H x H สะใภ้โซลดิ๊ก

ตอนที่ 3 : Season 1 Chapter 03 : Pretty Boy พ่ายรักสามีสายรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    7 พ.ค. 62

 

(ภาพมุมสูง ทะเลสาปใกล้บ้านคิลกุ้ง เครดิต : WallHere)

"จากฮันเตอร์มืออาชีพ กลายเป็น ฮันเตอร์มือสมัครเล่น ที่ใช้เน็นไม่เป็น (-_-)"

By เกี๊ยวกุ้ง


Chapter 03 : Pretty Boy พ่ายรักสามีสายรุก


          บรรยากาศเย็นชื้นในป่าสนเขตหนาวมาพร้อมความสงบสุข ภูเขาหิมะหน้าตาวิจิตรงดงามวางสลับซับซ้อนอยู่ไกลๆ โดยมีทะสาปสีใสราวกับกระจกเงาไหลอยู่ใกล้ตีนเขา พร้อมกับหมอกเบาบางลอยอยู่เหนือผิวน้ำ สถานที่เเห่งนี้ไกลจากบ้านของคิรัวเเละเกี๊ยวกุ้งประมาณสองกิโลเมตร


          เกี๊ยวกุ้งหลับตาสูดกลิ่นธรรมชาติเข้าเต็มปอด เเล้วปรือตามองตรงไปข้างหน้า เห็นเเผ่นหลังกว้างน่าซบของสามีเดินนำทางอยู่ใกล้เเค่เอื้อม พลันนั้นเเก้มสองข้างก็พลันร้อนผ่าวอย่างไม่มีเหตุผล พานให้ดวงตาดำขลับคู่นี้จำต้องหลุบตามองพื้น จ้องรองเท้าบู๊ทของเขาเเทน


          คิรัวเหลือบมองภรรยาที่เดินอยู่ข้างหลังอย่างลำพัง เขาจึงหยุดเดินครู่หนึ่ง เพื่อจะได้เดินข้างเธอ ทันทีที่เราเดินเสมอกัน เขาจึงอ้อมวงเเขนซ้ายไปข้างหลังภรรยาเพื่อจะได้กอดคอเเล้วเดินไปด้วยกัน


          เกี๊ยวกุ้งเข้าไปอยู่ใต้วงเเขนของเขาทั้งที่ยังไม่ได้เตรียมใจ สิ่งเเรกเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายของเขา ตามมาด้วยกลิ่นหอมละมุนพานให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ


          คิรัวหันหน้าไปทางภรรยา ริมฝีปากของเขาเกือบได้สัมผัสเรือนผมสีดำที่มีกลิ่นหอมของเเชมพูดอกกุหลาบ เขาก้มลงจูบผมของเธอหนึ่งครั้ง ก่อนจะหลุบตาลงสำรวจอาการบนใบหน้าของเธอ นาทีนั้นเขามีอาการอึ้งนิดหน่อย


          "เธออายหรอ" สีหน้าของเขาดูประหลาดใจ


          "..." เธอหลบสายตาคู่นั้นเเล้วเผลอกัดปากล่างเบาๆ


          "อย่ากัดปาก" น้ำเสียงราบเรียบเหมือนจะดุดังมาจากสามี เเต่สักพักหนึ่งเขาก็ยิ้มออกมาบางๆ เเล้วบอกเธอด้วยเสียงเเผ่วเบา "เราเป็นสามีภรรยากันเเล้ว เรื่องเเค่นี้ทำไมต้องอาย หืม?"


          เกี๊ยวกุ้งรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ ใครโดนเเบบนี้ก็ต้องหวั่นไหวอยู่เเล้ว เธอกลอกตามองไปรอบตัว เขินจนไม่รู้จะวางสายตาตรงไหนดี


          "เป็นอะไร" เสียงทุ้มนุ่มลึกยังคงดังอยู่ข้างหู เธอสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอ่อนโยนเเละเเผ่วเบา พร้อมกับลมหายอุ่นๆ กำลังรดเส้นผมของเธอ ขณะเดียวกัน เขาเเอบสังเกตเห็นมือของเธอกำลังสั่น เเละหน้าเเดงเป็นลูกตำลึง 'นี่เขินขนาดนี้เลยหรอ...' เขาคิด


