[Draco x Hermione] Contours

ตอนที่ 2 : Chapter ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

Chapter ONE

But what if the rainbow, isn't worth the rain?

 

เดรโกเหวี่ยงประตูห้องทำงานให้ปิดเสียงดังลั่นด้วยความหัวเสียพร้อมกับโยนเดลี่พรอเฟ็ตลงบนโต๊ะทำงานแต่นั่นไม่ได้ทำให้ระดับความร้อนในหัวลดลงแม้แต่น้อยทำให้วัตถุที่ใกล้มือที่สุดกลายเป็นเหยื่อลำดับถัดไป ลูกแก้วหิมะที่น่าจะได้เป็นของขวัญวันคริสมาสตร์จากแพนซี่ถูกขว้างออกไปเต็มแรงก่อนจะเกิดเสียงแตกดังขึ้นทันทีที่โดนผนัง เกล็ดหิมะและน้ำภายในลูกแก้วไหลออกมากระจายอยู่เต็มพรม นั่นทำให้เดรโกชะงักเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดแต่อย่างไรก็ดีของชิ้นนั้นก็ไม่ได้มีความสำคัญมากพอให้เขารู้สึกผิดได้นานนัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานโดยที่ดวงตายังจับจ้องไปยังหนังสือพิมพ์ที่ออกจะยู่ยี่

 

หมั้นสายฟ้าแล่บ! เดรโก มัลฟอยและแอสเทอเรีย กรีนกราส

ใครจะเป็นคิดว่าทายาทคนเดียวของมหาเศรษฐีจะคิดอยากลงหลักปักฐานเสียตั้งแต่ตอนที่จะเพิ่งจะอายุได้ 20 ปี เดรโก มัลฟอยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของลูเซียส มัลฟอย เจ้าของธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดได้ประกาศหมั้นกับแอสเทอ เรียกรีนกราส(19)เรียบร้อยแล้ว พร้อมปฏิเสธทุกข่าวลือที่แพร่สะพัดอยู่ตลอดทั้งเดือนนี้! เสียใจด้วยนะสาว ๆ มัลฟอยจูเนียร์ไม่โสดอีกแล้วนะจ๊ะ

แหล่งข่าวรายงานว่าการหมั้นสายฟ้าแล่บนี้ออกมาเพื่อสยบข่าวเกี่ยวกับการเงินของตระกูลกรีนกราสซึ่งถูกรายงานออกมาตลอดเดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามคอร์รีน กรีนกราสเองก็ให้สัมภาษน์ยืนยันว่าความรักระหว่างคนทั้งคู่เป็นเรื่องจริง “ครอบครัวของเราไม่มีทางเผชิญหน้ากับเรื่องแบบนั้นแน่” คุณนายกรีนกราสแถลงการณ์ตอบคำถามประเด็นร้อนก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำข่าวการหมั้น “พวกเขากำลังจะแต่งงานกันเพราะความรักและพวกเขาได้ศึกษากันมาสักระยะแล้ว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

เตรียมเช่าทักซิโด้ซะหนุ่ม ๆ เขาเม้ากันว่านี่จะต้องเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฤดูกาลนี้! ตระกูลมัลฟอยและกรีนกราสจะดองกันในหน้าร้อนนี้หลังจากเดรโกอายุ 21 ปีในเดือนมิถุนายน ส่วนกำหนดการณ์อื่นนอกจากวันและสถานที่ยังไม่มีข่าวออกมาเพิ่มเติม คุณนายกรีนกราสเปรยว่าพวกเขาจะจัดงานแต่งงานในสวนคฤหาสน์มัลฟอยอย่างยิ่งใหญ่สำหรับคู่รักทั้งสอง แต่นั่นก็อีกนานมาจับตาดูอนาคตกันใกล้กับงานเลี้ยงฉลองการหมั้นกำลังจะเกิดขึ้นวันอังคารนี้ที่คฤหาสน์มัลฟอยดีกว่านะจ๊ะ

ยินดีด้วยนะจ๊ะคู่รักคู่ใหม่!

 

หนังสือพิมพ์ที่สภาพไม่ค่อยดีนักถูกเจ้าของห้องโยนลงถังขยะไปด้วยแรงอารมณ์ เขาไม่รู้จะทำยังไงกับข่าวการหมั้นงี่เง่านี่รู้แต่ว่ามันน่ารำคาญมากจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมันทำให้เช้านี้ตั้งแต่เขาก้าวออกจากเตาผิงมันก็แทบจะไม่มีที่ให้เขาเดินต่อไปได้พวกนักข่าวโง่พากันกรูเข้ามาเพื่อขอสัมภาษน์เขาต้องใช้ความพยายามอย่างไม่จำเป็นในการกันพวกช่างภาพและนักข่าวออกไป ไม่มีครั้งไหนในชีวิตเลยที่เขารู้สึกว่ากำลังโดนละเมิดความเป็นส่วนตัวมากถึงขนาดนี้มาก่อน

ขณะที่ความคิดในหัวกำลังร้อนราวกับไฟสุมเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เดรโกประหลาดใจนิดหน่อยที่ปรากฎร่างของแอสเทอเรียกำลังเดินผ่านประตูเข้ามาก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับถุงเล็ก ๆ ในมือ เดรโกรีบปรับสีหน้าให้ไม่หลงเหลือความโมโหใด ๆ ก่อนจะปรับท่าทางให้สุภาพขึ้นเพราะถึงแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เอาเสียเลย แต่เขาก็ไม่โทษให้เป็นความผิดของแอสเทอเรีย

“ฉันซื้ออาหารกลางวันมาให้ค่ะ” เสียงของแอสเทอเรียแหลมสูงแต่ก็หวานน่าฟังมากกว่าน่ารำคาญ “คิดว่าคุณอาจจะหิวก็ได้ คุณแม่ของคุณบอกว่าเมื่อเช้าคุณรีบออกมาตั้งแต่อาหารเช้ายังไม่เรียบร้อยดี”

เดรโกมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าพลางคิดไปว่าจะมีผู้ชายคนไหนในโลกที่ไม่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในชีวิตของพวกเขา ถ้าเทียบกันระหว่างแอสเทอเรียกับแดปนีแม้ว่าทั้งคู่จะดูคล้ายกันมากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแดปนีนั้นเทียบชั้นกับน้องสาวไม่ได้เลย เส้นผมเป็นลอนของเธอมีสีที่ไม่เสมอกันทั้งหมดแต่นั่นทำให้เรือนผมของเธอดูพิเศษกว่าใครราวกับได้รับการทำสีด้วยเวทมนตร์อย่างดี เหมือนกับใบหน้าของเธอที่ผุดผ่องจนคุณอาจลืมหายใจ

แต่โชคร้ายที่ความงามพวกนั้นไม่อาจทำให้เดรโกรู้สึกอย่างที่เธออยากให้เขารู้สึกได้ กลับกันเขากลับทำเหมือนเธอเป็นแค่ผู้หญิงจืด ๆ ที่มีผิวขาวซีดเหมือนเอาสีขาวมาทาเท่านั้นเอง หรืออย่างดีก็อาจจะไม่แย่ขนาดนั้นอาจจะขาวซีดเหมือนกระดาษอะไรแบบนั้นแทน

แอสเทอเรียค่อย ๆ เยื้องย่างเข้ามาใกล้กับโต๊ะทำงานและวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา

