[Draco x Hermione] Contours

ตอนที่ 4 : Chapter THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

Chapter THREE
With a smile like that, she’ll be breaking hearts 
and burning up in no time

วันถัดมาเฮอร์ไมโอนี่พาตัวเองก้าวผ่านประตูภายในบ้านโพรงกระต่ายมาจนพบกับกลิ่นหอมของบางอย่างจากในครัว

“คุณนายวีสลีย์คะ” เฮอร์ไมโอนี่รีบตรงเข้าไปกอดหญิงชราเพื่อเป็นการทักทาย

หลังจากการพูดคุยอันยาวนานเธอก็ตัดสินใจว่าทางที่ดีเธอควรจะรีบมาคุยกับจินนี่ รอน และแฮร์รี่อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เพื่อเลี่ยงการเข้าใจผิด เธอรู้ดีว่ามันเป็นข่าวไม่ดีสำหรับรอนแน่นอนและไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมัลฟอยจะเป็นแบบไหนเธอก็ไม่อยากให้มันมีผลต่อความสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่น ๆ

“ดีใจมากที่เจอจ๊ะ ที่รัก” มอลลี่ วีสลีย์บอกขณะที่ใบหน้ายังแนบอยู่กับเส้นผมสีน้ำตาล “เด็ก ๆ อยู่ในห้องนั่งเล่นแหน่ะ”

เธอส่งยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าด้วยรู้ดีว่าความตั้งใจของเฮอร์ไมโอนี่ในวันนี้คืออะไร

“ฉันกำลังเตรียมอาหารกลางวัน หวังว่าเธอจะหิวอยู่พอดี”

“หนูปฏิเสธอาหารของคุณไม่ได้แน่นอนค่ะ คุณนายวีสลีย์!” เฮอร์ไมโอนี่ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ความรู้สึกของเธอขณะนี้มันหนักขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงกว่าห้านาทีก่อนมาก มันทำให้เธอชะงักด้วยความลังเลเล็กน้อย

“เฮอร์ไมโอนี่!” จินนี่ที่สังเกตเห็นเธอเป็นคนแรกร้องเรียก เพื่อนสนิทรีบลุกขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ แฮร์รี่แล้วพุ่งตรงเข้ามากอดเธอเอาไว้ เฮอร์ไมโอนี่สังเกตได้ว่าเส้นผมสีแดงของเธอยาวระเอวแล้วดูเหมือนว่าเธอจะสูงขึ้นอีกจากครั้งก่อนได้ที่เจอกัน

“เท็ดดี้ อย่าเอาเข้าปากสิลูก!” หลังจากปล่อยกอดจากเฮอร์ไมโอนี่แล้วจินนี่ก็รีบหันไปหาเด็กน้อยที่นั่งเล่นอยู่บนพื้น เธอดุเล็กน้อยขณะที่พยายามดึงของเล่นปริศนาออกจากมือของเท็ดดี้ ลูปิน

แฮร์รี่รับอุปการะเท็ดดี้มาอยู่ร่วมกับเขาและจินนี่ที่แฟลตหรูในลอนดอน ความจริงแล้วทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกันในตอนนี้แต่ในความรู้สึกของเฮอร์ไมโอนี่นั่นก็ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคู่สามีภรรยาที่น่ารักไปแล้ว

เท็ดดี้ย่างเข้า 3 ขวบและดูเหมือนพ่อของเขาอย่างรีมัส ลูปินไม่มีผิด

“เฮอร์ไมโอนี่” น้ำเสียงของรอนฟังดูเครียดตอนที่ยกมือทักทายเธอจากโซฟา

“หวัดดีรอน แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยทักเพื่อนขณะที่อุ้มเท็ดดี้ขึ้นมาจากพื้น สามปีที่ผ่านมานี้เฮอร์ไมโอนี่ค่อนข้างติดหลานคนนี้มาก

“หวัดดี เฮอร์ไมโอนี่”

“ฮัลหลูวว เท็ดดี้แบร์” เฮอร์ไมโอนี่หยอกล้อกับเด็กชายในอ้อมแขนที่กำลังหัวเราะคิกคักก่อนจะหันกลับไปยังเพื่อน ๆ “ดูเหมือนว่าพวกนายยังรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใช่ไหม ?”

รอนพยักหน้าพลางกอดอก สีหน้าเคร่งขรึมของเขาทำให้จินนี่พลั้งมือฟาดไปที่หลังของเขาเบา ๆ ขณะที่เดินผ่านไปนั่งข้างแฮร์รี่

“ครั้งก่อนที่มานี่เธอไม่เห็นอธิบายอะไรเลย” จินนี่ว่า “ฉันคิดว่าคราวนี้เธอควรจะต้องพูดอะไรสักอย่าง”

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจหนักหน่วง เธอทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมมุมห้องและอุ้มเท็ดดี้เอาไว้ที่ตัก “มันไม่ใช่เรื่องจริงน่ะ” เธอเกริ่นด้วยคิดว่านี่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

“ฉันบังเอิญเจอเขาเมื่อสองวันก่อน – คืนที่เขากำลังจะหมั้น เราคุยกันนิดหน่อยจนกระทั่งตอนที่ฉันกำลังจะกลับบ้านพวกนักข่าวก็เข้ามา ฉันคิดว่าตอนนั้นมัลฟอยน่าจะคิดแค่ว่าเขาต้องรีบหาทางออกและคงหมดหนทางจริง ๆ เพราะงั้น... เขาก็เลยจูบฉันเพื่อยืนยันว่าเรามีความสัมพันธ์ต่อกันจริง ๆ แล้วก็... เอ่อ เขาก็บอกว่าให้ฉันช่วยแต่งงานกับเขา”

“นี่เขาขอให้เธอแต่งงานด้วยงั้นเหรอ ?” รอนขัดขึ้น “คือมีงานแต่งจริง ๆ น่ะนะ ?”

“ใช่” เฮอร์ไมโอนี่ตอบกลับทันที “พ่อแม่ของเขาบังคับให้เขาแต่งงาน แต่ว่าเขาไม่โอเคกับแอสเทอเรีย”

“ก่อนอื่น ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะอยากช่วยมัลฟอย” จินนี่บ่น “เธอกำลังจะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกกับผลประโยชน์ของเขานะ นี่มันไม่ใช่การช่วยเขาเขียนรายงานแต่เธอกำลังจะแต่งงานกับเขา ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่แต่นี่มีผลกระทบกับชีวิตระยะยาวของเธอแน่”

“ฉันรู้” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า เธอเองก็ทบทวนเรื่องนั้นแล้วและรู้สึกเหนื่อยที่คนอื่น ๆ จะยังคงพูดเรื่องนี้ซ้ำไปมา มันเป็นเรื่องที่เธอรู้ดีแต่ก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้มากกว่านี้แล้ว “เรื่องก็คือฉันไม่สามารถเปลี่ยนใจได้ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบที่อย่างน้อยฉันก็ไม่ควรที่จะสร้างปัญหาให้เขาเพิ่มขึ้นอีกจากการหลุดปากอย่างไม่ทันได้คิดของตัวฉันเอง”

พวกเขาตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครมองหน้ากัน

“นี่คือเรื่องทั้งหมดเหรอ ?” แฮร์รี่ถาม เขาดูใจเย็นและพยายามเข้าใจมากกว่าใคร “อีกไม่นานเธอก็จะต้องกลายเป็นเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยแล้วน่ะสิ”

 

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าช้า ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเองก็รู้สึกใจหายเมื่อได้ยินชื่อนั้น “ฉันก็ไม่ได้ชอบสถานการณ์นี้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรแก้ไขยังไง”

รอนถอนหายใจแรง ๆ  ทีหนึ่งก่อนจะลุกออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรและไม่แม้แต่จะมองหน้าเฮอร์ไมโอนี่

“เขาก็เป็นอย่างนั้นแหละ – ตั้งแต่วันที่อ่านข่าวในเดลี่พรอเฟ็ต บุกเข้าในแฟลตของเรา ปลุกแฮร์รี่ขึ้นมาคาดคั้นจะให้แฮร์รี่สรุปเรื่องนี้ให้ได้”

“รอนคงต้องการเวลาสักหน่อยน่ะ” แฮร์รี่บอก “ว่าแต่เฮอร์ไมโอนี่ – เธออยากทำเรื่องนี้จริง ๆ ใช่มั้ย ? มันก็... เหมือนกับที่จินนี่บอก – เรื่องใหญ่มากเลยนะ เขาจะต้องเจอครอบครัวของเธอและเธอเองก็ต้องพบกับครอบครัวของเขา มันกำลังจะผูกมัดเธอนะ”

