แต่น้อย เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนอนที่จัดจนตึงแล้วนอนพิงหัวเตียงมองไปที่เธอ

เฮอร์ไมโอนี่มองเขาพร้อมความรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดเหมือนภูเขาไฟ “นายรู้อะไรมั้ย บางทีฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เพราะความจริงฉันสามารถเดินออกไปจากตรงนี้ – ตอนนี้ – ไปหานักข่าวที่น่ารักที่น่าจะกำลังออกันอยู่ที่หน้าห้องทำงานของนาย และก็แค่บอกพวกเขาไปว่างานแต่งงานอะไรนี่เป็นความผิดพลาด ฉันจะไม่แต่งงานแล้ว”

ร่างเล็ก ๆ สะบัดหน้าพร้อมกับเข้าห้องน้ำไปปิดประตูเสียงดัง โดยไม่ได้คิดอะไรเธอพยายามจะอาบน้ำเพื่อดับความร้อนในหัวลงแต่ที่สุดแล้วประตูห้องน้ำก็เปิดออกเสียงดัง

สติของเฮอร์ไมโอนี่ไม่มีมากนักเธอกอดตัวเองเอาไว้เพื่อปกปิดร่างกายขณะที่ดวงตาจ้องมองไปที่คนที่เพิ่งเข้ามาอย่างอุกอาจ “มัลฟอย!

“ทำบ้าอะไรของนาย ฉันกำลังจะอาบน้ำนะ!

เขามองเธอผ่านกระจกก่อนจะโบกไม้กายสิทธิ์นิดหน่อยแล้วผิวของเฮอร์ไมโอนี่ก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นสีผิวอมชมพูเช่นเดียวกับเส้นผมที่กลายมาเป็นสีน้ำตาลอย่างปกติ

“แค่ล้อเล่นเอง เฮอร์ – ไม – โอ – นี่” เขาใช้เสียงไร้เดียงสาตอบพร้อมกับเน้นพยางค์อย่างก่อกวน “ไม่เห็นต้องใจร้อนขนาดนั้น”

ไม่รอให้เธอตอบอะไรเดรโกก็ออกจากห้องน้ำไปพร้อมกับปิดประตูสียงดัง 

ชุดเดรสยาวเกาะอกพลิ้วไปมาตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย เฮอร์ไมโอนี่สวมรองเท้าส้นเตารีดสีน้ำตาลที่เข้ากันขณะที่หมุนตัวไปมาหน้ากระจก

“นี่นายจัดชุดนี้ให้ฉันเหรอ” เสียงของเธอดังผ่านประตูเข้ามาภายในห้องนอน “ทำไมฉันถึงยอมให้นายจัดแจงชุดให้กันนะ เมอร์ลินให้ตาย”

“แพนซี่ส่งมาพร้อมกับชุดอื่น” เดรโกตอบด้วยเสียงเรียบไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใด “ถ้าไม่ชอบค่อยเปลี่ยนตอนกลับไปถึงบ้านก็ได้”

เฮอร์ไมโอนี่ยักไหล่แล้วโบกไม้กายสิทธิ์เพื่อทำให้ผมแห้งก่อนจะติดกิ๊บเก็บผมที่เคลียใบหน้าให้เรียบร้อย จากนั้นเก็บเสื้อผ้าใช้แล้วใส่กระเป๋าลูกปัดไว้ร่วมกันกับเสื้อผ้าของเดรโก

ทันทีที่ก้าวออกจากห้องน้ำมาจนกระทั่งเธอเดินไปไหนต่อไหนเดรโกก็ยังคงมองค้างอยู่แบบนั้น มันยากที่จะยอมรับว่าแค่ชุดธรรมดา ๆ นั้นกลับทำให้เธอดู – เขากล้าพูดเลยว่า – สวยมาก

เดรโกกระแอมเล็กน้อยเมื่อพบว่าตัวเองมองเธอนานเกินไปแล้ว “ลงไปกินข้าวกันเลยมั้ย ? เราสายมาสามสิบนาทีแล้ว”

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าแล้วเดินตามเดรโกออกจากห้องนอน

“คฤหาสน์นี้มันใหญ่ไปมั้ย” เธอกระซิบด้วยท่าทางที่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังรู้สึกอึดอัดกับการเดินไปมาในโถงทางเดินขนาดใหญ่ “นายอยู่บ้านใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง”

เดรโกไหวไหล่ตอบ “เพราะพวกเอลฟ์ประจำบ้านป้วนเปี้ยนไปทั่ว” เขาว่า “หรือไม่ฉันก็บังคับเบลสกับแพนซี่ให้มาอยู่นี่บ่อย ๆ ตอนเด็กน่ะ เลยไม่รู้สึกเหงาเท่าไหร่ตอนที่พ่อกับแม่ออกไปข้างนอนตอนกลางคืน”

จากนั้นตลอดทางจนถึงห้องอาหารก็มีเพียงความเงียบแทรกตัวอยู่ระหว่างพวกเขา

“ดีใจจริง ๆ ที่เธอมาเสียที” นาร์ซิสซาต้อนรับแกมเหน็บแนมทันทีที่ทั้งคู่เข้ามาถึง ในมือเรียวมีแก้วน้ำส้มและจานอาหารนั้นว่างเปล่าเรียบร้อยไปแล้ว “เมื่อครู่เราได้ยินเสียงบางอย่าง – เสียงเหมือนใครบางคนกำลังตะโกนใส่กัน”

เฮอร์ไมโอนี่และเดรโกมองตากันอย่างพยายามหาทางออกจนกระทั่งเป็นเดรโกที่พูดขึ้นก่อน

“ไม่มีอะไรครับ แค่เห็นไม่ตรงกันนิดหน่อย”

นาร์ซิสซาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของคู่รักก่อนจะหันไปสนใจแต่ลูกชายอย่างเคยชิน เธอมองเดรโกกินข้าวด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ารู้สึกขายหน้า