          'ไม่ไหวเเล้ว โอ้ย ไม่ไหวเเล้ว เเม่จะเป็นลมตรงนี้เเล้ว! T-T' เกี๊ยวกุ้งประท้วงอยู่ในใจขณะที่เเข้งขาใกล้จะอ่อนยวบยาบ


          "กอร์น!" เกี๊ยวกุ้งเรียกคนที่เดินนำหน้า เเล้วผละตัวออกจากสามีเพื่อวิ่งไปเดินข้างเพื่อน 


          คิรัวมองอย่างอึ้งเมื่อเห็นเธอวิ่งออกจากอ้อมเเขนของเขา เธอทำเเบบนี้ คิดว่าเขาไม่รู้หรือไงว่าเธอตั้งใจไม่ตอบคำถามของเขา


          "ว่าไงคาร่า" กอร์นหันมายิ้มให้คนที่เข้ามาเดินข้างตัวเอง


          "ทำไมไม่ตกปลาเเถวบ้านอ่ะ" เธอหาเรื่องคุย


          "ก็ที่นี่ปลาชุกชุมไง จำไม่ได้เหรอ"


          "จริงด้วย! ฮ่าๆๆ" เกี๊ยวกุ้งหัวเราะเเห้งๆ


          คิรัวมองภรรยาจากข้างหลัง สักพักหนึ่งก็หันหน้าไปทางอื่น เเล้วใช้มือสัมผัสริมฝีปากของตัวเอง เพื่อซ่อนรอยยิ้มขบขันเอาไว้


          ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็มาถึงสถานที่ตกปลา บริเวณนี้มีเต้นท์ เก้าอี้ กองไฟ เปรนอน เเละอุปกรณ์ทำอาหารครบครันจนคาดเดาได้เลยว่าพวกเขาเป็นขาประจำของที่นี่


          กอร์นยังบอกอีกว่า ทะเลสาปมรกตเเห่งนี้เป็นถิ่นของปลาจ้าวพ่อเขี้ยวดาบ ลำตัวยาว 5 เมตร หนักครึ่งตัน ซึ่งกอร์นสามารถจับมันได้ด้วยเบ็ดคู่ใจของเขา ก่อนจะปล่อยมันคืนสู่ใต้ทะเลสาปน้ำลึก


          เกี๊ยวกุ้งเดินมาดูกอร์นกำลังเตรียมคันเบ็ด เขาสวมสวมหมวกปีกกว้างนั่งลงบนโขดหิน เสื้อผ้าหน้าผมของเขาช่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติสมเป็นยอดฝีมือด้านการตกปลา


          คิรัวเดินไปหยิบเก้าอี้พับสีขาวที่กำลังพิงต้นไม้ ขณะคุยกับกอร์นเรื่องเพื่อนในกลุ่ม "เห็นว่าเลโอลีโอจะเเต่งงาน"


          "อือหึ" กอร์นพยักหน้าขณะใส่เหยื่อ "เขาชวนพวกเราสามคนด้วยนะ ว่าอีกสามเดือนข้างหน้าให้ไปร่วมพิธีเเต่งงานที่ยอร์คชินซิตี้ โรงเเรมอะไรก็ไม่รู้อ่ะ เอาไว้ค่อยถามอีกที"


          "เอาซะหรูเลยนะ เเก่จนลุงเรียกพี่ก็สมควรจะเเต่งงานได้เเล้วอ่านะ" คิรัวปากเสีย


          "คิรัวอ่ะ =_=" กอร์นส่งเสียงตำหนิเพื่อนสนิท


          คิรัวกางเก้าอี้เเล้วนั่งกอดอกพลางยกขาไขว่ห้าง เข้าสู่มาดคุณหนูโดยอัตโนมัติ "เเล้วคุราปิก้าล่ะ" เขาถาม


          "คุราปิก้าทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับราชาของประเทศมหาอำนาจ เเล้วตามหาดวงตาเผ่าคูลท์ เห็นบอกว่าใกล้จะครบเเล้วด้วย"


          "ตาคิล"


          "หืม?"