“เอ่อ ขอบใจ” เดรโกตอบพร้อมความรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อถุงกระดาษตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนเธอกลายมาเป็นภรรยาของเขาแล้วในตอนนี้

แอสเทอเรียถอนหายใจอย่างผิดหวังเมื่อสายตาเหลือบมองไปยังถังขยะ “ฉันเห็นนะ” เสียงของเธอเบาลง “ฉันเข้าใจนะคะที่คุณต่อต้านการแต่งงาน เข้าใจว่าเราทั้งคู่ยังไม่รู้จักกันดี”

เดรโกปล่อยให้เธอพูดโดยไม่มีคำใดจากเขาดังขึ้นขัดจังหวะ

“แต่ขอร้องได้ไหมคะ คุณอย่าทำลายการแต่งงานนี้เลยนะ คุณพ่อและคุณแม่ของฉันต้องต่อสู้อย่างหนักกับสถานการณ์ในตอนนี้และฉันรู้สึกแย่มากจริง ๆ ถ้าหากมันจะมีปัญหาอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาให้เขาต้องรับมือ”

“การแต่งงานครั้งนี้จะช่วยทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายและพวกเขาจะได้ไม่ต้องเครียดกับเรื่องการเงินอีก” หญิงสาวยังคงกล่าวต่อ “ตอนแรกจะให้พี่สาวของฉันแต่งงานแต่ว่าเธอคบกับใครบางคนอยู่ จริง ๆ เขาไม่ค่อยเหมาะจะเป็นสามีของเธอหรอกอย่างน้อยก็ในสายตาพ่อกับแม่ แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่ยอมเลิกกับเขาน่ะค่ะ”

เดรโกตอบกลับด้วยเสียงถอนหายใจ “ผมจะไม่ทำเหมือนเรื่องนี้มันโอเคนะครับ และไม่ว่าอะไรจะขึ้นถ้ามันไม่โอเคก็ช่วยอย่าทำเหมือนมันโอเคด้วย ไม่ว่าผมจะทำอะไรอย่าบังคับกันถ้าเป็นแบบนั้นผมว่าทุกอย่างคงจะจบลงด้วยดี”

“นักข่าวอยู่รอบตัวเรานะ” แอสเทอเรียพูดต่อ ฟังดูเหมือนเธอมองข้ามเดรโกไปเรียบร้อยแล้ว “อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้เราสองคนจะต้องจัดการบริษัทแทนพ่อของพวกเราและเพื่อให้แน่ใจเรื่องสถานะการเงินบอกตรง ๆ นะคะพวกนั้นไม่มีทางปล่อยให้เราอยู่แบบเงียบ ๆ จนกว่าเราจะตาย เราหย่ากันไม่ได้ – ถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณหมายถึง มันไม่เวิร์คแน่ ๆ ค่ะ”

ดวงตาสีซีดจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างไม่เข้าใจ “ผมไม่เข้าใจ บริษัทของพ่อคุณไปได้สวยทำไมครอบครัวของคุณถึงมีปัญหาด้านการเงินได้”

“คุณยายทวดทิ้งหนี้กระทรวงเวทมนตร์ก้อนใหญ่เอาไว้โดยที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ทุกอย่างที่เรามีตอนนี้จะต้องถูกนำไปจ่ายหนี้นั่นหมายความว่าทุกอย่างที่เราสะสมไว้จะถูกใช้จนหมด” เสียงของเธอฟังดูไม่สู้ดี “เรายังคงมีเงินสนับสนุนอีกนิดหน่อยที่จะทำให้ผ่านปีนี้ไปได้และธุรกิจเองก็ไปได้สวยก็คงไม่ยากนักที่จะผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ดีพวกนักลงทุนกำลังสงสัยเรื่องครอบครัวที่กำลังจะล้มละลายและพวกเขากำลังจะถอนทุนซึ่งเข้าใจใช่ไหมคะว่าหากไม่มีนักลงทุนพวกเราก็อยู่ไม่ได้”

“แล้วทำไมเราถึงหย่ากันไม่ได้ พอเราหย่ากันเงินครึ่งหนึ่งมันจะเป็นของคุณแน่ ๆ อยู่แล้ว คุณเอาเงินพวกนั้นไปจ่ายหนี้แล้วก็วินทั้งสองฝ่าย”

แอสเทอเรียส่ายหน้า “มันก็จริงค่ะ แต่พ่อกับแม่จะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของพวกเราแปดเปื้อนไปด้วยคำว่าหย่าร้างแน่ ๆ”

เดรโกพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย “คุณไม่คิดว่านี่เป็นการเรียกร้องที่มากเกินไปหรือไง ?” เขาถามด้วยท่าทีที่ขึงขังมากขึ้น “ผมจะแต่งงานกับคุณเพราะเหตุผลที่ต้องยอมรับเลยว่าผมไม่สามารถต่อรองกับพ่อแม่ได้ และค่อนข้างเวทนาสถานการณ์ของพวกคุณในตอนนี้ด้วย แต่ผมจะไม่มีทางใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาณไปตลอดเพื่อรับผิดชอบหนี้สินของพวกคุณหรอกนะ”

“มันยากมากเลยเหรอคะที่คุณจะคิดว่าเราน่าจะอยู่ด้วยกันได้” เสียงของเธอแผ่วเบา “มีหลายคู่ที่ถูกคลุมถุงชนแต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็พบว่าสามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้”

“ขอโทษทีนะแอสเทอเรีย ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าต่อไปจะสามารถรักคุณได้ไหม บางทีถ้าเราพบกันในสถานการณ์ที่ปกติกว่านี้ผมคุณรู้สึกแย่กับคุณน้อยกว่านี้” เดรโกตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชา “และถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมขอกลับไปทำงานต่อ”

แอสเทอเรียพยักหน้าแต่ยังคงไม่จากไป เธอปลดกระเป๋าใบใหญ่ที่ข้างไหล่ก่อนจะเริ่มค้นหาอะไรบางอย่างภายในนั้นและในที่สุดก็ส่งกุญแจพวงหนึ่งให้กับเดรโก

“อะไร ?”

“พ่อแม่ของเราทั้งคู่คิดว่าเราควรย้ายไปอยู่ด้วยกัน” เธอตอบพร้อมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “มันจะได้ดูถูกต้องมากขึ้นรวมถึงจะได้เอื้อต่อเวลาที่เราจะต้องวางแผนงานแต่งงานร่วมกันด้วย นี่ที่อยู่นะ – มันเป็นแฟลตเล็ก ๆ ในลอนดอนไม่ใหญ่โตแต่ก็พออยู่ได้สำหรับสองคน”

กุญแจตรงหน้าทำให้เดรโกรู้สึกเหมือนหายนะนี่พ่อแม่ของเขากำลังทำให้เรื่องมันไปกันใหญ่ นี่เขาไม่คิดว่าจะต้องย้ายไปอยู่กับแอสเทอเรียจนกว่าจะใกล้วันแต่งงานด้วยซ้ำ “แล้วของ...”