“กินไข่ด้วยสิเดรโก ยี่สิบปีแล้วและลูกก็ยังไม่เรียนรู้ที่จะทานอาหารอย่างถูกต้องเลย” คนเป็นแม่บ่นพร้อมกอดอก “เฮอร์ไมโอนี่ ฉันหวังว่าเธอจะรู้วิธีทำอาหาร เดรโกเรื่องมากที่สุดเมื่อเป็นเรื่องกิน”

“เขาทานเฉพาะอะไรที่เขาอยากทานเท่านั้น” ลูเซียสเสริมทั้งที่เดลี่พรอเฟ็ตยังคงกางอยู่ตรงหน้า “และมารยาทบนโต๊ะอาหารก็จัดว่าแย่”

เฮอร์ไมโอนี่แทบจะต้องกัดลิ้นเพื่อกลั้นหัวเราะกับสิ่งที่ได้ยิน “อย่างนั้นหรอกหรือคะ ?” เธอถามก่อนจะส่งรอยยิ้มหยันไปยังเดรโกที่จ้องพ่อแม่ตัวเองเขม็ง

“หนูทำอาหารได้นิดหน่อยค่ะ จริง ๆ ก็เคยทำอาหารให้ตัวเองเท่านั้นเพราะว่าต้องอยู่คนเดียวตั้งแต่เรียนจบ แต่ว่าก็ได้เรียนรู้มาบ้างจากแม่และคิดว่าคุณนายวีสลีย์น่าจะสอนได้ค่ะ”

“อ่า ใช่สิ” นาร์ซิสซาพยักหน้า “ฉันได้ยินมาว่าคุณนาย... วีสลีย์ – รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเสมอตอนที่อยู่ในครัว”

เฮอร์ไมโอนี่หลุดยิ้มออกมา “ค่ะ เธอทำอาหารได้เยี่ยมมาก”

“เธอคงไม่ว่าอะไรถ้าฉันจะสอนเธอทำอาหารด้วยตัวเอง” นาร์ซิสซาไม่ได้สนใจว่าเธอจะสรรเสริญพวกหัวแดงว่ายังไง เธอยื่นข้อเสนอที่เฮอร์ไมโอนี่แทบไม่เชื่อหูตัวเองซึ่งเดรโกรู้ดีว่านาร์ซิสซาแค่พยายามจะหาทางทำให้เฮอร์ไมโอนี่อยากหนีไปให้พ้น ๆ เสียมากกว่า “จะได้สอนให้เธอรู้จักทำอาหารจานโปรดของเขา”

“แม่ พอได้แล้ว” เดรโกขัดคอ “มันไม่เร็วไปหรือที่จะสอนให้เธอเป็นแม่บ้านที่ดี”

“เงียบเถอะ เดรโก” นาร์ซิสซาตะคอกโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกชาย “เฮฮร์ไมโอนี่ เธอจะต้องเริ่มเรียนรู้จากฉันเพราะนั่นเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะดูแลสามีของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนอย่างเดรโกปฏิเสธที่จะมีเอลฟ์ประจำบ้านของตัวเอง”

ความเงียบอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวมัลฟอย เมื่อทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบมื้อเช้าก็ค่อย ๆ ผ่านไปอย่างเรียบร้อยดี มันผ่านไปด้วยดีกว่าที่เฮอร์ไมโอนี่คาดเอาไว้ เพราะถึงแม้ว่าลูเซียสและนาร์ซิสซาจะไม่ค่อยพอใจกับเส้นทางชีวิตของลูกชายที่เลือกจะแต่งงานกับมักเกิ้ลแต่พวกเขาก็มีมารยาทมากพอ

ถึงเดรโกจะรู้สึกได้ว่าแม่ของเขากำลังพยายามจะทำอะไรบางอย่างอยู่ก็ตาม

เมื่อมื้อเช้าจบลงทั้งคู่ก็บอกลาคุณและคุณนายมัลฟอยก่อนจะออกจากคฤหาสน์มา ทันทีที่ก้าวพ้นประตูคฤหาสน์ก็ราวกับว่าบ่าที่หนักมาตลอดทั้งคืนเบาลงอย่างประหลาดเหมือนเพิ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์เฉียดตายก็มิปาน เฮอร์ไมโอนี่จับแขนเดรโกเอาไว้แน่นขณะที่ทั้งคู่หายตัวกลับมายังแฟลตในลอนดอน

“ฉันไม่เป็นแม่บ้านหรอกนะ” เฮอร์ไมโอนี่รีบบอกเขาทันทีที่เท้าแตะพรม “ชีวิตฉันไม่ควรที่จะน่าเบื่อแบบนั้น นายน่าจะรู้ใช่มั้ย มัลฟอย ? คือวันทั้งวันฉันจะต้องทำอะไรงั้นเหรอ ? ทำความสะอาด ทำอาหาร เลี้ยงลูก งั้นสิ ?”

“ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ในการแต่งงานนี้จะไม่มีตัวละครเด็กโผล่ออกมาแน่ เกรนเจอร์” เดรโกโต้กลับ “และฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะอยู่บ้านทั้งวันด้วยเหมือนกัน ช่วยทำให้ฉันแน่ใจด้วยว่าเธอจะไม่เป็นแบบนั้น”

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจก่อนจะมองไปยังนาฬิกาที่ผนังที่บอกเวลาอีก 15 นาทีจะเป็นเวลา 11 นาฬิกา ความคิดเกี่ยวกับครอบครัวมัลฟอยสลายหายไปจากหัวในทันทีเมื่อเธอพบว่าตัวเองสายแล้ว

“ฉันสาย” เธอพึมพำก่อนจะเริ่มเดินไปรอบห้องนั่งเล่นพยายามหาของที่ต้องใช้แล้วคว้าผงฟลูวิ่งเข้าไปในเตาผิง “ฉันสายแล้ว ไว้เจอกันมัลฟอย”

-

“ว่าไงแพนซี่” ร่างสูงเอ่ยทักขณะที่นั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาว

“นายติดหนี้ตอบคำถามฉันอยู่ เดรโก” แพนซี่เตือนความจำ “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์คืออะไร ? นายเลือกเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์งั้นเหรอ ?” คำถามที่ถูกกักเก็บเอาไว้พรั่งพรูออกมา