          "ไม่ตกปลาหรอ" เกี๊ยวกุ้งถาม


          "ไม่ล่ะ ฉันชอบนั่งดูเธอกับกอร์นมากกว่า"


          "พูดอย่างกับว่าจะให้ฉันตกปลาด้วย O_o"


          เธอตกปลาเก่งไม่ใช่รึไง” คิรัวมอง


          กอร์นหันมายิ้มกว้าง “แล้วก็ฉลาดมากด้วยล่ะ เคยตกปลาจ้าวพ่อได้ด้วยวิธีที่ฉันคาดไม่ถึงเสมอ เล่นเอาฉันอึ้งเลยอ่ะ


          หาาาา!?” เกี๊ยวกุ้งทำหน้าเหวอ คนอย่างเธอเนี่ยนะ ฉลาด?! แล้วก็ตกปลาเก่งด้วย?! เธออยากจะบอกว่าชั่วชีวิตนี้ไม่เคยตกปลามาก่อนเลย "เดี๋ยวนะเดี๋ยว..." เกี๊ยวกุ้งทำท่าจะพูดเเต่โดนกอร์นตัดบทไปก่อน


          "เดี๋ยวฉันตกก่อนเเล้วกัน"


          "เอาตัวใหญ่ๆ นะ" คิรัวบอก


          'ไม่ฟังกันเลย'


          ...


          "ฮาวว~" 


          เกี๊ยวกุ้งอ้าปากหาว พลางนั่งกอดเข่าอยู่บนโขดหินใกล้กับกอร์น เธอนั่งเฝ้าคันเบ็ดของเขามายี่สิบนาทีเเล้ว หากรอต่อไปอีกสิบนาทีน่าจะครบครึ่งชั่วโมงพอดี


          หญิงสาวทำหน้าเบื่อเเล้วหันไปมองกอร์น ปรากฎว่าเขายังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง สายตาจับจ้องผิวน้ำด้วยใจจดจ่อ เขามีความอดทนในการเฝ้ารอต่างจากเธอที่เริ่มจะเอนหลังล้มลงไปนอนได้ทุกเมื่อ เพราะบรรยากาศเเถวนี้เย็นสบายน่านอนที่สุด ซึ่งคนที่ไปเฝ้าพระอินทร์ก่อนเธอคงจะเป็นคุณสามี


          เกี๊ยวกุ้งหรี่ตาลงเเล้วใช้หางตามองคิรัว 'หลับสบายเชียวนะ'


          จ๋อม! เสียงหนึ่งดังมาจากทะเลสาป สงสัยปลาจะว่ายตีผิวน้ำ กอร์นลุกขึ้นยืน เกี๊ยวกุ้งลุกตามติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


          "มาเเล้วๆ" กอร์นพูดด้วยสีหน้าดีใจ เสียงของเขาปลุกคุณชายให้ตื่นจากการงีบ เเทนที่คิรัวจะลุกขึ้นมาดูด้วยกัน เขากลับตอบเเค่คำว่า 'อืมเเล้วเปลี่ยนท่านอนเป็นตะเเคงข้าง เพื่อหลับต่อ


          "สำเร็จ!" กอร์นดึงปลาขึ้นมาเหนือน้ำโดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ


          เกี๊ยวกุ้งอ้าปากค้างมองปลาสายพันธ์ุประหลาดด้วยสายตาตกตะลึง มันดิ้นสะบัดน้ำอยู่ในอากาศไปมา กอร์นจึงช่วยให้มันหายทรมาน โดยการปล่อยคืนสู่ทะเลสาป '...เขาดูเป็นคนดีจัง'


          "คาร่า! ตาเธอเเล้ว!" กอร์นส่งคันเบ็ดให้เธอ


          ฝ่ายหญิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะมองคันเบ็ดเเล้วรับมาอย่างไม่เต็มใจ "ถ้าตกไม่ได้อ่ะ" เธอทำหน้ากังวล


          "เธอทำได้อยู่เเล้ว เธอตกเก่งเท่าๆ กับกอร์นเลยนะ" คิรัวพูดในขณะนอนมองเธอ


          "ตาคิลมาช่วยฉันหน่อยดิ" เธอส่งสายตาอ้อนวอนไปหาสามี ขณะกุมคันเบ็ดเอาไว้เเนบอก


          "ตกๆ ไปเถอะน่า" เเต่เขากลับพูดมาพร้อมนอนหลับต่อ


          เกี๊ยวกุ้งคอตกทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมาหูลู่หางตก 'ก็ฉันตกปลาไม่เป็นนี่นา... Y_Y' ส่วนเขาก็เอาเเต่นอนอย่างเดียว


          "ได้ ตกก็ตก!"