“ย้ายเข้าเรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอตอบง่าย ๆ “รู้สึกว่าจะจัดบ้านเรียบร้อยแล้วด้วย พวกเขาคงจะตื่นเต้นกับเรื่องของเราน่าดู”

เดรโกซบหน้าลงกับฝ่ามือทันทีที่ได้ยินแบบนั้นมันเหมือนโลกทั้งใบเตรียมจะถล่มใส่เขา “รบกวนออกไปก่อน – ผมว่าผมมีเรื่องต้องคุยกับพ่อ”

แอสเทอเรียพยักหน้า “ไว้เจอกันที่บ้านนะคะ”

-

เดรโกพยายามยุ่งอยู่ที่ออฟฟิสให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเริ่มหาอะไรทำไปเรื่อยตั้งแต่จัดเอกสารที่วางรกอยู่บนโต๊ะมาเป็นเดือนไปจนถึงช่วยเพื่อนร่วมงานทำงานเอกสารง่าย ๆ หรือไม่ก็เรียงข้อมูลเท่าที่จะช่วยได้ เหตุผลที่คุณมัลฟอยเป็นแบบนี้ก็ง่ายมาก เขาเพียงแค่ไม่อยากกลับไปอยู่แฟลตร่วมกับแอสเทอเรียคู่มั่นหมาด ๆ ของเขาเท่านั้นเอง และไม่ต้องพูดถึงความกังวลที่วิ่งวนอยู่ในหัวว่าชีวิตหลังจากนี้เขาจะต้องอยู่กับเธอไปตลอดอีก ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติกแต่เขาก็รู้ว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือของเขากับใครสักคนที่เขารักมากกว่า ไม่ว่าแอสเทอเรียจะสวยแค่ไหนแต่มันก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นสำหรับการบังคับแต่งงาน

ชายหนุ่มดึงกุญแจออกจากกระเป๋าภายในเสื้อสูทและค่อย ๆ ไขประตูให้เปิดออก กลิ่นภายในแฟลตหอมประหลาดคงเป็นรสนิยมของผู้หญิงทั่วไปที่ชอบจุดเทียนหอมเอาไว้ภายในบ้าน ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วก่อนจะพบกับห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีทีวีจอกว้างอยู่บนผนังเหนือโต๊ะกาแฟที่ตั้งอยู่กลางห้อง ส่วนเฟอร์นิเจอร์เป็นโซฟาหนังสีดำสนิท

มีเสียงเพลงเบา ๆ ดังมาตามโถงทางเดินพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารที่นำพาเขาไปยังห้องครัวที่ออกจะกว้างเกินความจำเป็นไปเสียหน่อย

“กลับมาแล้วเหรอคะ ?” เสียงร้องเพลงเงียบลงและแทนด้วยเสียงของแอสเทอเรียที่เอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้ม

ความจริงคำว่า กลับมาแล้วเหรอคะ มันดูเหมือนเธอเป็นภรรยาเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเกินไป

“คุณแม่ของคุณสอนฉันทำเหล่านี้ค่ะ” เธอพูดขณะที่เคลื่อนข้อมือชี้ไปยังหม้อใบใหญ่ที่อยู่บนเตาอบ “คงเทียบไม่ได้กับที่คุณแม่ทำ แต่กลิ่นก็ดูน่าอร่อยนะคะ ฉันเลยคิดเอาเองว่าฉันน่าจะทำออกมาได้ดีพอสมควร”

เดรโกไม่ได้สนใจที่อีกฝ่ายพูดมากนักเขามองไปรอบครัวอย่างประหลาดใจ มันมีโต๊ะขนาดใหญ่ที่มุมห้องส่วนผนังถูกปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่งด้วยเคาท์เตอร์ ตรงกลางมีไอส์แลนด์เล็ก ๆ ประกอบไปด้วยเตาอบและพื้นที่อีกนิดหน่อยซึ่งแอสเทอเรียได้ใช้มันสำหรับหั่นพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโยนมันลงหม้อไป

เขาเดินออกจากห้องครัวไปยังโถงทางเดินที่นำไปสู่ประตูสามบาน เดรโกเปิดประตูบานแรกออกและพบกับเตียงหนึ่งและลิ้นชักว่างเปล่า – ดูแล้วคงเป็นห้องนอนแขก ส่วนประตูที่สองเป็นห้องน้ำที่พื้นที่มากเกินความจำเป็นเหมือนกับห้องครัวไม่มีผิด

ประตูสุดท้ายเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ – ใหญ่มาก ๆ ที่ตรงกลางมีเตียงคิงส์ไซส์ซึ่งเมื่อกะด้วยตาแล้วมันน่าจะใหญ่กว่าคิงส์ไซส์ด้วยซ้ำวางอยู่ ผ้าปูเตียงสีน้ำเงินเข้มดูสุภาพและหรูหราพร้อมกับกับหมอนจำนวนมากที่วางเรียงอยู่บนหัวเตียง มีตู้เสื้อผ้าสองตู้ที่มุมห้องซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับโต๊ะที่เขาไม่รู้จะใช้ทำอะไรที่อีกฝั่งของห้อง หน้าต่างทุกบานใช้ผ้าม่านยาวสีเดียวกับผ้าปูเตียง

สีหน้าของเดรโกไม่บ่งบอกอารมณ์อะไรขณะที่เขาเดินกลับไปยังห้องครัวและวางกุญแจไว้บนเคาท์เตอร์

“ไหนคุณบอกว่าแฟลตมันเล็ก” เขาถามพร้อมกับเอนตัวพิงเคาท์เตอร์

“ก็เล็กนะ” เธอตอบเรียบ ๆ

“อ้อ ลืมไป มันคงเล็กกว่าคฤหาสน์สามชั้นที่คุณอยู่มาทั้งชีวิตมาก” ดวงตาสีซีดกลอกเล็กน้อยขณะที่เจ้าตัวพูด “ผมจะนอนที่ห้องนอนแขกแล้วกัน”

แอสเทอเรียวางสปาทูล่าที่เธอถือเอาไว้พร้อมกับเบาไฟเตาอบแล้วจึงหันมามองเขา “เดรโก คุณไม่คิดว่าเราควรจะลองไปด้วยกันเหรอค ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังมากกว่าจะเข้าใจได้ว่าประโยคของคนตรงหน้าหมายความไปในทิศทางใด “แค่ลองเผื่อว่ามันจะเวิร์ค ? ถ้าหากเราไม่พยายามแน่นอนว่าเราจะต้องทุกข์ทนกันทั้งคู่ในตอนสุดท้าย”

“ผมไม่ได้พูดว่าจะไม่ทำ” เดรโกเริ่มหงุดหงิดในใจ “แต่สำหรับตอนนี้นี่มันมากเกินกว่าที่ผมจะรับไหวนะ”

 วันเวลายังคงเดินหน้าไปเรื่อย ๆ พร้อมกับความน่ารำคาญของแอสเทอเรียที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีทางทีว่าจะหยุด ไม่มีคืนไหนที่เดรโกไม่ถูกเธอเข้ามาก่อกวนด้วยการพูดเรื่องความพยายามในความสัมพันธ์ซ้ำไปมา และทุกคืนเขาก็ต้องพยายามที่จะไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดโดยเฉพาะเวลาอาหารค่ำ เดรโกกลายเป็นคนทำงานล่วงเวลาหลังจากนั้นในแต่ละคืนมันจะจบลงตรงที่เขาออกจากออฟฟิสตอนห้าทุ่มครึ่ง