แพนซี่ พาร์กินสันไม่ใช่เด็กสาวหน้าเหมือนหมาจูอีกต่อไปแล้วหลังจากเวลาผ่านไปเด็กสาวรูปร่างเล็กก็ได้เติบโตขึ้นมาพร้อมสัดส่วนที่ดูเซ็กซี่และเฉิดฉาย เส้นผมสั้นระต้นคอยาวจรดกลางหลังแต่ยังคงมีหน้าม้าอยู่เหมือนเดิม

เดรโกถอนหายใจหนัก ๆ ทีหนึ่ง เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องตอบคำถามการดึงเช็งเอาไว้ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น “มีตัวเลือกไม่มากน่ะ ตอนนั้น” เขาสารภาพขณะที่พนักงานเสิร์ฟปรากฏตัวขึ้นรับออเดอร์ “กาแฟหนึ่งแก้วครับ”

“เอสเพรสโซ่ค่ะ” แพนซี่สั่งด้วยน้ำเสียงเหมือนพวกนักธุรกิจ “เพิ่ม 1 ช็อต 1 ครีมด้วยค่ะ ขอบคุณ”

พนักงานผงกหัวก่อนจะขอตัวออกไป

“ตัวเลือกไม่มากคือ ?” เธอถามซ้ำ “มิแรนด้าอะไรนั่นล่ะ ? นายเลิกคิดถึงแม่นั่นได้แล้วหรือไง”

เดรโกทำหน้าบึ้งเมื่ออีกฝ่ายขุดอดีตขึ้นมาพูด “เธอคงไม่กลับมาภายในสามปีนี้” เขาบอก “ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ – เราตกลงกันว่าจะหย่ากันแล้วแยกย้ายหลังจากนั้น”

“ไม่คิดว่าข่าวนี้จะไปถึงหูเธอหรือไง” แพนซี่ตั้งคำถาม “เธออยู่ปารีสนะเดรโก ปารีสไม่ได้ไกลจากนี่เลยแถมเดี๋ยวนี้ข่าวซุบซิบเดินทางเร็วยิ่งกว่ารอให้กบช็อคโกแลตหมดฤทธิ์ ยิ่งเป็นข่าววงในเลือดบริสุทธิ์ ฉันไม่อยากจะคิด – บอกเลยว่าพ่อแม่ฉันเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้ไป – นายก็รู้ดีว่าสังคมนี้ชอบนินทายิ่งกว่าอะไรดี”

พนักงานกลับมาพร้อมเครื่องดื่ม เขาวางแก้วใบใหญ่ลงตรงหน้าเดรโกและแพนซี่แล้วจากไปหลังเดรโกพูดว่าขอบคุณ

“มิแรนด้าไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่หรอก ตอนนี้น่ะ” เดรโกหัวเราะหยัน “เธอพูดเองอย่างชัดเจนว่าไม่มีอะไรติดค้างกับฉันอีกก่อนจะเป็นฝ่ายเดินจากไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาสนใจว่าฉันจะแต่งงานหรือไม่แต่ง”

“นายอยากให้เธออยู่นี่มั้ยล่ะ ?” แพนซี่แย้ง “คิดว่าเธอทำอะไรได้ล่ะ ? เห็นได้ชัดว่าเธอไม่สามารถเลือกใครสักคนได้ และพวกนายก็ไม่ได้ช่วยทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเลย ทางเลือกเดียวก็เลยกลายเป็นต้องหนีไปก่อน”

เดรโกขบกรามแน่น “เธอก็ควรจะบอกความจริงกับฉัน”

“นายก็ไม่ควรปล่อยเธอไป” เธอพ่นลมหายใจอย่างสังเวท “นายใช้อารมณ์มากไปไง เดรโก”

มิแรนด้า โรซิเออร์แฟนเก่าของเขาจากไปยังปารีสเมื่อปีก่อนหลังจากพวกเขาเรียนจบจากฮอกวอตส์ สำหรับเขานอกจากความรู้สึกอกหักแล้วความโกรธยังทำให้เขาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีทางลืมสิ่งที่มิแรนด้าทำแม้ว่าเขาจะเสกคาถาลบความทรงจำก็ตาม

แพนซี่กระแทกตัวพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับหยิบแก้วกาแฟมาถือเอาไว้ในอุ้งมือ หญิงสาวไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาเธอเบนสายตาออกขณะใช้ความคิด “ขอเดานะ” เธอเกริ่นพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาดีขึ้นเพราะจริง ๆ กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้สนิทกับพวกเขามากนักก็ไม่มีใครไม่กล้าเอ่ยชื่อมิแรนด้าในวงสนทนาเพราะกลัวว่าจะทำให้เดรโกฟิวส์ขาดขึ้นมา

“นี่เรียกฉันมาใช้งานอีกแล้วใช่มะ”

มุมปากของเดรโกกระตุกยิ้มในวินาทีนั้น “แล้วก็อยากจะอธิบายด้วยไง” เขาเสริม

แพนซี่ยิ้มเย้ย “อยากจะให้ช่วยสอนเกรนเจอร์ถึงวิธีเอาตัวรอดจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ใช่มั้ยล่ะ ? เดาว่าคงจะให้ฉันพายายนั่นไปชอปปิ้งด้วยแน่ ๆ”

“เห็นว่าเธอทำงานในแวดวงแฟชั่น” เดรโกว่า “จะมีใครเหมาะสมกับการพาเกรนเจอร์ชอปปิ้งไปมากกว่าเธออีกล่ะ ? ไม่ต้องห่วงฉันจะจ่ายเองทั้งหมด เธอมีหมายเลขตู้นิรภัยของฉันอยู่แล้วอยากได้เท่าไหร่ก็เบิกไปเลย”

แพนซี่มองหน้าเดรโกอย่างมีเล่ห์ “รู้ตัวมั้ยว่ากำลังไว้ใจฉันมากไปแล้ว ถึงขนาดหน้ามืดตามัวให้หมายเลขตู้นิรภัยมาเนี่ย ไม่กลัวหมดตัวหรือไง”