          คนที่กำลังนอนกอดอก ลืมตาข้างซ้ายเพื่อเเอบมองภรรยาของเขา เห็นเเผ่นหลังบางของเธอกำลังนั่งหันหลังให้เขา ท่าทางของเธอเหมือนคนไม่ชำนาญการตกปลา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้หญิงเก่งกาจด้านการต่อสู้ สติปัญญา  เเละทักษะการเเก้ปัญหา เธอทำทุกอย่างได้โดยไม่ต้องขอให้เขาช่วย เเต่พอมาคราวนี้เธอเหมือนผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีออร่าเก่งกาจเหนือชั้นครู


          คำขอร้องของเธอทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเเละดีใจในเวลาเดียวกัน เพราะในฐานะสามี เขาก็อยากให้เธอเห็นผู้ชายคนนี้เป็นเสาหลักของบ้านที่พึ่งพาได้


          คิรัวทำตัวไม่ถูก เขาลุกขึ้นมานั่งเเล้วชะเง้อหน้ามองเธอตกปลา (ไหนว่าจะนอน?)


          เกี๊ยวกุ้งเหวี่ยงคันเบ็ดจนเหยื่อลอยไปตกกลางเเม่น้ำ


          "กินเบ็ดเเล้ว!"


          เธอสะดุ้งเมื่อกอร์นพูด จึงรีบดึงตัวเบ็ดทันที


          "ดึงตัวเบ็ดเเบบนั้นไม่ได้นะ เธอต้องหมุนรอกเบทต่างหากกอร์นสอน "ดึงเเบบนั้นปลาไม่ขึ้นหรอก"


          อ่าวหรอ... 


          "มันจะหนีไปเเล้ววว" กอร์นชี้


          เเป็ก!


          "อ่าว..." เกี๊ยวกุ้งกะพริบตาปริบๆ


          สายเอ็นขาดค่ะ...


          กอร์นทำหน้าจริงจังพลางกอดอก "ฉันว่ามันต้องตัวใหญ่มากเเน่ๆ" เหมือนว่าเขายังเชื่อในฝีมือของเธออยู่


          "ใหญ่ถึงกับตกไม่ได้เลยหรอ เป็นไปได้หรอ" คิรัวพูดอย่างกับว่าคาร่าตัวจริงฝีมือตกปลาระดับมือโปร


          'นี่ลุกขึ้นมานั่งได้เเล้วหรอตาคิล ไหนว่านอน' เธอมองค้อนสามีเล็กน้อย


          กอร์นใช้นิ้วชี้เคาะคางของตัวเองเเล้วคิดในเเง่ดี "อาจจะเป็นไปได้นะ เพราะทะเลสาปออกจะกว้าง อาจจะมีปลาตัวใหญ่จนคาร่าตกไม่ได้ก็ได้~" เขาหันมายิ้มส่งท้ายให้สองสามีภรรยา


          "คาร่า!" คิรัวจ้องหน้าเธอเหมือนพยายามส่งกระเเสจิตบังคับให้เธอตกมันให้ได้


          'เลิกมองเเบบนั้นสักที มันกดดันนะ เเล้วก็เลิกเรียกฉันว่าคาร่าด้วย T_T'


          เกี๊ยวกุ้งเหวี่ยงคันเบ็ดอีกครั้งหลังจากให้กอร์นเปลี่ยนสายเอ็นเส้นใหม่


          มือของเธอสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังดึงเส้นเอ็น "มาเเล้ว!" เธอว่าพลางเอียงซ้าย เอียงขวา พยายามหมุนรอกเบทเป็นวงกลม เเละเเล้วเธอก็สัมผัสได้ว่าเท้าของเธอมันเริ่มเคลื่อนเข้าไปหาขอบทะเลสาป 


          "เฮ้ยๆๆๆ ช่วยดึงฉันด้วยซี้! กอร์นช่วยด้วย ปลามันจะลากฉันลงทะเล"


          กอร์นยืนนิ่งคิดว่าคนอย่างคาร่าต้องใช้พละกำลังมหาศาลดึงมันขึ้นมาได้เเน่ เเต่ผิดคาดเมื่อร่างของเธอใกล้จะตกทะเล เขารีบวิ่งมาข้างหลังเเล้วช่วยจับคันเบ็ดอีกเเรง ส่วนคิรัวลุ้นตัวโก่งอยู่ที่เดิม


          "โอ้ยมันใหญ่มากเลยอ่ะคิรัว!" กอร์นว่า


          "ปลาจ้าวพ่อเเน่ ตกมันขึ้นมาเลย! ตกมันๆ (⊙ω⊙) " คิรัวทำหน้าเเมว


          "อีกนิดเดียวๆ!" กอร์น

 

          "เธอทำได้ ดึงมันเลย" คิรัว

 

เเป๊ก!