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าและกลอกตา เธอค่อนข้างรำคาญตัวเองในตอนนี้มันไม่เหมือนตัวเธอจริง ๆ เลยสักนิด เธอรู้สึกหมดหนทางและคิดอะไรไม่ออก “ฉันเข้าใจแฮร์รี่ ฉันเองก็พยายามคิดแล้วคิดอีก จริงนะ ๆ สมองของฉันเหมือนกำลังจะระเบิดออกมาแต่ฉันจะทำไงได้ ? ฉันเป็นคนพูดผูกมัดตัวเองเองและถ้าหากไม่ยอมช่วยเขาต่อฉันคงจะเสียใจมาก – ฉันหนีออกมาโดยปล่อยให้ใครสักคนต้องเจอปัญหาใหญ่ไม่ได้หรอก”

เธอถอนหายใจหนัก ๆ ขณะที่ดวงตาเลื่อนลอยมองไปยังพื้นเบื้องหน้า “เราจะหย่ากันแน่นอน ภายในหนึ่งหรือสองปี แล้วทุกอย่างก็แค่กลับไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”

แฮร์รี่และจินนี่มองหน้ากันอย่างตั้งคำถาม ทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือเรื่องใหญ่ที่ไม่มีทางที่จะจบลงเหมือนลบทุกอย่างด้วยยางลบได้แน่ เฮอร์ไมโอนี่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นมากกว่าที่สุดท้ายมันจะเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

-

เดรโกนั่งมองกระดาษสองสามแผ่นบนโต๊ะทำงานมาสักพักแล้วพร้อมกับแก้วสก็อตที่วางอยู่ใกล้มือ สีหน้าของเขาดูเครียดขณะที่ใช้มือนวดขมับด้วยหวังว่าจะผ่อนคลายความตึงในสมองลงได้บ้าง ดวงตาจับจ้องไปที่เดลี่พรอเฟ็ตเล่มใหม่ที่มีข่าวใหม่ล่าสุดพาดหัวขนาดใหญ่พร้อมภาพเคลื่อนไหวของเขาและเฮอร์ไมโอนี่อยู่ที่หน้าห้า

เขาเพิ่งเอาชีวิตรอดจากดินเนอร์ล่าสุดกับแอสเทอเรียและครอบครัวของเธอมาได้หมาด ๆ คุณและคุณนายกรีนกราสหัวเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่เขาพอจะเดาได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็มีความสุภาพมากพอที่จะไม่เสียอาการต่อหน้าเดรโกแม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นความผิดของเขาเต็ม ๆ ก็ตาม

“นักข่าวน่าสมเพชพวกนั้น” คุณนายกรีนกราสว่า “ถ้าพวกเขาไม่ประกาศทุกอย่างออกสู่สาธารณะ เรื่องนี้ก็คงจะแก้ไขได้” เธอโทษพวกนักข่าวอีกครั้งและอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าพยายามจะให้ท้ายเดรโก

หลังจากนั้นเขารู้สึกว่าเขาต้องการที่จะอยู่คนเดียวแต่แฟลตเก่าของเขาก็ไม่ใช่สถานที่ที่เขาจะสามารถหาความสันโดษได้อีกแล้ว ความจริงก่อนหน้านี้ถ้าหากเขาต้องพบกับเรื่องยากในแต่ละวันเขาจะรีบตรงกับบ้านและจมอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถเรียกมันได้ว่าเป็นสถานที่หลบภัยได้อย่างเต็มปากเพราะการเข้ามาอาศัยร่วมกันของเฮอร์ไมโอนี่

ขณะที่กำลังตกอยู่ในภวังค์เสียงประตูก็ดังขึ้นดึงความสนใจของเขาจากกระดาษตรงหน้า แม่ของเขาก้าวเข้ามาในออฟฟิสด้วยอารมณ์เหมือนพายุ

“พาเธอไปทานข้าวเย็นด้วยกันคืนนี้” นาร์ซิสซาออกคำสั่งทันทีที่มาถึงโดยไม่รอให้ลูกชายเอ่ยทัก “ถ้าเธออยากจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา เธอก็ต้องมาทานข้าวและใช้เวลาคืนนี้อยู่ที่คฤหาสน์”

เดรโกมองหน้าแม่ของเขาพร้อมกับรู้สึกถึงหายนะ “เพื่ออะไร ? แอสเทอเรียไม่เห็นต้องไปค้างคืนที่คฤหาสน์เลยนี่ครับ แล้วทำไมเกร – เฮอร์ไมโอนี่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ?”

“พ่อของลูกและฉันมีความคุ้นเคยกันดีกับแอสเทอเรีย ในขณะที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเฮอร์ไมโอนี่” เธอตอบ “เราจำเป็นจะต้องได้พบผู้หญิงที่ลูกกำลังจะแต่งงานด้วยเสียก่อน – อย่างเป็นทางการ”

เขากลอกตา “ขอร้องเถอะแม่ อย่าพยายามทำให้เรื่องมันยากสำหรับเราได้มั้ยครับ” เดรโกโวยวาย “เฮอร์ไมโอนี่ไม่มีทางสบายใจกับบรรยากาศอึมครึมที่คฤหาสน์นั่น”

“ฉัน ไม่ สน” นาร์ซิสซากล่าวรอดไรฟันช้า ๆ ขณะที่สืบเท้าเข้ามาใกล้เดรโก “พาเธอมาและลูกจะต้องค้างคืนที่นั่น แม่เชิญแพนซี่กับเบลสเรียบร้อยแล้ว แม่คิดว่าทั้งสองคนคงจะอยากเจอเธอเหมือนกัน” ไม่รอให้ลูกชายตอบอะไรเธอก็หมุนตัวและออกจากห้องทำงานไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง

เดรโกถอนหายใจอย่างท้อแท้รู้สึกอึดอัดจนไม่รู้จะแสดงออกมายังไง แต่สิ่งที่ควรทำตอนนี้ก็คือจัดการเพื่อนของเขาเสียก่อน มือเรียวเอื้อมมือไปดึงกระดาษออกมาจากลิ้นชักทันที

 

ถึงแพนซี่

แน่ใจว่าเธอน่ากำลังโกรธฉันอยู่แน่ แต่แปลกใจนะที่ไม่ได้รับจดหมายจากเธอเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากันตามตรงฉันเองก็ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องที่เกิดขึ้นมันยากจริง ๆ ขอโทษทีที่ไม่ได้ติดต่อมาก่อนหน้านี้ ไว้เจอกันแล้วจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังฉันไม่สะดวกใจที่จะเขียนทุกอย่างลงบนกระดาษโง่ ๆ นี่ พ่อกับแม่ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ – แม่ของฉันยิ่งกว่าพ่อเสียอีก – มันจะไม่แปลกเลยถ้านกฮูกของฉันถูกดักระหว่างทาง

ยังไงก็แล้วแต่ฉันอยากให้เธอช่วยอะไรหน่อย ฉันรู้ว่ามันกระทันหันไปหน่อยและรู้ด้วยว่ายังติดค้างคำอธิบายกับเธออีกแต่ขอร้องช่วยฉันก่อนที่จะถามอะไร อย่างน้อยก็จนกว่าเราจะได้คุยกันอย่างเป็นทางการ

แม่กำลังบังคับให้เกรนเจอร์กับฉันไปกินข้าวเย็นที่คฤหาสน์คืนนี้ และรู้มาว่าแม่ชวนเธอกับเบลสมาด้วย สิ่งที่ฉันอยากจะรบกวนก็คือช่วยเตรียมชุมสำหรับเกรนเจอร์ อะไรก็ได้ที่จะถูกใจพ่อกับแม่ เธอก็รู้ว่าพวกเขาจุกจิกแค่ไหนและฉันเดาว่าแม่จะต้องตรวจตราทุกตารางนิ้วของเกรนเจอร์แน่

เธอมีเลขตู้นิรภัยของฉันอยู่แล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องเกรงใจที่จะใช้มัน และเอาไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอเป็นการตอบแทนเมื่อเราทั้งคู่สะดวก

เดรโก

 

-

เมื่อเฮอร์ไมโอนี่กลับมาถึงแฟลตของเดรโกเธอก็พบเข้ากับกล่องสีขาวขนาดใหญ่ตั้งไว้ที่โต๊ะกาแฟภายในห้องนั่งเล่น เธอค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปยังกล่องปริศนาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“มัลฟอย” เธอออกเสียงเรียกขณะที่ปลดกระเป๋าวางลงบนเก้าอี้นวม “มัลฟอย นายอยู่มั้ย ?”