พ่อแม่ของเขายังคงยืนกรานเหมือนกับแอสเทอเรีย แม่ของเขาและมิสซิสกรีนกราสยุ่งอยู่กับวางแผนงานแต่งงานในทุกระเบียดนิ้วอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีว่าจะล้มเลิกความคิดง่าย ๆ งานแต่งงานในอุดมคติของแม่มดวัยกลางคนดูจะหรูหราเสียจนน่าเป็นห่วงเรื่องการเงิน แต่แน่นอนว่าไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นพวกเธอเอาแต่ถกเถียงกันเรื่องโทนสีของงาน ดอกไม้ อาหาร และชุดของแอสเทอเรียที่ตอนนี้ก็มากกว่า 3 ชุดไปแล้ว

ส่วนพวกสื่อก็ยังคงไม่หยุดคุกคาม พวกเขาติดตามเดรโกและแอสเทอเรียไปทุกหนทุกแห่ง ในขณะที่เดรโกดูจะไม่ชอบการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสื่อแต่แอสเทอเรียกลับแตกต่างออกไป เธอดูจะไม่มีปัญหาอะไรกับการพยายามประกาศเรื่องความสัมพันธ์ออกสู่สาธารณะและตอบคำถาม ส่วนใหญ่คำตอบพวกนั้นก็เป็นเรื่องโกหกส่วนที่เหลือเป็นสิ่งที่เธอคาดหวังให้เป็น

เรื่องน่ากลัวตอนนี้ก็คือทั้งที่นี่คือการงานแต่งของเขาแต่เขากลับไม่สามารถมีบทบาทในการตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ยิ่งไปกว่าเรื่องการตัดสินใจก็คือนี่อาจจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นงานแต่งเพราะมันคือการที่พ่อแม่ของเขาบังคับให้เขาเสียสละชีวิตของเขาเพื่อคนอื่น เขาไม่ต้องการอยู่ในแฟลตหลังนี้กับแอสเทอเรีย เขาไม่ต้องการแต่งงานกับใครสักคนที่เขายังไม่รู้จักดี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขายังไม่อยากแต่งงานตอนที่ยังอายุน้อยขนาดนี้

“กลับบ้านช้านะคะ” แอสเทอเรียพูดพร้อมใบหน้าเรียบตึง เธอนั่งหลังตรงอยู่ที่ห้องนั่งเล่นขณะที่เดรโกเปิดประตูเข้ามา “คุณพ่อของคุณบอกว่าคุณออกจากออฟฟิสตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว”

เดรโกวางกุญแจลงบนโต๊ะและถอดเสื้อคลุมออก “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อย” เขาโกหก ก่อนหน้านี้เขาเหนื่อยกับงานมากและยังไม่ต้องการกลับมาเจอเรื่องจุกจิกของแอสเทอเรียที่บ้านเขาจึงออกไปกับเบลสและแพนซี่เพื่อผ่อนคลายสมอง

“นี่คุณลืมแล้วใช่ไหมคะว่าเราต้องทำอะไรกันในคืนนี้ ?” แอสเทอเรียถามพร้อมกับเดินมาตรงหน้าเขา นี่ทำให้เขาได้สังเกตเห็นว่าเธออยู่ในชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินเข้มซึ่งยิ่งทำให้เธอดูสง่ามากขึ้นไปอีกเมื่อใส่ร่วมกันกับรองเท้าส้นสูงสีดำสนิท เส้นผมสีบลอนด์ของเธอทิ้งตัวเป็นเกลียวอ่อนรับกับการแต่งหน้าอ่อน ๆ – น่าประหลาดใจมากที่แม้กระทั่งชุดไม่ได้หรูหรามากนักและยังแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยแต่หญิงสาวตรงหน้าก็ยังคงดูสวยอย่างไม่น่าเชื่อ “เรามีงานหมั้นกันคืนนี้นะคะเดรโก แขกทุกคนอยู่ที่งานแล้ว”

เดรโกลอบถอนหายใจขณะที่เดินเข้าไปยังห้องนอนโดยไม่ได้สนใจเสียงที่ตามมา เขาผูกไทและเหวี่ยงทักซิโด้คลุมไหล่เอาไว้ก่อนจะสอดเท้าเข้าไปในรองเท้าหนังสีดำ ดูจากระยะเวลาการแต่งตัวแล้วก็พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานสักเท่าไหร่นัก

แอสเทอเรียเดินตรงเข้ามาหาเดรโกอย่างร้อนใจและพยายามจะจัดไทให้เขาใหม่ เดรโกอยากปฏิเสธด้วยการดันมือเธอออกอย่างเบามือแต่เขาก็รู้ดีว่ามันคงจะดีกว่าถ้าหากพวกเขาเลี่ยงการขัดแย้งตอนนี้

“สายมาเป็นชั่วโมงแล้วค่ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ขนาดคุณพ่อของคุณยังออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเลย” เธอจัดไทให้เรียบร้อยก่อนจะเอาใส่ไว้ในแจ็คเก็ตและลูบให้เรียบ

“อย่าชวนทะเลาะได้มั้ย” เดรโกพูดด้วยเสียงขุ่นขณะที่ตั้งแขนให้เธอคล้อง “วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว”

เธอพ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจเช่นกัน “เดรโกคะ บางทีถ้าคุณตั้งใจจะพยายามกับเรื่องของเรามากกว่านี้ฉันก็คงไม่ต้องออกปากพูดอยู่ตลอดแบบนี้หรอกค่ะ” ฟังดูก็รู้ว่าเธอโมโห “ไม่คิดบางเหรอคะว่าสำหรับฉันเองมันก็ยากมากเหมือนกัน ? คิดว่าฉันอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคนที่ดูจะไม่เต็มใจกับการมีอยู่ของฉันงั้นเหรอ ? ก็ไม่ ฉันไม่ชอบเลย และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงขี้บ่นแบบนี้ เข้าใจไหมคะ เดรโก”

“ตามตรงนะแอสเทอเรีย” เสียงและใบหน้าของเดรโกเหมือนเขากำลังกินของขม “หลังจากเราอยู่ด้วยกันมานี้ ผมก็ไม่แน่ใจแล้วว่าผมยังอยากจะพยายามอยู่มั้ย” เขาโต้ “ผมยังไม่อยากมีชีวิตแต่งงาน”

แอสเทอเรียช้อนตามองเขาอย่างตกใจ เธอจับแขนของเดรโกเอาไว้แน่น

“เพราะฉะนั้นช่างมันไปบ้างเถอะ” เดรโกพูดก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไปยังคฤหาสน์มัลฟอย

ที่คฤหาสน์พวกเขาได้รับการทักทายจากคนจำนวนมหาศาลที่บางคนก็ไม่คุ้นตาพวกเขาเลยแม้แต่น้อย แต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่เพียงแต่ตอบกลับด้วยท่าทางสุภาพและทำเหมือนรู้จักแขกทุกคนเป็นอย่างดี

แอสเทียเรียคล้องแขนเดรโกเอาไว้ไม่ยอมปล่อยด้วยสองเหตุผลก็คือ ให้แน่ใจว่าเขาจะไม่หายไป และให้ทุกคนคิดว่าพวกเขารักกันเสียเต็มประดา

“สายนะ” นาร์ซิสซาบ่นรอดไรฟันเมื่อเห็นทั้งคู่มาถึง “จำไม่ได้หรือไงว่าควรออกจากที่ทำงานก่อนเวลา ?”