 

          สถานที่กลับมาสงบอีกครั้งเมื่อสายเบ็ดขาด...อีกเเล้วเหรอ!

 

          กอร์นขมวดคิ้ว ก่อนจะขอดูคันเบ็ดเจ้าปัญหา "อืมม... รู้สึกว่าเส้นเอ็นมันเก่าไปหน่อยนะ ฉันน่าจะซื้อเส้นใหม่ คราวหน้าอาจจะตกได้ก็ได้"

 

          'มันไม่ได้เกี่ยวกับเส้นเอ็นหรอก มันเกี่ยวกับฝีมือห่วยเเตกของฉันล้วนๆ ต่างหากล่ะ T_T' เกี๊ยวกุ้งห่อไหล่ กอร์นก็เข้ามาตบบ่าบอกว่า ไม่เป็นไร

 

          ผ่านไปหลายชั่วโมงจนกระทั่งดวงตะวันตั้งขนานกับศีรษะ กอร์นตกปลาได้มากกว่า 50 ตัวนับรวมทั้งตัวเล็กเเละตัวใหญ่ สามีตกได้ 15 ตัว ส่วนเกี๊ยวกุ้งตกได้ 0 ตัว...

 

          'ทำไมฉันถึงได้ห่วยเเบบนี้นะ งือออ Y..Y ไม่เป็นไร รอบเเรกมันก็ต้องผิดพลาดกันได้ เอาไว้รอบหน้าจะตกให้ได้เลย'

 

          เกี๊ยวกุ้งขอตัวกลับไปหาของกินที่บ้าน เพราะปลาที่พวกกอร์นตกได้ พวกเขาปล่อยคืนทะเลสาปไปจนหมด


          หลังจากเธอไปได้ไม่นาน สองหนุ่มจึงคุยเรื่องภารกิจ กอร์นบอกข้อความที่หัวหน้าสมาคมฮันเตอร์ฝากมาว่า


          'สมาคมฮันเตอร์มอบหมายงานให้กอร์น คิรัว เเละคาร่าทำภารกิจนี้ ถ้าคาร่าไม่ทำก็เหมือนละเลยหน้าที่ เเละเขาจะตัดชื่อเธอออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมด้วย'

 

          "ตกลงคิรัวจะพาคาร่าไปด้วยไหม" กอร์นถามพลางตกปลา

 

          คิรัวนิ่งเงียบไปสักพัก ถ้าตามความรู้สึกของเขา "ฉัน...ไม่อยากให้เธอไป" เพราะทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ เขามักจะนึกถึงเหตุการณ์เเสนเจ็บปวดเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเสมอ 


          ย้อนไปยังเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างปฎิบัติภารกิจ เเละเจอศัตรูของสมาคมฮันเตอร์

 

          เซเว่นซินส์ (Seven Sins) พวกมันบอกว่ามาจากทวีปมืดเเละกลุ่มของพวกมันอยู่ภายใต้การควบคุมของกษัตริย์ทวีปมืดนามว่า ฟรานเชสโก เดอ ก๊อดซิเดียส

 

          คิรัวรู้สึกว่าตอนนั้นตัวเองตัดสินใจผิดพลาดที่ปล่อยให้คาร่าสู้กับสมาชิกของพวกนั้นตามลำพัง ถ้าเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอ ถ้าเขายอมเอาเเต่ใจ เธอคงไม่เจ็บตัวกลับมา

 

          "คิล! นายไปก่อนเลย ไปช่วยกอร์นตามหามัน นายต้องเเย่งมันมาให้ได้ เดี๋ยวฉันจะสกัดเจ้านี่ไว้เอง น่าจะต้านไว้ได้สักพัก" คาร่าใช้เน็นสายเสริมพลัง เธอเป็นฮันเตอร์นักล่าสมบัติกับอัญมณี เเละเป็นหนึ่งในสมาชิก 12 นักษัตรของสมาคมฮันเตอร์ สัตว์ประจำนักษัตรคือ 'วัวเเต่คนในสมาคมชอบมองว่าเธอเป็น 'กระทิง'

 

          "อวดดีนักนะเเม่สาวน้อย ข้าจะทำให้ดวงวิญญาณของเจ้าเเตกสลายด้วยหมัดจากนรกของข้า" ทาทารอส เผ่าปีศาจจากทวีปมืด สมาชิกลำดับที่ 7 ของสมาคมเเห่งความมืด

 

          "อย่ามัวเเต่พูดพร่าม ถ้าจะสู้ก็เข้ามา!"