“มัลฟอย”

หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจเดรโกก็โผล่ออกมาจากโถงทางเดิน มือของเขายังคงวุ่นวายกับการติดกระดุมเสื้อคิ้วของเขาขมวดมุ่นมองตรงมาที่เธอเหมือนจะถามว่ามีอะไร เฮอร์ไมโอนี่เดาได้จากเนคไทที่พาดเอาไว้ที่คอว่าเขาน่าจะกำลังเตรียมตัวออกไปไหนสักที่

ดวงตาสีอัลมอนด์มีแววสงสัย

“เดี๋ยวเราต้องไปบ้านพ่อแม่ฉัน” เขาตอบราวกับอ่านคำถามจากดวงตาของเธอได้ “ทุกอย่างอยู่ในกล่องแล้ว อย่าลืมเตรียมชุดไปด้วยเราจะต้องค้างที่นั่นหนึ่งคืน”

“เดี๋ยว”

“ถ้าจำไม่ผิดชั้นเรียนมือปราบมารเริ่มตอนเที่ยงใช่มั้ย ?” เขาพูดต่อโดยไม่ได้สนใจการทักท้วงของหญิงสาวตรงหน้า “ยังมีเวลาอีกนิดหน่อย รีบไปสิเกรนเจอร์” เขาพูดด้วยท่าทางยโสขณะที่เริ่มจัดระเบียบเนคไท

“พวกเขากำลังรอทางทีดีก็ไม่ควรไปสาย เพราะตอนนี้แม่จะหาเหตุผลยิบย่อยมาเอาชนะฉันแน่”

“ทางที่ดีนายควรจะบอกฉันก่อน” เธอหัวเราะหยันขณะที่หยิบกล่องขึ้นมา เฮอร์ไมโอนี่ไม่ค่อยชอบใจนักที่เดรโกเอาแต่บอกให้เธอทำโน่นทีนี่ทีเหมือนกับเธอเป็นหมาของเขา “ฉันจะได้ใช้เวลาวันนี้ทั้งวันในการเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับพ่อแม่นาย”

เดรโกแสยะปากอย่างเบื่อหน่าย “มันก็คงจะดีเหมือนกันถ้าฉันรู้ล่วงหน้า” เขาตอบ “ฉันเพิ่งรู้เรื่องเมื่อ 20 นาทีที่แล้วนี่เองเพราะงั้นรีบแต่งตัวได้แล้ว”

เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมเมื่อรู้สึกได้ว่าเธอก็ไม่มีทางเลือกและรู้สึผิดนิดหน่อยที่หาเรื่องต่อปากต่อคำกับเขา ยิ่งเขาเองก็อยู่ในสภาพเดียวกับเธอด้วยแล้ว “นายซื้อพวกนี้มาจากไหน”

เดรโกมองหญิงสาวที่พยายามจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์พร้อมกับถอนหายใจ

“ฉันบอกให้แพนซี่ส่งมาให้” เขาบอก “เธอกำลังจะต้องไปคฤหาสน์มัลฟอยเพื่อเจอกับนาร์ซิสซา มัลฟอยจอมจู้จี้ เธอจำเป็นต้องมีมากกว่ามารยาทและสติปัญหาที่ดี”

เฮอร์ไมโอนี่เดินเข้าห้องนอนไปอย่างเอื่อยเฉื่อยก่อนจะเปิดกล่องออกมาตรวจสอบของที่อยู่ข้างใน “ดูเหมาะสมกับเธอดี” เธอพูดด้วยเสียงที่ดังพอให้เดรโกได้ยิน

“มัลฟอย”

“อะไรอีก” เขาตะโกนกลับมา

“ฉันไม่เคยสวมชุดแบบนี้ไปที่ไหนเลย อย่าว่าแต่ทานข้าวเย็นกับพ่อแม่นายเลย”

ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา เฮอร์ไมโอนี่ถอดชุดที่เธอใส่อยู่ออกก่อนจะหยิบเดรสภายในกล่องออกมามองอย่างลังเลแต่สุดท้ายก็สวมมันเข้าไปแล้วจัดให้เข้ารูป ภาพสะท้อนในกระจกทำให้เธอรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองสามารถเข้ากันได้ดีพอสมควรกับชุดที่เธอไม่คุ้นเคย

เฮอร์ไมโอนี่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดรโกอยู่ที่หน้าประตูขณะที่เธอยังคงหมุนไปมาหน้ากระจก

“ก็แค่แต่งตัวน่ะเกรนเจอร์ รีบแต่งรีบออกมาก่อนที่เราจะสาย”

หญิงสาวถอนหายใจกับความไม่รู้อะไรเลยของเดรโกแล้วหยิบรองเท้าออกมาสวม ไม้กายสิทธิ์ถูกโบกสองสามครั้งเพื่อจัดทรงผมให้ดูเรียบร้อยมากขึ้นไปพร้อม ๆ กับเติมหน้าให้เข้ากับชุดที่ใส่

ทันทีที่ออกจากห้องมาเธอก็พบเข้ากับเดรโกที่ยืนรอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“นานเกินไป เกรนเจอร์” เขาบ่นขณะที่ส่งกระเป๋าคลัชสีดำให้เธอ “มีอะไรที่ต้องเอาไปอีกก็ใส่เข้าไปในนี้ ฉันเสกคาถาขยายพื้นที่เรียบร้อยแล้ว”

“เอ่อ...” เฮอร์ไมโอนี่แอบมองเข้าไปภายในกระเป๋าขณะที่ลากเสียงใช้ความคิด “คิดว่าคงจะมีทุกอย่างครบแล้วในนี้ – ว่าแต่เราจะใช้เครือข่ายผงฟลูใช้ไหม ?”

เดรโกรับกระเป๋าคืนจากเฮอร์ไมโอนี่ก่อนจะส่งเสื้อตัวนอกให้กับเธอเป็นอย่างสุดท้ายแล้วส่ายหน้า

“ยุ่งยาก – เราจำเป็นต้องหายตัวไปเพราะเธอไม่รู้ว่าคฤหาสน์ตั้งอยู่ที่ไหน” เขาตอบ ใบหน้าหงิกงอตามประสาขณะที่ส่งมือให้เฮอร์ไมโอนี่

ร่างบางมีทางทีลังเลนิดหน่อยขณะที่ส่งมือไปประสานกับเขา

“สุภาพด้วย” เขาบอกกับเธอเบา ๆ ก่อนจะพาตัวเองหายตัวมายังคฤหาสน์มัลฟอย

“ทำตัวรู้ดีไปทุกเรื่องอย่างที่เธอชอบทำไม่ใช่ทางที่ดี”

ท่าทางของเดรโกแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังกังวลเพราะขณะที่ยังพูดไม่หยุด มือของเขาก็คอยหยิบฝุ่นเล็ก ๆ ที่ติดเดรสของเฮอร์ไมโอนี่ออกอย่างวุ่นวาย

เฮอร์ไมโอนี่ถอนมืออกจากเขาและออกแรงตีเบา ๆ “นายเอาฝุ่นถูกอันออกจากชุดไม่ได้หรอกนะ” เธอว่า “จริง ๆ มันยากที่จะสังเกตเห็นน่ะ แล้วฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงดูกังวลเสียเหลือเกิน คนที่กำลังจะขึ้นเขียงน่ะ – ฉันนะ”

เธอทำหน้านิ่วขณะที่พวกเขากำลังเดินตรงไปยังประตูหน้าคฤหาสน์

“เธอยังไม่รู้จักพ่อแม่ฉัน เกรนเจอร์” เขาคำรามในลำคอ “พวกเขาน่ะตัดสินเก่งเป็นที่หนึ่ง ยิ่งพวกเขาเตรียมการมาเพื่อเจอเธอเป็นพิเศษด้วยแล้วขอเตือนเอาเลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันไม่ได้หวังว่าพวกเขาจะชอบเธอแต่ทางที่ดีที่สุดก็คือทำให้เขามองเธอในแง่ดีไว้ก่อน หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้เขามองในแง่ร้าย

พวกเขาชอบผู้หญิงฉลาดและมีทัศนคติ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงชอบแอสเทอเรียนักหนาเพราะฉะนั้นอย่างน้อยเธอควรจะทำให้ได้แบบนั้น ถ้าหากเธอยังเป็นเหมือนเด็กสาวคนนั้นที่ฉันเคยรู้จักที่ฮอกวอตส์บางทีทัศนคติที่ดีของเธออาจจะให้โชคกับเธอมากกว่าการทำตัวรู้ดีไปหมด”