เขากลอกตา “ถ้าฉันกลัวเธอจะขโมยทอง ฉันคงไม่ให้เธอมีสิทธิ์เข้าออกตู้นิรภัยของฉันหรอก”

หญิงสาวหัวเราะออกมาเบา ๆ พวกเขาเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ค่อยพูดกันดี ๆ แต่ต่างรู้เจตนาของกันและกัน

“คงจะอยากให้ฉันช่วยวางแผนงานแต่งด้วยล่ะสิ” เธอว่าต่อขณะยกกาแฟขึ้นจิบ มีรอยลิปสติกสีแดงทิ้งไว้บนขอบแก้ว “แต่เข้าใจว่าฉันได้ออกตัวเองไปแล้วเมื่อคืน”

“ขอบใจมาก” เขาฉีกยิ้ม

แพนซี่แกล้งทำหน้าเบ้ใส่เพื่อนสนิทอย่างหมั่นไส้ “รู้มั้ย สักวันเดรโก มัลฟอยจะต้องเป็นหนี้ฉันทั้งชีวิต บอกเลย” เธอบอกด้วยน้ำเสียงข่มขวัญ

ไม่รอให้เดรโกพูดอะไรเธอลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อคลุมเล็กน้อยก่อนจะวางเงินลงบนโต๊ะและหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาจากเก้าอี้ “ฉันเลี้ยงกาแฟเอง” เธอบอก “แต่นายยังติดมื้อกลางวันฉันอยู่นะ เดรโก พรุ่งนี้ตอนเที่ยงเจอกันที่ร้านหม้อใหญ่รั่วแล้วกัน”

“อย่าสาย” เธอชี้มือคาดโทษก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกจากร้านไป

-

เป็นเวลาเที่ยงสิบนาทีแล้วและแพนซี่ที่นั่งอยู่บริเวณบาร์ของร้านหม้อใหญ่รั่วก็เริ่มหน้าหงิกอย่างรำคาญใจ แก้ววิสกี้ถูกเหวี่ยงจากมือซ้ายไปมือขวาเพื่อฆ่าเวลาในขณะที่เธอนั่งหลังตรงแน่ว ไขว้ขาเอาไว้แน่น ดวงตาของเธอไม่ได้สนใจแก้ววิสกี้ตรงหน้าแต่มองไปยังนาฬิกาทองคำขาวที่ข้อมือตลอดเวลา

“ฉันจะฆ่าหมอนั่น” เธอบ่นกับตัวเอง

จนกระทั่งห้านาทีต่อมาในหัวของเธอก็เต็มไปด้วยการคำนวณว่าหากตอนนี้เธออยู่ที่ออฟฟิสเธอจะทำงานไปได้มากน้อยแค่ไหนแล้วและนั่นทำให้เธอหยิบสมุดจดขึ้นมาเพื่อเริ่มบันทึกว่าวันนี้เธอจะต้องแวะไปบูธีคใดบ้าง ตั้งแต่แม่ให้กิจการที่ลอนดอนเป็นความดูแลของเธองานที่ต้องทำก็มากขึ้นเท่าตัวนั่นทำให้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกเสียเวลากับการรอเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ตอนนี้

ในที่สุดเวลาเที่ยงยี่สิบสามนาทีเดรโกและเฮอร์ไมโอนี่ก็ปรากฏตัวขึ้น

“โทษที” เดรโกรีบขอโทษทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสาว “ฉัน...” เขามองหน้าเฮอร์ไมโอนี่ที่ดูเหมือนมีไฟลุกอยู่ในตา “ฉัน... ฉันแกล้งยัยนี่ไปนิดหน่อย แต่เธอกลับทำร้ายฉัน”

แพนซี่ถอนหายใจพลางกลอกตา ไม่คิดว่าสองคนนี้จะยังเล่นอะไรเป็นเด็กอยู่ “เล่นเป็นเด็กไปได้” เธอเบะปากใส่ “แต่ช่างเถอะ รีบเข้าเรื่อง ฉันยังมีงานที่ต้องจัดการอีก”

พวกเขารีบเดินไปยังหลังร้านโดยเร็วเพื่อตรงไปยังตรอกไดแอกอน

“เริ่มที่เสื้อผ้าก่อนมั้ย ?” เธอถามขณะที่ผนังค่อย ๆ เปิดทางออกสู่ตรอก “สัดส่วนเท่าไหร่เหรอ เกรนเจอร์ ?”

แพนซี่เดินนำเข้ามายังตรอกแฟชั่นที่เฮอร์ไมโอนี่อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ อย่างแปลกตา ไม่บ่อยนักที่เธอจะแวะเข้ามาที่นี่

“เดรส เสื้อ กระโปรง น่าจะพอ”

“เอ่อ..” เฮอร์ไมโอนี่อ้ำอึ้งเพราะไม่แน่ใจในสัดส่วนของตัวเองเช่นกัน

แพนซี่พาเข้ามายังร้านเสื้อผ้าที่เหล่าลูกจ้างแทบจะปูพรมต้อนรับเธอ แพนซี่ไมได้สนใจพวกเขาสักเท่าไหร่ หญิงสาวร่างเล็กหันกลับมาพิจารณาร่างกายของเฮอร์โอนี่ด้วยสายตาที่แม่นยำ

“อืม... อกน่าจะสัก... 34 เอว 24 ไม่เกิน สะโพกราว ๆ 36 – โห เกรนเจอร์ อวบไปนิดนะรู้มั้ยเนี่ย” เฮอร์ไมโอนี่หน้าขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเดรโกหัวเราะคิกอยู่ข้างหลัง “อาจจะหาเสื้อผ้าที่พอดีได้ยากหน่อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหาถ้ามีเวทมนตร์”

แพนซี่เริ่มหยิบชุดโน้นชุดนี้มาพาดไว้ที่แขนก่อนจะพาเฮอร์ไมโอนี่ไปยังห้องลองชุด

“นี่นายลากฉันออกมาจากการฝึกเพื่อพวกนี้เหรอเนี่ย” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบกับเดรโกอย่างเกรี้ยวกราด “ฉันมีเสื้อผ้าของตัวเองนะ ไม่ต้องการเพิ่ม”

