เพราะลุงๆชอบทำให้เราหวั่นไหว

ตอนที่ 5 : EP5:Johnny Depp

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    23 ก.ย. 59

"ฉันจะไปดูหนังสือที่ร้านตรงหัวมุมถนนนะ" คุณบอกแอชลีย ์เพื่อนสนิทที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอย่างสบายใจ และดูเหมือนเธอจะเลือกอีกนานด้วย แฟชั่นนิสตามาเยือนถึงปารีสก็ต้องสัมผัสเมืองแห่งแฟชั่นสินะ

"โอเค (ชื่อคุณ) ถ้าเธอซื้อหนังสือเสร็จแล้ว ชั้นรออยู่ที่ร้านนี้นะ" เธอยิ้มเห็นฟันเรียงสวย ลิปสติกสีแดงมั่นใจ ผมบลอนด์ตรงยาวถึงกลางหลัง

นี่คือการเที่ยวต่างประเทศครั้งที่สองของคุณ อาชีพเสริมเป็นครูไม่ได้ทำเงินมากมายถึงขั้นสามารถไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆแต่นี่คงจะเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง คุณก็แค่นักศึกษาปริญญาตรีอายุสิบเก้าที่อยากจะเปิดโลกให้กว้างขึ้น

แอชลีย์เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมต้น ครอบครัวสมบูรณ์แบบและน่าอิจฉาที่สุดในโรงเรียน บ้านรวย แฟนเก่าเกือบโหลที่หล่อระดับนายแบบกางเกงในคาลวิน ไคลน์ และพระเอกเอ็มวีของเทเลเที่ยวนอกบ้านทุกเดือน งานเลี้ยงวันเกิดแบบสุดเหวี่ยงที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมีหุ้นส่วนบริษัทใหญ่ๆในสหรัฐฯนับสิบ ยังไม่รวมถึงรายการอาหารที่กินในแต่ละมื้อ ใครๆก็อยากเกิดเป็นแอชลีย์ทั้งนั้น

ส่วนคุณนั้นแตกต่างจากเพื่อนสนิทคนนี้โดยสิ้นเชิง คุณคือคนไทยแท้โดยกำเนิดที่ย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกาตอนอายุเก้าขวบพร้อมกับพ่อแม่ คุณเก่งด้านคณิตศาสตร์ แค่กลับเลือกเรียนด้านศิลปะเหมือนพ่อ ครอบครัวของคุณเปิดร้านอาหารไทยขนาดเล็กในย่านชุมชนละแวกบ้าน ไม่มีอะไรพิเศษ

คุณอยากเดินเล่นรอบๆเมืองมากกว่าเดินซื้อเสื้อผ้าและน้ำหอมราคาแพงหูฉี่ที่เกินความจำเป็น แต่อย่างว่า..แอชลีย์ทำได้เพราะพ่อกับแม่มีเงินมากพอที่จะนอนอยู่บ้านโดยไม่ทำงานอะไรเลยเป็นเวลาหลายปี 

ภาษาฝรั่งเศสเป็นอะไรที่ไม่คุ้นเคยและไม่เคยใช้ในชีวิตจริงแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้จะมีเรียนตอนมัธยมปลายก็เถอะ ไม่เคยแทรกซึมเข้าไปในความทรงจำสักนิด มันยากเกินกว่าที่คุณจะรับไหว แถมคำยังมีที่ใช้สำหรับเพศหญิงและเพศชายให้น่าปวดหัวเสียอีก

ครั้งหนึ่งเพื่อนร่วมชั้นของคุณเคยสงสัยว่า'ทำไมในภาษาฝรั่งเศษคำนามดอกไม้คือเพศชาย แต่รถยนต์กลายเป็นเพศหญิง และหลังจากนั้นคุณก็ไม่เจอเพื่อนร่วมห้องคนนี้ในวิชาภาษาเลือกอีกต่อไป ข่าวลือเล่าว่าเขาลงเรียนวิชาภาษาสเปนแทนแล้ว

คุณบ่นกับตัวเองว่าควรจะตั้งใจเรียนเสียตั้งแต่ตอนนั้น จะให้ย้อนเวลากลับไปก็คงไม่ทันแล้ว เพราะสมองในตอนนั้นใจจดใจจ่ออยู่กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเสียมากกว่าเพราะคุณในตอนนั้นอ่อนเรื่องภาษาอังกฤษเสียเหลือเกิน