เดรโกเคาะประตูคฤหาสน์เสียงดังเมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตู “พ่อจะชอบมากถ้าหากใครสักคนสามารถวิจารณ์คฤหาสน์ในเชิงศิลปะได้ หวังว่าเธอจะคิดอะไรดี ๆ ออก – เขาภูมิใจในบ้านหลังนี้มากถึงจะไม่ใช่คนสร้างก็เถอะ”

“คำถามเดียวนะ มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ สีหน้าของเธอดูจะซีดลงกว่าตอนแรกที่มาถึงหลังจากได้ฟังเดรโกร่ายยาวเกี่ยวกับเรื่องน่ากังวลที่จะต้องเจอจากครอบครัวของเขา “พ่อแม่นายคิดว่าพวกเรารักกันใช่มั้ย ? พวกเขาจะรู้เรื่องที่เราตกลงกันมั้ยหรือว่าจะเชื่อตามที่เดลี่พรอเฟ็ตเขียน”

มือใหญ่กว่าจับฝ่ามือเล็กเอาไว้เป็นจังหวะเดียวกับที่นาร์ซิสซา มัลฟอยเปิดประตูออกมา

“แม่” เขาทักห้วน ๆ ด้วยตกใจแต่ต้องเก็บอาการ “สวัสดีครับ”

“เดรโก” แม่ของเขาก็เป็นเหมือนกัน เธอทักทายด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ออกก่อนที่จะเคลื่อนดวงตาทรงอำนาจไปยังหญิงสาวอีกคน “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์”

ท่าทางของว่าที่แม่สามีทำเอาคนฟังรู้สึกสั่นอยู่ภายใน พร้อมกันนั้นสามีของเธอ ลูเซียสมัลฟอยก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยท่าทางที่ไม่ต่างกันมากนัก

“เข้ามาสิ” นาร์ซิสซาว่าขณะที่ปรายตาและหมุนตัวเดินนำลูกชายและคู่หมั้นเข้าไปภายในบ้าน

เดรโกถอดเสื้อโค้ทออกและส่งให้กับเอลฟ์ประจำบ้านเหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่กลับมาบ้านก่อนจะทำหน้าที่อย่างสุภาพบุรุษด้วยการช่วยปลดเสื้อตัวนอกออกจากไหล่ของเฮอร์ไมโอนี่และส่งให้กับเอลฟ์ประจำบ้านเช่นกัน

“บ้านหลังนี้น่าทึ่งมาค่ะ คุณมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่เริ่มพูดหลังจากที่นาร์ซิสซาหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อตรวจสอบอาหาร “เพดานด้านบนสวยงามมาก”

“ขอบใจ” การตอบกลับแข็ง ๆ ของลูเซียส มัลฟอยไม่ได้ช่วยทำให้เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกกลัวน้อยลง

“เสาด้านหน้าดูมีสุนทรียะที่เข้ากันดีมาก ๆ เลยค่ะ” เธอว่าต่อพร้อมกับชี้ไปยังโถงทางเข้า “เทคนิคปูนปั้นก็ดู... เอ่อ... เยี่ยมยอดมาก”

“อาหารพร้อมแล้ว” นาร์ซิสซาประกาศทันทีที่เข้ามาภายในห้องรับแขก “ไปกันเลยมั้ย ?” ดวงตาคมของเจอจ้องไปยังเดรโกและเฮอร์ไมโอนี่

ด้วยสัญชาตญาณเดรโกใช้มือประคองเฮอร์ไมโอนี่จากด้านหลังเสมือนการปกป้องเธอกลาย ๆ ขณะที่เดินไปยังห้องทานอาหาร เขารู้สึกว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ค่อยชอบใจที่เขาสัมผัสเธอแบบนี้แต่ก็เพียงแต่ภาวนาให้เธอปล่อยมันไปก่อนในตอนนี้

“ออกจะเป็นการทานข้าวที่ด่วนไปหน่อย” นาร์ซิสซาเกริ่นขณะที่นั่งลงตรงข้ามสามี “หวังว่าเธอทั้งคู่จะไม่มีปัญหาเรื่องงาน แต่อย่างไรก็ดีฉันแน่ใจว่าเดรโกจะไม่”

เดรโกเลื่อนเก้าอี้ให้เฮอร์ไมโอนี่ก่อนจะนั่งลงข้างเธอ เขาทำหน้าที่สุภาพบุรุษได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่ทั้งประหลาดใจและไม่ประหลาดใจ

“ไม่ค่ะ หนูทำงานพาร์ทไทม์ในกระทรวง 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น” เธอตอบ “หนูยังต้องฝึกงานมือปราบมารอยู่ค่ะ เลยมีงานในกระทรวงเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกว่าจะได้ตำแหน่งในสำนักงานใหญ่”

นาร์ซิสซาไม่ได้สนใจคำอธิบายยาวยืดของหญิงสาวสักเท่าไหร่ เธอมองไปทางอื่นราวกับกำลังมองหาใครอยู่ “แพนซี่กับเบลสคงจะสาย ควรรอสองคนนั้นอีกสักนิดดีมั้ย ?”

เดรโกพยักหน้า

“งานในกระทรวงที่ว่านั่นคืออะไร ?” ลูเซียสถามขึ้นดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะตรวจสอบชีวิตเฮอร์ไมโอนี่อย่างละเอียดแล้ว “เห็นว่าเป็นงานพาร์ทไทม์ คงเป็นตำแหน่งงานเล็ก ๆ”

เฮอร์ไมโอนี่มองเดรโกอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อยก่อนจะเริ่มตอบด้วยท่าทางว่าง่าย “จริง ๆ หนูทำงานอยู่ภายในกองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์ค่ะ”

เธอเหลือบมองเดรโกอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจว่าควรพูดต่อดีหรือไม่ซึ่งท่าทางของเดรโกก็ดูเหมือนว่าเขาอยากให้เธอพูดต่อจนจบ

“หลัง – หลังจากสงครามสงบลง รอนและแฮร์รี่ได้รับการเสนอตำแหน่งมือปราบมารให้ทันที ส่วนหนูกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้งเพื่อสอบส.พ.บ.ส.ค่ะ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วทางกระทรวงมีความต้องการให้หนูทำงานภายในกองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์นั่นทำให้หนูเริ่มทำงานที่นั่นค่ะ แต่แล้วหนูก็รู้สึกอยากเปลี่ยนอาชีพ...” เสียงของเธอแผ่วลงเมื่อรู้สึกได้ว่าเธออาจจะกำลังพูดอะไรที่เกิดความจำเป็น

“ว่าต่อไปสิ” นาร์ซิสซาชี้ชวน ข้อศอกของเธอตั้งอยู่บนโต๊ะและใช้หลังมือรองคางของเธอเอาไว้พร้อมกับมองมาที่เฮอร์ไมโอนี่ด้วยสีหน้าพิจารณา “น่าสนใจว่าที่คิดเอาไว้”

เฮอร์ไมโอนี่ยังคงลังเลก่อนที่จะพูด “เมื่อหนูคิดว่าอยากจะลองเปลี่ยนเส้นทางดูก็เลยไปฝึกมือปราบมารค่ะ แม้ว่าจะมีการยื่นข้อเสนอบางอย่างแต่หนูคิดว่าทุกอย่างควรเป็นไปอย่างยุติธรรมจึงปฏิเสธและตั้งใจจะฝึกตามระยะเวลาเหมือนกับมือปราบมารคนอื่น ๆ และแทนที่กระทรวงจะให้หนูออกจากงานที่กองบังคับควบคุมกฎหมายพวกเขาจึงเสนอให้หนูทำงานพาร์ทไทม์สัปดาห์ละ 3 วันแทนค่ะ หนูคิดว่าพวกเขายังคงต้องการเก็บใครสักคนที่รู้ระบบดีเอาไว้”

“แล้วงานที่ว่านั่นคืออะไรล่ะ” ลูเซียสถามซ้ำ

“เอ่อ... ทุกอย่าง – นิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าหนูจะไม่ได้มีตำแหน่งสูงภายในกองแต่ก็ได้มีส่วนช่วยในการเสนอร่างกฎหมายใหม่ค่ะ ได้ทำในส่วนของการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคมและแนวทางแก้ไขปัญหาทั่วไป นอกจากนี้ด้วยความที่กองบังคับกฎหมายของเรามีการทำงานที่ค่อนข้างหลากหลายนั่นทำให้หนูได้ทำงานที่หลากหลายตามไปด้วยค่ะ”

เสียงเคาะประตูทำให้ลูเซียสหยุดคำถามของตัวเองเอาไว้ นาร์ซิสซาได้สั่งให้เอลฟ์ประจำบ้านตัวหนึ่งไปรับแขกและภายในเวลาไม่เกิน 2 นาทีเสียงรองเท้าส้นสูงของแพนซี่ก็ดังกังวานไปทั่วทั้งโถงก่อนจะค่อย ๆ เข้าใกล้ห้องครัวจนกระทั่งเธอและเบลสปรากฎตัวขึ้น