“ขอโทษครับแม่ ลืมสนิท” เดรโกตอบ น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชาอย่างปิดไม่มิด

“เอาเถอะ นาร์ซิสซา” ลูเซียสพูดขึ้นก่อนภรรยาจะตะคอกใส่ลูกชาย “ทุกคนพร้อมแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปได้สวย ไม่มีอะไรต้องอารมณ์เสียนี่” เขาลูบไหล่ภรรยาเบา ๆ

“เดรโก ทำตัวดี ๆ” เขากระซิบเดรโกอย่างมาดร้าย “แม่ของลูกหัวเสียมากก่อนลูกจะมาถึง ถ้ายังสร้างปัญหามากกว่านี้เธออาจจะหัวใจวายได้”

“ครับ” เขาขบกรามแน่น

สำหรับเดรโกแล้วปาร์ตี้อะไรนี่แสนน่าเบื่อทั้งที่ทุกคนดูจะมีความสุขไปกับมัน แอสเทียและเดรโกต้องถูกถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก เขาจะต้องคิดท่าทางและต้องทำเหมือนมีความสุขทั้งที่จริงแล้วเขาพบว่าการมีแอสเทอเรียห้อยอยู่ที่แขนไปมามันโคตรน่ารำคาญ แต่นั่นก็ดีตรงที่เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องตอบคำถามเกี่ยวกับงานหมั้นคนที่ตอบกลับเป็นเธอแทน

“คุณดูไม่มีความสุขเลย” แอสเทอเรียตั้งข้อสังเกตเมื่อพวกเขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ

เดรโกละสายตาจากเธอเหมือนเด็ก ๆ ที่กำลังฉุนเฉียว “ก็เพราะไม่ไง” เขาตอบเสียงแข็ง “ผมว่าผมชัดเจนไปหมดแล้วนะ”

แอสเทอเรียจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีเอเมอรัลด์อ่อนที่กำลังลุกโชน “นั่นไม่ใช่คำถามค่ะ และคุณควรจะมีความสุขนะ เดรโก” เธอยื่นคำขาด “คุณไม่มีสิทธิ์ทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกแบบนี้ คนอื่น ๆ เข้าใจว่าเรารักกันแต่ดูคุณสิ – เหมือนไม่อยากจะยืนข้างฉันด้วยซ้ำ”

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่ของคุณควรที่จะเลือกคนที่จะมาเป็นสามีของคุณอย่างตั้งใจกว่านี้” เขาตะคอก

“พวกเขาไม่ได้เลือก” แอสเทอเรียรีบสวนกลับ “ฉันเลือกคุณค่ะ”

“อะไร ?” เขาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณเลือกผม ?”

“จากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ทั้งหมด ฉันคิดว่าคุณน่าจะให้ความร่วมมือได้ดีที่สุด” แอสเทอเรียบอกคู่หมั้น “แต่เห็นได้ชัดว่าฉันคิดผิด”

เดรโกจ้องเขม็ง “ชัดเจนอย่างนั้น” เขาตะคอกด้วยความหงุดหงิด

 แอสเทอเรียระบายความโมโหด้วยการถอนหายใจหนัก ๆ “เดรโก ขอร้องเถอะค่ะ” เธอพยายามควบคุมโทนเสียงให้เป็นปกติที่สุด “แค่พยายามหน่อย เราจะไปกันไม่รอดถ้าคุณไม่พยายามเอาซะบ้าง”

เขาส่ายหน้าพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากมาโดยที่ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่เบื้องหลัง เขาเดินผ่านแขกเหรื่อหลายคนแต่เดรโกไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขารีบออกจากคฤหาสน์พร้อมความรู้สึกโมโหจนหัวใจแทบจะลุกเป็นไฟ รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ที่ลอนดอนเสียแล้ว

เดรโกพบว่ามันเป็นถนนหน้าแฟลตเก่าของเขาและไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำเขาเดินตามถนนไปเรื่อยเพื่อหาที่หลบ หิมะกำลังตกเป็นละอองมันคงตกมานานสักพักแล้วจนทำให้ท้องถนนปกคลุมไปด้วยสีขาว เขาไม่รู้ว่ากำลังจะเดินไปที่ไหนแต่แน่ใจได้ว่าตอนนี้เขายังไม่อยากเจอใครทั้งนั้น เดรโกเลี้ยวตรงหัวมุมและพบกับร้านอาหารเล็ก ๆ ที่สุดถนน

เขาเข้ามาภายในร้านและพาตัวเองเข้าไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ จากนั้นพนักงานเสิร์ฟก็รีบตรงเข้ามาบริการ

“กาแฟ 1 แก้ว เพิ่มครีม”

“รอเดี๋ยวเดียวที่รัก” พนักงานเสิร์ฟผมแดงดูเหมือนจะอายุสี่สิบต้น ๆ ไม่ก็ปลายสามสิบหายไปหลังร้านก่อนจะกลับมาพร้อมกาแฟแก้วใหญ่บนจานรองขนาดใหญ่ “ขอให้อร่อย” แล้วจากไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ขอบใจ” เดรโกตอบเสียงเรียบก่อนจะนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นร่วมสิบนาทีอย่างหงุดหงิด เขาเอาแต่เรื่องแอสเทอเรีย เรื่องคลุมถุงชน เรื่องประสาทของพ่อแม่ และเรื่องชีวิตของเขาที่กำลังจะรวนไปตลอดกาล

เขานั่งอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น

“เอ่อ โทษนะนั่นใช่... เอ่อ เดรโก มัลฟอย รึเปล่า” เขามองขึ้นไปตามเสียงก่อนจะพบว่าน่าตกใจมากที่ตรงหน้าเป็นคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะได้เจอ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งภายในบูธเดียวกับเขาและวางหนังสือเล่มหนาไว้บนโต๊ะ “แปลกใจมากเลยที่เจอนายอยู่แถวนี้ – ด้วยชุดแบบนี้น่ะ” เธอว่าพลางเลิกคิ้วมองชุดของเขา

ดวงตาของเดรโกตรึงอยู่กับใบหน้าของเธออยู่พักใหญ่ขณะที่ความเฟลทั้งหมดดูเหมือนจะเลือนหายไป เวลาผ่านไปพักใหญ่เขาก็รู้สึกตัวได้ว่ากำลังจ้องมองคนตรงหน้านานเกินไปนั่นทำให้ดวงตาสีซีดรีบเลื่อนมองออกไปนอกหน้าต่างแทน

“เธอมาทำอะไรที่นี่ เกรนเจอร์” เขาถามและพยายามให้ไม่เสียงดูสนอกสนใจมากจนเกินไป

เขาเห็นเธอยักไหล่จากหางตา “ฉันชอบที่เงียบ ๆ น่ะ” เธอว่า ลักษณะการพูดตอนนี้อย่างกับพวกเขาเป็นเพื่อนกันมาตลอดชีวิตเหมือนกับไม่มีช่องว่าง 2 ปีระหว่างตอนเรียนกับตอนนี้

“งั้นก็ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้มีจุดประสงค์จะมาที่นี่เพื่อคุยกับฉัน” เดรโกโต้ “แล้วมาคุยกับฉันทำไม”