คุณหันหลังกลับไปมองแอชลี่ย์ที่ร้านเสื้อผ้า เธอกำลังเลือกชุดอย่างมีความสุข 'ก็ได้ ความสุขของเรามันต่างกันนี่น่า' เสียงในหัวมันกำลังบอกเช่นนั้น ตอนนี้ก็ยืนอยู่หน้าร้านเรียบร้อย ผู้คนมากมายกำลังยืนมุงกันอยู่บริเวณนั้น นักดนตรีกำลังเล่นเปิดหมวกอยู่ตรงนั้นเอง เพลงภาษาฝรั่งเศสที่ฟังไม่รู้เรื่องนั้นเพราะขึ้นมาก เพราะดนตรีจากกีตาร์โปร่งที่เขาเล่นช่างอ่อนหวานเสียเหลือเกิน

ภายในร้านทำจากไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ คงจะเป็นโครงสร้างและการตกแต่งแบบเดิมเหมือนตอนที่เปิดแรกๆ หนังสือถูกจัดเรียงกันแน่นขนัด มีหลากหลายภาษา คุณเดินไปทางหนังสือของทางฝั่งเอเชีย ส่วนใหญ่คือภาษาจีนและภาษาอาหรับ ไม่ว่าจะกวาดตาขนาดไหนก็แค่เป็นการมองผ่านๆแค่นั้น จนสุดท้ายหนังสือเล่มสองเล่มตรงมุมขวาของชั้นหนังสือก็สะดุดเข้ากับสายตาของคุณพอดี หนังสือสองเล่มนั้นถูกหยิบขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

'ความสุขของกะทิ'

'หลายชีวิต' 

ไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือเหล่านี้เลยตั้งแต่โตมาดูเหมือนว่า 'ความสุขของกะทิ' จะเป็นวรรณกรรมเยาวชน ส่วนเรื่อง 'หลายชีวิต' ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นแนวไหนหรืเกี่ยวกับอะไร

การเรียนภาษาไทยครั้งสุดท้ายตอนชั้นประถมศึกษาปีที่สาม มีแค่เขียนตามคำบอก ทำแบบฝึกหัดเล่มสีเขียว นั่นคือก่อนที่จะย้ายมาที่นี่ แลัวมันก็ไม่ได้ช่วยพัฒนาเลย มีแต่จะแย่ลงด้วยซ้ำ ยกเว้นตอนที่คุณกับพ่อและแม่โดยใช้ภาษาไทย

คุณเดินไปที่เคาน์เตอร์ถือหนังสือสองเล่มนี้ไปด้วยความมั่นใจ เจ้าของร้านหญิวชราอายุหกสิบกว่าๆค่อยๆลุกจากเก้าอี้โยกเพื่อมาคิดเงินให้คุณ และพูดอะไรบางอย่างที่คุณไม่สามารถเข้าใจได้

"ขอโทษนะคะ คือ ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด" คุณตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ

เธอยังคงพูดต่อไปแม้ว่าคิ้วคุณจะขมวดเป็มปมเพราะความมึนงงก็ตาม

"ฉันไม่เข้าใจภาษาฝรั่งเศสค่ะ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็พยายามทำความเข้าใจ

เสียงประตูถูกเปิดออก ผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในร้านพร้อมกระเป๋าขนาดใหญ่สะพายข้างหลัง จากนั้นก็พูดอะไรสักอย่างจนเจ้าของร้านคนนั้นยอมสงบลง

"เธอบอกว่าคุณหยิบมันไปฟรีๆ ไม่ต้องจ่ายเงิน"

"ขอบคุณที่เจอคนพูดอังกฤษได้เสียที ทำไมถึงไม่เก็บเงินล่ะคะ?" 

เขาทำหน้าที่เป็นล่ามให้คุณอยู่ในตอนนี้ สถานการณ์ดีขึ้นเยอะเลย และกระเป๋าใบใหญ่ที่คุณเห็นทีแรกไม่ใช่กระเป๋า มันคือกีตาร์ต่างหาก เขาต้องเป็นนักดนตรีเมื่อสักครู่นี้แน่ๆ

"เธอบอกว่ามันวางอยู่นานมากแล้ว ถ้าเจอคนที่พอจะอ่านได้ก็จะให้ไปเลย"

"ขอบคุณ" คุณพูดภาษาฝรั่งเศสหนึ่งในไม่กี่คำที่รู้จักกับเธอ

"ขอบคุณค่ะ" คราวนี้คุณขอบคุณล่ามฉุกเฉินอีกคน


คุณทั้งคู่ออกมายืนคุยกันต่อที่หน้าร้าน


"คุณกล้ามาคนเดียวทั้งที่ไม่รู้ภาษาเลยเนี่ยนะ?" 

"ฉันมากับเพื่อนต่างหาก ก็ไม่คิดว่าซื้อหนังสือจะยุ่งขนาดนี้"

"คุณมาจากไหน จีน เกาหลี?"