“สวัสดีค่ะลูเซียส สวัสดีค่ะนาร์ซิสซา” แพนซี่กล่าวทักด้วยท่าทีสุภาพ “พวกเราเสียใจจริง ๆ ที่มาสายไปหน่อย”

เธอทำหน้าเศร้าประกอบคำขอโทษก่อนจะเดินมานั่งตรงข้ามกับเดรโกซึ่งในตอนที่เธอเดินผ่านเขาแพนซี่ก็ตบบ่าเดรโกเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคาดโทษหรือทักทายก็ตาม

“หนูเพิ่งเสร็จธุระกับคุณแม่ค่ะ เรื่องธุรกิจมักจะทำให้เธอจริงจังอยู่เสมอ”

ลูเซียสหัวเราะออกมา “เข้าใจดีเลยล่ะ – แม่ของเธอเป็นผู้หญิงฉลาด แพนซี่ ไม่แปลกใจเลยที่กิจการเป็นไปได้สวย”

“หน้าร้านที่ปารีสเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ ?” นาร์ซิสซาให้ความสนใจกับแพนซี่แทน “ได้ยินว่าเพิ่งเปิดตัวไปอย่างยอดเยี่ยมเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันเองก็ว่าจะแวะไปอยู่เหมือนกัน เสื้อผ้าของแม่หนูเป็นที่หนึ่งเสมอ”

“ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ” แพนซี่ยิ้มกว้าง “เธอว่าอยากจะไปดูแลที่นั่นแล้วให้หนูดูแลแฟรนไชส์ที่ลอนดอนเอง เราเพิ่งได้คุยกันก่อนที่จะมานี่เองค่ะ – เร่งด่วนหน่อยเพราะแม่จะต้องใช้กุญแจนำทางกลับไปปารีสพรุ่งนี้เช้าเลย”

นาร์ซิสซาพยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนที่ลูเซียสจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาอีก

“แล้วบริษัทเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ เบลส ?” ลูเซียสถามเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านขวาของเขา “ได้ข่าวจากพ่อของเธอว่าหุ้นกำลังขึ้นทีเดียว คงต้องขอบคุณฤดูกาลควิดดิชที่กำลังจะมาถึง”

เบลสพยักหน้า “ปีนี้การแข่งขันสูงมากทีเดียวครับแต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เราเพิ่งจะได้รับตัวอย่างต้นแบบใหม่เมื่อเดือนที่แล้วจึงค่อนข้างยุ่งกับการพัฒนามันอยู่ในตอนนี้ ไม้กวาดบินรุ่นใหม่ยังไม่ค่อยตอบสนองต่อเวทมนตร์นั่นจึงทำให้ช่วงนี้เรายังคงทำงานกันอย่างหนักครับ”

“รุ่นใหม่เหรอเบลส ?” จู่ ๆ บทสนทนาก็เริ่มน่าสนใจขึ้นมาสำหรับเดรโก

และเป็นอีกครั้งที่เบลสพยักหน้าแต่ครั้งนี้เขาหัวเราะคิกออกมาด้วยหลังจากได้เห็นท่าทางของเพื่อนซี้ “ทำไมล่ะ ? จะซื้อใหม่อีกแล้วหรือไง ? ถ้าจำไม่ผิดนายมีไม้กวาด 5 ด้ามแล้วนะเพื่อน”

เดรโกแสยะยิ้ม “ไม่มีคำว่าพอสำหรับไม้กวาดบิน”

“เดรโก นายแทบจะไม่มีเวลาไปเล่นควิดดิชด้วยซ้ำ” แพนซี่ทำหน้าหยันอย่างหมั่นไส้ “คิดไม่ออกเลยว่านายได้ใช้ไม้กวาดใหม่ล่าสุดของนายตอนไหน”

“จริง” เบลสสำทับก่อนจะยกยิ้มให้กับเดรโก “แต่บอกเลยว่ารุ่นใหม่ล่าสุดนี่นายเองก็ไม่มีทางปฏิเสธมันได้แน่”

เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังเป็นกริฟฟินดอร์คนเดียวท่ามกลางสลิธีรินทั้งหมดที่กำลังมีบทสนทนาซึ่งเธอเข้าไม่ถึง แต่ต่อให้เข้าถึงเธอก็ไม่เห็นสนใจเลยว่าเดรโกจะอยากได้หรือไม่อยากได้ไม้กวาดรุ่นใหม่อะไรนั่น

เมื่อพวกเขาจัดแจงที่นั่งกันเรียบร้อยแล้ว บรรดาเอลฟ์ประจำบ้านก็เริ่มนำอาหารเข้ามา

“ขอบใจนะ” เธอพูดเบา ๆ เมื่อพวกมันวางจานลงตรงหน้า

“แล้วธีโอเป็นไงบ้าง” เดรโกหันไปถามแพนซี่เมื่อนึกขึ้นได้ “เธอน่าจะพาหมอนั่นมาด้วย”

ความจริงเดรโกควรจะตระหนักได้บ้างว่าหากแพนซี่พาแฟนหนุ่มของเธอมาด้วย เฮอร์ไมโอนี่ก็จำเป็นต้องอดทนกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้มากขึ้นไปอีก

“ธีโอมีนัดกับครอบครัวแล้วน่ะสิ” แพนซี่ตอบ “แต่เบลสบอกว่าแดฟนี่จะมาด้วยนะ – ใช่มั้ย ?” เธอหันไปถามเบลสให้แน่ใจ

“ใช่ หวังว่าจะไม่เป็นไรนะครับ” เขาหันไปหาเจ้าของบ้านทั้งสอง “จริง ๆ เราตั้งใจจะไปทานข้าวกันอยู่แล้วแต่ผมเองก็ไม่อยากพลาดข้าวเย็นที่คฤหาสน์มัลฟอยด้วยเหมือนกัน”

เบลสมองเดรโกด้วยดวงตาชั่วร้ายเหมือนสะใจที่สามารถแกล้งเพื่อนได้และเดรโกเข้าใจอย่างถ่องแท้

“ไม่เป็นไรเลย เบลส” นาร์ซิสซาพยักหน้าก่อนจะหันไปสั่งชุดจานกับเอลฟ์ประจำบ้านเพิ่ม

แน่นอนว่ามันอาจจะไม่เป็นไร แต่สำหรับเดรโก มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น

 กระทั่งแดฟนี่เข้ามาภายในห้องอาหาร สี่คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยก็ต้องประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าแดฟนี่ได้พาครอบครัวของเธอทั้งหมดมาด้วย

“แม่” เดรโกกล่าวรอดไรฟัน “แม่ไม่ได้บอกว่ากรีนกราสจะมากินข้าวกับเราคืนนี้ด้วย”

นาร์ซิสซายิ้มจนแก้มแทบปริ “แม่ก็ไม่ได้คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ น่าจะเป็นค่ำคืนที่ดีทีเดียว”

พวกกรีนกราสทยอยมานั่งที่โต๊ะซึ่งเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกโชคร้ายเหลือเกินที่แอสเทอเรียบังเอิญมานั่งข้าง ๆ เธอ

อาหารถูกทยอยเสิร์ฟและอาหารเย็นก็ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงเครื่องเงินกระทบกับจานเซรามิคเบา ๆ มันเป็นเสียงเดียวท่ามกลางความเงียบของมื้ออาหารก่อนที่แพนซี่ซึ่งน่าจะเป็นคนที่เสียงดังที่สุดในโต๊ะจะเริ่มชวนแอสเทอเรียและแดฟนี่คุยเรื่องทั่วไปซึ่งแน่นอนว่าพยายามหลีกเลี่ยงคำถามใด ๆ ก็ตามที่อาหารจะส่อไปถึงสถานการณ์ล้มละลายของกรีนกราส

“ว่าแต่เดรโก” คอร์รีน กรีนกราสอาศัยจังหวะที่แพนซี่คิดคำถามไม่ออกหันมายังเดรโกพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ “เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าเธอสองคนพบกันได้ยังไง ?”

เดรโกเหลือบมองเฮอร์ไมโอนี่เล็กน้อยหลังจากได้ยินคำถาม ทั้งคู่ไม่คิดว่าจะต้องเจอคำถามนี้

เดรโกอึกอักเล็กน้อยที่แพนซี่จะส่งเสียงแจ๋นข้ามฝั่งมาพร้อมกับรอยยิ้ม “จริง ๆ นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก – ใช่มั้ยเดรโก ?”