เดรโกกลอกตาก่อนจะหมุนให้เธอหันกลับไปและดันให้เดินตามแพนซี่ “เธอกำลังจะแต่งงานกับตระกูลเลือดบริสุทธิ์” เขากระซิบที่ข้างหู “เธอต้องพร้อมที่สุด”

“นายพูดอย่างกับฉันจะไปรบ” เธอกระซิบกลับขณะที่ถูกดัน

“พวกนี้แพงไปมั้ย!” เธอร้องออกมาเมื่อมองไปยังป้ายราคา “ฉันจะไม่มีเงินหรอกนะ ใครจะซื้อเสื้อแพงขนาดนั้นกัน” ประโยคสุดท้ายเป็นการพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า

“ฉันจ่ายทุกอย่างเอง จำไม่ได้หรือไง ? ที่เธอต้องทำก็แค่เป็นเด็กดีและลองชุดพวกนั้น” เดรโกนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องลองชุดขณะที่พูดอย่างง่ายๆ

แพนซี่ยืนอยู่ข้างพนักงานและเริ่มประกอบชุดเข้าด้วยกันก่อนจะส่งให้เฮอร์ไมโอนี่ “รู้ใช่มั้ยว่าจะเลเยอร์ชุดยังไง ? ใส่นี่แล้วออกมาเราจะได้เริ่มแต่งหน้ากัน แล้วก็ต้องลองทำผมใหม่ด้วย” แพนซี่พูดเร็ว ๆ ก่อนจะส่งชุดทั้งหมดใส่อ้อมแขนของเฮอร์ไมโอนี่

แพนซี่หันไปบอกให้พนักงานเดินตามเธอเข้าไปในร้าน เธอคิดว่ายังต้องดูพวกรองเท้า กระเป๋าและเครื่องประดับเพิ่มอีก

ห้านาทีผ่านไปก่อนที่เดรโกจะถูกกระตุ้นความสนใจจากม่านที่เริ่มขยับ

เฮอร์ไมโอนี่ที่อยู่หลังม่านมีความประหม่าอย่างที่สุด เธอกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิดเพราะข้างนอกนั่นเดรโกจะต้องรอวิจารย์เธออย่างแน่นอน

ทันทีที่ม่านเปิดออกเดรโกก็พบว่าเป็นอีกครั้งที่เขาเอาแต่มองเธอไม่วางตา

“คือ..” เฮอร์ไมโอนี่พึมพำขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างอึดอัด “ใช้ได้มั้ย ?” นิ้วชี้พันกันอย่างเขินอาย

ท่าทางเหมือนเด็กของเธอทำให้เดรโกหลุดยิ้มออกมา เขายืนขึ้นวางมือลงบนบ่าของเธอและพาเธอเดินผ่านห้องสองสามห้องจนกระทั่งถึงห้องสุดท้ายที่มีหญิงสาวคนนึงนั่งอยู่ เธอเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่เดรโกมาถึง

“โอ้ตายจริง” เธอคนนั้นอ้าปากพร้อมกับใช้น้ำเสียงเหยียด “นี่เคยรู้จักครีมนวดหรือมอยส์เจอไรเซอส์บ้างมั้ย ?”

เฮอร์ไมโอนี่มองเจ้าของเสียงผ่านกระจกขณะที่นั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้เธอคนนั้นวุ่นวายกับเส้นผม

“ต้องการให้ฉันทำอะไรล่ะ ?” เธอถามเดรโกด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้องอยู่ในภายในใจ

เดรโกหัวเราะ “ผมของเธอเป็นลอนหยิกไปหน่อย” เขาบอก “ช่วยทำให้เป็นลอนคลาย เน้นตรงปลายมากหน่อย อย่าให้หยิกมากแล้วก็เพิ่มประกายให้ที”

หนึ่งชั่วโมงกับอีกครึ่งหนึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับเครื่องสำอางบาง ๆ บนใบหน้า ผมที่เคยหยิกฟูตอนนี้ถูกทำให้เป็นทรงดี แพนซี่กลับมาอีกครั้งและส่งเธอไปลองชุดอีกหลายชุดพร้อม ๆ กับรองเท้าและกระเป๋า

จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พนักงานส่งกระดาษใบยาวให้กับเดรโกที่ถูกล้อมเอาไว้ด้วยถุงกระดาษหลายใบรอบเก้าอี้ที่เขานั่ง

พูดตามตรงเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดออกมาจากนิตยสารรายสัปดาห์ สไตล์การแต่งตัวของเธอทันสมัยและคิดว่าหลายคนจะต้องอิจฉาแน่

“เอาล่ะ ถ้าไม่ว่าอะไร ฉันจะต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว” แพนซี่มองนาฬิกาที่ข้อมือขณะพูด

“ขอบใจนะแพนซี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างจริงใจ “ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วย”

แพนซี่พยักหน้าและยิ้มเล็ก  ๆ ที่มุมปากก่อนจะหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมและหมุนตัวออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้นเป็นจังหวะ

“นายไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย” เฮอร์ไมโอนี่พูดขณะที่พวกเขาเดินไปบนถนนอย่างช้า ๆ “รู้แหละว่านายเสียเงินเป็นพันเกลเลียนได้โดยไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ขอบคุณ” เธอรีบเสริมคำพูดตัวเองอย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อเธอนี่” เขาว่า “เธอกำลังจะกลายเป็นที่รู้จัก – หมายถึงจริง ๆ ถึงอาจจะเป็นที่รู้จักอยู่แล้วจากการเป็นสามสหายผจญภัยอะไรนั่น แต่นี่มันจะต่างออกไป เธอเป็นคู่หมั้นของฉันและภาพลักษณ์นั้นสำคัญ”  

เธอกลอกตาทันทีที่ได้ยินคำพูดแสนยโสนั่น “นายนี่มัน... ดูเหมือนนายจะแคร์ภาพลักษณ์มากกว่าอะไรเลย”

“ถ้าเป็นงั้นจริงฉันคงจะแต่งงานกับแอสเทอเรียโดยไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว”

“งั้นทำไมจะต้องพยายามเปลี่ยนฉันขนาดนี้ล่ะ”