"ฉันอยู่อเมริกา แต่ฉันเป็นคนไทย"

"ไต้หวัน อ้อ หนีห่าว" ไม่รู้จักประเทศไทยยังไม่พอ เขายังโค้งคำนับพูดภาษาจีนใส่คุณอีก

"ไทย ประเทศไทย ที่มีเกาะเจมส์ บอนด์ภาค The Man with the Golden Gun ต่างหาก"

"อ้อ เกาะเจมส์ บอนด์ ผมรู้แล้ว" คุณอยากรู้เหลือเกินว่าการลูบคางตัวเองแล้วบอกว่าเข้าใจนี่คืออะไร

"ฉันขอไปหาเพื่อนฉันก่อนนะ เธอคงเลือกเสื้อผ้าเสร็จแล้ว"

"คุณไม่ซื้อหรือ?"

"ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ" คุณยิ้มแห้ง

จู่ๆเขาก็วางกระเป๋ากีตาร์แล้วเล่นดนตรีเปิดหมวกเสียดื้อๆแถมยังขอร้องให้คุณช่วยร้องอีก

"Way Back into Love เนี่ยนะ?" คุณขมวดคิ้ว

"ใช่ Way Back into Love" เขายิ้ม

การร้องเพลงคู่เรียกผู้ชมมากกว่าการร้องเดี่ยวเสียอีกถึงจะเป็นเพลงภาษาอังกฤษก็ตาม 'การฟังเพลงบางเราก็ไม่ได้เข้าใจภาษานั้นๆ' เป็นคำพูดแรกตอนที่คุณเปิดวิทยุฟังที่อเมริกา

ผู้ชมที่มากันเป็นคู่ยืนฟังและจับมือกันแน่น ส่วนที่เป็นคนโสด..ก็มองคนมีคู่รอบๆนั่นแหละ

ตอนที่เพลงจบทุกคนต่างปรบมือเป็นเสียงเดียวกันหนุ่มคนหนึ่งที่มากับแฟนสาวคุกเข่าขอเธอแต่งงานท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม 'วันนี้คงเป็นวันที่ดีของพวกเขา' ทุกคนคงคิดแบบนั้น เราร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งเงินที่กองอยู่ตรงหน้ามีมากพอที่จะหยุดพัก

"คุณเสียงดีนะ" เขาชมคุณแถมยังก้มมองต่ำอีกต่างหาก

"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณ..?"

"มิสเตอร์เจย์"

"มิสเตอร์เจย์แบบ..โจ๊กเกอร์น่ะหรอ?"

"ผมคงไม่ใช่คนที่ฆ่าโรบินหรอกนะ ฮ่าๆ" มีอารมณ์ขันเสียจริง

"เรากำลังจะไปไหนกันคะ?" 

"เราจะไปชอปปิ้ง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

หน้าร้านที่กำลังยืนอยู่คือร้านเสื้อผ้าที่ราคาย่อมเยากว่าที่แอชลีย์ซื้อ ร้านนี้ตกแต่งเรียบๆและไม่มีพนักงานต้อนรับ มีแค่แคชเชียร์สองคน เท่านั้น

"ผ้าพันคอดีไหม?" เขาหันมาถาม

"คุณเลือกเถอะฉันไม่มีเงินค่ะ" คุณปฏิเสธ

"ไม่เอาน่า ร้านนี้ราคาไม่แพงหรอก คุณเลือกเลย"

คุณทำตามที่เขาบอกโดยการเดินไปที่แผงแขวนผ้าพันคอลายกุหลาบ ลายเสือ และอีกหลายลายที่จะทำให้คุณสยองจนไม่กล้าก้าวออกจากประตูบ้าน

"ฉันได้แล้วค่ะ" คุณหยิบผ้าพันคอสีเทาเข้มเรียบๆมาหนึ่งผืน ทำท่าจะเดินไปที่เคาน์เตอร์แต่นักดนตรีนั้นคว้ามือคุณเอาไว้ เขาเอาถุงมือที่สีเข้ากันมาเทียบกับสีของผ้าพันคอแต่เหมือนจะเปลี่ยนใจหยิบถุงมือสีเขียวขี้ม้าแทน

"ไปจ่ายเงินกันดีกว่า" เขาชิ่งจ่ายเงินก่อนที่คุณจะหยิบกระเป๋าเสียอีก

"คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย"

"ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับเพลง Way Back into Love เมื่อกี้แล้วกัน"

"(ชื่อคุณ) เธออยู่ที่นี่เอง"  เสียงที่คุ้นหูของเพื่อนสนิท แอชลีย์ดังมาจากทางด้านหลัง คุณและหนุ่มนักดนตรีหันไปมองพร้อมกัน

"แอชลีย์?" 

"เพื่อนคุณคนนี้น่ะหรือ?"