เธอว่าก่อนจะหันกลับไปยังฝั่งผู้ใหญ่ “หนูว่าหนูสามารถเล่าเรื่องนี้ได้สนุกกว่าเขาแน่นอนค่ะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเดรโกไม่เคยพูดเรื่องดีได้เกิน 2 คำ ยิ่งไปกว่านั้นหนูว่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เนี่ยควรจะออกจากปากคนอื่นมากกว่า – จะได้แน่ใจว่าเดรโกจะไม่ข้ามเรื่องอะไรที่เขาไม่ค่อยชอบ ว่าไหมคะ ?”

ลูเซียสกระแอมเล็กน้อยกับความจัดจ้านของเพื่อนลูกชายก่อนจะส่งสัญญาณมือให้แพนซี่เป็นคนเล่า “ว่าไป”

“ก็คือ” แพนซี่เกริ่นโดยไม่มีท่าทางติดขัด “ก็อย่างที่เรารู้กันใช่มั้ยคะว่าสองคนนั้นน่ะเกลียดกันมากตอนอยู่ในโรงเรียน คือหนูจะรวบรัดง่าย ๆ นะคะ – คือวันนั้นระหว่างที่ทะเลาะกันนั่นแหละค่ะหมอนั่นก็ดันโง่ทำตัวเองติดอยู่ในห้องเรียนร้างกับเธอ คือหนูคิดว่าเขาน่าจะรู้สึกดีกับเธอตอนนั้น”

แพนซี่ยังคงพูดต่อไม่หยุด เธอพูดเร็ว ๆ พยายามไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่าง “พวกเขาก็แน่นอนว่ายังตีกันอยู่ ชอบด่ากันเหมือนปกติแต่รู้อะไรมั้ยคะอยู่ดี ๆ คืนนึง – น่าจะตอนขึ้นปี 4 หนูก็จับได้ว่าสองคนนั้นแอบไปพลอดรั – ”

“แพนซี่ – ” เดรโกทำเสียงคำรามในคอ

แพนซี่รีบตวัดตามองชายหนุ่มทันที “ก็นายทำงั้นจริงอ่ะ หนูก็ไม่รู้นะคะว่าสาเหตุคืออะไรแต่หลังจากนั้นในฐานะผู้สังเกตการณ์หนูว่าเขาก็เอาใจออกห่างเธอไม่ได้เลยล่ะค่ะ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเดทกันน่าจะสองสามเดือนหลังจากนั้น แต่ก็ด้วยความที่เป็นคนหัวรั้นทั้งคู่น่ะค่ะก็เลยทำให้ใช้เวลานานมากกว่าพวกเขาจะสารภาพความรู้สึกจริง ๆ ออกมาสักที – แล้วก็ยังมีเรื่องสงครามที่ทำให้พวกเขาต้องแยกทางกัน และ...นั่นแหละค่ะ อย่างที่เรารู้กันว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” น้ำเสียงและใบหน้าของเธอดูบูด ๆ กับประโยคสุดท้าย

เดรโกมองเธอนิ่ง ๆ จากอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะพร้อมกับความรู้สึกจะขอบคุณก็ขอบคุณไม่เต็มปาก

“โรแมนติกดีจัง” คอร์รีนพยายามจะเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยการตอบรับเรื่องเล่าแต่การพูดรอดไรฟันออกมาก็พอจะดูออกว่าฝืนใจเพียงใด

“ตลกดีค่ะ” แอสเทียเรียเอียงตัวเล็กน้อยให้พอเห็นหน้าทั้งเดรโกและเฮอร์ไมโอนีได้ถนัดตา “ฉันไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องนี้ – แดฟนี่ก็ด้วย – ไม่เห็นจะฟังขึ้นเลยกับการแอบเดินไปมาในฮอกวอตส์”

“มันค่อนข้างเป็นความลับค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบก่อนที่เดรโกจะสามารถพูดอะไรได้ทัน “เราเจอกันอย่างเงียบ ๆ และเลี่ยงที่จะพูดกันในที่สาธารณะ เพราะเพื่อน ๆ ของเราเองก็น่าจะยังไม่เห็นด้วยเราเลยคิดว่าแบบนี้น่าจะดีที่สุด”

คอร์รีนวางแก้วไวน์เปล่าลงบนโต๊ะก่อนจะพูดต่อ “แล้วเรื่องงานแต่งล่ะ ?” รอยยิ้มที่ดูปลอมที่สุดในสายตาเดรโกถูกระบายขึ้นบนใบหน้าของคนที่เกือบจะเป็นแม่ยายของเขา “ฉันว่าพวกเธอคงจะเริ่มวางแผนกันแล้วแน่ ๆ”

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่คิดว่าอย่างนั้นนะคะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยมีเวลาคิดเรื่องงานแต่งงานเลยล่ะค่ะ”

คุณนายกรีนกราสแกล้งทำหน้าเหรอหรา “ที่รักจ๊ะ ยิ่งวางแผนเร็วเท่าไหร่งานยิ่งออกมาดีนะ รู้มั้ย ? ต้องเริ่มคิดเอาไว้เสียตั้งแต่เนิ่น ๆ”

กริฟฟินดอร์สาวหัวเราะแห้ง “คิดอะไรไม่ออกเลยค่ะ”

“คิดว่าจะจัดงานที่ไหนล่ะ ?” นาร์ซิสซาถามด้วยเสียงเย็น เฮอร์ไมโอนี่ไม่แปลกใจเลยว่าผู้ชายที่นั่งข้างเธอนั้นไปได้สำเนียงแบบนั้นมาจากไหน “ที่คฤหาสน์หรือไง ?”

ขณะที่เดรโกตั้งใจจะเอ่ยปากตอบคำถามนั้นแต่เฮอร์ไมโอนี่ก็พูดขึ้นก่อนอีกครั้ง “จริง ๆ แล้วไม่ไกลจากที่นี่มีบ้านเก่า ๆ หลังหนึ่งค่ะ หนูเคยไปที่นั่นบ่อยครั้งช่วงซัมเมอร์และคิดว่าคงจะเป็นที่นั่น – หนูเพิ่งรู้ว่ามันอยู่ใกล้คฤหาสน์มัลฟอยมาก”

“งานแต่งงานในบ้านเก่าซอมซ่องั้นเหรอ ?” นาร์ซิสซาถามด้วยน้ำเสียงและแววตาหมิ่น “ไม่ปกติเท่าไหร่ ไม่คิดอย่างนั้นหรือไง ?”

เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ แปลกมาก – มันต้องผ่านการซอมแซมใหม่เสียหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรที่เวทมนตร์จัดการไม่ได้ พอคิดดูแล้วหนูคิดว่ามันน่าจะออกมาดีค่ะ”

“ถ้าไม่ว่าอะไรฉันอยากถามเสียหน่อย” คราวนี้ลูเซียสพูดขึ้นบ้าง “ทำไมถึงเลือกที่นั่นล่ะ ? มันมีความหมายอะไรหรือยังไง ?”

“บ้านหลังบ้านเป็นสถานที่พักร้อนของหนูตั้งแต่ยังเด็กค่ะ ซึ่งถ้าจะพูดตามตรงด้วยชีวิตที่วุ่นวายช่วงหนึ่งหนูก็เลยไม่ได้กลับไปอีกเลยตั้งแต่จบจากฮอกวอตส์ ที่นั่นยังมีกระท่อมหลังเล็ก ๆ ใกล้ทะเลสาปที่หนูมักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่นั่น – ช่วงฤดูร้อนที่นั่นจะสวยงามมาก ก็เลยมีความฝันเล็ก ๆ ที่จะซื้อมันเอาไว้และจัดการมันใหม่ด้วยตัวเองค่ะ”

“ลองพูดถึงบ้านหลังนั้นดูหน่อยสิ” ลูเซียสมีท่าทางสนใจ

“คิดว่าอายุน่าจะหลายชั่วอายุคนค่ะ เป็นบ้านหลังไม่ใหญ่นักที่มีพาไลล้อมรอบตัวบ้าน มีสามชั้นและหน้าต่างเยอะหน่อยทำให้อากาศถ่ายเทได้ดีมาก นอกจากนี้วิวด้านหลังยังเป็นทะเลสาปด้วยค่ะเราจะสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านท้องฟ้าด้านนั้น – อาจจะฟังดูธรรมดาแต่ว่าคุณต้องได้เห็นมันด้วยตาตัวเองนะคะ” เธออธิบาย