เดรโกถอนหายใจออกมาก่อนจะคว้าแขนเฮอร์ไมโอนี่ไว้และพากลับมายังแฟลตทันที

“เดี๋ยวนะ!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาทันทีที่เท่าแตะพื้น “ทำไมนายไม่บอกก่อนว่าจะหายตัวมา นายควรจะบอกฉันก่อนสิ” เธอตะโกนเสียงดัง

เดรโกสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความดังของเสียง “รบกวนอย่าตะโกนเวลาอยู่ใกล้กันจะได้มั้ย ?” เขาเดินออกห่างเธอสองสามก้าว “มันเสียงดังและค่อนข้างน่ารำคาญทีเดียว”

เฮอร์ไมโอนี่มองเขาเหมือนอยากจะให้ตัวเขาทะลุไปพร้อมกับดวงตาเธอให้ได้

“เรามีงานเลี้ยงต้องไป” เขาบอก

เฮอร์ไมโอนี่ครวญในลำคอ “ขอบใจมากที่บอกกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ” เธอพูดประชด “ฉันเหนื่อยแล้วเดรโก วันนี้อยากอยู่บ้าน อยากพักผ่อน”

“เธอเป็นคู่หมั้นฉันแล้วนะ” เขาเตือนซ้ำ “หมายความว่าเธอมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงและงานสังคมอื่น ๆ กับฉัน มันจะแปลกมั้ยถ้าฉันต้องไปงานคนเดียว คิดสิ”

“จริงเลยนายนี่นะ” เฮอร์ไมโอนี่พึมพำ “งานเลี้ยงที่ไหนอีกล่ะคราวนี้ ? บ้านพาร์กินสัน ? เบลส ? หรือว่าน็อต ?”

เดรโกส่ายหน้า “แพนซี่กับทีโอดอร์อยู่แฟลตเดียวกัน เบลสก็มีแฟลตของตัวเอง ไม่มีใครอยู่บ้านพ่อแม่อีกแล้ว” เขาอธิบาย “ส่วนงานเลี้ยงที่ว่าก็ที่กระทรวงเวทมนตร์ แปลกใจจริงที่เด็กชายผู้ชายผู้รอดชีวิตกับวีสลียร์ไม่ได้บอกเธอ”

เฮอร์ไมโอนี่กระพริบตาถี่ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าจินนี่บอกเธอไปแล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา “ให้ตายเถอะเมอร์ลิน นี่ไม่ดีแน่”

-

“เธออยู่นิ่ง ๆ ทีได้มั้ย” เดรโกตะคอกอย่างออมเสียงขณะที่เขาหยิบแก้วแชมเปญจากโต๊ะและยื่นให้เฮอร์ไมโอนี่ “พวกนั้นไม่ทำอะไรหรอกที่นี่คนเยอะเกินไป ไม่ว่าฉันจะคิดว่าวีสลีย์เป็นบ้ามากแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่คิดว่าหมอนั่นจะโง่พอที่จะหาเรื่องคืนนี้”

“นั่นก็แค่สิ่งที่นายคิดไง” เสียงพึมพำของเธอมีแต่ความกังวลพร้อมกับดวงตาที่สอดส่ายไปรอบห้อง ตั้งแต่พวกเขามาถึงกระทรวงเธอก็อยู่ไม่สุขเธอเอาแต่แก้ไทและผูกไทให้เดรโกใหม่จนกระทั่งมันกลายเป็นเงื่อนอย่างสมบูรณ์

แขนของเธอคล้องแน่นอยู่กับเดรโกขณะที่เธอเดินตามเขาไปทั่วห้อง เดรโกทักทายและจับมือกับผู้คนมากหน้าหลายตา เธอค่อนข้างประหลาดใจที่เดรโกดูจะเข้าสังคมเก่งเหลือเกิน แม้ว่ากับคนที่ไม่คุ้นเลยแม้แต่น้อยแต่เขาก็ทำเหมือนรู้จักกันมาเป็นสิบปีได้อย่างแนบเนียน

พ่อมดแม่มดหลายคนแสดงความยินดีกับการหมั้นของพวกเขาและสิ่งที่เธอทำได้ก็เพียงแค่ยิ้มและเอ่ยปากขอบคุณไปอย่างแกน ๆ

“นี่คือชีวิตนายปกติงั้นเหรอ” เธอถาม “เข้างานสังคม ทักทายคนที่นายไม่รู้จัก”

เดรโกส่ายหน้า “ไม่ได้วุ่นวายขนาดนี้มาสักพักแล้ว ปกติจะมีงานสังคมอย่างน้อยสองครั้งต่อเดือน แต่ช่วงที่ธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดีพ่อแม่ของฉันก็พยายามที่จะเข้าร่วมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมาได้ เธอเตรียมตัวเอาไว้ได้เลยว่าอาจจะต้องทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง”

เขามองแก้วแชมเปญในมือของเธอ “ไม่ดื่มหรือไง”

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าบูด ๆ “แชมเปญเป็นเครื่องดื่มที่น่าคลื่นไส้ที่สุดในบรรดาแอลกอฮอล์ทั้งหมดแล้ว” เดรโกหลุดขำก่อนจะยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่ม “เขาเสิร์ฟจินมั้ย ?”