"ใช่ค่ะ" คุณหันไปพยักหน้า

"คุณคงเป็นแอชลีย์" เขาจะมือทักทายอย่างเป็นกันเอง จากนั้นก็หันไปหยิบถุงกระดาษที่เพิ่งจ่ายเงิน

"นี่ของคุณ ขอให้สนุกกับฝรั่งเศส มาดาม" หนุ่มนักดนตรีจูบมือของคุณก่อนจะสะพายกระเป๋ากีตาร์ออกไปจากร้าน

"เล่ามาให้หมดเลยเธอ" เพื่อนสนิทของคุณเริ่มรู้สึกตื่นเต้นเสียแล้ว

"ใจเย็นน่า เดี๋ยวถึงห้องพักค่อยเล่าก็ได้" คุณยิ้มเพราะแอชลีย์เริ่มจ้องหน้าคุณแบบเอาเป็นเอาตาย

"งั้นอย่างแรก..เขาคือใคร" 

คุณบอกตามตรงว่าไม่รู้จริงๆแค่คนที่ซื้อของให้ แต่ระหว่างที่คุณหยิบผ้าพันคอพนักงานในร้านก็ใบ้ให้คุณสังเกตุเห็นข้อความข้างถุงกระดาษที่ถืออยู่


พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าร้านหนังสือผมจะพาคุณกับเพื่อนเที่ยวรอบเมือง.

จอห์นนี่ เดปป์


'วันนี้คงเป็นวันที่ดีของฉัน' คุณพูดกับตัวเอง


THE END




Writer's talk
ขอโทษท่านผู้อ่านอย่างสูง ข้าพเจ้าเพิ่งกลับมาจากสงครามงานค้าง จะพยายามไม่หายหน้าหายหนวดไปนานขนาดนี้ ขออภัยจริงๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

231 ความคิดเห็น

  1. #219 เจ้าแมวซึน (@05121995) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 14:01
    <p>ชอบความละมุนของบรรยากาศมากกกก</p>
    #219
    0
  2. #204 Marina Cator (@MCKator) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:54
    ชอบตอนนี้จังเลยค่ะะ
    'วันนี้คงเป็นวันที่ดีของฉัน' งื้อออ
    #204
    0
  3. #202 อิงผู้ฆ่าหลาม (@natamonING) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 22:54
    ความเปย์ ความมัดมือเราร้องเพลง และความกวนติงเวลาเกาหัวนึกประเทศบ้านเกิดของเรานี้ ป๋าาาาาาาาาาาา
    #202
    0
  4. #69 หย่งไท่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:37
    โอ๊ย ป๋าาาาา ป๋าเด๊ปปปป ป๋าอยากได้อะไรก็เอาไปเลยค่ะ เอ้าไปเล๊ยยยย >////<
    #69
    1
    • #69-1 Nathan Wong (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      7 พฤษภาคม 2560 / 10:56
      เอาใจไปเต็มๆเลยค่ะ5555
      #69-1
  5. #42 MrsHolmes (@MrsHolmes) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 02:52
    ละมุนน
    #42
    1
    • #42-1 Nathan Wong (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      14 มกราคม 2560 / 07:29
      อันนี้ออกแนวน่ารักๆ5555
      #42-1
  6. #26 มิคานเอลลิซ (@pookky007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:18
    #26
    1
    • #26-1 Nathan Wong (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 22:28
      อุๆอิๆ
      #26-1
  7. วันที่ 24 กันยายน 2559 / 20:25
    กรี๊ดดดดดด มาแล้วๆ เรารออยู่นะ ^^
    #22
    1
    • #22-1 Nathan White (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      24 กันยายน 2559 / 21:46
      คนรอเต็มเลย5555
      #22-1
  8. #21 แมวดำ มุ้งมิ้ง (@46200311) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 08:06
    เย่ๆมาอัพแล้ว
    รออยู่น้า~
    #21
    1
    • #21-1 Nathan White (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      24 กันยายน 2559 / 08:28
      จ้า~ หายไปนานเลย //เขกหัวตัวเอง555
      #21-1
  9. #20 .second. (@forever_cara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:49
    มิสเตอร์เจก็มา บทจ็อนนี่ดูเด็กมากๆ555
    #20
    1
    • #20-1 Nathan White (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      23 กันยายน 2559 / 23:03
      จะมาดขรึมทุกคนก็ึงจะเคร่งเครัยดเกินไป5555
      #20-1
  10. #19 Irenal (@ayeota) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 21:48
    ง่าาาา ลุงเจจจจ~~~ น่ารักไปอีกกกก
    #19
    1
    • #19-1 Nathan White (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      23 กันยายน 2559 / 23:12
      น่ารักอยู่แล้ว~ //ไรเตอร์
      #19-1
  11. #18 มะลิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 21:14
    ค้างงงงงง
    #18
    1
    • #18-1 Nathan White (@peaw-kp) (จากตอนที่ 5)
      23 กันยายน 2559 / 21:35
      //ใช้ไม้สอยลงมา 5555
      #18-1