“เธอคงจะมีหลายอย่างที่ต้องทำ” นาร์ซิสซาส่งสายตาเหยียดหยัน “คงจะดีถ้าเริ่มทำอะไรเร็ว ๆ อย่างน้อยก็ดีกว่ารอให้ช้าไปกว่านี้”

“จริงค่ะ นาร์ซิสซา” แพนซี่เสริม “มีหลายอย่างต้องทำและหนูก็จะต้องช่วยเธอด้วย คงปล่อยให้ทำคนเดียวไม่ได้ – แน่ใจว่ามันจะต้องออกมาดีงามแน่ ๆ ”

เฮอร์ไมโอนี่แปลกใจมากที่ได้ยินแพนซี่พูดแบบนั้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้

-

“แพนซี่จ๊ะ เธอจะค้างคืนที่นี่ไหม ?” นาร์ซิสซาเอียงหน้าถามหลังจากอาหารค่ำสิ้นสุดลง

แพนซี่สั่นหน้า “เสียใจจริง ๆค่ะ แต่คงต้องผ่านก่อน หนูสัญญากับแม่ไว้ว่าจะกลับไปช่วยงานอีกนิดหน่อยค่ะเลยต้องรีบกลับบ้าน

“ฝากทักทายธีโอด้วยนะ” เบลสบอกขณะที่เอื้อมโอบเอวแดฟนี่เอาไว้ “เราเองก็ต้องขอตัวก่อน พรุ่งนี้ผมต้องรีบเข้าไปทำงานแต่เช้า”

ลูเซียสพยักหน้า “ฝากสวัสดีพ่อของเธอด้วยเบลส บอกเขาว่าเขาควรจะแวะมาที่นี่เพื่อคุยธุระกันบ้าง”

เบลสฉีกยิ้มก่อนจะพาแดฟนี่ไปยังเตาผิง

“คอร์รีน ดีใจที่เธอมา” นาร์ซิสซาพูดขณะที่แม่มดชราทั้งสองแลกจูบที่แก้มกัน “ขอโทษอีกครั้งสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนะ”

“อย่าคิดมาก นาร์ซิสซา”

ทันทีที่แขกทั้งหมดใช้เครือข่ายผงฟลูออกจากคฤหาสน์ไปแล้วนาร์ซิสซาก็หันกลับมายังคู่รักปลอม ๆ ตรงหน้า

“พวกเธอคงอยากกลับห้องนอนแล้ว” เธอว่าก่อนจะเดินนำไปยังบันไดหินอ่อน “ห้องนอนเก่าของเดรโก” ว่าที่แม่สามารถเดินนำผ่านระเบียงยาวมาจนถึงห้องนอนสุดท้ายของทางเดินที่เมื่อเปิดเข้าไปแล้วก็พบว่ามันมีขนาดใหญ่เท่าแฟลตของเดรโกทั้งแฟลต

“อาหารเช้าพร้อมกันตอน 8 โมงตรง”

นาร์ซิสซาปิดประตูลงอย่างเงียบ ๆ และปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันภายในห้อง

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าขณะที่เดินเข้ามาภายในห้องโดยไม่ได้สนใจจะสำรวจอะไรภายใน “ต้องนอนเตียงเดียวกันเหรอ ?” เธอวางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะใกล้หน้าต่างและทิ้งตัวลงบนเตียงพลางเตะรองเท้าออกจากเท้า

เดรโกมองภาพตรงหน้าด้วยหน้านิ่วพร้อมดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาและเสกเตียงเสริมออกมา “เธอนอนไปเถอะ” เขาพูดอย่างเคร่งขรึม

“เตียงนั่นดูแย่มาก” เธอบอกหลังยกตัวขึ้นมองและนอนต่อ “ฉันไม่มีปัญหาเรื่องการนอนร่วมเตียงกับนาย เผื่อว่าพ่อแม่นายจะสงสัยเรื่องไม่นอนด้วยกันขึ้นมาอีก – ฉันคิดว่ากันเอาไว้ดีกว่าเราไม่มีทางรู้ว่าพวกเขาจะแอบมาเช็คตอนดึก ๆ มั้ย”

เดรโกที่กำลังปลดกระดุมแขนเสื้อยิ้มกว้างอย่างร้ายกาจ “รู้มั้ยเกรนเจอร์ เธอกำลังพูดเหมือนอยากนอนกับฉันอยู่นะ”

หญิงสาวไม่ได้สะทกสะท้านกับความพยายามยั่วอารมณ์ของคนตัวสูง “อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย แต่ฉันรู้สึกไม่ดีที่จะแย่งเตียงนายมานอนคนเดียวและปล่อยให้นายนอนเตียงที่... เอ่อ – ไม่รู้จะอธิบายยังไง”

“ก็ได้ ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอสำนึกได้ ฉันก็จะนอนบนเตียง”

เฮอร์ไมโอนี่ดึงตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังโต๊ะและเปิดกระเป๋าเพื่อดึงเสื้อผ้าออกมาดูว่าเดรโกจัดอะไรใส่กระเป๋ามาให้เธอบ้าง ก่อนจะเห็นว่าเดรโกใส่ชุดนอนที่ไม่ใช่ของเธอมาด้วย

“นี่คือ ?” เธอถามพร้อมกับใช้นิ้วคีบชุดนอนผ้าบาง ๆ ขึ้นมา

“...” เดรโกมองชุดในมือเฮอร์ไมโอนี่อย่างกระอักกระอ่วน “น่าจะมากับกล่องของแพนซี่ ไม่เห็นรู้ว่ายายนั่นซื้อชุดที่ – มัน... แบบนั้นมา”

“นายไม่ได้อยากให้ฉันใส่มันหรอกใช่มั้ย ?” เธอเลิกคิ้วถาม

“แล้วจะนอนทั้งชุดนั้นหรือไงล่ะ ?”

“มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่คำรามในลำคอ

“แล้วจะให้ฉันทำไงเกรนเจอร์ ?” เขาดึงชุดของเขาออกมาบ้าง “ก็แค่ใส่ไป ฉันไม่มองนักหรอก”

ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะทันได้ด่าอะไรกลับไปคนหัวบลอนด์ก็เดินหันหลังเข้าห้องน้ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ไม่มองนักหรอกงั้นเหรอ ?” เฮอร์ไมโอนี่ทวนคำอย่างหัวร้อน “โอเค” เธอถือชุดนอนบางเบานั่นไว้ร่วมกับกระเป๋าคลัชและนั่งรอจนกว่าเดรโกจะออกมาจากห้องน้ำ

“เดี๋ยว” เฮอร์ไมโอนี่เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันทีที่เดรโกเปิดประตูออกมา “นี่นายนอนเปลือยท่อนบนเหรอ”

เขาไม่ได้ใส่อะไรนอกจากกางเกงนอนตัวเดียวเท่านั้น

คนถูกถามหันมามองพร้อมกับยู่คิ้ว “แล้วมีปัญหาอะไร ?”

เธอไม่ได้ตอบอะไรทำได้แต่มองหน้าเขาและก้าวฉับ ๆ พร้อมถอนหายใจแรง ๆ เข้าห้องน้ำไป เสียงปิดประตูดังจนตัวเองก็ตกใจแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะแคร์อะไรนักหนา เฮอร์ไมโอนี่เปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็วมันเป็นชุดผ้าลื่น ๆ สีดำที่มีลูกไม้สีขาวที่ขอบด้านบนและชายกระโปรง เฮอร์ไมโอนี่มองตัวเองในกระจกอย่างหัวเสียขณะที่แปรงฟันไปด้วย

ทั้งที่คิดเอาไว้ว่ามันคงไม่เป็นอะไรกับการใส่ชุดแบบนี้ แต่พอถึงเวลาที่ต้องบิดลูกบิดประตูออกไปเธอกลับรู้สึกลังเลขึ้นมาอย่างฉับพลัน ให้ตายเธอรู้สึกไม่โอเคกับมันเลยสักนิด

เฮอร์ไมโอนี่ค่อย ๆ เดินเข้ามาภายในห้องนอนและวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของมันทำให้เดรโกที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงหันมาให้ความสนใจกับเธอ และนั่นทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาทันที

แม้ว่าเขาจะมองเห็นเพียงแผ่นหลังของเธอในตอนนี้แต่สิ่งที่เห็นก็อันตรายสำหรับเขาพอสมควรโดยเฉพาะทรวดทรงองค์เอวภายใต้เดรสตัวสั้นที่ทิ้งตัวรับสรีระอย่างนั้น เดรโกรู้สึกผิดเหลือเกินที่บังคับให้เธอใส่ชุดบ้านั่นเพราะนอกจากเนื้อผ้าจะชวนคิดอันตรายแล้วมันยังสั้นเหนือเขาเธอขึ้นมาหลายนิ้วอีกด้วย