เธอขมวดคิ้ว “ก็คืออยากให้ฉันออกไป ?” เธอถาม

“ใช่ อันที่จริงก็แบบนั้นแหละ” เขาตะคอกด้วยท่าทางไม่มีมารยาท ก็ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยจำได้ว่าจะมีครั้งไหนที่เขาไม่หยาบคายกับเกรนเจอร์ จริง ๆ แล้วก็คือความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มีแบบเดียว ก็คือแบบนี้ “ยังไม่ไปอีก” เขาว่าต่อเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ขยับ

“ฉันเห็นข่าว” เธอเกริ่นเหมือนไม่ได้ยินเดรโกพูด

“บทความน่าสนใจมากล่ะสิ” เขาทำหน้าบึ้ง เอาจริงสิ่งที่น่าเบื่อกว่าเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ก็คือพวกบทความที่เธอกำลังจะพูดถึงนั่นแหละ

“แอสเทอเรียน่ารักมาก” เธอบอกด้วยท่าทางที่พยายามจะให้เขาใจเย็น “พวกนายเหมาะสมกันดีนะ”

“หุบปากไปเลยเกรนเจอร์” เดรโกตะคอกอีก “ฉันไม่แคร์หรอกว่าผู้หญิงคนไหนจะสวยหรือไม่สวยแค่ไหน”

เฮอร์ไมโอนี่บึนปากประชดประชันซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการพยายามฝืนไม่ยิ้มมากกว่า “ไม่แคร์จริงเหรอ รวมถึงการที่ฉันเป็นเลือดสีโคลนด้วยรึเปล่า ?” เธอถามพร้อมกับรอยยิ้มหยันบนริมฝีปากแดง

“โธ่เอ้ย ไม่เอาน่าเดรโก” เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นอีกเมื่อเห็นสีหน้าของคนตรงหน้า “นายหมั้นแล้วนะ นี่ไม่เห็นสมกับการที่นายได้ฟังฉันชมคู่หมั้นของนายเลยอ่ะ”

“เดี๋ยวนะ” เธอหรี่เสียงลงเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ “ไม่ใช่ว่าข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย ? ที่ว่าทุกอย่างคือการคลุมถุงชน”

เดรโกพยักหน้าในที่สุด จู่ ๆ เขาก็ละทิ้งอีโก้ของเขาและมองเธอใหม่อีกครั้งนั่นทำให้เขาได้เห็นเธออย่างชัดเจน เส้นผมสีน้ำตาลของเธอถูกเกล้าเอาไว้เป็นมวยลวก ๆ มีปอยผมหลายปอยระใบหน้า แว่นตากรอบดำหนาเป็นเครื่องกำบังดวงตาสีน้ำผึ้งของเธอเอาไว้ ดูแล้วเฮอร์ไมโอนี่ออกจะเซอร์เหลือเกินสำหรับเขาแต่ช่วยไม่ได้ที่พอเขามองซ้ำอีกที, สองที, สามที รวม ๆ แล้วเธอกลับดู... น่าจะเรียกได้ว่าสวยในแบบของเธอ หรือถ้าจะให้พูดมากกว่านั้นเขาก็รู้สึกว่าบางทีแบบนี้กลับดูสวยกว่าแอสเทอเรียเสียอีก

“เธอมาทำอะไรที่นี่ ?” เขาถามอีกครั้งจนดูอยากรู้อยากเห็นเหลือเกิน “มาหาที่หลบหรือไง ?” เขามองไปที่หนังสือของเธอบนโต๊ะ

เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับพยักหน้าและใช้นิ้วไล้ไปที่หนังสือ “โลกของฉันวุ่นวายมาก ฉันอยากหนีออกมา” น้ำเสียงของเธอฟังดูหยันในตัวเล็กน้อยซึ่งเดรโกรู้ได้ว่าเธอหมายถึงอะไรร

เขาหัวเราะอย่างขมๆ “ฉันก็อยากทำงั้นเหมือนกัน” เขาสารภาพออกมา ดูเหมือนเขาจะลดทิฐิระหว่างกันลงบ้างแล้ว

“แหงสิ” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า “นายโดนสื่อตามเป็นพรวน ตามไปทุกที่ หมดความเป็นส่วนตัวอย่างสิ้นเชิงขนาดนั้น ว่าแต่ตอนนี้นายควรจะอยู่ที่งานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ ?”

เธอมองหน้าเขาอย่างระวัง “งานหมั้นจะเป็นยังไงถ้าเจ้าบ่าวไม่อยู่ตรงนั้น ?”

คำว่าเจ้าบ่าวทำให้เขาหน้าบูดลงอย่างเห็นได้ชัด “พวกเขาจัดการทุกอย่างได้โดยไม่มีฉันอยู่แล้ว นั่นมันงานเลี้ยงของพวกกรีนกราส เอาจริง ๆ ฉันคิดว่าพ่อกับแม่แค่อยากจะหวนกลับสู่สังคมเลือดบริสุทธิ์อย่างสง่างาม แต่มันโคตรจะไร้สาระเลยเพราะถ้าเธอถามฉัน ฉันก็จะบอกว่าฉันไม่รู้จักคนกว่าครึ่งหนึ่งในงานนั่นน่ะ”

“นั่นมันก็ชีวิตแบบพวกเลือดบริสุทธิ์ไม่ใช่เหรอ ?” เธอถามขณะที่โน้มตัวเข้ามาที่โต๊ะ “งานเลี้ยงที่นายไม่รู้จักใคร แต่นายก็ยังต้องแกล้งทำเหมือนว่ารู้จัก และงานหมั้นที่นายโดนบังคับให้ทำตามแค่เพียงเพราะนายไม่มีกล้าพอที่จะต่อต้านพ่อแม่หรือแม้แต่นามสกุลของตัวเอง”

เดรโกเหลือบมองเธออย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง “ฉันพูดถูกมั้ย” เธอถามพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเธอ

“ว่าอย่างนั้นก็ได้” เขาตอบพร้อมกับหลบสายตาจากเธอ

เขาหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะหันกลับมาที่เธอ “เธอก็ยังเป็นเลือดสีโคลนที่รู้ดีไปหมดเหมือนเดิมเลย”

เฮอร์ไมโอนี่ยกยิ้ม “นายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเหมือนกัน”

“ฉันคือมัลฟอยไง เกรนเจอร์” เดรโกเตือนความจำ “เธอคาดหวังอะไรล่ะ”

“ก็คาดหวังว่านายจะอยู่บ้านของนายตอนนี้ กับคู่หมั้นของนายไง” เธอบอกพร้อมกับเอียงคอ “แล้วเป็นไงล่ะความรู้สึกของการมีคู่หมั้น ? สนุกเนอะฉันว่า”

เขาทำหน้าบึ้งเพราะรู้ว่าเธอกำลังพยายามยวนเขา “ฉันควรรู้สึกยังไงกับการหมั้นหมายกับผู้หญิงที่น่ารำคาญและน่ารังเกียจที่สุดในโลกล่ะ ?” เขาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “โคตรพัง”

“โอ้ย ใจเย็นนน” เธอกลอกตา “แอสเทอเรียจะแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ เธอเรียนจบด้วยเกียรตินิยมเลยนะ แถมยังสวยมาก – นายปฏิเสธไม่ได้แน่ – และฉันคิดว่าบางทีเธออาจจะเป็นคนเดียวที่เหมาะจะเป็นเลดี้ มัลฟอย”