 

          หมัดต่อหมัดปะทะกัน ปฐพีสะท้านราวกับเเผ่นดินไหวเมื่อพลังทางกายภาพของฮันเตอร์มืออาชีพปะทะกับซาตานหมัดเหล็กจากเซเว่นซินส์ คาร่าตีลังกาถอยไปด้านหลังเเล้วทุบพื้นดินเเตกเป็นเเผ่นใหญ่ ยกมันขึ้นมาเป็นโล่กำบังก้อนหินขนาดใหญ่ที่อีกฝ่ายโยนมาหา บังเกิดเสียงดังราวกับระเบิดลงเมื่อหินกับเเผ่นดินปะทะเข้าหากัน

 

          พวกเขาสู้กันจนไม่มีใครยอมใคร ไม่สนใจว่าป่ามันจะราบเป็นหน้ากลอง หรือภูเขาทั้งลูกจะหายไปครึ่งหนึ่ง เเละผลลัพธ์คือเจ็บกันทั้งคู่ จนต้องล่าถอยกลับไปทั้งสองฝ่าย ทำให้ภารกิจล้มเหลว

 

          คิรัวหันไปบอกสิ่งที่กอร์นยังไม่รู้ "หลังจากกลับมาจากที่นั่น เธอไข้ขึ้นสามวันสามคืน เเม้ว่าหลังจากนั้นไข้จะลดลงเเต่เธอตัวซีดผิดปกติ น้ำหนักลดจนน่าเป็นห่วง ฉันขอให้อารูกะ(นานิกะ)ช่วยรักษาคาร่า เเต่คาร่าปฎิเสธ เธอบอกว่าเธอกลัว ถ้าหากอารูกะ(นานิกะ)ใช้พลังมากๆ กลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อตัวผู้ใช้ ฉันเองก็รู้ว่าคาร่ารักเเละเอ็นดูน้องของฉันมาก เเล้วเธอบอกกับฉันว่าเดี๋ยวก็หาย"

 

          "เมื่อคืนเธอขอฉัน เธอบอกว่าเธออยากทำให้ฉันมีความสุข รวมถึงตอบเเทนบุญคุณเป็นครั้งสุดท้าย มันเป็นครั้งเเรกที่เรามีอะไรกัน เเต่จู่ๆ เธอก็หลับไปเฉยๆ จากนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมา เเล้วเปลี่ยนไปจากเดิม เเต่อย่างน้อยฉันก็รู้สึกสบายใจที่เธอร่าเริงเเบบนี้ ดีกว่าเป็นเหมือนหลายวันก่อน เเต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเธอถึงต้องพูดว่า ครั้งสุดท้าย เธอทำอย่างกับว่ามันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกเเล้ว"

 

          "..." กอร์นตั้งใจฟัง เพราะนานิกะเคยช่วยตัวเองเอาไว้เหมือนกัน เพราะคิรัวเเละนานิกะ เขาถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้

 

          นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสมาคมถือเป็นความฝันของคาร่ามาตั้งเเต่เด็ก กว่าเธอจะไต่เต้าขึ้นไปอยู่บนจุดนั้นได้ต้องใช้เวลาถึงสิบปี เเล้วมันเรื่องอะไรที่คาร่าจะยอมให้ตัวเองโดนปลดตำเเหน่ง เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนเเล้ว คิรัวคงต้องพาเธอไปด้วย กลับไปยังสถานที่เเห่งนั้นอีกครั้ง...


          คิรัวตอบด้วยสีหน้าซึมเศร้า "เดี๋ยวฉัน...จะไปพูดกับเธอให้เอง..."