ได้ยินแบบนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้กับมุมปากที่พยายามจะยิ้ม

“เกลียดแชมเปญแต่ก็ดื่มวิสกี้ไฟ”

“ฉันไม่ชอบรสชาติบางอย่างในแชมเปญ” เธออธิบายเพิ่มซึ่งทำให้เดรโกมองเธอแปลก ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะสนใจ

พวกเขายังคงเดินวนอยู่ในกลุ่มคน เฮอร์ไมโอนี่ได้รับการแนะนำในฐานะคู่หมั้นของเดรโกแม้ว่าเกือบทั้งหมดในห้องนี้จะรู้จักเธอในฐานะสามสหายก็ตาม

ฝ่ามือของเขาประคองแผ่นหลังของเธอให้เดินผ่านฝูงชนไปยังหน้าต่างเพื่อรับลมจากภายนอก บรรยากาศแออัดภายในห้องจัดเลี้ยงนั้นอาจจะยากสำหรับเฮอร์ไมโอนี่นิดหน่อยนั่นทำให้เขาที่สังเกตได้ว่าเธอเริ่มหายใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ ต้องรีบพาเธอออกมา

“เหนื่อยมาก” เธอว่าขณะที่พยายามสูดอากาศเข้าเต็มปอด “เหมือนเท้าฉันกำลังจะตายแน่ะ”

“ทีหลังก็เสกคาถาใส่รองเท้าก่อนออกจากบ้านสิ ฉันนึกว่าเธอจะฉลาดนะเกรนเจอร์” เดรโกแกล้งแหย่

ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะทันได้ตอบอะไรกลับไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นผมสีแดงอยู่ลิบ ๆ “ตาย” เธออ้าปากค้าง “นั่นโรนัลด์”

เธอดึงแขนเดรโกและดึงเขาออกมาให้ห่างจากรอน แต่อย่างไรก็ดีเดรโกกลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับเขยื้อน

“มัลฟอย ขอร้อง แค่ครั้งเดียวช่วยร่วมมือหน่อยได้มั้ย”

ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ดูจะกระวนกระวายเหลือเกินแต่เดรโกกลับรู้สึกว่ามันน่าตลก “บอกมาตรง ๆ ก็ได้ว่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับวีสลีย์น่ะ” เขายิ้มหยัน

“ฉันไม่ได้กลัว – แฮร์รี่!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อจู่ ๆ แฮร์รี่ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างเธอ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอกและหวังว่าจะเป็นเธอคนเดียวที่ได้ยินเสียงเต้นอย่างบ้าคลั่งนี่ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงหัวบลอนด์นี่จะได้ยินเมื่อเขาเอาแต่ยิ้มเยาะใส่เธอ

“ห – โห ดีจังที่ได้เจอ! จินนี่มาด้วยมั้ย” เธอว่าพลางมองไปรอบ ๆ ห้อง

“จินนี่เข้าห้องน้ำ” แฮร์รี่ตอบ “มัลฟอย – ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่”

“ไมโอนี่” รอนทักหลังจากที่โผล่มาด้านหลังแฮร์รี่ “ไม่เห็นรู้เลยว่าเธอจะมา แล้วนั่นทำอะไรกับผมมาน่ะ ?” เขาถามขณะที่โน้มตัวเข้ามาใกล้ “ดูไม่เหมือนเดิมเลย”

เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มแห้งรู้สึกเหมือนจะล้มให้ได้ “ฉันมาที่นี่พร้อมเดร – ”

“อะไรกันวีสลีย์ นายคิดว่าเฮอร์ไมโอนี่จะปล่อยให้คู่หมั้นของเธอมาเดี่ยว ๆ หรือไง” เดรโกถาม ดูก็รู้ว่าเขาต้องการจะยั่วโมโหผู้ชายทั้องสองตรงหน้า

“มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบปราม

“ฟังเฮอร์ไมโอนี่ไว้บ้างก็ดีนะ มัลฟอย ยั่วโมโหเราไม่ใช่เรื่องดีแน่” รอนมองเดรโกด้วยความเกลียดชังอย่างเปิดเผย

เดรโกพ่นลมหายใจพร้อมเหยียดยิ้ม “โมโหเหรอวีสลีย์ ?” เขาถามด้วยเสียงยานคาง “โมโหที่ไม่ได้เธอไปเหรอ ?”

กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของรอนเหมือนจะสั่นอย่างหยุดไม่ได้เขากำหมัดแน่นจนมันกลายเป็นสีขาวไร้เลือด

โชคดีที่จินนี่มาถึงพอดีเธอมองหน้าเดรโกสลับกับพี่ชายก่อนจะรีบเข้าไปกั้นระหว่างพวกเขา “รอน ใจเย็น” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหมือนแม่ “เราอยู่ในงานเลี้ยงนะ เข้าใจมั้ย ?”

“มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่เขย็งปลายเท้าขึ้นกระซิบที่หูของเดรโก มันใกล้จนริมฝีปากของเธอเฉียดที่ใบหูของเขา “ฉันสาบานเลยว่าถ้านายยังไม่หยุด ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้เรื่องงานแต่งของเรา”

เดรโกจ้องเขม็งไปที่เธอหลังจากที่พูดจบ เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้สนใจเธอหันไปยังรอน “รอนนายก็ควรหยุดได้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาและไม่ใช่ที่ที่นายจะมาทะเลาะกันนะ”

แฮร์รี่ที่ดูไม่ได้สบายใจไปกว่ารอนคำรามในลำคออย่างไม่มีทางเลือก จินนี่จับที่มือของเขาเพื่อเตือนสติและเขารู้ดีกว่าถ้าหากยังไม่หยุดกลับบ้านไปคงได้เจอกับจินนี่เวอร์ชั่นโมโหร้ายแน่

“รอน” เขาพูด “ถูกอย่างเฮอร์ไมโอนี่ว่า”

“ไปเถอะหนุ่ม ๆ ” จินนี่บอกพร้อมกับลากแฟนหนุ่มและพี่ชายออกไป

“ยังทำตัวเป็นเด็กกันอยู่ได้” เฮอร์ไมโอนี่ได้ยินเสียงจินนี่แว่ว ๆ มา

“เยี่ยมยอด มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่หันมาหาเดรโกพร้อมกับพูดรอดไรฟัน “ยังทำตัวไร้สาระได้มากกว่านี้อีกมั้ย ? ฉันพยายามที่จะเข้ากับเพื่อนนายให้ได้ แล้วทำไมนายไม่ทำแบบเดียวกันบ้าง ? บอกตามตรงนะนี่มันเหมือนเรากลับไปอยู่ฮอกวอตส์อีกรอบเลย พวกนายสามคนทำตัวให้มีอารยธรรมเหมือนคนที่โตแล้วจะได้มั้ย ?”

“ต้องให้พูดซ้ำอีกรอบมั้ยว่าเมื่อเช้ามีคนพยายามทำให้ฉันกลายเป็นตัวตลก นั่นไม่เด็กเลยมั้ง ?”