เดรโกรีบหันกลับทันทีที่รู้สึกว่าตัวเองแอบมองเธอนานเกินไปแล้ว

เฮอร์ไมโอนี่เดินมาที่เตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มออกและแทรกตัวเข้าไปด้านใต้เพื่อให้อย่างน้อยก็อุ่นใจที่มีผ้าหรืออะไรหนา ๆ ปกปิดร่างกายเอาไว้เสียที

“ปิดไฟ” เขาสั่งหลังจากที่ตึงผ้าห่มออกมาและล้มตัวนอนเช่นกัน

“นายอยู่ใกล้นายก็ปิดสิ มัลฟอย”

“ฉันนอนแล้ว”

“ยังสักหน่อย”

“ถ้าเธอปิดไฟก่อนจะขึ้นเตียงเราก็ไม่ต้องมาตีกันแล้วเนี่ย”

“ถ้านายปิดก่อนที่นายจะขึ้นเตียงเราก็ไม่ต้องมาตีกันเหมือนกัน นายอยู่ใกล้ประตูกว่า – นายไปปิดสิ” เฮอร์ไมโอนี่แหวกลับ “และให้ตายเถอะมัลฟอย นายเป็นพ่อมดนะ – ใช้ไม้กายสิทธิ์สิ”

“ไม้กายสิทธิ์อยู่ในห้องน้ำ” เดรโกพึมพำขณะที่เอาหน้าซุกหมอนด้วยความง่วง

“ใครเขาทิ้งไม้กายสิทธิ์ไว้ในห้องน้ำเนี่ย” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างตกตะลึง

“แล้วแค่ใช้ไม้กายสิทธิ์ของเธอได้ไหม ?”

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจพร้อมกลอกตาก่อนจะเอื้อมมือไปควานหาไม้กายสิทธิ์ที่โต๊ะข้างเตียงแต่พบว่ามันไม่อยู่ที่นั่น “ฉันเอาใส่กระเป๋าไว้แน่เลย”

“ใครเขาทิ้งไม้กายสิทธิ์ไว้ในกระเป๋ากัน” เดรโกยอกย้อน ทำให้เฮอร์ไมโอนี่เผลอเตะเข้าที่ขาของเขาก่อนที่จะมีเสียงขู่ฟ่อดังตามมา “จะเอายังไง เกรนเจอร์ ?”

“โทษฐานที่นายชวนทะเลาะ” เธอตวาดเสียงแผ่ว “คนปัญญานิ่ม!

“โอ้ย นายจะเอายังไง มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาเสียงดังก่อนจะเตะเข้าที่ขาของเขาอีกรอบหลังจากที่โดนดึงผมอย่างแรง

“โทษฐานที่หาว่าฉันปัญญานิ่ม”

เฮอร์ไมโอนี่กรี๊ดอัดหมอนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกรอบ “นี่เราอายุเท่าไหร่ ? 12 หรือไง! ลุกขึ้นแล้วไปปิดไฟดี ๆ เถอะขอร้อง”

เดรโกสายหน้า “โทษทีเกรนเจอร์” เขาหาวปากกว้าง “เหนื่อยแล้ว”

เฮอร์ไมโอนี่จ้องหน้าเขาก่อนจะฮึดฮัดลุกขึ้นจากเตียงและพยายามจะก้าวข้ามตัวเดรโกไปอีกฝั่งแต่คนที่ยังนอนอยู่จับข้อเท้าเธอไว้จนเสียงหลักเกือบหน้าทิ่มลงจากเตียง

“มัลฟอย!” เธอแหวเสียงเขียวขณะที่สะบัดหน้ากลับไปมองคนที่อยยู่บนเตียงซึ่งพลิกตัวหันไปอีกทางเรียบร้อยแล้ว

เธอเดินปึงปังไปที่ประตูก่อนจะกดปิดไฟและเดินกลับมายังเตียงด้วยสีหน้าที่ต่างไปจากตอนแรก เธอหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาจากกระเป๋าก่อนจะโบกนิดหน่อยเหนือร่างของเดรโกที่หลับสนิทอยู่บนเตียง

เพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นผมสีบลอนด์สวยของเดรโกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีจัดจ้านหลากสีและเป็นม้วนเหมือนพวกขุนนางฝรั่งเศส

“ฝันดีนะคนสวย” เธอกระซิบพร้อมกับหัวเราะไม่ออกเสียง 


---

อย่าตีกันค่า 555555555555555

ตอนหน้าพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

298 ความคิดเห็น

  1. #287 flannies11 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 23:44
    ตีกันตลอด
    #287
    0
  2. #283 nameQwQ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:08

    โบกนิดสะบัดหน่อย

    #283
    0
  3. #273 emmusic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:12
    มีคนเสียอาการค่ะแม่!
    #273
    0
  4. #247 toffyqueen-1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 03:00
    นั่งนิ่งทำเป็นคู่รักคู่ใหม่ปลามันอยู่ส้กพัก พอจะนอนปุ้ปก็หยุดแกล้งกันไม่ได้เลยเชียว 55555 ความคอนทราส พื้นฐานทั้งคู่แคร์กันมากเลย แค่แสดงออกแบบปากแข็ง
    #247
    0
  5. #217 DaizyDuck (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 11:59
    ตีกันเก่ง 5555
    #217
    0
  6. #155 supernovas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:32
    ตีกันได้เหมาะสมกับคู่นี้555555 น่าร้ากกก
    #155
    0
  7. #96 Moo_pam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 12:56
    รอน้าาาา
    #96
    0
  8. #92 Wisteriaploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 20:37
    น่าร้ากกกก ฮือออออ ////-////
    #92
    0
  9. #91 9090765 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:50
    น่ารักจังงงง แง้ๆๆๆๆ
    #91
    0
  10. #90 DaisySelvin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:43
    ตั้ลล้าคคคที่สุด~~ ตีกันเหมือนเด็กเลย 555
    #90
    0
  11. #89 peung2545 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 16:39

    ฮื่อออออออ ตอนนี้น่ารักมากเลยอ่ะ

    รักกันๆๆๆๆ ตีกันๆๆๆๆ

    //มาต่อไวๆเน้อ

    #89
    0
  12. #87 Ororite (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:05
    เค้าน่ารักกันมากๆเลย กว่าจะถึงวันแต่งงานก็คงได้รักกันจริงไปแล้ว
    #87
    0
  13. #85 bamboosaza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 12:50
    ตลก คู่นี้นางน่ารักก
    เชียร์ให้รักกันไวๆ
    #85
    0
  14. #84 2477 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 10:19
    ทะเลาะกันแต่ทำไมเราว่าน่ารักกก 555
    #84
    0
  15. #83 ieeeeeee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 06:51

    ทะเลาะกันเรื่องปิดไฟ น่ารักอะไรขนาดน้านนนน ปูเสื่อรอตอนต่อไปเลยจ้าาา

    #83
    0
  16. #81 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 06:08
    เป็นการตีกันที่น่าเอ็นดูมาก55555
    #81
    0
  17. #80 kuychai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 03:40
    น่ารัก
    #80
    0
  18. #79 Moo_pam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 03:13
    ตีกันอีกแล้ว55555
    #79
    0
  19. #78 jaja_ja222921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 02:54
    มอร์นิ่งค่ะไรท์ตื่นเช้าจัง // อ่อ ไม่ใช่ 55
    #78
    1
    • #78-1 pedhui(จากตอนที่ 4)
      8 มกราคม 2562 / 02:56
      พบคนเดินเพ่นพ่านย่ามวิกาลลลลลล /ตะโกนฟ้องพรีเฟ็ค 555
      #78-1
  20. #77 cello-ploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:30
    สงสารเฮอร์จริงๆเลยยย กระอักกระอ่วนน่าดู
    เดี๋ยวมันก็ผ่านไปจ้ากริฟฟินดอร์ อิอิ
    #77
    0
  21. #74 Moo_pam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:31
    เฮอร์สู้เขานะ
    #74
    0
  22. #73 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:55

    รอไรท์มาต่อ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #73
    0
  23. #71 cello-ploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:33
    จะได้หย่าภายใน 1-2 ปีจริงเหรอออ อิอิ ได้เป็นคุณนายมัลฟอยย่วๆแน่จ้าาา
    #71
    0
  24. #70 plo-yploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:48
    ไม่กระทบร้ายแรงหรอกจ้าา
    #70
    0
  25. #69 bamboosaza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:46
    เดี๋ยวก็รักกันนนน มาต่อไวๆน้า สู้ๆค่ะไรท์
    #69
    0