“งั้นเธอก็ไปแต่งงานกับแอสเทอเรียเสียสิ” เดรโกขัดคออย่างหงุดหงิด

เฮอร์ไมโอนี่แกล้งทำเหมือนโมโห “โอ้โห งอนนะเนี่ย” ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นล้อเล่น “ร่าเริงหน่อย การแต่งงานไม่น่าจะแย่ขนาดนั้นหรอก”

“เธอรู้ดีว่างั้น ?” เขาเลิกคิ้วถาม และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าเขาอยากรู้เหลือเกินว่าตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมาชีวิตของผู้หญิงตรงหน้าเป็นยังไง

เธอส่ายหัวก่อนจะชูมือข้างซ้ายขึ้นมา “ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสดใส “ฉันไม่ได้อยากจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ ชีวิต ณ ตอนนี้ยังมีเรื่องตื่นเต้นให้ทำมากเกินไป และอีกอย่างฉันเพิ่งจะ 19 เองเมอร์ลิน”

เดรโกรู้สึกได้ว่าเขาใช้เวลาอยู่ที่ร้านนี้นานจนเกินไปแล้ว เขาลุกขึ้นก่อนจะหยิบเงินปอนด์ออกมาจำนวนหนึ่งและโยนลงบนโต๊ะ “คุยกับเธอก็สนุกดีแต่ฉันต้องไปแล้ว”

เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นบ้างพร้อมกับสีหน้าทะเล้น

“จะออกตามไปอีกหรือไง” เขาพูดขึ้นทันที

เธอส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ฉันกำลังจะออกไปอยู่แล้วตอนที่เจอนาย – ไว้เจอกันใหม่นะ เดรโก” เฮอร์ไมโอนี่โบกมือก่อนจะหยิบข้าวของออกจากร้านไป

หลังจากได้ยินชื่อต้นของเขาออกมาจากปากของเธอเขาก็เหมือนโดนแช่แข็งเอาไว้ตรงนั้น หลังจากต่อสู้กับความเบลอของตัวเองได้เขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถกลั้นยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากได้แม้แต่น้อย จนในที่สุดก็ตัดสินใจเดินออกจากร้านอาหาร

ทันทีที่เขาผลักประตูให้เปิดออกนักข่าวและตากล้องจำนวนมากก็จู่โจมเข้ามาโดยไม่เปิดทางให้เขาหนีได้เลย พวกเขาตะโกนเสียงดังพยายามขอร้องให้เดรโกตอบคำถาม ดวงตาของเขาพร่าลายไปกับแสงแฟลชที่สาดเข้ามาจากทุกหนทุกแห่งก่อนจะรู้สึกโมโหขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่าพวกนักข่าวจะต้องตามเข้ามาตั้งแต่ตอนที่ออกจากคฤหาสน์

เธอเป็นใครน่ะ ?เขาได้ยินเสียงหนึ่งในนักข่าวตะโกนขึ้นมาก่อนจะพบว่าเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา เธอหันมามองด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ เฮอร์ไมโอนี่มีการรับมือกับสื่อได้ดีพอสมควรหลังจากที่เธอเคยตกเป็นข่าวใหญ่ตอนทำเรื่องบ้าบิ่นที่ฮอกวอตส์ปีนั้น

พวกเขายืนอยู่ที่หน้าร้านอาหาร มึน และพูดไม่ออก ตากล้องยังคงอาศัยจังหวะนี้รัวชัตเตอร์ไม่หยุดเพื่อให้ได้รูปคู่ของพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปากกาจดทันใจของนักข่าวลอยอยู่ในอากาศเพื่อจดให้ทันทุกคำถามที่ถูกยิงออกมา

“นั่นเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์หรือเปล่า ?”

“ทำไมถึงมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ?”

“ทำไมคุณถึงออกมาจากงานหมั้น ?”

“ข่าวลือเป็นจริงใช่มั้ย ? คุณรักแอสเทอเรียหรอืเปล่า หรือมันเป็นแค่แผนการปกปิดสถานการณ์ด้านการเงินของตระกูลกรีนกราส ?”

“พวกคุณมีความสัมพันธ์แบบไหน ? ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นเธอมาก่อน ?”

เฮอร์ไมโอนี่หันไปทำหน้าบึ้งใส่เดรโกทันที นี่เขาทำให้เธอต้องเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายของเขาจนได้ แม้ว่าอันที่จริงแล้วเธอจะค่อนข้างแคร์สถานการณ์ความเป็นไปของเขาแต่มันก็ไม่รวมการที่เธอต้องถูกลากเข้ามาเกี่ยว

ขณะที่สถานการณ์เป็นไปอย่างชุลมุนเดรโกที่ยังคงเงียบก็ได้ไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมาโดยไม่ทันคาดคิด มันออกจะเสี่ยงไปเสียหน่อย รวมถึงข้ามขอบเขตข้อจำกัดทุกอย่างที่เขาจะคาดคิดได้ทั้งหมดด้วย แต่อย่างไรก็ดีเพราะสถานการณ์ระหว่างเขากับแอสเทอเรียตอนนี้มันทำให้เขาไม่มีทางเลือกมากนักและยิ่งเมื่อเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้านักข่าวจำนวนมากขนาดนี้ เขายิ่งต้องรีบตัดสินใจโดยเร็ว ไม่มีเวลามากเมื่อนักข่าวเริ่มวุ่นวายมากขึ้นจนเฮอร์ไมโอนี่ใกล้จะหัวเสีย เดรโกจึงต้องละทิ้งทุกเหตุผลที่จำเป็นต้องคิดและเริ่มทำตามแผนการเสียตอนนี้

มันเห็นแก่ตัวมาก แต่เขาหมดหนทางแล้วจริง ๆ

เขาหันไปยังเฮอร์ไมโอนี่ด้วยความหวังล้นปรี่ เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าเขาด้วยดวงตาโตที่แสดงความสับสนอย่างเปิดเผย ก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าเธอจะผลักไสเขาออกมาแต่ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาค่อย ๆ ก้มลงและกระซิบข้างหูของเธอ “ขอร้อง ช่วยเล่นตามฉันที” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำหรือคิดอะไร ฝ่ามือของเขาก็เลื่อนขึ้นมาประคองต้นคอของเธอเอาไว้และวินาทีถัดจากนั้นก่อนที่สมองจะทันได้สั่งการเขาก็ดึงเธอเข้าไปและประทับจูบลงที่ริมฝีปาก

ความโกลาหลของนักข่าวยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น พวกเขาส่งเสียง ตะโกนตั้งคำถามโหวกเหวก เสียงแฟลชดังรัวเหมือนอยู่ลานประลองคาถาพวกเขากดชัตเตอร์รัวยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิตการเป็นตากล้องเพื่อให้ได้ทุกจังหวะของพวกเขา

เดรโกสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นแรงอยู่ในอก เขาขยับริมฝีปากไล้เล็มไปพร้อมกับความรู้สึกผิดและหวังว่าเธอจะเข้าใจการกระทำของเขา ในที่สุดเขาก็ถอนจูบและหันไปมองสื่อ เขาไม่สามารถมองหน้าเธอได้ – โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้ทำสิ่งนั้นลงไป