“แล้วใครแกล้งกันก่อนล่ะ”

“แล้วใครเตะฉันก่อน”

“นายเป็นคนเริ่มเกี่ยงเรื่องไปปิดไฟนะ!” เฮอร์ไมโอนี่ตะเบ็งเสียงพร้อมกับกระทืบเท้าลงบนพื้นหินอ่อน

“นั่นไม่ใช่ความผิดฉัน เธอดื้อเอง”

“ฉันเหรอดื้อ ?” เฮอร์ไมโอนี่ถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะเดินตามคนที่พยายามจะเดินหนี “นายว่า – ”

“เดรโก!  ทั้งเฮอร์ไมโอนี่และเดรโกถูกดึงความสนใจด้วยเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดังขึ้น และทันทีที่ดวงตาของเดรโกเห็นว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้นริมฝีปากของเขาก็แทบจะอ้ากว้างเท่ากับดวงตา

เฮอร์ไมโอนี่กระพริบตาอย่างสับสน ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นช่างคุ้นตาแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร

เธอคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมกับกระโปรงยาวสีแดงคล้ำที่พลิ้วไปตามแรงเดิน เส้นผมสีบลอนด์ของเธอถูกเกล้าเอาไว้อย่างที่พวกผู้ดีชอบทำ “เดรโก” เธอเรียกซ้ำอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า แขนเรียวของเธอเอื้อมมาโอบรอบคอของเขาเอาวไ

“มิแรนด้า ?” เดรโกหายใจติดขัด

หญิงสาวในชุดแดงยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นก่อนจะพยักหน้า “ฉันกลับมาแล้ว”



---

เอาแล้ว มีคนมาาาาาา

ฝากเม้นด้วยนะคะ ขอบคุณค่า // w //

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

298 ความคิดเห็น

  1. #293 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 19:24

    ถ่านไฟเก่ายังร้อนเหรอ

    อย่ายอมน้าเฮอร์

    #293
    0
  2. #288 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 00:44
    วงวาน ตะวร้ายมาแล้ววว
    #288
    0
  3. #274 emmusic (@emmusic) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:42
    ถ่านไฟเก่ามอดแล้วใช่มั้ยคะ เดรโก
    #274
    0
  4. #218 DaizyDuck (@DaizyDuck) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 12:18
    ยับแฟนเก่า หร่อนกลับมาทำไม
    #218
    0
  5. #188 Nim_kotchakon (@Nim_kotchakon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 07:36
    "จะไม่มีตัวละครเด็กออกมา" มันอาจออกมามากกว่า1ก็ได้ เดร
    #188
    0
  6. #156 まる。 (@supernovas) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:45
    ชอบแพนซี่เรื่องนี้มากกก นางฟ้าทูลหัวของคู่นี้แท้ๆ

    ถ่านไฟเก่ามา อย่าไปหลงตามนะเดร!!!!
    #156
    0
  7. #148 kynpsw (@kynpsw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 02:28

    กลับมาทำไมตอนเนนน้ ตอนที่จะเสียชั้นไป55555555

    ไม่ต้องกลับมาาา บอกนางให้กลับไปเล้ยยยย!!

    #148
    0
  8. #144 IsVeola (@IsVeola) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:05
    เอาแล้วววววววววว กิ๊กเก่ากลับมา เดรคจะทำไงเนี่ย
    #144
    0
  9. #126 Zanash (@trnpd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 02:15

    คนเก่ากลับมา เดรโกจะใจแข็งได้มั้ย 5555 เฮอร์ไมโอนี่คงยังไม่หึงหรอกม๊างงง อยากอ่านต่อแร้ววว
    #126
    0
  10. #121 PrincesZ O_O (@2477) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 10:28
    จะกลับมาทำไมเทออออ
    #121
    0
  11. #119 ynkkkkkk (@ynkkkkkk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 07:42
    รอนะค่า
    #119
    0
  12. #118 MewMuseHp (@MewMuse007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:31
    ตายแล้วเดรกก
    #118
    0
  13. #117 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:29
    กิ๊กเก่าก็แค่กิ๊กเก่าล่ะน่า
    #117
    0
  14. #116 ploy_pink (@cello-ploy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:38
    จะมีดราม่ามั้ยยย กิ๊กเก่ากลับมาแล้วว
    #116
    0
  15. #115 ☇ PROUD ♥ (@proudzaza-lovely) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:31
    กลับไปปปป เขาจะรักกันดีๆ ฮืออ
    #115
    0
  16. #114 I'm not that good (@9090765) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 16:39
    อุ้ยยยยย
    #114
    0
  17. #112 monkey' (@bamboosaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 13:11
    มิแรนด้า หล่อนกลับไปเดี๋ยวนี้!
    #112
    0
  18. #111 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:00
    เราไม่อยากกินมาม่านะไรท์...ฮื่อออ
    #111
    0
  19. #110 Khunaiko (@Khunaiko) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 09:07

    จะมาม่าไหม
    #110
    0
  20. #109 Moo_pam (@Moo_pam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 03:53
    ความร้าวฉานมาแล้ววว
    #109
    0
  21. #108 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 02:16

    จะดูร้ายไปมั้ย ถ้าจะบอกว่าแค่ได้ยินชื่อมิแรนด้าก็เกลียดแล้ว 5555 เฮิร์มอย่าไปยอมนะ!

    #108
    0
  22. #107 Melinna_Lena (@maleen031309) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 02:09
    แลดูนางร้ายมากค่ะ แต่คิดในแง่ดีไว้ นางอาจจะไม่ร้ายก็ได้(มั้ง) ชักไม่มั่นใจเลยแหะ
    #107
    0
  23. #106 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:46

    มิแรนด้านี่คือมารร้าวฉานในอนาคตสินะ ยี้ๆๆๆๆ เกลียดไว้ก่อน

    #106
    0
  24. #105 ploy_pink (@cello-ploy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:27
    ทะเลาะกันน่ารักกกก 55555555
    #105
    0
  25. #104 ☇ PROUD ♥ (@proudzaza-lovely) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:57
    กวนกันไปกวนกันมา 55555
    #104
    0