 

 


          "ดีนะที่ไม่หลงทางเหมือนโซโลเรื่องวันพีช ฮ่าๆๆ"

 

          เกี๊ยวกุ้งเดินไปเปิดตู้กับข้าว เห็นไข่วางอยู่ในตะกร้าไม้ 'เที่ยงนี้ทำไข่เจียวกินดีกว่าเกี๊ยวกุ้งทำอาหารไม่เก่ง เมนูที่ทำได้ดีที่สุดคือเมนูไข่ อะไรก็ได้ที่เป็นไข่ เธอทำได้หมด ส่วนอาหารประเภทอื่นโคตรห่วยเเตก

 

          ก่อนอื่นต้องหุงข้าว เเละระหว่างกำลังหุงข้าว ช่วงเวลานั้นคือการพจญในบ้านใหม่ (>O<)

 

          เกี๊ยวกุ้งเดินออกจากห้องครัว ก่อนจะเห็นบานกระจกอยู่หน้าห้องน้ำใกล้บันไดขึ้นไปชั้นสอง เธอกลืนน้ำลายลงคอพลางคิด 'พวกเขาเรียกฉันว่าคาร่าบ่อยจนน่าสงสัย ถ้าสมมติว่าฉันมองตัวเองในกระจกเเล้วเกิดว่าฉันไม่ได้อยู่ในร่างของตัวเอง ฉันต้องไม่กรี๊ดลั่นบ้าน ฉันต้องสงบเสงี่ยม...ตกลงตามนี้นะยัยกุ้ง

 

          คนขี้สงสัยเดินเข้าไปยืนใกล้กระจกบานนั้น เธอหลับตาลง เเล้วเขยิบกายเข้าไปยืนตรงหน้าบานกระจก ก่อนจะเปิดตาทีละข้าง

 

          ภาพในกระจกสะท้อนร่างของผู้หญิงผมสีดำยาวถึงกลางหลัง ริมฝีปากสีกุหลาบ เปลือกตาสองข้างทาอายเชโดวสีชมพูอ่อนเเละเข้มผสมกัน นี่มันร่างของเธอเองไม่ใช่หรือไง =[]=

 

          "เเล้วทำไมเขาเรียกฉันว่าคาร่า ทั้งที่ร่างนี้ก็ร่างฉัน ทั้งทรงผม หน้าตา เเละส่วนสูง ก็บ่งบอกว่าเป็นตัวฉันทั้งหมด ไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย" เกี๊ยวกุ้งหมุนตัวสำรวจตัวเองในกระจกก่อนจะยิ้ม "เเต่ทำไมวันนี้หน้าใสจัง ขอบตาไม่ดำด้วย เอ๊ะ! รู้สึกว่าผอมลงด้วยเเฮะ~ (>w<)"

 

          หลังจากพอใจเเล้วก็เริ่มเดินสำรวจบ้านชั้นล่าง หญิงสาวเอามือไขว้หลังเเล้วเดินอย่างร่าเริงไปยังประตูโค้งใกล้ห้องน้ำ เอียงคอมองเข้าไปข้างใน "ว้าว! ห้องนั่งเล่นสวยจัง~" 

 

          เธอหมุนตัวหลายตลบอยู่ในห้องนั่งเล่น ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนบนโซฟา ยิ้มหน้าบานเเล้วกำมือสองข้างเขย่าไปมาด้วยอาการตื่นเต้นจนห้ามใจไม่อยู่

 

          "ฉันได้มีบ้านของตัวเองเเล้ว~"

 

          ตอนทำงานอยู่เมืองกรุงได้เเต่เช้าห้องในอพาร์ทเม้นท์ เธอใฝ่ฝันอยากมีบ้าน ตอนนี้ก็ได้มีเเล้ว ถึงจะไม่มีรถยนต์ก็เถอะ เเต่เธอจะเก็บเงินซื้อให้ได้เลย ยิ่งคิดเเล้วตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก >[]<

 

          เกี๊ยวกุ้งดีดตัวลุกจากโซฟาเเล้วเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมทะเลสาปพัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนเรือนผมสีดำปลิวไปตามเเรงลม เธอยิ้มกว้างก่อนจะผละตัวออกจากตรงนั้น เเล้วขึ้นไปสำรวจชั้นสอง

 

          พอขึ้นมาข้างบนอีกครั้ง เธอหันไปเห็นกรอบรูปถ่ายวางเรียงอยู่บนโต๊ะใกล้หน้าต่าง ซึ่งเป็นมุมที่เคยเห็นตั้งเเต่ออกจากห้องนอน เลยเดินไปหยิบขึ้นมาดูที่ละรูป

 

          รูปเเรกเป็นรูปคิรัวในชุดเจ้าบ่าวยื่นคู่กับคาร่าในชุดเจ้าสาวกระโปรงบานเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยาย

 

          เกี๊ยวกุ้งวางรูปถ่ายลงที่เดิมเเล้วหยิบรูปอื่นขึ้นมาดู 


          รูปนี้ถ่ายร่วมกับเพื่อนในทีม เธอชี้ผู้ชายผมสีทองหน้าตาหล่อเหลา เเล้วเลื่อนปลายนิ้วไปหาผู้ชายสวมเเว่นที่มีกระเป๋ายาอยู่ในมือ ก่อนจะทำหน้าสงสัยว่าพวกเขาสองคนเป็นใคร เธอวางกรอบรูปลง เเล้วเคลื่อนตัวไปด้านข้างนิดหน่อย ย่อเข่าลงมองรูปถ่ายใบใหญ่ที่มีหลายคนถ่ายรวมกัน

 

          รูปที่สามเป็นรูปที่คาร่าถ่ายร่วมกับสมาชิก 12 นักษัตรเเละประธานสมาคมฮันเตอร์ นี่เป็นรูปที่คาร่ายิ้มได้ร่าเริงที่สุดเเล้ว

 

          ส่วนรูปที่วางอยู่ใกล้ๆ เป็นรูปที่ทำให้เกี๊ยวกุ้งเผลอหลุดยิ้มออกมา เธอหยิบรูปขึ้นมาดู 


          "ตาคิลตอนเด็กล่ะ น่ารักอ๊าาา" เธอเผลอเอาปลายนิ้วชี้เขี่ยเเก้มหนูน้อยในรูปภาพอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเหลือบไปเห็นอีกรูปที่มีคาร่า คิรัว กอร์น เเละผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่มีหน้าตาเหมือนกอร์น พ่อของกอร์นหรือเปล่านะ เเต่พวกเราสี่คนถ่ายด้วยกันพร้อมกับปลาตัวใหญ่เท่าตัว

 

          จนกระทั่งสายตาของเธอมองเห็นกรอบรูปที่วางอยู่ด้านในสุด

 

          เธอหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมา ภายในภาพมีเด็กผู้ชายผมสีเงินเพียงคนเดียว โดดเด่นท่ามกลางพี่น้องคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคิรัว

 

          "นี่ต้องเป็นรูปครอบครัวเเน่เลย ส่วนผู้หญิงสวยๆ คนนี้คงเป็นคุณเเม่สินะ" เธออมยิ้มเเล้วเเอบเรียกเสียงเบาอย่างเขินอาย "เเม่ผัวข๋า~ >w<"

 

          พอละสายตาจากคุณเเม่ก็เปลี่ยนไปสนใจนับพี่น้องของสามี ไล่เรียงจากซ้ายไปขวา "หนึ่ง.. สอง.. สาม.." นิ้วชี้เลื่อนไปหยุดตรงเด็กคนที่สี่ ที่ไม่ได้หันมองกล้อง เป็นเด็กผมสีดำยาวเเต่งตัวเหมือนผู้ชาย

 

          เเล้ว... เด็กที่อยู่ด้านหลังสุดนั่นใคร

 

          มองไม่เห็นหน้าเลย

 

          เอี๊ยด...

 

          ทันใดนั้นประตูสีชมพูห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องนอนของคิรัว เเง้มเปิดเพียงนิด ด้านในสว่างเหมือนกับมีคนอยู่ 

 

          ที่คิรัวขึ้นมาทำธุระบนบ้าน ทำอย่างกับว่าบ้านนี้ไม่ได้มีเเค่เราสองคน...

 

 

 

--จบ Chapter 03--

 



นี่คือรูปถ่ายใบสุดท้ายที่เกี๊ยวกุ้งหยิบมาดู



เเผนผังตระกูลโซลดิ๊ก (ปัจจุบัน)



โฉมหน้าคู่ปรับของคาร่า

ทาทารอส จากสมาคมเเห่งความมืด หรือ เซเว่นซินส์ (Seven Sins)



ท่านั่งไขว่ห้างของสามี~



ไรท์พูดคุย :

          ก้อนเเป้งระเบิดตัวตาย กลายเป็นศพสีชมพู~

          นิสัยของเกี๊ยวกุ้งกับคาร่าตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

          ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านเเฟนฟิคเรื่องนี้นะค้า

          เเล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะค้า (^O^)

T
B

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

73 ความคิดเห็น