“งานหมั้นของผมกับแอสเทอเรีย กรีนกราสเป็นอันยกเลิกครับ” เขาพูด “แอสเทอเรียและผมถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อช่วยครอบครัวของเธอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากจะเปิดเผย แต่ว่าไม่ว่ายังไงสุดท้ายผมก็ทิ้งงานหมั้นเพื่อมาขอผู้หญิงคนนี้แต่งงาน – แฟนเก่าของผมครับ” เดรโกโอบเอวของเฮอร์ไมโอนี่และกระชับให้เข้ามาใกล้ “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ผมแน่ใจว่าทุกคนคงจะคุ้นเคยกับเธอดี”

เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าเดรโกด้วยประกายความโกรธในดวงตา

“ขอโทษจริงๆ เกรนเจอร์” เขาเบี่ยงตัวกระซิบที่หูของเธอ “ฉันเสียใจจริงๆ แต่ขอร้อง ช่วยฉันด้วย”

“คุณเกรนเจอร์ นี่มันเรื่องจริงเหรอ ? คุณหมั้นกับเดรโก มัลฟอยแล้ว ?” นักข่าวผมบลอนด์ตะโกนถามสุดเสียง

เฮอร์ไมโอนี่จ้องตาเดรโกอย่างลังเลก่อนจะรีบหันไปยังนักข่าว ก่อนจะสูดหายใจเพื่อตั้งสติเตรียมรับในสิ่งที่เธอจะต้องเจอ “ค่ะ” เธอพูดขึ้นในที่สุดพร้อมรอยยิ้ม “เป็นความจริง”

แม้ว่าจะกำลังพูดอยู่แต่เธอก็ไม่ได้ละสายตาจากเดรโกเลยสักนิด

“ฉันหมั้นกับเดรโก มัลฟอยแล้ว”


- - -

tbc

- - -


สวัสดีค่า ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพแล้ว ตั้งใจว่าปีนี้จะอัพฟิคให้ได้เยอะๆ ชดเชยที่ปีที่แล้วแทบจะไม่ได้อัพเลย

ยังไงก็หวังว่าจะชอบกันนะคะ เรื่องสำนวนชอบไม่ชอบ รู้สึกแปลกหรือยังไงเม้นคุยกันได้นะคะ

ไม่ได้เขียนนานไม่ค่อยแน่ใจในสำนวนอยู่เหมือนกัน แง


ทวีตอย่าลืมติดแท็ก #contoursDMHG นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

298 ความคิดเห็น

  1. #291 yonoop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 21:21

    เฮอร์เป็นงง อยู่ๆก็หมั้นกัน

    #291
    0
  2. #286 flannies11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 02:17
    สุดปัง.
    #286
    0
  3. #281 nameQwQ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 19:57

    โอ้ พระเจ้า ช็อคมากแม่

    #281
    0
  4. #271 emmusic (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 14:24
    แม่ค๊าาา เฮอร์มาแล้วค๊าาาา
    #271
    0
  5. #264 zizoozaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:35
    อยากจะแหมมมมมม ยาวๆให้ถึงดาวพลูโต อิเดรกแกจูบเฮอร์มี่ของผมแบบนี้ได้ไง
    #264
    0
  6. #243 toffyqueen-1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:44

    ภาษของไรท์ให้ความรู้สึกคุ้นเคยมาก คาร์แรคเตอร์ของเดรโกเองก็ชัดมาก แสนสุภาพ กู้ดบอยของมัลฟอยแฟมิลี่ ;---; /หวีด/ ตัวคำบรรยายทำให้เห็นภาพเป็นฉากๆ เหมือนดูภาพยนตร์อยู่เลย ขำความรู้สึกในใจเดรโกที่แสนจะต่อต้าน 5555 ดูเหมือนภรรยามากไปแล้ว (ไม่ชอบใจร่ะสิ อยากให้เป็นใครกันน้า) แอบมองเค้าซ้ำสองสามทีเลย แหม 5555 อยากจะแหมยาวๆ เลยค่ะ คนเราเนี่ยน้า

    ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เดรโก ขอร้อง5555555 แง้ ต้องโดนโกรธเกรี้ยวแน่ๆ อยู่ๆ มามัดมือชกกันแบบนี้ อั่ยคนไม่ดี

    #243
    0
  7. #229 piinkhyun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:24
    อมกกกก
    #229
    0
  8. #222 Tarantallegra (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:27

    เดรโก มัลฟอยผู้หยิ่งทระนงในสยเลือดบริสุทธิ์จูบเลือดสีโคลน โอ้ หม่ายยย ก้อดดดดดดดดด

    #222
    0
  9. #187 Nim_kotchakon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 21:00
    หมอนชั้นจะขาดไหมนี่
    #187
    0
  10. #153 supernovas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:02
    แอสน่ารำคาญอ่ะ มาเลือกเดรคแล้วยังไม่เห็นใจอีก

    ดีมากหนูเฮิร์ม!!! เอาไป 10 10
    #153
    0
  11. #150 DaizyDuck (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 11:45
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเกลียดแอสทอเรีย เจอกันครั้วแรกก็จูบเฮอร์เลยนะเดรก
    #150
    0
  12. #86 Ororite (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 13:16
    ยาวจุใจดีจริงๆ
    #86
    0
  13. #54 benzz2121 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:18
    ชอบบบบบบบบมากกกกกกก
    #54
    0
  14. #49 kynpsw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 14:06

    โอเค เกลียดแอสแล้ว

    ยินดีด้วย คุณไม่ได้ไปต่อออ55555

    #49
    0
  15. #46 9090765 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:34
    ชอบบบบบบ แง้ รอนะคะะ
    #46
    0
  16. #45 proudzaza-lovely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 09:51
    กรี๊ดดดดด ฮืออออ ชอบมากๆเลยค่ะ แงง เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #45
    0
  17. #44 Aum110440 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 08:24

    เจอรั้งเดียวรุกเลยเหรอเนี่ยยย
    #44
    0
  18. #43 Wisteriaploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 07:27
    หื้อ >< แค่เจอกันครั้งแรกก็โอ้โหวว //-//
    #43
    0
  19. #42 2477 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 06:42
    เค้าเจอกันแล้ว แถมจูบด้วยย
    #42
    0
  20. #41 kuychai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 02:58
    ลุ้นต่อไป สู้ๆไรต์ ♡♡
    #41
    0
  21. #40 cello-ploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:49
    กลับมาแล้วววว ดีใจจังเลยค่าา
    รอลุ้นอยู่มุกวันเลย สนุกมากๆเลยค่ะ
    อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป เป็นกำลังใจให้นะคะ 💗💗💗
    #40
    0
  22. #39 DaisySelvin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:39
    สำนวนการแปลยังสวยเหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้น่ารัก พวกเธอดูไม่เหมือนอดีตคู่กัดเลยซักนิด 55
    #39
    0
  23. #38 Tipkamonn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:48

    ดีใจจัง อัพต่อไวๆนะคะ
    #38
    0
  24. #37 plo-yploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:14
    ความจูบโชว์55555
    #37
    0
  25. #36 MewMuse007 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:11

    แต่งดีมากกกก รีบมาต่อนะคะไรท์ สนุกจนอยากอ่านต่อเลยค่ะ ลุ้นมากว่าจะเป็นยังไงต่อ
    #36
    0